630408_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ธรรมบรรยาย อัมพัฏฐสูตร ตอน 4

อ่านทั้งหมดที่ หรือดาวน์โหลดเอกสารที่…  

https://docs.google.com/document/d/1lJQE1eYqqElKcf1TuJvFcqJtT44sGIkeNZ3twx7RNLM/edit?usp=sharing                            

ดาวน์โหลดเสียงที่ https://drive.google.com/open?id=10AeSVVEpb8AAhMfiwCxGVEmctZjNxVYI 

สมณะฟ้าไทว่า…วันนี้เป็นวันพุธที่ 8 เมษายน 2563 ที่บวร ราชธานีอโศก ตอนนี้เราก็กำลังเร่งผลิตปุ๋ย ที่กำลังเป็นที่ต้องการของประชาชนเพราะว่าเรื่องอาหารตอนนี้เป็นเรื่องที่ขาดแคลน และปุ๋ยที่จะไร้สารพิษก็มีที่เราที่จะผลิตได้ถูก ใครอยากลดน้ำหนักมาทำงานโรงปุ๋ยตอนนี้ดี เราใช้คนทำงานจากในหมู่บ้านเราทั้งหมดเลย ไม่มีการจ้างคนมาทำงาน ทำให้เกิดความเชี่ยวชาญ และปีนี้เขาพยากรณ์ว่าน้ำจะท่วมมากกว่าปีที่แล้ว เพราะฉะนั้นวัสดุที่ใช้ทำปุ๋ยต้องนำมาทำให้หมดจะได้ไม่สูญเสียเมื่อน้ำท่วม นำออกขายและจำหน่ายให้แก่ประชาชนในราคาถูกไป 

ทางโรงปุ๋ยก็มีการป้องกันคนที่จะมาซื้อในเรื่องของการติดเชื้อโควิด เงินที่ได้มาก็นำมาทำความสะอาดฆ่าเชื้ออย่างดีก่อน 

พ่อครูว่า…sms (เหลือจากวันจันทร์)

_รัฐเขต….ขอน้อมกราบนมัสการ พ่อครูด้วยความเคารพเป็นอย่างสูงครับ และขอกราบนมัสการท่านสมณะ สิกขมาตุ และขอเจริญธรรมญาติธรรม ทุกๆท่านครับ

นัยของพิษภัยโรคระบาด ( covid -19 )ที่เกิดขึ้นไปทั่วโลกในครั้งนี้ 

ในทรรศนะของผมก็อุปมาได้ว่า “เหมือนโลก ได้ทำการกำราบมนุษย์”

โลกได้สั่งสอนมนุษย์ให้ได้รู้ว่า อย่าอวดดี ก็ครั้งเมื่อแรกที่โลกเริ่มสร้างตัวเป็นวัตถุแท่งก้อน โลกก็ได้สร้างน้ำขึ้นมาเป็นอันดับแรก และสร้างพืชพรรณพีชะ ขึ้นเป็นอย่างที่สองและให้ทั้งสองสิ่ง นั่นคือ น้ำและพืช เกื้อกูลหมุนเวียนกันอย่าง สมดุลเรื่อยมา

โลกวิวัตรตัวเอง จนสมบูรณ์พร้อม จากนั้นจึงให้มีสัตว์ต่างๆ ขึ้นมา หนึ่งในนั้น คือมนุษย์  สัตว์ทั้งหลาย อยู่ในโลกอย่างเกื้อกูล และไม่ทำลายธรรมชาติ ถึงแม้วิถีของสัตว์บางจำพวก จะดูโหดร้าย แต่ก็ยังเป็นไปตามวงจรวิถีที่ถูกต้องไม่ขัดต่อโลก เว้นมนุษย์ !

มนุษย์เริ่มทำลายแหล่งวงจรหลักที่เป็นแหล่งพึงพิงของตน มนุษย์เริ่มทำลายแหล่งน้ำ ทำลายต้นไม้ และทำลายโลก ด้วยความหลงผิด  “

” ดังนั้น วิฤตการณ์ในครั้งนี้ เหมือนโลกได้เริ่มส่งสัญญานเตือนปลุกมนุษย์ที่หลับไหลอยู่ในเมฆหมอกของความมืดปอด ให้ตื่นรู้และได้เห็นความจริงแห่งสัจธรรมอันยิ่งใหญ่ทั้งสองประการให้ชัดแจ้งแก่ใจตนยิ่งขึ้นๆ

หนึ่ง ความจริงแห่งสัจธรรมของปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ ๙. ที่จะพานำพาผู้ที่มีปัญญา ให้รอดพ้น จากวิกฤตการณ์ในครั้งนี้ไปได้อย่างยั่งยืนและปลอดภัย

สอง ความจริงแห่งสัจธรรม ของระบบสาธารณโภคี ของชาวอโศก ที่มีพ่อครู สมณะโพธิรักษ์ เป็นผู้นำพา น้อมนำเอาคำสอนขององค์พระสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มาให้ชาวอโศกน้อมนำมาปฏิบัติกันจนชัดแจ้งเห็นจริงเป็นรูปธรรม จนเป็นที่พึ่งของหมู่ตน และชนหมู่อื่นได้ ดังนั้นวิกฤตในครั้งนี้  พิสูจน์ คน พิสูจน์สังคม พิสูจน์สัจจะ “

กราบนมัสการแทบเท้าพ่อครูด้วยความเคารพอย่างสูงครับ 

รักษ์เขต    วันจันทร์ ที่ ๖ เมษายน ๒๕๖๓

_สุดชดา…ขอฝากกราบนมัสการพ่อครูและขอนำเรียนในสถานะผู้กักกันตัวอยู่ในบ้านค่ะ

วันที่19มีนาคมกำลังเตรียมตัวจะเดินทางมาบ้านราช ยังมีงานอีก1ชิ้นที่ต้องทำในวันรุ่งขึ้น พอพ่อครูประกาศปิดบ้านราชจิตก็ตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม ต้องรีบยกจิตขึ้นมา แต่ก็ต้องยกจิตขึ้นลงหลายรอบกว่าจะเข้าสู่ปกติค่ะ

ชีวิตการเป็นผู้กักกันตนกิน1มื้อ, อาหารcleanไม่ใช้นำ้มันพืชเน้นรสจืด, กินอาหารซำ้ๆเหมือนอยู่ในภาวะสงครามแต่จิตก็ไม่ทุกข์,พยายามบริหารร่างกายด้วยโยคะและถีบจักรยาน​เครื่องออกกำลังกายวันละ15แคลอรี่ออกนอกบ้านไปซื้ออาหารแล้วรีบเข้าบ้านอาบนำ้สระผมสัปดาห์​ละ1ครั้ง ดีใจที่ได้ช่วยชาติค่ะ ฟังธรรมต่อเนื่องไม่ขาดค่ะ

