611203_รายการสำมะปี๋ซี่วิต สันติอโศก ครั้งที่ 28
อ่านทั้งหมดที่ หรือดาวโหลดเอกสารที่… https://docs.google.com/document/d/1TKNcg7HmOHXXIUzovR2a8gB9epwdEBwkESTGvM92v5o/edit?usp=sharing
พ่อครูว่า…ตอนนี้เริ่มแล้วนะรายการสำมะปี๋ซี่วิต แปลว่าทุกสิ่งทุกอย่าง ภาษากลางว่า สารพัด วันจันทร์ที่ 3 ธันวาคม 2561 ที่บวรสันติอโศก
มาอ่าน sms กันก่อน ดูคนนี้ดูจะถือสามานะ
สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน ความเข้าใจถูกกับทำอะไรถูกหมดต่างกันตรงไหน
_Panya Prachachit …ความเห็นหลังดูสำมะปี๋ซี่วิต 30 พ.ย. 61
ความคิดแบบพวกท่านนี้ดูเหมือนว่า ใครใช้แกนธรรมะของพุทธเจ้า จะต้องไม่ถูกตั้งคำถามเรื่องความดีงาม พอท่านอ้างแบบนี้ ท่านก็เปิดช่องให้พวกโจรใช้การอ้างแบบนี้ไปอ้างแล้วไม่ต้องถูกตรวจสอบได้เหมือนกัน
ท่านอ้างว่า คสช. เป็นประชาธิปไตยโดยบริสุทธิ์ มาจากการเลือกของพวกท่าน ก็แสดงว่าที่ท่านไปชุมนุมกันก็เพราะอยากให้ทหารออกมาปฏิวัติสินะครับ?
ประชาธิปไตยเขาระบุความหมายไว้ชัดเจนนะครับ ส่วนแก่นของพระพุทธเจ้าก็อีกเรื่องหนึ่ง ถ้าท่านเข้าใจว่าแก่นของพระพุทธเจ้าคือประชาธิปไตย แล้วจะใข้ได้กับทุกอย่าง ผมว่ามันมักง่ายไปหน่อยนะครับ นอกเสียจากว่าท่านจะนิยามมันเป็นอย่างอื่นอย่าเรียกว่าประชาธิปไตย เรียกว่าอย่างอื่นครับ แบบนี้คนถึงจะยอมรับได้ ไม่ใช่ว่าเอาสิ่งที่ตัวเองคิดว่าใช่แบบนี้มายัดใส่สิ่งที่คนยอมรับว่ามันเป็นอีกแบบหนึ่งแล้ว
พ่อครูว่า…อาตมาไม่มีเจตนาอยากให้ใครยอมรับเลย คุณขี้ตู่อาตมาแล้ว คุณเข้าใจอย่างทั่วไป เข้าใจว่าอาตมามีอัตตามีตัณหา เจตนาจะต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ แต่ว่าอาตมาไม่มี อาตมาบอกแล้วว่าอาตมาขยายความรู้ไปให้ถึงความจริง ที่อาตมาพูดอยู่ทุกวันนี้ อาตมาไม่ได้มีความอยากว่าจะต้องเอาอย่างที่ฉันพูด มีแต่ยืนยันว่าสิ่งที่จริงสิ่งที่รู้แสดงความเห็น ที่อาตมาเข้าใจเท่านั้น ส่วนใครจะยอมรับหรือไม่ยอมรับ ศีรษะใครศีรษะมัน อาตมาไม่เคยไปวุ่นวายสักนิดหน่อย
ยิ่งการยัดเยียดยิ่งไม่ทำ ไปทำทำไม ใครจะเอาเขาก็เอาไม่เอาก็ไม่เอา อาตมามีหน้าที่อธิบายมีหน้าที่ชี้แจงเท่านั้นเอง คุณเองจะรับหรือไม่รับก็เรื่องของคุณ
_ผมยอมรับว่าพวกท่านเก่งที่สามารสต่อต้านยีนเห็นแก่ตัวในตัวของท่านได้ พูดง่ายๆ คือฝืนธรรมชาติได้(พ่อครูว่าที่จริงเราไม่ได้ฝืนธรรมชาติ ธรรมะไม่ใช่แค่ธรรมชาติ มันเป็นสมการที่ผิดไป คือ x = xy มันไม่ถูก) ผมนับถือในตรงนี้ที่พฤติกรรมส่วนใหญ่ของท่านทั้งหลายไม่ได้ไปในทางที่ทำให้ยีนเห็นแก่ตัว แต่ๆ ๆ มันไม่ใช่ว่าท่านทำอะไรจะถูกไปหมด หรือไม่ถูกตั้งคำถาม หรือห้ามตรวจสอบ หรือคนอื่นค้องเชื่อแบบท่าน ธรรมะของพระพุทธเจ้า ก็คือวิธีหนึ่งที่ทำให้คนอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ ท่านดูมด ปลวก ผึ้ง พวกเขาเหล่านั้นพัฒนาโคโลนีในการอยู่ร่วมกันอย่างสันติมาก่อนศาสดาใดในโลก ผมกำลังอยากจะบอกท่านว่า เรามีวิธีที่หลากหลายในการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ไม่ใช่เพียงแค่ปฏิบัติตามคำสอนของพุทธเจ้า ธรรมะไม่ใช่ทุกอย่างของโลกนี้ครับ อย่ายึดถือมันมากเกินไป เปิดใจรับสิ่งดีอื่นๆ บ้างครับ
พ่อครูว่า…คำว่าท่านทำอะไรสูกหมด กับคำว่าอาตมาเข้าใจถูกหมด ทำอะไร แม้แต่อาตมาก็เคยบอกว่าทำผิดเพี้ยนไปก็มี แต่ขอยืนยันว่าอาตมาเข้าใจถูกหมด คือสัมมาทิฏฐิตามที่พุทธเจ้าสอน เพราะอาตมาเข้าใจศาสนาพุทธถูก และได้ตีทิ้งศาสนาพุทธทั้งหมดว่ามิจฉาทิฏฐิ อาตมาก็ต้องแน่ใจว่าพูดออกไป คนต้องถามคนต้องซัดอาตมาเพราะเขาต้องยึดถืออย่างนั้นมันถูก อาตมาไปค้านแย้งเขาต้องเจอแน่ ไม่ได้ประหลาดหรือแปลกอะไร หากไม่แย้งสิ อาตมาเข้าใจผิดแน่ แต่คุณยึดแล้วว่าอันนั้นถูกแล้วมาตู่ว่าอาตมาผิดไปจากที่คุณคิด
อาตมาเชื่อมั่นว่าอาตมาถูกในความเข้าใจอาตมา และอาตมาออกมาพูดก็แน่ใจว่า คนต้องตั้งคำถาม ถ้าคนเข้าใจถูกหมดแล้วอาตมาพูดสิ่งถูกก็ไม่ถูกตั้งคำถาม แต่อาตมาพูดไปนี้มีคนตั้งคำถามก็แน่นอนก็มีคนตั้งคำถาม อาตมาไม่ได้เข้าใจผิดอย่างที่คุณพูด อาตมาก็ไม่ได้ห้ามตรวจสอบ และไม่ได้บังคับให้ใครต้องมาเชื่อตามอาตมาหมด
สุดชดาว่า…โคโลนี เช่น แบคทีเรียก็สร้างมวลของมันอยู่รวมกันเป็นก้อนๆโคโลนี
พ่อครูว่า…คุณก็มีคิดของคนเข้าใจตามประสาคนแล้วมองเห็นความขัดแย้งที่อาตมาพูดไป ซึ่งอาตมาพูดตามความเห็นอาตมาก็ต้องค้านแย้งกับความเห็นของคุณ เพราะมันก็ไม่ถูกตรงกัน ต่างคนต่างมีความเห็นไปคนละทางก็แล้วกัน จบ เพราะว่าคนเราถ้าเผื่อว่ายึดถือกันแล้วเถียงกันได้ทุกอย่าง อนุสุญญาณูทุกอย่างที่เกิดขึ้นมาไม่มีอะไรเหมือนกันเท่ากันหรอก ไม่ว่าจะกี่ล้านๆอณูแน่นอนต้องมีความแตกต่างหลากหลายกันไปหมดอาตมาไม่ได้สงสัยเลยในคำพูดนี้ และอาตมาก็ว่า อาตมาต้องพูดยืนยันที่บอกว่าศาสนาของพระพุทธเจ้าเป็นศาสนาที่ทำให้เกิด Unity of diversity พูดไปในไม่กี่วันนี้
แล้ว ท่านก็เข้าใจในความหลากหลาย diversity ท่านก็จะอยู่กับสิ่งที่หลากหลายนี้และมันเป็นความงดงาม ผู้ที่สามารสอยู่กับความหลากหลายได้ อาตมาพูดนี้พูดอย่างไม่ได้เห็นแปลก แต่ชี้บ่งว่า ควรจะเป็นอะไร อาตมาเห็นว่าอย่างนี้ดีก็พูดตามความเห็นว่าอย่างนี้ถูก
คำว่าดีคำว่าถูกหรืออาตมานับถือนี้ คุณก็มีสิทธิ์จะยึดถืออันที่คุณนับถืออันที่คุณเห็นดีเห็นงามมันก็มีความหลากหลายไป ทุกคนก็มีสิทธิ์ที่จะพูดของตัวของตน และจะมาให้อาตมาพูดว่า ยึดไม่ได้ แล้วจะมาบังคับอาตมาทำไม คุณไม่ยึดถือก็ไม่ว่าแต่อาตมายึดตามความเห็นดีเห็นงาม แต่อาตมานี้ มีความละเอียดละออ ยึดเพื่อใช้อาศัย ในชีวิตตนไม่ได้ยึดมั่นถือมั่น แล้วอาตมาก็รู้ว่าในขณะที่อาตมายึดนี้ อาตมาไม่ได้รับว่าอันนี้จะตายตัว อนิจจตา ทุกขตา อนัตตาด้วย อย่างนั้นด้วยซ้ำ
