ศาสนา

630208_พ่อครูเทศน์วันมาฆบูชา บ้านราชฯ เนื้อแท้ประชาธิปไตยพุทธ 5 ประการ

อ่านทั้งหมดที่ หรือดาวโหลดเอกสารที่…https://docs.google.com/document/d/1WoKC_bfCoqHZ54uTkKu9lV9xBYu574_RDJV0Gipu8cw/edit?usp=sharing                        

ดาวโหลดเสียงที่…  https://drive.google.com/open?id=1YqpFnpnLKOTLUIbBEbsFIEqs_oWhZWvf 

พ่อครูว่า…วันนี้วันเสาร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 ที่บวรราชธานีอโศก วันนี้อาตมาเห็นถึงความสดจริงๆเลย เป็นไปตามสัจธรรม เขาเตรียมแผนไว้เหมือนกัน วางแผนอย่างโน้นอย่างนี้ไม่ได้เข้าตามแผนที่วางเลย ทุกอย่างมันก็ดำเนินไปเรียบร้อยของมันเองแต่ก็ไม่มีอุปัทวเหตุ เข้าสู่จุดสำคัญได้อย่างดี ปีนี้ เป็นปีที่เป็นพุทธาภิเษกสุดยอดปาฏิหาริย์ครั้งที่ 44 เลขคู่ 4 เลข 4 เป็นเลขที่แหวกเจาะกระเปาะไข่ออกมาได้เป็นอันแรก

1 2 3 เป็นวงวนธรรมดาธรรมชาติตั้งแต่พลังงาน จนถึงจิตวิญญาณ ซึ่งมี หญิงชาย และจิตวิญญาณ เรียกว่าวงวน หรือโลก cyclic order จะอยู่อย่างนี้แต่ไหนแต่ไร ผู้ใดมีพลังพิเศษแยกจากวงวนนี้ได้เรียกว่าออกจากโลกียะ จุดแรกออกสู่โลกุตระ มา4 แล้วต้องพยายามสร้างพลังงงานเป็น 5 เป็น 6 จาก 6 ต้องออกมาจากคู่ดูดดึงสองเส้าให้ได้เป็น 7 เป็นพลังงานโลกุตระที่แหวกออกมาเป็นเส้าสุดท้าย เป็น 9 พลังงาน 7 เป็นพลังงานตัวหลักของวงวน 

1 2 3   4 5 6 7 8 9 

9 จึงเป็นพนักงานที่เร็วที่สุดตรงที่สุดสมบูรณ์ที่สุดของ cyclic order ของอันนี้ เขาก็ใช้วงวนตัวเลขเหล่านี้ ทำเป็นพลังงานนิวเคลียร์ฟิวชั่วฟิชชั่น ปรมาณูที่ไอน์สไตน์ค้นพบ E=mc2

ส่วนอาตมาคิดได้ทางนามธรรมเป็นการขยายผลจากไอน์สไตน์ว่าไว้ อาตมาก็มาบวก A

A คือ mc2 นั่นเอง เมื่อบวกไปหลายๆอันก็เป็นคูณ​จากหลายคูณก็เป็นยกกำลัง เป็นปฏิภาคทวีไปได้เรื่อยๆ

ผู้ศึกษาแยกอุตุ ดินน้ำไฟลม สิ่งไม่มีชีวะ ชีวิต แต่เป็นพลังงาน ความร้อนแสงเสียงแม่เหล็กไฟฟ้า จนเป็นพลังงานที่มีชีวะ เรียกว่าพืชหรือพีชะ ก็จะมีประธานเข้ามายึดความเป็นวงวน ยึดความเป็นตัวตน เป็นสภาพสามเส้าเป็นตัวเองขึ้นมาเป็น ISH แบบพีชะ พีชะไม่เป็นจิตนิยาม ยังไม่สามารถมีความรู้สึกของตนเอง ชอบ ชัง สุข ทุกข์ พีชะ ยังไม่มีคุณสมบัติเจริญขนาดนั้น จนเจริญมาเป็นจิตนิยาม เป็นสัตว์เดรัจฉาน จนมาเป็นมนุษย์ ที่จะรู้เท่าทันพลังงานแล้วทำพลังงานนี้ให้เป็นอุตุได้ พีชะก็ได้ กรรมก็ได้ ทำได้ก็ทรงไว้เป็น ธรรมะ static ส่วนกรรมเป็น dynamic เป็นฐานวิ่งรอง เป็นพลังงานสองหน่วยบวกลบ สามารถควบคุมดูแลจัดการได้ 

