ศาสนา

630127_รายการสำมะปี๋ซี่วิต บ้านราชฯ ครั้งที่ 87

อ่านทั้งหมดที่ หรือดาวโหลดเอกสารที่…https://docs.google.com/document/d/1uvI_TKGldzMxgimKWrKizin-lgHFkKBqEWmIzGkuMbc/edit?usp=sharing                     

ดาวโหลดเสียงที่  https://drive.google.com/open?id=1wu1shjnDqsPc8twFI4jjJoXmqxqVt9Mk 

พ่อครูว่า… SMS วันที่ 26 ม.ค. 2563 (วิถีอาริยธรรม : พ่อครู บ้านราช)

_เจิน วดี : พ่อครูทำงานตลอดเลยค่ะ อยากเห็นเอาภาระกันอย่างนี้ในสังคมมากๆค่ะ

พ่อครูว่า..คนเราไม่เอาภาระก็สอบตกความเป็นคน เอาภาระในเรื่องของสิ่งแวดล้อม แม้ว่าเราอยู่คนเดียวก็ต้องดูสิ่งแวดล้อมที่เราอยู่ด้วยดินน้ำไฟลมต้นหมากรากไม้ สิงสาราสัตว์ ถ้าใครไม่รู้เรื่องเลย สิงสาราสัตว์มันจะมายังไงไปยังไงไม่ช้าไม่นานก็ตาย สิงสาราสัตว์มันเอาตาย เพราะฉะนั้นเราจะต้องรู้หน้าที่ อย่างน้อยภาระที่จะต้องจัดแจง จนกระทั่งจัดแจงมากจัดเกินควร ทุกวันนี้เกินควรอยู่เยอะ จนกระทั่งบางที่บางแห่งบางคน อยู่กับสิ่งแวดล้อมนี้แล้วอยู่ไม่ได้ ไม่ใช่เป็นโรคอะไร เป็นโรคที่ทนกับสิ่งแวดล้อมไม่ได้เขาเรียกว่าภูมิคุ้มกันต่ำ คนที่ภูมิคุ้มกันต่ำคือพวก HIV โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง อะไรนิดอะไรหน่อยมาแตะต้องก็ตาย อ่อนแอ

_จักรพล พุทธพัฒนา : พระอรหันต์ต้องมีสมมุติ(รูปแบบ)กับปรมัตถ์ต้องชัดเจนในเรื่องของศีล5-8-10และศีล43ครับ / พระอรหันต์สมัยพุทธกาลไม่สูบบุหรี่กินหมากไม่เล่นไสยศาสตร์และเครื่องลางของขลังฯลฯแต่สมัยนี้มีเพียบ!!!

พ่อครูว่า..ศีลศึกษา คือ จุลศีล เป็นคำสอนเบื้องต้นเลย แต่ภิกษุทุกวันนี้ไม่ได้เรียนกัน แค่วินัยก็ไม่ไหวแล้วเลอะเทอะ ถ้าเผื่อว่าผู้ใดรู้จักเหตุปัจจัย ถ้าเรามีปฏิภาณปัญญาเข้าใจว่ามีอะไรบ้าง พระพุทธเจ้าตั้งเป็นศีล  มีสิ่งแวดล้อมรอบตัวเรามีคนมีสัตว์สิ่งของพืชพันธุ์ธัญญาหาร กระทบทางหูจมูกลิ้นกาย เราก็จะต้องรู้จักรู้เท่าทัน เมื่อกระทบแล้วก็จะมีสิ่งสะท้อนตอบ แล้วคนก็คือมีจิตวิญญาณสะท้อนตอบออกมา ถ้าเผื่อว่ามีกิเลสก็จะมีกิเลสมาปรุงแต่ง คนเราที่ไม่ได้เรียนรู้ธรรมะก็สะท้อนตอบมามีกิเลสทั้งนั้นจนกระทั่งมาศึกษารู้เท่าทันไม่รู้สิ่งนี้ รู้เท่าทันกิเลส แล้วก็กำจัดกิเลส เลยกลายเป็นคนที่มีประโยชน์คุณค่าพัฒนาได้สูง นี่คือศาสนาพุทธที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสรู้สุดยอด 

เดี๋ยวนี้แย่ลงจนกระทั่งไม่รู้จักภพชาติ สัมภเวสี จิตวิญญาณที่ควรศึกษาเหมือนที่อ่านของอาจารย์มั่นหรือมหาบัว อย่าว่าแต่เกิดมายาซ้อน เป็นสภาพปรุงแต่งซ้อนเป็นสัมภเวสี ซึ่งมันไม่มีจริง มันเป็นเรื่องที่ไปทำเป็นรู้ ด้วยการปรุงแต่งจิตของตัวเองเป็นเรื่องเป็นราว เพราะฉะนั้นแม้แต่การปรุงแต่งเรื่องของวิมานสวรรค์ 6 ชั้นก็ดี มันเป็นเรื่องเลอะ ศาสนาพุทธมาเรียนรู้สิ่งเหล่านี้และสุดท้ายให้มีความเข้าใจซึ่งตอนนี้ เป็นเรื่องให้ห่าง แต่มันซ้อนที่ว่ามันมีจริงๆสำหรับคนโง่ คนอวิชชา มีจริงๆแล้วก็ติดยึด แย้งกันยากเถียงกันยากเพราะเขามีภูมิธรรมอย่างน้น 

เมื่อมาล้างอุปาทานก็จะรู้ว่าสิ่งเหล่านี้ เป็นเพราะตัวเองหลงมายาติดในมายา สิ่งที่สัมผัสทางตาหูจมูกลิ้นกาย คนไทยจีนแขกฝรั่งกระทบสิ่งนั้นสิ่งนี้ แล้วถ้าเป็นพระอรหันต์ด้วยกันหมด ไม่ว่าจะเป็นชนชาติใด กระทบสัมผัสนั้นรู้สิ่งนั้นตามความเป็นจริงจะรู้เหมือนกันหมด ไม่มีเวทนาซ้อนไม่มีอะไรเป็นภาวะสอง เป็นหนึ่งเดียวกันหมด รู้ความจริงตามความเป็นจริง 

สิ่งที่มันรู้เกินความจริงนั้นเป็นภาวะของมายาทั้งนั้น 

_บุญมี โคอินทร์ : กราบนมัสการพ่อท่านทำไมทุกวันนี้คนฆ่ากันง้ายเป็นเพราะอะไรครับ

พ่อครูว่า..เพราะกิเลสหนาแน่น กิเลสแรงจัด

_สำราญ สิงห์อาจ : พ่อครูพูดถูกต้องครับ พ่อครูคือสมณะ

_เชวง กิจจะบรรณ์ : พ่อครูยิ่งเหนือกว่าพระท่านคือสมณะ

_คำถามที่ขอร่วมรายการสำมะปี๋ฯวันนี้ 27 มค. 63  ในนามกลุ่ม

สัมมาบัณฑิต….มีดังนี้….