คุณจะยึดถือว่าของคุณถูกเอาไปเลย ผิดก็ได้ อาตมาผิดก็ได้ คุณจะว่าอาตมาผิด
_แซมดิน..ที่เขาว่าที่ไปชุมนุมก็เขาว่าเพื่อให้ทหารออกมา
พ่อครูว่า…อาตมาหากไม่เปิดใจรับก็คงอกแตกตายแล้ว
มาย้อนทวนที่ว่า เป็นประชาชนเข้าไปชุมนุมประท้วงแบบประชาชนปฏิวัติ ไม่ใช่ทหารปฏิวัติ แล้วคุณก็มาบอกว่าอาตมาปฏิวัติเพื่อให้ทหารออกมาปฏิวัติ ทหารไม่ได้ปฏิวัติ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาไม่ได้ทำการปฏิวัติรัฐประหาร แต่ประชาชนทำรัฐประหารเสร็จแล้ว
พลเอกประยุทธ์มีตำแหน่งหน้าที่รักษาความมั่นคงของประเทศเป็นหัวหน้า ก็เข้ามารับงานจากประชาชนไปทำ ก็เป็นการสูกแล้วเขามีหน้าที่ที่จะต้องทำงานและเชื่อมโยงต่อไป พลเอกประยุทธ์ก็บริหารประเทศในขณะที่ไม่มีการเลือกตั้ง บริหารประเทศเข้าตาประชาชน จนอาตมาาตาขานรับว่าบริหารประเทศได้เป็นประชาธิปไตยดีมากกว่า นายกฯที่ผ่านมา เป็นเรื่องจริงที่ประชาชนปฏิวัติรัฐบาล พวกเราชาวประชาชนที่มีกองทัพธรรมเป็นแหล่งที่จะยืนเป็นหลักทำอาหารแจก ปักหลักเป็นปี ปฏิวัติ รัฐบาล ทักษิณ สมัคร สมชาย จนปฏิวัติยิ่งลักษณ์สำเร็จหมด
ก็มีวิธีการบริหารต่อไปจนมาถึงวันนี้ 4 ปีแล้ว ครบเทอมของการบริหาร
พระพุทธเจ้าก็รู้ประชาธิปไตย แต่ท่านพูดว่า ประชาชนมีอำนาจเหนือกว่าไม่ได้เพราะเป็นยุคสมบูรณาญาสิทธิราชย์
ที่รู้จักสภาวะกับภาษาบัญญัติเป็นธรรมะ 2 ใช้ให้ถูกเวลาถูกวาระ คนที่รู้แต่ภาษามีเยอะแต่ไม่เข้าถึงสภาวะมีเยอะมาก ยิ่งจะเป็นสภาวะขั้นปรมัตถ์ก็ยิ่งยาก ก็ใช้กันอยู่แต่บัญญัติพยัญชนะ คนที่เข้าใจได้แค่บัญญัติพยัญชนะ นึกว่าตนเองเข้าใจสภาวะ ที่จริงแล้วก็เข้าใจบ้างนิดๆหน่อย เถียงกันอยู่ทุกวันนี้ยืนยันกันอยู่ทุกวันนี้มีเยอะ
ถ้าคุณเข้าใจว่าประชาธิปไตยคือประชาชนมีอำนาจ คุณมาเรียนรู้ในหมู่ชนชาวอโศกดูบ้าง แล้วพยายามอย่าเอาอคติ อย่าเอาความยึดถือความรู้ของตัวเองมาฟัง อย่าเอาถ้วยใส่น้ำชามาเต็ม มาดูว่า ชาวอโศกเป็นนักประชาธิปไตย มีธรรมาธิปไตย สมาชิกในสังคมเป็นผู้บริหารอธิปไตยนั้น เข้าใจโลกเข้าใจอัตตาจัดสัดส่วนโลกและอัตตาสมดุล จึงอยู่กันอย่างสบาย ชาวอโศกไม่ได้มีแค่ความคิดนึกตรรกะ ไม่ได้มีแต่ทิฐิความรู้ความเห็น แต่ได้ทั้งกระทำความรู้ความเห็นการพูดประพฤติจริงจนสำเร็จผลจริง เป็นสังคมมนุษยชาติจริง เป็นสังคมจริงอยู่ท่ามกลางประเทศไทย ประชาชนชาวอโศกทำได้อย่างสุดยอดเป็นขั้นเป็นสังคมสาธารณโภคี ประชาชนในกลุ่มนี้เห็นแก่ส่วนกลาง ทำงานเสียภาษี 100% ประชาธิปไตยในโลกนี้ทำไม่ได้ แต่ประชาชนอโศกทำได้ พอได้ศึกษาธรรมะจนความเห็นแก่ตัวอย่างแรงกล้านั้นหมดไปแล้ว มีความเห็นแก่กลุ่มหมู่ อย่างที่เห็นว่ากลุ่มหมู่นี้สามารสพึ่งแก่พึ่งเจ็บพึ่งตายกันได้ มีเศรษฐกิจร่วมกันได้รัฐกิจร่วมกันได้อย่างดี จึงสมัครใจอยู่กับสังคมนี้กลุ่มนี้ ตามวัฒนธรรมของสังคม ตามหลักเกณฑ์ทางสังคม อย่างนี้เป็นต้น มันเป็นผลสำเร็จของมนุษยชาติ นักรัฐศาสตร์คนเจริญอย่างยิ่งมันหาตัวอย่างนี้ไม่ได้ในโลกทั้งโลกนี้ไม่มี มันมีอยู่ที่นี่ในประเทศไทยไม่ใช่น้อยนะกลุ่มชนชาวอโศก มีในภาคกลางภาคเหนือภาคอีสานมีหมด เป็นสาธารณโภคีบริหารกันอยู่อย่างนี้ ทุกอย่างเข้าส่วนกลาง เศรษฐกิจที่สูงที่สุดที่ดีที่สุดคือเศรษฐศาสตร์แบบคนจนตามในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้ตรัสไว้แบบคนจนขาดทุนของเราคือกำไรของเรา นี่เป็นนักประชาธิปไตยเบอร์ 1 ของโลกคือในหลวงรัชกาลที่ 9 มีพระปัญญาธิคุณสูงสุด ทำความเข้าใจให้ดี เราไม่ก้าวหน้าอย่างที่เขาทำกัน เราก็รวยพอสมควรไม่ต้องรวยอย่างเขาไม่ต้องอยากก้าวหน้าอย่างเขา เอาแต่แบบคนจน ซึ่งมันเป็นภาวะโลกุตระเข้าใจได้ยาก มาอยู่อย่างชาวอโศก จนอย่างมีปัญญา มีจิตใจที่เพียงพอสันโดษมักน้อย อัปปิจฉะ แม้ที่สุด ชาวอโศกไม่สะสมสมบัติส่วนตัว โดยเฉพาะเงินทอง
อาตมาเห็นความเห็นของคุณไม่เอากับอาตมาเลย ยังดีมีโต้ตอบกับอาตมาให้เห็นก็ขอบคุณอย่างยิ่ง คนตีทิ้งก็แล้วไปแต่คุณนี่ไม่ตีทิ้งมาว่ากันเลย มีอะไรก็มาอีกได้
SMS วันที่ 30 พ.ย. 2561
_8788 หลวงปู่ครับ กระผม ถ้าอยากได้ “ไอโฟน” อยู่ จะเป็นอรหันต์ ได้ไหมครับ
พ่อครูว่า…ยังเป็นไม่ได้หรอก
_นักเรียนสัมมาสิกขาสันติอโศก หลวงปู่คะ หนูสงสัยมากเลยค่ะ คนที่เขาลงสมัครพรรคการเมืองกันเขามีเป้าหมายเพื่ออะไร แล้วเขาในนั้นจะมีคนที่ต้องการพัฒนาประเทศหรือต้องการพัฒนากิเลสกันแน่คะ
พ่อครูว่า…ต้องการพัฒนากิเลสเขา เขาอ้างว่าจะมาพัฒนาประเทศแต่น้อยคนที่จะทำสำเร็จผลจริง เชื่อไหมว่าชาวอโศกต่างพากันมาพัฒนาประเทศ… (ตอบ)เชื่อ… นี่เป็นความจริงใจ แล้วชาวอโศก สำหรับปัญหาตนเอง สบายแล้ว อย่างอาตมาสมณะ แม้แต่ฆราวาส มีปัญหาที่จะดำเนินชีวิตตนเองด้วยอาชีพด้วยกัมมันตะด้วยวาจาด้วยสังกัปปะ …ไม่มี เขาพ้น มิจฉาสังกัปปะ มิจฉาวาจา มิจฉากัมมันตะ มิจฉาอาชีวะแล้ว ชาวอโศก แล้วแต่ใครที่ยังมีกิเลสส่วนตัวบ้างก็ทำออก ทำของใครของมัน คนใกล้หมดแล้วก็อยู่กันตามสบาย เข้าเกณฑ์อรหันต์ก็สบายก่อนเพื่อน เป็นอรหัตตมรรคก็ว่ากันต่อ อนาคามี สกิทาคามี โสดาบันก็ไปตามลำดับเป็นความจริงที่ชาวอโศกคืออาริยะ 4 เหล่า อาตมานำความจริงมาปฏิบัติให้ชาวอโศกเป็นอาริยะได้จริงๆจากสัมมาทิฏฐิด้วยจริง ที่ทำกันมานั้นเป็นอรหันต์เก๊อรหันต์เก่า มุขกันมา ชาวอโศกมีอรหันต์จริง เชิญมาตรวจสอบ ก่อนจะมาตรวจสอบต้องมีภูมิพอนะ ภูมิไม่พอมาตรวจสอบแล้วก็ตรวจสอบไม่ถูก ที่สำคัญคุณต้องมีภูมิสูงกว่านะจึงจะมาตรวจสอบ หากมีภูมิไม่สูงกว่าจะไปตรวจสอบได้อย่างไร