กราบนมัสการค่ะ

_Pranee Birch ปรานี เบิร์ช : กราบนมัสการพ่อครูค่ะ ฟังชัดเจนดีมากค่ะจากออสเตรเลีย รัฐวิคตอเรีย

_หจก. เพิ่มจัน : อยู่จังหวัดกำแพงเพขร อำเภอขาณุวรลักษบุรี สัญญาณชัดเจนดีครับผม

_Tatiya Varinrapat ธาธิญา วรินราพัทธ: กราบนมัสการพ่อท่าน ภาพเสียงคมชัด จากเยอรมนีเจ้าค่ะ

_นายแม่ (หมอน) : พึ่งจะได้ชมไม่กี่อาทิตย์ก็ชอบมากหลวงปู่สอนดีมากๆคะ

_สมเจตน์ เชาว์ศิริ : กราบนมัสการด้วยความเคารพอย่างสูงสุด… ได้ข่าวว่าจะมีการสอบ ขอให้ญาติธรรมตามชุมชนฯอาวาสสถานฯและที่อยู่ตามบ้านได้มีโอกาสสอบด้วยดีไหมครับ… โดยอ่านคำถามที่ข้อและคำตอบข้อละ1 – 2 นาที แล้วเฉลยเลย ส่วนผู้ทำข้อสอบก็ตรวจคำตอบที่ละข้อแล้วให้คะแนนตัวเอง… แล้วรายงานให้ทางบ้านราชฯ เป็นการซักซ้อมการใช้โซเชียลไปในตัวครับ

_ນາງ ແສງດາວອນ ຕູ່ ອ້ວນວິໄລ • : ນະມັດສະການພໍ່ຄູສະມະນະໂພທີຣັກ.

ນະມັດສະການສະມະນະແລະສິຂະມາດຊາວອະໂສກ.ຈະເລີນທຳພໍ່ແມ່ອ້າຍເອື້ອຍນ້ອງຊາວອະໂສກສຽງແລະພາບຊັດເຈດດີ.ຂ້ານ້ອຍແຂງແຮງຢູ່ເຮືອນ. stayhometohelpdoctorsandnurses

#ຢູ່ເຮືອນເພື່ອຊ່ວຍທ່ານຫມໍແລະພະຍາບານ

นางแสงดาวอน อ้วนวิไล : กราบนมัสการพ่อครูสมณะโพธิรักษ์ นมัสการสมณะ สิกขมาตุชาวอโศก เจริญธรรมพ่อแม่อ้ายเอืีอยน้องชาวอโศก เสียงและภาพชัดเจนดี ข้าน้อยแข็งแรงอยู่เรือน #stay home to help doctors and nurses #อยู่เฮือนเพื่อช่วยท่านหมอและพยาบาล

_จักรพล พุทธพัฒนา : พ่อครูเป็นคนแรกของโลกที่มาเปิดโลกโลกุตระและปรมัตถสภาวะธรรมทั้งปวง..ผมเชื่ออย่างนั้นถูกหรือเปล่าครับ?

พ่อครูว่า…เลยเถิดไปแล้วคุณ อาตมาไม่ใช่คนแรกที่มาเปิดโลกโลกุตระ พระพุทธเจ้าเป็นองค์แรกที่มาเปิดโลกโลกุตระ อาตมาไม่ใช่คนแรก ก่อนที่อาตมาจะมาเกิดก็มีพุทธสาวกเกิดปีกี่รูปก็ไม่รู้อาตมาไม่ใช่คนแรกและไม่ใช่เป็นคนที่สองด้วย 

_ขวัญ เขตบุญ : น้อมกราบนมัสการ พ่อครูด้วยความเคารพอย่างสูงยิ่งค่ะ กราบนมัสการ ท่านสมณะ ท่านสิกขมาตุ ด้วยความเคารพค่ะ เจริญธรรมสำนึกดี ญาติธรรมชาวอโศกทุกท่านค่ะ ลูกคิดว่าโรคโควิด มาปฎิวัติ พฤกรรมของมนุษย์ค่ะ ซึ่งผู้ที่จะอยู่รอดปลอดภัยต้องเป็นลูกพระโพธิสัตวอย่างพ่อครูเจ้าค่ะ

พ่อครูว่า…ไม่เชิงอย่างนั้นทีเดียวหรอกคนอื่นก็สามารถอยู่รอดปลอดภัยได้ แต่อาตมาว่าพวกเรานี้สบายใจกว่าคนอีกเยอะ เพราะว่าพวกเราชาวอโศกนี้ได้เป็นชีวิตปกติมาแล้ว ไม่ใช่ว่าเตรียมตัวเพื่อรับโควิด อาตมาว่าต่อให้ร้ายกว่าโควิด พวกเราก็ยังสบายเพราะว่าเรามีสัปปายะ 4พร้อมอยู่แล้ว ต่อให้หนักกว่าพ่อโควิดมา ก็สบาย

โควิดเป็นเชิงอรูปธรรม เป็นInvisible ไม่เห็นตัวตนเลยนะ แต่มันก็ไปก็มาจริง มีฤทธิ์มีอำนาจ ตอนนี้ดูอเมริกาเขาถือดีอวดดี ก็ดูว่าจะไปถึงไหน จีนมีประชากรมากกว่า แต่ใครจะทำสถิติสูงกว่ากันคอยดู 

_Japth Saitarn สายธาร : ในช่วงงานปลุกเสกฯอยากนิมนต์พ่อครูเทศน์ทุกวันค่ะ

พ่อครูว่า…ก็ปลุกเสกฯมันไม่มีแล้ว

_Somnuek Lailak สมนึก ลายลักษณ์: กราบเท้าเจ้าค่ะพ่อครูฟังธรรมทุกวันแต่ก็มีความสุขมีแต่อยากติดตามคงเป็นกิเลส. แต่ต้องล้างกิเลส อุปกิเลส 16ข้อที่ 16ให้ได้อย่างไรเจ้าค่ะ

พ่อครูว่า…คุณก็ต้องล้างไปเรื่อยๆตั้งแต่ข้อต้น แล้วคุณจะได้รู้สภาวะอาการของอุปกิเลสต่างๆนี้ไปเรื่อยๆจนไปถึงข้อสุดท้าย ปมาทะ คุณจะรู้เองโดยไม่ต้องเชื่อผู้ใด คำนี้สำคัญนะจะรู้เองโดยไม่ต้องเชื่อผู้ใด คำนี้นี่ พระบาลีว่าอะไร คุณจะเชื่อตัวเองโดยไม่ต้องเชื่อผู้ใดเลย ปฏิบัติเลยจะรู้ว่าอาการอย่างนี้เองเป็นอาการไม่ประมาท มันจะต้องระมัดระวังอย่างนี้ สังวรแล้วก็รู้ว่าอย่างนี้ไม่ประมาทเป็นอย่างนี้ 

