ศาสนา

620902_รายการสำมะปี๋ซี่วิต บ้านราชฯ ครั้งที่ 67

อ่านทั้งหมดที่ หรือดาวโหลดเอกสารที่…  https://docs.google.com/document/d/1uEjg6HKOrrma3veLF6Lgk7ujXmjGeWB9Wp1oHt2XvUg/edit?usp=sharing     

ดาวโหลดเสียงที่  https://drive.google.com/open?id=1ZWG5mRxrH5E8rm4HBpe8FchY9-XPDT_T 

ดูยูทูปที่

พ่อครูว่า…วันนี้วันจันทร์ที่ 2 กันยายน 2562 ที่บวรราชธานีอโศก รายการนี้พูดคุยตามประสาพ่อๆลูกๆ หลานๆ เหลนๆ หากอาตมามีลูกก็น่าจะอายุ 68 ปีแล้ว เดี๋ยวนี้เขาก็ยังมีชีวิตอยู่นะ เป็นเรื่องของวิบากคน เล่นตลกกับคนเยอะ อาตมาก็เผชิญกับวิบากเป็นไป ก็ได้รู้ความจริงของตัวเองว่าจิตของเรามีจิตที่ดี ดีอยู่ตลอด แต่ว่ารักโลภโกรธหลง ก็เป็นสิ่งที่ได้พิสูจน์ตามวิบากเห็นเลยนะว่าเป็นคนจิตดี นี่ไม่ได้พูดด้วยความหลงตัวเอง แต่เอาความจริงวิชาการมาพูด เพราะว่าทุกวันนี้อาตมาพูดแต่ความจริง แต่คนเขาก็เห็นว่าเป็นเรื่องที่ไม่เชื่อ อาตมาก็ยืนยันว่าพูดแต่ความจริง อย่างอาตมาบอกว่าอาตมาเป็นอรหันต์ เขาก็ไม่เชื่อกัน ซึ่งอาตมาก็ไม่มีปัญหาเขาจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ไม่มีปัญหา เพราะว่าอาตมาพูดความจริง ก็ยืนยันว่าตัวเองเป็นอะไร อรหันต์ต้องดูตามอย่างที่อาตมาเป็น ดูให้ละเอียด อรหันต์เก๊ นั้นมีลักษณะอย่างไร 

ทุกวันนี้อาตมาสบายใจเพราะเอาพระไตรปิฎกฉบับสยามรัฐ ยังดีเอามายืนยันอ้างอิงได้ชัดเจนเลย ซึ่งมันเป็นเรื่องลึกซึ้งเป็นเรื่อง อย่างสงบพิเศษ แม้จะวุ่นอยู่) . ปณีตา (สุขุมประณีตไปตามลำดับ ไม่ข้ามขั้น) อตักกาวจรา (คาดคะเนด้นเดามิได้) นิปุณา (ละเอียดลึกถึงขั้นนิพพาน) ปัณฑิตเวทนียา (รู้แจ้งได้เฉพาะผู้เป็นบัณฑิต บรรลุแท้จริงเท่านั้น)   (พตปฎ. เล่ม 9 ข้อ 34)

คนถามว่าอาตมารู้ได้อย่างไรว่าตัวเองเป็นอรหันต์ 

ถ้าหากอาตมาไม่มีความจริงเหล่านี้ในตัวเองแสดงความจริงอรหันต์ แล้วจะบอกความจริงว่าตัวเองเป็นอรหันต์ได้อย่างไร พูดได้อย่างอาจหาญแกล้วกล้าจริงจังคมชัดแข็งแรงไม่มีเหยาะแหยะ ไม่มีโป้งป้างเวอร์ๆเหมือนอย่างมหาบัวว่า ผู้มีปฏิภาณฟังให้ดีๆจะเข้าใจลักษณะ ภาษากับสภาวะ ศึกษาดีๆแล้วจะรู้ 

ขออธิบายนิดนึง ว่า อาตมารู้ว่าตัวเองเป็นอรหันต์ได้อย่างไร พูดเป็นภาษาธรรมดานะ อาตมารู้ได้ว่าอาตมาเป็นอรหันต์เพราะว่าอาตมาอ่านใจตัวเองเป็น อ่านใจตัวเองออกถึงอาการจิตเจตสิกรูปต่างๆ กามจิต รูปจิต อรูปจิตต่างๆ 

เข้าใจอ่านออกเลยว่าโลกของกามเป็นอย่างไร รูป อรูปเป็นอย่างไร แล้วชาตินี้มีลิงลมข้าวพอง ก็มีอยู่ชั่วประเดี๋ยวประด๋าว ความโกรธตั้งแต่เป็นฆราวาสนั้นไม่มี แต่มีกามบ้าง ก็เป็นอีกคู่รัก ตัดเสร็จแล้วต้องเผชิญกับวิบาก ก็ยิ่งเห็นเป็นนิทาน เป็นเหตุ นิทาน สมุทัย ปัจจัย ให้เราเห็นชัดเจนจริงๆเลยว่าจิตใจของเราเป็นจิตที่ได้ฝึกมาดีแล้วมันก็ดีต่อไป อาตมาก็ไม่ได้รู้ตัวเองก่อนหรอก แต่มันเป็นอย่างนั้น ยิ่งผ่านมาถึงปัจจุบันนี้ 40 กว่าปีแล้ว จิตใจที่ไม่มีกิเลส กิเลสเป็นอย่างไรก็รู้จักอาการกิเลสหยาบกลางละเอียด รู้จริงๆว่าเราไม่มีอาการอย่างนี้ มันมีนิดๆหน่อยๆเป็นลิงลมอมข้าวพอง แต่เป็นของคนอื่นเขามีอย่างหยาบเรามีเล็กๆน้อยๆอย่างว่า มันจึงไม่มีวิบากในชาตินี้ที่ต้องพัวพันจนไม่มีใครปล่อย ทั้งสายราคะทั้งสายโทสะ อาตมาก็ทำได้โดยไม่ยาก ง่าย แต่ละคนแต่ละคนที่ผ่านมาพัวพันเกี่ยวข้องกัน  มันไม่มีอะไรรุนแรงไม่มีอะไรโหดร้าย ไม่มีอะไรที่จะต้องมาไม่ได้ ก็มาได้โดยไม่ยากไม่ลำบาก 

นอกจากจุดที่มีกิเลสก็รู้แล้วเราก็ทำจิตใจของเราไม่ให้มีกิเลสได้ จิตที่จะแบ่งโลกุตระแบ่งโลกียะ เราก็ชัดเจน ซึ่งทุกวันนี้เขาไม่รู้กัน  เขาแบ่งไม่เป็นจิตใจแบบโลกุตระเป็นอย่างไรเขาอธิบายไม่ได้ด้วยโลกียะเป็นอย่างไร แบ่งมโนปวิจาร 18 18 อาตมายิ่งชัด นำมาอธิบายให้พวกเราเข้าใจแล้วปฏิบัติได้ด้วย 

แล้วความเป็นอุเบกขา 5 ปริสุทธา ปริโยทาตา มุทุ กัมมัญญา ปภัสสรา 

อาตมาก็เอามาอธิบายยืนยัน แม้แต่ศึกษารูปนามศึกษาวิชชาจรณะ 15 จรณะ 15 วิชชา 8 แบ่งเป็น ศีล สมาธิ ปัญญาเป็นอย่างไรชัดเจน อาตมาก็เอามาอธิบายตามที่มีความสามารถเก่งเท่านี้ และพยายามจะอธิบายให้ดีขึ้นอีก 

ในความเป็นปฏิจจสมุปบาทเป็นอย่างไร อวิชชาและมีสังขารเป็นวิญญาณต้องเรียนรู้เรื่องนามรูป นามรูปจะเกิดได้ต้องมีเวทนา ก็ศึกษาขยายเวทนา เป็นเวทนา 108 ก็จะรู้จักกายสังขาร วจีสังขาร มโนสังขารอย่างชัดเจน แล้วเราก็รู้ถึงภพชาติ แม้แต่ชาติ 5 ชาติ สัญชาติ โอกกันตะ นิพพัตติ อภินิพพัตติ อาตมาก็ชัดเจนเอามาขยายให้ฟังแยกโลกียะแยกโลกุตระ 

ถ้าสามารถจะแยก เคหสิตเวทนากับเนกขัมสิตตเวทนา เราก็จะสามารถทำนิพพัตติ อภินิพพัตติได้ หยั่งลงจนถึงที่สุดเป็นอรหันตผล 

อาตมาชัดเจนเอามาอธิบายได้ และอธิบายไปยิ่งชัดเจนในตนเอง อธิบายไปก็ไม่ใช่ไม่มีคนรู้เรื่องเลยมึนตื้อ แต่กลับกลายว่ามีคนเข้าใจได้ แม้ในยุคกึ่งพุทธกาลมันเสื่อมไปแล้วอาตมาก็เอามายืนยันได้ อาตมาเป็นสยังอภิญญา เป็นสัตบุรุษผู้นี้ที่เป็นไก่ตัวพี่เจาะกระเปาะไข่ออกมาได้ แล้วเอาธรรมะพระพุทธเจ้ามาประกาศอธิบายได้ อาตมาก็ประกาศว่าโพธิสัตว์ผู้พี่อยู่ที่ไหนมาหาน้องหน่อย ถ้าเป็นโพธิสัตว์ด้วยกันก็จะอธิบายได้เหมือนกัน ถ้าเป็นผู้พี่ในยุคนี้ก็ต้องทำได้ยิ่งกว่าอาตมา มีหมู่กลุ่มมีผู้ที่บรรลุธรรม อธิบายโลกุตระชัดเจนได้เด่นกว่าอาตมาใช่ไหม แต่นี่ก็ไม่เห็นมีใคร อาตมาก็ไม่ได้มาหลงตัวตนอยู่คนเดียว ว่าตัวเองเล่นคนเดียวไม่มีใครเหนือ ก็เหนือได้แต่อยู่ที่ไหนล่ะในยุคนี้ กาละนี้อยู่ที่ไหน ที่พูดไม่ใช่ท้าทายแต่พูดความจริงให้กันฟัง 

