ศาสนา

620728_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ สังคมสุดยอดคือสังคมมนุษย์วรรณะ 9 

อ่านทั้งหมดที่ หรือดาวโหลดเอกสารที่… https://docs.google.com/document/d/1DaIWxhla78sRJ5ZBXWH0uNq4avqaj_9GDnAItohv9LA/edit?usp=sharing   

ดาวโหลดเสียงที่ ..https://drive.google.com/open?id=1nmNMc5J18Mt8CHd6DxAM_eRB2icuAVQV 

สมณะฟ้าไท…วันนี้เป็นวันอาทิตย์ที่ 28 กรกฎาคม 2562 ที่บวรราชธานีอโศก วันนี้เป็นวันเฉลิมพระชนม์พรรษาในหลวงรัชกาลที่ 10 ที่ราชธานีอโศกจะมีการขายปุ๋ยลดราคา ขาดทุนของเราคือกำไรของเรา ที่ร้านอาหารอุทยานบุญนิยม ก็มีการแจกอาหารฟรีสำหรับผู้ที่รับประทานในร้าน สำหรับผู้ที่นำกลับบ้านก็คิดเงิน ที่ศีรษะอโศกก็มีการขายของราคาเท่าทุน ร้านดินอุ้มดาวของราชธานีอโศก ทุกวันเสาร์วันอาทิตย์ก็ลดราคาของเหลือ 50% ใครมีของเก่าที่เหลือใช้ของใหม่ที่เกินจำเป็นก็นำมาบริจาคได้ 

ตอนบ่ายวันนี้ที่ราชธานีอโศกจะมีงานจิตอาสากวาดถนนร่วมกัน Big cleaning Day ใครมีไม้กวาดก็ให้เตรียมไม้กวาดมาด้วย 

บรรยากาศในประเทศไทยตอนนี้ก็มีบรรยากาศของการแถลงนโยบายรัฐบาลมีคนติดตามฟังกันมากมาย 

‘สมศักดิ์’ตะลึง!เป็นรมต.มา13ครั้งไม่เคยเห็นนายกฯคนไหนใส่ใจสภา-แจงนโยบายได้ดีเท่า’บิ๊กตู่’

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงภาพรวมการแถลงนโยบายของรัฐบาลว่าตนเห็นความเปลี่ยนแปลงจากการนำเสนอจากการแถลงนโยบายจากรัฐบาลก่อนๆ ตนเคยเป็นรัฐมนตรีมา 13 ครั้ง ปกตินายกฯจะอ่านเอกสารที่เตรียมมา แล้วมีการซักถามกัน ซึ่งที่ผ่านๆมานายกฯจะไม่ค่อยอยู่ในห้องประชุม อาจจะมีการตอบคำถามเล็กน้อยแล้วออกไป จากนั้นจะกลับมาขอบคุณสมาชิกรัฐสภา

“แต่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ นั้นอยู่ในห้องรับฟังการอภิปรายตลอด อาจมีหายไปรับแขกของบ้านเมืองบ้างแต่ไม่นานก็กลับมา แล้วท่านตอบฝ่ายซักถาม จนรัฐมนตรีบางกระทรวงไม่ต้องตอบเลย เพราะนายกฯช่วยตอบได้หมด แสดงให้เห็นว่านโยบายที่รัฐบาลเขียนมา คนที่เข้าใจมากที่สุดคือนายกฯ ดังนั้นการติดตามผลงานของรัฐบาลน่าจะออกมาได้ตามแผนที่เขียนเอาไว้ และเมื่อผลงานรัฐบาลออกมาดีจะเป็นเกราะที่คุ้มครองรัฐบาลให้อยู่ได้นานซึ่งอาจจะครบวาระ แต่ต้องดูต่อไปว่าจะเป็นไปตามที่ผมคิดไว้หรือไม่”

นายสมศักดิ์ กล่าวต่อว่าหากประชาชนฟังการแถลงนโยบาย จะเห็นนายกฯอยู่ในห้องประชุมตลอดเวลา ท่านเป็นคนตรงไปตรงมา อารมณ์บางครั้งไม่เครียด อาจดูเหมือนหนักแต่ไม่หนัก หากพูดหรือแสดงอะไรผิดไปก็ขอโทษทันที ไม่ต้องเสียเวลาคิดอะไรมากมาย อย่ามองเพียงการแสดงออก ขอยืนยันตรงนี้ว่านายกฯและ รัฐมนตรีทุกคน มีความตั้งใจทำงาน เพื่อแก้ปัญหาให้ประเทศชาติและประชาชน” นายสมศักดิ์ กล่าว

พ่อครูว่า…วันนี้ตั้งหลักจะพูดถึงการเมืองแต่ก็อาจจะบินไปถึงธรรมะ การเมืองกับธรรมะไม่ได้แยกกัน 

SMS วันที่ 25+26 กรกฎาคม 2562

_จันทรพนา สิทธิพันธุ์ · ดูอยู่…เจ้าค่ะ…สามองค์นี้ (ท่านฟ้าไท ท่านถักบุญ สม.กล้าข้ามฝัน)…ฟังง่าย..เข้าใจง่าย..เบิกบาน..สบายใจ..กราบ…สาธุ..

_เป็นตี๋ น.ว. ·  สนุกมากครับทันสมัย ท่านถักบุญเทศน์เราสามารถเก็บรายละเอียดรอบตัวเราเช่น ดวงอาทิตย์(เปรียบดังโพธิสัตว์ การระเบิดของก๊าซคิอการทำลายตนเองแต่สร้างประโยชน์ให้กับจักรวาล) และpasswordที่ซอนอยู่เช่น HERO= her+o your= you+r (อันนี้ผมต่อเอง)และมหาตะมะคานธี ท่านย่อยธรรมะเหล่าSUPERHERO( ฮีโร่ญี่ปุ่นค่อนข้างถือเพศพรหมจรรย์ของฝรั่งบางท่านก็กำลังต่อสู้อยู่) สาธุๆๆ

_2699ต้นตะเคียนมีวิญญานสิงสถิตอยู่จริงไหมคะพ่อครู ?

พ่อครูว่า…ต้นตะเคียนเป็นพีชะธาตุไม่มีวิญญาณ ศึกษาธรรมะพระพุทธเจ้าแล้วคุณจะไม่วุ่นวายงงสับสน หากเข้าใจธรรมะพระพุทธเจ้าและชัดเจนทุกอย่างไม่งงไม่งมงาย เรื่องวิญญาณไปสิงที่ต้นตะเคียนเป็นเรื่องงมงาย คนไม่เข้าใจสัจธรรมเพียงพอก็ว่ากันไปเรื่อย เละเทะเลอะเทอะไป ศึกษาให้ดีของพระพุทธเจ้านี่กระจ่างชัดเจน 

_6218ทีวี ของพุทธศาสนา ในเมืองไทยทั้งหมดมี 7 ช่อง คนชอบช่องไหน เขาก็ไป ดูช่องนั้น ใช่ใหมครับ 

_เจ๊อี๊ด พัชราภรณ์ · สวัสดีทุกๆท่านคะหนูเป็นชาวคริสเตียนแต่กำเนิดคะชอบฟังและศึกษาธรรมของพระพุทธเจ้าคะ อนุโมทนาบุญอย่างยิ่งคะ

พ่อครูว่า…ความรู้ทำให้บรรลุได้ไม่มีจำกัด รู้ไว้ใช่ว่าใส่บ่าแบกหาม 

_ธนัชพร สิริยานนท์ · สมอง ความจำ ท่านพ่อเฉียบมากๆคะ ดิฉันฟังไม่รู้เรื่องเจ้าคะ

พ่อครูว่า…จะชมหรือจะว่ากันแน่เนี่ย ไม่เป็นไร จะติจะเตียนก็ได้ อาตมาไม่มีปัญหาเพราะการติชมเป็นเรื่องธรรมดาของโลก เข้าใจแล้วไม่มีโกรธเคือง เขาด่าว่ามาก็เห็นใจเขาเขาทุกข์ใจน่าดูก็เลยด่าเรา เขาเข้าใจเราไม่ได้ เราไม่มีความปรารถนาร้ายอะไรเลยมีแต่ความปรารถนาดี เกิดมาเป็นคนอาตมาย้ำหลายทีแล้ว เกิดมาเป็นคนไม่มีอะไรดีเท่ากับธรรมะ ธรรมะเป็นสิ่งที่ประเสริฐเลิศยอดสำหรับความเป็นมนุษย์ ถ้าไม่รู้ว่าธรรมะนี่เป็นสิ่งที่ดีที่สุดยังไม่ใช่คน เกิดมาได้ร่างของคนแล้วแต่ไม่รู้ว่าธรรมะคือสิ่งที่ดีที่สุดที่จะต้องมาเสียเวลาให้ จะต้องเอาเวลามาใส่ใจเอาธรรมะให้ได้ คนที่ไม่รู้อย่างนี้คือคนที่ยังไม่ใช่คน ยังเป็นเดรัจฉานอยู่ นี่พูดจริงโดยสัจจะ 