 @1. พ่อท่านจะมาเกิดในสุวรรณภูมิอีกหลายชาติรึไม่? เพื่ออะไร?..(ชาติต่อไป จะปรับไปในรูปของคฤหัสถ์/ฆราวาส..ได้บ้างไหม?)

พ่อครูว่า..ถาม? อาตมาจะมาเกิดหรือไม่มาเกิดแล้วมันเป็นอย่างไร คุณน่าจะพยายาม ตอนนี้เป็นปัจจุบันธรรม อาตมามาเกิดแล้วก็เป็นอยู่แล้ว แม้ว่าชาติหน้าอาตมาจะมาเกิดอีก แล้วคุณเองจะมาเกิดหรือไม่มาเกิดจะได้มาพบอาตมาหรือไม่มาพบ หรือว่าอาตมาเกิดแล้วคุณก็ไปไหน ก็ไม่รู้ เพราะฉะนั้นถามไปก็ไม่รู้จริง อาตมาจะไปตอบอจินไตยตอนนี้ไม่ได้หรอก ไม่บังอาจที่จะไปสู่รู้ขนาดนั้น 

ถามว่าเพื่ออะไรอันนี้พอตอบได้…อาตมาเกิดมาเป็นคนอยู่ตลอดเวลา ก็จะต้องเพิ่มภูมิไปสู่พุทธภูมิแน่นอน 

@2. เท่าที่ทำงานกับคนไทยมากว่า ครึ่งศตวรรษ…พ่อท่านได้สรุปบทเรียนกับตนเองอย่างไรบ้าง..พอจะเล่าประสบการณ์ให้ลูกหลานเรียนรู้ได้บ้างไหม?

พ่อครูว่า..คนนี้แสดงว่าฟังธรรมอาตมาไม่รู้เรื่องหรือไม่ได้ฟังธรรม อาตมาแสดงธรรมะทำให้เกิดความประสบผลสำเร็จพอสมควรทำให้เกิดโลกุตรธรรมลกุตธรรมขึ้นมา ซึ่งมันหายไปจากสังคมพุทธแล้ว ก็รู้จักโลกุตรธรรมรับโลกุตรธรรม เอาไปปฏิบัติจนเกิดมรรคผลได้ เกิดเป็นคนที่เป็นพระอาริยะเกิดชุมชน ที่อาตมาพูดโดยไม่กระดากปาก ว่าเป็นชุมชนอาริยะ เป็นชุมชนคนบรรลุธรรมถึงขั้นโดยค่ารวมแล้วเป็นถึงขั้นอนาคามี มีคุณธรรมถึงขั้นสาธารณโภคี ซึ่งมันเป็นการพิสูจน์ธรรมะที่ยิ่งใหญ่มาก แต่คนยังไม่ค่อยเข้าใจไม่มีภูมิปัญญามารู้ทันสิ่งเหล่านี้ ยังไม่รู้จักคุณค่าของพฤติกรรมมนุษย์ ที่เกิดในสังคม ที่จะมีเศรษฐกิจที่สุดยอด รัฐกิจก็สุดยอด สังคมกิจก็สุดยอด นี่ไม่ได้พูดหลงเลอะ แต่พูดตามความจริง 

@3. พ่อท่านพอจะบอกลูกๆได้ไหมว่า สุขภาพของพ่อท่านโดยรวม..จะไปถึง 100ปีรึไม่?

พ่อครูว่า..ใครว่าจะถึงไหม?….ถึง เอาหลักวิชามาจับอาตมาทำครบ 8 อ. อาตมาเคยพูดตั้งแต่หนุ่มๆว่า คนแก่อายุ 80 ก็แก่นะ คนแก่ที่คล่องแคล่ว อาตมาดูแล้วศรัทธา พอมาเจอกับตัวเองเข้าก็เลยศรัทธาตัวเอง 

_ผมขอตั้งคำถามอีกธงหนึ่งว่า….

  1. 0.20น ที่พ่อท่านบรรลุธรรมหมดสงสัย กังขา สิ้นอวิชชา นั้นจิตโพธิสัตว์ได้จุติทันทีพร้อมกันเลยใช่ไหมครับ…หรือต่อเนื่องกัน

พ่อครูว่า..ใช่ และต่อเนื่องกันเลย ถึงบอกว่ามาทำงานโพธิสัตว์ ตลอดเวลา 

  1. โพธิสัตว์แต่ละระดับจะใช้อะไรเป็นเครื่องวัดว่า…สอบผ่านระดับ 1-2-3-4-5-6-7  ครับ… 

พ่อครูว่า..ที่จริงอย่างนี้ถามเกินฐานะตัวเองนะ 

ที่อธิบายสังขยาเลข นั้น อาตมาก็ใช้ตัวเลขเป็นหลักเกณฑ์คุณธรรมที่จะสื่อ เพื่ออธิบาย 1 2 3 เอาอะไรเป็นหลัก ก็เอาตัวเลขบอกขนาดนัยยะ แล้วก็เอาที่มีความรู้ว่า 1 2 สังขารปรุงแต่งกันก็ยังไม่ชัดเจนตัวเองไม่มีอะไรสมบูรณ์นัก 

ถ้า 3 จะมีตัวหนึ่งเป็นประธาน อีก 2 ตัวเป็นสภาวะ 2 ทางวัตถุเขาก็รู้ ภาวะ 2 คือพลังบวกลบ และพอมี 3 เป็นชีวะ มีชีวะเข้าไปจับตัวคุมบวกลบให้เป็นตัวเอง เรียกว่า ISH 

