611223_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ สิริมหามายาเอาความแพ้ไปชนะผู้ชนะ
อ่านทั้งหมดที่ หรือดาวโหลดเอกสารที่… https://docs.google.com/document/d/1aD_Poj1XL7p3irOKFgZk7VEL6Aj3KKWIsOV3BwYZwFE/edit?usp=sharing
สมณะฟ้าไทว่า…วันนี้วันอาทิตย์ที่ 23 ธันวาคม 2561 ที่บวรราชธานีอโศก ช่วงนี้ใกล้จะถึงงานเพื่อฟ้าดิน วันนี้หลังรายการเทศนา ใครจะไปลงทะเบียน ดูกลุ่มต่างๆที่จำเป็นการมาเข้าสอบ ว.บบบ.ก็ไปลงทะเบียนได้ที่โต๊ะหลังศาลานี้ ลงทะเบียนวันที่ 23-25 ธันวาคมนี้ วันสอบก็สอบปีหน้า
วันพรุ่งนี้นัดพบสมณะสิกขมาตุประจำกลุ่มเวลา 14:00 น
มีอีกข่าวหนึ่ง คือ วันจัดงานพุทธาภิเษกปี 2562 เลื่อนมาจัดที่ราชธานีอโศก วันที่ 14-20 กุมภาพันธ์ 2562 เนื่องจากจะมีการเลือกตั้งส.ส. ในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562
พ่อครูว่า…sms line
_ปุญญา ธัมมา…สาธารณะโภคีทางความคิด มีหรือไม่คะ แล้วชาวอโศกเป็นผู้มีสาธารณะโภคีทางความคิดหรือไม่คะ
พ่อครูว่า…ถามชาวอโศกก่อน มีไหม…มี ความหมายทางความคิดหมายความว่า มันมีได้แค่ความคิด มันยังปฏิบัติไม่ได้ หมายความว่าได้แต่คิดได้แต่เข้าใจ รู้ ทางเหตุผล ทางความหมายอะไรชัดเจน แต่มันยังทำไม่ได้ ทำได้มันก็ยังมีอีกนะ ทำได้เฉพาะบุคคล แต่ละบุคคลทำได้เป็นคนอย่างไร 2. หลายคน 10 50 100 พัน หมื่น หลายก็มีขนาดของมันอีก
มันเป็นจริงไหม เป็นจริง ชาวอโศก ไม่ใช่ได้แค่อาตมาคนเดียว แต่ได้หลายคน สมณะนักบวชสิกขมาตุได้หมด ได้แน่นอนด้วย ได้ถาวรด้วย ฆราวาสก็ได้ ไม่ได้จริง ทั้งผู้ชายผู้หญิงเด็กและผู้ใหญ่ รวมแล้วมีจำนวนปริมาณเท่าไหร่ 1 คุณสมบัติเนื้อแท้ที่เป็นคุณธรรม 2 ปริมาณ ต้องมีคุณสมบัติเนื้อแท้และปริมาณ Quality Quantity ทั้งปริมาณและคุณภาพได้ความควบแน่นที่พอสมควรมันจะเป็นปึกแผ่น อาตมาดูชาวอโศกแล้วมีสาธารณโภคีที่มีทั้ง Quality Quantity แน่นพอ คนตีไม่แตกหรอก ที่ตีไม่แตก มันไม่ได้เกาะกันแน่นด้วยรูปธรรมแต่เกาะแน่นด้วยนามธรรมที่เป็นภูมิปัญญารู้ชัดเจนรู้จริง มันช่วยกัน 2 ขา แน่นเกาะเกี่ยวกันแน่น ชัดเจน
เพราะมันเป็นความจริงที่ดี เป็นความจริงที่ประเสริฐที่วิเศษ ความเป็นมนุษย์ เพราะฉะนั้นมันจึงถาวรยั่งยืน เที่ยงแท้ ตลอดกาลไปอย่างไม่มีอะไรตีแตกแยกได้
สาธารณโภคีทางความคิดชาวอโศกก็มี แต่ในชาวอโศกไม่ใช่มีแค่ความคิด แต่มีความจริงเป็นไปได้ด้วยอย่างแท้จริง ขอยืนยันว่าอย่างแท้จริงเลย
สื่อธรรมะพ่อครู(โพธิปักขิยธรรม 37) ตอน จะเข้าถึงโลกุตระได้อย่างไร
_เราโน่…ในมหาวิทยาลัยมี รัฐศาสตร์โลกุตระ ไหม
พ่อครูว่า…มี แต่ไม่มีโลกุตระ ความหมายทางโลกียะอย่างไรโลกุตระอย่างไร คุณ เราโน่ เป็นคนฟินแลนด์ถามมา อาตมาว่าไม่ง่ายหรอก ทางตะวันตกที่จะมาเข้าใจโลกุตระได้ง่ายๆ เริ่มมาศึกษาก็ดีแล้ว ในมหาวิทยาลัยของโลกไม่มี มีในชาวอโศกที่เป็นวิทยาลัย ไม่มีมหาวิทยาลัย แม้ว่า ทางโลกยังไม่ยอมรับก็ไม่เป็นไร เราไม่เอาสากลเราไม่เอาข้างนอกเป็นเริ่มต้น เราเอาภายในเราเป็นตัวเริ่มต้น แล้วสากลจะมารับรองทีหลังก็แล้วแต่ อย่างไรเราก็ได้แล้ว แต่สากลรับรองอย่างไรก็ไม่ได้ มันเท่ากับเน่าใน มันเท่ากับการหลอก ปลอมเปลือก เราเข้าใจอย่างนี้นะ
เจาะลึกว่าโลกียะเป็นอย่างไร โลกุตระเป็นอย่างไร