พระพุทธเจ้าเป็นคนใช่ไหม เมื่อเกิดมาแล้วท่านรู้ตัวว่าจะต้องทำงานนี้ตอนอายุ 35 ปีก็ออกมาทำงาน เสร็จแล้วก็ไปหลงเป็นลิงลมอมข้าวพองอีก 6 ปี เพราะฉะนั้นพระพุทธเจ้าเป็นคน ท่านเกิดมาก็จะได้เป็นพระเจ้าแผ่นดิน หมอดูก็บอกว่าถ้าอยู่ทางโลกจะได้เป็นเจ้าจอมจักรพรรดิใหญ่ที่สุดในฆราวาส ตามเจ้าจอมจักรพรรดิที่ทำกันมาไม่ว่าจะเป็นเจงกิสข่านด้วยใครต่อใคร ถ้าท่านเป็นคนอย่างนั้นก็ต้องไปเป็นเจ้าจอมจักรพรรดิ์ แต่ท่านทิ้งสิ่งเหล่านั้นมาเอาธรรมะใช้พระชนม์ชีพตลอดเพื่อธรรมะจนปรินิพพานเป็นปริโยสาน ท่าน ฉลาดที่สุด 

อาตมาเมื่อรู้ตัวแล้วก็มาดำเนินรอยตามพระพุทธเจ้า ไม่เอาทางโลกแล้วมาเอาทางธรรมะ ถ้าคุณบรรลุอรหันต์เป็นโพธิสัตว์ จบจากอรหันต์แล้วก็เป็นโพธิสัตว์ที่จะช่วยโลกมีแต่ประโยชน์ต่อโลกประโยชน์ตนเองไม่มีแล้ว  อรหันต์เป็นผู้ที่หมดตัวหมดตน อรหันต์ไม่ขี้เกียจแล้ว ทำงาน แล้วจะทำงานไปเพื่ออะไร ไม่เอาในลาภยศสรรเสริญโลกียสุขแล้ว ก็ทำงานให้ประโยชน์ จึงเป็น พหุชนหิตายะ(เพื่อหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก)พหุชนสุขายะ(เพื่อความสุขของหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก) โลกานุกัมปายะ(รับใช้โลก ช่วยโลก)

เกิดมาเป็นคนถ้ายังไม่ใส่ใจในธรรมะนั้นยังไม่ใช่คน!

พูดให้เข้าใจจะได้ไม่ไปท้าแก่งแย่งชิงกันอย่างที่ทั้งโลกเขาทำกัน  เมื่อมีนักปราชญ์อย่างพระพุทธเจ้ามาประกาศสัจธรรมให้แล้วเขาก็ยังไม่เอา มันก็จะยิ่งกว่าเดรัจฉานนะ พูดไปพูดมา น่าสังเวชใจทำไมไม่นึกคิดทำอะไรให้มันดีขึ้นสมบูรณ์ขึ้นบ้างเป็นคนทั้งที เกิดมาเป็นคนทั้งที แต่เป็นเดรัจฉานจ้อย 

ประชาธิปไตยแบบตะวันตกนั้น ระบอบประธานาธิบดีคนแรกคือ จอร์จวอชิงตัน ของอเมริกา จอร์จวอชิงตัน ช่วยให้อเมริกาได้ปลดแอกจากการเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ ประชาชนก็จะให้เป็นกษัตริย์แต่เขาไม่เป็นจึงได้เริ่มเป็นระบบประธานาธิบดี เป็นประชาธิปไตยขาเดียวที่ไม่มีกษัตริย์ สร้างได้ไม่ถึง 300 ปีระบอบนี้ 

ส่วนประชาธิปไตยแท้ๆของพระพุทธเจ้านั้น พฤติกรรมของมนุษย์นั้นเป็นพฤติกรรมที่ไม่มีตัวตนไม่เห็นแก่ตัวทำงานเพื่อประชาชน ข้อสำคัญอยู่ที่ว่าแล้วคนนั้นหมดกิเลสตัวตนไม่เห็นแก่ตัว ไม่เห็นแก่พรรคพวก ไม่เห็นแก่ตนเองได้ไม่มีอคติจริงไหม ได้จริงมากแค่ไหนก็เป็นประชาธิปไตยมากเท่านั้น เมืองไทยมีพระพุทธศาสนารู้จักการล้างละอัตตาตัวตนได้จริง อันเป็นกิเลสที่เห็นแก่ตัวเห็นพรรคพวกเห็นแก่เงินทองโลกีย์แต่เมืองไทยมีคนที่ทำอย่างไม่เห็นแก่โลกีย์ทำเพื่อประชาชน 100% หรือมากที่สุดกว่าใครๆ นอกนั้นโกหกทั้งนั้น ไม่มีทฤษฎีล้างความเห็นแก่ตัวล้างกิเลส 

เพราะฉะนั้นจึงไม่จริงเท่าประเทศไทย ไม่ได้โมเมหรือสุ่มสี่สุ่มห้าพูดมันมีคำอธิบายได้ บ้านเมืองไทยเป็นเมืองประชาธิปไตยที่มีคุณภาพดีที่สุด 

คนที่มีความคลั่งไคล้ตะวันตกยังไม่มีโอกาสเป็นประชาธิปไตยเป็นเด็ดขาดแบบศาสนาพุทธ และประเทศไทยเป็นตัวอย่างของโลก 

มาสู่คอลัมน์ของคุณอัตนัยทุกๆข้อ 

ชังชาติผูกขาดประชาธิปไตยคลั่งไคล้ตะวันตก 

ในช่วงเกือบ 20 ปีที่ผ่านมาได้เกิดนักการเมืองและนักกิจกรรมการเมืองบางส่วนที่มองตนเองเป็นพวก “หัวก้าวหน้า” แต่กลับมีลักษณะ ชังชาติ “ผูกขาดประชาธิปไตย” และ “คลั่งไคล้ตะวันตก” บุคคลเหล่านี้จะก่อให้เกิดผลกระทบต่อประเทศชาติประชาชนไทยต่อไปอย่างไร มีข้อพิจารณาและความเห็นดังนี้ครับ 

  1. พวกนักการเมืองและนักกิจกรรมการเมืองเหล่านี้มองตนเองว่าหัวก้าวหน้าประกอบเป็นส่วนหนึ่งของประชาธิปไตยสากลของโลกมองประเทศตนเองว่าล้าหลังต้อง educateให้เข้าสู่ประชาธิปไตยสากล 

  2. การมีทัศนคติว่าประเทศล้าหลังทำให้การเมืองและนักกิจกรรมการเมืองเหล่านี้มองชาติเบี่ยงเบนในแง่ลบอย่างมาก เกิดทัศนคติชังชาติเป็นพื้นฐาน มองประเทศชาติในแง่ลบทั้งสิ้นมีอคติ 4 ปิดหูปิดตา มองข้ามข้อดีและส่วนดีของประเทศชาติประชาชนโดยสิ้นเชิงไม่พูดถึงเพื่อมุ่งสู่ประชาธิปไตยสากล 

  3. นักการเมืองและนักกิจกรรมการเมืองเหล่านี้บางส่วนจะบอกว่าสืบสานเจตนารมณ์ของคณะราษฎร์2475 ปัญหาว่าจะสืบสานส่วนไหนอย่างไรและคณะราษฎร์ประกอบด้วยบุคคลหลากหลายความคิดทางการเมือง ตั้งแต่เสรีนิยม อนุรักษ์นิยม สังคมนิยม ฟาสซิสต์คอมมิวนิสต์ หลัก 6 ประการที่เป็นกรอบกว้างๆที่ครอบคลุมได้หลากหลายอุดมการณ์อันเป็นลักษณะพิเศษของสังคมไทยที่มีคณะการเมืองที่ขวาจัดฟาสซิสต์อยู่กับซ้ายจัดคอมมิวนิสต์ในคณะเดียวกันหากจะสานต่อตามแนวทางอาจารย์ปรีดี ก็ต้องขับเคลื่อนไปในหนทางสังคมนิยม หากสานต่อตามแนวทางของนายควง ผู้ก่อตั้งประชาธิปัตย์ก็ต้องขับเคลื่อนในหนทางเสรีนิยมหรือหากจะสานต่อตามจอมพลป.ก็ต้องขับเคลื่อนตามแนวฟาสซิสต์เป็นต้น

  4. แม้มีอุดมการณ์หลากหลายแตกต่างกันแต่สมาชิกคณะราษฎรมีสิ่งที่เหมือนกันคือรักชาติ ไม่มีสมาชิกคณะราษฎรคนไหนชักน้ำเข้าลึกชักศึกเข้าบ้านหรือสาวไส้ให้กากิน แตกต่างจากนักการเมืองและนักกิจกรรมการเมืองดังกล่าวที่ไปฟ้องต่างประเทศวิพากษ์วิจารณ์ประเทศตนเองในแง่ลบอย่างมากจนไทยเราอาจเสียหายเสียประโยชน์ในเวทีระหว่างประเทศเช่น การเจรจาร่างข้อตกลงการค้าเสรีเป็นต้น ยิ่งกว่านั้นยังเรียกร้องให้ประเทศมหาอำนาจแทรกแซงการเมืองไทย นับว่าอันตรายยิ่งเพราะอาจผลักดันให้ไทยเข้าสู่ความเสี่ยงสูงที่อาจขัดแย้งภายในรุนแรงจนกลายเป็นสงครามการเมืองได้ คนรักชาติไม่ทำเช่นนี้