ที่สำคัญการทำงานการเมืองในสังคมเขาทำทุกวันนี้พัฒนากิเลส ต้องการลาภยศสรรเสริญโลกียสุขเป็นหลักโดยอ้างอิงว่าจะมาช่วยเหลือประเทศ แต่เนื้อแท้หลัก พยายามสร้างฐานะโลกธรรม
_ไพร จริยา-“การเลือกตั้งที่กำลังจะมา เป็นสิริมหามายาใช่หรือไม่”
พ่อครูว่า..ห่างไกลมาก เป็นมายาเป้งเลยไม่ได้สิริ ไม่ได้ใหญ่เลยติดลบ ไม่ได้มีสิริเลย สิรินี่คนดี
อาตมาเห็นว่า ในสังคมที่ยังไม่พัฒนาการเลือกตั้งเป็นการเห็นแก่ได้เห็นแก่ตัวอย่างหนักหนาสาหัส เลือกตั้งกันไปให้ตาย มันเล่นลิเกละครขี้โกงกันตลอด ในเมืองไทยอาตมาว่านายกตู่ บริหารประเทศในขนาดนี้ใช้ได้ น่าจะได้บริหารกันไปต่อพอสมควร อย่างน้อยสักสองสมัย พล.อ.เปรม 2 สมัย ทำสัก 2 สมัยดูสิ ว่าจะเข้าตาขนาดไหน อย่างพล.อ.เปรมถือว่ายึดอำนาจ แต่ไม่ได้ยึดอำนาจอย่างพล.อ.ประยุทธ์ แต่ก็บริหารไป
พลเอกประยุทธ์เอาเรื่องการกระทำมากกว่าเรื่องพูด มันก็เลยเงียบ เป็นการยึดอำนาจไหม พลเอกเปรมท่านก็เป็นคนที่ไม่พูดมาก ใครจะพูดอย่างไรท่านก็นิ่ง ท่านก็ปล่อยให้ตบมือข้างเดียวไป เรื่องก็เลยไม่ค่อยมาก ต่างกับบุคลิกของพลเอกประยุทธ์ พูดมาท่านก็ตอบโต้ มันก็เลยคนละเรื่อง คนละอย่างกัน ก็เลยเป็นอย่างนี้แหละท่านผู้ชม มันก็ไม่เสียหายอะไรหรอกอย่างนี้รู้เรื่องดีไม่อึมครึม แต่พลเอกเปรมก็มีความรู้อย่างท่านบริหารไปได้ดี ที่ผ่านมา
พลเอกประยุทธ์ทำแล้วจะสำเร็จไปในตัว พลเอกเปรมนั้นแม้จะดีแต่เมื่อเปลี่ยนจากพลเอกเปรมมันก็ไม่อยู่แล้ว มันไม่นิ่ง มันไม่สำเร็จ มันได้ชั่วคราว เหมือนพวกนั่งสมาธิหลับตาสะกดจิตได้ชั่วคราว พอออกมามันก็กลับคืนเหมือนเดิม แต่อย่างพลเอกประยุทธ์เหมือนอย่างวิปัสสนา สามารสแจกแจงว่าอย่างไรผิดก็จัดการอะไรสูกทำต่อไปอะไรผิดให้เลิก เลิกอย่างถาวรด้วย เข้าหลักของพุทธศาสนาเข้าหลักของพระพุทธเจ้า
สิริมหามายาเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ที่สุด เป็นเรื่องของความจริงกับความไม่จริงที่เร็ว มุทุภูตธาตุ กลับไปกลับมาแต่สิริเป็นเรื่องดีเป็นเรื่องไม่ผิดเลยเป็นเรื่องอจินไตยที่เข้าใจได้ยากอาตมาก็ยังไม่แกร่งพอที่จะอธิบาย ในบัดนี้
_เต็มตะวัน …ทำไมพวกที่ขายชีวิต พวกที่เปิดเขียง ทำไมเขาถึงรวยเอารวยเอา ทั้งๆที่ทำให้ชีวิตอื่นเจอแต่ความเจ็บปวดทรมาน ผมอยากได้คำตอบที่ฟังแล้วหลุดพ้นคำถามพวกนี้ ที่ผ่านมาคำตอบคือเป็นเรื่องของกรรมทั้งนั้นคือพวกนี้รวยแต่มีกรรมไปชดใช้ชาติต่อไปแค่นั้นเอง
พ่อครูว่า…ยกตัวอย่างให้ชัดอย่างพวกที่ขายชีวิตให้ทักษิณก็เช่นกัน พวกที่รวมอำนาจได้อย่างสูงสุดอย่างทักษิณมันก็โกงได้ก็รวยสิ ใช้สภาพซ่อนเร้นบริหารต่างๆนานา หรือโกงอย่างดื้อๆก็มี
พวกที่เขาทำไม่ถูกต้องเขาจะรวยเท่าไหร่ไป มันก็ไม่ใช่เรื่องดี คนที่คิดด้วยคือคนที่โง่แล้ว อาตมาพูดด้วยความจริง คุณว่าเจ้าชายสิทธัตถะท่านเลือกเอาความรวยหรือความจน ท่านก็เลือกเอาความจน ท่านมีสมบัติพัสถานอำนาจปัจจัยท่านก็ไม่เอาแล้วทิ้งมาเป็นคนจน ดำเนินพระบาทเปล่า ทรัพย์สินเงินทองทุกอย่างท่านทิ้งหมด มีจีวรบริขารกาย 3 ผืนมีบาตรบริขารท้อง บริขารพอสมควรเท่านั้นเอง
เพราะฉะนั้นเรื่องคนยิ่งใหญ่คนที่มีภูมิปัญญาอย่างชาวอโศกก็เลือกความเป็นคนจน นี่เป็นคนยิ่งใหญ่เป็นคนมีปัญญา คนไปเลือกความรวยนั้นเป็นคนโง่ พูดตรงๆอย่างนี้อาตมาไม่ชอบพูดโค้ง เข้าใจได้ยาก อันนี้เข้าใจได้ง่าย และอาตมามั่นใจว่าไม่ได้พูดผิด เหน็ดเหนื่อยจะตายชักแล้วจะไปเอาด้วย มาเอาความจนนี้ง่ายจะตายชัก
คนที่มันมาไม่ได้มันจะตายชักเหมือนกัน มาจน แต่คนที่จะมาจนได้โดยที่มันไม่ยากและมันก็ไม่ชักหรอกมันสบาย สบม. คนจะไปรวยนี้จะตายชักทั้งขึ้นทั้งล่อง ต่อให้เก่งหรือไม่เก่งก็ตาม ชีวิตก็มาง่ายๆสิไม่ใช่มักง่าย
หากไม่มีสังคมชาวอโศกคุณก็ไม่มีที่ไปที่มีพฤติกรรมสังคมมีความดำเนินเป็นอยู่ไปอย่างนี้ด้วย ยินดีต้อนรับนะถ้ามา แต่ต้องอยู่ในหลักเกณฑ์พื้นฐานขั้นต่ำ ไม่มีอะไรมากก็มีศีล 5 ไม่กินเนื้อสัตว์กินมังสวิรัติไม่มีอบายมุข มีเงื่อนไขเบื้องต้นขั้นต่ำ คุณก็มาอยู่ได้
หากคุณไม่ละเมิดแค่พื้นฐานเงื่อนไขพื้นฐานนี้ซะ คุณก็อยู่ได้ไปตลอด ตายเสร็จก็ไปเผาให้ฟรี ไม่ต้องเดือดร้อนว่าใครจะมาเผาหรือฝัง ทุกคนมีเกียรติเท่ากัน งานศพชาวอโศกเหมือนกัน คนใหญ่คนเล็กคนโต สมณะก็พอกัน หามขึ้นกองฟอนแล้วเผา ดอกไม้ประดับเท่ากัน ดีไม่ดีฆราวาสบางคนจะมากกว่าสมณะด้วย
_ปุญญา ธัมมา….รักโดยไม่มีเงื่อนไข อยู่ในรัก มิติที่เท่าไรคะ
พ่อครูว่า…อาตมาคิดไม่ถึงไม่ได้จัดในมิติเท่าไหร่ รักไม่มีเงื่อนไขนี้โง่ไม่มีเงื่อนไข เลยไม่ได้จัดในมิติไหน อาตมาไม่เอาน่ะมันโง่หนักเกินไป แก้ไขคงยาก เพราะมันเจอปั๊บรักปุ๊บหากไปเจอโจรใหญ่รักแรกพบก็คงจะซวยตายเลย
SMS วันที่ 1-2 ธันวาคม 2561
_6242ได้ไปชมโขนตอน..พิเภกสวามิภักดิ์..ที่กำลังแสดงในขณะนี้..ในเนื้อเรื่องกล่าวถึงเหตุที่พิเภกถูกลงโทษถึงกับถูกขับออกจากกรุงลงกา ด้วยเพราะไปทำนายฝันให้ทศกัณฐ์แบบไม่ถูกใจโจ๋!! ในฝันของทศกัณฐ์มีกล่าวถึงนกแร้งดำและนกแร้งขาว ซึ่งหมายถึงทศกัณฐ์ และพระรามนั่นเอง ขอกราบรำลึกถึงพญาแร้ง..ที่เป็นสัญลักษณ์แห่งคุณธรรมและความดีมาในโอกาสนี้เจ้าค่ะ
_3867พ่อครูบอกพวกเราญตธ.อโศก!ผู้ปฏิบัติธ.ทุกบวรอโศก!ลูกหลานสัมมาฯ!มวลเสริม กองทัพธรรม!ว่าท่านจะอยู่กับพวกเราถึง150ปี!พ่อครูคงไม่ลืมคำสัญญานี้!พ่อครูสู้ๆ!