อาตมาก็พยายามวิจัยให้เห็นว่า จุดแยกจากโลกียะมาเป็นโลกุตระจุดแยกอยู่ตรงไหน
จุดแยกคือ คุณต้องอ่านใจในใจของคุณเป็น คุณต้องดูอาการใจในใจของคุณให้ได้อย่างเป็นจริง คุณมีสัญญาธาตุกำหนดรู้ ทุกคนมีสัญญา สัตว์เดรัจฉานก็มีสัญญากำหนดรู้ แต่มันกำหนดรู้โดยอัตโนมัติโดยสัญชาติญาณธรรมชาติ ยังไม่มีสติสัมปชัญญะ ปัญญา ที่กำหนดรู้แล้วควบคุมแยกแยะความรู้ เลือกเอาความรู้ที่ควรต้องทำ ควรต้องปฏิบัติแล้วมีอำนาจ เหนือที่จะเอาอะไรได้ ไม่เอาอะไรก็ได้ อย่างจริงจังเด็ดขาด Absolute นี่คือคุณธรรมที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ เรียกว่าจิตสูงสุด เจโตวัสสิปัตโต แล้วก็สามารถที่ควบคุมจัดการกับจิตตัวเองให้เป็นไปตามต้องการ อย่างซื่อสัตย์ อยากมีภูมิปัญญารู้ว่าอะไรสมควรอะไรไม่สมควรได้ดี เราก็ทำแต่ดีทำแต่สิ่งที่ควร สิ่งที่ไม่ดีไม่ทำ เป็นความซื่อสัตย์จริงใจทำอย่างนั้นให้แก่โลก
โลกียะยังไม่สามารถอ่านจิตพวกนี้ได้แยกไม่ออก เทวะจึงแปลว่าสอง มีตั้งแต่ดีชั่ว ควรไม่ควรจนกระทั่งละเอียดถึงรูปธรรมนามธรรม มีตัวรู้กับสิ่งที่ถูกรู้ จิตของเราไปรู้ ดูวัตถุรู้ได้ง่าย แต่รู้จิตของตัวเองอีก ให้จิตใจตัวรู้ รู้จิตของตัวเอง จิตตัวรู้เป็นประธานใหญ่ ไปรู้จิตที่จะถูกรู้ จิตของตัวเองเป็นได้ทั้งตัวถูกรู้และตัวรู้เอง และตัวรู้นี่แหละเป็นตัวประธาน หรือจะยอมให้ตัวถูกรู้เป็นประธานก็ได้ มันเป็นสภาพนั้นจริงเราไม่ยอมก็ต้องรู้
คนที่ยอมให้ถูกรู้ ยอมเป็นผู้แพ้ ยอมเป็นผู้รับใช้ ยอมให้เขาหลอก แม้แต่ ยอมให้เขาเข้าใจว่าเป็นผู้ผิด จริงๆแล้วเรารู้ดีว่าเราผิดหรือเราไม่ผิด เราเองเราไม่ได้ผิด เราจะบังคับให้เขารู้ว่าเราถูกไม่ได้ เขามีภูมิรู้เท่านั้น และเขารู้ว่าสิ่งที่ผิดถูกนั้นมันเป็นการรู้ที่ยังกลับไปกลับมาอยู่ เขายังไปยึดถือเอาสิ่งที่ผิดเป็นสิ่งที่ถูก เป็นอย่างนี้ เราก็รู้ว่าเขามีภูมิเท่านี้ ก็ต้องยอมเขา เขาจะเห็นสิ่งที่ผิดเป็นสิ่งที่ถูกอยู่ เราจะไปบังคับเขาได้อย่างไร ก็ได้แต่อธิบายยืนยันได้แต่แนะนำพยายามที่จะทำอย่างไรให้เขาเข้าใจถูกต้องจริงๆเท่าที่เราจะสามารถ เมื่อหมดความสามารถของเราแล้วก็ต้องจบก็วาง ดึงดันไปมากกว่านั้นไม่ได้ เราก็รู้ที่จบ พระพุทธเจ้าจบที่ความเห็นของเธอก็อย่างหนึ่งความเห็นของเราก็อย่างหนึ่ง
โลกุตระคือจิตเจตสิกที่รู้ละเอียดถึงขั้นเวทนา 108 แล้วก็แยกโลกุตระแยกโลกียะ อันหนึ่งเป็นแบบโลกีย์ที่ไม่ออกไปจากความรู้ในแวดวงเก่า ซึ่งความรู้ทางโลกีย์นั้นยังเป็นความนิรันดร ไม่มีทางที่จะลดลงมาไม่มีตัวตนลดลงจาก 2 มาเป็น1 โลกียะตี 2 ไม่แตกแล้วอยู่กับ 2 นี้ตลอดกาลเป็นเทว หรืออ่าน ดะเว แปลว่า 2 ถ้าอ่าน ดะเว เป็นสอง ถ้าอ่านเทวะไปทางมีตัวตนเป็นเทพเทวดา มีตัวตน ทวิ ทะเว แปลว่า 2 แต่เขายึด 2 เป็น 1 ตีไม่แตกแยกไม่ออก เขายึดอย่างนั้นแล้ว อันนี้เป็นเรื่อง ความไม่รู้เป็นอวิชชาของโลก มีการปรุงแต่งเรียกว่าสังขาร พวกอวิชชาก็มีการสังขาร สังขารอย่างโลกียะ
ถ้าแยกออกก็รู้รูปนาม อยากรู้รูปนามต้องมีผัสสะ แล้วจะเกิดรูปนาม จากอายตนะ ผัสสะแล้วเกิดอายตนะมีเวทนา