  5. เมืองไทยเจอวิกฤตสงครามโลกครั้งที่ 2 จอมพลป.เข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับญี่ปุ่นเพื่อไม่ให้ไทยกลายเป็นสมรภูมิเลือด ในขณะที่อาจารย์ปรีดีเป็นหัวหน้าเสรีไทยติดต่อสัมพันธมิตรทำงานร่วมกันอย่างลับๆ เมื่อสิ้นสงครามไทยรีบออกกฎหมายจับและศาลจำคุกจอมพลป.เพื่อกันไม่ให้ถูกนำตัวไปขึ้นศาลอาชญากรสงครามที่โตเกียว งานเหล่านี้ร่วมมือกันทำด้วยความรักชาติ ดังนั้นหากนักการเมืองและนักกิจกรรมการเมืองดังกล่าวจะสืบสานงานคณะราษฎรอาจจะต้องศึกษาทำความเข้าใจกับอุดมการณ์อันหลากหลายและต้องเปลี่ยนแปลงจิตสำนึกจาก “ชังชาติ”มาเป็น “รักชาติ” ตามคณะราษฎร์ให้ได้เสียก่อน 

  6. นักการเมืองและนักกิจกรรมการเมืองดังกล่าวมักอ้างว่าตนเองเป็นฝ่ายประชาธิปไตย ฝ่ายอื่นๆที่เห็นต่างเป็นฝ่ายเผด็จการทั้งสิ้น เป็นจิตสำนึกทางการเมืองที่คับแคบ ไม่มีจินตนาการและขาดวิสัยทัศน์อย่างหนัก ทำให้ฝ่ายประชาธิปไตยดังกล่าวอยู่ภายใต้จิตสำนึกอันคับแคบของตนเอง เป็นเผด็จการทางความคิดและผูกขาดประชาธิปไตย พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาบ่งชี้ว่า การเมืองมีบริบทที่กว้างขวางหลากหลาย ไม่มีสูตรสำเร็จที่ใช้ได้ในทุกที่ทุกเวลา ต้องปฏิรูปปรับปรุงโดยตลอดตามสถานการณ์ที่เป็นจริง ในบางบริบทอาจมีประชาธิปไตยเสรี Liberal democracy ประชาธิปไตยอนุรักษ์ conservative democracy ประชาธิปไตยสังคม Social democracy ที่แตกต่างกันในการขับเคลื่อนทางการเมืองเศรษฐกิจสังคมดังนั้นการผูกขาดประชาธิปไตยไว้เฉพาะพวกตนจึงเป็นการบิดเบือนและขัดขวางพัฒนาการของสังคมและประวัติศาสตร์ 

  7. หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สหรัฐอเมริกาผงาดขึ้นเป็นมหาอำนาจอันดับ 1 กำหนดระเบียบโลกจักรวรรดินิยมที่มีสหรัฐเป็นศูนย์กลางของระบบทุน ทั้งการผลิตการตลาดและการบริโภคแทนที่ยุโรปตะวันตก มีดอลลาร์เป็นสกุลเงินหลักแทนที่ปอนด์ มีการลงทุนข้ามชาติการค้าเสรี (Free Trade) การพัฒนา (Development) และเสรีประชาธิปไตย (Liberal democracy) เป็นกลไกขับเคลื่อนระเบียบโลก มุ่งผลดูดเอาทรัพยากรความมั่งคั่งเข้าสู่ศูนย์กลาง ให้มหาอำนาจได้ประโยชน์มากที่สุด เสรีประชาธิปไตยแบบตะวันตกจึงเป็นกลไกดังแขนขามือเท้าให้กับระเบียบโลกจักรวรรดินิยมครอบงำควบคุมโลก นักการเมืองและนักกิจกรรมติดตามกระแสประชาธิปไตยตะวันตกแบบเต็มที่ จึงเป็นดั่งเบี้ยหรือสมุนทำงานรับใช้ผลประโยชน์ของมหาอำนาจตะวันตกไป 

  8. เสรีประชาธิปไตยแบบตะวันตกจึงเป็นระบบที่มหาอำนาจกำหนดว่าดีที่สุดแบบเดียวมุ่งให้ทุกประเทศรับมาว่าเป็นประชาธิปไตย “สากล” โดยมีนักเสรีประชาธิปไตยในประเทศต่างๆช่วยขับเคลื่อนโดยมหาอำนาจตะวันตกสนับสนุนด้านต่างๆผลคือผูกขาดประชาธิปไตยไว้เพียงแบบเดียว แบบอื่นไม่ใช่เพื่อมหาอำนาจจักรวรรดินิยม จะได้ตักตวงผลประโยชน์ได้สูงสุดจากประชาธิปไตยเสรีที่ใช้การค้าเสรีมือใครยาวสาวได้สาวเอาซึ่งแน่นอนว่ามหาอำนาจมีกำลังทนบุคลากรเทคโนโลยีและอาวุธที่แข็งแกร่งกว่าย่อมได้กำไรและผลประโยชน์สูงสุดด้วยเหตุนี้ จึงมีมากมายหลายประเทศที่มีทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ แต่พลเมืองส่วนใหญ่ยังอดอยากยากจน 

  9. เสรีประชาธิปไตยแบบตะวันตกแบบเดียวเป็นทั้งผลและเหตุแก่แบบการพัฒนา (Development) แบบเดียวและแบบโลกาภิวัตน์ (Globalization) แบบเดียวซึ่งไม่สะท้อนความเป็นจริง ใน 2-3 ศตวรรษที่ผ่านการพัฒนาและโลกาภิวัตน์ไม่ได้เป็นเส้นตรงเส้นเดียวแต่คดเคี้ยวหลากหลายรุ่นๆมีทั้งสำเร็จและล้มเหลวจึงไม่ใช่ Development หรือGlobalization แบบเดียว แต่เป็น Development และ Globalization ที่หลากหลาย ประชาธิปไตยก็หลากหลายเช่นกัน ประชาธิปไตยตะวันตกเองก็ไม่ได้มีแบบเดียว อังกฤษมีระบบรัฐสภามีกษัตริย์มีสภาขุนนาง House of lords ซึ่งไม่ได้มาจากการเลือกตั้งสหรัฐมีระบบประธานาธิบดีแยกอำนาจนิติบัญญัติและอำนาจบริหารออกจากกันเด็ดขาด ทั้งนี้แตกต่างไปตามบริบทของแต่ละประเทศ 

  10. เป็นไปได้ว่าในช่วง 10 กว่าปีที่ผ่าน กลุ่มทุนสามานย์ได้เข้ามามีอำนาจและทำธุรกิจการเมืองและทุจริตคอรัปชั่นเชิงนโยบายฉ้อฉลขโมยเงินงบประมาณที่เป็นภาษีประชาชนไปเป็นจำนวนมากมาหลายแสนล้านบาท มองในแง่ธุรกิจย่อมเป็นธุรกิจที่ทำกำไรมหาศาลในเวลาสั้นๆ กำไรสูงกว่าทำธุรกิจปกติหลายล้านเท่า (แต่มองในวิถีธรรม คดโกงทุจริตคอรัปชั่น เป็นอทินนาทานเป็นอกุศลกรรมบถที่นำผู้กระทำสู่อบายทุคติวินิบาตนรกได้) สิ่งนี้อาจเป็นแรงจูงใจให้นักธุรกิจบางคนบางกลุ่มต้องการทำตามและเข้ามาเล่นการเมืองโดยมีวาระซ่อนเร้นจะทำธุรกิจการเมืองเชิงนโยบายเป็นทุนสามานย์กลุ่มใหม่ เพื่อทุจริตคอรัปชั่นขโมยเงินงบประมาณเข้ากระเป๋าตนและพวกพ้อง ขยายธุรกิจให้ขยายตัวก้าวกระโดดเป็นธุรกิจระดับโลก 

ไทยเราไม่อาจแบกรับทุนสามารถกลุ่มใหม่ได้ เพราะอาจกลายเป็นรัฐล้มเหลว หนี้ท่วม เศรษฐกิจวิกฤต ประชาชนล้มละลาย นักธุรกิจการเมืองเหล่านี้บางคนอยู่ในกลุ่มธุรกิจที่ไปลงทุนมหาศาลในต่างประเทศ เช่น สหรัฐ จะมีโอกาสได้ใบอนุญาตทำงานหรือโอนสัญชาติเป็นพลเมืองต่างประเทศเช่นสหรัฐได้ง่าย จึงน่าสงสัยว่าธุรกิจนักธุรกิจเหล่านี้จะรู้สึกว่าตนเองเป็นพลเมืองไทยหรือพลเมืองสหรัฐกันแน่ และจะเล่นการเมืองเพื่อผลประโยชน์ที่ดีที่สุดแก่ไทยหรือสหรัฐหรือตนเอง โดยเฉพาะหากมีความรู้สึกนึกคิด “ชังชาติ” “ผูกขาดประชาธิปไตย”  “คลั่งไคล้ตะวันตก”แบบนี้  