เราอยากให้เป็นพลังงานตัวแปรจาก mc2 เพิ่มก็เป็น A อาตมาจึงมี mc2+A ได้หลายตัวจนทดมาเป็นตัวคุณ ตัวยกกำลัง ซ้อนในตัวเอง อาตมาจึงทดมาเป็น C ย่อมาจาก coefficient จากคูณมาเป็นยกกำลัง 

เป็น E=C(mc2+A)  

อันนี้เป็นความรู้ที่อาตมาคิดได้ อาตมาว่าเป็นนจริง อาตมาพิสูจน์จากพลังงานชีวะของตนเอง อาตมานี่มีอายุขัยจริงๆ 72 ปีจะต้องตาย แต่มาได้พลังงานความรู้ coefficient นี้ก่อน 72 อาตมายังไม่เก่งพอจะเรียกชื่ออีกหลายอย่าง หากทำได้จะเป็นยาอายุวัฒนะต่ออายุขัยทางนามธรรม อาตมาพิสูจน์แบบอาตมา ตอนนี้เลย 72 มา 1 นักษัตรก็เป็น 84 ปี แล้วก็เลย 84 มาได้ 12 ปีแล้ว หากเลยไปอีกเป็น 90 ก็เพิ่มไปอีก 6 ครึ่งหนึ่งของนักษัตร เอาไว้ฉลองตอน 90 ดูสิว่าอาตมาจะหนุ่มกว่านี้ไหม หากหนุ่มกว่านี้สูตรนี้อาตมาว่าเข้าท่านะ จากนั้นก็หวังว่าจะได้เพิ่มเป็น 96 เป็น 2 นักษัตร หากไปได้อีกนักษัตรเป็น 108 ทั้งโลกจะเหล่มาที่เรา เพราะอาตมาไม่ใช่คนที่อยู่ในหลุมก็เป็นที่มีผลงานที่เขารับกันได้ และเป็นผลงานที่ใช้ได้จริง

หากทฤษฎีนี้สมบูรณ์แบบจริงๆ มันจะพิสูจน์ประชาธิปไตยของพระพุทธเจ้า 

อาตมาพยายามพิสูจน์ประชาธิปไตยของพระพุทธเจ้า ในยุคนั้นยังไม่มีคำนี้ มีแต่ ธรรมาธิปไตย อัตตาธิปไตย โลกาธิปไตย แต่สภาวะมันมี

ลักษณะของประชาธิปไตยของพระพุทธเจ้าคือมีสาราณียธรรม 6 กับวรรณะ 9 เป็นตัวหลักทฤษฎียืนยันให้เกิดองค์รวมของมนุษยชาติจะอยู่กันอย่างเรียบร้อยสมบูรณ์แบบ มีคุณสมบัติของสาธารณโภคีอย่างชาวอโศกเป็น ซึ่งคนเขายังไม่เข้าใจไม่ชัดเจนว่าสาธารณโภคีคืออะไร