เวทนาคือ ความรู้สึกอารมณ์ ก็เข้าไปเรียนรู้เวทนาที่แยกออกเป็น 108 ถ้าเข้าใจจุดสำคัญเวทนา 108 เข้าใจสภาวะครบ โดยเฉพาะแยกมโนปวิจาร 18 ที่แยกเป็นอย่างโลกีย์ทั่วไป เป็นโลกุตระที่มีความรู้ลึกซึ้งในโลกีย์แล้วแยกโลกีย์ออก ไม่เป็นไปอย่างโลกีย์ โลกีย์จะมีอยู่อย่างนิรันดร โลกุตระไม่อยู่นิรันดร โลกีย์ ยังมีสุขมีทุกข์ โลกุตระไม่แล้ว สุขทุกข์ก็หลอก แล้วก็เป็นสอง นอกจากจิตใจของคุณเองไปยึดถือเป็นทุกข์เป็นสุข ผู้ที่เข้าใจแล้วไม่ไปหลงใหลได้ปลื้ม สุขก็ไม่ดีใจทุกข์ก็ไม่ดีใจ หรือไปกดข่มเอาว่า สุขกับทุกข์ไม่มี แบบนี้ก็เป็นนิรันดรเหมือนกันจมไปนิรันดร เราต้องแยกทุกข์สุขเป็น เราสุขก็ได้ทุกข์ก็ได้ แต่ทุกข์เราไม่เอา มันไม่ประกอบด้วยความดีงาม เราก็เอาสุข แต่ไม่ยึดในความสุข เราไม่ยึดถือทั้งสุขทั้งทุกข์ ก็หมดพลังงานหมดตัวตนเมื่อตายหรือจบ พลังงานที่ไม่ยึดก็สลาย ความเป็นตัวตนก็หายไปเลยทุกๆอย่างมันก็ไม่เหลือความยึดถือ ไม่มีสังขารไม่มีความเป็นตัวตนแล้ว
สรุปอีกที ที่เราโน่ถามมา โลกุตระเป็นอย่างไร เอาแต่ถามให้ตายก็ไม่สามารถรู้ได้ต้องมาปฏิบัติจึงจะรู้ได้ ต้องมีธาตุรู้ที่ชื่อว่าปัญญาเป็นปัจจัตตังเวทิตัพโพวิญญูหิติ ปัญญาต้องรู้ด้วยตนเอง คนอื่นรู้แทนไม่ได้อธิบายแทนกันไม่ได้ ตนเองต้องรู้เองต้องอาศัยการอธิบาย จนปฏิบัติแล้วฉันรู้แล้ว เธอไม่ต้องอธิบายหรอกฉันอธิบายได้ ถ้ายังถามอยู่อย่างนี้ไม่มีวันสำเร็จ จนกระทั่งต้องรู้จนไม่ต้องถามใคร มีแต่อธิบายให้คนอื่นฟัง อย่างนี้คือปัญญา เพราะว่าปัญญารู้จนไม่ต้องถามใครมีแต่จะอธิบายให้คนอื่นต่อ แล้วซักไม่จนด้วย ปัญญา ปัญญานี้ซักอย่างไรก็ไม่จนด้วย จะรู้มากกว่าเขาอธิบายให้เขาได้ ปัญญาจะต้องเหนืออยู่อย่างนั้น
_ฝากเรียนถามว่า คนแก่อายุใกล้ 80 ปี มีวิบากเจ็บป่วยยืดเยื้อกำลังวังชาถดถอย งานส่วนกลางทำได้ตามกำลัง จะพึ่งแก่เจ็บตายที่แผ่นดินพุทธนี้ได้ไหม (พ่อครูว่า ได้อย่ามาซ่อนแฝงแอบ ก็เป็นหนี้บาปของตัวเอง คุณอยากได้หนี้บาปสะสมไป ถ้าไม่อยากได้ก็เลือกเอา ที่นี่ไม่มีปัญหา) คุณยายมาเป็นชาวบ้านราชฯตั้งแต่รุ่นบุกเบิก 20 กว่าปี ฝากพ่อครูคลายความไม่มั่นใจในเรื่องนี้ได้
พ่อครูว่า..มั่นใจได้เลย ถ้ามานี้แสดงว่ามีสำนึก ยิ่งมีสำนึกยิ่งดีเลย ไม่ต้องเกรงใจทำให้สบายใจไปเถอะ ถึงอย่างไรก็ตาม คนที่มีคุณค่าในตัวเอง ความเกรงใจผู้อื่นก็จะมี คนไม่เกรงใจคนอื่นนั้นไม่มีคุณความดีไม่มีคุณค่า ของมนุษย์ มนุษย์ที่เกรงใจผู้อื่นจะมีคุณค่า ที่ถามมานี้มี ยังเกรงใจหมู่กลุ่ม
_กระบวนการของ ธรรมะ 2 คือสุดยอดของสิริมหามายาใช่หรือไม่
พ่อครูว่า..ใช่แล้ว จึงต้องศึกษาดีๆ กว่าจะเข้าใจคำว่าสิริมหามายาได้ไม่ใช่เรื่องธรรมดา
_กราบพ่อครูขยายความความเป็นจิต เจตสิก รูป นิพพาน อย่างพอสังเขป
พ่อครูว่า…จิตคือชื่อของพลังงานเป็นก้อนเป็นตัวเป็นรูป แต่แยกความเป็นจิตเป็นพลังงานย่อยได้อีก อย่างน้อยก็มีผู้ที่แยกไว้ 52 เจตสิก คืออาการจิตต่างๆ เช่น วิญญาณ วิญญาณหรือจิตอันเดียวกัน แยกเป็นเจตสิก 52
จากแยก เวทนา สัญญา สังขาร เจตสิก 3 นี้แยกเป็น 5 5 18 36 เป็นต้น
_การเทศน์ของพ่อครู สร้างความร่าเริงเบิกบานอย่างยิ่งค่ะ จากสำนวนขำๆ ตัวอย่างเช่นเหนื่อยไม่ได้เบื่อไม่ลงหอบแฮกๆ (พ่อครูว่า…สำนวนขี้ขำของอ.ธีรยุทธ บุญมี)
ขอต่อการเมือง เรียบเรียงพูดไว้บันทึกมาให้
อจินไตยกับประชาธิปไตยของเมืองไทย
