580503 ทีมข่าวเฉพาะกิจบุญนิยมทีวี ลงพื้นที่บันทึกเหตุการณ์หลังแผ่นดินไหว จาก Nepal

 580503 ทีมข่าวเฉพาะกิจบุญนิยมทีวี ลงพื้นที่บันทึกเหตุการณ์หลังแผ่นดินไหว จาก Nepal   “ท่ามกลางภัยพิบัติจะได้พบคนใจสวย” วันอาทิตย์ ๓ พฤษภาคม ๒๕๕๘ ตอนเย็น ด้วยคณะเพื่อนเนปาลได้เดินทางจากเมืองหลวงซึ่งเป็นพื้นที่ประสบภัย เข้าสู่พื้นที่ประสบภัยอีกแห่งหนึ่งเพื่อนำของแจกถึงมือชาวบ้าน ยอมรับว่าหาของแจกง่ายกว่าหาคนแจก มีคนแจกไม่ง่ายเท่าการขนของไปแจกให้ถึงผู้ขาดแคลนจริงๆ ถ้าคิดค่าของแจกแล้วเทียบไม่ได้เลยกับค่าขนส่งและค่าบริหารจัดการเพื่อการแจก มักเป็นปัญหาในพื้นที่ภัยพิบัติเสมอ อาหารจำนวนมากจากร้านกระท่อมมังสวิรัติเป็นโปรตีนเกษตรทรงเครื่อง เรียกชื่อให้เข้าใจง่ายๆว่า “หมูหวานเจ” มีน้ำหนักเกือบร้อยกิโลกรัม เราขนขึ้นเครื่องบินทั้งหมดแม้จะน้ำหนักเกินต้องจ่ายเพิ่มเกือบสองหมื่นบาท คณะของเราไม่แน่ใจว่าจะได้รับความนิยมจากผู้รับ ด้วยเป็นอาหารรสชาติแบบไทยอาจไม่คุ้นลิ้นคนเนปาล ผลคือผิดคาด กลายเป็นอาหารยอดนิยมของผู้ประสบภัยและจิตอาสาช่วยผู้ประสบภัยมากกว่าอาหารอย่างอื่นที่เรานำไปแจก คนที่ได้รับแล้วมักเข้ามาถามขออีก ใจเราจึงวิ่งมาถึงร้านกระท่อมมังสวิรัติในความเอื้อเฟื้อของคุณธีรนาฏ โชควัฒนาและทีมงาน ที่พอทราบข่าวว่าเราจะเดินทางสู่เนปาล ก็พากันขวนขวายคิดและทำเมนูหมูหวานขึ้นมาในคราวนี้ ข้าพเจ้ารู้สึกถึงความคุ้มค่าของน้ำใจยิ่งใหญ่กว่าน้ำเงินที่ตัดสินใจจ่ายค่าของน้ำหนักเกิน แม้ทางทีมงานกระท่อมมังสวิรัติจะอยู่รอรับกลับถ้าของน้ำหนักเกินก็ตาม ขอบันทึกในพื้นที่ผู้ประสบภัยถึงความรู้สึกประทับใจคนไทยใจดีเหล่านี้ไว้ด้วย เนื่องจากวันนี้เป็นวันแจกของวันแรกในพื้นที่เสี่ยงอันตราย เพราะอาคารหลายแห่งยังมีโอกาสทรุดตัวลงได้อีก ข้าพเจ้าได้รับคำเตือนให้เดินผ่านอาคารโดยเร็ว และได้รับคำชี้แนะให้นั่งห่างจากอาคารหลายแห่ง แม้กระทั่งการแจกของข้าพเจ้าก็ไม่แจกเอง ได้มอบหน้าที่แก่คุณซัตปาลดำเนินงาน หาเวลามานั่งในที่โล่งใกล้ชาวบ้านและพิมพ์เรื่องราวเหล่านี้สู่ท่านทั้งหลาย โดยจริงก็ด้วยความช่วยเหลือของสมณะบินก้าวที่ช่วยพกพาเครื่องคอมพิวเตอร์และถามอยู่เสมอว่าจะใช้งานหรือไม่ เพราะเห็นว่าข้าพเจ้าจะบันทึกทุกอย่างที่ขวางหน้าอยู่เป็นนิตย์ ผู้กระตุ้นให้เรากระเตื้องในการทำงานนั่นแหละคือผู้สร้างงานร่วมกันกับเรา ขณะบันทึกอยู่นี้ได้ยินเสียงชาวบ้านพูดคุยกันฟังไม่รู้เรื่อง ชายบางคนเดินเข้ามาชะโงกหน้าดูหน้าจอคอมพิวเตอร์ด้วยและพูดสั้นๆว่า “ไทย” คนเนปาลเป็นคนชอบจับกลุ่มพูดคุยกันแบบเดียวกับคนอินเดีย ซึ่งควรจะเป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่เป็นสัตว์สังคม ยิ่งบ้านพังไม่อาจอยู่บ้านได้จึงเป็นโอกาสสร้างชุมชนแห่งการพูดคุยกันได้มากขึ้น ได้พบเห็นชายบางคนพยายามขนภาชนะเครื่องครัวออกจากบ้านพังของตน ซึ่งเป็นเรื่องยากกว่าการหาซื้อใหม่เสียอีก เพราะการพังบ้านเข้าไปในบ้านพังนั้นเป็นอันตรายยิ่งนัก ได้พบเห็นความขวนขวายของชายอาสาสมัครที่ช่วยพังบ้านพังหลังหนึ่งให้เจ้าของบ้านเข้าไปนำของมีค่าเช่นทองคำออกมา…