รู้จักจิตเจตสิกต่างๆกิเลสมีหรือไม่มีแล้วมั่นใจว่าจะอยู่ให้นาน ๆ เพื่อให้พวกคุณหรือใครๆก็แล้วแต่พิสูจน์อาตมา พิสูจน์เลย เอาตำรามากาง วัดไปเลย ยืนยันเทียบอาตมากางพระไตรปิฎกใส่เลย อาตมาเพิ่งเห็นจริงว่าสัตบุรุษอธิบายสัจจะพระพุทธเจ้านี้ยังมีอยู่ 

ตราบใดยังมีผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบอยู่ ตราบนั้นโลกไม่ว่างจากพระอรหันต์ ก็เข้าใจเห็นจริงพิสูจน์ดู อรหันต์เป็นอย่างนี้ ไม่ได้ปิดบังไม่ได้อำพราง แต่ก็ค่อย ๆ เปิดเผย ขณะนี้ในพวกเราก็มีอรหันต์เป็น ๆ อนาคามี อรหันต์จริงๆก็มีหลายขั้น อรหันต์ในพระโสดาบันอรหันต์ในพระสกิทาคามี  อรหันต์ในพระอนาคามี อรหันต์ในอรหันต์ 5.อนุโพธิสัตว์ 6.อนิยตโพธิสัตว์ 7.นิยตโพธิสัตว์ 8.มหาโพธิสัตว์ 9.พระปัจเจกสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

เกิดมาเป็นคนไม่มีอะไรเจริญสูงสุดเท่ากับทิศทางที่พระพุทธเจ้าค้นพบ เพราะว่าพระพุทธเจ้าศึกษาความเป็นคนกับความเป็นมนุษยชาติ ก็เอามาสอนเรื่องเท่านี้แหละมันครอบคลุมทั้งหมด เป็นคนที่เป็นคนประเสริฐเป็นอริยบุคคล จะเป็นคนที่มีความรู้ของโลกความรู้ของอะไรต่ออะไรที่จะเอามาใช้เป็นประโยชน์ได้ คนไหนถนัดอะไรก็ยังทำอยู่ แม้จะถนัดหลายอย่าง เราก็เลือกเอาอย่างที่คนอื่นเขาไม่ถนัดเท่าเรา หรือไม่เก่งเท่าเราหรือเป็นเรื่องที่จำเป็นในโลกที่เราจะต้องเอาอันนี้มาทำให้แก่โลก เราก็เลือกอันนั้นทำไปแม้จะยากอย่างไรก็ตาม อย่างเช่นอาตมามาเลือกทิศทางในการสอนโลกุตระกอบกู้มนุษยชาติทำได้ยากมากถึงยากที่สุด   ถ้าให้อาตมาออกไปหาเงินออกไปสร้างกิจการโดยเฉพาะทางธุรกิจ ทุกวันนี้ชัดเจนโลกทั้งโลกโลกของบันเทิงธุรกิจรวยและ รวยง่าย ได้อาตมาทำได้ แต่ไม่เอา ไม่ใช่ว่าไม่มีฝีมือ แต่มี มีตัวอย่างพอได้ 

ก่อนอาตมาบวช ได้สั่งตำราทางดนตรี ทางเมืองนอกมา จะเอาถึงวงคลาสสิกเลย เอา pop jazz ไปถึง classic มีทุกขั้น ตั้งใจอย่างนั้นเลย แต่ไปเห็นว่าทางโน้นให้เขาไปกันเถอะเขามีคนทำอยู่ทางโน้นไม่ต้องไปแย่งเขา   เขาทำได้ ดีไม่ดีหลายคนเขาทำได้เก่งกว่าอาตมาได้ขนาดนี้แล้วอาตมายังจะต้องไปฟื้น อาตมาก็มาเอาทางนี้ดีกว่าหลายๆอย่าง อาตมาพูดด้วยศัพท์ทางโลกว่าอาตมาถูกหักแข้งหักขาไว้ ไม่ให้ไปแสดงอิทธิฤทธิ์อิทธิเดชทางด้านอื่น ไม่ใช่ว่าไม่เคยเก่งอย่างนั้นไม่เคยรวยทางนั้น เคยมาแต่ว่าอย่าเลย หยุดแล้ว มาทางนี้ดีกว่าทางนี้ไม่มีใครทำ มาทางนี้เถอะ อาตมาจึงเลือกมาทางนี้ และก็ได้ประโยชน์ได้ผลจริงๆ 

การที่จะเอาเด็กตัวแค่นี้มาฟังธรรมะ 2 ชั่วโมงแล้วเป็นธรรมะโลกุตระด้วยนะ ใครจะทำได้อย่างนี้ก็เอาลองดูกันบ้าง ไม่ใช่อาตมาเก่งนะ แต่เด็กพวกนี้เขามีบารมี เขามีของเขามา ถ้าไม่เช่นนั้นไม่อยู่อย่างนี้ได้หรอก ป่วน กว่าจะ 2 ชั่วโมงป่วนแน่ แต่นี่ไม่ สงบเรียบร้อย ไม่เหมือนผู้ใหญ่บางที่ ฟังชั่วโมงแรกก็ยังได้ฟัง 2 ชั่วโมงก็ชักจะทยอยออกไป ตอนแรกก็มีสัก100 คนเมื่อบรรยายไปตอนสุดท้ายเหลือ 10 คน แต่ของเราบรรยายไปตอนแรกมีน้อยแต่ตอนหลังก็แน่นขึ้นอันนี้เป็นเรื่องจริง 

_สมณะมือมั่น…พ่อครูได้เล่าถึงการแต่งเพลง เพลงแรกที่พ่อครูแต่ง คือเพลงผู้หลอกลวง ประวัติของเพลงนี้ไม่มี อยากจะทราบความมุ่งหมายในการแต่งเพลงแรก ว่าเพลงผู้หลอกลวงแต่งไปเพื่ออะไรมีเนื้อหาอย่างไร เพราะว่าชีวิตของเราเกิดมาในโลกนี้ทั้งถูกหลอกลวงและหลอกลวงผู้อื่นปนเปกันไปมา แม้จะมาทางธรรมะก็ถูกหลอกลงไปนั่งหลับตาเสีย ตอนนั้นพ่อครูอายุ 14 ปีเอง อยากจะทราบ 

พ่อครูว่า…อย่าเลย..1. มันเป็นเรื่องโลกีย์เรื่องโลกๆ 2.มันก็ไม่ค่อยเพราะเท่าไหร่ ยังไม่ค่อยดีเท่าไหร่เลย ตอนนั้นก็บันทึกไว้ อาตมาบันทึกไม่เต็มเท่าไหร่ แต่พอจะดึงเอามาได้ แต่ก็ไม่น่าจะเอามาทบทวนอะไร 1 มันยังเด็ก และลีลาของเพลงก็ไม่ได้ไพเราะลึกซึ้งอะไรเท่าไหร่ เป็นเรื่องของโลกีย์ ผู้หลอกลวงก็เป็นเรื่องของคนโลกๆ ตอนนั้นยังเด็กอยู่อายุ 14 ตอนนั้นอาตมามีแฟนตอนอายุ 14 ตอนนั้นเรียนม. 6 เรียนอยู่ 2 ปี มันจะโตเกินวัยหรือเปล่าก็ไม่รู้ มีความคะนอง ขี่จักรยานผ่านหน้าโรงเรียนนารีวันละ 5 รอบ เป็นไก่แจ้ เป็นอารมณ์ของเชิงนักประพันธ์นักฝันเฟื่อง คนเราก็มีความทุกข์ความสุขความจริงความหลอกอะไรกัน ก็จึงมีไอเดียมีความคิดแต่งเพลงผู้หลอกลวง ก็มีเนื้อหาอย่างนี้ 

เพลงที่จะเป็นเชิงเนื้อหารักใคร่ก็ที่เอามาใช้ก็มีเพลงธารสวาท นอกนั้นก็เป็นเชิงโลกุตตระ อาตมาก็ไม่ได้ทำมากมายแต่งเพลงก็ประมาณ 100 กว่าเพลง เขาแต่งกันเป็นพันเพลง มีนักประพันธ์ศิลปินแห่งชาติ บางคนแต่งไม่ถึงร้อยเพลง แต่มีฝีมือก็ได้เป็นศิลปินแห่งชาติก็มี 