I คือประธาน S – She กับ H – He เป็นภาวะสอง 

อาตมาเอามาพูดไม่ใช่เดา เป็นเรื่องจริงของสภาวะแม้แต่ในภาษาอังกฤษก็มีสัจจะของมันแต่เดิม จนเดี๋ยวนี้คนก็ไม่รู้เรื่อง อาตมาก็พูดไปตามที่รู้ สื่อเพื่อให้ความรู้กันเป็นสามเส้า หกเส้า เก้าเส้ากัน โพธิสัตว์ระดับต่างๆก็มีความรู้ระดับต่างๆ อาตมาก็มีความรู้ สังขยาเลข เรามีหลัก 7 สามเส้ามาเป็น 4 ออกมาสู่วงอีกเส้าหนึ่ง 

พอมาเป็น 4 เป็นพลังงานที่ออกนอกกรอบ ของ 3 เหมือนกับคนออกนอกโลก โลกคือวงวนของสิ่งที่สังขารกันอยู่ ออกนอกไปก็มีสิ่งที่พัฒนาขึ้น เป็นเส้าที่ 2 และมีเส้าที่ 3 เป็นภาวะซับซ้อน ซึ่งก็พอเข้าใจได้กัน ใช้สังขยาเลขเหล่านี้อธิบาย

คืออัตราการก้าวหน้าทางภูมิธรรม ของโพธิสัตว์ที่ รู้โลก รู้อัตตา รู้ธรรมะ

ผู้ที่รู้ก็สามารถใช้พลังงาน เรียกว่าอธิปไตย พลังงานนอกเรียกว่าโลกาธิปไตย พลังงานของตัวเองเรียกว่าอัตตาธิปไตย พลังงานของธรรมะเรียกว่าธรรมาธิปไตย 

ก็สามารถจัดการพลังงานอธิปไตยเหล่านี้อยู่กับโลก ไปกับโลก จัดการกับตัวเอง อัตตาธิปไตย จนควบคุมอัตตาตัวเองได้สามารถทำให้อัตตาตัวเองสะอาดผ่องแผ้ว ไม่มีกิเลสมากวนเลยจิตเราก็เป็นของตัวเอง เราเป็นเจ้าจิตตัวเอง เป็นจิตที่ดีเป็นจิตที่สะอาด ไม่มีอกุศลจิต 

พระพุทธเจ้าจึงสร้างคน สร้างจิตวิญญาณให้เป็นคนชนิดนี้ ก็เป็นประโยชน์ทั้งต่อตัวเองและมนุษยชาติยิ่งใหญ่ที่สุด เกิดมาเป็นพระพุทธเจ้าก็ไม่ทำงานบริหารประเทศตัวเองแล้ว มาทำงานนี้จนสิ้นพระชนม์ เป็นงานที่ยิ่งใหญ่ อาตมาถึงบอกว่าไปเสียเวลาทางโลกถึง 36 ปี เมื่อรู้ตัวแล้วก็รีบมา ถึงป่านนี้แล้วก็ดี ก็ภูมิใจที่เกิดมาเป็นคนในชาตินี้แล้วได้ทำสิ่งที่ประเสริฐ ขนาดพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นมาเป็นมนุษย์เหมือนกันเมื่อรู้ตัวท่านก็ไม่เอาทางโลกแล้ว ก็มาทำสิ่งนี้ตลอดพระชนม์ชีพจนสิ้นพระชนม์ไป ก็เป็นเรื่องเดียวกัน เป็นเรื่องยิ่งใหญ่เรื่องธรรมะ 

คนโง่จริงๆจึงไม่เอาธรรมะ จะเห็นได้ว่าคนโง่มากเลยในโลก โง่ที่ไม่รู้จักสาระแท้ๆของชีวิตก็คือธรรมะ โดยเฉพาะธรรมะที่เป็นโลกุตรธรรมสุดยอด แม้แต่เป็นโลกียธรรม ทางโลกเขามีศาสดาที่เป็นโลกธรรมเป็นเทวนิยม ก็ยังดี ยิ่งเป็นทางโลกุตระแล้วก็ยิ่งดี เพราะมันละเอียดลึกซึ้ง พูดตามสัจจะ ไม่ได้ยกตัวข่มใคร 

_สําเนา ถนอมเชื้อ ….อโศกทําไมต้องกราบครั้งเดียว

พ่อครูว่า..การกราบนี่ไม่เสียภาษี ไม่เป็นไร ไม่ผิดกฎหมาย ขออภัยตอบแล้วเหมือนยวนๆ กวนๆ 

กราบครั้งเดียวเราก็สื่อความหมายว่า กราบผู้ที่เรากราบ หากกราบสามครั้งก็คือกราบตามระบบ หมายถึง พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ บางคนไม่รู้เรื่อง ก็ทำความเข้าใจกัน เป็นเครื่องหมายแสดงออกถึงความเคารพ   เป็นวัฒนธรรม 

_เมศิณี พรศรี  • 4 วันที่ผ่านมา

การเป็นพระทุกวันนี้มันคืออาชีพ.  พระ(ที่ไม่ควรบวชมี90%)อีก10%บวชจริงแต่ไม่มีทางปรากฏตัวให้คนได้เห็นคนได้เห็นถือว่ามีบุญ เราพุทธนะคะแต่เลือกไหว้แค่พระพุทธรูป คือพระบางทีมันก็ไม่น่าไหว้ แทนที่เป็นพระจะสอนธรรมคำสั่งสอนพระพุทธเจ้า พระทุกวันนี้นอนห้องแอร์ ถือไอโฟน ขับรถเก๋ง มาซื้อบุหรี่เอง. บางคนพูดยังกะตัวเป็นเทวดา เฮ้อ

พ่อครูว่า..พูดไปนี่ บอกว่าพระทุกวันนี้คุณคนนี้ว่า ถ้าพระนอนห้องแอร์ไม่ใช่พระ อาตมาก็นอนห้องแอร์ แต่ถ้าอากาศไม่สมควรนอนก็ไม่นอนแอร์ ตามควรที่เขาเห็นว่าควรจะทำก็ทำให้ หรือไอโฟนนี่อาตมาไม่รู้เรื่อง ไม่ใส่ใจจะมีก็ใช้เป็นประโยชน์อาตมาไม่ได้ดูถูกหรอก แต่อาตมาว่ามันเป็นส่วนเกินของอาตมา อาตมาไม่เอาภาระเรื่องนี้ ไม่เป็นบริขารสำหรับอาตมา คนอื่นเขามีเขาก็ช่วยพอแล้วเหลือแล้ว 