ขอบคุณครับ

ขอแสดงความนับถือ 

ชาวบางนา 

ชัดเจนแจ่มแจ้งครับ ยุคหลังมานี้มีมนุษย์ประชาธิปไตยสีเทาเยอะ จนทำให้กระบวนการประชาธิปไตยแท้ๆเสียไปหมด ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากังวลนะครับ

ทุนสามานย์ครอบงำการเมืองการเลือกตั้งหรือประชาธิปไตยเป็นเพียงสะพานเข้าสู่อำนาจ เพื่อผลประโยชน์กลุ่มทุนตัวเองเป็นหลัก กลุ่มที่เรียกตัวเองว่าฝ่ายประชาธิปไตยในวันนี้จึงไม่ได้รับการยอมรับว่าเป็นประชาธิปไตยจริง ทุนสามานย์ในวันนี้ไม่ว่าเก่าใหม่เป็นได้แค่สมุนคนโกงเท่านั้น 

พ่อครูว่า…บทความนี้ทำให้เข้าใจเรื่องสังคมมนุษย์ชาติ เรื่องของประชาธิปไตยในเรื่องการบริหารสังคม จะใช้บัญญัติภาษาว่าประชาธิปไตยคอมมิวนิสต์เผด็จการอะไรก็แล้วแต่ แต่ถ้าพฤติกรรมพฤติการณ์ของผู้ที่ดูแลประเทศหรือว่ามีหน้าที่ที่จะบริหารประเทศอภิบาลประเทศอยู่นี้ เขาทำการประพฤติปฏิบัติมันเป็นไปเพื่อประชาชนโดยไม่โกงไม่ทุจริต ไม่เห็นแก่ได้ ทำงานเหน็ดเหนื่อย แล้วก็เพื่อที่จะแชร์หรือทำให้เศรษฐกิจ ทำให้ทรัพย์สินที่มีจำนวนหนึ่งแจกจ่ายสะพัดให้ทั่วถึงกัน อยู่กันได้อย่างพอสมควรตามฐานะของแต่ละคน

    เราจะไปบังคับให้คนจนเป็นคนรวยให้คนรวยเป็นคนจนไม่ได้ เพราะฉะนั้นก็ต้องบริหารทำอย่างไรจึงจะแชร์ เห็นใจแบ่งกันบ้าง ศาสนาพุทธจึงสอนให้แทงเข้าไปถึงเหตุเลยคือถึงจิตได้เลย ถึงจิตคนรวยให้สละออกมาหาคนอื่นบ้าง อย่าเที่ยวเอาแต่โลภรวยบาปกินหัวชาติทั้งชาติเอาแต่สะสมเหมือนอย่างเศรษฐีใหญ่ในประเทศเดี๋ยวนี้ มีอยู่หลายคณะ ซึ่งกอบโกยไปไม่รู้จักจบสิ้นไม่มีความพอเพียง ในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นพระโพธิสัตว์ ได้ตรัสคำว่าพอเพียงนี้ครอบคลุมหมดไม่รู้จักพอไม่รู้จักหยุดกันเลย คนรวยกันขนาดนี้คุณจะรวยกันไปหาอะไรกันนักกันหนา พูดแรงอย่างนี้แต่ไม่ได้พูดหยาบระมัดระวังตัวอยู่ แต่ใช้คำศัพท์เหล่านี้เพื่อให้คนรู้ว่ามันเป็นจริงเลวร้ายขนาดนี้ เพราะฉะนั้นก็เลยต้องพูดกันให้ถึงๆให้ชัดเจน 

สรุปแล้วประเทศไทยเป็นตัวอย่างประชาธิปไตยที่ดีมากในโลก ในหลวงรัชกาลที่ 9 ให้เอาแบบคนจนเป็นตัวอย่างประชาธิปไตยที่ดีที่สุด ไปเอาอย่างคนรวยไม่เป็นประชาธิปไตยเพราะมันเอาเปรียบ อย่างประเทศอเมริกานี้เลวที่สุด ขออภัยเถอะ จะหาว่าเราว่าต่างประเทศก็ต้องขออภัย ให้รู้ว่าอย่างนี้มันไม่ดีมันชั่วอย่าไปทำ รู้ตัวแล้วก็เปลี่ยนแปลง ตัวเองทำชั่วคนเดียวไม่พอ ยังไปหาพรรคพวกโฆษณาว่าอย่างนี้ดี คนที่มีกิเลสด้วยกันก็เลยไป ไปหลงนับถือ ก็ขอยืนยันว่าผู้ใดไปหลงนับถืออเมริกาเป็นพวกโง่เง่าดักดานทั้งนั้น เป็นพวกที่ตกนรกหมกไหม้หมด แล้วไม่รู้จักว่าตกนรกด้วย พูดไปก็เหมือนราดน้ำใส่หัวตอแต่ก็ต้องพูดเพื่อจะสื่อสารให้คนมีปัญญาพอจะรับได้ให้เข้าใจชัดเจนจะได้เปลี่ยนแปลงมา 

เมืองไทยเป็นเมืองพุทธที่มีประชาธิปไตยมีรากเหง้าโลกุตระที่เยี่ยมยอดมาก นำพาประเทศชาติมาได้ดีและเป็นตัวอย่างของโลก ไม่ใช่ไปงมงายอย่างที่เป็นกันในโลก ที่จริงแล้วเขาล้มละลายแต่มองว่าเขาเจริญอีกแค่นี้ทำไมมองไม่ออก น่าสงสารสหรัฐอเมริกา เขาจมไม่ลง ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นประเทศที่เป็นตัวอย่างที่เลวร้ายมากเลย อย่าไปหลงใหลได้ปลื้ม ศึกษาสัจจธรรมให้ลึกๆ 

ประเทศไทยก็ยังเข้าใจกันไม่ค่อยได้ตามที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ตรัสไว้ ท่านไม่ได้ตรัสให้เฉพาะประเทศไทยนะแต่ท่านตรัสอย่างเป็นสากล ท่านได้ตรัสกับรัฐมนตรีเกาหลี บอกว่าเขาเป็นเพื่อนกับประธานาธิบดีเกาหลี ให้บริหารแบบไหน ประเทศเกาหลีเขารวยกว่าประเทศไทย แต่เขาก็มีรู้ลึกๆว่าประเทศไทยนี้ดีนะ เขามาสัมผัสแล้ว ประเทศเกาหลีเขาก็รวย แต่เขารู้สึกว่าประเทศไทยต้องมีดี ผู้บริหารผู้ที่เป็นรัฏฐาธิปัตย์คือในหลวง จะต้องมีอะไรดีจึงรู้วิธี จึงให้มาล้วงถาม เซ้าซี้อยู่นาน ในหลวงจึงบอกว่าจะให้ตอบก็ตอบได้ว่า “ให้เอาแบบคนจน” เขาก็ทำหน้างง (พ่อครู I ช่วยตัดออกด้วย) 

สมณะฟ้าไทว่า…วันนี้พวกเราคนจนก็แจกอาหารมังสวิรัติจัดโรงบุญกันหลายที่ ที่ปฐมอโศกก็จัด ที่บ้านราชฯก็จัดหลายที่ 

พ่อครูว่า…มันเป็นกิจกรรมของพวกเราที่สนุกที่ได้แสดงน้ำใจเอื้อเฟื้อเจือจานแบ่งปันกันอย่างพี่น้อง แบ่งกันกินกันใช้ทั้งที่เราไม่ได้รวยเราเป็นคนจน แต่เราก็ทำได้ แต่คนรวยนี้ไม่มาทำ เศรษฐี ขี้เหนียวขี้ตืดขนาด มันเป็นเรื่องของสัจธรรม คนขี้เหนียวที่เห็นแก่ตัวเห็นแก่ได้มากๆก็ต้องเป็นอย่างนี้ เราก็ต้องพูดกระแทกกระทั้นให้เขาเปลี่ยนแปลงออกมาบ้าง คนจนก็กระจายไปทั่วโลกคนรวยก็รวยกระจุก ก็พยายามแก้ไขเศรษฐกิจโลกแบบนี้ อย่างชาวไทยนี้อย่างชาวอโศก เรามาเป็นคนจนกันจริงๆ ไม่ใช่จนกันอย่างเสแสร้งแกล้งทำหรือทำอย่างเล่นๆแล้วพวกเราก็มีสภาพจนลงจนเป็นสภาพสาธารณโภคี หลายคนเป็นอนาคาริกชนคือไม่มีบ้านช่องเรือนชานเป็นของส่วนตัว แล้วกินอยู่กินใช้กับส่วนกลาง โดยมั่นใจว่าอยู่กับสังคมนี้มั่นคง อาศัยกองกลางที่อยู่นี้ได้จนตาย แม้จะมีลูกมีหลานก็ไม่ต้องห่วง และคนที่เป็นครอบครัวส่วนตัวนี้ลูกหลานเขาห่วงนะ คนอยู่ที่นี่อยู่ในระบบสาธารณโภคีไม่ต้องห่วงหรอก เป็นระบบกองกลาง ถึงเราจะเหลือคนเดียวไม่มีลูกหลานเลยเราก็อยู่ได้ เจ็บป่วยไม่ต้องห่วงเลยช่วยกัน มันเป็นระบบสวัสดิการของมนุษยชาติที่สุดยอดแล้ว ยอดแห่งประชาธิปไตย เป็นสุดยอดของ คอมมูน สุดยอดประชาธิปไตย สุดยอดเผด็จการ ไม่มีใครเผด็จการใคร ทุกคนรู้หน้าที่ รู้กรรมกิริยา รู้การงาน รู้หน้าที่ รู้อย่างมีน้ำจิตน้ำใจ จิตใจไม่เห็นแก่ตัวไม่เห็นแก่ได้ เจือจานเกื้อกูลกันยังไม่มีตัวตนไม่เห็นแก่อะไรต่ออะไร ที่เป็นความคับแคบเลยมีแต่เรื่องเปิดกว้าง เจือจาน 