ก็เป็นศิลปะชนิดหนึ่งใน 5 แขนงของศิลปะ วรรณกรรม ประติมากรรม จิตรกรรม และวรรณกรรมดนตรีและเพลง มี 5 แขนงที่เป็นราก นอกนั้นก็ขยายออกไปมากมายหลายสาขา และมีลักษณะมอมเมาทางความคิดเยอะแยะมากมายหลอกลวงกันขายในราคาเป็นพันล้านก็มีดูแล้วไร้สาระจริงๆเลย คนเรายิ่งโง่ยิ่งดักดานเข้าไปพูดแล้วก็เหมือนกับไปหาศัตรูไปว่าเขาข่มเขา ถึงต้องปล่อยไปตามยถากรรมก็แล้วกัน เราก็ทำหน้าที่ของเราไป เพื่อนๆที่อยู่ในวงการของศิลปะแล้วมันไม่เป็นศิลปะอาตมาก็ว่า ระดับที่มันยังใช้ประโยชน์ได้อยู่ก็ว่าดี แต่ที่มันใช้ประโยชน์ไม่ได้ เป็นความมอมเมาอาตมาก็ว่าเขา ผู้ที่โด่งดังได้เงินได้ทองหากินอยู่ด้วยสิ่งเหล่านี้เขาก็รู้สึกไม่ชอบอาตมาไปทำลายสิ่งที่เขายึดถือเขาร่ำรวยเขาเด่นดังกันทั้งนั้น แล้วอาตมาไปทุบหม้อข้าวหม้อแกงไปฉีกหน้าเขา เขาก็ไม่ชอบ ในพวกโลกียะ แต่พวกที่มีปฏิภาณปัญญาก็จะรู้ว่าอาตมาไม่ได้เป็นคนเลวร้ายไปทำร้ายเขา มันมีเรื่องธรรมะของชีวิต ก็มีคนที่พอเข้าใจได้เป็นศิลปินเป็นผู้ที่หากินทางร้องทางรำทางศิลปะ 

อาตมาก็แบ่งลักษณะของศิลปะเป็น 5 ประเด็น ลามก ราคะ สาระ ธรรมะ โลกุตระ

  1. ลามก เป็นกามจัดจ้าน เป็นโทสะจัดจ้าน แบบโลกียะ โมหะก็ซับซ้อนวุ่นวาย จนรู้ไม่ทันได้ ถูกหลอกซ้ำซ้อน จัดไปต่ำที่สุดคือ อบายมุข 

  2. ราคะ คือ ก็ระดับการละเล่นและการบันเทิง ทุกวันนี้ก็ยังเด่นดังอยู่ในโลก ยังมีตุ๊กตาทองยังมีเหรียญทองอะไรต่ออะไรกันอยู่ บำเรออารมณ์กิเลสซึ่งเป็นอุปาทานทั้งสิ้น เป็นความสุขเป็นทุกข์เป็นความเอร็ดอร่อยเป็นโลกียะจัดจ้านจึงเรียกว่าราคะ ไม่ดูถึงขั้นขีดที่อย่างนี้เรียกว่าลามก แต่ที่เรียกว่าลามกกึ่งราคะว่าศิลปะ ซึ่งมันไม่ใช่ศิลปะเลยทั้งลามกและราคะไม่ใช่ศิลปะไม่ใช่สาระเลย แต่เขาก็บอกว่ากึ่ง ลามกกับราคะนี่แหละคือศิลปะ นี่แหละเป็นการหลอกคน แม้แต่สายทางซาดิสซึ่ม ชกต่อยรุนแรงเอาชนะคะคานกันด้วยเล่ห์เหลี่ยม ทั้งๆด้านการชกมวย สมัยโบราณมีศิลปะการต่อสู้ สู้กันแทบตายข้างหนึ่งเลยแล้วโชว์ว่าเป็นพระเอก แต่เดี๋ยวนี้เข้าใจกันได้บ้างแล้ว 

ทุกวันนี้โลกทั้งโลกแสวงหาโลกุตระ แต่เขาไม่รู้ว่าอยู่ในเมืองไทย ชมพูทวีปตอนนี้อยู่ในเมืองไทยแล้ว อินเดียเป็นสายเทวนิยมที่อยู่ในสายศรัทธาลึกมาก จึงนิ่งและสงบ เรียบร้อยได้ทั้งๆที่มีพลเมืองมาก เดี๋ยวนี้ระหว่างจีนกับอินเดียไม่รู้ใครมากกว่ากัน อินเดียทางสงบ ในจีนนั้นเป็นเชิงฉลาดแต่เป็นแบบโลกีย์ จีนเป็นต้นฐานของปราชญ์ทางเฉลียวฉลาดแต่ยังไม่ใช่โลกุตระ แต่ก็ยังเป็นโลกีย์ไม่หมดกิเลส เป็นแต่เพียงว่าพักกิเลสไว้ใต้ก้นบึ้งของอนุสัย เสร็จแล้วก็เอาจิตดี จิตที่เป็นกุศล จิตใจที่เฉลียวฉลาดทางโลกียะ มาใช้ ซึ่งก็เป็นประโยชน์ในโลก มันไม่ได้เลวร้ายรุนแรง แต่มันไม่มีทางออกทำให้จิตที่มีกิเลสนี้ตาย ดับ จนกระทั่งกิเลสหมดไปจากจิตจริงๆ เป็นโลกุตระ ยังไม่มีทฤษฎีโลกุตระ 

พูดไปนี้ฟังพอเข้าใจแต่ยังไม่รู้สภาวะจริงจะเข้าใจรู้สภาวะจริงไม่ง่าย ให้ไปทำอีกยังไม่ง่าย แต่ทำได้ ถ้าเป็นทฤษฎีที่เป็นสัจธรรมพระพุทธเจ้าตรัสรู้ อาตมาก็เอามาใช้แล้วเอามาให้ศึกษาเอาของพระพุทธเจ้ามา อาตมาเป็นผู้ที่สืบทอดธรรมะพระพุทธเจ้าตัวจริง ก็ยืนยันเปิดเผยหมดทุกอย่างแล้ว ใครไม่เชื่อไม่มีปัญหาแต่อาตมาทำหน้าที่บอกความจริงไป มีหน้าที่รักษาขันธ์ให้ยืนนานเท่านั้น ใครติดตามได้ก็ตามไป 

  1. มันไม่ได้ทุกข์ 2. มันไม่ได้ชั่วแล้ว 3.มันเป็นไปได้จริง 4. เป็นประโยชน์ต่อ

มนุษยชาติ และมีข้ออื่นอีก 

สถิติพ. ศ. 2560 ประชากรประเทศอินเดีย มี 1,339 ล้านคน 

ประเทศจีน มีประชากร 1,386 ล้านคน ประเทศจีนมีมากกว่านิดหน่อย 

ตอนนี้บัญชีของโลก พวกเรานี่แทบจะมีชื่อในบัญชีของโลกทุกคน ใครที่มีความดีความเด่นอะไรเขาก็บันทึกเอาไว้กันหมด เดี๋ยวนี้มีเครื่องไม้เครื่องมือดีค้นหาได้ จึงเป็นเรื่องที่จะเจริญขึ้นไปอีกอาตมายังเดาไม่ออกว่าอีก 30 40 ปี ข้างหน้าต่อไปเทคโนโลยีจะทำให้เรารวดเร็วง่ายสะดวกกว่านี้เท่าไหร่ ซึ่งมันจะทำให้คนมักง่ายและเป็นคนใจเร็ว เป็นคนที่ไม่ละเอียดลออ 

_สิกขมาตุเป็นหญิง…ตอนต้นรายการพ่อครูพูดถึงความเป็นอรหันต์ แล้วใครเข้ามาถามเช่นนี้ ดิฉันหัวเราะพ่อครู ขณะนี้มีผู้สงสัย ในความเป็นพระอรหันต์ของพ่อครูมาอยู่ที่บ้านราชฯ แล้วพ่อครูก็ตอบไปในรายการเป็นเหตุบังเอิญด้วย 

พ่อครูว่า…ก็พยายามไขความข้องใจของเขาให้ชัดเจนว่าอรหันต์นั้นมีเหตุปัจจัยอย่างไร ทุกอย่างไม่มีอะไรบังเอิญหรอกแต่ไม่ต้องไปพูดหรอก ไม่เข้าท่า ก็มันมีคนเยอะก็ต้องเจอเข้าสักคนจะได้ ความเป็นอรหันต์ไม่ได้อยู่ในวงกว้างเป็นวงแคบ แต่พวกที่ไม่เป็นอะไรมันอยู่ในวงกว้างเรื่องโลกียะมันกว้าง เรื่องที่เป็นโลกจินตาบ้าบอคิดไปกันได้ แต่ละคนๆ เอาแต่ละคนเรื่องเลอะเทอะ คนคิดฟุ้งซ่านเยอะแยะแต่ไม่ได้พูดออกมามีคนละเท่าไหร่กัน เหมือนกันบ้าง ไม่เหมือนกันบ้าง แตกต่างกันบ้างจะมีคนละเท่าไหร่ เอาไปถมทะเล ทะเลตื้นหมดทุกทะเลเลย มันมากมาย 

_น้ำธารธรรม… ข้ออาบัติมีข้ออะไรบ้าง วินัยช่วยให้เกิดการขัดเกลาจิตหรือไม่ 

พ่อครูว่า…หลวงปู่จำไม่ได้มีเยอะ ต้องไปเรียนรู้ในพระวินัย ที่เขารวม ไว้เป็น 227 ข้อ วินัยมีโทษ ทุกฏ ทุภาษิต ปาจิตตีย์ สังฆาทิเสส ปาราชิกเป็นต้น

ศีลไม่มีบทลงโทษ 

วินัย ไม่ใช่ข้อปฏิบัติเพื่อจะบรรลุเป็นอรหันต์ แต่ปฏิบัติเพื่อเป็นอุปการะ ทำให้คุณดีขึ้นและกิเลสลดลงได้บ้าง แต่มันเหมือนมีจิ๊กซอ ปนกันเต็มไปหมด ไม่เป็นระบบไม่เป็นลำดับ ธรรมะพระพุทธเจ้านั้นมีลำดับอันน่าอัศจรรย์ ต้องปฏิบัติศีลสมาธิปัญญาอย่างเป็นลำดับ 

อาตมาอธิบายถึงความเป็นลำดับ เบื้องต้น ท่ามกลาง บั้นปลาย อยู่ตอนนี้พยายามติดตามให้ดีๆ เอาสามัญผลสูตรอธิบาย  พระพุทธเจ้าจับความเป็นอาริยะสี่ระดับที่จะชี้บ่งให้เห็นความเจริญเข้าไปสู่อริยะ เข้าไปสู่โลกุตระ