ขับรถเก๋ง ซื้อบุหรี่ อาตมาไม่สูบบุหรี่ แม้แต่ตอนเป็นฆราวาสก็ไม่สูบพยายามหัดสูบแต่ก็ไม่ติด ทำยากที่จะติด มันหมดไปจากจิตจริงๆเลย มันล้างสะอาดจนไม่ติดเลย อาตมาเคยเป็นลิงลมอมข้าวพองเห็นเขาสูบก็คิดว่าเท่ หัดเข้าไปก็ไม่ติด จึงรู้สัจธรรม

_สู่แดนธรรมว่า…วันนี้เป็นวันที่พ่อครูครบรอบบรรลุธรรม แล้วทางรูปก็พ่อท่านได้รูปเต็มก็ตอน7พฤศจิกายน ถือว่าวันนี้เป็นวันเริ่มต้นเข้าสู่แดนทองทางนามธรรม ในรอบต่อไปพ่อท่านต้องการอะไรจากลูกๆหรือไม่ครับ

พ่อครูว่า..อาตมาไม่ต้องการอะไรอยู่แล้ว ถ้าจะบอกว่าต้องการก็ให้ใส่ใจศึกษาธรรมะ ก็ไม่ใช่ว่าจะต้องนั่งเฝ้านั่งจ้องอยู่ที่อาตมา ทุกอย่างสร้างสังคมสร้างพฤติกรรมสังคม ให้คนได้เลือก มีเสนาสนะ มีกลุ่มบุคคลมีอาหารมีสถานที่ มีครบสมบูรณ์แบบ ก็ต้องการให้มีพวกมารวมกันอยู่ในเสนาสนะอันสมควรมีมิตรดีสหายดีสังคมสิ่งแวดล้อมดี เครื่องอาศัยต่างๆ 

เครื่องอาศัยนี้เป็นสุดยอดเลย ซึ่งจะล้างสิ่งที่โง่เง่า ในสิ่งที่อาศัยที่เรียกว่าอาหาร ล้างได้หมดเลย ถ้าไม่เช่นนั้นก็จะกลายเป็นคนที่ 1. กินเนื้อลูกแต่ไม่รู้สึกรู้สา 2. จะเป็นคนที่เหมือนวัวถูกลอกหนังออกหมดเลย เดินไปก็แสบปวดร้อนตลอดเวลาไม่รู้สึกรู้สาโง่ตลอดเวลาเหมือนคนกินเนื้อที่โง่ไม่รู้สึกว่าตัวเองกำลังกินเนื้อลูก แล้วบอกว่าลูกที่น่ารักของฉันหายไป แสบปวดอยู่กับโลกเมื่อสัมผัสกับโลกเป็นวัวที่ไม่มีหนัง ก็ไม่รู้ตัว หรือว่า 3. เป็นคนที่มีคนแข็งแรงมากดึงให้หนีออกจากหลุมถ่านเพลิงอวเจีก็ยังดิ้นรนลงหลุมอเวจี แม้แต่ที่สุดเป็นโจรใหญ่สร้างบาปกรรมมหาศาล พระราชารู้ก็เลยบอกให้เอาไปฆ่าด้วยหอกร้อยเล่ม เช้า  กลางวัน เย็น ก็ไม่ตาย เดี๋ยวนี้ก็ยังไม่ตาย โอ้โห! คุณเข้าใจแค่ไหนนี่ อาตมาเอามาพูดซ้ำซากหลายที เข้าใจกันไหม

แล้วคนที่ไม่รู้จักอาหาร 4 อาหารอันที่ 4 คือไม่รู้จักวิญญาณ แยกนามรูปไม่ได้ แม้เป็นชาวพุทธมานั่งปฏิบัติธรรมก็ไม่ชัดเจน ไม่รู้ นามรูปเป็นภาวะ 2 เรียกว่าเป็นเทวดา แล้วเราก็ตีแตกแยกแยะภาวะ 2 ที่เป็นเทวดา จนสามารถทำให้ 2 นี้ให้เป็น 1 แล้วจาก 1 ทำให้เป็น 0 ได้สำเร็จ นี่คือ จุดสุดยอดเลยของศาสนาพุทธ ถ้าไม่อย่างนั้นไม่รู้นามรูปก็หมดทางที่จะปฏิบัติธรรมะ

เช่น ในเวทนา 2 แยกเป็นเคหสิตะกับเป็นเนกขัมมะ คู่หนึ่ง ในเวทนา 108 ทุกวันนี้ไม่รู้เรื่องกันหรอก พวกเราพอรู้เรื่องและบางคนก็ยังไม่แน่ชัดที่จะมีสภาวะ ชัดมั้ย ใครเมื่อพูดถึงเคหสิตเวทนากับเนกขัมสิตเวทนาแล้วแยกได้บ้าง …ยกมือ (โอ้โห! เยอะอย่างนั้น)  นี่คือจุดสำคัญของการปฏิบัติธรรมะพระพุทธเจ้าเรียกว่า ธรรมทั้งสองเหล่านี้ รวมเป็นอันเดียวกันกับเวทนา โดยส่วนสอง (เทฺว ธมฺมา ทฺวเยน เวทนาย เอกสโมสรณา ภวนฺติ ฯ ) ล.10 ข.60 อันนี้หัวใจศาสนาพุทธ ถ้าทำอันนี้ได้เป็นอรหันต์

_TOP 3310 ท็อป 3301  • 5 วันที่ผ่านมา ส่วนตัวมองว่า ที่แตกแยกกันนี้เพราะคนยัดเยียดการเมืองให้กับศาสนา ขัดแย้งกันแบบนี้