ทุกวันนี้ชาวอโศกก็พยายามเกื้อกว้าง เอื้อเฟื้อเจือจานที่สุดเท่าที่จะทำได้ ความจนนี่แหละจะเกื้อกว้างเผื่อแผ่ออกไป อย่างเช่นอาคารของเราก็ให้คนมาใช้สอยมาพักผ่อน สถานที่ของเขาอย่างเป็นรีสอร์ทนี้ก็ใช้ดูดเงิน ของเราเหมือนรีสอร์ทแต่ไม่เป็นรีสอร์ท เราเหมือนสถานที่ท่องเที่ยวแต่ไม่เหมือนกับที่อื่น ของเราไม่ได้หารายได้จากสถานที่เหล่านี้เลย ใครจะมาพักผ่อนมาใช้ อาตมาก็เลยเขียนป้ายติดว่า “แดนเพลิน เชิญพัก(ผ่อน)” ให้คิดภาษาอังกฤษมาให้ มีผู้ให้มาหลายคำ 

คือเราต้องการญาติพี่น้องเพื่อนฝูง ต้องการความสมานสามัคคี ต้องการความเป็นคนเอื้อเฟื้อเจือจาน แบ่งกันกินแบ่งกันใช้ได้แม้จะมีเล็กน้อยก็ตาม อย่าว่าแต่มีมากเลย ยิ่งมีมากก็ยิ่งไม่ต้องห่วงเลย ถ้าเรามีอุดมสมบูรณ์จะแจกจ่ายมากกว่านี้เผื่อแผ่มากกว่านี้อีก อาตมาจนใจจริงๆว่าเราไม่มีเงินมาก ถ้าหากมีมากอาตมาจะทำงานเผื่อแผ่สาธารณูปโภคในย่านพวกนี้ อาตมาจะทำหมด ไม่ต้องให้รัฐบาลทำ จะทำเหมือนรัฐบาลทำเลย จะช่วยให้ได้จริง แต่เราก็ทำบ้างแล้วอย่างหมู่บ้านกุดระงุม ไฟฟ้าขัดข้องบ้านราชเราก็ไปช่วย 

เราทำด้วยความจริงใจ เราเป็นผู้ทำให้คนอื่นได้อาศัย ได้ช่วยเหลือเกื้อกูลคนอื่นเขา มันดี เราเป็นภาระคนอื่นให้คนอื่นเขาลำบากลำบนอะไรอย่างนี้ 1มันเป็นหนี้ พึ่งตนเองให้รอด สร้างทำมาหากินอะไรก็แล้วแต่ ให้พึ่งพาตนเองให้รอด เลี้ยงตนเองรอด 2 ทำให้มากขึ้น ที่จริงต้องขึ้นต้นด้วยไม่เป็นหนี้ก่อน 

1 อย่าเป็นหนี้ ชีวิตจะสุขสบาย เลิกความเป็นหนี้ให้ได้ อย่าไปหลงลัทธิสินเชื่อ ลัทธิผ่อนส่งประกันชีวิต เป็นวิธีการเลวร้ายที่นายทุนได้เปรียบ 

2 พึ่งพาตนเองให้รอดทำมาหากิน 

3 ให้เหลือ ทำให้มากให้เกินกว่าที่ตนเองกินใช้ให้มีเหลือ 

4 เผื่อแผ่แจกจ่าย เอาออกไปแจกจ่ายเจือจานแก่ผู้อื่น 

สังคมนี้ไม่มีหนี้ ทำงานสร้างสรรกินใช้เหลือเฟือเพียงพอ และเอาไปเผยแพร่แจกจ่ายเจือจานผู้อื่น จะซื้อขายบ้างก็ซื้อขายให้ถูก จึงเป็นนักเศรษฐกิจของโลกเป็นหลักการใหญ่ของเศรษฐกิจโลกของมนุษยชาติแต่ละคน และสังคม ชาวอโศกเราทำและประพฤติอย่างนี้จึงอยู่เย็นเป็นสุขไม่มีหนี้ สร้างเหลือ สร้างเกิน สร้างมาก เราสร้างแต่สิ่งที่เป็นสาระ สิ่งที่ฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือยไร้สาระเราไม่ทำ ทำแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์คุ้มค่าที่แท้จริง รู้จักสาระ เป็นคนมีปัญญา ไม่ใช่คนโง่ ที่เอาเวลาแรงงานทุนรอนไปใช้ในสิ่งที่ไม่เป็นสาระเป็นพิษด้วยนะคือคนโง่ซ้อนความโง่ในโลก แล้วก็มีความพยายามอีก คนโง่ 

ศึกษาธรรมะพระพุทธเจ้าแล้ว จะเป็นประชาธิปไตยเผด็จการคอมมิวนิสต์ก็จัดการได้หมด ก็เป็นประชาธิปไตยที่สุดยอด จะเรียกว่า ลัทธิอะไรก็สุดยอด เผด็จการที่สุดยอด 

ที่ในหลวงร9 เราตรัสว่า “เอาแบบคนจน” นี้สูงสุดแล้วสุดยอดแล้ว ถ้าหากประเทศไทยผู้บริหารเศรษฐกิจมาเปลี่ยนคำพูดจากเอาให้คนรวยมาให้เป็นคนจนเท่าเทียมกันหมด อันนี้เป็นนักเศรษฐศาสตร์เป็นนักเศรษฐกิจเบอร์ 1 เลย คุณอย่าไปบริหารประเทศให้รวยเท่ากัน มันจะได้ที่ไหน มันเป็นไปไม่ได้ แต่ถ้าคุณมาทำให้คนจนเท่ากันนี้ได้ สมมุติว่าจนเท่ากันเช่น คุณมีส่วนกลางอยู่ 100 คุณมีคนอยู่ 100 คนก็แบ่งกันให้ได้จนที่สุดคือคนละ 1 บาท คุณก็พยายามปรับเศรษฐกิจนี้ให้ได้แต่ละคนได้คนละ 1 บาท จนเท่ากันใช่ไหม 

ถ้ายิ่งกว่านั้นอีกไม่ต้องมีสักบาท 0 บาท คนทุกคนมีของเรามีตัวกูของกู 0 บาท แต่แรงงานการกระทำสมรรถนะความสามารถสร้างสรรมันมีมากกว่า 0 อีกเยอะแยะเลย คุณอยู่ที่ฐานศูนย์คุณใช้อยู่ที่ฐานศูนย์กินอยู่ที่ฐาน0 นอกนั้นคือกำไรคือสิ่งที่จะสะพัด นักเศรษฐศาสตร์เบอร์หนึ่งเป็นอย่างนี้ ชาวอโศกเป็นอย่างนี้ พอเข้าใจไหม อาตมาสอนเศรษฐศาสตร์ชั้นสูง อาตมาไม่ได้จบดอกเตอร์หรอกแต่อยากให้ดอกเตอร์ฟังบ้าง อาตมาไม่ได้เอาแต่พูดด้วย อาตมาทำได้ด้วย พากันทำได้ด้วย 

ถึงแม้ว่าพวกเรานั่งในนี้จะมีเงินในกระเป๋าบ้าง แต่ก็ไม่เอาเงินเอาไปออกดอกเบี้ยอะไรให้มากขึ้นกว่าเก่ามากมาย เพราะคุณมีความพร้อม มันจะมีลดลง คุณก็ชัดเจนว่าอยู่กับ 0 ได้ แม้มันจะหมดตัวเลยไม่มีเงินเลยสุดท้ายไม่มีเลย คุณตกใจไหม อยู่ในสังคมนี้ตกใจไหม อะไรมันจะกลมเท่ากับ 0 ถ้าคุณมีหนึ่งมันก็ลดลงกว่า 1 ได้ถ้าคุณมี 2 มันก็ลดลงกว่า 2 ได้ ถ้ามีมากกว่านั้นก็ลดลงได้มากกว่านั้น แต่ถ้ามี 0 มันก็มั่นคงกว่าไม่ต้องลดลงอีก สุดยอดไหม นี่ไม่ใช่คำเล่นลิ้นปรัชญาเพ้อพกเพ้อฝัน แต่นี่เป็นปรัชญาความรู้เชิงฉลาด ปรัชญาก็คือความรู้เชิงฉลาดที่แท้จริง และเป็นได้จริงด้วยเป็น 0 ได้แท้จริงด้วยเป็นสุขจนไม่สุขไม่ทุกข์