อาตมากำลังพูดถึง การเมืองขาเดียวที่บอกว่ามีประชาธิปไตยคือการเลือกตั้ง เขามาลงคะแนนก็บอกว่าเป็นประชาธิปไตย จริงไม่เถียง เป็นกรรมวิธีที่ตื้นๆ มันมีการหาเสียง มีการหลอกโฆษณาอะไรมากมาย ที่ใช้กัน ตัวอย่างประชาธิปไตยขาเดียวที่โลกียะเต็มที่ก็คือ อเมริกา
ถ้าคุณไม่มีทุนรอนมาสนับสนุนเป็นหมื่นล้าน ไม่มีทางได้เป็นประธานาธิบดี(ทรัมป์ใช้เงินหาเสียง 175 บาท ต่อ 1 เสียง) ทางอเมริกาจะเป็นอย่างนี้ ตัวอย่างของโดนัลด์ทรัมป์ จะทำให้คนอเมริกาชัดเจนและซาบซึ้งมากขึ้น มันมีภาวะซับซ้อนมาก
ประชาธิปไตย 2 ขาจึงสมบูรณ์ ประชาธิปไตยขาเดียวมีแต่ประชาชนเลือกตั้ง ไม่มีกษัตริย์ที่สืบทอดสันตติวงศ์ มีกฎมณเฑียรบาล มีการฝึกฝนต่อเชื้อสันตติวงค์ ที่มีมาแต่โบราณ จนถึงบัดนี้ก็ยังมีกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่อยู่ในหมู่ชน ซึ่งยังเป็นรากเหง้าอันเดิม และก็มีพัฒนารากเหง้านี้มาอย่างต่อเนื่อง
เพราะฉะนั้นประชาธิปไตยที่มีกษัตริย์เป็นประมุข แต่ถ้าเป็นกษัตริย์ที่ไม่มีทศพิธราชธรรมก็ไม่ค่อยดี จึงต้องเป็นกษัตริย์มีทศพิธราชธรรมจริง ยิ่งมีทศพิธราชธรรมสูงส่งเท่าไหร่ยิ่งเป็นสุดยอดประชาธิปไตยเท่านั้น ดังที่ประเทศไทยมีตัวอย่างมาแล้ว และจะเป็นตัวอย่างแก่โลกเขาต่อไป คือประเทศไทย เป็นประชาธิปไตยที่มีกษัตริย์เป็นประมุข เป็นตัวอย่างประชาธิปไตยสองขาอย่างสมบูรณ์แบบ คือมีทั้งกายและใจ มีทั้งรูปและนามไม่ขาดตกบกพร่องของความเป็นชีวะในโลก
ประชาธิปไตยขาเดียวเป็นประชาธิปไตยที่พิการ เพราะฉะนั้นประชาธิปไตยขาเดียวก็จะเอาแต่การเลือกตั้งเป็นหลักใหญ่เท่านั้น จึงเป็นประชาธิปไตยที่ผิว ๆเผิน ๆ
ส่วน ประชาธิปไตยที่ก็ไม่ได้ปฏิเสธว่าเลือกตั้งไม่มีประโยชน์ แต่เป็นประชาธิปไตยที่แก่นที่เนื้อ เพราะเป็นเครื่องชี้บ่งอันหนึ่ง ที่เราก็ไม่ได้ละทิ้ง
พ่อครูว่า…ตอนนี้ candidate การเลือกตั้ง ก็มีนายกตู่ แต่คนอื่นยังไม่เห็น คนที่เป็นได้ก็อยู่ต่างประเทศ มาไม่ได้
อาตมาไม่ได้บริหารประเทศแต่ว่าบริหารคนกลุ่มน้อย พูดไปแล้วคนอาจจะเชื่อยากแต่มันเป็นจริงต้องอาศัยเวลา ว่าการพูดไปแล้วทำให้ได้อย่างที่พูดหรือไม่ ก็ยังหวังอยู่ว่าจะมีความก้าวหน้า จะมีความเจริญเพราะตราบใดที่เราต้องการความเจริญของความเป็นประชาธิปไตยที่เราเข้าใจ เข้าใจถูกต้องเข้าใจสาระถูกเท่าไหร่ก็เท่านั้น อาตมาก็เชื่อมั่นว่าชาวอโศกเข้าใจประชาธิปไตยถูกต้อง และเต็มใจ เข้าใจความเป็นประชาธิปไตยถูกต้องกว่ากลุ่มใดๆในโลก ขอยืนยันให้มันเสียงดัง แต่มันเสียงเท่านี้
แต่พฤติกรรมเนื้อแท้ของผู้บริหาร นั่นต่างหากคือเนื้อแท้ เนื้อสัจจะของประชาธิปไตย!
(ซึ่งสอดคล้องกับนักวิชาการอย่าง อ.พิทยา ว่องกุล ฟันธงไว้ว่า ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์นั้นต้องได้ผู้นำที่มีพฤติกรรมที่มีความเป็นธรรมเท่านั้น “ในทางวิชาการแล้ว ประชาธิปไตยรูปแบบที่สมบูรณ์ยังไม่เกิดขึ้น ตราบเท่าที่ผู้ปกครองไม่มีสำนึกการปกครองโดยธรรม เพื่อความเป็นธรรม และเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนอย่างแท้จริง ปัญหารัฐศาสตร์ที่เกิดขึ้นจากอดีตมาถึงปัจจุบัน ล้วนเกิดขึ้นจากผู้นำ หรือผู้ปกครองไม่เป็นธรรมทั้งสิ้น
มนุษยชาติจะก้าวไปสู่การสร้างสรรค์วิชาการรัฐศาสตร์อย่างแท้จริง จึงมีทางเดียวเท่านั้น ได้แก่ การสร้างสำนึกความเป็นธรรมขึ้นอย่างแพร่หลาย วิธีการได้มาซึ่งผู้ปกครองที่ใจเป็นธรรม ทำประโยชน์อย่างเสียสละเพื่อสังคมส่วนใหญ่อย่างแท้จริง เมื่อถึงจุดนี้ รัฐธรรมนูญ จะเขียนไว้อย่างไรก็ไม่มีความหมาย? ” )