พ่อครูว่า…คำว่า การเมือง ทุกวันนี้ก็ใช้กันทั่วไปหมด คนฟังก็พอรู้ตามภูมิของแต่ละคน ว่าการเมืองก็คือเรื่องหนึ่งในสังคมมนุษย์ แล้วคนก็บอกว่าเขาไม่เล่นไม่ทำการเมือง การ คือ งาน เมืองคือสังคมมนุษย์ สังคมที่ตัวเองอยู่ด้วย เมืองไทย หรือตัวเองอยู่ในสังคมเล็กสังคมน้อยที่อยู่ร่วมกันเป็นหมู่กลุ่ม ของสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบตัว จนกระทั่งขยายไปถึงประเทศที่เราอยู่เมืองที่เราอยู่ แต่ละคนก็เข้าใจว่าเราจะอยู่อย่างไร งานของแต่ละคนที่จะทำให้เกิดการเป็นอยู่อย่าง สงบ อบอุ่น เรียบร้อย มีประโยชน์คุณค่า และเจริญพัฒนา เราจะมีพฤติกรรมอย่างไรเราต้องรับผิดชอบตัวเราเรียนรู้ตัวเราว่าเราจะมีกรรมกิริยาออกไปจะมีผลกระทบต่อคนอื่นๆ 

ยิ่งเราอยู่กับกลุ่มสังคมหมู่มากก็จะมีผลกระทบมาก หากว่าหนีอยู่ไปคนเดียว ก็คือคนรู้จักการเมืองตื้นๆก็คือการเมืองที่ไม่ต้องการกระทบกันมากกับคนหมู่มาก เข้าใจง่ายๆตื้นๆมันก็จริง แต่มันไม่มีทางถาวร ไม่มีทางเรียนรู้กิเลส ลดกิเลส และเป็นคนเจริญ เป็นคนประเสริฐ เป็นพระอริยบุคคลได้ ที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปก็เป็นคนที่มีพฤติกรรมที่มีจิตเป็นประธาน ที่เป็นจิตที่ได้ล้างกิเลสหมด แล้วก็รู้จักโลก รู้จักอัตตา รู้ธรรมะ ก็สร้างพลังงานที่เรียกว่าอธิปไตย สร้างพลังงานนี้ให้ได้สัดส่วนเป็นกัมมัญญตา อยู่กับสังคมอย่างเจริญและมีประโยชน์คุณค่ามาก 

_ใจแก้ว…สองถึงสามอาทิตย์ที่ผ่านมา เกิดสภาวะอย่างหนึ่ง หากอยู่สันติฯก็ไปซื้อโหระพากะเพรา แต่ที่นี่แม่เปลี่ยนเป็นคนปลูก มีดอกมีตัวยาดีกว่าตลาดอีก ก็คิดในใจว่าจะไปตัดมาสัก 10 กก.มาหมัก ตัดไปตัดมาตอนนี้ 200 กว่ากก.แล้ว เห็นผักมากก็เกิดจิตยินดี มีวิริยะ จิตตะ วิมังสา ทำให้สำเร็จ ภูเขาแล้วภูเขาเล่าก็ยังไม่หมด ตอนนี้ก็ยังไม่หมด มีอยู่วันหนึ่งก็ประกาศว่าให้ไปเก็บมะเขือยาว ก็ไปเก็บมะเขือยาวก่อน ก็ต้องละกิเลสตัวกลัวแดด ไปตอนบ่ายสอง อยู่กลางแดดเลย ดึงนาม 5 มาใช้ เวทนา สัญญา เจตนาที่จะต้องล้างตัวนี้ ผัสสะแดดร้อนพอดี 2 ชม. แล้วหยั่งลงถึงที่เกิดว่าเราจะไปกลัวอะไร น้าเปลี่ยนอยู่ตลอดยังไม่ตายเลย พอรุ่งขึ้นเก็บมะเขือ มาถึงฌาน 4 อ่านจิตว่ามีปีติ และสุข ตอนตัดก็อุเบกขา จะถามพ่อท่านว่าถูกหรือไม่ถูกที่ใช้

พ่อครูว่า…ถูกที่ใช้ แต่ละคนหากให้พูดกันพูดเก่งจนยาวเลย

_ดช.ภาพธรรม (น้องคิม) …อัตตาคืออะไรครับ 

พ่อครูว่า…อัตตา หมายความว่า ตัวเรา 

_ดช.ภูมิ (โชคทวี) ..พลาสติกที่เขาทำของเล่นทำมาจากไหนครับ

พ่อครูว่า…หลวงปู่ทำไม่เป็น ตอบง่ายๆ คนที่เขามีความรู้ ก็เลยเอาอะไรมาผสมกันกลายเป็นพลาสติก แล้วก็มาให้เราใช้ ต่อมาเขาเห็นว่าเป็นพิษ เป็นของที่จะทำลายธรรมชาติเพราะมันไม่แตกสลายไม่เกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไป มันจะเป็นการอุดตัน เขาก็พยายามรณรงค์จะไม่มีพลาสติก จ้างก็ไม่มีทางหยุดยั้งได้หรอก แต่ก็ดีให้ลดลงบ้างไม่งั้นมันจะมากเกิน

_รอยทราย…มารายงานกิจกรรมร่มโพธิ์ร่มไทร..ตอนนี้ลงตัวขึ้นหลายอย่างได้รับความร่วมมือจากชุมชน กิจกรรมคราวนี้มีผู้ใหญ่มาร่วมเยอะขึ้น เด็กๆก็จะไปเล่นสนุกที่น้ำตก ผู้ใหญ่มาร่วมกิจกรรมหน้าเวทีกันมากขึ้น กล้าที่จะมาแสดงกับพวกเรามากขึ้น เขามาขอร้องเพลง มีอาพลีขวัญเป็นพิธีกรพูดอีสานได้ มีนักร้อง คุณหินเข้มกับคุณลิหวา มาพร้อมอุปกรณ์ สร้างบรรยากาศได้ดี หางเครื่องก็มา คือคุณหลอด คุณญาดา ก็เรียกสมาชิกมากันได้

อาหารก็มีมากขึ้น ตัวแทนร้านค้าบวรมาแคะขนมครกฟรี คิวยาวมาก คนแคะไม่ได้เงยหน้าเลย อันอื่นก็แจกแต่ไม่ได้รับความนิยมเท่าขนมครก มีไอศกรีมของท่านฟ้าไท

คนครึกครื้นคึกคัก คนมาลงทะเบียนกัน 300 กว่าคน ขอบคุณชาวชุมชนที่มาสนับสนุนกันมากขึ้น 

พ่อครูว่า..ที่นี่อาตมาจะให้เป็นแดนที่คนเข้ามาได้ประโยชน์ได้สัมพันธ์ได้ภูมิปัญญาเพิ่มขึ้น เป็นความก้าวหน้า 