 

คำว่าไม่สุขไม่ทุกข์นี้เป็นโลกุตระ ที่อาตมาพูดแล้วพูดอีก ศาสนาเทวนิยมไม่รู้เรื่องหรอกไปหลงความสุข เพราะฉะนั้นเขาจึงตีไม่แตก จะต้องไปอยู่กับพระเจ้ายิ่งโง่หนักเข้าไปอีก แล้วมันไปอยู่จริงหรือเปล่า ไม่หรอก กรรมวิบากของคุณจะต้องเวียนตายเวียนเกิด แต่คุณไม่ได้เรียนรู้ต่างหากคุณไม่มีเงิน rebirth Reincarnation ตายไปแล้วจะไปอยู่สวรรค์จริงหรือเปล่าหรือลงนรกก็ไม่รู้เรื่อง แล้วกว่าจะได้มาเกิดอีกก็นานเท่าไหร่ก็ไม่รู้เพราะมันมืด พวกนี้ดักดานตายแล้วก็ยังโง่ดักดาน ดังนั้นพวกเทวนิยมจึงโง่ไปลงนรกนานหน่อย นรกกับสวรรค์อันเดียวกันแต่เขาไม่รู้เรื่องหรอก กรรมของเขาจึงจะเป็นตัวจริง เขาทำชั่ว ได้แล้วก็ได้นรก ไม่ได้อยู่ที่พระเจ้าจะสั่งให้ลงนรกหรือขึ้นสวรรค์ มันอยู่ที่กรรมของคุณ คุณทำชั่วตายไปแล้วก็ได้นรก แต่เขาไม่ได้สอนกัน คุณไม่ได้เรียนรู้กรรมวิบากอะไรเลย ไม่เรียนรู้การเวียนตายเวียนเกิดเพราะเข้าใจว่าตายชาติเดียวแล้วจบไปอยู่กับพระเจ้า ไม่มีความรู้อะไรที่จะเป็นเรื่องของกรรมวิบาก พวกเรามีนิยายส่วนตัวแต่ละคน แก้แค้น มีหนี้มีสิน ช่วยเหลือกัน เต็มไปหมดนิยายแต่ละคน ไม่จบง่ายๆหรอกจนกว่าคุณจะเป็นอรหันต์เท่านั้นคุณจะจบนิยายนิทานเลวร้าย แล้วคุณจะมีนิยายดีที่ไม่รู้จบ นิยายของอาตมามีแต่เรื่องดีต่อไปอีกนานเท่านาน นี่เป็นสิ่งรับประกันเป็นหลักประกันให้แก่ตนเอง เกิดไปอีกในชาติหน้ากี่ชาติๆ ในชาตินี้ก็มีหลักประกันแล้วคุณไม่มีความทุกข์ไม่มีความเดือดร้อน มีแต่ความเจริญ คนที่พ้นความสุขความทุกข์แล้วมันสูงสุดเรียกว่า ปรมังสุขัง คือ ยิ่งกว่าสุข แต่เขาแปลว่า สุขอย่างยิ่ง ที่จริงมัน ยิ่งกว่าสุข 

อาตมาเป็นลูกพระพุทธเจ้าเป็นผู้สืบทอดความรู้พวกนี้มาสอน ตามฟังดีๆเถอะ หายากที่จะได้ฟังเช่นนี้ ผู้ที่อยู่ข้างนอกมาเถอะรีบๆ ที่นี่ไม่เลว ยินดีต้อนรับผู้ที่ปรารถนาดีถ้าเข้ามาเกเรก็ขอเอาไว้ก่อน ผู้ที่ไม่เกเรมาตั้งใจเอาประโยชน์มาเอาสิ่งประเสริฐมาความรู้พัฒนาตัวเองก็เชิญเลยยินดีต้อนรับ 

แต่เขาก็ไม่ค่อยกล้าเข้ามา มาเถอะมาเถอะ เราก็ยินดีต้อนรับท่านทั้งหลาย โดยเฉพาะผู้ที่แสวงหาสัจธรรมอยากให้มา ไปงมงายอยู่กับลัทธิที่ผิดเพี้ยนจากของพระพุทธเจ้าจนกระทั่งไม่เหลือเชื้อของธรรมะพุทธเจ้าเลยน่าสงสาร อาตมาจึงจำเป็นต้องมาพูดความจริง ไม่ได้แกล้งถล่มทลายดูถูกดูแคลนเขา แต่มันผิดเพี้ยนไปจนกระทั่งทำลายศาสนาพุทธ ไม่ให้อาตมาพูดอย่างนี้ตามความจริงแล้วจะให้พูดอะไร ที่พูดมันคือความจริงทั้งสิ้นเลย ไม่ได้หมายความว่าจะไปถล่มทลายแล้วยกตัวเอง มันไม่ใช่ แต่มันเป็นจริงทั้งนั้นเลย จริงๆแล้วมันยิ่งกว่านั้นมันเละเทะยิ่งกว่านั้นอีก 

สัจธรรมต่างๆที่อาตมาเอามาประกาศอธิบาย จากของพระพุทธเจ้านี้ จึงเป็นเรื่องแท้ๆที่มันสุดยอด คนอย่างพระพุทธเจ้า ท่านไม่ได้ศึกษาอะไรยิ่งใหญ่ ท่านศึกษาในเรื่องของความเป็นมนุษย์กับเรื่องของความเป็นสังคม อะไรดีที่สุดในเรื่องของความเป็นมนุษย์ อะไรดีที่สุดในเรื่องของความเป็นสังคม ท่านศึกษาเรื่องนี้ จะเก่งอะไรต่างๆอย่างอื่น ท่านรู้ท่านไม่ต้องหรอกท่านมาเอาอันนี้มาเป็นความสำคัญ อธิบายแจกแจงให้มนุษย์ ให้สังคมนี้เกิด สังคมก็คือมวลมนุษย์ที่รวมกัน เพราะฉะนั้นจุดสำคัญก็เพ่งไปที่คน ให้คนนี้แหละรู้แล้วคนเปลี่ยนแปลงตัวเองมันก็จะเป็นประโยชน์เป็นมวลต่อสังคมพฤติกรรมสังคมก็จะดีขึ้น ๆ มันยาก  

ตัวเราดีขึ้น ไม่เห็นแก่ตัว ไม่เห็นแก่ได้ ไม่มีตัวตน เป็นคนมีวรรณะ 9 

วรรณะ 9 เลี้ยงง่าย  (สุภระ) บำรุงง่าย, ปรับให้เจริญได้ง่าย (สุโปสะ)  มักน้อย, กล้าจน (อัปปิจฉะ) ใจพอ สันโดษ (สันตุฏฐิ) ขัดเกลากิเลส (สัลเลขะ) เพ่งทำลายกิเลส  มีศีลสูงอยู่ปกติ (ธูตะ, ธุดงค์) มีอาการน่าเลื่อมใส (ปาสาทิกะ) ไม่สะสม ไม่กักเก็บออม (อปจยะ) ตรงข้าม อวรรณะ9  ขยันเสมอ, ระดมความเพียร (วิริยารัมภะ) 

เป็นคนที่ สุโปสะ พัฒนาให้เจริญง่าย ไม่ว่าจะพัฒนาทางโลกหรือพัฒนาคุณธรรม ก็เป็นคนที่ว่านอนสอนง่าย รู้ง่าย พัฒนาตัวเองให้ก้าวหน้าเร็ว มีคุณสมบัติที่ดี มีคุณธรรมที่ดี 

