ศาสนา

620227_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ถ้าเอาแต่ให้ทุกคนรวยจะซวยกันทั้งโลก

อ่านทั้งหมดที่ หรือดาวโหลดเอกสารที่… https://docs.google.com/document/d/1O_zLNSLUwNQsruuHPxkyrGKXDgLsaKzJ-zmL1YC8mhg/edit?usp=sharing  

ดาวโหลดเสียงที่.. https://drive.google.com/open?id=1n09aX0JMfa538TRhHvMlI5SyrkxLMLn4

สมณะเดินดินว่า…วันนี้วันพุธที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 ที่บวรราชธานีอโศก ในช่วงนี้อากาศเริ่มร้อนขึ้น อุณหภูมิทางการเมืองก็ร้อนขึ้นไปด้วย เนื่องจากคนเขาแย่งชิงอำนาจกัน มีพรรคเพียงพรรคเดียวที่มีนโยบายว่า

“มาจนร่วมกันไม่ต้องรวย จะช่วยผู้อื่นช่วยประเทศช่วยโลกได้

ถ้าเอาแต่ให้คนทุกคนรวย จะซวยไปด้วยกันทั้งประเทศทั้งโลก”

จึงเป็นพรรคที่ไม่ไปทำให้คนเดือดร้อน ตอนนี้ก็มีพรรคที่อาจต้องถูกศาลสั่งให้ยุบพรรค เป็นค่ายกลการเมืองที่คนเข้าไปก็หวังจะรวยหวังได้อำนาจทั้งนั้น

พ่อครูว่า…SMS วันที่ 25-26 ก.พ. 2562

_3867คนจะเชื่อว่าพ่อครูฯเป็นอรหันต์จริงฤาไม่?มากน้อยแค่ไหน?พิสูจน์จะจะบ้านวัดโรงเรียนที่ไร้หนี้ปลอดอบายไกลทุจริตฯบวรพึ่งตนตลาดอาริยะชุมชนพอเพียงอรหันต์เก๊สร้างไม่ได้!มีแต่ ผู้บรรลุอรหัตตผลจริงเท่านั้นที่สร้าง สิ่งที่ไม่เบียดเบียนโลกได้จริง!สาธุ

พ่อครูว่า…ถ้าจะพูดไปก็เหมือนกับยกย่องตนเอง อาตมาก็พยายามที่จะยืดอายุตนเองให้ยาวนาน ยาวนานเพื่อที่จะทำงาน งานที่อาตมาทำมาแล้ว 49 ปี ตั้งแต่ตัดสินใจแน่นอนแล้วว่าต้องมาทำงานนี้ จนกระทั่งถึงทุกวันนี้ ก็เห็นผลได้เกิดหมู่คนจน เกิดหมู่คนที่บรรลุธรรมตามพระพุทธเจ้าไปตามลำดับมีวรรณะ 9 มีสาธารณโภคี มีสาราณียธรรม 6 เกิดจากจิตที่มีพุทธพจน์ 7 สาราณียะ ปิยกรณะ คุรุกรณะ สังคหะ อวิวาทะ สามัคคียะ เอกีภาวะ

อาตมาตั้งใจจะอธิบายการศึกษา 3 ไตรสิกขา ให้เป็นสภาพที่ละเอียดลึกซึ้ง มันเป็นจุดเริ่มต้นที่จะมีจุดต่อให้เป็นสัจธรรม หากทำความเข้าใจไม่ชัดจะไปไม่ได้ไกล มันต้องเข้าใจให้ชัดเจนถึงจะไปได้ไกล อาตมาพูดความจริงมานาน คนก็หาว่านอกรีตเอาตำราเอาอะไรมาขัดแย้ง (พ่อครูไอ ตัดออกด้วย)

สมณะเดินดินว่า…เราถือศีลหากเจริญได้ก็จะมีอธิศีล อธิจิต อธิปัญญาขึ้นไป เป็นไตรสิกขาที่สมบูรณ์

พ่อครูว่า…ต่อ sms อาตมาเพิ่มเติมอีกหน่อยว่าอาตมาจำเป็นต้องยืนหยัด อาตมาไม่เหลาะแหละสัจธรรม บรรยายธรรมะก็พูดตรงๆ ไม่มีอะไรเหลาะแหละหรือให้ความเข้าใจเป็นอื่น อันนี้เป็นเจตนาของอาตมา เพราะทุกอย่างทุกวันนี้มันเลอะเทอะ ยากที่จะเข้าสู่ความรู้ที่ชัดเจนเป็นแก่น อาตมาจึงไม่เสียเวลาไปเข้าใจให้ฟุ้งซ่าน หรือโค้งงอ จนหลงสิ่งที่ดำเป็นขาว สิ่งที่ขาวเป็นดำ ซึ่งมันถูกกลบเกลื่อนไปมากแล้ว

ยังดีที่มีคนมาเข้าใจสัจธรรมที่ คัมภีรา (ลึกซึ้ง) ทุททัสสา (เห็นตามได้ยาก) ทุรนุโพธา (บรรลุรู้ตามได้ยาก) สันตา (สงบระงับอย่างสงบพิเศษ แม้จะวุ่นอยู่) ปณีตา (สุขุมประณีตไปตามลำดับ ไม่ข้ามขั้น) อตักกาวจรา (คาดคะเนด้นเดามิได้) นิปุณา (ละเอียดลึกถึงขั้นนิพพาน) ปัณฑิตเวทนียา (รู้แจ้งได้เฉพาะผู้เป็นบัณฑิต บรรลุแท้จริงเท่านั้น)   (พตปฎ. เล่ม 9 ข้อ 34)

สงบอย่างมีแรงมีพลังงาน ตั้งมั่น เย็นยิ่งมีแรง ไม่กระจัดกระจาย อาตมาว่าต้องอาศัยเวลา อาศัยผลงานที่เรากระทำ นี่ก็ได้ก่อหวอดมาเป็นรูปร่างแล้วมีทฤษฎี ปัญญาความรู้ความเข้าใจ เป็นความรู้ระดับปัญญา

อาตมาพยายามจะเจาะลงไปในความเป็นปัญญาที่ไม่ใช่แค่ความฉลาดเฉโก เจาะถึงรากของศัพท์ อัญญา คือความเห็นที่แยกแปลกไปจากโลกียะ มีอัญญธาตุ ธาตุจิตที่เป็นอื่น เปลี่ยนไปจากความรู้แบบเดิมแล้ว มาเป็นอัญญา เป็น ถัญญา สัญญา เจริญงอกงามอีกมากมาย มันต้องอาศัยแค่ความรู้ไม่พอ ต้องอาศัยการปฏิบัติให้เกิดผลจริง อยู่อย่างที่พวกเราเป็นนี่แหละ คนเข้าใจเห็นได้ยากเพราะถูกครอบงำความคิดมาแล้ว

_0851 จิตที่โมหะ ทำให้ละ18 อิฐฉา ผมออกจากงานที่วัดสวนแก้ว ยังไม่มีงานทำ ผมของานทำ จึงมากราบเรียน พ่อครู โพธิรักษ์ กราบนมัสการ

พ่อครูว่า…อิจฉา แปลว่า ริษยา ไม่ต้องการให้คนอื่นได้ดี แต่ถ้าอิสสานี่เป็นความประสงค์ความอยากได้กลางๆ อิสาวจร แต่ถ้าอิจฉา หรือริษยา คนไทยใช้คำนี้ เป็นเรื่องไม่ดี แต่อิสสาไม่ใช่ริษยา มันปนเปกันในภาษา แต่คุณอยู่ที่วัดสวนแก้วไม่ได้แล้วจะมาอยู่ที่วัดอโศกจะไหวหรือ แต่ก็มาลองดูเลย มาทำงานที่นี่ต้องทำงานฟรีไม่มีรายได้เงินเดือนนะ มีข้าวให้กินฟรี

_คอยไท ไมตรีวงศ์ · กราบเคารพพ่อครู. ผมได้ไปพักค้างที่บ้านราชมา 2คืน ผมได้ประสบการณ์ดีๆมามากมายเลยครับ อย่างแรกเรื่องของน้ำใจ อย่างสองเรื่องของมิตรภาพ. ทั้งสมณะและญาติธรรม อย่างสามการใช้ชีวิตแบบชาวอโศก ยิ่งตอนทานอาหารผมนี้อึ้งเพราะทานกันแบบมีระเบียบมากและอาหารเยอะมากๆ เวียนจนผมนี้ตาลายเลยครับ.