_เชวง กิจจะบรรณ์ : ตามที่กระผมแสดงความคิดไปนั้นเมื่อฟังพ่อครูตอบแล้วทำไห้รู้สึกชัดขึ้นแล้วว่ากระผมยังมีความอำมหิตและความเมตตาอยู่อย่างละเท่ากันครับ

สู่แดนธรรมว่า…คนนี้เขาเคยส่งมาว่าพวกsms ที่ไม่เข้าท่าไม่ต้องนำมาให้พ่อท่านอ่าน 

_Bigtelecomlao Lao บิ๊คเทเลคอมลาว : ผมดูอยู่ประเทศลาวครับ

_นิรนาม : ถามพ่อว่า ที่ผ่านมาในมหาจักรวาลนี้นอกจากพระสมณะโคดมแล้วยังมีพระพุทธเจ้าอีกมากมาย แล้วทำไมพระพุทธเจ้าธีปังกรกับพระอวโรกิเตสวร 2ท่านนี้ถึงดูเด่น และถูกกล่าวถึงกว่า พระพุทธเจ้าองค์อื่นๆครับ

พ่อครูว่า…ก็ท่านเด่นก็เลยกล่าวถึงมาก ก็ตอบกำปั้นทุบดินไป ก็เป็นสภาวะจริงของแต่ละองค์แต่ละท่าน 

_Kidtog Navaboonniyom สมณะคิดถูก • สิทธิบัตรโคโรนาไวรัส CORONA เป็นไวรัสที่จดสิทธิบัตรอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ที่สหรัฐ C.I.A เป็นเจ้าของสิทธิบัตร

C.I.A. PATENT US7220852B1 – CORONAVIRUS AKA SARS

แล้วมันหลุดจากห้องแล็บมาระบาดที่จีนได้อย่างไร ??? ในสิทธิบัตรด้านล่างเราจะพบหน้าความจริงทั้ง 72 หน้าเพื่อให้คุณสามารถตัดสินได้ว่า“การระบาดที่น่ากลัวอย่างกะทันหัน แท้จริงมาจากไหน??

พ่อครูว่า…เอ๊ จริงหรือเปล่า? เอาล่ะก็ฟังไปเราไม่รู้นะ มีข้อมูลมาเราก็รับรู้ไป

_Khwandin Sing Kham ขวัญดิน สิงห์คำ : ในช่วงงานปลุกเสกฯขอกราบนิมนต์พ่อครูเทศน์ตอนเย็นทุกวันได้ไหมคะ

พ่อครูว่า…เอ๊า ปลุกเสกฯมันมีหรือ ก็มันโดน โคโรน่าขวิดไปแล้ว แต่ถ้าเอาเวลาชองช่วงที่เป็นปลุกเสกฯให้อาตมาเทศน์ทุกวัน…วันนี้วันที่ 8 เลยมาหลายวันแล้วไม่ได้ตั้งต้นตั้งหลักเลย อีกไม่กี่วันก็หมดแล้ว เอาน่า ขนาดนี้ก็ดีแล้ว ตอนนี้ก็แหม วันนี้อาตมาก็รู้สึกว่ามี water มูกอยู่หน่อยๆ 

_ฟ้าพรห์มไพร นาวาบุญนิยม : ช่างเปรียบเทียบได้ดีมาก..ท่านโหราจารย์สู่แดนธรรม

_Ju Kung จู คุง • 33:28 กราบเรียนเสนอให้เทศแนะการทำตัวโดยเฉพาะทำใจ อย่างไรไม่เครียดมาก

พ่อครูว่า…ไม่เครียดมาก อาตมาก็เคยพูด จริงๆแล้วอาตมาไม่รู้ว่าอาการอารมณ์เครียดเป็นอย่างไร อาตมานึกไม่ออก นึกไม่ออกว่าเป็นอาการอย่างไร ก็คิดตามสามัญสำนึก คงเป็นอารมณ์ที่มันไม่โล่งไม่โปร่ง ที่อึดอัด ฮึดฮัด (สู่แดนธรรมว่ามีอารมณ์ความต้องการแล้วไม่สมความต้องการเลยเรียกว่าเครียด) เออ นี่เป็นคำตอบแล้ว คุณก็อย่าไปสร้างความต้องการอะไรให้แก่ตัวเองจะได้ลดความเครียด อาตมาเห็นด้วย จริง อันนี้อาตมาว่าจริง 

คำตอบลึกเข้าไปอีกว่า อาตมานึกไม่ออกว่าอารมณ์เครียดเป็นอย่างไร ไขความว่า อาตมาไม่เคยต้องการที่เมื่อเกิดความไม่สมความต้องการแล้วจะเกิดความเครียด มันเป็นคำตอบ หากต้องการมากได้มาเท่าไหร่เหลือไม่ได้ก็เครียดเท่านั้น ไม่สมใจอะไรขึ้นมาความเครียดมันก็มีจริงอันนี้ก็จริงเหมือนกัน 

_Boy Mungchomklang บอย มุงจอมกลาง •  น้อมกราบนมัสการครับ ได้ฟังแล้วผมรู้สึกลึกซึ้งขึ้นเรื่อยๆครับ ผมจะพยายามทำตามคำสอนไปตามลำดับต่อไปครับ…

_7230พ่อครูตอบปันหาด้วยความเมตตาสุดๆ

พ่อครูว่า…เยอะแยะ sms มันก็ดีทำไปมีผู้ตอบรับดี ดีกว่าเทศน์กับเสา ศ.ศาลาเงียบเหงาไป

_ดิฉัน เข่งใจแก้ว ถูกกักตัว เกิดอุบัติเหตุขาพลิกมา 4 วัน ได้ดูพ่อท่านที่เรือ แต่วันแรกสิกขมาตุกล้าข้ามฝัน เอารถมาเรียกและขนเอาภาชนะตักอาหารมาให้ ซาบซึ้งใจมากค่ะ ต่อๆมาก็มีญาติธรรมอีกหลายคน สุลี ต้อม รุ้ง ผึ้ง รู้ว่าหลายคนมากที่มีจิตใจอันงาม อาหารก็มาก เขียนชื่อทุกคนก็จะยาวไป พ่อท่านพาปฏิบัติพึ่งแก่เจ็บตายกันได้แน่ ช่วงนี้ดิฉันเดินไม่ได้ แต่มือยังทำงานได้อยู่ เย็บหน้ากากอนามัย มาสก์ ใครมาเยี่ยมก็แจกมาสก์คนละชิ้น ยุคนี้พระโพธิสัตว์มาสอนโปรดไม่ฟังไม่สน แต่ในยุคนี้ต้อง Covid 19 มาสอนคนทั้งโลก มาล้างสิ่งสกปรกให้สะอาดทั่วโลก คิดแล้วมันก็มีประโยชน์เหมือนกัน ไม่ใช่มีแต่โทษใช่ไหมคะ 

พระโพธิสัตว์มาสอนบอกให้เลิกละสิ่งที่ตามใจกิเลส โควิด 19 เอาคนให้อยู่กับบ้านได้ทั่วโลกไม่ว่าคนสถานะไหนก็เหมือนกันหมดไม่ว่ารวยหรือจน มองอย่างโลกน่ากลัวมาก แต่มองอย่างธรรมะมีประโยชน์มาก ทำให้คนลดละกิเลสได้ชั่วคราว 

พ่อครูว่า…มาสู่บทเรียน…

สมณะฟ้าไท…เราอยู่ได้สบายเพราะฝึกมานาน จะห้าสิบปีแล้ว อาตมาก็ 30 ปีกว่าแล้ว ก็อยู่ได้สบายๆ ไม่มีปัญหา 

พ่อครูว่า…เราอ่านอัมพัฏฐสูตรมาได้ถึงข้อ 161

วิชชาจรณสัมปทา

[162] อัมพัฏฐมาณพทูลถามว่า ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ ก็จรณะนั้นเป็นไฉน วิชชานั้นเป็นไฉน.