อัปปิจฉะ มีจิตใจที่ไม่มักมาก มีจิตใจมักน้อย เป็นผู้ที่เป็นคนจนมีน้อยไม่ต้องมีมากอะไร มีน้อยพอเป็นเครื่องอาศัย บริขารก็น้อย อย่างพอเหมาะพอควรไม่เหมือนพวกเชน น้อยจนกระทั่งไม่เอาอะไรเลยเสื้อผ้าก็ไม่นุ่ง มีแต่ภาชนะสำหรับใช้กินกับไม้ปัดสัตว์แมลง มันมีความสุข ตรงจนกระทั่งไม่มีประโยชน์อะไร เกร็งไปหมด ต้องจนมาพอดี เสื้อผ้าหน้าแพรเขาไม่ติดสวยติดงานไม่ติดหรูหรา ใส่เสื้อผ้าเพื่อกันแมลงสัตว์กัดต่อยเพื่อกันอุจาด จบ พอสมควร พอเป็นไป ไม่ต้องไปหาอะไรเลย พวกเราไม่ได้ติดยึดอะไร ไม่ต้องไปซื้อเสื้อผ้าเลยไปที่ร้านดินอุ้มดาว โอ้โห! เยอะเลย  บางอย่างคุณไม่เคยซื้อใช้อย่างนั้นเลยเขาทิ้งมาคนก็เอามาใส่ แม้จะเป็นมือสองก็เถอะ เสื้อผ้าบางชิ้นบางอัน เป็นแฟชั่นบางอย่างทางโลกเราไม่มีปัญญาซื้อหา เขามาทิ้ง เขาเบื่อแล้ว แต่สะอาดแล้วเราก็เอามาใช้ คุณอย่าหลงตัวแล้วกันว่าฉันใส่แบรนด์เนมอยู่นะ บ้า.. ใส่เสื้อกันร้อนกันหนาวกันแมลงสัตว์กัดต่อย เท่านั้น อาหารการกินก็ไม่ได้กินหรูหรากินพอเลี้ยงร่างกายได้ วันๆหนึ่งอาตมาก็ดูจะกินเยอะนะ 

ที่อยู่อาศัยเราก็เหลือเฟือ ก็มีความสบายมาพักผ่อนหย่อนใจได้ ศึกษาให้ตนเองเป็นคนดีมีความเจริญได้ เจริญในทางธรรมด้วย เจริญในทางโลกุตระด้วย อาตมาได้นำเอาสิ่งที่พระพุทธเจ้าค้นพบสอนมาบอกต่อ มาแนะนำ พวกเราปฏิบัติได้ก็เป็นคนเจริญตามพระพุทธเจ้า 

มีความมักน้อยสันโดษ สันโดษ คืออะไร คือมีใจพอมีเท่านี้ก็พอ สุดท้าย 0 ก็พอ แต่ที่ไม่0 มีเสื้อผ้าหน้าแพรสักชิ้นสองชิ้นก็พอ มักน้อยกับพอมันเกี่ยวกัน มีน้อยก็พอ จึงเป็นนักเศรษฐกิจสุดยอด น้อยๆก็พอ เป็นคนมีชีวิตอยู่เพื่อที่จะพัฒนาตนเองขัดเกลา สัลเลขะ ขัดเกลา โดยเฉพาะขัดเกลากิเลสออกจากจิต ขัดเกลากายกรรม วจีกรรม มโนกรรม ที่มันไม่ดีไม่เหมาะไม่ควร มันต่ำ มันเสื่อม มันหยาบคาย ให้มันให้ดีขึ้น พฤติกรรมที่แสดงเป็น กายวิญญัติ วจีวิญญัติ ความเคลื่อนไหวของกาย ความเคลื่อนไหวของวาจา ได้อย่างพอเหมาะพอสม เป็นผู้ที่มีสภาพขัดเกลา จนมีลักษณะของ 

ธูตะ ศีลเคร่ง ปฏิบัติในจุลศีล มัชฌิมศีล เป็นการปฏิบัติส่วนตัว ส่วนจุลศีลนั้นเป็นศีลของศาสนาพุทธแต่เขาละเมิดหมดเลยในศีลของสังคมของวัดวา เป็นเดรัจฉานวิชาไสยศาสตร์ โลกียลาภยศสรรเสริญอยู่ในนั้นหมด มหาศีล พระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้ครบแล้ว แต่ไม่เข้าใจกัน ไม่มีศีล ทุกวันนี้นักบวชก็เหลือแต่วินัย 227 ไม่รู้จักจุลศีล มัชฌิมศีล มหาศีล มีนักบวชชาวอโศกนี่แหละ หรือฆราวาสเรารู้จักเรื่องของศีลพระพุทธเจ้าและทำได้ 

มันเกือบจะสูญหายแล้วเราเก็บมาปัดฝุ่นได้ พวกเรามี ศีลธูตะ หมายความว่าสิ่งที่ปฏิบัติได้เคร่งครัดขึ้นสะอาดขึ้นเจริญขึ้น เราทำได้ถึงขั้นนี้ มีสัลเลขะ ธูตะ ความมักน้อยใจพอ อาการเหล่านี้จึงเป็นอาการที่น่าเลื่อมใส ปาสาทิกะ เป็นอาการที่ผู้รู้ ผู้เป็นปราชญ์จะยกย่องชมเชย 

สรุปผล 2 ข้อสุดท้าย อปจยะ วิริยารัมภะ เป็นคนไม่สะสม มีความขยันเสมอขยันตลอดเวลาขยันสร้างสรรรู้พอเพียง ไม่ทำลายสุขภาพร่างกายเป็นผู้ที่สร้างสรรมีประโยชน์คุณค่าต่อสังคมต่อโลก แล้วไม่สะสม อปจยะ เอาเข้าส่วนกลางแบ่งกันกินกันใช้ 

ในวรรณะ 9 จึงเป็นเครื่องชี้วัดความเป็นมนุษย์ความเป็นสังคมที่สูงสุด ชาวอโศกเราทำได้ ซึ่งเกิดผลเป็นสาราณียธรรม 6 มีวรรณะ 9 ถึงเกิดสาราณียธรรม 6 กายกรรมก็อยู่กันด้วยเมตตา วจีกรรมก็อยู่กันด้วยเมตตา มโนกรรมก็มีเมตตาเกื้อกูลกัน 

ลาภธัมมิกา คือลาภที่ได้โดยสุจริต ก็เอามาเข้าส่วนกลางเป็นสาธารณโภคี กินใช้ร่วมกัน เสร็จแล้วก็อยู่กันอย่างที่มี ศีลสามัญญตา ทิฏฐิสามัญญตา 

อาตมาพาพวกเราชาวอโศกปฏิบัติได้บรรลุผลแล้ว หมู่บ้านนี้จึงอยู่ได้เกิดสาราณียธรรม 6 โดยองค์คุณ7 

เมตตากายกรรม เมตตาวจีกรรม เมตตามโนกรรม ลาภธัมมิกา ศีลสามัญตา ทิฏฐิสามัญตา 

พุทธพจน์ 7 สาราณียะ ปิยกรณะ คุรุกรณะ สังคหะ อวิวาทะ สามัคคคียะ เอกีภาวะ

เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน จนข้างนอกบอกว่าชาวอโศกดูเหมือนกันหมด พูดเหมือนกันหมดทำ อะไรเหมือนกันหมด เป็นการรวมศูนย์ของความดีงามตรงกัน เรียกว่าเป็นทิฏฐิสามัญญตา ศีลสามัญญตา มีหลักเกณฑ์ปฏิบัติศีลสามัญญตาไปในทิศทางเดียวกันไปสู่เป้าหมายตรงกัน มันจึงไม่มีอะไรขัดแย้งไม่มีอะไรต่าง นี่เป็นสัจธรรมที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้จริงหมดเลยถูกต้องหมดเลย เป็นผู้ที่ระลึกถึงกัน สาราณียะ ปิยกรณะ เป็นความรักระดับที่สูงขึ้นไปด้วยระดับที่ 7 ขึ้นไป ไม่ใช่ความรักระดับ1 เป็นคู่ระดับกามหรือแค่พ่อแม่ลูกหรือแค่ญาติกัน แต่เป็นความรักที่เกื้อกว้างเผื่อแผ่ไปถึงข้างนอกด้วย เพราะของเราอุดมสมบูรณ์มีความเหลือจึงไปเผื่อแผ่เขาได้ โดยไม่ได้เป็นการทำแบบเตี้ยอุ้มค่อม ไม่ได้ฝืนไม่ได้ลำบาก คนจนนี่แหละช่วยคนรวย เขามันรวยไม่รู้จบมันรวยไม่เสร็จ ถมเท่าไหร่ไม่รู้จักเต็ม พูดเท่าไหร่เขาก็จะไม่หยุดไม่รู้เขาจะคายออกมาได้บ้างหรือไม่ 

พวกที่มีความระลึกถึงการมีความรักกว้างขวาง มีคุรุกรณะ จะเคารพด้วยสมมุติ ด้วยคุณวุฒิ ด้วยคุณธรรม ด้วยวัยวุฒิ ก็แล้วแต่ รู้จักอยู่กันยังมีความไม่เป็นคนป่าเถื่อนไม่รู้จักการเคารพ อะไรต่ออะไรก็แล้วแต่ ดูถูกดูแคลนกันไปหมด ชาติตัวเองเป็นชาติที่มีกษัตริย์ตั้งแต่เกิดประเทศไทย เสร็จแล้วก็บอกว่า กษัตริย์ไม่ได้เลือกตั้งมา ไอ้บ้าเอ๊ย.. พูดออกมาได้ คุณควรจะอยู่เป็นคนนอกประเทศ ไม่ควรจะมาเกิดในประเทศไทย 