อธิบายไม่รู้กี่ทีว่า ประชาธิปไตยของประเทศไทยขณะนี้เกิดจากประชาชนปฏิวัติไม่ใช่พลเอกประยุทธ์ปฏิวัติ พูดมาหลายเที่ยวเหลือเกินแล้ว
ยังมีหลักฐานว่าประชาชนรวมตัวปฏิวัติอย่างสวยงามที่สุด คือ ปฏิวัติด้วยความสงบ สวยงามเรียบร้อยที่สุดแล้วมีโทรทัศน์ถ่ายทอดออกไปด้วย ยาวให้เป็นเย็นเรื่อยไปไขความจริงออกมาให้มากๆหมดๆ peace แปลว่า สงบเรียบร้อยราบรื่นง่ายงาม
ไม่ได้พูดเอาดีเข้าตัว อาตมายืนอยู่ในการปฏิวัติ 5 รัฐบาล อาตมาอยู่กลางถนนกับเขาด้วย อาตมาไม่ได้ออกแรงคนเดียวด้วย ประชาชนร่วมกันออกแรงช่วยกัน ไปร่วมกันปฏิวัติ ใครมาจากปฏิวัติบ้างยกมือขึ้น ..ก็ไม่น้อยนะ ผู้ที่ยังไม่เข้ามาเข้ามาจะได้ร่วมออกไปปฏิวัติอีก มารวมตัวเตรียมตัวไว้เผื่อจะออกไปปฏิวัติ แต่ถ้าไม่ได้ออกไปก็ไม่มีปัญหาอะไรดีซะอีก ที่นี่มีที่ทำกินทำอยู่มาเลย ข้าวมีกิน ดินมีเดิน ตะวันมีส่อง พี่น้องมีเสร็จ เห็ดมีเก็บ ป่วยเจ็บมีคนรักษา ขี้หมามีคนช่วยกวาด ผ้าขาดมีคนช่วยชุน บุญก็สอนให้ลดละ
เราปฏิวัติได้สำเร็จยืนยันว่าเป็นการปฏิวัติของประชาชนที่สวยงามที่สุดในโลก เป็น Phenomenology ไม่ใช่แค่ Philosophy หรือ Epistemology คือญาณวิทยา
Phenomenology มันมีปรากฏการณ์ที่มีตัวบุคคลจริงเป็นสังคมมีพฤติกรรมจริงเกิดผลจริง มันเกินกว่าปรัชญา Philosophy หรือว่าญาณวิทยา Epistemology แต่แบบ Phenomenology คือปรากฏการณ์วิทยา มันมีนัยยะสำคัญที่ต่างกัน เป็นจริงไม่ใช่แค่ญานวิทยา แต่เป็นปรากฏการณ์วิทยา มีแต่ว่า ปรากฏการณ์นี้จะมีทั้งคุณภาพและปริมาณที่มากขึ้น และอาตมาเชื่อว่าแนวโน้มของ ประชาธิปไตยของโลกกำลังจะมา
อ.พิทยา ว่องกุล ยังไม่เชื่อยังไม่เห็นว่าความจริงมันเกิดขึ้นแล้ว อาจารย์พิทยา ก็ยังอยู่แค่ Philosophy ยังไม่เข้าถึงขั้น Epistemology ด้วยซ้ำไป แสดงว่า อ.พิทยา ภาษาพูดยังบอกเลยว่า ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์นั้นต้องได้ผู้นำที่มีพฤติกรรมที่มีความเป็นธรรมเท่านั้น “ในทางวิชาการแล้ว ประชาธิปไตยรูปแบบที่สมบูรณ์ยังไม่เกิดขึ้น ตราบเท่าที่ผู้ปกครองไม่มีสำนึกการปกครองโดยธรรม เพื่อความเป็นธรรม และเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนอย่างแท้จริง ปัญหารัฐศาสตร์ที่เกิดขึ้นจากอดีตมาถึงปัจจุบัน ล้วนเกิดขึ้นจากผู้นำ หรือผู้ปกครองไม่เป็นธรรมทั้งสิ้น
พูดไปอยากให้อาจารย์พิทยาได้ยินบ้าง เคยมางานปลุกเสกฯ มาไม่กี่ทีก็กลับไป ได้แต่นั่งเก็บรายละเอียด ข้อสำคัญตัวเองไม่ลงมือปฏิบัติเอาตัวเองเข้ามาสำรอกกิเลส กิเลสมันมีอยู่กับไม่มีอยู่เป็นอย่างไร แต่ถ้าคุณเลิกได้ด้วยกิเลสไม่มีด้วย คุณจึงจะเป็นตัวจริง จะได้รู้ตัวจริงว่าเป็นแล้ว เราก็รู้ตัวจริง แต่นี่ยังไม่รู้ตัวจริงสักทีเพราะตัวจริงคุณยังไม่เป็นตัวจริงสักที มาเป็นตัวจริงสักทีสิ กิเลสตัวนี้คุณจะมีอยู่ แล้วคุณก็จะพยายามเข้าใจว่าไม่มีเป็นอย่างไร ก็ถ้าคุณไม่มีให้จริง คุณไม่มีจริงๆแล้วจะรู้ว่าอ๋อ มีเองเป็นเองเช่นนี้เอง ตถตา ไม่ต้องอาศัยใครบอกแม้แต่พระพุทธเจ้าก็ไม่ต้องมาบอกเรา เพราะเราเป็นแล้ว พระพุทธเจ้าไม่ต้องบอกเราเป็นแล้ว แต่มันตรงกับของพระพุทธเจ้า