ศีล สำรวมอินทรีย์ สติสัมปชัญญะ สันโดษ

4 สภาพนี้ ถ้าไม่มีศีลไม่ใช่ศาสนาพุทธเลย ต้องเอาศีลมาเป็นหลักเกณฑ์ในการจะปฏิบัติไปตั้งแต่เริ่มต้นจนกระทั่งสุดท้าย พระอรหันต์เรียกว่า ศีลบุคคล เป็นบุคคลผู้สมบูรณ์ด้วยศีล โดยที่ไม่ต้องปฏิบัติอีกมีศีลเป็นของตนเอง ไม่ใช่ไปนั่งหลับตาทำให้จิตว่างแล้วศีล 5 บริสุทธิ์เอง อย่างนั้นเป็นการขี้ตู่เอาเอง มันไม่มีเหตุปัจจัยสัมพันธ์กันเลยขยายความไม่ได้ ไปนั่งหลับตาแล้วบอกว่าศีลบริสุทธิ์ แล้วศีลข้อไหน ก็บอกว่าหมดเลย มันขี้ตู่จริงๆ

แล้วมันเกี่ยวกันอย่างไร แยกไม่ได้ อธิบายไม่ได้ 

ฟสื่อธรรมะพ่อครู(ความรัก 10 มิติ) ตอน 

_น้ำธารธรรม แปลว่าอะไร?

พ่อครูว่า…แปลว่า ธรรมะมันไหลรินอยู่ตลอดเวลาเหมือนกับน้ำธาร หรือธารน้ำ น้ำจะไหลจากที่สูงไปสู่ที่ต่ำตลอดเวลาไม่หยุดนิ่ง นอกจากจะมีอะไรมาคั่นมันก็หาทางไหลไป เพราะฉะนั้นถ้ามีธรรมะที่ไหลเหมือนกับน้ำธาร แล้วก็รู้ที่ต่ำที่สูง 

ธรรมะพระพุทธเจ้าโลกุตระเป็นธรรมะทวนฤกระแส ทวนกระแสน้ำ ทวนกระแสโลกียะ เราเข้าใจเราชื่อน้ำธารธรรมเราก็ทำให้เกิดธรรมะโลกุตระทวนน้ำอยู่เสมอ น้ำธารธรรม แล้วน้ำไหลโลกียะมันจะไหลลงอยู่ตลอดเวลา แต่เราต้องไหลทวน เหมือนกับปลาแซลม่อน ที่ว่ายทวนน้ำไปไข่ที่ต้นน้ำ

ปลาแซลมอนอันนี้เป็นอจินไตยอย่างหนึ่ง เป็นจุดที่สัตว์โลกจะต้องรู้ความสูงความเจริญจะต้องต่อสู้ ต้องผ่านอุปสรรคสูงสุด 

ผึ้ง นี่ แย่กว่าปลาแซลม่อน ผึ้งตัวผู้ต้องได้ผสมพันธ์ เสร็จแล้วมันก็จะตาย แต่ว่าปลาแซลมอนเจริญกว่า อันนี้มันจะต้องไปไข่ ไข่เสร็จจบตาย นี่คือโลกจินไตยของสัตว์โลกที่ต้องพัฒนาการ 

ตั้งแต่เป็นจิตนิยามตั้งแต่สัตว์เดรัจฉาน สัตว์เซลล์เดียว พัฒนามาให้สูงขึ้น แล้วมันก็จะมีหมีเป็นคู่วิบากอีกเยอะเลย คอยจับกินตอนมันจะตาย มันตายแล้วเอามากินก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่หมีนี้จะไปกินตัวที่มันเป็นๆฆ่าให้ตายแล้วก็เอามาฉีกกิน โลกนี้มีคู่วิบาก แม้มันเจอกันก็เป็นวิบากกรรมที่เป็นอจินไตยใน 4 ข้อของอจินไตย 

เล่าให้ฟัง คุณไม่ต้องไปทำอะไรกับสัตว์ เราก็คือเรา หลุดพ้นความเกี่ยวพันกับสัตว์มาให้มาก ชาตินี้อาตมาเด็ดขาดไม่ต้องไปเกี่ยวกันหรอก วิบากเก่ายังมีนะอย่านึกว่าชาตินี้แล้วไม่มีชาติหน้าจะไม่เกิด สัมพันธ์กับสัตว์อะไรอีก ชาติต่อไปมันก็จะมีอีกแต่ก็จะหลุดไปตามที่อาตมาพาทำ แม้แต่คนด้วยกันนี้ก็จะมีวิบากด้วยกัน จะไปเอาสัตว์เดรัจฉานมาอีกทำไม แค่คนอย่างเดียวก็พัฒนากันไปให้เป็นอรหันต์กันให้ได้เถิด ไม่ใช่เรื่องสามัญ 

สื่อธรรมะพ่อครู(ความรัก 10 มิติ) ตอน กล้าแสดงออกถึงความรักแม่อย่างไร

_ถ้าลูกอยากกล้าแสดงออกกับแม่ ลูกต้องทำอย่างไรเหรอคะหลวงปู่ ดูเหมือนว่าลูกกับแม่ไม่เหมือนแม่ลูกกันเท่าไหร่ หนูเขียนถามหลวงปู่มาหลายครั้งแล้วแต่หลวงปู่จับไม่โดนสักที สาธุขอให้จับได้เถิด 

พ่อครูว่า…เราก็อะไรที่เป็นความดีงาม อะไรที่เป็นความบริสุทธิ์ใจ ที่จะมีต่อแม่มีต่อพ่อแม่ เราก็ดูการแสดงออก 1 ความจริงใจ 2 เป็นความดีงาม ถ้ายิ่งเป็นเรื่องโลกุตตระด้วย เราจะแสดงออกในเรื่องโลกุตระ แล้วเราจะอธิบายกับพ่อแม่อย่างไร เราก็แสดงออกสิ เราต้องดูให้ได้ว่านี่เป็นสิ่งที่ดี   แต่สิ่งไม่ดีอย่าไปแสดงออกกับพ่อแม่จะเป็นความโกรธจะตีจะทำร้ายที่ไปทำชั่วกับพ่อแม่อย่าไปทำ จะไปแสดงออกทำไม ต้องแสดงออกความดีงาม ความชั่วร้ายเลวร้ายรุนแรงที่ไม่มีประโยชน์ เราพยายามเรียนรู้ตัวเหตุของมัน แล้วจัดการฆ่ากิเลสนั้นเสีย มันจะได้ไม่ต้องแสดงออกไม่ว่ากับใคร กับพ่อกับแม่ยิ่งไม่ควรทำ กับคนอื่นก็ยังไม่ควรทำทั้งนั้นสิ่งที่ไม่ดี ต้องทำลายเหตุมันเสียให้ได้ที่อยู่ในตัวเรา สิ่งไม่ดีเรียนรู้เหตุมัน แล้วกำจัดเหตุมันให้ได้ในตัวเรา ไม่ต้องไปแสดงออกกับใคร สงวนไว้ความชั่วความเลวความไม่ดีความเลวร้าย ต้องฆ่ากิเลสเป็นเหตุให้หมดหมดแล้วมันก็ไม่เป็นแสดงออกกับใคร 

เราจะแสดงอย่างไร สิ่งที่จะแสดงออกถ้าเป็นความดีงามจริงใจบริสุทธิ์ ยิ่งถ้าเป็นโลกุตระแสดงออกเถอะ กับพ่อแม่ อย่าไปกลัว กล้าแสดงออก อย่างหลวงปู่นี้กล้าแสดงออกถึงเรื่องโลกุตรธรรม แม้มันจะไปกระทบใจใคร มันจะไปดูถูก คำว่าดูถูกนี้คือดูถูกจริงๆไปดูถูกเขา ก็ต้องจำนน หลวงปู่ก็ต้องจำนน ก็ต้องกระทบกับเขาเพราะพูดสิ่งนี้แสดงสิ่งนี้ออกไปมันก็โดนเขาเต็มๆ ก็ไม่รู้จะเลี่ยงอย่างไร ก็ต้องทำอย่างนี้เป็นต้น 

ซึ่งแน่นอน เราไปกระทบเขา เขาก็ไม่ชอบใจ จิตวิญญาณเขาก็ถือสาพยาบาท เราก็ไม่สามารถรู้กับเขาได้ ว่าเขาพยาบาทมากหรือน้อยหรือไม่พยาบาทเลยก็ยิ่งดี แต่เราก็บังคับเขาไม่ได้ 

มันก็มี Action Reaction ในโลกเป็นธรรมชาติ หากเราจะพูดแล้วไม่กระทบกับใครเลย แล้วจะพูดหาอะไรที่ด้ามยาวไปทำไม 

แม้แต่พูดการชมก็กระทบกันอยู่ดี แล้วคนที่เขามีอุปกิเลสดื้อดึงดัน ก็คือกิเลสตั้งแต่ระดับถัมภะ สารัมภะ มานะ อติมานะ มทะ ปมาทะ นี่คืออุปกิเลสตัวปลาย คนหยาบจะมาเป็นตัวต้น ดื้อดึงดัน คนว่ายากสอนยากนี่แหละสุดยอดเลย ยึดมั่นถือมั่นในตัวกูเอง ดันทุรังไม่ใช่ดันสุรัง 