สาธารณโภคีเป็นระบบของคอมมูน หรือคอมมิวนิสต์จบเลย และเป็นระบบของประชาธิปไตยสูงสุดจบเลย ultimate เพราะคนในสังคมนี้สมาชิกสังคมนี้ทำงาน รายได้ผลได้ เอาเข้ากองกลางหมดเลย เรียกว่าเสียภาษี 100% ซึ่งคอมมิวนิสต์หรือประชาธิปไตยก็อยากได้ เอาผลงานเข้ากองกลางหมดเนื้อหมดตัวไม่ยักไว้เลย เป็นคุณสมบัติเลิศยอดของมนุษยชาติที่สมาชิกทำงานเอาเข้ากองกลางหมดไม่ใช่ทำอย่างแข่งด้วยมีการเชื่อมต่อ คนไม่หมดก็เอาเข้า 90% ก็ยักไว้ 10 บางคนยักไว้ 20 บางคนยักไว้ 30 ไล่ไปจนไม่เอาเข้าเลยมีถึงขนาดนั้น ดีไม่ดีจะมาเอาเปรียบจากกองกลางก็มีคนขี้บาป บาปกินหัว ตัวเองไม่เอาเข้าแล้วมาเอาของคนดีที่เสียสละอีก จึงบาปแรง 

บาทหนึ่ง พวกที่มาเอาของกองกลางตรงนี้แทนที่จะบาป 1 แต่บาปเต็ม 100 เลย แทนที่จะเอาแค่บาป 1 แต่ได้บาป 100 ใครมากินของกองกลางบาปแรงนะ

คนที่ไม่เห็นแก่ตัว อนัตตาหรือเห็นแก่ตัวน้อยลงๆจนสุดท้ายไม่เห็นแก่ตัวเลย พิสูจน์ความเป็นอนัตตาไม่เห็นแก่ตัวเลย

สรุปลักษณะประชาธิปไตยแล้วใช้บัญญัติกำหนดไว้ 5 ตัวคือ

  1. มีอิสระ 2. มีทาน 3. มีปัญญา (ปัญญากับเฉโกก็ต่างกัน) 4. อนุกัมปา 5. อนัตตา

ประชาธิปไตยที่มีคุณวิเศษ 5 ประการนี้เกิดจากคนที่มีคุณธรรมคุณวิเศษ

การมีอิสระการทานอย่างไม่มีสาเปกโข ซึ่งความเป็นจริงทำได้ แล้วมีปัญญา แบบโลกุตระไม่ใช่ความฉลาดแบบโลกีย์ทางโลกเทวนิยมใช้กันแต่นี่เป็นความเฉลียวฉลาดความรู้แบบโลกุตระ 

คุณสมบัติของคน แล้วสมาชิกของสังคมนั้นๆมีอิสระการทานอย่างจริง มีปัญญาโลกุตระจริงมี อนุกัมปา คือส่งเสริมรับใช้ผู้อื่น รับใช้อย่างบริสุทธิ์ใจไมใช่รับจ้าง เห็นดีไม่มีใครบังคับ ทำทานอย่างบริสุทธิ์ และจบสุดถึงอนัตตา 

ประชาธิปไตยที่มีคุณสมบัติ 5 ยิ่งใหญ่สุด สังคมชาวอโศกเป็นประชาธิปไตยแบบนี้ คนจะตามศึกษาในอนาคต หากอาตมาอายุถึง 108 ความรู้นี้จะกระจายทั่วโลก เพราะทุกวันนี้เขาแสวงหาจุดสมบูรณ์ของความเป็นประชาธิปไตยที่แท้ ขอยืนยัน ไทยเราเป็นได้แล้วตามฐานะของไทย ตอนนี้ก็มีฝ่ายค้านค้านไป แต่ก็ขออภัย ต้องพูดตรงๆก็ค้านไม่สำเร็จหรอก เพราะว่ามวลของประชาชนที่เหนดีเห็นด้วยมันมากพอ แต่ทุกวันนี้คนขยันทำงานทำพลังงานหาเสียงให้แก่ตนเองลงทุนลงแรงมากใช้เวลานานทำเต็มที่คือ ทุนรอน เวลา แรงงาน สามอย่างนี้คือองค์ประกอบ cyclic order อย่างหนึ่ง ทุนรอน แรงงาน เวลา ไปแย่งกันไม่ได้ เวลาทุกคนมีเท่ากัน แรงงานของใครของมัน ทุนรอนของใครของมัน ของไทยก็ใช้อย่างของไทย 