_จากฟรุ้งฟริ้ง จากการติดตามฟังธรรมะพ่อครู ทำให้เข้าใจว่า สำหรับผู้ที่อยู่กับหมู่แล้ว ธรรมะ2 ของผู้ที่กำลังปฏิบัติ หรือกำลังเดินมรรคนั้น คือ วรรณะ๙ กับ สาราณียธรรม๖ ส่วนธรรมะ๒ ของผลที่เกิดขึ้น หรือที่ได้รับก็คือ พุทธพจน์๗ กับสาราณียธรรม๖
๒. มโนมยอัตตาคือกิเลสในขั้นของรูปภพที่เรียกว่า รูปตัณหา สำหรับผู้ปฏิบัติสัมมาทิฐิ ส่วนมิจฉาทิฐิ หมายถึง รูป หรือ เสียงเป็นต้น ที่ปั้นขึ้น แล้วผู้ปั้นได้สัมผัสสิ่งนั้นๆด้วยตนเอง โดยผู้อื่นไม่รู้ไม่เห็นด้วย
๓. สมยะ คือปัจจุบันคือขณะใด ก็ขณะนั้น กาละคือตลอดเวลา (ทุกปัจจุบันทุกขณะ) เพราะฉนั้นในสมัยโดยสมัย ในกาละโดยกาละ ก็คือ ทุกลมหายใจเข้าออก
ใช่หรือไม่
พ่อครูว่า…คุณฟังธรรมะพอเข้าใจใช้ได้ อะไรก็เริ่มกันที่ธรรมะ 2 คือ เทวฺ นี่แหละที่เป็นความยิ่งใหญ่ที่สุดในมนุษยชาติ ใครที่ไม่สามารสตีธรรมะ 2 นี้ให้แตกได้ แยกธรรมะ 2 แล้วก็ทำความเข้าใจว่า อะไรคือสิ่งที่เป็นของแท้อะไรเป็นสิ่งไม่แท้ อะไรเป็นสิ่งที่คนอะไรเป็นสิ่งที่ไม่ควร แล้วก็ต้องเลือกเอาสิ่งที่ควร สิ่งที่ไม่ควร ถ้ามันติดยึดอยู่ก็ต้องทำออกๆ ธรรมะรวมทั้งหมดเลยมีแค่นี้ ทีนี้น่าสงสาร คนที่จมอยู่ในเทว จมอยู่ในความเป็น 2 ตีไม่แตก undistinguish ไม่สามารสตีแตกแยกแยะนี้ได้ คือพวกเทวนิยม
ชาวพุทธก็ตีธรรมะ 2 ไม่แตก มีชาวอโศกตีธรรมะ 2 แตก แล้วเรียนรู้เวทนาในเวทนา ธรรมทั้งสองเหล่านี้ รวมเป็นอันเดียวกันกับเวทนา โดยส่วนสอง (เทฺว ธมฺมา ทฺวเยน เวทนาย เอกสโมสรณา ภวนฺติ ฯ ) ล.10 ข.60
_ฟ้าแล…ตอนนี้มีมนุษย์แม่ ผู้ปกครองมาเยี่ยมลูกก็เยอะ ตอนนี้ก็อยากให้ลูกหลานเล่า ประสบการณ์ชีวิตที่มาเรียนในสัมมาสิกขา แม่ก็เล่าก่อนว่า…ส่งลูกมาเรียนที่นี่ ก็เสียน้ำตาเยอะ เห็นลูกทำงานเยอะ ก็สงสาร เวลาแต่ละคนนี่อยากเอาลูกตนเองออกก็ให้กำลังใจกันว่า ลูกเราเข้มแข็งขึ้นเก่งขึ้น ถ้าเราเลี้ยงเองไม่เป็นอย่างนี้หรอก ลูกจะรอเราทำให้หมด แต่เมื่อลูกมาที่นี่ลูกแข็งแรงทำงานหนักเป็นคนมีความรับผิดชอบขึ้น ตอนนี้ก็อยากจะฟังหลานๆว่า พ่อแม่ส่งมาเรียนที่นี่แล้วเด็กๆมีการพัฒนาอย่างไรบ้าง
พ่อครูว่า..แม่ทั้งหลายเป็นจิตใจสปอยล์ลูก ทำให้ลูกเสื่อม มาที่นี่ก็ทำให้ลูกพัฒนา
_หนูอยู่มาครบสองปี ก็เรียนรู้ มีศีลมีคุณธรรมมากขึ้นมีความอบอุ่นในการเป็นอยู่ ที่อโศกของเราดีที่สุด การอยู่ในสัมมาสิกขาสันติอโศกหรือบวรไหนก็ตาม มันเป็นสิ่งที่อบอุ่น เวลาเรามีปัญหาหรือว่าต้องเจอสิ่งอะไรที่มีทั้งความสุขและความทุกข์ คนใดคนหนึ่งเสียสละไป เราก็ไม่ปล่อยกัน ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง การศึกษาของโรงเรียนเรา มีทั้งคุรุและรุ่นพี่ เพื่อนและรุ่นน้อง พี่น้องในชุมชนเป็นการศึกษาที่พึ่งพากันได้จริง ขอบพระคุณหลวงปู่
พ่อครูว่า…เด็กพูดมาด้วยความจริงใจของเขาเอง ก็มีเจตนาเช่นนี้แหละ คนที่เข้ามาแรกๆก็จะไม่รู้ว่าที่นี่คืออะไรก็เหมือนกับโลกๆที่มอมเมากัน เมื่อเข้ามาแล้วก็จะได้สัมผัส เด็กที่มีปัญญามีความเฉลียวฉลาดที่ดีเมื่อเข้ามาแล้วก็จะรู้ว่าที่จริงที่นี่ดี นอกจากว่าเด็กบางคน เข้าใจเหมือนกันว่าที่นี่จะทำให้คนดีแต่กิเลสเขามาก เขาทนไม่ไหว เขาก็ต้องออก ทั้งๆที่เขาก็ต้องร้องไห้นะ หลายคนอยู่ไม่ได้ทนไม่ได้ กิเลสของเขามีสูง แต่ลึกๆแล้วเขารู้ดี ส่วนคนที่โง่อวิชชาจริงๆเข้ามาที่นี่แล้วไม่เอาเขาจะไปชั่ว อันนั้นก็จะมีเหมือนกัน เด็กที่ไม่โง่เง่านะ มีปฏิภาณปัญญาพอสมควรมาอยู่ที่นี่แล้วจะเข้าใจอย่างนี้ เพราะฉะนั้นที่นี่จึงมีคนอยู่ แต่ละปีแต่ละปีตั้งมา สามสิบกว่าปีแล้ว ทำได้อยู่ตลอดเวลาเลย มีคนไปคนมาเรียนตลอด
_ดูแล (แลเลื่อนฟ้า) … ได้อยู่ในโรงเรียนสัมมาสิกขา ก็ต่างจากสมุนพระรัก ได้ฝึกการทำเกษตรและฝึกศีลเคร่งมากขึ้นใช้ชีวิตกับเพื่อนๆมากขึ้น เจอกับคนที่นิสัยไม่เหมือนกัน เจอผัสสะแต่ละวันก็ไม่เหมือนกัน เวลาไม่ถูกใจก็ต้องปรับจิตปรับใจให้ได้ไม่งั้นเราก็อยู่ไม่รอด ก็ต้องทำใจค่ะ
พ่อครูว่า…ต้องเข้าใจว่าเขาคือเขาเราคือเรา เข้าใจอย่างนี้จะเหมือนกับนักปราชญ์จีน เข้าใจเขาเข้าใจเรา ซุนวู รู้เขารู้เราก็จบสบาย
_ชีวิตตั้งแต่เข้ามาอยู่ในสัมมาสิกขาจนถึงบัดนี้ก็ครบ 2 ปีแล้วค่ะ ตอนเข้ามาแรกๆ การงานก็ไม่ค่อยเด่น ศีลก็ไม่ค่อยดี แต่เมื่ออยู่ไปนานๆก็ปรับตัวเข้ากับเพื่อนได้ดีขึ้นการงานก็ดีขึ้นการเรียนก็ดีขึ้นศีลก็ดีขึ้น เข้ามาอยู่ในนี้ก็มีความสุข บางทีก็มีอุปสรรคเข้ามาแต่ก็ยังยิ้มได้
พ่อครูว่า…อุปสรรคทำให้เราแข็งแรงทำให้เราเจริญ คนไม่มีอุปสรรคไม่เจริญหรอกไม่แข็งแรง จำไว้เลย มันจะมากเกินไปจนเราสู้ไม่ไหวก็หลบหน่อย แต่ถ้าเผื่อว่าเราสู้ได้ก็สู้เลย อุปสรรคนี้ทำให้เราแข็งแรงทำให้เราก้าวหน้า
สส.ส.กิมฮง_ตั้งแต่เข้ามาในชาวอโศก เมื่อก่อนผมเคยบวชเป็นเณรสามปี ฝึกแต่นั่งสมาธิหลับตามาตลอด ก็ไม่ได้รู้เรื่องมีบุญได้เข้ามาอยู่ในชาวอโศกก็เริ่มเข้าใจ รู้ว่าความรักมันเป็นทุกข์ เมื่อมาที่นี่ก็รู้ว่าความรักเหมือนกับสวนดอกไม้ที่ต้องรดด้วยน้ำตา ได้เข้าใจธรรมะที่เราไม่เคยได้ยินจากภายนอกก็มาได้ยินที่ชาวอโศก ก็กราบขอบพระคุณหลวงปู่ที่ก่อตั้งสันติอโศกทำให้ผมได้เข้ามาเรียนที่นี่ครับผม
พ่อครูว่า…ดีมาก มีคนเห็นประโยชน์คุณค่าก็ดีแล้วอาตมาดีใจ๊ดีใจ
_พลังเพ็ญ คำด้วง…เมื่อก่อนอยู่ข้างนอกเขาก็จะสอนให้รวยแต่พอเรามาอยู่ในชาวอโศก พ่อครูสอนให้เป็นคนจน ได้อ่านหนังสือคนจนที่มีแบบ ได้ประทับใจความจนมากขึ้น ที่พ่อครูบอกว่า เป็นคนจนต้องมีวรรณะ 9 ทำให้เราเข้าใจชัดมากขึ้น การเป็นคนจนที่ประเสริฐต้องมีวรรณะ 9 ดิฉันตั้งใจจะเป็นคนจนที่ประเสริฐตลอดไป