แค่สามัญสำนึกแค่นี้ก็ไม่รู้ ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีกษัตริย์มาตั้งแต่ไหนแต่ไร แล้วคุณจะเอาลัทธิแค่การเลือกตั้งมาเปรียบเทียบ บอกว่าไม่ใช่เมืองไทยเพราะไม่มีประชาธิปไตยไม่มีการเลือกตั้งกษัตริย์ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งนี่หว่า คนนี้มันหลงงมงายแค่การเลือกตั้ง ประชาธิปไตยแค่การเลือกตั้ง มันไม่รู้อื่นใดที่เป็นองค์ประกอบที่ยิ่งใหญ่ จิตมันสั้นยิ่งกว่า Coccyx (กระดูกก้นกบ) 

อาตมาก็พูดไป อธิบายไป มีหน้าที่ที่จะแว้งคนนั้นคนนี้ไป เพื่อให้เขารู้สึกตัว ว่าถูกตำหนิถูกด่า ด่าอะไร ก็ด่าเอาบุญ ด่าเพื่อให้คุณชำระกิเลส ไม่ได้ด่าเอากุศลนะแต่ด่าเอาบุญ ด่าเพื่อให้เกิดการละกิเลส อาตมาไม่ได้ด่าเอาความดีงามอะไรหรอก คุณก็ไม่ให้อาตมาอะไรหรอกความดีงามเพราะอาตมาด่าเก่ง แต่ด่าให้คุณได้รู้ตัวแล้วเกิดการชำระกิเลสก็จะเกิดบุญ อาตมาอธิบายคำว่า “บุญ” เข้าใจคำว่าบุญแล้ว จะได้เกิดการชำระกิเลส หมดแล้วก็ไม่ต้องทำอีก แต่ถ้าเข้าใจว่าจะต้องแสวงหาบุญจะต้องได้บุญ มันก็ไม่หมดจะต้องใช้บุญอยู่ คุณก็ยังต้องเป็นคนที่มีกิเลสอีก เพราะว่า บุญ เป็นสิ่งที่ไม่น่ามีหรอกเพราะมันต้องใช้กำจัดกิเลส หากว่าคุณไม่มีกิเลสแล้วก็ไม่ต้องใช้บุญในการกำจัดกิเลส ทำอะไรก็ไม่ต้องมีบุญอีก ถ้าจบไปแล้ว “บุญ” คือ อาวุธร้ายทำลายกิเลส ฟังให้ชัดเจนจะได้รู้ โพธิรักษ์อธิบาย ทำไมไม่เหมือนครูบาอาจารย์ที่ไหน จะเป็นเหมือนคนนอกรีตศาสนาพุทธ อาตมาทำให้ศาสนาพุทธเจ้ากลับมาเป็นศาสนาพุทธ ถึงได้ขัดกับคนส่วนใหญ่ 

มนุษย์สามารถที่เข้าใจจนกระทั่งมีจิตรู้จัก คุรุกรณะ สังคหะ เอื้อเฟื้อผู้อื่นมีสังคหะ  อวิวาทะ ไม่ทะเลาะเบาะแว้งกับใคร มาเป็นคนจนเลี้ยงง่าย อาหารเลื่อนมาเลี้ยงเหมือนหมูเลย ใส่รางมาคุณก็เลี้ยงง่ายๆสบายๆเป็นคนบำรุงง่าย เจริญ ไม่วิวาทกัน หมูมันยังมีการวิวาทกันแย่งกัน อย่างเจ็กเอี๋ยว มีการละ 1 ใบ ตะเกียบ 1 คู่ มานั่งกินเสร็จแล้วก็ไป นี่ล่ะไฮโซตัวแท้เลี้ยงง่ายบำรุงง่าย เป็นคนที่ไม่วิวาท แล้วสามัคคีกันพร้อมเพียงกัน เดี๋ยวตอนบ่ายก็จะมีการเรียกไปช่วยกันทำงานจิตอาสา ให้ไปเก็บถั่วลิสง 

พวกเรามันเป็นคนฉลาดขยันปลูกแต่ไม่ขยันเก็บ คนไม่ได้ปลูกก็ไม่ค่อยกล้าจะเก็บเท่าไหร่ เราไม่ได้ว่าอะไรไม่ได้ถือสาอะไร หน้าแตงก็มาเก็บแตง หน้าถั่วก็มาเก็บถั่ว ทางอีสานก็มีมะละกอที่เป็นอาหารหลัก 

เมืองไทยเราเป็นเมืองกสิกรกสิกรรม ปลูกฝังให้ประเทศไทยเป็นเมืองกสิกรแข็งขันเป็นกระดูกสันหลังของชาติ ทำให้มากให้เหลือแล้วไล่แจกไล่ขายให้อย่างถูกๆ ไปแข่งตลาดโลกเลย แจกอเมริกาให้มันกินให้เข็ด เราจะเป็นมหาอำนาจด้วยอาหาร อาหารเป็นหนึ่งในโลก นี่เป็นคำตรัสของพระพุทธเจ้า อาหารเป็นหนึ่งในโลก ถ้าเราแข็งแรงด้วยอาหารการกินที่เป็นของดี ราคาถูก สะอาดบริสุทธิ์ ซื่อสัตย์มีน้ำใจ ขายถูก งดเชื่อเบื่อทวงปวดท้อง ถ้าเขาไม่มีเงินสดเพราะไม่มีเงินเราก็ให้ฟรีไปได้ ถึงอย่างไรเราก็มีเหลือเฟือ 

พวกเราถ้าเข้าใจถึงสารัตถะความหมายของความเป็นคนจนตามในหลวงรัชกาลที่ 9 ตรัส แล้วก็ดำเนินตามปรัชญาเศรษฐกิจ “คนจน” หรือ “พอเพียง” ถ้าเข้าใจปรัชญาแบบคนจนเศรษฐกิจพอเพียง “ขาดทุนของเราคือกำไรของเรา” ตามที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ของเราได้ตรัสไว้ แล้วเขาก็บอกว่าทำตามศาสตร์พระราชาก็ให้มันจริงเถอะน่า ถ้าทำได้ตามสารัตถะของปรัชญาที่ว่านี้จริงๆ มีเนื้อหาแท้ แล้วจะพัฒนาประเทศชาติ พัฒนาสังคมมนุษย์ได้อย่างเจริญงอกงามเลย นี่คือสัจธรรมของโลกของมนุษยชาติเลยไม่ใช่แต่ในเมืองไทย เมืองไทยอยู่ในโซนนี้ เพาะปลูกพืชผักได้ดี พวกเรามีวิบากดีอยู่ในดินแดนนี้ พวกที่วิบากไม่ดีก็อยู่ในส่วนที่เพาะปลูกไม่ได้ 

อย่างบ้านราชฯเราไม่กลัวน้ำ เพราะเราทำธนาคารน้ำไว้เกือบทุกแห่ง แล้วก็จะทำบาราย บารายนี้เปิด ธนาคารน้ำนี้ปิด ให้มันซึมไปทั่ว บารายก็เปิดให้น้ำใสมันขึ้นมา แล้วน้ำที่ขึ้นมานี้ตามแรงเหวี่ยงของโลก มันจะสูงขึ้นมากว่าน้ำในแม่น้ำ อันนี้เป็นความรู้ของมนุษย์สามารถเอามาใช้ได้ 

สัจธรรมพวกนี้ เรามารื้อฟื้นจากที่เขาหลงผิดกัน แล้วก็ทับถมลืมไปแล้ว เราเอาสิ่งที่หลงผิดมาแก้ไขให้ถูก ที่ทับถมไปแล้วดึงขึ้นมาใหม่เอามาให้คนรู้แล้วเอามาใช้ ไม่ต้องไปหลงความรู้สมัยใหม่ เพราะความรู้สมัยใหม่เป็นเรื่องปรุงแต่งไป ข้อสำคัญความปรุงแต่งนี้มันเสริมการปรุงแต่งกับโลกออกไปไกลจากเหตุปัจจัยของชีวิต ไกลจนเป็นความฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือย สิ่งเหล่านั้นจึงไม่ควรจะไปหลงตาม เข้ามาหาแก่นของชีวิตที่มีไม่มาก ชีวิตเล็กๆไม่ใหญ่ไม่มากไม่หนัก สบายๆมีสาระนิดเดียว เพราะฉะนั้นเราจึงสามารถที่จะยังชีพได้อย่างไม่หนัก ไม่ต้องไปแล่นตามพวกที่โง่ๆ พวกที่วิ่งตามแฟชั่นวิ่งตามการปรุงแต่งอะไรไม่รู้สารพัด ของเราสบายเบาชีวิตแข็งแรงเบิกบานร่าเริงแจ่มใส 

สรุปแล้วอโศกของเราเป็นสังคมมนุษย์ที่มีความรู้อย่างของพระพุทธเจ้า เชื่อไหมว่าเราศาสนาพุทธพูดกันนะ พระพุทธเจ้าฉลาดที่สุดเชื่อไหม… เชื่อ แล้วรู้ว่าพระเจ้าสอนอะไรเข้าใจให้ได้อย่างชาวอโศก เรามาเป็นผลสำเร็จ ใครอยากจะดูผลสำเร็จเชิญให้มาดูได้ อย่างชาวอโศก เอหิปัสสิโก 

สมณะฟ้าไท สรุปจบ