ผมไปบ้านราชจุดประสงค์คือไปให้คำปรึกษาท่านคมคิดเรื่องม่านน้ำตก. แต่หาท่านไม่เจอครับ. แต่ได้คุยกับพ่อครูบ้างแล้วแต่นั่นแค่แนวทางที่อาจเป็นไปได้. ใจอยากจะเจอท่านคมคิดเพื่อคุยรายละเอียดและขึ้นดูพื้นที่จริงด้านบน. แต่ขอเป็นครั้งต่อไปครับ. ผมจะหาเวลาไปอีกครั้งครับ ตอนนี้มีเบอร์โทรท่านคมคิดแล้วผมจะลองประสานงานทางโทรก่อนครับ. เพื่อเป็นแนวทางคร่าวๆ. ปล ครั้งแรกในชีวิตที่ได้พักในอาคารร้อยกว่าล้าน นอนหลับสบายมากๆครับ

พ่อครูว่า…ที่จริงอาคารเฮือนศูนย์ฯนี้เราก็ทำกันเองเสียส่วนใหญ่ ถ้าจ้างด้วยเงินทุกวันนี้วัสดุแรงงาน แต่เราทำเอง เช่นหินแกรนิตที่ปูพื้นอยู่นี่แต่ก่อนได้ฟรีมาด้วย แต่ทุกวันนี้เขาต้องซื้อกัน เป็นปีกหิน ด้านหนึ่งเรียบอีกด้านหนึ่งขรุขระ เราก็ใช้ด้านที่เรียบร้อย เอาหินขัดมาเชื่อม แต่เดี๋ยวนี้ยากแล้ว เดี๋ยวไปเรื่องก่อสร้างแล้วคนก็ย้อนแย้ง มันเป็นสิริมหามายา กลับกลอกเหมือนตลบแตลงแต่ไม่ใช่

_1614 มุมมองที่ถูกต้องก่อนลงนั่งสมาธิคืออย่างไร? คือ การที่เราคิดไว้ก่อนว่าเราจะหลับตาลงเพื่อเห็นความไม่เที่ยง ทั้งความไม่เที่ยงของลมหายใจทั้งความไม่เที่ยงของสุขทุกข์ ทั้งความไม่เที่ยงของความฟุ้งซ่าน เพื่อที่ว่า เมื่อเห็นความไม่เที่ยงเหล่านั้นแล้วจิตจะได้ฉลาดขึ้นว่าสิ่งเหล่านั้นเปลี่ยนไปเรื่อยๆให้เห็นสิ่งใดเปลี่ยนไปเรื่อยๆ สิ่งนั้นไม่ใช่ตัวเดิม สิ่งใดไม่ใช่ตัวเดิม สิ่งนั้นไม่ใช่ตัวตน

เมื่อตั้งมุมมองไว้ตรงกับความเป็นสัมมาทิฏฐิแบบพุทธแล้ว ทุกครั้งที่นั่งสมาธิจะเป็นทุกครั้งที่ได้บุญใหญ่ขั้นสูงสุดเพราะเราจะเห็นทันทีที่กำหนดใจมองว่าเริ่มต้นขึ้นมา บางทีหายใจสั้น อึดอัด เป็นทุกข์แต่เมื่อลากลมเข้ายาว ระบายลมออกยาวก็เกิดความสบาย เป็นสุขเมื่อเป็นทุกข์ ก็ฟุ้งซ่านซัดส่าย แต่ละลมหายใจบอกความจริงกับเราเช่นนี้เสมอ แล้วทำไมเราจะต้องยึดเอาเฉพาะที่มันดีๆ ที่เป็นความสุข ที่เป็นความสงบไว้ว่าเป็นเราด้วย?

เมื่อเห็นอยู่อย่างนี้ว่า สมาธิทำให้เห็นความไม่มีตัวเรา เท่ากับนี่เป็นชาติที่ได้บุญเกินกว่าทุกชาติที่ผ่านมาแล้ว ….จากพี่เมธิพันธ์

พ่อครูว่า…ที่จริงมีส่วนแบบพุทธแต่เป้าที่ทำไม่เข้าพุทธ อะไรที่จะทำให้ไม่เที่ยงล่ะ หากตั้งมุมมองสัมมาทิฏฐิ คุณก็คิดว่าสัมมาทิฏฐิแต่มันผิดไปตั้งแต่ไปนั่งดูลมหายใจแล้ว

ก็คงจะยังไม่ขยายความมากเพราะมีเรื่องที่จะพูดอีกเยอะ มันเป็นเรื่องลึกซึ้ง ก็ขอผ่านไปก่อน ในประเด็นนี้ ก็ติดตามให้ดีๆ คิดว่าคุณก็คงติดตามศึกษาเรียนรู้ ก็มีนัยยะที่เข้าใจได้บ้างแล้ว แต่มันก็ยังสับสนซับซ้อน ยังมีอะไรที่ไม่เข้าร่องเข้ารอยอีกไม่ใช่น้อย

อาตมาตั้งใจอธิบายเป็นลำดับเรียงต่อกันไปในไตรสิกขา เรียนรู้ธรรมะสามเส้าของพระพุทธเจ้า จาก 2 แล้วมาเป็น 3 เส้า แล้วขยายเป็น 6 เป็น 9 เป็นความซับซ้อนที่สูงส่งก็ค่อยว่ากัน

ตอนนี้เอาที่นักคิดนักเขียนเขาเขียนเอาไว้ดีมาอ่าน ก็ขอบคุณทุกท่านที่ให้ข้อมูลมาให้อาตมาบรรยายมาเป็นธรรมะ

คอลัมน์แรกก็คือของคุณกาแฟดำ คือคุณสุทธิชัย หยุ่น หนี้มะกันล่าสุด

หนี้มะกันล่าสุด: $22,000,000,000,000

หากเป็นประเทศอื่น การมีหนี้สาธารณะระดับนี้ก็เข้าข่าย “หนี้สินล้นพ้นตัว” แล้ว

แต่เพราะสหรัฐฯ เป็นพี่เบิ้มใหญ่ สามารถพิมพ์เงินเองโดยไม่ต้องมีทองมากองเอาไว้เพื่อรับรองความมั่นคงของสถานะการเงินของตนเอง รัฐบาลสหรัฐฯ จึงกู้เงินอย่างไม่บันยะบันยัง

ล่าสุดระดับหนี้ของรัฐบาลสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นอยู่ที่ระดับสูงสุดเป็นสถิติใหม่อีกครั้ง คือมากกว่า $22 ล้านล้านดอลลาร์ ตามการเปิดเผยของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ

พูดง่ายๆ ก็คือตั้งแต่โดนัลด์ ทรัมป์ เข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนมกราคม 2017 หนี้ของรัฐบาลสหรัฐฯ  ได้เพิ่มขึ้นจากระดับ $19.95 ล้านล้านดอลลาร์ เป็น 22.01 ล้านล้านดอลลาร์

อีกสาเหตุหนึ่งก็เพราะทรัมป์ลดภาษีให้ธุรกิจใหญ่ๆ เพื่อเอาใจนายทุน ทำให้รายได้ของรัฐหดตัวลง  ก็ต้องสร้างหนี้เพื่อประคองเศรษฐกิจของตนเอง