พ่อครูว่า…อัมพัฏฐมานพก็คือนักศึกษา เหมือนยุคนี้ก็คือพระ มีสำนักต่างๆ ยุคพระพุทธเจ้าก็คือพราหมณ์ เรียนไตรเวท แต่ความรู้ของพุทธกับพราหมณ์ก็สลับกันไปมา จนสับสน สับสนในเรื่องพยัญชนะกับสภาวะ 

ผู้ที่ติดใจศึกษาแต่พยัญชนะมากๆแต่สภาวะไม่ค่อยได้ ไม่ค่อยรู้ ไม่ค่อยได้ปฏิบัติแล้วไปหลงพยัญชนะในยุคนี้มีเยอะ แม้แต่ผู้ที่โด่งดังที่ถูกยอมรับในประเทศก็เก่งแต่พยัญชนะ แต่ไม่เก่งสภาวะ จริงๆแล้ว สภาวะกับพยัญชนะนี่ อาตมาอธิบายธรรมะมาถึงวันนี้แล้ว สภาวะกับพยัญชนะคือ 2 ภาษาบาลีคือ เทฺว 

ฉะนั้นผู้ที่เรียนรู้ธรรมะโดยที่แยกเทฺว แยกสภาวะ พยัญชนะ แล้วไม่ชัดเจนว่า อะไรเมื่อไหร่ที่เป็นภาวะของสภาวะ เมื่อไหร่เป็นพยัญชนะ กำหนดไม่แม่นเหมือนนักเล่นกล เดี๋ยวมีเดี๋ยวไม่มี เหมือนกันเลย

คำว่ามายาคำนี้ เป็นผู้ที่ทำให้เกิดความรู้  เกิดความตรัสรู้

สองสภาวะนี้แหละ สูงสุด

เพราะฉะนั้นผู้ที่ไม่สามารถตีแตกเทว ยึดเทว ตีแตกไม่ได้ผู้นั้นคือเทวนิยม แล้วเขาห้ามแตะเทวะของข้าใครอย่าแตะ ยิ่งใหญ่สุดๆแล้ว เขาก็กลายเป็นสภาพเที่ยง(นิยมะ) เทวะเที่ยง แล้วก็จริง คนก็ยึดถืออันนี้พอไปรอด

คำสอนของเทวะสูงสุดเรียกว่าพระเจ้า เทวะยิ่งใหญ่สุดคือพระเจ้า ไม่ว่าจะยุคไหนก็แล้วแต่เป็นคำสอนที่ยึดถือกันมาเสร็จแล้วก็เกิดพระบุตร พระบุตรก็บอกว่า นี่เป็นคำสอนของพระบิดา แล้วก็เอามาประกาศ ห้ามแก้ไขห้ามแตะต้องห้ามเปลี่ยนแปลง เป็นหนึ่ง แล้วคำสอนของพระบิดานี้พระบิดาอยู่ไหนคือใคร มันเป็นเรื่องลึกลับเพราะเขาไม่รู้พระบิดา 

ความจริงนั้นคำสอนนั้นมันไม่ใช่ของพระเจ้าแต่เป็นของพระศาสดาองค์นั้นแหละ แต่เขาไม่รู้ตัวเอง เขาไม่รู้ว่าเขาเองนี้เป็นผู้ที่สั่งสมคำสอน สั่งสมความรู้มาจนกระทั่งมาถึงขนาดนั้น ความไม่รู้ตัวเองจึงไม่รู้ว่าคำสอนนี้เป็นของตัวเอง แต่มีปฏิภาณลึกๆว่า เป็นคำสอนยอดเยี่ยมก็จริง ก็คือความรู้ของพระศาสดาแต่ละองค์นำมาสอน เสร็จแล้วเทวนิยมก็ไม่รู้ก็เลยยึดถือ ฆ่ากันทำลายกันเพราะแตกต่างกัน แต่ของพุทธไม่มีตัวตนที่เป็นเจ้าของเทวะก็เลยไม่มีเรื่องทะเลาะแย่งชิงกรณีศาสดาทะเลาะกัน ตั้งก๊กเป็นศาสดาย่อยทะเลาะกันไม่มี

แต่กระนั้นพุทธก็มีนิกาย แต่นิกายนั้น ทั้งหมดไม่มีใครไปล้มล้างพระไตรปิฎกเป็นแต่เพียงความเห็นแตกต่างกันไปแยกกันไปของแต่ละเจ้าสำนักเท่านั้นสูงสุดเรียกว่านานาสังวาส ส่วนผู้ที่โง่จัดกว่านั้นก็มีความยึดมั่นถือมั่นเกินไปก็แตกเป็นนิกาย เพราะฉะนั้นผู้ใดทำให้เกิดนิกายก็เกิดอนันตริยกรรมของแต่ละคน ผู้ใดที่ยึดถือว่าตัวเองเป็นนิกาย ก็เกิดอนันตริยกรรมของคุณไป เพราะฉะนั้นอย่าเอาคำว่านิกายมาใส่อาตมาเป็นอันขาดอาตมาไม่ยอมรับ ไม่เป็นด้วย ส่วนคุณเองจะมีความเห็นอย่างไรก็แล้วแต่อาตมาไม่เกี่ยวเมื่อจะยืนยันพระไตรปิฎกเรื่องนี้เรื่องเดียวกัน 