580502 (มีคลิป)ทีมข่าวเฉพาะกิจบุญนิยมทีวี ลงพื้นที่บันทึกเหตุการณ์หลังแผ่นดินไหว จาก Nepal (ตอน 2)

580502 ทีมข่าวเฉพาะกิจบุญนิยมทีวี ลงพื้นที่บันทึกเหตุการณ์หลังแผ่นดินไหว จาก Nepal (ตอน 2)   วันเสาร์ ๒ พฤษภาคม ๒๕๕๘ ตอนบ่ายคล้อยเย็นในประเทศเนปาล วันนี้คณะทำงานเพื่อนเนปาลของเราแบ่งงานออกเป็นสองสาย คือฝ่ายเทคนิคโทรทัศน์บุญนิยมทีวี ต้องออกไปส่งงานเข้าสู่ต้นสังกัดให้จงได้ หลังจากติดขัดด้วยปัญหาทางเน็ตของเนปาลไม่สนองงานในเรื่องนี้ซึ่งเป็นปัญหาของทุกสื่อทุกภาคส่วน แม้กระทั่งสถานทูตไทยก็บ่นให้ฟังในเรื่องนี้ ดังนั้นทีมงานสองหนุ่มบุญนิยมทีวีจึงต้องออกกำลังขวนขวายเพิ่มมากขึ้นในการไปหาแนวร่วมสื่อใหญ่ที่มีเครื่องมือสื่อสารมากกว่าเรา ทั้งยังต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในการซื้อหาเครื่องมือใช้งานให้สำเร็จผลด้วย ผลก็คือในตอนบ่ายคุณปุ๊ก ทองไท และคุณธรรมชาติจึงกลับมาด้วยใบหน้าสดชื่นที่สามารถส่งงานถึงบุญนิยมทีวีได้           ส่วนอีกคณะหนึ่งนั้นเป็นหน้าที่ของคุณซัตปาลและหลานชายคือคุณรัตนะ ได้ออกไปกับกลุ่มนักศึกษาเนปาลจิตอาสาช่วยผู้ประสบภัยพร้อมเงินของคุณซัตปาลหนึ่งแสนสองหมื่นรูปี บวกกับเงินจากมูลนิธิเพื่อนช่วยเพื่อนที่ได้รับบริจาคช่วยผู้ประสบภัยอีกหนึ่งแสนแปดหมื่นรูปี รวมสามแสนรูปีเนปาล เทียบเงินไทยแสนกว่าบาท ออกไปซื้อของช่วยผู้ประสบภัย ทั้งสองท่านกลับสู่ที่พำนักด้วยความเหนื่อยอ่อนในตอนเย็น โดยเล่าว่าหาซื้อของด้วยความลำบากยากยิ่ง งบประมาณสามแสนรูปีที่เตรียมไปนั้นใช้ได้ไม่ถึงครึ่งหนึ่งเท่านั้นเอง นับเป็นเรื่องของบ้านเมืองที่เกิดแผ่นดินไหวภัยพิบัติ   แต่กระนั้นก็ยังมีเรื่องน่าประทับใจมาเล่าให้ฟังว่า ณ ร้านค้าใหญ่แห่งหนึ่งที่ไปซื้อของ คุณซัตปาลและหลานชายเห็นถั่วถุงสำเร็จรูปชนิดหนึ่งที่เห็นว่าน่าจะซื้อไปฝากเป็นอาหารคนเนปาลผู้ประสบภัย แต่คนขายแย้งว่าอย่าซื้อไปเลย คนเนปาลอาจไม่ชอบกินถั่วประเภทนี้ ถ้าซื้อไปแล้วเขาไม่ชอบจะถูกทิ้งไปเปล่าๆ เสียดายของ เสียดายเงิน ขอให้ไปซื้ออย่างอื่นที่ร้านอื่นจะเหมาะสมกว่า เมื่อได้ฟังคำบอกเล่าทำนองนี้แล้วรู้สึกรักคนเนปาลสงสารคนไทย ส่วนสมณะสองรูปในคณะเดินทาง คือข้าพเจ้า (ท่านจันทร์) และ ท่านบินก้าว ได้ออกบิณฑบาตตอนเจ็ดโมงเช้าตามปกติ คนส่วนใหญ่ใส่บาตรด้วยเงิน เมื่ออธิบายว่าไม่รับเงินใส่บาตร ผู้ใจบุญเหล่านั้นก็เปลี่ยนเป็นผักสดและขนมแห้งจำนวนมากกระทั่งเต็มบาตรเลยทีเดียว ที่เนปาลไม่ต้องปฏิเสธเนื้อสัตว์เพราะไม่มีเนื้อสัตว์ให้ปฏิเสธ…