นอกจากเป็นเพราะนโยบายลดภาษีของทรัมป์ มูลค่า 1.5 ล้านล้านดอลลาร์แล้ว อีกสาเหตุหนึ่งก็คือ การอนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมทั้งในส่วนของการใช้จ่ายภายในประเทศ และงบประมาณด้านการทหาร Make America Great Again ของทรัมป์ คือการสร้างแสนยานุภาพทางทหารอย่างไม่ลดละอีกด้านหนึ่ง

ทุกอย่างมีราคาของมันเอง ทรัมป์ต้องการสร้างความนิยมชมชื่นทางการเมืองก็ต้องออกนโยบายเอาใจทั้งระดับเศรษฐีและรากหญ้า

ท้ายที่สุดคนที่ต้องควักกระเป๋าก็หนีไม่พ้นประชาชนทั้งหลายนี่แหละ

ไม่ต้องสงสัยว่าหากวิเคราะห์ตัวเลขทั้งหมดแล้วก็จะเห็นภาพชัดว่า ภาระหนี้ที่เพิ่มขึ้นนี้จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอเมริกันทั้งระยะกลางและระยะยาวอย่างปฏิเสธไม่ได้

เฉพาะดอกเบี้ยที่เกิดจากหนี้ในระดับสูงเป็นประวัติการณ์นี้ก็ทำให้รัฐบาลที่วอชิงตันมีต้นทุนเพิ่มขึ้นกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์ต่อวัน

ขอย้ำว่าดอกเบี้ยตก 1,000 ล้านเหรียญหรือเท่ากับ 32,000 ล้านบาทต่อวัน

นั่นเฉพาะดอกเบี้ย ไม่คิดเงินต้นที่เพิ่มขึ้นทุกปี

ด้วยเหตุนี้สิ่งที่จะตามมาก็คือการขาดดุลงบประมาณ

สำนักงานงบประมาณของรัฐสภาสหรัฐฯ ประเมินไว้ว่า เฉพาะปีนี้อเมริกาจะขาดดุลงบประมาณอีกประมาณ 897,000 ล้านดอลลาร์ และจะเพิ่มขึ้นถึงระดับ 1 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี ตั้งแต่ปี 2022 เป็นต้นไป

ที่เป็นเช่นนี้เพราะการเกษียณการทำงานของคนอเมริกันที่เกิดในยุคเบบี้บูม หรือคนที่เกิดหลังสงครามโลกครั้งที่สองที่วันนี้มีอายุ 55 ปีขึ้นไป

คนกลุ่มนี้ตายกันน้อยลง เพราะความก้าวหน้าทางการแพทย์และการดูแลสุขภาพตัวเองที่ดีขึ้นมาตลอด

ข่าวเรื่องปริมาณหนี้สาธารณะของสหรัฐพอกพูนผ่านหลัก 22 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเกือบ  700 ล้านล้านบาทมีขึ้นขณะเดียวกับที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านนโยบายการค้าของอเมริกากำลังเจรจารอบใหม่กับจีนที่กรุงปักกิ่ง เพื่อหาทางลงจากการเผชิญหน้าทางการค้าที่ยืดเยื้อมากว่าปีแล้ว

สื่อประเทศจีนก็จับตาตัวเลขชุดนี้อย่างใจจดใจจ่อ หนังสือพิมพ์ทางการที่ปักกิ่งอ้างรายงานข่าวต่างประเทศว่ากระทรวงการคลังของสหรัฐออกแถลงการณ์ว่า ปริมาณหนี้สาธารณะของประเทศนับตั้งแต่ปี  1993 ถึง ณ วันที่ 13 ก.พ.ปีนี้ ทะยานสู่ระดับ 22.01 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 689.3 ล้านล้านบาท ) เป็นครั้งแรก

นักวิเคราะห์จีนดีดลูกคิดแล้วประกาศว่า ยอดหนี้มะกันสูงกว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี ) ตลอดทั้งปีที่แล้ว

หนีไม่พ้นว่าจะต้องมีนักวิเคราะห์มองว่านี่เป็น “ความเสี่ยงครั้งใหญ่หลวง” ต่อเศรษฐกิจของสหรัฐซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก

อีกทั้งคุณภาพชีวิตของชาวอเมริกันทุกคนก็จะถูกกระทบอย่างหลีกเลี่ยงได้ยาก

จีนจับตาเรื่องนี้เป็นพิเศษ เพราะรายงานชิ้นนี้ถูกเผยแพร่ออกมาในช่วงที่คณะผู้แทนเจรจาการค้าของสหรัฐ นำโดยนายโรเบิร์ต ไลธิเซอร์ และนายสตีฟ มนูชิน รมว.กระทรวงการคลัง เยือนกรุงปักกิ่ง เพื่อพบหารือกับนายหลิว เฮ่อ รองนายกรัฐมนตรีและที่ปรึกษาด้านนโยบายเศรษฐกิจของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง

การพบปะกันรอบใหม่นี้เป็นการต่อยอดจากการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ G20 ที่กรุงบัวโนสไอเรส เมืองหลวงของอาร์เจนตินา

ที่นั่น สี จิ้นผิงและทรัมป์ประกาศ “เห็นชอบร่วมกันในหลักการ” ให้ระงับการตั้งกำแพงภาษีต่อกันเป็นเวลา “90 วัน” นับตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.ที่ผ่านมา แล้วใช้ช่วงเวลาดังกล่าวในการเจรจากัน “อย่างมีประสิทธิภาพ”

ถึงวันนี้ยังต้องจับตาว่าสองยักษ์ใหญ่จะต่อรองกันได้มากน้อยเพียงใด

ที่แน่ๆ คือสหรัฐฯ กลายเป็นประเทศหนี้สินสูงสุดของโลก ขณะที่จีนมีเงินสำรองระหว่างประเทศมากที่สุดเช่นกัน!

พ่อครูว่า…อเมริกาเขาเคยเป็นยักษ์ ตอนนี้ 2 ยักษ์ก็กำลังแยกเขี้ยวใส่กัน นี่คือลักษณะของโลกียะที่เป็นอำนาจบาตรใหญ่

นี่บทความของกาแฟดำ

จริงๆแล้ว Americanพิมพ์แบงค์ดอลล่าร์ออกมาคนตามสถิติไม่ได้ด้วยนะ ใครมารวบรวมดูดอลล่าร์ แล้วไปดูว่า เขามีทรัพย์สินมีค่าอะไรที่พอจะแลกออกมาเป็นธนบัตรดอลลาร์ได้ไหม นี่คือสิ่งที่ปรากฏการณ์ให้เห็นเลยว่าเป็นโรคที่เขาไม่เคยรู้สึกตัว อาตมาก็ยังไม่รู้ได้ว่าคนอเมริกันจะรู้สึกตัวเองไหม แต่ผู้บริหารนั้นไม่สามารถรู้ตัวเองได้แน่นอนไม่มีความรู้โลกุตระ ไม่มีความรู้ว่าเราควรจะคิดใหม่ เราคิดจะใหญ่นั้นมันจะตายอยู่แล้วนะ มันเหมือนกับอึ่งอ่าง ไปเบ่งแข่งแม่วัว เบ่งๆๆแล้วกว่าจะตัวใหญ่เท่าแม่วัว อึ่งอ่างระเบิดตายก่อน ไม่มีความเข้าใจ แทนที่จะรู้ตัวว่าเราเองผิดพลาด คนก็จะรู้สึกเอ็นดูขึ้น แต่ถ้าเบ่งอย่างนี้ ความเอ็นดูจะลดน้อยลง

มาอีกบทความ บทเรียนจากความจริง ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ วันเสาร์ ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562, 02.00 น.