อาตมาว่า อันนี้คือประชาชนปฏิวัติไม่ใช่พลเอกประยุทธ์ปฏิวัติ เขาก็ยังไม่เข้าใจ เอาทั้งความสงบความจริงความไม่มีอาวุธความไม่รุนแรง เอาความดีงามความฉลาดความเป็นผู้รับใช้ไปปฏิวัติ เอาความเป็นผู้แพ้ไปปฏิวัติเลยชนะ เอาความเป็นผู้ยอมไปปฏิวัติ เลยชนะ เพราะฉะนั้นคุณจะเอาชนะอยู่นี่ไม่มีวันชนะ
นี่คือความเป็นสิริมหามายา เอาความแพ้ไปชนะผู้ชนะ พยัญชนะแพ้กับชนะเป็นความหมายตายตัวแล้วดันบอกว่าเอาความแพ้ไปชนะผู้ชนะ จริง นั่นแหละ เป็นสิริมหามายา
ต้องมีมุทุภูติ เรียกว่ามุทุภูตธาตุ ไม่ใช่มุทุจิตธาตุ เพราะว่า คำว่า ภูตะ นี้ละเอียดกับคำว่าจิต ตัว ภ เป็นตัวที่เจริญก้าวหน้าไปเรื่อยๆได้
ตอนนั้น ทาง ปชป. กำนันสุเทพรวมตัวที่สามเสน กำนันมีเสียงดี คนมารวมกันเยอะ ปิดกรุงเทพฯเลยได้ นักรัฐศาสตร์ศึกษาให้ดี
ประชาชนปฏิวัติโดยไม่ใช่อำนาจปากปืน ใช้ความสงบความจริง กับความเกื้อกูลหวังดีเป็นเครื่องมือ จะเรียกว่าอาวุธเป็นศาสตรา เป็นความจริงความรู้ที่ยิ่งใหญ่มาก จึงได้รับความชนะอย่างสุดยอดประเสริฐ เพราะรัฐบาลออกไปถึง 5 รัฐบาล ไม่ใช่น้อยนะ ประชาชนปฏิวัติรัฐบาลออกไปถึง 5 รัฐบาลไม่ใช่น้อยนะ เมื่อชนะถึง 5 รัฐบาลแล้ว ก็มีผู้รับช่วงบริหารไปเลย คุณประยุทธ์ที่เป็นชื่อนักรบก็รับหน้าที่ต่อ เป็นอจินไตยที่อาตมารู้ชัดแต่ไม่เก่งขยายความไม่ได้ พูดได้แต่ว่าสังคมยังไม่ราบรื่น จึงต้องมีประยุทธ์ ทั้งทางธรรมและทางโลก
เมื่อผ่านการรบทั้งสองอย่างนี้ไปแล้วจะเป็นไปได้ การรบหยุดเหลือแต่ความรัก ไม่ใช่ความรักมิติที่ต่ำ แต่เป็นความรักมิติที่ 7 ขึ้นไป เป็นความรักมิติที่ 7 ขึ้นไปเพื่อมวลมนุษยชาติ เพื่อความรู้ทางพุทธ มิติที่ 8 เป็นความรู้ทางศาสนาทางธรรมะ มิติที่ 9 จบสุดยอด เป็นอุภโตภาควิมุติเลย
นักรัฐศาสตร์ควรจะได้บันทึกว่าเป็นการปฏิวัติอย่างสงบเรียบร้อยเอาความรู้ความจริงความสงบเป็นเครื่องมือในการปฏิวัติไม่ได้เอาระเบิดเอาปืนมาปฏิวัติ คนที่แฝงมาบ้างก็เป็นวิบากของเขา
ในความจริงที่เราปฏิวัติ เรามีทฤษฎีสำเร็จอยู่ก็คือ ยาวให้เป็น เย็นเรื่อยไป ไขความจริงออกมาให้มากๆหมดๆ นี่คือ อาวุธ ที่ดี ไม่ใช่อาวุธร้าย เพราะฉะนั้นไม่มีปัญหาเลยจะยาวเท่าไหร่แล้วก็ทำได้โดยไม่ต้องกังวล เย็น ไม่ต้องวู่วามไม่ต้องร้อน แล้วก็มีแต่ไขความจริงออกมา คนก็จำนนด้วยความจริง ยิ่งเอาความจริงมาเปิดเผยยืนยันให้ชัดเจนเท่าไหร่ ความจริงที่คุณเถียงไม่ได้ ที่คุณจะต้องจำนน ก็จบ จนคุณแยกได้ออก ชั่วอยู่ที่คุณผิดอยู่ที่คุณ ดีอยู่ที่เราก็จบชนะเด็ดขาด พวกนั้นเขาพ่ายแพ้ต่อความจริง
อจินไตย ลึกๆที่คนรู้ได้ยากว่า ทำไมประชาธิปไตยเมืองไทยต้องเป็นเช่นนี้ ตั้งแต่พลเอกประยุทธ์รับช่วงอำนาจจากประชาชน อาตมาอธิบายแล้วเขาก็ยังไม่เข้าใจ ภาพประชาธิปไตยของเมืองไทยตอนนี้เป็นประชาธิปไตยที่ประชาชนเป็นผู้ปฏิวัติ ปฏิวัติไปไม่รู้กี่รัฐบาล ตั้งแต่ทักษิณ สมัคร สมชาย ยิ่งลักษณ์ ที่จริงมีอภิสิทธิ์คั่นอยู่หน่อยด้วย จนกระทั่งพลเอกประยุทธ์เข้ามาบริหารรับช่วงไปจากประชาชน นักรัฐศาสตร์ควรจะได้บันทึกกันเอาไว้ ประชาชนปฏิวัติอย่างสงบเรียบร้อย เอาความจริงเข้ามายืนยัน พยายามเปิดเผยความจริงกันขึ้นมา จะใช้เวลายืนยาวเท่าไหร่ก็ไม่ว่า “ยาวให้เป็น-เย็นเรื่อยไป-ไขความจริงออกมาให้มากๆหมดๆ” พวกนั้นเขาพ่ายแพ้ต่อความจริง!