ถัมภะ คือ ดื้อดึงดัน, สารัมภะ หยิ่งผยองในตนว่าข้ารู้ก่อน

สิ่งเหล่านี้ก็เป็นมานะ เป็นการถือดีเป็นการถือตัว 

อติมานะ หนักเข้าไปอีกเลย คนนี้ก็เลย มทะ อยู่กับโลกที่เมามาย

สุราเมรยมัชชะ นี่ก็เมา จบด้วยปมาทะ คนเหล่านี้จึงอยู่ด้วยความประมาททั้งสิ้น 

ความประมาทเป็นสุดยอดของอุปกิเลส 16 เลย ข้อสุดท้ายของอุปกิเลส  เลวร้ายรายละเอียดที่สุด ปมาทะ เป็นกิเลสที่หยาบที่สุด และละเอียดที่สุด

_เกื้อกูล…พ่อกับลูกมีเรื่องขัดใจกันแล้วไม่พูดกัน คนที่ควรจะพูดก่อนนี่คือพ่อหรือลูก ลูกบอกว่าจบก่อนแล้วค่อยพูดกับพ่อ 

พ่อครูว่า…ใครพูดก่อนคนนั้นชนะ พ่อพูดกับลูกก่อนพ่อชนะ ลูกพูดกับพ่อก่อนลูกชนะ นี่คือคำตอบ เราต้องพูดดีๆด้วยนะ มีเงื่อนไขต้องพูดดีๆ 

_ด.ญ.ใสกลางเพ็ญ…หลวงปู่ร้องเพลงชาติตั้งแต่เด็กอันเก่าได้ 

พ่อครูว่า…ไปรู้มาจากไหนว่าหลวงปู่ร้องเพลงชาติสมัยเก่าได้ …
ประเทศสยามนามประเทืองว่าเมืองทอง ใครเข้าครองตั้ง ประเทศเขตแดนสง่า นี่คือเพลงชาติสมัยเก่า ก็จำเนื้อไม่ได้หมดเอาแค่นี้ก่อนก็แล้วกันน่าเป็นตัวอย่างนิดหน่อยนะ 

_ฟ้าสดใส… ความซื่อมันแปลว่าอะไรหรือคะหลวงปู่?

พ่อครูว่า…ความซื่อ แปลว่า สิ่งที่ไม่โกง ไม่โกหก ไม่หลอกลวง มีแต่ความจริง ความถูกต้อง ความตรง เรียกว่าความซื่อสัตย์ เรียกให้เต็มๆ มันไม่มีอะไรที่แฝงความไม่ถูกต้องเข้าไปด้วย มันมีแต่ความตรง ความสะอาดบริสุทธิ์ เรียกว่าความซื่อสัตย์ 

_แก้วน้ำเพชร……เคยมีเพื่อนบอกไว้ว่า ถ้าหากว่าบรรลุธรรมแล้วมาบอกกันด้วย หนูจะไปบอกเขาอย่างไร ก็เลยคิดว่า หนูขอบอกผ่านเวทีนี้ว่าพ่อครูทำให้คนเป็นพระอาริยะได้จริงๆ ก็เอาหนังสือคนคืออะไร?ทำไมสำคัญนัก มาบอก อ่านเล่มนี้หนูใช้เวลา 1 ปี 4 เดือน เคยอ่านหนังสือปฏิจจสมุปบาทของหลวงปู่พุทธทาส ก็เลยอ่านหนังสือคนคืออะไรไม่เข้าหัว เพราะว่ามันขัดแย้งกัน กว่าจะต้องเทของเก่าออกก็ต้องใช้เวลา ก็เลยเข้าใจว่าทำไมคนนี้เขาบอกว่าไม่ใช่ พ่อครูไม่ใช่ ทุกวันนี้ หนูก็ผิดถูกอย่างไรรับรองตัวเองว่าเป็นพระอริยะระดับต้น 

พ่อครูว่า…มันจะมีความมั่นใจ จริงๆทางโลกียะเขาก็มั่นใจของเขานะ แต่ว่าเรามีหลักฐานมีพระไตรปิฎก มีหมู่กลุ่ม ซึ่งหมู่กลุ่มโลกียะเขามีเยอะ แต่หมู่โลกุตระมีไม่มาก แต่มีหลักฐานยืนยันตรวจสอบตามพระไตรปิฎกได้ ขยายความได้ หลวงปู่กำลังขยายความต่างๆนานา ตั้งแต่ศีล จรณะ 15 อปัณกปฏิปทา 3 ถ้ามีหลัก 3 นี้แล้วไม่ผิด แต่ถ้าปฏิบัติธรรมมาแล้วไม่มีหลัก 3 ในการประพฤติปฏิบัติ เช่น มีศีลแล้วแต่ไม่สำรวมอินทรีย์ ไม่ศึกษาโภชเนมัตตัญญุตา ไม่ศึกษาให้เกิดชาคริยานุโยคะ ตื่นมาให้ครบทวารทั้ง 6 ไม่ใช่ไปหลับอยู่ในทวารในใจ ปฏิบัตินั่งหลับตาไม่ได้เปิดทวารทั้ง 6 มันก็ไม่ถูกแล้ว 

ศีล สำรวมอินทรีย์ สติสัมปชัญญะ สันโดษ 

ภูมิพุทธนี้เขาสนิท การแสดงออกอย่างนี้ หากเรากล้าแสดงออกบอกเขาได้ก็บอก

_แก้วน้ำเพชร…หนังสือเล่มนี้ทำให้หนูพบคำตอบในชีวิตหลายอย่างเช่นคำว่าสุขกับทุกข์มันเหมือนกัน  

พ่อครูว่า…ความสุขความทุกข์ไม่เหมือนกันหรอก แต่มันอยู่เป็นคู่หูกันอย่างเอาออกจากกันไม่ได้เลย 

_แก้วน้ำเพชร…เคยสงสัยว่าหลวงปู่พุทธทาสไม่ใช่พระอรหันต์วันหนึ่งมันก็รู้ว่าธรรมะไม่ใช่ธรรมชาติ ธรรมะต้องอยู่เหนือธรรมชาติ หนังสือเล่มนี้ก็มีคำตอบ 

_แพรวชมภู…ถ้าลูกเบื่อโลกนี้แล้วผิดไหมคะ แล้วลูกควรทำยังไงดีคะ ?

พ่อครูว่า…ต้องเข้าใจให้ลึกซึ้ง คำว่าโลก นี้ลึกซึ้งมาก คนที่ตื้นๆบอกว่าเบื่อโลกนี้แล้วก็ฆ่าตัวตาย คนนี้โง่ซ้ำซ้อนและต้องฆ่าตัวตายอีกหลายชาติ เพราะว่าเป็นคนเบื่อโลกแล้วไปฆ่าตัวตายมันอำมหิต คนเรานี้มันรักตัวเองมากกว่ารักคนอื่นนะ เวลาก้อนไฟถ่านไฟแดงๆกระเด็นมาถูกตักเรากับตักคนอื่น เราจะเอาของเราออกก่อนหรือจะเอาของคนอื่นออกก่อน พร้อมกันด้วย เราก็จะเอาของเราเองออกก่อน แม้แต่เครื่องบินเขายังบอกเลย เวลาเกิดเรื่องขึ้นมาต้องเอาชูชีพเอาออกซิเจนใส่ให้ตัวเองก่อน แล้วค่อยช่วยคนอื่นแม้แต่เป็นลูกก็ต้องช่วยทีหลัง มันเป็นลำดับที่ว่า พระเจ้ายังบอกเลยว่า เธอต้องช่วยตัวเองก่อนแล้วพระเจ้าจะช่วยเธอ แหม.. พระเจ้าฉลาดแกมโกงจังเลย ก็เขาช่วยตัวเองได้แล้วพระเจ้าจะมาช่วยทำไม หลอกให้ช่วยตัวเองก่อน แต่จริงๆแล้วเราก็ต้องช่วยตัวเองนี่แหละเพราะจริงๆของศาสนาพุทธแล้ว ไม่ต้องพึ่งพาพระเจ้าหรอก เราช่วยตัวเองได้แล้วคำสอนพระพุทธเจ้าให้ช่วยเหลือตัวเองได้แล้วจะอยู่นิรันดรก็ได้ จะดับหมดเลยอัตภาพหรืออาตมัน ไม่ต้องไปอยู่กับพระเจ้า ไม่ต้องไปอยู่กับใครเลย แตกสลายเป็นอุตุธาตุไปเลยได้ นักวิทยาศาสตร์จะมาศึกษาตามในอนาคตที่อาตมาอธิบาย อุตุธาตุ พีชธาตุ จิตธาตุและธรรมะนี้ เป็นความรู้ที่ยิ่งใหญ่นักวิทยาศาสตร์ไม่สามารถแยกแยะและหาความสัมพันธ์ของธาตุทั้ง 5 นี้ได้ เพราะฉะนั้นแม้แต่ความเป็นอุตุ พีชะ จิต เขาก็แยกแยะไม่ได้ 

แล้วเรื่องกรรม ที่เป็นเรื่องของ Action Reaction Dynamic Static ที่จะต้องมาเกี่ยวกับ 3 ธาตุนี้เกี่ยวกับกรรมและธรรมะ ธรรมะเป็น Static กรรมเป็น Dynamic ที่จะต้องใช้ทำงานร่วมกันเป็นธาตุความคู่ เทวฺ แล้วจะมาแยก อุตุ พีชะ จิต 

เซลล์ที่เป็นจิตนิยามมันสะสมอวิชชามาเยอะแล้ว ก็พัฒนาขึ้นไปออกจากความวนเวียนของโลกียะไม่ได้ ต้องมาเรียนรู้โลกุตตระจึงจะตีแตกออกได้ ถึงจะออกมาจากโลกโลกียะมาเป็นโลกโลกุตระได้ แล้วทำลายความวนเวียนอยู่ในโลกนี้ สุดท้ายแยกธาตุ ไม่ต้องวนอยู่กับอะไรอีกเลย ตายสูญ เป็นนิรันดร 