โชคดีของเราที่เกิดเป็นคนไทยที่ไม่เป็นประเทศที่ล้มเหลว (Failed State)

บรรยากาศการเมืองในช่วงนี้ฝุ่นตลบไปด้วยการแสดงการโต้ตอบกันไปมาของนักการเมือง ยิ่งมีเรื่องการปรับลดงบประมาณกองทัพ บิ๊กแดงให้ฟังเพลงหนักแผ่นดิน ทำให้การเมืองไทยร้อนแรงขึ้นมาก

ผมอยากให้เปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ แล้วกลับมาประเทศไทยของเรา มีปัญหาขัดแย้งกันมาก จนบางครั้งคิดว่าน่าจะไปไม่รอดบางประเทศที่ล้มเหลวหรือ Failed State คือประเทศที่ทำหน้าที่หลักๆ ไม่ได้เลย เช่นในสหรัฐอเมริกา ถึงแม้ว่าจะไม่ถึงกับเป็นประเทศที่ล้มเหลว แต่ล้มเหลวในการใช้อำนาจเกินรัฐธรรมนูญของประธานาธิบดีทรัมป์ โดยเฉพาะ 3 เรื่อง

  1. ถือชัยชนะของเขาเป็นความสำเร็จทุกอย่าง สิ่งที่ผิดกฎรัฐธรรมนูญ โกหก เอาเรื่องฐานคะแนนเสียงของตัวเองเป็นหลัก ผมติดตามบทบาทของ Trump มาเกือบ 2 ปี การบริหารของเขา นึกถึงเฉพาะคนลงคะแนนให้ส่วนใหญ่เป็นคนผิวขาวที่ตกงาน มีความรู้สึกว่าคนชาติอื่นๆ ที่อพยพมาแย่งงาน โดยไม่คำนึงว่าประเทศอเมริกาคือประเทศที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม

  1. สังคมอเมริกาเป็นสังคมของความหลากหลาย (diversity) แต่การได้เป็นประธานาธิบดีของทรัมป์ แสดงให้เห็นว่าคนที่เสียเปรียบคือคนผิวขาวตกงาน หรือปรับไม่ทันกับเทคโนโลยีต่างๆ ในรัฐที่เคยรุ่งเรือง เป็นฐานอุตสาหกรรมหลักในอดีตของอเมริกา เช่น Ohio, Florida, Michigan, North Carolina, Pensylvania เขาแพ้คะแนนนิยมทั้งประเทศถึง 3 ล้านคน แต่ก็ชนะคะแนนในรัฐต่างๆ ที่ได้กล่าวมาแล้ว รัฐธรรมนูญอเมริกา เปิดโอกาสให้คนชนะคะแนนแต่ละรัฐ สามารถเป็นประธานาธิบดีได้ โดยคำนวณจาก Electoral College สื่อแบ่งข้าง ไม่ยุติธรรมคือพูดความจริง แต่ถ้ากระทบทรัมป์ในทางลบก็จะเรียกว่า“ข่าวปลอม” (Fake News)

  1. อเมริกามีกฎหมายรัฐธรรมนูญแบ่งแยกอำนาจ แต่ทรัมป์แหกกฎอยู่เสมอ ไปตัดสินกันที่ศาลฎีกาแทน คนไทยรู้ไหมว่า นายกรัฐมนตรีอย่างพลเอกประยุทธ์ ที่ว่ามีอำนาจมากมายรวมถึง ม.44 ก็ไม่เคยแต่งตั้งผู้พิพากษาระดับศาลฎีกาเลย เพราะในประเทศไทยมีคณะกรรมการตุลาการ ศาลยุติธรรม ประกอบด้วย ตัวแทนของศาลฎีกา ศาลอุทธรณ์ ศาลชั้นต้น ประมาณ 15 คน และมีผู้ทรงคุณวุฒิ เลือกจากวุฒิสภาอีก 2 คน เป็นผู้แต่งตั้งระดับผู้พิพากษา ระดับศาลฎีกา

แต่ในอเมริกา ศาลสูงหรือ ศาลฎีกามีแค่ 9 คน และเล่นการเมืองมากๆ เพราะถูกเสนอชื่อมาจากประธานาธิบดี ถึงได้รับความเห็นชอบจากสภาสูง แต่ทรัมป์บอกว่าศาลสูงของเขาจะโหวตให้ประธานาธิบดีผิดเป็นถูกได้เสมอ นี่หรือกระบวนการยุติธรรมของประเทศที่เป็นหลักเรื่องประชาธิปไตย

ในยุคที่บางพรรค มีนักโทษหนีคดีมีอำนาจจริงๆ จากไม่มีการคานอำนาจจากส่วนอื่นๆ เช่น ฝ่ายค้าน หรือฝ่ายทหาร พรรคการเมืองครองประเทศไปแล้วประเทศไทยอาจจะเป็นรัฐล้มเหลวไปแล้ว ซึ่งถ้าพรรคการเมืองนั้นอยู่นานก็อาจจะแทรกแซงอำนาจตุลาการด้วยก็ได้

เมื่อเร็วๆ นี้ ทรัมป์หาเสียงเรื่องสร้างกำแพงระหว่างสหรัฐกับเม็กซิโก อำนาจการอนุมัติเงินที่สภาล่างของอเมริกาปัจจุบันเป็นพรรคเดโมแครตเป็นพรรคที่ตรงข้ามกับทรัมป์ เขาจะเอาชนะให้ได้ จึงออกภาวะฉุกเฉินว่าการอพยพจากประเทศลาตินอเมริกา คือ วิกฤติสร้างปัญหา ใช้อำนาจฉุกเฉินเอาเงินจากสภาล่างอนุมัติไว้ที่องค์กรอื่นๆ มาใช้ในการสร้างกำแพง ถ้าเป็นเมืองไทยก็ต้องเจอยุคคุณยิ่งลักษณ์ลักลอบออกกฎหมายนิรโทษกรรมตอนตี 3 ถ้าไม่มี กปปส. ประเทศไทยก็อาจจะล้มเหลว Failed State ไปแล้ว

ประเทศที่เจริญมากที่สุดประเทศหนึ่งของโลกบอกว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญถูกผิดต้องตัดสินด้วยศาลสูง ซึ่งศาลสูงในอเมริกาถูกแต่งตั้งโดยทรัมป์ เขาก็ชนะแบบนี้แล้วจะเรียกประชาธิปไตยมาจากการเลือกตั้งอย่างไร มีธรรมาภิบาลได้อย่างไร

ผมขอยกตัวอย่างประเทศที่มีประชาธิปไตยอย่างสหรัฐฯ มาให้ดู สงสารประชาชนของสหรัฐฯ ต่อต้านแต่ไม่มีทางออกเช่นในประเทศไทย เพราะประเทศไทยมีสถาบันพระมหากษัตริย์ สถาบันทหารและมีคนไทยที่รักชาติจริง จึงทำให้หลุดจากความเป็นรัฐล้มเหลวได้

ผมจึงขอยกย่องแกนนำพันธมิตรฯ ที่มีพลตรีจำลอง ศรีเมือง นายสนธิ ลิ้มทองกุล นายพิภพ ธงไชย นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ นายสมศักดิ์ โกศัยสุข นายสุริยะใส กตะศิลา ที่บุกทำเนียบเพื่อต่อต้านรัฐบาลระบอบทักษิณ ในที่สุดถูกจำคุก 8 เดือน หรือความเป็นผู้นำของ กปปส. ที่ออกมาต่อต้านพรรคเพื่อไทย ถ้าไม่มีกลุ่มเหล่านี้ อะไรจะเกิดขึ้น หรือชาวนาไม่มีเงินเพราะรัฐบาลยิ่งลักษณ์ไม่จ่ายเงินถึงกับมีการฆ่าตัวตาย ทำให้ทหารต้องออกมาช่วยไว้โดยการปฏิวัติ การปฏิวัติไม่ใช่ถูกมองว่าเลวร้ายอย่างเดียว ต้องมองว่าเป็นทางออกที่ทำให้ประเทศอยู่รอด เพียงแต่ผู้ปฏิบัติต้องไม่อยู่นานจนคนเบื่อ