_สิริ … คาดไม่ถึงจริงๆจากคราวที่แล้วมีคนมาลงทะเบียนแค่ 66 คน แต่คราวนี้ 326 คน มีผู้ใหญ่ 235 เด็ก 91 คน มาจาก อ.เมือง เดชอุดม วาริน พิบูลฯ สว่างฯ บ้านหัวท่า บ้านนาเยีย อ.สำโรง อ.น้ำยืน อ.เขื่องใน กันทรลักษ์ ร้อยเอ็ด อำนาจเจริญ กทม. มีคนที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนอีก 

เป็นคนบ้านราชฯมี 45 คน ที่เหลือ 283 คนเป็นคนข้างนอกทั้งหมด ผมก็เลยมาคิดอย่างนี้ว่า ตอนนี้ยังไม่จบ มีครอบครัวมาสมัคร รร.พุทธธรรมแล้ว 2 ครอบครัว มาจากบ้านกุดระงุม ตอนนี้เรามีพุทธธรรมแล้ว 4 ครอบครัว 

อย่างไรก็ดีเรายังไม่ได้เชิญชวนประกาศเอาจริงเอาจังนัก สรุปว่าคนที่มาเที่ยวน้ำตก เขาเข้าใจพวกเรา ไม่สูบบุหรี่ แต่แต่งกายไม่เรียบร้อย เขาเข้าใจพวกเรา แต่ไม่รู้ว่าจะเข้าตรงไหน 

_ระยะนี้ดิฉันรู้สึกมีนิมิตหมายที่ดี คืออย่างแรก เห็นคนที่เมืองอุบลราชธานีเข้ามามากขึ้นจะได้ดู YouTube เหมือนบ้านราชฯมีแรงดึงดูดอย่างใดอย่างหนึ่ง ตอนน้ำลดใหม่ๆก็มีคนทยอยเข้ามา ทั้งที่เรายังทำความสะอาดได้ไม่ดีนัก เขาบอกว่าอยากมา เพราะมันเคยมา 

อย่างที่ 2 ช่วงนี้คนบ้านราชฯเอาใจใส่ขวนขวายเอาภาระเก็บผลผลิตกันมากกว่าเดิม 

คำถาม ประชาชนที่มาเที่ยวบ้านราชฯเป็นประจำมีโอกาสมาเป็นชาวอโศกแนะนำข้างหน้าได้หรือไม่(บางคน)

พ่อครูว่า..ก็ตอบไม่ได้ ที่ไม่ตอบเพราะไม่รู้ว่าจะเป็นไปได้หรือไม่ได้ เอาคนข้างในเถิดคนที่เป็นชาวอโศก มาให้ดีและประพฤติที่ดีมีปฏิสันถาร มีไอคิวมีความเฉลียวฉลาด ที่จะประสานสามารถทำให้คนเขายินดี คนที่จะเข้ามาอยู่ในสังคมชุมชนบ้านราชฯ อย่างที่คนมาทำมาหากินรับจ้าง เขาอยู่กันมาเป็นสิบปีก็มีที่ยังไม่กล้าเข้ามาอยู่ในนี้ เขารู้หมดว่าดีทั้งนั้นแต่เขาไม่กล้าอยู่ เพราะเขาเองเขาไม่ถึง เขาบอกว่าเขาอยู่ไม่ได้ ที่นี่ พูดให้ชัดก็คือมันสูงเกินกว่าที่เขาจะอยู่ เขารู้นะ ซึ่งมันมีสัจจะความจริงอยู่ นี่เป็นเรื่องที่เป็นเครื่องชี้บ่ง ไม่เห็นบอกความจริงที่เราทำธรรมะพระพุทธเจ้ามันเกิดอะไรขึ้น มันเกิดสิ่งประเสริฐขึ้นอย่างนี้ 

_ขอย้อนอดีต 2528 ตั้งแต่ต้นปีจนถึงปลายปี มีผู้มาฟังธรรมจากพ่อท่านแล้ว สามารถตัดสินใจทิ้งงานราชการ และเอกชน ลาออกมาทำงานกับพ่อท่าน ในกองทัพธรรมนับร้อยชีวิต และดิฉันก็เป็นหนึ่งในจำนวนนั้น ทบทวนดูก็รู้ว่าพ่อท่านเป็นบุรุษที่หาใครเทียบได้ยาก ไม่ได้ฉันเคยไปร่วมประชุม Escape UN ระดับภาคพื้นแปซิฟิก ต่างประเทศทำงานร่วม 50 ประเทศทำงานร่วมกับดอกเตอร์จากต่างประเทศหลากหลายก็ยังไม่สามารถพาคนมาเทียบปฏิภาณปัญญากับพ่อท่านได้เลย จึงตัดสินใจมาอยู่ ร่วมฝึกงานเป็นลูกศิษย์ เป็นผู้ร่วมเข็นกงล้อพระธรรมจักรกับหมู่นี้ แต่ทุกวันนี้ 

ทำไมหนุ่มสาวชาวอโศกหลงหาเงิน ไม่มานั่งฟังธรรมเหมือน 30กว่าปีก่อน หรือว่าพ่อท่านแก่ขึ้น เสน่ห์น้อยลงหรือเปล่าคะ 

พ่อครูว่า…ลองช่วยตอบแทนอาตมาหน่อย…เพราะโลกมันแรงมาก ไม่เห็นเสน่ห์ กิเลสเยอะ ลดกิเลสบ้างเน้อ จะได้มา

_กราบพ่อครูอธิบายลงรายละเอียดที่มีคนมาฟังธรรมพระพุทธเจ้า 60 คนโลหิตร้อนพุ่งออกจากปาก 60 คนบรรลุธรรม และลาสิกขาอีก 60 คน ทั้ง 3 กรณีนี้เกิดขึ้นพร้อมกันทันทีหรือเปล่าหรือต่างกรรมต่างวาระ 

พ่อครูว่า…ไปเจาะรายละเอียดเพื่อจะรู้ประเด็นเท่านี้หรือ พระพุทธเจ้าท่านตรัส มีผู้มาพบพระพุทธเจ้า 180 คน 

ส่วนหนึ่งในสาม ฟังธรรมแล้ว บรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ 