รัฐบาล 5 รัฐบาลนั้นแพ้ความจริง ไม่ได้แพ้ด้วยอำนาจของอาวุธยุทโธปกรณ์ แต่เขาแพ้ด้วยสัจจะความจริง มันสวยงามที่สุด ประชาชนไม่ใช้อาวุธ ไม่ได้ทำรุนแรงเลวร้าย มีแต่พวกกเฬวราก แทรกซ้อนเข้ามาทำลายทำร้ายประชาชน เพราะฉะนั้นเมื่อรัฐบาลทรราชหมดสภาพ (Fail state) ไม่มีความชอบธรรมที่จะบริหารประเทศต่อไปแล้ว พลเอกประยุทธ์อยู่ในฐานะผู้ดูแลความมั่นคง และความสงบเรียบร้อยของชาติ จึงต้องเข้ามาแก้ปัญหา แล้วประชาชนก็ยินยอมพร้อมใจให้พลเอกประยุทธ์บริหาร บริหารไป 3-4 ปีเข้าตาประชาชนมาก แม้แต่เดี๋ยวนี้ก็ยังเข้าตาประชาชน แต่ก็มีพวกที่ดิ้นรนจะแย่งอำนาจอยู่บ้าง เขาก็พยายามใช้การ propaganda(โฆษณา) มี fake news มาบ้าง บางคนเลยเป๋ แต่แท้จริงคนก็ยังยอมรับส่วนมาก
อาตมาเป็นกองหนุนไม่ใช่กองหน้า ยกให้หลวงปู่พุทธอิสระ กองหน้ารบไป อาตมาไม่ได้พารบกับทางโน้นมากหรอก อาตมาพารบกับกิเลสมากกว่า สังคมไม่ได้ขาดการรบ
อจินไตยของอาตมาคือ ในชีวิตนี้ชีวิตของคนที่ถูกกำหนดให้เกิดมาต้องรบ คือรบกับกิเลส ฉันเดียวกัน สังคมก็ต้องมีการรบ ผู้นำการรบทางธรรมในประเทศไทยคือท่านประยุทธ์ ปยุตโต ผู้ที่นำการรบทางสังคมประเทศ คือพลเอกประยุทธ์ ทำไมต้องชื่อประยุทธ์ 2 ประยุทธ์ เป็นอจินไตยที่อาตมารู้ดีว่าจะต้องนำพากันไป 1. บทบาททางธรรม 2. บทบาทการบริหารประชาชนเป็นนายกฯของประเทศ อจินไตยเหล่านี้อาตมาขยายความได้เท่านี้ให้ฟังก่อน
ความเป็นจริงโดยพฤติกรรมของมนุษย์ ที่แสดงออกมาจริง ก็เป็นสัจจะที่เป็นได้ หากเทียบเคียงระหว่างทักษิณที่เป็นกระแสสังคมกับพลเอกประยุทธ์ขณะนี้ที่ชัดเจนเป็นตัวเปรียบเทียบ ทักษิณเป็นตัวแทนเผด็จการอยู่ในคราบความหลอกว่าเป็นประชาธิปไตย ส่วนพลเอกประยุทธ์นั้น เป็นผู้แทนของประชาธิปไตยที่อยู่ในคราบของคนมองว่าเป็นเผด็จการรัฐประหารมา
คนที่ภูมิไม่ถึงก็จะเสร็จพวกที่หลอกนะ ส่วนคนที่ภูมิถึงจะไม่ได้ถูกหลอกไม่สับสนจับมั่นคั้นตาย ไม่งง อยู่ในสภาพที่จับเอาความจริงอยู่ได้เสมอนี่คือสัจจะที่ยิ่งใหญ่
เนื้อหาของประชาธิปไตยที่แท้ ที่อาตมาเน้นถึงเนื้อหาสัจจะสาระที่แท้
1.อิสระเสรีภาพ หมายถึงตัวผู้บริหารก็ต้องอิสระเสรีภาพประชาชนก็ต้องให้อิสระเสรีภาพเขาเต็มที่
2.ไม่มีความเห็นแก่ตัวไม่มีตัวตนไร้อัตตา ทำเพื่อประชาชนอย่างจริงจังทำเพื่อผู้อื่นอย่างจริงจัง
3.มีจิตวิญญาณที่เต็มไปด้วยปัญญา ปัญญาไม่ใช่เฉโก ปัญญาคือความฉลาดที่ซื่อสัตย์จริงใจไม่มีตัวตนไม่ได้เห็นแก่ตัวไม่เห็นแก่วงแคบ เห็นแก่วงกว้างได้ นี่คือปัญญาที่เฉลียวฉลาดระดับโลกุตระ ก็จะต้องศึกษาฝึกฝนทำจิตให้ตัวเองเป็นโลกุตระจริง เมืองไทยเป็นเมืองที่มีโลกุตระแท้ๆ
โลกุตระนี้โลกจะเอาไปศึกษาต่อ แล้ว เขาจะค่อยๆเข้าใจความเป็นโลกุตระที่เหนือจากโลกียะที่ต้องวนเวียนกับลาภยศสรรเสริญสุข ส่วน โลกุตระนั้นหลุดพ้นจากอำนาจลาภยศสรรเสริญโลกียสุขไปตามลำดับๆ หยาบ กลาง ละเอียด จนหมดสิ้นไม่เป็นทาสโลกียธรรม
พลังงานโลกุตระเป็น nuclear fission ที่ตรงไม่มีองศาโค้งเลย ออกนอกบ้านเอกภพไปเลย ทะลุเอกภพไปเลย ยิ่งกว่าพลังนิวเคลียร์ที่ออกนอกโลกไป ที่ยิงจรวดออกนอกโลก ยิ่งกว่าเลย มันไปสู่บรรยากาศทะลุบรรยากาศโลก จนกระทั่งหายไปหมด หายไปจนกระทั่งหมดพลังงาน เพราะฉะนั้นก็จบไปแล้วคำพูดที่จะพูดกัน
เพราะลึก ๆ แล้ว คนไทยเข้าใจในเนื้อหาของความเป็นโลกุตระ ประเทศไทยจึงดีขึ้นได้ทุกๆด้าน แม้แต่ด้านประชาธิปไตย ความเป็นประชาธิปไตยดีขึ้นจนกระทั่งต่างประเทศ รับรองความเป็นประชาธิปไตยของนายกฯตู่ ไม่ว่าประเทศมหาอำนาจที่ใหญ่ยิ่งของโลก ไม่มีใครปฏิเสธ แสดงให้เห็นชัดเจนว่า คนในโลกเข้าใจความเป็นประชาธิปไตยอยู่ โดยนัยลึก ๆ เพราะฉะนั้นเรื่องแค่เลือกตั้งจึงเป็นเรื่องขี้ผง
แม้แต่เรื่องพุทธศาสนาเขาก็ยอมรับให้เมืองไทยเป็นแหล่งกลางของพุทธศาสนาแห่งโลก ประชาธิปไตยของศาสนาพุทธจึงเป็นประชาธิปไตยแก่นแท้ เป็นเรื่องทั้งข้างนอกทั้งข้างในทั้งตัวตนบุคคลจิตวิญญาณเป็นจริง นายกฯตู่ขณะนี้เป็นตัวจริงยังไม่มีใครเป็นแคนดิเดตที่จะมาเป็นนายกฯ รอดูวันที่ 24 กุมภาพันธ์เถอะ จะรู้แดงรู้เหลือง