และหากไม่มีพลเอกประยุทธ์อะไรจะเกิดขึ้น

อีกเรื่องคือการขัดแย้งระหว่างพลตรีจำลองกับพลเอกสุจินดา ถ้าไม่มีในหลวงรัชกาลที่ 9 อะไรจะเกิดขึ้น

ผู้ใดไม่พอใจประเทศไทยขอให้ดูตัวอย่าง ไม่ว่าจะเป็น

– สหรัฐฯยุคทรัมป์

– เวเนซุเอลา

– ซีเรีย

– อัฟกานิสถาน

คนไทยน่าจะศึกษาประเทศอื่นๆ บ้างว่าถ้าประเทศล้มเหลวอะไรจะเกิดขึ้น อย่าคิดแต่จะเอาชนะ ล้างแค้นกันเท่านั้น

ผมโชคดีที่เกิดมาในแผ่นดินนี้ นักการเมืองบางกลุ่มไม่พอใจประเทศไทยก็ลองไปอยู่สหรัฐฯช่วงทรัมป์ หรือประเทศเวเนซุเอลา หรือซีเรีย แล้ว

จะรู้สึกว่าคนไทยในอดีตที่มีพลังต่างๆ ช่วยกันทำให้เราไม่เป็นรัฐที่ล้มเหลว

จีระ หงส์ลดารมภ์

[email protected]

พ่อครูว่า…ประชาชนไทยมีความรู้ประชาธิปไตยสูงสุด ออกไปลงคะแนนความเห็นอย่างบริสุทธิ์ใจความจริง ไขความจริงออกมาให้มากๆหมดหมด เพื่อให้คนจำนนแต่ความจริงใครถูกก็จะชนะ ใครผิดก็ต้องแพ้ ใช้สัจธรรมรบกันเป็นการรบระหว่างสัจธรร

ม สุดยอดประเทศไทยทำได้ในยุคนี้

อาตมาเป็นนักรัฐศาสตร์ตามภูมิปัญญา แม้ชีวิตนี้ไม่ได้เรียนรัฐศาสตร์เลย มีชื่อเป็นนักศึกษาเศรษฐศาตร์เท่านั้น อาตมาไม่เคยศรัทธานักการเมือง จนมาทำงานศาสนา ถึงได้ศรัทธาแนวทางของในหลวงรัชกาลที่ 9 ทุกวันนี้อาตมาก็ได้สร้างเศรษฐศาสตร์พาคนมาจนเหมือนในหลวงรัชกาลที่ 9 คนก็ยากที่จะเข้าใจ ทางรัฐศาสตร์กลเกมของการเมือง อาตมาก็ร่วมด้วย แต่จะเข้าใจได้ยาก อาตมาอยู่ในฐานะของสมณะด้วย แต่คนเขาไปแยกมนุษยชาติออกจากกัน ที่จริงแล้วจะต้องอยู่ร่วมกันรับผิดชอบร่วมกัน คุณอย่ามาเเยก อาตมารู้ลึกๆคือ พวกที่แยกไม่ให้อาตมาไปทำ เพราะเขารู้ว่าลึกๆพวกอาตมาเขาสู้ได้ยาก เพราะว่าเราสู้ด้วยสัจธรรมที่ลึกซึ้ง เขาก็จะสู้ได้ยาก ถ้าไม่เอาสัจธรรมของสัจธรรมไปสู้ คุณก็เอาแต่เรื่องนอกสัจธรรม อาตมาไม่ยอมหรอก อาตมาจะเอาสัจธรรมนี่แหละเข้าสู้ เพราะสัจธรรมไม่เป็นพิษเป็นภัยกับใคร สงบเรียบร้อยไม่รุนแรงกับใคร อาตมามีสัจธรรมความจริงเป็นตัวตั้งหมดเนื้อหมดตัวกับสัจธรรมความจริงที่มีเท่านั้น

การอยู่นานนั้นมันก็อาจจะเป็นได้ที่คนจะเบื่อ แต่ถ้าเผื่อว่ามันจำเป็นจะต้องอยู่ก็ควรจะต้องอยู่ ต้องเอาเนื้อแท้เป็นที่ตั้ง

มาบทความที่ 3 ของคุณเปลว สีเงิน

‘ไทยอันดับ ๑ โลก’ มาจากไหน? 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562           

บางอย่างนะ….

   สำคัญถึงขั้น “ต้องมี” จนเห็นเป็นเรื่องปกติ

   เพราะ “ปกติในการมี” นั่นแหละ

   ทำให้เรามองข้ามความสำคัญในสิ่งนั้นไป บางครั้ง-บางคน ถึงกับตั้งคำถาม ว่า

   “มีเอาไว้ทำไม?”

   นั่นคือ “ทหาร” หรือ “กองทัพ”!

   ผมว่านะ เรื่องเช่นนี้ รับรู้ได้ทางจิตสำนึก ไม่มีใครเขาต้องถามกันหรอก

   เว้นแต่พวกพิการทางจิต หรือพวกมีเจตนาซ่อนเร้น

   ก็ลองคิดดูซี….

   ทุกคนมีบ้าน จะปลูกเอง หรือซื้อที่เขาปลูกขายก็ตาม แล้วมีใครสงสัยต้องถามบ้างว่า

   -ทำไม บ้านต้องมีหลังคา?

   -ทำไม บ้านต้องมีประตู-หน้าต่าง?

   -ทำไม บ้านต้องมีที่ใส่กุญแจ?

   -ทำไม บ้านจึงต้องมีรั้ว-มีกำแพง?

   ถึงขนาดนั้นแล้ว……..

   -ทำไม บ้านยังต้องมียาม มีคนเฝ้าอีกล่ะ!?

   มนุษย์ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ จนถึงยุคนี้ การสร้างที่อยู่อาศัย ต้องมี-ต้องเป็น อย่างนั้นทั้งสิ้น

   แต่ก็ไม่ปรากฏมีใครถาม ด้วยรังเกียจ-ตั้งแง่ ว่า ประตู-หน้าต่าง-หลังคา รั้วบ้าน ต้องมีทำไม?

   เพราะทุกคน รู้ด้วยสัญชาตญาณและจิตสำนึกตัวเอง ด้าน…..

   “ป้องกัน-มั่นคง”!

   ว่าสิ่งเหล่านั้น มีเพื่อตอบสนอง “ความปลอดภัย” ในชีวิตทรัพย์สิน

   มีเพื่อพิทักษ์-ป้องกัน-ดูแล ไม่ให้ขโมย-ขะโจร เข้าบ้าน เข้าไปค้นเอาทรัพย์สินในบ้าน

   มีแล้วมันอุ่นใจ มีแล้วหลับสบาย ไม่ต้องสะดุ้ง-ผวา

   และความอุ่นใจนั่นแหละ……

   นำมาซึ่ง “ความมั่นใจ” ด้านปลอดภัย

   บ้านมีความปลอดภัย เท่ากับทุกชีวิตในบ้านปลอดภัย สิ่งที่ตามมา คือ

   “ความมั่นคง” ในชีวิตและทรัพย์สิน ของคน-ของบ้านหลังนั้น

   “ประเทศชาติ” ก็คือ “บ้าน” หลังที่ว่านี้

   เมื่อเข้าใจอย่างนี้ การต้องตอบ-ต้องอธิบาย ว่า “ทหาร-กองทัพ” สำคัญอย่างไร?    

   เกินจำเป็นแล้ว!

   กับคนที่ถามเช่นนี้ ไม่ได้ถามเพราะโง่ เพราะไม่รู้

   ฉะนั้น สิ่งที่เขาควรได้รับ ไม่ใช่คำอธิบาย

   ส่วนจะเป็นอะไรนั้น………

   พวกฉี่ฉุน แต่ทำเป็นไร้เดียงสา “เข้าใจอยู่แล้ว” ไม่จำเป็นต้องบอก!