อีกส่วนหนึ่ง บอกลาสิกขา

อีกส่วนหนึ่งโลหิตร้อนพุ่งออกจากปาก ก็คือตาย

ก็เป็นสื่อปุคลาธิษฐานให้เห็นว่า ธรรมะพระพุทธเจ้ามีทั้งโทษและมีทั้งคุุณที่เป็นโทษนั้นไม่ใช่เป็นโทษที่เสียหาย แต่เป็นโทษต่อผู้ที่เลวร้าย เมื่อได้ฟังธรรมะพระพุทธเจ้าแล้ว สะดุดเจ็บปวดทรมานถึงขั้นโลหิตร้อนพุ่งออกจากปาก

ถ้ามองไปสองแง่ ส่วนไปทางร้ายคือปฏิเสธ ตายไปจากศาสนาพุทธเลย ไม่เอาเลย ฟังแล้ว แต่ถ้าไปในทางดีนี้ลึกซึ้ง โลหิตร้อนพุ่งออกจากปาก คือละอายใจ เหมือนกับที่พระพุทธเจ้าตรัสว่า คนที่จะเกิดปัญญาข้อที่ 1ได้ฟังธรรมจากผู้ที่อยู่ในฐานะครูคือสัตบุรุษ พอได้ฟังแล้วเกิดประโยชน์ เกิดความละอาย เพราะว่าตัวเองเกิดภูมิปัญญาข้อที่ 1 ว่าเรานี่ชั่วมานานเลวมานาน เมื่อได้ฟังสิ่งที่ประเสริฐ จากไม่เคยรู้ตัวไม่เคยสำนึกไม่เคยเข้าใจ เมื่อเกิดเข้าใจก็ละอายตัวเอง ก็จึงตั้งใจฟังอย่างแรงกล้า ด้วยความเคารพ ด้วยความนับถือ นี่คือคำตรัสของพระพุทธเจ้า ปัญญาของพระพุทธเจ้ามีขนาดนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ โลหิตร้อนพุ่งออกจากปากจึงมีทั้งผลดีผลได้ และผลเสีย 

คนที่บรรลุพระอรหันต์นั่นคือสุดยอด ส่วนอีกเจ้าหนึ่งคือลาสิกขาไป ก็ไม่ถึงขนาดอะไรอย่าง โลหิตร้อนพุ่งออกจากปาก แต่นี้ไม่เอา เพราะฉะนั้นที่ฟังแล้วพวกที่ลาสิกขาบทนี้เลวกว่าเพื่อน ฟังเผินๆ จะบอกว่าโลหิตร้อนพุ่งออกจากปากจะแย่ที่สุด ไม่ใช่นะ  

อาตมาแสดงธรรมก็มีส่วนเกิดเช่นนี้ แต่ไม่ชัดเจนเท่าของพระพุทธเจ้าหรอก 

_วรรณะ 9 ยืนยันเนื้อพุทธแท้ แม้จะมีส่วนน้อยได้อย่างไร

พ่อครูว่า…แน่นอน สังคมที่มีวรรณะ 9 หรือแต่ละคนที่เข้าใจและมีคุณสมบัติที่เป็นวรรณะ 9 ก็มีส่วนน้อยนั้นแน่นอน วรรณะ 9 ยืนยันเนื้อพุทธแท้ได้อย่างไร อาตมาก็ยืนยันมาหลายที อธิบายไปบ้างแล้วก็ยังไม่ค่อยเข้าใจ ก็มาถามกันอีกว่ายืนยันเนื้อพุทธแท้กันอย่างไร ก็ตามที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ทั้ง 9 ข้อนั่นแหละ คุณลักษณะ 9 ข้อนั้น ถ้ามี ก็แสดงว่า ศาสนาพุทธเกิดอยู่ มีอยู่ เป็นเครื่องแสดง วรรณะ นี่แปลว่า คุณสมบัติชั้นสูง 

คนที่มีคุณสมบัติชั้นสูง 9 ชนิดนี้ 

วรรณะ 9 เลี้ยงง่าย  (สุภระ) บำรุงง่าย, ปรับให้เจริญได้ง่าย (สุโปสะ)  มักน้อย, กล้าจน (อัปปิจฉะ) ใจพอ สันโดษ (สันตุฏฐิ) ขัดเกลากิเลส (สัลเลขะ) เพ่งทำลายกิเลส  มีศีลสูงอยู่ปกติ (ธูตะ, ธุดงค์) มีอาการน่าเลื่อมใส (ปาสาทิกะ) ไม่สะสม ไม่กักเก็บออม (อปจยะ) ตรงข้าม อวรรณะ9  ขยันเสมอ, ระดมความเพียร (วิริยารัมภะ) 

เลี้ยงง่าย นี่ความหมายไม่ใช่เล่นนะ คนเราทุกวันนี้เลี้ยงยาก จะกินก็ต้องทุกข์ใจจะอยู่ก็ต้องถูกใจจะไปจะมาก็ต้องถูกใจเป็นตัวตนที่เป็นกิเลสเยอะ เอาตามกิเลสเป็นหลักก็เลยยาก แต่คนที่เลี้ยงง่ายคือคนที่มีกิเลสตัวตนน้อย มีอะไรก็สบายๆ อยู่กับหมู่ก็ไม่มีปัญหามาก 

สุโปสะ คือพาให้พัฒนาได้ง่าย

มักน้อย อัปปิจฉะคือคนกล้าจน มีน้อยก็ได้แล้วเป็นจิตจริง มนุษยชาติที่มักน้อยเป็นคน classic เป็นเกณฑ์ของความเป็นมนุษย์ชนิดนี้ สูงขึ้นไปเรื่อยๆ 

จากมักน้อย มีน้อยๆ จนๆก็ได้อย่างชาวอโศกไม่ต้องอยากมีมาก ดีไม่ดีบางคนไม่สะสม มีอะไรใช้สอยผ่านมือ มีมากก็เข้ากองกลางแจกจ่ายกัน แบบนี้คือเศรษฐกิจสุดยอด 