อาตมายึดถือพระไตรปิฎกเป็นพระธรรมคำสอนที่เป็นหลักฐานยืนยัน ใครไม่ยอมรับนับถือพระไตรปิฎกนี้ก็ไม่เป็นไร คุณจะไปนับถือพระไตรปิฎกและหมื่นก็แล้วแต่คุณเถอะ แต่ถ้าเล่มเดียวกันก็พยายามตกลงทำความเข้าใจกันก็ขัดแย้งกันได้แน่นอน มีความเห็นไม่ตรงกันทั้งหมดหรอก ก็แย้งกันไปสวนแย้งกันไปกันมา ต่างคนต่างออกความเห็นการวิจัยวิจารณ์กัน ปฏิกโกสนา ค้านกันอย่างแรง ค้านให้คอแตกก็เรื่องของคุณ แต่อย่าเกิดอาการอารมณ์ที่สำคัญคืออย่าไปฟ้องร้องกัน อย่าทำให้เกิดอธิกรณ์อย่าไปฟ้องร้องกันเท่านั้นเอง เอาผิดกันทางอธิกรณ์ไม่ได้ไปก้าวล่วงกันทางอธิกรณ์ไม่ได้ จะไปลงโทษกันถึงขั้นอุกโกตนาก็ไม่ได้ ลงมือลงไม้ไม่ได้

จะแย้งกันด้วยคำพูดยกเหตุผลมาข่มขี่กันแรงอย่างไรก็ได้ไม่ถึงกับต้องด่ากันอย่างหยาบคาย พระพุทธเจ้าอธิบายเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องของนานาสังวาส อาตมาก็ทำตามพระพุทธเจ้า 

(สู่แดนธรรม..ส่วนมากเราก็ทำสองอย่าง เห็นแย้งสองอย่าง คือทิฏฐาวิกรรม)

พ่อครูว่า..เรื่องของสัจธรรม หมู่ที่จะมาร่วมสังฆกรรมจะไม่เห็นแย้งกันรุนแรงหรอก ถ้าเห็นแย้งกันรุนแรงก็ไม่เข้ามาวิเคราะห์วิจัยกันหรอกต่างคนต่างแยกตัวใครตัวมันไม่มาเข้ากับหมู่ เพราะฉะนั้นก็แค่ ทิฏฐาวิกรรม

ส่วนปฏิกโกสนานี้ก็ค้านแย้งอย่างจัง อาตมาก็ค้านไป คนอื่นก็ค้านมาได้อย่างแรงก็ได้ ถ้าคุณหยาบ คุณผิดก็บาปของคุณ​ ส่วนคุณจะตะโกนให้ดังเท่าไหร่คอจะแตกก็เป็นของคุณไม่เห็นเป็นไรคุณก็ทำไป ไม่มีปัญหา ต่างคนต่างทำตามเรื่องของมัน 

อัมพัฏฐะก็ศึกษาไตรเวท แย้งกันไปมาโดยมุมมองต่างกัน ยุคนี้เห็นว่าสิ่งถูกสิ่งหนึ่งไม่ถูก อีกยุคหนึ่งก็เห็นว่าสิ่งนี้ไม่ถูกสิ่งนี้ถูก ก็ตัดสินตามหลักมหาปเทส เอาองค์ประกอบที่เห็นควร อันนี้ไม่ควร ก็เอาคำสอนของพระพุทธเจ้าเป็นหลักมีข้อห้ามหรือข้ออนุญาต สิ่งใดที่ห้ามไว้ก็ไม่ทำ อะไรอนุญาตก็ทำเท่าที่ท่านไม่ห้ามและอนุญาต แต่ถ้าไม่มีท่านอนุญาตหรือห้ามไว้เราก็เอาองค์ประกอบมาตัดสินเอง ท่านไม่ได้ห้าม แต่สิ่งนี้ไม่ควรเข้ากับสิ่งไม่ควร แต่ขัดกับสิ่งควร สิ่งนั้นก็ไม่ควร 

มหาปเทส 4

  1. สิ่งใดที่เราไม่ได้ห้ามไว้ว่า  สิ่งนี้ไม่ควร หากสิ่งนั้นเข้ากับสิ่งที่ไม่ควร  ขัดกับสิ่งที่ควร สิ่งนั้นไม่ควรแก่เธอทั้งหลาย  

  2. สิ่งที่เราไม่ได้ห้ามไว้ว่า  สิ่งนี้ไม่ควร หากสิ่งนั้นเข้ากับสิ่งที่ควร  ขัดกับสิ่งที่ไม่ควร สิ่งนั้นควรแก่เธอทั้งหลาย

  3. สิ่งใดที่เราไม่ได้อนุญาตไว้ว่า  สิ่งนี้ควร หากสิ่งนั้นเข้ากับสิ่งที่ไม่ควร  ขัดกับสิ่งที่ควร สิ่งนั้นไม่ควรแก่เธอทั้งหลาย  

  4. สิ่งใดที่เราไม่ได้อนุญาตไว้ว่า  สิ่งนี้ควร หากสิ่งนั้นเข้ากับสิ่งที่ควร  ขัดกับสิ่งที่ไม่ควร สิ่งนั้นควรแก่เธอทั้งหลาย. 

(พระไตรฯ ล.5  ข.92) 

คุณก็ต้องประมวลเอาเองตัดสินเอาเองว่าอันไหนควรหรือไม่ควร รายละเอียดที่ลึกซึ้งพวกนี้ก็อยู่ที่แต่ละคนที่จะต้องใช้ปฏิภาณไหวพริบความรอบรู้พิจารณาจริงๆ อาตมาก็ใช้ จริงๆแล้วทุกคนใช้โดยสามัญมีมากมีน้อยก็แล้วแต่ตามจริงของแต่ละคน พระพุทธเจ้าเอาความจริงมาตรัสเท่านั้น 

อัมพัฏฐมานพก็เหมือนศิษย์เอก แล้วคะนองเกินครู โปกขรสาติพราหมณ์ก็เลยปัดด้วยเท้าให้ ที่จริงก็คือเตะเข้าให้น่ะ ที่ไปทำขายหน้าครู ใช้เท้าปัดจนล้มเลย คือเตะนั้นเอง 

ยุคของพระพุทธเจ้า พราหมณ์ ก็เสื่อมก็ต่ำกว่ากษัตริย์ 

ยุครัตนโกสินทร์ ยุคนี้กษัตริย์ดีแต่พราหมณ์ หรือพระเสื่อม กษัตริย์ มีคุณธรรมมีความรอบรู้องค์รวมสูงกว่า 

สมจริงดังคาถาที่สนังกุมารพรหมได้ภาษิตไว้ ดังนี้

คาถาสนังกุมารพรหม

 [159] กษัตริย์เป็นผู้ประเสริฐที่สุด

                  ในหมู่ชนผู้รังเกียจด้วยโคตร

                   ท่านผู้ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะเป็นผู้ประเสริฐที่สุด

                   ในหมู่เทวดาและมนุษย์.

 [160] ดูกรอัมพัฏฐะ ก็คาถานี้นั้น สนังกุมารพรหมขับถูกไม่ผิด ภาษิตไว้ถูก ไม่ผิดประกอบด้วยประโยชน์ ไม่ใช่ไม่ประกอบด้วยประโยชน์ เราเห็นด้วย ดูกรอัมพัฏฐะ ถึงเราก็กล่าวเช่นนี้ว่า

 [161] กษัตริย์เป็นผู้ประเสริฐที่สุด

                  ในหมู่ชนผู้รังเกียจด้วยโคตร

                   ท่านผู้ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะเป็นผู้ประเสริฐที่สุด

                  ในหมู่เทวดาและมนุษย์.