ทำไมจะตอบได้ตอนเป็นๆว่าตายสูญ ตอบได้เพราะว่า โลกมีหลายระดับอบายโลกกามโลก เราก็พ้นมาได้ โลกมีหยาบคายจัดจ้านเยอะแยะ เราเรียนรู้ความซับซ้อนหลอกลวงของโลก หยาบร้ายแรงที่ละเอียดมากซับซ้อน โลกทุกวันนี้เขาพยายามที่จะเป็นโลกีย์ที่หลอกคนอื่นว่าเขาสูง แต่ที่จริงเขายิ่งอำมหิตสูง เขายิ่งมีความตะกละสูงเขายิ่งต้องการมีอำนาจสูง เขายิ่งต้องหลอกให้คนไม่รู้ทันอย่างนี้เป็นต้น ซับซ้อนมาก ศึกษาให้ดีๆ แล้วจะเข้าใจสภาพธรรมะ 

_ร้อยร่มบุญ…แจ้งเรื่องการติดมิเตอร์ไฟฟ้าแต่ละบ้าน 

เรียนแจ้งพี่น้องชาวชุมชนบ้านราชทราบ เรื่องการติดตั้งมิเตอร์ไฟฟ้า

เอกสารที่ต้องใช้คือ 1.สำเนาบัตรประชาชน 2. สำเนาทะเบียนบ้าน ทั้ง2อันรับรองสำเนาด้วย ไปยื่นเรื่องที่การไฟฟ้าวาริน …ภายใน2วันเจ้าหน้าที่จะออกมาสำรวจ อีก 3 วันจะติดตั้งมิเตอร์

เรื่องถ่ายเอกสาร อาพูนไทให้ไปถ่ายได้ที่ชั้น2เฮือน00 ค่ะ

กรณีไม่ไปยื่นเรื่องด้วยตัวเอง ป้าร้อยร่มบุญอาสาจะรับมอบอำนาจไปดำเนินการแทน

ค่าไฟฟ้า50หน่วยแรกรัฐบาลบริการประชาชนฟรี

ค่ามิเตอร์แบบ5 แอมป์ราคาประมาณ 728 บาท เหมาะสำหรับครัวเรือนพวกเรา

ควรรวมกันไปแจ้งเจ้าหน้าที่จะได้มาทีเดียวได้เลย 

_ร้อยร่มบุญ…เมื่อสองสามวันก่อน ดิฉันจะมาสารภาพความไม่เอาไหนของตัวเอง แม่ป่วยเป็นมะเร็งที่ปอด ลูกคนอื่นรับรู้ แต่แม่ไม่รู้ ก่อนแม่จะไปแม่ก็โทรมาหาว่าคิดถึงลูก ดิฉันก็ถามว่าจะให้ดิฉันไปกู้ชาติหรือว่าให้ไปหาแม่ แม่ก็บอกว่าให้ไปกู้ชาติ สัปดาห์สุดท้ายแม่ก็บอกว่าไม่ไหวแล้ว ก็เลยได้กลับไป ช่วงนั้นดูแลแม่ตลอดแล้วแม่ก็จากไปไม่มีวันกลับ รู้สึกเสียใจมาก ที่พูดเรื่องนี้ก็คือเปรียบเทียบ ตอนนั้นพ่อครูพูด 1 ใน 1,000 แต่ดิฉันก็ไม่ได้สำนึกอะไร ดิฉันไม่ตระหนัก สามวันก่อนวูบเรื่องนี้ขี้นมา ตอนนี้พ่อเรียกลดราคา 777 แล้ว ตอนพ่อครูป่วยดิฉันไม่รู้สึกอะไรมาก แต่วันนี้อยากกราบเรียนพ่อแม่พี่น้องว่า ยินดีต้อนรับ พี่น้องที่จะเข้ามา 

_ผู้สงสัย…ฉันสงสัยว่ากิเลสของเรามี ราคะ โทสะ โมหะ ราคะก็มีกามราคะ รูปราคะ อรูปราคะ ส่วนโทสะกับโมหะ ทำไมไม่มีรูป อรูปเหมือนราคะ ดิฉันเข้าใจว่า โทสะล้างได้ก่อนราคะเพราะเห็นโทษภัยก่อน แม้ระดับอาสวะและอนุสัยก็มีกามราคานุสัยอีก กามาสวะอีก 

พ่อครูว่า…เรื่องอาสวะอนุสัยเป็นเรื่องยาก อนุสัยมี 7 ข้อ อาสวะมี 10 มีหัวข้อกิเลสหลายอย่างไม่ตรงกัน เช่น ภวาสวะ กับภวานุสัย (พ่อครูไอ ตัดออกด้วย)

_ดาวเพ็ญ…สนับสนุนความคิดของป้าร้อยร่มบุญ 

พ่อครูว่า…ทำไมอยากให้คนมารวมตัวกันเยอะ คือการรวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อน คนเลวคนร้ายรวมตัวกันเป็นกลุ่มใหญ่มันก็สร้างอำนาจสร้างพลังงานที่จะทำร้ายได้มาก คนดีๆ มาร่วมกันมีพลังร่วมกันเยอะมากๆก็เป็นพลังรวมที่จะสร้างสิ่งที่ดีๆ สิ่งที่ประเสริฐได้มาก เหมือนกัน เพราะฉะนั้น ถ้าเกิดว่าเข้าใจแค่นี้ อาตมาว่าผู้ที่สามารถมาได้ เชิญ ยินดีต้อนรับ ซึ่งไม่ง่ายนักสำหรับผู้ที่จะมาที่นี่ เพราะฉะนั้นใครที่คิดว่าเรามาได้เรามีศีล เป็นพื้นฐานที่นี่ต้องมีศีล 5 ไม่มีอบายมุข ไม่กินเนื้อสัตว์ ถ้าเราคิดว่าอย่างนี้เราอยู่ได้มาได้ มา แต่ถ้าคิดว่ามาไม่ไหวหรอกเราไปแล้วจะเกิดความวุ่นวายเรายังกินเนื้อสัตว์เลิกไม่ได้เราจะมีอบายมุข เราถือศีล 5 ไม่ได้หรอก ถ้าเผื่อว่าแน่ใจว่าจะมาไม่ได้ยังไม่ต้องมาหรอกก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้าเผื่อว่าใครเห็นว่าชีวิตน่าจะพัฒนาได้นั้นน่าจะก้าวหน้าได้นะเราก็พอเป็นไปได้นะ มาตรฐานพื้นฐานเบื้องต้นก็แค่มาอยู่ที่นี่แล้วไม่กินเนื้อสัตว์กันนะ งดเว้นเนื้อสัตว์เราต้องมีศีล 5 ศีล 5 ก็ไม่ต้องลึกซึ้งอะไรเอาตามรูปมาทำก็ได้ ไม่ฆ่าสัตว์ไม่ลักทรัพย์อะไรก่อน อบายมุขที่นี่ก็ไม่มีคุณก็ไม่ต้องไปวุ่นวายอะไร ที่นี่ก็พาให้พอเป็นไปมีสนุกสนานรื่นเริงบันเทิงก็พอเป็นไปกับที่นี่ก็เข้ามา 

ที่นี่เป็นที่ที่สร้างพลังงานโลกุตระมันเป็นพลังงานประเสริฐที่จะไปช่วยสังคมประเทศชาติ ถ้าคิดจะช่วยชาติและร่วมกับเรา  เราได้ช่วยชาติแน่ขอยืนยัน ไม่ได้หลอกลวงไม่ได้โกหกมันเป็นทฤษฎีโลกุตตระธรรมของพระพุทธเจ้าที่ตรงและดีที่สุดแล้ว พูดตรงๆว่าดีที่สุดไม่มีทฤษฎีอะไรดีเกินไปกว่าของพระพุทธเจ้านี้หรอก เพราะฉะนั้นก็ขอเชิญ 

_ผู้สงสัย…ฉันสงสัยว่ากิเลสของเรามี ราคะ โทสะ โมหะ ราคะก็มีกามราคะ รูปราคะ อรูปราคะ ส่วนโทสะกับโมหะ ทำไมไม่มีรูป อรูปเหมือนราคะ ดิฉันเข้าใจว่า โทสะล้างได้ก่อนราคะเพราะเห็นโทษภัยก่อน แม้ระดับอาสวะและอนุสัยก็มีกามราคานุสัยอีก กามาสวะอีก 

พ่อครูว่า…โทสะกับโมหะนี่นะ มันไม่ต้องอาศัยเลยในชีวิตนี้ โมหะคือความสับสนวุ่นวาย ที่นี้คุณเองคุณตัด โมหะมาอยู่กับหมู่ตัดโมหะได้ง่าย บอกเคล็ดลับ คุณอยู่กับหมู่เอาหมู่เป็นหลักโมหะหายเลย อยู่กับหมู่

โทสะ คุณอ่านอาการมันให้ได้ อาการโทสะตั้งแต่หยาบถึงละเอียด ถึงละเอียดขนาดไหนมันไม่มีประโยชน์เลย คุณอ่านให้เจอเลยถ้าเจออาการของโทสะ อาการกลางอาการละเอียดนิดน้อยขนาดไหนก็แล้วแต่ เอามันออกหยุดมันได้ทันทีเลย คุณไม่ต้องไปหาเหตุผล คุณไม่ต้องไปตอแยอะไรกับมันเลยตัดออกไปจากจิตให้ได้เลย 