ใจพอ เขาแปลสันโดษว่า ยินดีในสิ่งที่ตนมี จะถามคุณบิล เกตส์ ว่ายินดีในสิ่งที่ตนมีอยู่หรือไม่ เขาแปลออกนอกทิศทางพุทธหมด ควรแปลว่าใจพอ ในหลวง ร.9 เอาคำว่าพอมาใช้เป็น The Great word มาขยายเป็นแบบคนจน บริหารแบบคนจน เมืองไทยน่าภาคภูมิใจที่มีพระโพธิสัตว์มีความรู้ในทางธรรมะมาบริหารประเทศอยู่ตั้ง 70 กว่าปี สุดยอด

มีการขัดเกลาตนเอง ขัดเกลา กายกรรม วจีกรรม มโนกรรม ที่บกพร่องให้พัฒนา

มีศีลที่สูงขึ้นเคร่งขึ้นเรียกว่า ธูตะ จนเกิดผล อาการน่าเลื่อมใส ผู้ที่เป็นปราชญ์จะรู้ กายกรรม วจีกรรม มโนกรรม ก็น่าเลื่อมใส 

เป็นคนไม่สะสม อปจยะ นี่เป็นคุณสมบัติที่ยิ่งใหญ่ ไม่สะสมเลย 0 ก็มีได้ อย่างชาวอโศก ซึ่งพัฒนาเป็นคนมีวรรณะ ยอดขยันด้วย ไม่สะสมเป็นของตัว ยอดขยัน ทำแล้วเอาเข้ากองกลางหมด กินใช้อยู่ร่วมกันเป็นสาธารณโภคี นี่คือเราทำได้ เป็นเนื้อแท้ของศาสนาพุทธที่พระพุทธเจ้าท่านสอนไว้ เอาหลักธรรมมาจับ เป็นไปได้ ไม่เป็นหมัน ไม่สูญเปล่า สิ่งเหล่านี้เป็นโลกุตระธรรม

เป็นกลาง ในที่นี้ต้องกำหนดหมายให้ถูก ศาสนาพุทธทุกวันนี้ไม่เข้าใจคำว่า มัชฌิมาปฏิปทาแปลกันว่าเป็นกลางคือเดินทางสายกลาง 

มัชฌิมาคือ เป็นกลางๆ เป็นความหมายที่สุดยอด ปฏิปทาคือวิธีปฏิบัติ แต่เขาไปแปล มัชฌิมาปฏิปทาว่าทางสายกลาง ก็เลยเข้าใจไม่ชัดเจน เข้าใจหลวมๆ ปฏิปทาแปลว่าทาง ก็เลยรวมกันเป็นทางสายกลาง ที่จริงมันไม่ใช่ มันคือ วิธีปฏิบัติให้สู่ความเป็นกลาง 

การเดินทางสายกลางก็เลยเหลือแต่ทาง แล้วทางสายกลางเป็นอย่างไร เขาไปอธิบายว่าทางสายกลางคือไม่สุดโต่งไปข้างนี้หรือข้างนี้ ท่านก็สอนไว้ชัดเจนในธรรมจักรกัปปวัตนสูตร ข้างหนึ่งคือกาม ข้างหนึ่งก็คือ อัตตา หากเป็นกลาง ฉันมีกามก็เดินกลางๆ มีอัตตาก็เดินกลางๆ เดินไปในทางนี้แหละ ไป ทางนี้คือทางกันดาร มีเสบียงให้ตัวเองกินก็หมดแต่ยังไม่ถึงเป้าหมาย ตัวเองมีกามเท่าไหร่ มีอัตตาเท่าไหร่ แล้วก็ล้างกามล้างอัตตา จนหมดทั้ง กามและอัตตาก็คือเกิดความเป็นกลาง ก็ไม่เข้าใจไปนั่งหลับตาแล้วไม่รู้ทั้งรู้ กามและอัตตา ศาสนาพุทธทั้งศาสนาพุทธก็เลยจมลงหยั่งลงในที่หลง หนักเข้าไปใหญ่นี่คือการไม่ชัดเจนในความหมายของคำสอนพระพุทธเจ้า 

_บุญยิ่งแก้ว…ครบ 1 สัปดาห์หลังเกิดอุบัติเหตุ ขับรถมาหลายสิบปี อุบัติเหตุครั้งนี้ใหญ่สุดตั้งแต่เจอมา เรื่องที่อยากเล่าคือ ความอบอุ่นใจ ความมีน้ำใจของพี่น้องเราในระบบสาธารณโภคี เมื่อเจออุบัติเหตุ น้องแก่นคมก็ไปถึงที่ศรีสะเกษแล้วก็กลับมาดูแล น้องอาร์ม น้องโอก็มาช่วย มาถึงโฮ่งปัว พวกเราก็มีหลายสูตรมาให้ดูแล 

_หมดบุญ…อยู่บ้านราชกับภรรยา ปีกว่าแล้ว 

_ใสกลางเพ็ญ…ผู้หญิงทำไมทุกข์กว่าผู้ชาย

พ่อครูว่า…ใครบอก?…ที่ทุกข์กว่าผู้ชายเพราะว่าเกิดเป็นผู้หญิง ผู้หญิงเป็นภาวะที่ทุกข์มากกว่ามีภาระมีอะไรต่ออะไรต่างๆในสังคม ที่จะต้องเป็นเรื่องรับผิดชอบ แม้แต่เกิดมา ก็ต้องตั้งท้อง อุ้มลูก โตจากท้องผู้หญิง ท้องผู้ชายไม่ได้ มันเป็นภาวะหลายอย่างที่เป็นธรรมชาติ คนที่เกิดมาเป็นผู้หญิงจึงต้องทนต้องรับว่ามีทุกข์มากกว่าผู้ชาย นี่เป็นสัจจะ

_ดช.ธัมมะ…ทำไมทุกคนต้องทำงานด้วยครับ 

พ่อครูว่า….ฟัง เพราะเป็นคนไง ถ้าเป็นคนไม่ทำงานแล้วไม่ใช่คนไง แล้ว ธัมมะเป็นคนหรือไม่?….(ไม่ครับ) คนนี้เข้าใจเลี่ยงตัวเองนะ …คนเกิดมาต้องทำงาน สัตว์เดรัจฉาน มดมันทำงานไหม (ทำครับ) หมูหมากาไก่มันทำงานหากินให้ตัวเองไหม นั่นแหละอย่างน้อยก็ต้องทำงานทำมาหากินให้กับตัวเองเอาแค่นี้ก่อน 

_