หลักสำคัญ4อย่างคือ 

  1. อย่าเป็นหนี้ 2. มีพลังงานสมรรถนะเลี้ยงตัวองให้ได้พึ่งตัวเองให้รอด 3.ทำให้มากเกินกว่าตัวเองกินใช้ 4. ไล่แจก ให้มันรู้ไป ไล่แจกแล้วคนจะไม่รู้จักค่าของคุณประโยชน์ที่เราได้ช่วยเหลือเขาไม่อยากพูดว่าจะกตัญญูเรียกร้องให้เขาตอบแทน เราไม่เรียกร้อง แต่ให้เขามีคุณธรรมของเขาเอง เราไม่เรียกร้องการตอบแทนบุญคุณ หากคุณไม่รู้สึกจริง หรือถูกบังคับมาก็อย่ามาตอบแทนเลย ยิ่งถูกหลอกล่อมาก็ไม่เข้าท่า ไม่มีศักดิ์ศรีเลย ฟังแล้วเห็นไหม ความชัดเจน 

สรุปมาที่ประชาธิปไตยที่มีคุณสมบัติ 5 

ตั้งแต่อิสรเสรีภาพนี้สุดยอด อย่างชาวอโศกนี่มาเองนะ มากันโดยอิสรเสรีภาพไม่ไปหลอกล่อบังคับ ใครเห็นดีเห็นงามมา มาแล้วต้องเป็นคนมีวรรณะ 9 มี ศีล สมาธิ ปัญญา 

นิมนต์ฉันน้ำก่อน 

พ่อครูว่า…ขอขยายความประชาธิปไตย 5 ข้อนี้ให้ดี

ก่อนจะขยายก็ขอพูดถึงมาฆบูชาหน่อย

มาฆบูชามีคุณสมบัติสามอย่าง 1. เป็นพระอรหันต์ทั้งสิ้นมารวมกัน 2. รวมกันโดยไม่ได้นัดหมาย 3. เป็นวันมาฆฤกษ์ วันพระจันทร์เต็มดวง เพ็ญเดือนสาม ถ่ายทอดมาไม่รู้กี่ปีแล้วเหมือนพวกคุณรู้ความสำคัญ ตอนนั้นพระพุทธเจ้ามีความสำคัญเมื่อถึงวันเพ็ญเดือน 3 ก็จะมารวมกันแล้วมีการชุมนุมของพระอรหันต์ แล้วพระอรหันต์ทุกองค์ เป็นเอหิภิกขุอุปสัมปทาไม่ใช่บวชด้วยญัตติจตุตถกรรม ซึ่งมีน้อยที่สุดแล้วสำหรับพระพุทธเจ้าองค์นี้ มี 1250 องค์ ที่จริงก็เหมือนนัดหมายรู้ในตัวเองมาไม่รู้กี่ชาติ จึงเป็นวันสำคัญของมาฆบูชา

ส่วนอาสาฬหบูชาเป็นความรู้ของประเทศไทย ของสังคมพุทธประเทศอื่นเขาไม่สำคัญเท่าไหร่ ค้นพบว่าเกิดภิกษุองค์แรก เทศน์กัณฑ์แรก มีสงฆ์โกณทัญญะเกิดเป็นสงฆ์องค์แรก คือวันอาสาฬหบูชา 15 ค่ำเดือน 8 