   ในรอบ ๕ ปี ฟันธงเลยก็ได้ นับแต่พลเอกประยุทธ์ นำคณะ คสช.เข้าควบคุมอำนาจประเทศ เมื่อ ๒๒ พ.ค.๕๗

   ปีแรก “โลกล้อมประเทศ”

   “สหรัฐฯ-ยุโรป” ไม่เพียง “ไม่ยอมรับ” แต่ถึงขั้นประกาศ-ประณามหยามเย้ย ขยะแขยง ไม่คบ-ไม่ค้า

   “ไม่ต้อนรับ” รัฐบาล คสช.

   กระทั่งตัวนายกฯ ประยุทธ์เอง ถูกติดรูปประจาน “ห้ามเข้าประเทศ” ถึงขนาดนั้น!

   แต่รัฐบาล คสช.ก็ทำให้เขาเห็น

   ว่าประชาธิปไตย “ของประชาชน-โดยประชาชน-เพื่อประชาชน”

   “รัฐบาลทหาร” ก็ทำได้-มีได้

   แถมทำได้ดีกว่ารัฐบาล “หน้ากาก” ประชาธิปไตย “ไส้ใน” โกงชาติ-โกงประชาชน เสียด้วยซ้ำ

   เข้าปี ๒ ปี ๓ ปี ๔ ไทยไม่ต้องไปง้อ……..

   “ยุโรป-อเมริกัน” มาง้อเอง ยื่นก้อยมาให้รัฐบาล คสช. “ชื่อเผด็จการ-เนื้องานประชาธิปไตย” เกี่ยว!

   นายกฯ ประยุทธ์นั่งเรือบินรอบโลกซะตูดเปื่อย

   เดี๋ยวยุโรป ประเทศโน้น-นี้ เชิญ เดี๋ยวสหรัฐฯ เชิญ เดี๋ยวองค์กรโลกเชิญ เดี๋ยวเอเชีย-อาเซียน เชิญ

   บ้านเมืองก่อนหน้า ไม่มีความปลอดภัย ความมั่นคงง่อนแง่น เดี๋ยวชุมนุม เดี๋ยวจลาจล เดี๋ยวบึ้มบั้ม ไม่เสถียร

   เศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การท่องเที่ยว

   ถึงไม่พัง แต่เซซัง-ซัดเซ นักท่องเที่ยว นักลงทุน ไม่ว่าไทยและเทศ มองว่า

   ประเทศไม่มั่นคง ไม่ปลอดภัย ลงทุนไปก็เสี่ยง!

   ไม่มีใครกล้ามาเที่ยว-มาลงทุนมากนัก

   “รัฐบาล คสช.” โดยพลเอกประยุทธ์ ค่อยๆ ทำให้ประเทศเสถียร ที่แกว่งไกว ไร้ความมั่นคง รัฐบาลทหาร “เอาอยู่”

   เมื่อเอาอยู่…….

   “ความมั่นคง-ความปลอดภัย” เห็นเป็นรูปธรรม

   สิทธิเสรีภาพ ในการแสดงออกของประชาชน รัฐบาลทหาร ก็มีให้

   แถมให้ “มากกว่า-กว้างกว่า” ประชาธิปไตยตอนตี ๔ ซะด้วยซ้ำ!

   ไม่งั้น จะได้เห็น แก๊งอยากเลือกตั้ง แก๊งกวนตีน แก๊งแมลงวัน แก๊งจานรับจ้าง ออกมาใช้สิทธิเสรีภาพชนิดล้นขอบ อย่างที่โลกประจักษ์อยู่หรือ?

   เมื่อรัฐบาลทหารทำให้ “ประเทศมั่นคง” อานิสงส์ที่ตามมา คือ ณ วันนี้

   ด้วยรัฐบาลทหาร ยูเอส.นิวส์ เวิลด์ รีพอร์ต สรุปเป็นสถิติโลกว่า

   ไทย-จุดหมายปลายทางท่องเที่ยว “อันดับ ๑ ของโลก”

   ไทย-รายได้ท่องเที่ยวสูงสุด “อันดับ ๔ ของโลก”

   ไทย-จำนวนนักท่องเที่ยวสูงสุด “อันดับ ๑๐ ของโลก”

   มาดูตัวเลขด้าน “รายได้จากท่องเที่ยว” บ้าง

   bloomberg บอกว่า เห็นรายได้ท่องเที่ยวของไทยแล้วตกใจ!

   ทำไมถึงต้องตกใจ ก็มาดูกัน

   “อันดับหนึ่ง” สหรัฐฯ ทำรายได้ ๒๑๑,๐๐๐ ล้านเหรียญ

   “อันดับสอง” สเปน ๖๘,๐๐๐ ล้านเหรียญ

   “อันดับสาม” ฝรั่งเศส ๖๑,๐๐๐ ล้านเหรียญ

   และ…แอ่นนน แอ๊นนน…

   “อันดับสี่” ไทยแลนด์” ๕๗,๐๐๐ ล้านเหรียญ

   อันดับ ๔ โลก แต่สูงสุดเป็นอันดับ ๑ ในเอเชีย ญี่ปุ่นที่ว่านักท่องเที่ยวตรึม

   รายได้ท่องเที่ยวแค่ ๓๔,๐๐๐ ล้านเหรียญ เท่านั้นเอง!

   เขาบอกว่า ปีหน้า นักท่องเที่ยวจะมาไทยประมาณ ๔๐ ล้านคน

   ประชากรไทยมี ๖๕-๖๘ ล้านคน

   แต่จะมีนักท่องเที่ยวเข้ามา ๔๐ กว่าล้านคน “เกินครึ่ง” คนทั้งประเทศไปแล้ว

   “กรุงเทพฯ-เชียงใหม่-ภูเก็ต” ถูกโลกปักหมุดพรุนหมดแล้ว

   ในร้อย-ในล้าน “คุณสมบัติไทย” ที่ดึงดูดให้คนมาเที่ยวกันมากมายขนาดนั้น

   ๑ ในร้อย-ในล้าน ที่เป็นส่วนสำคัญ นั้นคือ “ความมั่นคง”

   “ความมั่นคง” นั้นมาจากไหน?

   ต้องยกเครดิตให้ “ทหาร” คือ “กองทัพ” นั่นแหละ

   พูดกันอีกที………

   “รัฐบาล คสช.” โดยพลเอกประยุทธ์เป็น “ด้านหน้า” พระ ส่วนทหาร-กองทัพ เป็น “ด้านหลัง” พระ

   ปิดทองหน้าพระกันแล้ว

   ขยักทองไว้เผื่อ “ปิดหลังพระ” ซักแผ่นก็แล้วกันนะ!

   แต่นักเลือกตั้งสาย “ชังชาติ-อิจฉา คสช.” มันตาถึง รู้ว่าลอกทองหน้าพระ ตอนนี้ “ไม่ง่าย”

   เพราะทองนี้ “เข้าตาประชาชน” แล้ว พวกมันจึง “รวมแก๊ง” ลอกทอง “หลังพระ”

   เรียกว่า ผบ.ทบ. “พลเอกอภิรัชต์” คงต้องยอมถลอกไปบ้าง!