จบ ภาณวารที่หนึ่ง

วิชชาจรณสัมปทา

[162] อัมพัฏฐมาณพทูลถามว่า ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ ก็จรณะนั้นเป็นไฉน วิชชานั้นเป็นไฉน.

พ่อครูว่า..ในที่สุดก็สารภาพมาว่าไม่รู้จักจรณะ พระพุทธเจ้าไล่เรียงจนจำนน สุดยอดของไตรเวทย์ก็คือวิชชาและจรณะ แล้วมันคืออย่างไรสุดท้ายก็ยอมรับว่าไม่รู้ เหมือนกัน ยุคนี้ก็ไม่รู้จักจรณะ เมื่อไม่รู้จรณะ จึงไปหลงนั่งหลับตา เพราะฌานหลับตาเป็นของเดียรถีย์ แต่ฌานของพุทธต้องมีจรณะ 11 โดยเฉพาะต้องมี อปัณกปกิปทาคือ สำรวมอินทรีย์ โภชเนมัตตัญญุตา ชาคริยานุโยคะจึงเป็นการปฏิบัติที่ไม่ผิดของพระพุทธเจ้า 

ไปหลับตาปฏิบัติก็ไม่มีการสำรวมอินทรีย์ หลับตามีแต่มืด ไม่มีชาคริยานุโยคะไม่ตื่นอีก 5 ทวาร ไม่ได้ตื่นหรืออะไรเลยอยู่ในแต่ความหลับอยู่ในภพ 1ทวาร ไม่ใช่ของพุทธ

อาตมาคงต้องพูดเสียหอกจนหักไปอีกหลายร้อยเล่ม เขาไม่ยอมกระเตื้องเลย มันไม่ใช่ อาตมาไม่ได้พูดเอง เอาหลักฐานมาอ้างอิงยืนยันให้ฟังหมดเลย อย่างที่กำลังอธิบายนี้ 

_สู่แดนธรรมว่า…มีคนถามผมว่า ทำไมพ่อท่านเอาอัมพัฏฐสูตรมาสอน ผมก็นึกไม่ออก วันนี้ก็เลยนึกออกว่า พ่อท่านนำเอาวิชชาและจรณะมาเผยแพร่ใช่ไหมครับ 

พ่อครูว่า..ใช่ วิชชาจรณะ เป็นพุทธคุณของพระพุทธเจ้า ในพุทธคุณ 9 ก็มีวิชชาและจรณะเป็นตัวยืนยันว่าเป็นพุทธคุณ นอกนั้นก็เป็นองค์ประกอบ เนื้อแท้นั้นอยู่ตรงนี้แหละของศาสนาพุทธเนื้อแท้อยู่ตรงนี้ พอจะเข้าใจกันไหมนี่ คือในแกงเทโพ จะมีเนื้อพุงปลาเทโพอยู่ชิ้นหนึ่งเท่านั้นนั่นแหละ คือวิชชาจรณะก็คือเนื้อปลาเทโพ ใครเจอพุงปลาเทโพ อีสานเรียกพุงปลาปึ่ง มันหยด ใครเจอชิ้นนี้ก็ได้ยอดไปเลย 

_สู่แดนธรรมว่า…ในพุทธคุณ 9 วิชชาจรณะขยายว่า เป็นพระพุทธเจ้าเป็นพระอรหันต์ก็เพราะว่าสิ่งนี้แหละ

พ่อครูว่า…นอกนั้นเป็นเครื่องขยายฐานะ แต่เนื้อแท้นั้นคือ วิชชาและจรณะ ท่านได้พยากรณ์ไว้ตั้งแต่สมัยนั้นว่าจะเกิดความเสื่อมจากการปฏิบัติออกป่าไปหาอาจารย์ในป่าในอนาคตซึ่งในยุคนี้ 

พระพุทธเจ้ามาประกาศศาสนาพุทธในดงคนเสื่อม ฉันเดียวกับอาตมากำลังมาพูดธรรมะพระพุทธเจ้าอยู่ในดงคนเสื่อมของศาสนาพุทธ เป็นแต่เพียงรากฐานของศาสนาพุทธมีตำราอยู่ก็สบายขึ้น แต่ของพระพุทธเจ้าท่านยากกว่าอาตมามากเพราะมันไม่มี ท่านเป็นเจ้าของตำรา แต่ของอาตมานั้นตำราเป็นของพระพุทธเจ้ามีแล้วทุกอย่าง เป็นแต่เพียงยกขึ้นมายืนยันเท่านั้นเอง อาตมาก็ค่อยยังชั่วกว่าพระพุทธเจ้าเยอะ 

_สู่แดนธรรมว่า..ยุคนั้น พระพุทธเจ้าบอกว่าพราหมณ์นั้นเสื่อมกว่ากษัตริย์เพราะว่าในยุคนั้นไม่มีพุทธแล้วนั่นเอง 

พ่อครูว่า…ในยุคนี้ก็เหมือนกันพระภิกษุหรือพราหมณ์ได้เสื่อมไปหมดแล้วมีกษัตริย์ที่ยืนยันรักษาราชธรรมไว้

พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่าการออกป่าเสื่อมแล้วเป็นทางเสื่อมไกลจากวิเวก ยืนยันออกป่าก็เสื่อมแล้ว เข้าใจว่าวิเวกต้องเอากายออกป่า แล้วไปนั่งหลับตาสมาธิอีกก็ยิ่งไกลจากวิเวก เลยได้แต่เป็นพวกมีกิเลสมากปิดบังไว้แล้ว ตั้งอยู่ในความหลง จมอยู่ในความหลง แต่ละคำเป็นหอกเสียบเข้าไป แล้วถ้าไม่เคยรู้เรื่องกันก็ไม่รู้จะว่ายังไงเป็นความยึดมั่นถือมั่นเป็นความโง่ปิดหูปิดตา ยึดมั่นถือมั่น 

เป็นเรื่องอจินไตยที่อาตมาต้องหนักในการมาฟื้นฟูธรรมะ ได้ลองของมาก คืออาตมาเกิดมาตัวเปล่าเล่าเปลือย ไม่มีสำนัก ไม่มีครูบาอาจารย์ ไม่มีศิษย์พี่ศิษย์น้องไม่มีนักธรรมตรีโทเอก ไม่มีอลังการอะไรเลยตัวเปล่าเล่าเปลือย มาบอกว่าฉันนี่แหละทรงเครื่อง คนก็ว่าอะไร?​โลกุตระหายไปแล้วด้วย ก็ค่อยกระเตื้องขึ้นมา ธรรมะพระพุทธเจ้าเป็นโลกุตระธรรม โลกียธรรมมันเป็นเรื่องของชาวโลก ศาสดาไหนๆเขาก็สอน สอนกันเก่งด้วย มันก็วนเวียนอยู่ในนั้นไม่มีทางไปนิพพาน เสียเวลาไปสอนทำไม อาจารย์ศาสดาเหล่านี้สอนกันอยู่เต็มโลกศาสนาเทวนิยม แต่การสอน อเทวนิยมโลกุตระ มีศาสนาเดียวของพระพุทธเจ้านี่แหละที่สอน 