อาตมามีโศลกสอนไว้เยอะเลย ส่วนราคะกับโลภะ มีประโยชน์

ราคะตัดได้ก่อน ราคะเป็นรส โลภะเป็นตน

หมดราคะแล้ว เหลือตน คุณหมดกามราคะ รูปราคะ อรูปราคะ คุณจะมีตน

กามภพ หมดแล้วเหลือรูปภพ อรูปภพ นี่แหละคือตน ที่จะมีรายละเอียดเรียนรู้ไปหาอนุสัย 

ภวราคะอยู่ในกามภพ แต่ภวานุสัยอยู่ในเรื่องของอัตภาพ เรื่องอัตตา 

กาม กับ อัตตา พระพุทธเจ้าแบ่งไว้ใน ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร 

อัตตาจะไปเหลือรูป อรูป เหลือภพชาติที่ลึกซึ้งละเอียดเข้าไปอีก  เพราะว่าราคะนี้อยู่ตัวปลายของอนุสัย เป็นภวานุสัย หมดแล้วจึงหมดภวานุสัย เป็นตัวที่ 6 ของอนุสัยเลย

แต่ในอาสวะ ภวราคะนี้แค่เป็นตัวที่ 4 

มันมีอาสวะต้น แล้วมี ภวราคะ เป็นรูปราคะกับอรูปราคะ ใน 4 ใน 5 นี้ เพราะฉะนั้น นี่แหละคือความสลับไปสลับมาของสภาวะธรรมที่ลึกซึ้งซับซ้อน ไม่ใช่เป็นเรื่องตายตัวเสมอไป ไม่ใช่ว่าเป็นเรื่องสับสนแต่เป็นลำดับมีขั้นตอนแต่มัน  

คัมภีรา (ลึกซึ้ง) ทุททัสสา (เห็นตามได้ยาก) ทุรนุโพธา (บรรลุรู้ตามได้ยาก) สันตา (สงบระงับอย่างสงบพิเศษ แม้จะวุ่นอยู่) . ปณีตา (สุขุมประณีตไปตามลำดับ ไม่ข้ามขั้น) อตักกาวจรา (คาดคะเนด้นเดามิได้) นิปุณา (ละเอียดลึกถึงขั้นนิพพาน) ปัณฑิตเวทนียา (รู้แจ้งได้เฉพาะผู้เป็นบัณฑิต บรรลุแท้จริงเท่านั้น)   (พตปฎ. เล่ม 9 ข้อ 34)

เรียนแล้วได้ไม่ใช่เป็นไปไม่ได้ ได้แล้วดีได้แล้วพ้นทุกข์พ้นสุข ไม่ใช่ดีชั่ว ดีชั่วเป็นโลกียะ แต่หมดความทุกข์ความสุขเป็นโลกุตระ หมดแล้วก็ยืนยันทำแต่ดีความสุขความทุกข์หมดไปด้วยสุดท้าย พระอรหันต์ขึ้นไปหมดความสุขความทุกข์แล้วก็ทำแต่ดี หมดแล้วสลายจิตนิยามเป็นอุตุธาตุได้เลยไม่วนเวียนมาเกิดแล้วโลกนี้ พระเจ้าก็ไม่มีสิทธิ์เรียกร้องให้กลับมาได้อีกเป็นอิสระสูงสุด มีตัวเราเป็นเจ้าของตัวเราไม่ใช่พระเจ้ามาเป็นเจ้าของตัวเรา นี่คือศาสนาพุทธและยืนยันพิสูจน์ได้ด้วย จนกระทั่งแยกธาตุไปไม่ต้องให้พระเจ้าจัดการ นี่คือการยืนยันไม่ใช่ไปยกตนข่มศาสนาเทวนิยม แต่เป็นวิชาการเป็นความรู้ที่แท้จริงที่กำลังแจกแจงเขียนเป็นหนังสือหนังหาขยายออกไป เพราะฉะนั้นศาสนาที่ยังเป็นเทวนิยมยังเป็นพระเจ้าอยู่ เราก็ขออภัยเขาที่ต้องพูดวิชาการ ไม่ใช่ไปลบหลู่ดูถูกอะไร คุณมีสิทธิ์ไม่เชื่อไม่รับไม่เอาไม่มีปัญหาอะไร แต่ใครที่ศึกษาต้องการสัจธรรมจะมาพิสูจน์อยู่ก็มาไม่มาพิสูจน์ก็ได้อย่างนี้เป็นต้น 

สรุปแล้วราคะ โมหะ มาอยู่กับหมู่ฝากตนกับหมู่ก็หมดโมหะได้

โทสะ หยาบกลางละเอียดอย่างไรเอาออกไปได้เลย

แต่ราคะ โลภะนี้เรามีอาศัย แต่เราอาศัยไว้เพียงเพื่อช่วยผู้อื่น พูดไม่ใช่แค่ภาษาแต่เป็นจิตที่สะอาดปราศจากกิเลสจริงๆ เราจะเรียนรู้สภาวะหมดอัตตาตัวตนจริง 

_ชื่อนี้มีความหมายว่าอย่างไร ฟ้าสดใส 

พ่อครูว่า…ฟ้าคือสิ่งที่สูง สดใสคือสิ่งที่สะอาด เราเป็นคนที่มีสิ่งสูงส่งคือฟ้า มีสิ่งที่สะอาดบริสุทธิ์เป็นความหมาย เพราะฉะนั้นเราจะต้องทำตนให้จริง ให้เป็นคนมีความเจริญไปสู่ที่สูง ควรจะทำตัวให้เป็นคนสะอาดบริสุทธิ์ สดใสให้ได้ 

_ลูกอยากรู้ว่าชื่อที่หลวงปู่ตั้งให้ แปลว่าอะไรครับ ชื่อนั้นคือ ไฟสายน้ำ 

พ่อครูว่า…การตั้งชื่อให้นี้ทางบ้านฟังแล้วคงจะบอกว่าพิลึก 

ที่จริงแล้วมันไม่ใช่ ตัวเขาเองเป็นคนอยากให้ตั้งชื่ออะไรบ้างเช่นอยากให้ได้ชื่อไฟชื่อน้ำอย่างนี้ อาตมาก็ต้องหาให้เท่านั้นเอง ไม่ใช่ว่าอาตมาพิลึกพิเรนอะไรก็บอกความจริงให้ฟัง 

ไฟ คือของที่มีพลัง น้ำคือสิ่งที่เย็นๆ ทั้งสองอย่างมีโทษและมีประโยชน์เราต้องระวัง เราต้องอย่าไปมีพลังงานมีไฟมีพลังคำกริยาที่เป็นความรุนแรงโหดร้าย ให้เป็นน้ำที่มีประโยชน์ต่อสิ่งมีชีวิตและอย่าไปเป็นตัวร้ายของกิเลส 

_ถ้าเรามีเพื่อนขี้งอนโกรธง่ายโดยไม่มีเหตุผลเราควรจะทำอย่างไร

พ่อครูว่า..ให้เขางอนไปจนตาย ก็เห็นว่างอนเป็นความเอร็ดอร่อยก็ทำไป งอนเป็นอิตถีภาวะ ถ้าเจริญก็เป็นปุริสภาวะ แม้ในตัวผู้หญิงก็มีลักษณะ ปุริสภาวะ คือเป็นหนึ่งมีพลังงานช่วยเหลือผู้อื่นได้ ไม่ใช่ไปทำให้เป็นกะเทย ไม่ใช่ จะเป็นสภาวะที่แข็งแรงเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นเป็นความกล้าหาญชาญชัยที่จะทำประโยชน์ทำความดีงาม บางคนไม่กล้าทำความดีมันจะไปรอดไหม ก็ไม่รอด คนที่อ่อนแอแต่ความดีไม่กล้าทำความดีนี้ไปไม่ไหวหรอก ปุริสภาวะคือกล้าทำความดีทำความประเสริฐ 

_เอื้อมพร..ตามรายการสดขณะนี้ ทั้งสองท่านออกประกาศเชิญให้ไปบ้านราชฯ ดิฉันไปแน่แต่ขอไปกึ่งถาวร

พ่อครูว่า…ได้เลย กำขี้ดีกว่ากำตด

_ถ้ามีเพื่อนคนหนึ่งพูดอยู่ทุกวันว่าอยากออกๆ แต่ไม่ออกสักที ลูกงงกับเขาจริงๆค่ะ ไม่รู้ว่าต้องการอะไร 

พ่อครูว่า…ก็ค่อยๆพูดกัน คนที่พูดว่าอยากออกๆ ก็ต้องคิดหน่อย พูดเล่นก็ไม่ควรพูดหรอก มันทำให้คนอื่นเขาเสียใจอย่างนี้ ก็อยู่ที่นี่ดีแล้วออกไปทำไม เขาก็ไม่อยากให้เพื่อนออกไป เพราะที่นี่ดีแล้วเป็นความปรารถนาดี เพราะฉะนั้นถ้าเราอยากออกจริงๆก็ต้องคิดดูทบทวนดู หลวงปู่ไม่ได้ให้อยากออก แต่ถ้าเธอว่าเราอยากออกมันก็เป็นสิทธิ คิดให้ดีๆว่าสังคมกลุ่มนี้ โดยองค์รวมไม่ดีหรือ หมู่คนหมู่นี้ไม่ดีหรือ ความดีความชั่วคืออะไรคิดหาให้เจอ คนกลุ่มนี้หลวงปู่ขอยืนยันว่าเป็นคนที่ใฝ่ดีปฏิบัติดีเป็นคนดีเป็นเมืองอาริยะ ที่ถามมาคงเป็นเด็กอยู่ก็ดูต่อไป คนจะมาที่นี่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆเป็นคนที่ดีทั้งนั้น คนที่เลวร้ายจะไม่ได้เข้ามาหรือเข้ามาไม่ได้ มันจะเป็นสัจจะในตัวมันเอง ว่ากลุ่มคนดีที่มีพลังรวมกันแน่น คนไม่ดีเข้ามาอยู่ไม่ได้หรอกมันร้อนอยู่ยาก อันนี้เป็นสัจจะที่เป็นอจินไตยอธิบายยาก แต่มีสภาวะธรรมจริง สรุป ถ้าหากเราเข้ามาได้ก็มา ยินดีต้อนรับ 