เลือกตั้งครั้งนี้จะแสดงปรากฏการณ์ สมมตินะ คะแนนเสียงเลือกตั้งพรรคที่ได้คะแนนมากที่สุดเลือกพลเอกประยุทธ์ พรรคที่มีคือมีเหลืองกับแดง ต่างก็แตกแบงค์ย่อยกันทั้งคู่ คนละนัยยะ แต่รวมยอดแล้ว มันก็เป็นสองเท่านั้น final แล้ว
เรื่องเลือกตั้งเป็นเรื่องเล็กนิดเดียวจะออกผลมาอย่างไรก็ไม่มีปัญหา หากออกผลมาที่คะแนนรวมส่งเสริมพลเอกประยุทธ์มากกว่าส่งเสริมทางทักษิณ อาตมาว่า ประชาธิปไตยของไทยจะเดินหน้าแล้ว แต่เผื่อว่า ได้คะแนนทางทักษิณมากกว่า อาตมาว่า มะเร็งจะขึ้นคอ ไม่ใช่แค่หืดขึ้นคอ ถ้าคะแนนแดงมากกว่าเหลือง สมมุติว่าถ้าหากทักษิณมาปฏิวัติคุณจะยอมให้ทักษิณมาเป็นใหญ่บริหารไหม เพราะฉะนั้นเราก็ต้องออกไปอยู่ดีมันก็ต้องเกิดสงครามแน่นอน แน่นอนเราจะยอมตายในสงครามใช่ไหม ยอมตายในสงคราม เพราะฉะนั้นสู้ตายแน่ นี่เป็นเรื่องจริงไม่ใช่เรื่องเล่น ใครไม่ออกอาตมาออก ใครจะออกไปด้วยยกมือ
ทีนี้เข้ามาสู่สภาพของการเมือง พฤติกรรมการเมืองของประเทศไทยทุกวันนี้ คนไทยได้ช่วยกันพยายามผลักดันให้ประชาธิปไตยเจริญขึ้น ด้วยพลังงานรวมของคนไทยทั้งประเทศ รวมกันสานและถักทอให้เป็นประชาธิปไตยที่ดีงามขึ้นเท่าที่จะสามารถทำขึ้นมากันได้ด้วยความพยายามขนาดหนึ่ง อย่างน้อยชาวอโศกเป็นทั้งใจและพฤติกรรมเท่าที่จะเป็นได้ ตามกรอบความเป็นสิทธิ ที่จะแสดงออกอย่างเต็มที่ไม่ได้ออมมือ
ขณะนี้ประเทศต่าง ๆ ในโลกกำลังตามพิสูจน์ ความเป็นประชาธิปไตยคืออะไร? ไม่ว่าจะเป็นรัสเซียหรือจีน เขาบอกว่าเขาไม่ได้เป็นประชาธิปไตยเขาเป็นคอมมิวนิสต์ แต่ลึก ๆ แล้วเขากำลังเป็นลัทธิแก้ ไม่ว่ารัสเซียหรือจีนก็เป็นลัทธิแก้ทั้งนั้น แก้เพื่อไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยด้วยเนื้อหา แต่ภาษาเขาไม่อยากเปลี่ยน เขาก็ว่าเขาไม่เป็นประชาธิปไตยเป็นสังคมนิยมก็แล้วแต่จะว่ากันไปเอาภาษาว่าไป แต่เนื้อแท้นั้นเข้าไปสู่ความแป็นไปเพื่อประชาชน อย่างที่ลินคอล์นว่า “โดยประชาชน-เพื่อประชาชน-ของประชาชน” แต่อันนี้จะใช้ได้กับคนที่บริสุทธิ์ลดกิเลสได้ จึงทำงานเพื่อประชาชนจริงๆ แต่ถ้าไม่ลดกิเลสก็จะทำเพื่อกิเลส จะทำเพื่อตัวเอง จะมากหรือน้อยก็แล้วแต่ ต้องคนลดกิเลสได้จริงๆๆ จึงไม่เอา ส่วนของพระพุทธเจ้านั้นก็เน้นเพื่อประชาชน เช่นกัน คือ
ประชาชนชาวอโศกมี communal คือมีสาธารณโภคี เสียภาษาให้ส่วนกลาง 100% ประชาธิปไตยหรือคอมมิวนิสต์ก็สู้ไม่ได้ทั้งสองอย่างมีวิธีการบังคับประชาชนเสียภาษีต่างกัน แต่ของสาธารณโภคีนี้ไม่บังคับเลย ใครทำยังไม่ได้ก็ยังอยู่นอกเขตเทศบาลสาธารณโภคี
“พหุชนหิตายะ” คือเพื่อประโยชน์แก่ประชาชนหมู่มาก -“พหุชนสุขายะ” คือเพื่อความสุขของมวลประชาชน – และเพื่อ “โลกานุกัมปายะ” การรับใช้โลก อนุเคราะห์โลก
ผู้ที่เห็นแก่ประชาชน ทำประโยชน์แก่ประชาชน รับใช้มวลประชาชนอยู่ นี่คือความเป็นพฤติกรรมของประชาธิปไตย ที่ครบถ้วนสมบูรณ์แบบ ซึ่งประเทศไทยโชคดีที่มีพระเจ้าแผ่นดิน รัชกาลที่ ๙ ท่านทรงปฏิบัติให้ดูเป็นแบบอย่างของ การ “ขยันรับใช้(โลกานุกัมปายะ) – มีแต่ให้(พหุชนสุขายะ)- ไม่มีอคติ (มีแต่ประโยชน์=พหุชนหิตายะ) นี่ก็เป็นนิยาม ๓ ข้อของประชาธิปไตย ซึ่งเป็นไปเพื่อ ๑.ประชาชนอย่างแท้จริง และ ๒.ไม่เห็นแก่ตัวอย่างเป็นจริง
ทุกวันนี้ประเทศไทยดีขึ้นในทุกๆด้าน แม้ต่างชาติก็ให้การยอมรับอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในยุคใดสมัยใด แต่พวกประชาธิปไตยเก๊ทั้งหลาย ก็พยายามสร้างวาทกรรมที่เป็น Fake News ให้เกลียดชังประเทศของตัวเอง จนทำให้เห็นว่า ต้องรีบเลือกตั้ง แล้วทุกอย่างจะดีขึ้นทันที น่าจะพอกันได้แล้ว พอกันที ๘๖ ปีมาแล้วนะ รู้ประชาธิปไตยกันให้จริงบ้าง จะไม่ยอมฉลาดกันบ้างเลยหรือ???
ส.ฟ้าไท สรุปจบ