อยากถามว่า คำว่าปัญญาคำว่าเฉโกก็เข้าใจแต่คำว่า อัญญะที่พ่อครูบอกว่า คำว่าอัญญะคือ ความรู้ชนิดใหม่
พ่อครูว่า…พระอรหันต์คือคนที่มีวรรณะ 9 สูงสุด พระอนาคามีก็มีลดลงมา สกิทาคามีก็เจริญขึ้นมาก็มีบกพร่องบ้าง โสดาบันก็เริ่มมีวรรณะ 9
อัญญะคือ เร่ิมต้นเป็นธาตุรู้ของจิตวิญญาณอีกตัวหนึ่งเกิดขึ้นมา นอกกรอบของธาตุรู้เก่า ที่เรียกว่าความเจริญเก่าทั้งหมดมันเป็นโลกีย์ เมื่อมีธาตุรู้ตัวใหม่ขึ้นมา เป็นตัวอื่นที่ไม่ใช่ธาตุรู้ในร้อยเปอร์เซ็นต์เต็มในโลกียะ
อัญญะเป็นธาตุรู้ตัวที่ต่างจากโลกียะขึ้นมา พอธาตุรู้นี้จับตัวกันมาเป็นธรรมะสองเป็นพหูพจน์ เป็นอัญญาก็เลยกลายเป็นธาตุรู้ เป็นความรู้ เป็นธาตุทางเกิดความเข้าใจ ความเชื่อถือใหม่ความเห็นใหม่ต่างจากอันเก่าที่เป็นโลกียะ แต่ก่อนเราเข้าใจว่าความจนมันอย่างนี้ ตอนนี้ถ้าเราไม่ต้องไปแย่งกันโดยเรามาจนนี้ดีกว่าอย่างนี้เป็นต้น มันต่างกันแล้วมันทวนกระแสกันแล้วแต่ก่อนไม่เคยเห็นอย่างนี้ตั้งหน้าตั้งนานจะรวยไม่มีที่สิ้นสุด
_อ.๑ เคยถามพ่อท่านว่าเจโตวิมุติกับปัญญาวิมุติ พ่อท่านบอกว่า เจโตวิมุติจะตกร่วงได้มากกว่า แล้วต้องทำปัญญาวิมุติขนาดไหน
พ่อครูว่า..เป็นวิมุติ คือผ่าน ศีล สมาธิ ปัญญาและเป็นวิมุตเข้าขั้นที่ 4
อย่างน้อยทำถึงนิยตะ เช่น ในพระโสดาบันจะมีภูมิธรรมระดับ
โสตาปันนะ อวินิปาตธรรม นิยต สัมโพธิปรายนะ
ความรู้ที่เข้ากรอบความเจริญของทิศทางโลกุตระ แล้วไม่มีอวินิปาตธรรม ไม่เปลี่ยนแปลง จะมีความชัดเจนเห็นจริง มันจะมั่นคง แต่มันกำลังพัฒนาความมั่นคง เพราะฉะนั้น มาหาอวินิปาตธรรมคือจะไม่ตกต่ำ หากตกต่ำก็ไม่เข้ากระแสที่จิต หากตกต่ำก็ไม่ใช่พระโสดาบัน ข้อที่ 2 นี้มันมีเงื่อนไขว่าจะตกต่ำไหม ถ้าหากตกต่ำคุณถอยหลังไปมันก็ไม่ใช่ นอกจากจะไม่ตกต่ำแล้ว นิยตะ คือเที่ยงแท้ มั่นคงขึ้น สัมโพธิปรายนะคือไปสู่ที่สูงที่สุดได้
นี่คือความหมายของสภาวะที่แต่ละคนจะได้ ตามที่จะใช้พยัญชนะภาษาบอก และสภาวะของเราเป็นอย่างนี้ไหม ถ้าเข้ากระแสแล้วเราก็เห็นจริงเลยว่า เราจะไม่แปรเปลี่ยนแล้วมันชัดเจน เพราะมันมี อัญญา มันมี ความรู้อันอื่นอันใหม่จากโลกีย์แล้วเราก็ชัดเจนว่ามาอยู่โลกใหม่นี้ดีกว่า ถ้าคนโลกียะจะไม่เกิดความรู้อย่างนี้เขาจะอยู่โลกเรานี้ดี
_อยากรู้ว่าปัญญาวิมุตินี้ มีตัวรู้มีสัมมาทิฏฐิ ต้องมีทั้งปัญญาและเจโตด้วยกันใช่ไหม อ.1 เคยบอกว่าเจโตวิมุตินี้ทำไปโดยไม่มีตัวรู้
พ่อครูว่า…มันมีตัวรู้สัมมาทิฏฐิแล้ว คำว่าเฉลียวฉลาดนี้รอบรู้ความเป็นโลกความเป็นธรรม ความเป็นภายนอกความเป็นภายใน และจริงๆ มันถึงขั้นมีความรู้โลกียะหรือโลกุตระ คนที่เกิดความเฉลียวฉลาดจริงๆว่าโลกุตระคือดีกว่าก็จะไม่ถอย เพราะเข้ากระแสแล้วจะไปถอยทำไม (แสดงว่าต้องได้ทั้งเจโตและปัญญา)ใช่ คำว่าศรัทธาหรือเจโตก็ไม่ได้หมายเอาปัญญา เจโตคือยังไม่มีความฉลาด ต้องมา เรียนรู้ถึงปัญญา
เจโตคือธาตุรู้ยังไม่พัฒนาสู่ปัญญาโลกุตระ ปัญญานี้เป็นคำของศาสนาพุทธเท่านั้น ศาสนาอื่นไม่มีปัญญามีแต่เฉโก ศาสนาอื่นมีแต่ดีชั่ว วน ออกมาไม่ได้ ศาสนาพุทธเหนือดีเหนือชั่ว ไม่มีสวรรค์ไม่มีนรก ลดสวรรค์ลดนรก จนหมด นั้นคือผู้มีปัญญาเต็ม
ศาสนาพุทธหมดสวรรค์หมดนรก เทวนิยม แม้ที่สุด พระเจ้าคือเจ้าของสวรรค์ คนตายแล้วต้องไปอยู่กับพระเจ้านิรันดร
_สายปัญญาจะฟุ้ง วิมุติสายปัญญาจะไม่แน่นเท่าเจโต
พ่อครูว่า ..ใช่ เพราะ มันรู้มากก็เลยจะวนเวียนสับสนปนเปกันเยอะมาก ใครจัดระบบตัวเองก็พอได้ ใครที่จัดไม่ได้ก็จะเหมือนคนบ้าเลยเพราะมันรู้มาก
_ทองแก้ว…วันก่อนได้สนทนากับสู่แดนธรรม…เวลาดิฉันตัดงาน แล้วก็ตัดรอบไปออกกำลังกายก็ไม่ได้อาลัยอาวรณ์กับงานตรงนั้นเลย เดี๋ยวเราก็มาทำต่อ อันนี้เป็นสัมประสิทธิ์หรือไม่
พ่อครูว่า…ก็ใช่ คุณไม่กลัวว่าใครจะมาตักอาหารอร่อยๆไป
_บอกว่า อุเบกขินทรีย์คือสัมประสิทธิ์ใช่หรือไม่
พ่อครูว่า…อุเบกขินทรีย์ ในศาสนาพุทธเป็นสัมประสิทธิ์ที่สุดยอด พระมีฐาน อัปปนา พยัปปนา เจตโสอภินิโรปนา มีฐานที่ตั้งและมีคู่ของ Dynamic Static ที่มีตัวแปรมีอัตราการก้าวหน้า แล้วตัวเราเป็นเจ้าของพลังงานนี้ เราก็เจริญขึ้น มีเงื่อนไขของสัมประสิทธิ์ที่เราจะต้องทำให้เจริญก้าวหน้าแค่ขั้น + ยังไม่นับว่าเป็นสัมประสิทธิ์ ต้องเป็นระดับคูณขึ้นไปเท่านั้น ถ้าไปเอาแค่ + มันจะถอยหลังได้ แต่ถ้าขั้นคูณขึ้นไปมันถอยหลังยาก มันก็มีสิทธิ์จะไปถึงขั้นยกกำลังก้าวหน้าไปต่อ แต่ถ้าเอาแค่บวก มันก็จะถอยหลังได้ 2×2=4 แต่อันนี้ก็ 3×3 4×4 ก็ยกกำลังเลย
_อุเบกขาพัฒนากำลังเป็นอุเบกขินทรีย์พัฒนาไปเรื่อยๆ
พ่อครูว่า..อุเบกขามีคุณสมบัติ 5 ปริสุทธา ปริโยทาตา มุทุ กัมมัญญา ปภัสสรา อุเบกขาของพระอรหันต์จึงมีความเจริญก้าวหน้าไม่รู้จบเลย ใครทำให้กิเลสหมดเป็นตัวตัวก็ทำ ให้บริสุทธิ์เพิ่มขึ้นปริสุทธา ส่วนมุทุภูเต คือตัวกลางที่จะมีฐานที่ตั้งแห่งความบริสุทธิ์และมีฐานแห่งความเจริญฉลาดเรียกว่าปัญญา มุทุเป็นธรรมะ2 เป็นทั้งเจโตและปัญญา รวมอยู่ในนี้เป็นธรรมะ 2 ก็ยิ่งดีข้นเจริญขึ้นปัญญาทะเลฉลาดหลักแหลมมากยิ่งขึ้น เจโตก็กลางวันแข็งแรงเป็นฐานที่มากขึ้น กัมมัญญา ทำกรรมการงานอะไรก็มีแต่ความเจริญก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น ทำไปมากขึ้นเท่าไหร่ก็ปริโยทาตา
_มะระขี้นก…ดิฉันติดหลายอย่าง อยากจะล้างมัน แต่มันยังตัดไม่ได้มีเยื่อใย ติดเครื่องประดับ อยากจะขายเขาไป แต่ยังตัดใจขายไปไม่ได้ ถวายพ่อท่านแล้วเดี๋ยวก็ไปซื้อใหม่อีก เป็นมาตั้ง 40 กว่าปีก็ยังทำได้บ้างเล็กๆน้อยๆ ตายไปก็กลัวน้องๆจะไปขายถูก