   เพราะความเป็นเอกภาพทางการทหาร และวิสัยทัศน์ผู้นำเหล่าทัพ ต่อทิศทางและสถานการณ์โลก

   พูดได้ว่า ในภาวะโลกผันผวน ไทยเรา “มั่นคง-ปลอดภัย” กับภายใน……

   ด้วยวิสัยทัศน์รัฐบาลประยุทธ์ เมล็ดพันธุ์แห่งเนื้องานที่หว่านไว้ ๔-๕ ปี

   ตอนนี้ อยู่ในขั้นงอก แค่รถไฟฟ้าในกรุง เหยียดขาออกไปชานกรุงทั้ง ๔ ทิศ รวม ๑๑ สาย

   ไม่เกิน ๒๕๖๕ เสร็จหมด

   ยิ่งมอเตอร์เวย์สายต่อขยาย “บางปะอิน-โคราช” ผ่านสระบุรี-ปากช่อง-เขาใหญ่-โคราช

   ปลายปีนี้ ก็น่าได้ใช้ ไปเขาใหญ่-โคราช แป๊บเดียว

   หลับตานึกดูละกัน ประเทศไทย จะเปลี่ยนไปขนาดไหน ด้วยเส้นทางคมนาคม และการขนส่งที่รัฐบาลทหาร ใช้เวลา ๔ ปีกว่า ทำเหมือนเนรมิต

   นี่ก็คุยในบริบทว่า “มีทหาร-มีกองทัพไว้ทำไม”?

   อาคารร้อยชั้น-พันชั้น อยู่ได้-ไม่โค่น เพราะ “แกนเหล็ก” แต่มันอยู่ข้างใน มองไม่เห็น

   ตัวเลขทาง “เศรษฐกิจ-ท่องเที่ยว” ไทยติดอันดับโลก นั่นก็มาจาก “ประเทศมั่นคง”

   “มั่นคง” มาจากไหน?

    มองไม่เห็น เพราะแกน คือ “กองทัพ” อยู่ข้างใน ประมาณนั้น.

พ่อครูว่า…ชาวอโศกบ้านแต่ละหลังก็ไม่ได้มีรั้ว หมู่บ้านชาวอโศกก็ไม่ได้ทำรั้ว ใครต่อใครเดินเข้าออกได้ อยู่ได้อย่างไรเพราะมีพลังงานวิเศษของมนุษยชาติ ในประเทศไทยชาวอโศก เป็นคนไทยอยู่ในเมืองไทย แต่อยู่อย่างไม่ต้องสร้างรั้ว มีทรัพย์สินเงินทองอะไรก็อยู่อย่างนี้ ไม่ใช่หาวิธีรักษาเหมือนคนมีทองเท่าหนวดกุ้งนอนสะดุ้งจนเรือนไหว แต่นี่เรามีมากกว่าทองหนวดกุ้งนะ สินทรัพย์มีมาก พูดไปไม่ใช่ท้าทาย แต่มันซับซ้อนมากเลยเป็นเรื่องของจิตวิญญาณ เราเป็นผู้ที่สร้างจิตวิญญาณให้เป็นผู้ให้ผู้ที่เสียสละ เป็นผู้ที่มักน้อย เพื่อผู้อื่นมากกว่าเพื่อตัวเองจึงเป็นสัจธรรมที่ยิ่งใหญ่ อาตมาจะพาพวกเรา สร้างสัจธรรมที่ยิ่งใหญ่พวกนี้จนกว่าจะตาย ใครจะร่วมมือสร้างกับอาตมาบ้างยกมือ …คนยกมือกันมาก

อโศกนี่เหนือชั้นกว่าการสร้างกำแพง ของชาวอโศกมีคุณธรรมพิเศษจึงเหมือนรั้วกั้น อันนี้จริงที่สุดเลย ทุกวันนี้ได้พยายามเกื้อกูลด้วยน้ำใจอย่างจริงใจเพื่อผู้อื่น มากๆไม่มีที่สิ้นสุด    ได้มาอาศัย ทำอยู่ทุกวันเราจึงพยายามพิสูจน์ เมื่อคนเป็นผู้ให้ผู้อื่นนี่แหละ จะเป็นผู้ที่เขาจะรักและไม่รังแก เขาจะยกให้เลยถ้าจะต้องรังแกจะไปรังแกคนอื่นก่อนเลย มันเป็นสัจธรรมที่ซับซ้อน เป็นเรื่องที่ยิ่งกว่าสิริมหามายา ศึกษาให้ดีสภาพภาวะแทรกซ้อนพวกนี้ เทวะ มันกลับไปกลับมาซับซ้อนลึกซึ้ง กลับไปกลับมาเหมือนนักเล่นกล ไม่เป็นความจริงที่ยิ่งใหญ่ ไม่ใช่นักหลอกลวงคน  

อาตมายิ่งดูสังคมไทยประเทศไทยด้านการเมือง ด้านเศรษฐกิจด้านสังคม เจริญขึ้นทุกด้าน เราแม้จะเป็นกลุ่มเล็กกลุ่มน้อย อาตมาก็ขอพูดอย่าหาว่าอวดตัวอวดตน อาตมายังเชื่อมั่น มาอวดความจน ใครเขาจะมาอวดกัน อวดความรวยมันน่าอาย

ความจนที่แข็งแรงอุดมสมบูรณ์เป็นคนจนที่ช่วยคนรวย พรรคคนจนที่ช่วยคนรวย ช่วยเป็นตัวอย่างให้คนรวยเกิดภูมิปัญญา เกิดรู้ว่า ความจนมันมีนัยยะสำคัญมีมิติหลายมุมนะ จนไม่ได้โง่เง่าหรือขี้เกียจขี้คร้าน ผลาญพร่าทำลายจนอย่างไม่มีปัญญาไม่มีความรู้ ไม่ใช่นะ แต่เป็นความจน ต้องนิยามว่าจนคือการไม่สะสมไว้กับตัวเองมาก ไม่ว่าจะเป็นวัตถุ โดยเฉพาะไม่มีกิเลส เป็นคนจนในกิเลส คนอโศกเป็นคนจนกิเลส ฟังชัดไหม หากิเลสยาก ในคนพวกนี้หากิเลสยาก อันนี้เป็นเรื่องลึกซึ้งเป็นเรื่องวิเศษ เราจะพิสูจน์เรื่องนี้ว่าคนจนนี่แหละมีประสิทธิภาพ คนจนมีคุณสมบัติพิเศษ คนจนเป็นผู้มีประโยชน์ต่อสังคมมนุษยชาติ เพราะไม่ใช่จนอย่างโง่เง่าไร้สมรรถภาพ ไม่มีความเฉลียวฉลาดอะไรเลย ไม่ใช่ แต่เป็นคนจนที่ฉลาดไม่ใช่ฉลาดเฉกาเฉโก ไม่ใช่ฉลาดแกมโกงแต่เป็นฉลาดอย่างมีปัญญาโลกุตระ ฉลาดอย่างมนุษย์ชั้นสูง มนุษย์ชั้นสูงนี้ฉลาด อย่างเป็น  The classes เป็นคนจนที่มีวรรณะ 9 ไม่ใช่ The masses เป็นคนมีวรรณะแบบโลกีย์

คนจนที่มีวรรณะ 9 เป็นคนชนชั้นสูง เป็นประโยชน์ต่อมนุษยชาติ แล้วจะขอยืนยันว่าแบบนี้คนแบบนี้มาจนลักษณะนี้ คุณสมบัติอย่างนี้คุณวิเศษอย่างนี้ เป็นอย่างนี้ได้นิรันดรไม่เปลี่ยนแปลงไม่กลับไปกลับมา จนอย่างนี้แหละที่มีคุณสมบัติคุณธรรมคุณวิเศษ อย่างนี้ ในทุกยุคสมัย ก็จะอยู่ได้ แม้ในกลียุคก็อยู่ได้

เป็นเรื่องซับซ้อนที่มหัศจรรย์ไม่ใช่เรื่องลึกลับ แต่เป็นเรื่องลึกล้ำลึกซึ้ง เป็นสิ่งประเสริฐเป็นสิ่งวิเศษ อาตมาว่าพยายามพูดนี้ยังไม่เก่งยังไม่ถึงจุด ที่พิเศษกว่านี้ พวกเราช่วยกันสร้างรูปธรรม จนกระทั่งคำพูดอาตมาไม่ต้องพูด แต่คนตาบอดเห็นได้ แต่ถ้าพวกคุณช่วยกันอธิบายได้เก่งก็ดี