อันนี้ควรย้ำว่า วิสาขบูชา ท่านไม่ได้ปฏิบัติธรรมแต่ท่านทวนระลึกถึงตัวเองว่าท่านเป็นใครได้สั่งสมบารมีมา แล้วท่านก็รู้ว่าท่านได้ครบสัมมาสัมโพธิญาณแล้ว จึงมาประกาศตนว่าเป็นพระพุทธเจ้า ที่ไปปฏิบัติ 6 ปีในป่าเป็นเรื่องที่ทางผิด ที่ท่านงมงายกันทุกวันที่ไปยึดติดความรู้เดียรถีย์ กระแสหลักทุกวันนี้หลงออกป่า นั่งหลับตาปฏิบัติธรรม อาตมาก็พูดไปเขาไม่ฟังกันไม่มีปรโตโฆสะ 

พระพุทธเจ้าท่านนั่งรำลึกชาติในยามยามสองยาม 3 พบว่าเราเป็นพระพุทธเจ้าครบแล้วก็จะมาประกาศตัวแล้วก็หาคนจะประกาศจะไปประกาศกับใครที่ฟังแล้วรับรู้ได้ว่าเราเป็นพระพุทธเจ้าก็ระลึกถึงอาฬารดาบสอุทกดาบสที่เป็นเดียรถีย์ได้ฌาน 7 ฌาน 8 ก็พบว่าเสียแล้วก็นึกถึงโกณทัญญะ ที่ตอนที่พยากรณ์ไว้ก็ยังหนุ่ม แต่ตอนนี้แก่แล้วมีพรหมณ์หนุ่มอีก 4 รูปอยู่ร่วมด้วย ทั้ง 5 คนติดยึดว่าต้องนั่งหลับตาออกป่า แต่พระพุทธเจ้าท่านก็เห็นว่าไม่ถูกก็ปลีกมา ทั้ง 5 ก็บอกว่าล้มเหลวแล้วพระสมณโคดม ความเห็นก็แยกกัน จนกระทั่งพระพุทธเจ้าระลึกได้ก็เดินทางมา จากตัวเองตรัสรู้แล้วรู้ว่าพราหมณ์ 5 รูปอยู่ไหนก็เดินไปหา กว่าจะมาถึง 2 เดือนก็มาเจอกัน พอมาพบ ทั้ง 5 ก็บอกว่ามาแล้ว ใครอย่าต้อนรับนะ แต่เข้ามาแล้วก็ต่างคนต่างรับรู้รัศมีบารมีของพระพุทธเจ้า ก็เงอะๆงะๆ บางคนก็อ่อนน้อม เป็นอจินไตย คือจริงๆแล้วทั้ง 5 องค์มีบารมีร่วมกันมาแล้ว เป็นกรรมวิบาก อาตมาไม่มีความรู้อธิบายละเอียดได้

มาถึงก็ท่านก็ว่าเราบรรลุเป็นพระพุทธเจ้าแล้ว ทั้ง 5 องค์ก็ไม่เชื่อท่านก็ทวนว่า ที่เราเคยอยู่ร่วมกันมาเราเคยพูดไหมว่าเราเป็นพระพุทธเจ้า​ตอนนั้นเราไม่ชัดไม่แน่ใจหรอก แต่ตอนนี้เราพูดจริงว่าเราเป็นพระพุทธเจ้าแล้ว ทั้ง 5 องค์ก็มีปฏิภาณรู้ได้ โดยเฉพาะโกณทัญญะก็เคยพยากรณ์ไว้ด้วย 

ท่านก็เลยเทศน์ ธรรมจักกัปปวัตสูตร พอเทศน์ปั๊บ โกณทัญญะก็เกิดอัญญธาตุเป็นธาตุใหม่ธาตุโลกตระ อัญญะยังไม่เป็นพหูพจน์นะ แปลว่าอันอื่นที่แตกออกมาไม่ใช่อันเก่า เป็นความรู้เพิ่มเติมเป็นพหูพจน์ เป็นอัญญา จากนั้นก็มาเป็นกัญญา ชัญญา ปัญญา 