พ่อครูว่า…ภาษา พระพุทธเจ้าตอนจบที่ว่ามันไม่เที่ยงมันเป็นเหตุแห่งทุกข์มันไม่ใช่ตัวตน ไปติดมันก็ทุกข์ไปอีกหลายชาติ ทิ้งเดี๋ยวนี้ก็หายทุกข์เดี๋ยวนี้ ต้องพิจารณาว่าจะต้องไปติดยึดมันทำไมมันเป็นเราเป็นของเรา ไปอีกนานเท่าไหร่ ปล่อยไปเถอะ สังคมสาธารณโภคีไม่มีอะไรเป็นของตัวเองเลย
เครื่องประดับนี้มันหนักกว่าเงินเพราะมันจะยิ่งชั้นสูงมากขึ้นเรื่อยๆจะยิ่งแพงมากขึ้นด้วยเรื่อย มันหนักกว่าแบงค์ คนรักมันจนตายก็ไม่มีทางแก้ไขได้เสร็จ ยึดมั่นถือมั่น ก็รู้ตัวเองหมดทุกอย่างแล้วจะให้ทำอย่างไร
ถามลึกไปมากกว่านั้น คุณสะสมไปนี่ตายแล้วจะทำอย่างไร ไม่ต้องเป็นห่วงเขาหรอกไม่ต้องสงสารเขาหรอก ไม่ต้องเป็นห่วงเขามากหรอก
_แซมดิน …ก็ผมไม่ได้มองไปถึงอากาสาฯวิญญานัญจาฯ ผมมองว่า..อะไรที่เป็นโจทย์ของผมในปัจจุบันก็ทำขณะนี้ เหมือนกับเราลงหน่วยกิตวิชานี้ค่อยไปทำวิชาอื่น สมณะว่าผมสายเจโตคิดได้แค่นี้
พ่อครูว่า…จะดีมาก แล้วมีพลังงานรวมที่เยอะด้วย ถ้าหากว่าอันนี้ก็จะทำอันนั้นก็จะทำพลังมันไม่รวม อาตมาว่าสนับสนุนไม่อย่างนั้นพลังงานรวมมันไม่เต็ม ไปนึกถึงมากไม่ทำเลยมันไม่ดี อาตมาบอกว่าปฏิบัติธรรมเอาศีลข้อที่ 1 ไปทำให้ดี ข้อที่ 2 ถ้าเก่งหน่อย ได้ 3 ข้อแล้วก็ทำ 3 ข้อนี้ให้แข็งแรงหมด อาตมาว่าศีลของพระพุทธเจ้ามีศีล 3 ข้อนี้รวมหมดเลย
ศีลข้อ 1 เกี่ยวข้องกับสัตว์ ศีลข้อที่ 2 เกี่ยวข้องกับของและพืช ศีลข้อที่ 3 เกี่ยวกับตัวเราเลยทางตาหูจมูกลิ้นกาย
ทำอันนี้แหละ ทำกิเลสที่ตาหูจมูกลิ้นกายแล้วก็ทำในสิ่งที่กระทบกับของกับสัตว์ ศาสนาพุทธพัฒนาเวทนาพัฒนาวิญญาณ หัวใจของศาสนาพุทธก็คือ ธรรมทั้งสองเหล่านี้ รวมเป็นอันเดียวกันกับเวทนา โดยส่วนสอง (เทฺว ธมฺมา ทฺวเยน เวทนาย เอกสโมสรณา ภวนฺติ ฯ ) ล.10 ข.60
ทำเวทนาให้เป็น 0 ได้จบแล้ว 0 คือทุกสิ่งทุกอย่างในโลก ทำให้เป็นหนึ่งได้ก็ไม่ทุกข์ ทำเป็นหนึ่งได้ คุณก็ยืนอยู่ในฐานทุกสิ่งทุกอย่าง เพราะฐานทุกสิ่งทุกอย่างคือ 0 คุณก็มีได้ ไม่ต้องรองรับ คุณก็อยู่บนของทุกอย่างอยู่บนทุกสรรพสิ่งอย่างไม่มีตัวเราของเราสูงสุดเลย ถ้าเข้าใจธรรมะพุทธเจ้าจบอยู่ตรงนี้แค่นี้เอง อาตมาถึงบอกว่าหัวใจของศาสนาอยู่ตรงนี้เอง ในพระไตรปิฎกเล่ม 10 ข้อ 60
_เรื่องของศรัทธากับปัญญา อย่างพ่อท่าน หากไม่มีปัญญาเขาไม่มาศรัทธาหรอก
พ่อครูว่า…ต้องมีเจโตวิมุติปัญญาวิมุติ ถ้าเราได้แค่คิดก็เป็นตรรกะมันแค่สัญญาเป็นแค่ทิฐิไม่ใช่ความจริง มันยังไม่เป็นปัญญา ถ้าเป็นปัญญาแล้วมันจบ ปัญญามันครบถ้วนทั้งเจโตและความเฉลียวฉลาด แล้วความเฉลียวฉลาดนี้ไม่ใช่ของโลกียะ แต่เป็นความเฉลียวฉลาดของโลกุตระ
_ผมคิดว่าญาติธรรมก็ต้องมองออก ต้องมีสัมมาทิฏฐิ
พ่อครูว่า..อาตมาไม่เต๊ะท่าหรอก พูดความจริงขนาดนี้ก็ยังเข้าใจได้ยากเลย อาตมาว่าสังคมทุกวันนี้ไม่ใช่สังคมเรียบร้อย มันเป็นสังคมที่จะต้องถึงลูกถึงคนด้วย สังคมต้องกล้าได้กล้าเสีย ไม่ใช่ว่านิ่มนวลอย่างนั้นไปไม่ออก ยิ่งกว่า Hard Rock ต้องเหมาะสมกับในยุคนี้ Status quo เราจะต้องรู้ความเหมาะสม
_ต่อจากแม่ดูแล เป็นตัวแทนมา หนูก็ตอนเราอยู่ด้วยกันพี่ดูแลน้องน้องดูแลพี่ มีความอบอุ่นให้แก่กันและกัน เราก็จะอยู่ด้วยกันในสัมมาสิกขาพากันข้ามผ่านอุปสรรคนี้ไปให้ได้ด้วยการที่หลวงปู่สอนให้ปฏิบัติธรรม
_ชลลดา…เราจะฝึกจิตอย่างไรให้เข้มแข็ง แข็งแรง หยุดได้
พ่อครูว่า…เท่ากับถามธรรมะทั้งหมดของศาสนาพุทธ ก็ให้ฝึก ศีลสมาธิปัญญาวิมุตติ ก็ตอบตรงง่ายๆ คุณอ่านศีล ข้อที่ 1 เกี่ยวกับสัตว์ ศีลข้อที่ 2 เกี่ยวกับของศีลข้อที่ 3 เกี่ยวกับตาหูจมูกลิ้นกายศึกษาความหมายของ 3 อย่างนี้กับพบสัมผัสและคุณก็ปฏิบัติ อันนี้มันเกิดกิเลสเกี่ยวกับสัตว์อันนี้มันเกี่ยวกับของก็เกิดกิเลส กิเลสคืออะไรคือมันจะไปเอาของของเขาที่ไม่ใช่ของเราก็จะไปวุ่นวายไปทำไม ไม่ต้องไปเบียดเบียนกับสัตว์ให้มันอยู่ไปตามวิบากของมันปล่อยมันไป ทีนี้คุณก็มาเกี่ยวข้องกับของ ชีวิตคนเกี่ยวข้องกับของไม่ต้องเกี่ยวข้องกับสัตว์เลยก็อยู่ได้ไม่ตาย สัตว์จะเป็นอย่างไรก็อยู่ของมัน หากคุณหลีกเลี่ยงไม่ได้มันจะกัดคุณตายก็แล้วไป แต่หากหลีกเลี่ยงได้ก็ดี อยู่กับข้าวของก็มีของและพืช ก็กินใช้อาศัยแค่นี้ แล้วก็ดูกิเลสตาหูจมูกลิ้นกายของคุณ เกี่ยวกับสัตว์นั้นไม่ต้องเอามันมาเลี้ยงเลยไม่ต้องเอามันมาเกี่ยวข้องเลย คนโง่นั้นไปเกี่ยวกับสัตว์ คนที่จะไปเกี่ยวข้องกับสัตว์ สัตว์ก็ปล่อยให้เขาอยู่ของเขาไป โดยเฉพาะสัตว์เดรัจฉาน คนก็คือสัตว์ แค่นี้ก็จะตายอยู่แล้วรับลูกกับคนก็จะตายอยู่แล้ว ดีไม่ดีจะไปหาวิบากกับสัตว์มาเพิ่มทำไม นี่คือคนที่ไม่รู้จักตัดประเด็นที่จะให้ชีวิตสบายขึ้นมา เมื่อไม่ตัดประเด็นคุณก็เสียเวลาไปหาวิบากเพิ่มเติมเท่านั้น ถ้าหากฟังอาตมาพูดเข้าใจ ชีวิตคุณจะง่ายคุณจะสบายขึ้น ยิ่งมาถึงขั้นปฏิบัติธรรม
อาตมาตัดเขตให้ ศีลข้อที่ 1 เกี่ยวกับสัตว์ศีลข้อที่ 2 เกี่ยวกับข้าวของต้องอาศัยใช้สอยเกี่ยวกับพืชด้วยอุปโภคและบริโภค เท่านี้แหละ 1. คุณอย่าทุจริตในสิ่งที่ไม่ใช่ของของเรา 2. กระทบสัมผัสแล้วคุณจะไปมีกิเลสกับมันในรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสอย่างนี้น่าได้น่ามีน่าเป็นอย่างนี้ไม่น่าได้น่ามีนะ เป็นเรื่องมากเลี้ยงยาก ทำของกินของใช้ให้เป็นสิ่งที่ดีที่ควรทำได้ตามฐานะ ถ้าดีกว่านี้ได้ไม่ฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือยเกินไปก็ดีก็เอา เราก็รู้เขต ถ้าหากฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือยเกินไปเราก็ไม่เอา เอาแต่พอเหมาะพอเพียง ตามคำสอนในหลวงที่เป็นพระโพธิสัตว์ ท่านทำเป็นตัวอย่างที่ดีงามมากแล้ว เข้าใจได้ง่ายด้วย ท่านเองแสดงให้ดู ท่านสอนไม่ได้มาก มีแต่โพธิรักษ์จะต้องมาพูด จ้ำจี้จ้ำไช