_พ่อท่านเคยเทศน์เมื่อ 2525 ว่า.. การป้องกันตัวเองไว้ให้เป็นคนดี คือ มานะกิเลสตัวหนึ่ง กราบขอคำอธิบายให้กระจ่างแจ้งและวิธีแก้ไขตัวเองด้วยค่ะ 

พ่อครูว่า…มานะกิเลส เป็นลักษณะอย่างไร การป้องกันตัวเองไว้ให้เป็นคนดีคือมานะกิเลสตัวนึง คำว่ามานะแปลว่าความถือดี คนเราที่เห็นว่าอันนี้ดี เราก็เอาดีนั้นให้ได้ แล้วเราก็ยึดดีถือดีมีไว้เป็นตัวเป็นตน ยึดถือไว้แล้วก็เอาไปฟาดคนอื่นอันนี้จะเสีย เรายึดถือของตนได้เป็นมานะกิเลสดี แต่อย่ายึดถือมานะเป็นตน ซ้อนไปอีก

เราดี แต่อย่ายึดดีว่าเป็นเราจนเกินไป จนคนอื่นเขาทำไม่ดีก็จะไปซัดเขาแรง เอาจริงเอาจังแข็งจนเกินไป จนเขาทำไม่ไหว จนเขารับไม่ได้ จนเขาร่วมไม่ได้ มันก็ไม่ได้ประโยชน์ ก็ต้องดูอินทรีย์พละของแต่ละคนหย่อนให้เขาหน่อย เขายังดีอย่างที่เราต้องการไม่ได้ก็ต้องอนุโลมปฏิโลม ถ้าอาตมามีมานะกิเลสถือดียึดดี จะต้องเอาดีอย่างนี้ให้ได้ตามใจอาตมาไม่เหลือพวกคนสักคนหรอก เพราะอาตมาต้องให้ได้เป็นอรหันต์เท่าอาตมาให้ได้ อย่างนี้มันเป็นไปไม่ได้ เพราะฉะนั้นเรารู้ฐานะของบุคคลแต่ละฐานะ เขามีเกณฑ์ขั้นต่ำอย่างไรเราก็ช่วยเขาอย่าให้ต่ำกว่ามาตรฐานนี้ให้ได้ เขาเจริญขึ้นได้ก็ดีถ้าไม่ได้ก็ค่อยๆช่วยกัน ถึงเรียกว่าให้มีทิฏฐิสามัญญตา ศีลสามัญญตา ไปตามลำดับ 

พระโสดาบันเสมอพระโสดาบันพระสกิทาคามีเสมอพระสกิทาคามี พระอนาคามีเสมอพระอนาคามี พระอรหันต์เสมอพระอรหันต์ พระโพธิสัตว์ก็เสมอพระโพธิสัตว์

_สมณะรูปหนึ่งเคยสอนว่า ความเมตตาคือยาชำระล้างความสกปรกทั้งหลาย ความเมตตาจะช่วยให้คลายเครียด ความเมตตาจะช่วยให้คลายจากราคะ ความเมตตาจะช่วยทำลายมานะ ความเมตตาจะช่วยฟอกจิตใจให้สุภาพอ่อนโยน คำถามคือเราจะสร้างความเมตตาให้เกิดในจิตใจตนเองได้อย่างไรคะ?

พ่อครูว่า… ต้องเข้าใจอาการของเมตตา 

กลุ่มของคุณธรรมอันนี้คือ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา 

เมตตา คือ จิตของเราต้องการให้คนอื่นพ้นทุกข์ ต้องการให้คนอื่นเป็นสุข นี่เป็นโลกีย์ธรรมดา ยังสุขยังทุกข์อยู่ ถ้าเป็นโลกุตระคือต้องการให้คนหลุดพ้นจากโลกียะ เมตตาคือใจต้องการให้คนอื่นเขาเป็น ถ้าโลกียะก็แค่เป็นคนดี แต่โลกุตระคือพ้นสุขพ้นทุกข์ เมตตาคือต้องการให้เขาสูง ถ้าเขายังอยู่ในโลกีย์ยังมาอยู่โลกุตระไม่ได้ เราก็ช่วยให้เขาเจริญในทางโลกีย์ ดีอย่าชั่ว เป็นสุขอย่าทุกข์

จนกว่าเขาจะเข้าใจเป็นโลกุตระแล้ว ให้ลดละไปตามลำดับลดกาม รูปราคะ อรูปราคะ ก็มาอยู่กับหมู่ เมื่อเข้ามาอยู่กับหมู่แล้วก็ไม่ต้องกังวลมาก เพราะทุกคนจะสอนแนะนำให้ไปสู่โลกุตระตามลำดับ ช่วยให้ดี ช่วยให้พ้นทุกข์พ้นสุข ได้โลกุตระแล้วก็มาอยู่กับหมู่

_ในการคิดเห็นต่างระหว่าง การปฏิบัติธรรม 2 สายใหญ่ๆ 

สาย 1 หลับตาปฏิบัติ ไม่มี พอ มี แต่มี จบไม่ได้ มีตลอดเวลา เช่น สูบบุหรี่ กินเหล้า กินหมาก ซื้อหวย ลักขโมย ผิดลูกเมียคนอื่น เล่นการพนัน โกรธจัด ใช้อารมณ์รุนแรง กินเนื้อสัตว์ ไม่กลัวบาปกรรมตามมา(อันนี้มีอยู่เสมอ) ในการปฏิบัติไม่รู้ตัวเอง นี่คือสายหลับตาค่ะ

ส่วนสายลืมตาปฏิบัติ หมดก็มี ไม่หมดก็มี เหลือมากน้อยก็ของใครของมัน เช่น ไม่กินเหล้า ไม่ซื้อหวย ไม่สูบบุหรี่ ไม่เล่นการพนัน ไม่ลักขโมย ไม่ผิดลูกไม่ผิดสามีคนอื่น ไม่กินเนื้อสัตว์ กลัวบาปกรรมตามมา ผิดศีลไม่เอา มีความเมตตาต่อคนสัตว์อยู่ มีใจพอ น้อยก็พอ ทำงานมีส่วนเหลือจุนเจือสังคม อันนี้สายลืมตาค่ะ พ่อท่านคิดเห็นอย่างไรคะ 2 สาย?

พ่อครูว่า…ใช้ได้ ปฏิบัติแล้วมันจะค่อยๆเข้าใจ 

สรุป ธรรมะที่อาตมาตั้งใจจะทำงาน  ตอนนี้อายุย่างเข้า 86 ปีแล้ว ย่างเข้าไป 2-3 เดือนแล้ว อาตมามีเป้าหมายไว้ 151 นี้ถึงไม่ถึงไม่รู้อย่าชะล่าใจ อย่าไปนึกว่าอาตมาจะอยู่ถึง 151 ปี เพราะฉะนั้นใครคิดว่าถ้าอยากจะฟังอาตมาอยู่ใกล้ชิดอาตมาก่อนตายก็มา พยายามเข้ามาเถิดประมาทไม่ได้ วันเวลาประมาทไม่ได้ หายใจออกไม่หายใจเข้าตาย หายใจเข้าไม่หายใจออกตาย ง่ายๆ แล้วอาตมามีโรคคล้ายๆอย่างนี้ พอมันเกิดมากๆมาจะหายใจไม่ได้ไปต่อไม่ได้ เพราะฉะนั้นอย่าทำเป็นเล่นไป แต่ก็มีคนจะช่วยรักษากัน เขาเรียกว่าโรคหืดหอบ ภาษาอีสานเรียกว่าโรค ขี้กะยือ เอาคนตายได้ เตี่ยอาตมาเป็นโรคขี้กะยือหืดหอบตาย ตั้งแต่อายุไม่ถึง 30 

เตี่ยอาตมา เป็นสามีคนแรกของแม่ยายอยากให้แต่งงานกับคนนี้ แต่นิยายชีวิตของแม่เขามีคู่รักคือพ่อเฉย แต่เขาก็จำนนต่อแม่ คือยายอาตมาแข็ง แล้วแม่เป็นลูกสาวคนสุดท้องก็เลยต้องตามใจแม่ ไปแต่งงานแล้วได้ลูกคนหนึ่งมาก็คือในรักรักพงษ์ แล้วเตี่ยอาตมาชื่อ ทองสุข แต่แม่นั้นชื่อ บุญโฮม 

พ่อก็เลี้ยงมาตั้งแต่อายุ 6 เดือน คือ พอเตี่ยตาย พ่อก็มาอยู่กับแม่เลยเพราะเขารักกันยายก็หมดสิทธิ์ ก็ไปแต่งงานตามที่ยายต้องการแล้วเสร็จแล้วมีลูก 1 คนด้วย ก็ตอนนี้จบแล้วทีนี้ก็เป็นของแม่ แม่ก็เอาของตัวเองก็อยู่กับพ่อ เพราะฉะนั้นพ่อก็มาอยู่กับแม่ตั้งแต่อาตมายังเล็กๆอยู่เลย น้องคนที่สองของอาตมาห่างกันปีเดียว น้องชาย ตอนนี้เป็นพุทธเจ้าอยู่เมืองกาญจนบุรี พูดอย่างไรก็ไม่มา 

หมดเวลา