เรื่องธรรมะพระพุทธเจ้าพุทธศาสนาจะรุ่งเรืองในอนาคต เพราะเป็นคุณธรรมคุณวิเศษของมนุษยชาติ ตั้งแต่บุคคล สังคม ประเทศ โลก จักรวาล แต่จะขยายได้ไม่ใหญ่เท่าเทวนิยมหรอก ประชากรโลกตอนนี้ 7000 ล้าน พอไปอีก 40 ปีก็จะกว่าหมื่นล้าน จะปฏิภาคทวี จะกำหนดอย่างไรก็เพิ่มปฏิภาคทวี 

มาถึง 5 ข้อของประชาธิปไตย

อิสรเสรีภาพเป็นตัวหลัก เมืองไทยตอนนี้มีอิสรเสรีภาพดีที่สุด โดยเฉพาะชาวอโศกมีอิสรเสรีภาพดีกว่าใครในโลก อาตมายังไม่ใช้คำว่าสัมบูรณ์นะ อาตมาให้คำว่า สัมบูรณ์ มีมิติของความเต็มมากกว่าบริบูรณ์หรือปริปูรณะ 

สัมมปูรณะนี้เหนือกว่า สมะ คือเสมอหรือสงบ ปูระ คือเต็ม ปริปูรณะคือบริบูรณ์รอบยังไม่เนียนใน แต่ สัมม นี้ทั้งนอกทั้งในครบกว่า

อิสระ ผ่านอิสระเสียที อิสระเป็นตัวนำว่าประชาธิปไตย นี้ ทุกคนต้องการอิสระแล้วมีอิสระจริง

จากนั้นก็มีทาน อิสระแล้วก็ ให้ เสียสละ การให้นี่ ในสัมมาทิฏฐิ ๑๐ คำแรก ทินนัง เป็นคำที่ 3 ของทาน

ทินนังคือให้แล้วจบแล้ว แล้วจิตคุณให้โดยมีสาเปกโขหรือไม่ให้แล้วยังมีเชื้อยึดเป็นเราเป็นของเราหรือไม่ คุณจะต้องมาตอบแทนบุญคุณระลึกบุญคุณ อันนี้ยังไม่บริสุทธิ์

ทานที่บริสุทธิ์คือต้องให้อย่างขาดไม่มีหวังอะไรตอบแทน คนมิจฉาทิฏฐิให้แล้วยังหวังตอบแทน แล้วยังผูกพันกับผู้เป็นเจ้าของ ให้ไปแล้วจะต้องเอาคืน เขาจะเป็นคนต้องการแล้วจะต้องตอบแทน ให้ไป 500 ต้องตอบแทน 500 แล้วต้องมีดอกเบี้ยด้วยนะ คืน 600 700 ดีไม่ดีทบต้นด้วยนะ

หากมีสาเปกโขคือไม่บริสุทธิ์ อัตถิทินนังคือทานแล้วไม่มีความต้องการอะไรตอบแทนเลย ยังไม่พอ ปฏิพัทธเปกโข ยังผูกพันกับสิ่งที่เราให้เขาเป็นเราเป็นของเราอีก ยังไม่พอ มีการสั่งสมเป็นกองสมบัติของเราสันนิธิเปกโข สั่งสมเป็นธนาคารกองสมบัติ ยังโง่ไม่พอ ข้ามชาติไปเป็นเข้าของกินชาติต่อไปอีกไม่เคยปล่อยวางเลย เอ็งจะมีอัตตา อัตตนียาไปถึงไหน ทานไม่ปล่อยวาง ทานยังมีตัวกูของกู 

ต่อมา ศีล ก็มีนัยคล้ายกันกับทาน ยังยึดเป็นตัวกูของกู ปฏิบัติศีลแล้วจะได้คุณสมบัติแบบนี้ เอาไปข่มเบ่งคนอื่น เรียกร้องให้คนอื่นมาเอา ดีไม่ดีให้เขาแล้วต้องมีค่าตอบแทนอีก 