_ละออง วันนู ทำไมชาวอโศก มีชุดแต่งกายที่เป็นโทนสีน้ำเงิน ไม่ทราบว่าใครคิดค้น
พ่อครูว่า…อาตมาเองจะพูดถึงอจินไตยมันเป็นอจินไตยมาก จะสีน้ำเงิน อาตมาเรียนศิลปะมาเคยถามว่าเราชอบสีอะไรมากที่สุด อาตมาตอบได้ว่าอาตมาชอบสีน้ำเงิน ในแม่สีสามสีนี้คือแดงเหลืองน้ำเงินแม่สีสามสี แดงกับเหลืองไม่ชอบเท่าน้ำเงิน ตอบไม่ได้ว่าทำไมถึงเป็นสีน้ำเงิน จริงๆแล้วเราต้องการสีกรัก แต่ มีข้อจำกัด เห็นว่าสีกรักนี้เป็นสีของจีวรของนักบวช แล้วนักบวชมีสีกรัก ฆราวาสก็สีกรักก็ไม่ค่อยเข้าท่า อาตมาก็ว่าเอาสีครามน้ำเงินก็แล้วกัน หากสีเหมือนกันจะปนเปกันไป ก็ให้นักบวชใช้สีกรักสีของพุทธเจ้า แต่ไม่ได้จำกัดว่าสีน้ำเงินนะจะเป็นสีอื่นก็ได้แต่สีฉูดฉาดไม่เอา อยู่ในโทนสีที่สบาย
พระพุทธเจ้าก็ให้รู้ว่าสีก็อย่าให้เป็นโลกธรรมมากเกินไป ท่านถึงบอกว่ามาเป็นนักบวชแล้ว เฉดสีที่จะเป็นสิ่งที่ไม่ควรใช้ทำจีวรมี 7 สี
คราม แสด เหลือง แดง บานเย็น ดำ ชมพู แต่ทุกวันนี้สีเหลืองกันเต็มสีแดงก็มี คือมันบกพร่องผิดเพี้ยน ประจักษ์คำสอนพระพุทธเจ้าแล้วอยู่ในพระไตรปิฎกเล่ม 5 สีจีวรต้องห้าม แต่เดี๋ยวนี้คนเขาไม่เชื่อจะทำอย่างไม่สนใจก็มี
_สส.ส.กิมฮง …ผมอยากรู้รายละเอียด เกี่ยวกับ หลงรัก คนที่มีเจ้าของอยู่แล้ว เขาจะบาปผิดศีลข้ออะไรบ้างจะได้บาปอย่างไรบ้าง
พ่อครูว่า…บาปคือความทุกข์ บาปคือพลังงานจิตที่ไปสั่งสมพลังงานนั้นใส่ตัวเอง ไปรักเขา พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่ามีรัก 1 ก็ทุกข์ 1 มีรัก 100 ทุกข์ 100 มีรัก 90 ทุกข์ 90 ไม่มีรักเลยไม่ทุกข์เลย ก็เป็นสิ่งที่ชัดเจนอยู่แล้ว พวกเราที่เกิดมาด้วยอวิชชา พระพุทธเจ้าเป็นคนหมดอวิชชาท่านได้ตรัสความจริง ท่านได้สอนไว้ เรายังไม่หมดอวิชชาเราก็มาเรียนรู้ตามพระพุทธเจ้า สามารสที่จะไม่มีความรักเลยในจิต แม้จะมีความรักก็พยายามล้างออกไป มันไม่มีหรอกความรักแบบนั้นมันเป็นทุกข์ ความสุขเป็นตัวหลอก สุขขัลลิกะ อัลลิกะ แปลว่าความเก๊ความหลอก มันมีแต่ทุกข์อาริยสัจ สุขเป็นอัลลิกะ ของเก๊ เป็นธาตุคู่ ทุกข์กับสุข อนาคตไม่เอาทั้งทุกข์ทั้งสุขไม่เอาทั้งสวรรค์และนรก ไม่ใช่ศาสนาโลกียะที่หมุนวนเป็นธรรมะ 2 อย่างเก่งที่สุดก็เป็นธรรมะเดียวไม่มีแล้วความทุกข์ ความสุขก็ไม่มี เป็น 0
แต่ก็ต้องรู้ว่าความสุขอย่างไรดีที่สุดก็เป็นความสุขที่ว่าง สุขที่ไม่ต้องมีธาตุคู่ อยู่ 1 ยังไม่เป็นศูนย์ก็ตามเป็นหนึ่งอย่างแข็งแรง พวกเรานี้ กำลังมีฮอร์โมนหนุ่มสาว ฟังไปอย่างนี้ยังไม่ซาบซึ้งแต่มันก็ติดใน hard disk แล้วเอาไว้ใช้ในอนาคต ในอนาคตหนักกว่านี้นี่ยังน้อยไป
_รักให้…ลูกได้เข้ามาในอโศกที่สะดุดกับหลักที่จะบริจาคเงินต้องมีหลักเกณฑ์ บางครั้งคนที่มาทานอาหารจะมาบริจาคก็เลยให้ไปที่กองบุญ บางคนมาถึงกองบุญก็ยิ้มกลับไปบางคนก็หน้าไม่พอใจ พ่อครูถึงบัญญัติกฎเกณฑ์การบริจาคเงิน
พ่อครูว่า..ตั้งแต่เริ่มตั้งอโศก จะมาบริจาคเงินอย่างน้อยจะต้องคบคุ้นกันอย่างน้อย 7 ครั้งอ่านหนังสือ 7 เล่มเป็นต้น ไม่อยากได้อะไรใครง่ายๆเราจะพึ่งตัวเอง ถ้าไม่มีให้มันตายไปซะ ถ้าคุณจะร่วมกุศลกันก็ต้องเข้าใจเราให้ได้ก่อน แต่ที่อื่นหว่านล้อมด้วยสวรรค์วิมานมากมาย ที่นี่จึงเป็นตัวอย่างว่าไม่หน้าด้านอย่างนั้นก็มีอยู่ เขาตะกละไม่มีศักดิ์ศรีของความเป็นคนเลย คนมาบริจาคต้องมาศึกษาเราให้ดีว่าเราสัมมาทิฏฐิเพียงพอไหม ต้องมานับถือเคารพ ไม่อย่างนั้นจะมาเสียใจทีหลังถูกหลอกไปเยอะ ให้คุณเกิดมีสติก่อนที่จะมาบริจาค
_บึงบุญ …มีผู้มาอยู่ใหม่อยากถามพ่อท่านว่า คำว่าอย่าหลงระเริงอยู่กับพยัญชนะหมายความว่าอย่างไร แล้วจะปฏิบัติอย่างไร
พ่อครูว่า…ในธรรมะ 2 มีสภาวะกับพยัญชนะส่วนใหญ่จะติดยึดในพยัญชนะกัน พยัญชนะคือภาษาคือบัญญัติ คืออธิวจนะ คือ คำที่ตั้งขึ้นมาเรียกสิ่งนั้นสิ่งนี้ คือภาษาที่สื่อสารให้รู้กันแต่ความจริงนี่เป็นอีกอันหนึ่ง เพราะฉะนั้นพยัญชนะจะมีความจริงคู่อยู่เสมอเรียกว่าธรรมะ 2 พูดแต่พยัญชนะกันแล้วไม่พยายามรู้ว่าพยัญชนะตัวนี้หมายถึงอะไรคนก็ไม่ค่อยจะระลึก เมื่อเรียกพยัญชนะอย่างนี้มันหมายถึงสภาวะอย่างไรจะเป็นความหยาบกลางละเอียดเท่าไหร่คุณก็สามารสรู้ได้นั่นแหละคือคุณรู้ธรรมะ 2 แล้วคุณก็ไปเอาที่สภาวะ แยกสภาวะออกเป็น 2 ได้แล้วอะไรดีกว่าอะไรสูกกว่าอะไร อะไรเป็นความเท็จกว่าอะไรก็เอาความจริงเอาความดีความสุขนั้นคุณก็จะเป็นคนที่อยู่ในสิ่งที่ถูกต้องที่ดีงาม แต่นี่ไม่ ยิ่งสภาวะกับพยัญชนะ คุณไปหลงพยัญชนะเป็น 2 คือ พยัญชนะหนึ่งเท็จ อีกอันถูก แต่ถูกก็ไม่ใช่สภาวะ แต่พยัญชนะนี้ถูก
คนทุกวันนี้พยายามขยายพยัญชนะตามที่ตนรู้ไปข้างเคียงมาก คนจะมาชัดเจน พยัญชนะท่ีระบุตัวแรกหาไม่ค่อยเจอ มีแต่ตัวขยายข้างเคียงตกแต่งให้ดูหรูหรา เอาโลกมาผสมผเสไม่รู้ด้านไหนต่อด้านไหน คนทุกวันนี้จึงอยู่กับพยัญชนะส่วนมากสภาวะไม่ค่อยได้
อาตมาสรุปได้ว่าในโลกนี้มีเทวะ มีพยัญชนะสองกับสภาวะสองเท่านั้นเอง
พยัญชนะเข้าใจง่ายกว่าสภาวะ ต้องเอาพยัญชนะที่พูดแล้วก็มาเข้าสู่สภาวะสองต้องเอาตัวไหนเป็นตัวเก๊กับตัวจริง คำสอนของพระพุทธเจ้าจึงไม่ใช่ว่าเอาอะไรมาเทียบสองไปหมด ตัวตนก็เทียบหมด ไม่เอา ท่านตีไปที่เวทนาเลย เพราะเป็นความรู้สึกสุขทุกข์เป็นประเด็นหลักของมนุษย์