อัมพัฏฐมานพ เก่งไตรเวท

นิมนต์พ่อครูจิบน้ำ…

สิกขมาตุกล้าข้ามฝัน…

พ่อครูว่า..ต้องขยายความภาคประพฤติต่อไป ส่วนวิชชา คือความรู้ ความฉลาด หรือปัญญา ต้องประกอบไปด้วยกัน หากว่าการปฏิบัติไม่มีญาณปัญญาไม่มีความรู้ไม่ได้ ปัญญาคือธาตุรู้ที่เป็นยาดำไว้ ในจรณะทั้งหมด 

อัมพัฏฐมานพสารภาพกับพระพุทธเจ้าว่า ตำราก็ท่องได้จริงแต่ว่าวิชชาและจรณะเป็นไฉน?

_[162] อัมพัฏฐมาณพทูลถามว่า ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ ก็จรณะนั้นเป็นไฉน วิชชานั้นเป็นไฉน. 

พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า ดูกรอัมพัฏฐะ ในวิชชาสมบัติและจรณสมบัติอันเป็นคุณยอดเยี่ยม เขาไม่พูดอ้างชาติอ้างโคตรหรืออ้างมานะว่า ท่านควรแก่เรา หรือท่านไม่ควรแก่เรา 

อาวาหมงคล วิวาหมงคล หรืออาวาหวิวาหมงคล มีในที่ใด ในที่นั้นเขาจึงจะพูดอ้างชาติบ้างอ้างโคตรบ้าง หรืออ้างมานะบ้างว่า ท่านควรแก่เรา หรือท่านไม่ควรแก่เรา ชนเหล่าใดยังเกี่ยวข้องด้วยการอ้างชาติ ยังเกี่ยวข้องด้วยการอ้างโคตร ยังเกี่ยวข้องด้วยการอ้างมานะ หรือยังเกี่ยวข้องด้วยอาวาหวิวาหมงคล ชนเหล่านั้น ชื่อว่ายังห่างไกลจากวิชชาสมบัติ และจรณสมบัติอันเป็นคุณยอดเยี่ยม 

การทำให้แจ้งซึ่งวิชชาสมบัติและจรณสมบัติ อันเป็นคุณยอดเยี่ยมย่อมมีได้เพราะละการเกี่ยวข้องด้วยการอ้างชาติ ความเกี่ยวข้องด้วยการอ้างโคตร ความเกี่ยวข้องด้วยการอ้างมานะ และความเกี่ยวข้องด้วยอาวาหวิวาหมงคล.

พ่อครูว่า…พูดตรงๆ เวลาไปกับพิธีกรรม ทรมานคนที่ต้องไปร่วม ซึ่งเป็นเรื่องที่หลงเลอะ อาวาหวิวาหมงคล 

เห็นชาวอโศกไหมหลุดพ้นจากเรื่องเหล่านี้มาได้แล้ว 

สมมุติว่าอาตมาจะยืนยันว่าอาตมาเป็นพระเถระจากสมัยพระพุทธเจ้ามาก็อ้างได้แต่อาตมาไม่อ้างแบบนั้น 

แต่มายืนยันกันว่าผู้ที่แสดงธรรมแสดงจรณะวิชชา เนื้อหาของจรณะและวิชชานั้นใครแสดงอย่างไร ตื่นหรือเอาไปปฏิบัติได้ไหม เรียนรู้และได้รับผลจากจรณะเป็นปัญญาเป็นวิชาหรือไม่ เมื่อพูดถึงตรงนี้แล้วชาวอโศกได้เรียนรู้วิชชาจรณะจากสมณะโพธิรักษ์แล้วมีไหม มีไหมจรณะ มีไหมวิชชา ได้บรรลุวิชชาจรณะไหม ยืนยันได้ ไม่ได้พูดหลงเลอะ แล้วมีมานะว่าไม่มีหรอก พวกอโศกไม่มีหรอก ก็ไม่เป็นไรให้เขาว่าไป 

แต่เรามี ฌานที่เกิดจากจรณะ 11 ไหม นี่คือของชาวอโศกอยู่ในวิชชาจรณะไม่ได้ออกนอกรีตของพระพุทธเจ้า อาตมายืนยันว่าอธิบายได้มีผู้ปฏิบัติตามได้ด้วยอย่างมีมรรคผลอีก จริง ยืนยันกันอย่างนั้นเลยไม่ใช่เรื่องลอยลมเพ้อฝันพูดโกโก้ ไม่ใช่

_[163] ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ จรณะนั้นเป็นไฉน วิชชานั้นเป็นไฉนเล่า.

ดูกรอัมพัฏฐะ พระตถาคตเสด็จอุบัติในโลกนี้ เป็นพระอรหันต์ ตรัสรู้เองโดยชอบถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ เสด็จไปดีแล้ว ทรงรู้แจ้งโลกเป็นสารถีฝึกบุรุษที่ควรฝึกไม่มีผู้อื่นยิ่งกว่า เป็นศาสดาของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย เป็นผู้เบิกบานแล้ว เป็นผู้จำแนกพระธรรม

พระตถาคตพระองค์นั้น ทรงทำโลกนี้ พร้อมทั้งเทวโลก มารโลก พรหมโลก ให้แจ้งชัดด้วยพระปัญญาอันยิ่งของพระองค์เองแล้ว ทรงสอนหมู่สัตว์พร้อมทั้งสมณพราหมณ์เทวดาและมนุษย์ให้รู้ตามทรงแสดงธรรมงามในเบื้องต้น งามในท่ามกลาง งามในที่สุด ทรงประกาศพรหมจรรย์พร้อมทั้งอรรถ พร้อมทั้งพยัญชนะ บริสุทธิ์บริบูรณ์สิ้นเชิง คฤหบดี บุตรคฤหบดี หรือผู้เกิดเฉพาะในตระกูลใดตระกูลหนึ่ง ย่อมฟังธรรมนั้น ครั้นฟังแล้วได้ศรัทธาในพระตถาคต เมื่อได้ศรัทธาแล้ว ย่อมเห็นตระหนักว่า ฆราวาสคับแคบ เป็นทางมาแห่งธุลี บรรพชาเป็นทางปลอดโปร่ง การที่บุคคลผู้ครองเรือนจะประพฤติพรหมจรรย์ให้บริบูรณ์ให้บริสุทธิ์ โดยส่วนเดียวดุจสังข์ขัด ไม่ใช่ทำได้ง่าย ถ้ากระไร เราพึงปลงผมและหนวด นุ่งห่มผ้ากาสาวพัสตร์ออกบวชเป็นบรรพชิต สมัยต่อมาเขาละกองโภคสมบัติน้อยใหญ่ ละเครือญาติน้อยใหญ่ปลงผมและหนวด นุ่งห่มผ้ากาสาวพัสตร์ออกบวชเป็นบรรพชิต เมื่อบวชแล้วสำรวมระวังในพระปาติโมกข์อยู่ ถึงพร้อมด้วยมารยาทและโคจร มีปกติเห็นภัยในโทษเพียงเล็กน้อยสมาทานศึกษาอยู่ในสิกขาบททั้งหลาย ประกอบด้วยกายกรรมวจีกรรมที่เป็นกุศล มีอาชีพบริสุทธิ์ถึงพร้อมด้วยศีลคุ้มครองทวารในอินทรีย์ทั้งหลาย ประกอบด้วยสติสัมปชัญญะ เป็นผู้สันโดษ.