นี่คือสองข้อหลัก ทานกับศีล ทานก็ล้างกิเลสศีลก็ล้างกิเลส หากไม่ชัดเจน ก็ไม่หมดกิเลส หุตัง คือผลแท้จริงหรือไม่ในการทาน ศีล หุตัง แปลว่าผลแท้ที่หยั่งลง

ยาก ทาน ศีล ภาวนาอรรถกถาจารย์เอามาผสม เป็นบุญกิริยาวัตถุ 10 เลยบานตะโก้ เป็นเทวนิยมอีกเยอะ เขามีส่วนดีแต่ไม่ถูกต้อง เพราะเข้าใจบุญผิด บุญแท้ๆมีแค่ 3 อย่าง ขยายอีก 7 อย่างเป็นโลกียผสมมา

นิมนต์จิบน้ำ

เวลาเดินทางของพระพุทธเจ้าไปหาปัญจวัคคีย์ไม่น่าจะใช้สองเดือน เพราะใช้เวลาเสวยวิมุติสุขอีก

พ่อครูว่า ท่านเดินเร็วนะ

สมณะเดินดินว่า…วันนี้มีคนมาฟังธรรม 1475 คน 

พ่อครูว่า…ก้าวหน้านะ 

ต่อจากทาน ปัญญา นี่ขอต๊ะไว้หน่อยยังไม่อธิบายมากตอนนี้ ค่อยติดตาม

งานนี้เทศน์เรื่อง กายนี้คือวิญญาณ 

อนุกัมปายะ ก็หมายความว่า เป็นผู้อนุเคราะห์หากมีโลกก็เป็นโลกานุกัมปายะ คืออนุเคราะห์กว้าง เอื้อมเอื้อเกื้อกว้างสู่มนุษยชาติ ต้องมีธรรมฤทธิ์มากขึ้น

อย่างอาตมาช่วยคนทางนามธรรมเจตสิกซึ่งยากละเอียด อาตมาปางนี้ไม่เก่งทางวัตถุ รูปธรรม แต่เป็นนามธรรม แจกอาริยทรัพย์นามธรรม ทางรูปธรรมนั้นหลายคนรวมกันช่วยสร้างวัตถุรูปธรรมเกื้อกูลแจกจ่าย ในเมืองไทยมีคนมีภูมิธรรมองค์ประกอบพุทธอยู่จริง ตั้งแต่ในหลวงร.9 ข้าราชบริภาร ประชาชน จนสหประชาชาติเขาสามารถเข้าใจ รู้สิ่งประเสริฐอันนี้ จึงต้องรับรองให้รางวัล ท่านก็ได้ทางรูปธรรม ส่วนอาตมาทางนามธรรมยากกว่าหลายชั้น ก็คงไม่ตายตอน 89 ต้องลากสังขารไปอีกเพื่อพิสูจน์ธรรมะทางนามธรรม ตามเกณฑ์นิมิตก็ 151 แต่ตัวเองก็ไม่เชื่อเท่าไหร่ ทุกวันนี้มีโรคกระเปาะทางคอ จะทำให้หายใจไม่ได้ก็ตาย ก็จะเกิดเสลดมาอุดตัว หรือเส้นเสียง vocal cord จะระบมบวม มาชนกระเปาะก็ตายได้ แต่ก็ไม่ประมาท คนที่มีความรู้อยากช่วยก็ขวนขวาย หลายท่านเสนอมา อาตมาก็ใช้คณะที่ดูแลช่วยกันคัดกรอง ก็ต้องขออภัยที่บางคณะก็ไม่สนองก็ขอบคุณอย่างยิ่ง หากเหลือบ่ากว่าแรงก็คงต้องยอมรับในอะไรก็แล้วแต่

ทานก็ให้แล้ว อนุกัมปาก็ให้จริงๆ ให้ทั้งสมรรถนะความสามารถ มวลองค์ประกอบวิธีการพิธีกรรมทฤษฎีรวมแล้วเป็นการสงเคราะห์อนุเคราะห์ช่วยคนอื่นเต็มที่