ในเทวะเป็นสอง แต่คนไปหลงพยัญชนะว่าเป็นเทวดาหรือเทพ เทวดาเป็นนิรมาณกาย เป็นตัวตนบุคคลเราเขาในสวรรค์ ซึ่งมันไม่มีตัวตน แต่คนไปเห็นเทวะเป็นเทวดา แล้วเข้าใจว่าเทวดาเป็นสภาวะอีกเป็นจิตวิญญาณ สภาวะทั้งที่มันไม่มีสวรรค์ 6 ชั้นมันไม่มี ของเก๊ทั้งนั้น
ศานาพุทธไม่มีสวรรค์นรก มีสวรรค์ก็มีนรก หากไม่ติดยึดเข้าใจแล้วไม่มีสวรรค์นรกเป็นอรหันต์ชัดนี้เลย แต่ความติดยึดมันยาก มันโง่ที่ติดยึด
ถ้าคุณเข้าใจไม่ติดยึด ความติดยึดเรียกว่าอุปาทานเป็น Static ตัณหาเป็น Dynamic
อุปาทาน เป็นตัวตั้ง เมื่อมันเคลื่อนที่เมื่อไหร่ก็เป็นตัณหา
ปัญหาจะเกิดได้ต้องมีผัสสะ มันเกิดมาในปัจจุบันในจิตนั้นมันไม่ทำอะไรใครหรอก แต่มันทำให้สะสมเป็นอุปาทาน ให้คุณเติมเข้าไปเท่านั้นเอง มันไม่มีผลกระทบอะไรกับใครหากไม่ออกมาทางวาจากับกาย ตัณหาของคนบ้าให้แรงอย่างไรก็ไม่มาออกทางกายวาจาเลย ก็ไม่มีผลอะไรกับใคร ไม่ทำความทุกข์ทำเวรไปกับใคร คุณทำกับตัวเองเท่านั้น
เพราะฉะนั้นมันจะมีผลต่อเมื่อผัสสะแล้วมาเกี่ยวข้องกับคนอื่นทั้งนั้นแหละ เป็นตัวทุกข์ทรมานเกิดความวุ่นวายในโลกนี้ แต่ถ้าอยู่ในใจของคุณคนเดียวคุณจะบ้าบอคิดฟุ้งซ่านอย่างไรให้หนักหนาสาหัสไปเท่าไหร่ เชิญคุณเถอะ ถ้าเขาไม่เอาไปโรงพยาบาลบ้าก็ดีแล้ว ไม่ได้ประโยชน์อะไรหรอก
_ละออง…พระอรหันต์แล้วจะมีรสชาติของชีวิตไหม
พ่อครูว่า…พูดโดยพยัญชนะมันยาก รส มันคือสภาพที่ภาษาบาลีเรียกอัสสาทะ
มันมี 2 อย่างคือ 1. รสของความจริง 2. รสของความเก๊
เช่น รสหวาน ถ้าใครลิ้นไม่พิการแตะรสหวานรสเดียวกัน คนไทยก็คือหวานโดยสภาวะของมัน จีนก็หวานอย่างนี้ เรียกโดยภาษาจีนอีกอย่าง เป็นรสเดียวกันเรียกว่ารสแท้ แต่รสแท้นี้ คนที่ไปแตะเข้าแล้วมันมีรสจริงว่ามันหวาน ความหวานนี้มันชอบ รสของความชอบนี้มันและมันเก๊ ส่วนอันนี้มันชอบนี่แหละรสเก๊ เป็นความโง่ของคนคนนั้น ก็มันมีรสของความจริงของมันอยู่อย่างนี้คุณจะไปบ้าบอเป็นเวทนาในเวทนาเป็นอุปาทานของคุณว่าจะต้องเป็นอย่างนี้จึงเรียกว่าสมใจ ตามที่ฉันติดยึดไว้ถ้าไม่ได้อย่างนี้ฉันก็ไม่ชอบถ้าได้อย่างนี้ฉันก็ชอบ มันก็เป็นอย่างนี้แหละไม่ว่าจะเป็นรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส เย็นร้อนอ่อนแข็งเหมือนกันหมด ตามอุปาทานที่ยึดติดไว้ทั้งนั้นเลย
ผู้ที่มีรสจริงอย่างเดียวความสุขก็ไม่มีความสุขก็มีความชอบก็ไม่มีความชังก็มี รูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสก็เป็นอย่างนี้ของมัน เหมือนกันหมดเสมอภาคจบ แล้วก็จะไม่แย่งชิงกันเลยโลกนี้สงบกันมากพวกเรานี้แย่งชิงกันน้อยไม่ติดยึดมาก จึงอยู่กันสงบ ข้างนอกเขาตีกันจะตายแย่งกันจะตาย ทีนี่มีน้อยด้วย ถ้าหากแย่งกันแล้วก็ตายเลย ข้างนอกมีมากยังแย่งกันไม่พอเลย
_ถ้าหากในชีวิตของเราที่ผ่านมาเมื่อครั้งยังอ่อนแอต่อกิเลสและไร้เดียงสาต่อธรรมะ หากตอนนั้นเราได้กระทำกรรมที่มีผลทำให้ผู้อื่นเป็นทุกข์ใจ แล้วเราเองก็เป็นความทุกข์ด้วย เมื่อเวลาผ่านมานานพอสมควร เราทบทวนตัวเองที่ทำให้ไม่ค่อยสบายใจนัก หลานชอบถามตัวเองบ่อยๆว่าเราต้องชดใช้วิบากกรรม
พ่อครูว่า…ต้องใช้ แต่มันแล้วไปแล้วก็หยุดอย่าไปคิดถึงมัน เพียงว่าเราเอาไว้เป็นตัวอย่างถ้าเป็นอย่างนี้เราจะไม่ทำเจอเหตุการณ์อย่างนี้อีก เจอองค์ประกอบของชีวิตอย่างนั้นอีกจะไม่ทำผิดอีก
_หลวงปู่มีธรรมะยาดีหรือไม่มีวิธีแก้กรรมในอดีตหรือไม่
พ่อครูว่า..อดีตนี้แก้ไม่ได้ ต้องทำปัจจุบันนี้อย่างเดียว ทำความไม่ดีไม่ชั่วให้จบจึงจะสูญ
_ช่วงนี้พ่อครูพูดว่า Unity of diversity ขอถามว่าคำนี้จะใช้คำว่า เหมือนกันอย่างแตกต่างจะได้หรือไม่
พ่อครูว่า…ใช่ คำว่าเหมือน เป็นคำอนุโลม คำว่าเหมือนนี้มันไม่ใช่อย่างเดียวกัน แต่เราอนุโลมอะลุ่มอล่วยกัน เพื่อที่จะอยู่ร่วมกันไป คนเรานี้ถ้าใครยอมใครซะอย่าง แต่ถ้ายอมไปให้แก่ผู้ที่จะมาบรรลัยเราก็ยอมไม่ได้เท่านั้น เพราะเขามาทำบรรลัยเราก็ต้องต้านไว้ แต่ถ้าผู้ที่ไม่มีอะไรนักหนา เราก็ยอม
ชาตินี้อาตมามาทำงานศาสนายืนยันว่าอย่างนี้ถูกต้องเขาก็หาว่ามาทำลายศาสนา แต่เขาก็ห้ามอาตมาไม่ได้หยุดอาตมาไม่ได้เขาก็มีหน้าที่ เขาก็จับเอาก็ทำได้สูงสุดเท่านี้ จะเอาพลังงานของปวงชนเขาก็ไม่เล่นด้วยเท่าไหร่ ดีไม่ดีโพธิรักษ์ มีปวงชนด้วย เถรสมาคมไม่ค่อยมีมวลชนมาเท่าไหร่ เขาพยายามจะ propaganda ด้วยแต่ไม่ขึ้น อาตมาทำอย่างนั้นมา จึงทำให้คนเข้าใจขึ้นรับรู้ขึ้นมากขึ้น อีกหน่อยจะมีคนอยากมาเหมือนชาวอโศก อยากจะมาเหมือนกับชาวอโศกมากยิ่งขึ้น ขอใช้คำว่าเหมือนนี่แหละ เขาไม่เหมือนหรอกแต่เขาอยากจะมาเหมือนชาวอโศก อีกหน่อยนี่อาจจะ 500 ปี เพราะเขาเกิดปัญญา คนที่ไม่เกิดปัญญาเขาจะไม่อยากมาเหมือนเขาจะอยู่ในนรกตลอดเวลา
คุณว่าอยู่ในนี้เหมือนสวรรค์หรือนรก คนตอบว่าสวรรค์ พ่อท่านตอบว่าไม่มีสวรรค์ไม่มีนรก คุณตายแล้วจะตั้งจิตจบก็เป็นศูนย์ได้ถ้าไม่ตั้งจิตจบก็เป็นโพธิสัตว์อย่างอาตมา
_ดิฉันจะฝันหลายครั้งว่า…ได้ทำดีด้วยใจกับคนในช่วงที่ตื่นอยู่เขาไม่พูดด้วย ไม่มองหน้ากันแล้ว เมื่อตื่นจากฝันก็รู้สึกจิตที่ดีกันยังอยู่ เมื่อเจอหน้าเขาจริงๆคราวนี้รีบทักรีบยิ้มให้เขาทันที ด้วยจริงใจแบบที่ฝัน ผลก็คือ ตัวเองรู้สึกดี โล่งโปร่ง ถอนตะปูตรึงใจออกแล้วดีจริงๆค่ะ
ขอถามว่าอย่างนี้ได้ปฏิบัติธรรมแม้ยามหลับหรือไม่
พ่อครูว่า..ดีแล้ว
_มีผู้มาอยู่ใหม่ขอถามคำว่าอย่าหลงระเริงกับพยัญชนะ
พ่อครูว่า..ตอบไปแล้ว…จบ