สรุปแล้ว เรื่องของมนุษยชาติ อาตมาเป็นโพธิสัตว์ระดับ 7 ทำงานมาหลายล้านปีในหลายยุคสมัย ได้รับการอยู่ในฐานะนักปกครองนักเศรษฐกิจนักสังคมศาสตร์อย่างไรก็ทำมามากมายแล้ว กี่ล้านชาติแล้ว อันนี้เป็นอจินไตยที่อาตมาพูด ใครฟังเข้าใจก็เสริม ใครฟังไม่เข้าใจก็ขออภัย เรื่องของสัจธรรมพระพุทธเจ้านี้เป็นเรื่องอจินไตยที่คนรู้ได้ยาก

ใครจะเข้าใจหรือไม่เข้าใจไม่มีปัญหาอาตมามีความจริงกับความรู้ 2 อย่างนี้ ความรู้นี้เป็นความรู้ขั้นโลกุตระด้วย แล้วจริงอย่างที่ไม่มีอะไรออกนอกความจริงด้วย อาตมาจะเรียกว่าต่อสู้หรือรบ อาตมาก็ต่อสู้หรือรบด้วยความจริง หมดเนื้อหมดตัวของความจริงแล้วอาตมาตายเป็นตายอาตมามีความจริงเท่านั้นที่สู้เทหมดกระบะความจริงแล้ว อาตมาหมดเนื้อหมดตัวแล้วก็ไม่รู้จะทำอะไรอีกแล้ว สู้หมดหน้าตักความจริง อาตมาจึงเหมือนเป็นคนที่แข็ง พูดเหมือนขวานจักตอก พูดแสดงความจริงนี้อาตมาจะไม่ เหลาะแหละ แต่ความเป็นสามัญชีวิตปกติอาตมาเล่น ไม่มีอะไรก็เป่าลูกโป่งเล่น เล่นกับเด็ก เล่นกับใครสนุกสนานไป แต่เมื่อพูดความจริงแล้วอาตมาตรงๆไม่เหลาะแหละ อาตมาจึงมีจุดเสียที่ไม่อนุโลมปฏิโลม ไม่ค่อยปฏิสันถาร พวกเราก็ช่วยกันบ้าง อโศกเราขาดเรื่องนี้ เสียมากเลย เรื่องนี้

พระพุทธเจ้าท่านเป็นผู้ที่ปฏิสันถารก่อน แต่อาตมาเป็นผู้ที่มีปฏิสันถารเหลวไหล ไม่ค่อยมีปฏิสันถารเท่าไหร่เป็นความด้อยของอาตมาที่แก้ตัวเองไม่ได้ แต่ไหนแต่ไร อาตมาถ้าปฏิสันถารมากกว่านี้จะได้มวลอีกเยอะ ช่วยอาตมาหน่อย ช่วยอาตมาเป็นปฏิคม ปฏิสันถารเป็นรีเซพชั่น ช่วยกันหน่อย อาตมามันลึก มันเป็นความบกพร่องอันนี้ มันไม่อยู่ในสายเลือดสายวิญญาณเลย จะเห็นเลยว่ามันทื่อและแข็ง จะทำอย่างไรมันนึกไม่ออกก็เลยอยู่อย่างนี้ ก็เลยต้องพยายามศึกษา พวกคุณก็ต้องทำให้ดูมากๆหน่อย พวกคุณมาเป็นครูเป็นอาจารย์ให้อาตมาบ้าง ช่วยกัน ต่อไปคงต้องใช้ภาษาหลายภาษา ทุกวันนี้เป็น โลก Globalization ฟ้าบ่กั้น ไม่มีการปิดกั้นในชาติภาษาแล้ว ต้องการความเป็นจริงความเจริญ ความเป็นมนุษย์

อาตมามั่นใจว่าเรามีสิ่งดีที่มนุษย์ควรมาเอา อย่างน้อยก็มีความจนอันมหัศจรรย์นี่แหละเป็นสิ่งดีสิ่งประเสริฐ นอกนั้นก็มีความรู้ความเป็นหลายอย่างสาธยายไม่เก่ง แต่พูดย้ำอยู่ บางทีจนน่าเบื่อ เขาก็ว่าพูดแต่ตนเองดีเก่ง อาตมาก็เข้าใจเขา ไม่ใช่อาตมาดึงดันนะ แต่สิ่งที่ถูกมาหลายอย่างอาตมาก็ขอบคุณ แต่แก่นแท้อาตมามั่นใจในสัจธรรมพระพุทธเจ้า อาตมาได้ปฏิบัติตนเองเป็นอาริยะ เป็นคนประเสริฐ อาตมาได้ทำตามพระพุทธเจ้าจนเป็นอาริยบุคคลเป็นคนประเสริฐมาจนกระทั่งเป็นโพธิสัตว์ระดับ 7 ไม่ได้พูดเล่นพูดย้ำยืนยันเป็นเรื่องจริง ไม่ใช่เรื่องมาพูด โก้เก๋ ขอยืนยัน อาตมามาพูดอธิบาย แม้แต่

โพธิสัตว์ 9 ระดับ 1.โสดาบันโพธิสัตว์ 2.สกิทาคามีโพธิสัตว์ 3.อนาคามีโพธิสัตว์ 4.อรหันต์โพธิสัตว์ 5.อนุโพธิสัตว์ 6.อนิยตโพธิสัตว์ 7.นิยตโพธิสัตว์ 8.มหาโพธิสัตว์ 9.พระปัจเจกสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

อาตมาก็ไล่เรียงมาแล้ว ไม่มีใครมาพูดอย่างอาตมา ในอรรถกถาจารย์ก็ไม่มี ถ้าอาตมาพูดว่าโพธิสัตว์มี 9 ขั้น ถ้าใครรู้มาก่อนอธิบายไว้ก่อนมีบัญญัติไว้ก่อนเอามายืนยันกับอาตมา อาตมาว่าอาตมาเป็นคนเอามาพูด เอามากล่าวไว้ ซึ่งไม่ใช่คำพูดโดยไม่มีหลักฐานไม่มีความจริงไม่มีสัจธรรม เป็นความจริงเป็นสัจธรรม จะต้องเข้าใจจะต้องศึกษาให้สัมมาทิฏฐิ อาตมายังรู้สึกว่าอาตมายังจะต้องเกิดมาอีก แม้ว่าชาตินี้จะอายุ 151 แล้วก็ตาม ก็เกิดมาอีก แม้ไม่ใหญ่แต่เป็นคนประเสริฐ คนเล็กๆ รู้ดีไม่ดีมันอาจจะใหญ่ อาจจะเกิดมาต่อยอด ความรู้โลกุตระ ในอนาคตความรู้โลกุตระจะมีคนมาเอาในโลก ถ้าหากอาตมาเกิดมาอีกทีมาต่อยอดอาตมาก็จะดังใหญ่เลย แต่อาตมาไม่ได้หมายถึงว่าจะมาเป็นอย่างนั้น แต่เกิดมาเพื่อหนุนเพื่อช่วย อย่างน้อยก็มาดูผลงาน อาตมาว่าอาตมาทำผลงานโลกุตระไว้ อาตมาก็มั่นใจแล้วว่ามันลงไปแล้วในโลกด้วยในเมืองไทยมีเชื้ออยู่ อาตมาเอามาเก็บเชื้อมารวมกันเท่าที่มันจะแพร่ไปได้

สมณะเดินดิน…สรุป วันนี้เราได้ฟังจากกูรูท่านอื่นบ้างว่า สิ่งที่พ่อครูย้ำยืนยันกับพวกเรา มีผู้ที่เป็นนักวิชาการหลายท่าน มีแนวคิดสอดคล้องกัน