พ่อครูว่า…อธิบายอันนี้ 3 ปี 8 ปี ที่อ่านมาครบ ก็คือธรรมะพระพุทธเจ้าทั้งหมด อาตมาไม่ใช่พระพุทธเจ้าแต่ก็เรียนมาจากพระพุทธเจ้า และก็ เปลือง ยืนยันว่าอาตมาเป็นผู้ที่เอาของพระพุทธเจ้ามาประกาศตอนนี้ เพราะตอนนี้มันเสื่อมไปหมดแล้ว พูดกันจริงๆอย่างนี้ไม่ไว้หน้า แม้แต่เถรสมาคม หรือที่ใดๆก็เสื่อม ขณะนี้ศาสนาพุทธในเมืองไทยเต็มไปด้วยใบไม้ดอกและผลไม่มีสะเก็ด ไม่มีเปลือกไม่มีกระพี้…ไม่ต้องพูดถึง ไม่มีแก่น ไม่มีทางเป็นไปได้เลย กระพี้คือปัญญาก็ไม่มีมีแต่เฉโก เปลือกคือสมาธิก็ไม่มีมีแต่สมาทุ 

คือ มันไม่เป็นสมาธิ สมาธิแปลว่า จิตตั้งมั่น สมาธิเป็นอจินไตย เป็นอุตริมนุสธรรมไม่ใช่ง่ายๆ เป็นคุณณวิเศษ แต่สมาธิของฤาษีนั้นทำกันง่ายๆบอกว่าจะนั่งสมาธิกัน 3 ชั่วโมงอะไรเป็นต้น แต่ไม่มีทางที่จะได้สมาธิแบบของพระพุทธเจ้าที่มีสัญญากำหนดว่าสมาธิคืออะไร สมาธิของท่านสัญญาอย่างหนึ่งแต่คนทั้งหลายที่เป็นพุทธศาสนิกชน แม้แต่ครูบาอาจารย์ศาสนาพุทธก็สัญญาว่าสมาธิคืออีกอย่างหนึ่ง ไม่ตรงกับที่โพธิรักษ์หมาย

สู่แดนธรรมว่า…ไม่ใช่คุณวิเศษแต่เป็นโทษวิเศษ

พ่อครูว่า..ไปกันคนละเรื่องเลย สมาธิอย่างที่มหาบัวได้ ปึ๊งปั๊ง วันนี้ฆ่ากิเลสได้หมดจำได้ตั้งแต่วันนั้นวันนี้ได้รู้แล้ว แต่แม่แต่ภายนอกยังเสพติดและอบายมุขเสพติดของยาเสพติดสิ่งเสพติดที่คนทั่วไปเขาก็รู้ ขนาดที่คุณป้าคุณยายที่บ้านก็เลิกกันหมดแล้วหมากพลู 

สู่แดนธรรมว่า…ที่ได้คุณวิเศษก็ไปได้สิ่งที่พระพุทธเจ้าห้ามพูดห้ามแสดง 

พ่อครูว่า..แล้วมาแสดงปึ๊งปั๊งๆ พอเราเอา

สมาธิของพระพุทธเจ้ามาแสดงตั้งแต่ศีลข้อที่ 1 เขาไม่เห็นสำคัญ พวกเราน่าจะภาคภูมิใจว่าพวกเราเป็นคนที่มีศีลตั้งแต่ศีลข้อที่ 1 ไม่มีการบกพร่องไม่มีการละเมิด พวกเราเป็นคนมีศีลจริงๆสังวรศีลระวังจริงๆอยู่ในเครื่องกินเครื่องใช้ที่เราทำอยู่ก็สังวรศีลลดละจริงๆ พยายามตื่นรู้อย่าไปหลงหลับใหล ตรงกันกับจรณะ 15 แล้วก็มีความเชื่อว่ามีศรัทธาจริงๆ ว่าเราเป็นคนมีศีลเราเป็นคนดี ไม่ใช่ว่าถือศีลเท่ๆโก้ๆ เขื่องๆไม่ใช่ แต่ถือศีลแล้วจะเป็นคนดีเป็นคนบริสุทธิ์เป็นคนเจริญขึ้นมามีจิตที่เมตตาสัตว์จริง 

คุณจะมีจิตเมตตาอย่างไรก็แล้วแต่ คุณจะรู้ตัวเอง ก็อยู่กับสัตว์เป็นเพื่อนทุกข์ไม่ใช่พูดแต่ปากแม้แต่สัตว์ใจสัตว์เล็กสัตว์น้อย ก็มีความเอ็นดูหวังประโยชน์ต่อสัตว์ทั้งปวงอยู่ ไม่ทำร้ายมันจริงๆไม่ละเมิดกันแม้กระทั่งว่า ไม่ต้องกินเนื้อสัตว์เลย กินแต่พืช ก็มั่นใจว่ามันไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไรเลย กินแต่พืชก็อยู่ได้ แล้วจริงๆก็จริงด้วย เพราะว่าพืชคืออาหารของคนของมนุษย์ที่ดีที่สุด 

เพราะฉะนั้นพวกเรานี่ทำแล้ว โลกทั้งโลกเขาก็จะค่อยๆเข้าใจว่าพวกนี้มันเป็นความรู้ที่ เผินๆตื้นๆ หรือที่จริงมันเป็นความรู้ที่ลึกมาก เป็นคนไม่กินเนื้อสัตว์ ที่มันสำคัญก็คือไม่กินเนื้อสัตว์แล้วเรารู้ได้ว่าเราติดใจในเนื้อสัตว์หรือไม่ เพราะว่าเราไปติดใจในรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสไปติดใจในอุปาทานต่างๆ เราไม่มีทางอุปาทานไม่มีทั้ง กาม รูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสไม่ติดเลยอันนี้ต่างหากฟคือปรมัตถสัจจะที่สุดยอดที่เราไม่กินเนื้อสัตว์ 

สมณะฟ้าไท สรุปจบ