สุดท้ายจบที่อนัตตา คือไม่มีตัวตน

อาตมาว่าเป็นแกนใหญ่ของประชาธิปไตย

อิสระเป็นตัวต้น อนัตตาตัวท้าย

อิสระคืออัตตาเป็นตัวเองทุกคน ไม่มีใครบังคับ แม้ใต้ทฤษฎีพระพุทธเจ้าก็ไม่มีการบังคับ ในกาลามสูตร 10 ว่าไว้ ไม่ให้เชื่อแม้พระพุทธเจ้า ไม่เชื่ออะไรทั้งนั้นอิสระที่สุด ไม่มีใครมาเป็นเจ้า จะเป็นพระเจ้า จะเป็นทฤษฎีสิ่งสมมุติก็ไม่มีการมาบังคับ แล้วอิสระสูงสุดคือไม่มีตัวตน สูงสุดจริงๆ เพราะรู้ตัวตน แล้วทำลายตัวตนที่มีองค์ประกอบตั้งแต่ภายนอกคือโอฬาริกอัตตา

ก็หลุดพ้นจากอัตตาหยาบนี้ เรียนรู้ละลดจากโอฬาริกอัตตา ตั้งแต่อบายมุข กาม ก็รู้ถึงว่าอบายมุขคืออะไร ต้องไปเกี่ยวกับอะไรต้องไปเสพติดยึด มีสุขทุกข์กับมันอยู่ ก็เลิกขาด พิสูจน์ได้ตั้งแต่ตอนเป็นๆ อบายมุข ตีทิ้งไปเป็นอุตุนิยามได้เลย คืออบายมุขมีอยู่ เช่นสิ่งเสพติดละเม็งละครทั้งดาราเล่นละคร  ทั้งดารากีฬาราคาแพงๆ หยาบๆพวกนี้เขาสนุกต้องเสียค่าตั๋วไปดู คนก็ไม่รู้ไปเร่งเร้า ค่าตัวสูงเท่าไหร่ยิ่งอบายมุขเท่านั้น

สังคมใดราคานักกีฬา ดารา ราคาแพงมากเท่าไหร่คือสังคมอบายมากเท่านั้น คนไม่รู้ก็ไปเชิดชูให้ค่าตัวแพงๆ 

สังเกตได้ว่า มีส่วนหนึ่งที่งมงาย แต่ค่าเฉลี่ยแล้วไม่ว่าจะจีนหรืออินเดีย ดาราค่าตัวเกาหลีแพงกว่าดาราจีนนะ เกาหลีประเทศเล็กนิดเดียว แต่จีนคนมากกว่าเยอะ ยังแพงกว่าอีก นี่แสดงถึงราคาความรู้ในโลกความรู้คุณธรรมในโลกดีกว่า เกาหลีอาจโฆษณาประเทศดีกว่า แต่พลเมืองจีนมีมากกว่ามาก แต่คนเขามากกว่าแล้วฉลาดกว่าด้วย สู้ไม่ได้ทั้งเนื้อหาและปริมาณ เกาหลีก็แสดงถึงความโง่กว่า เด่นดังกว่า แต่จีนเอาเนื้อหาสาระได้มากกว่า ตอนนี้นำลิ่ว แม้ทางไอทีก็เก่ง

สรุป ประชาธิปไตย 5 หลักใหญ่คนจะค่อยศึกษากัน เพราะเกี่ยวกับโลกุตระ อุตริมนุสธรรมเกินสามัญกว่าคนทางโลกส่วนมากจะคิดได้ แน่นอนเป็นจำนวนน้อยแต่เป็นยอดปิรามิดของความรู้จริงๆ คนส่วนน้อยจะรู้ได้ สิ่งที่รู้ยากสมบูรณ์แบบก็ต้องมีคนมีภูมิปัญญาก็ต้องน้อยใช่ไหม คุณสมบัติ คุณธรรมที่จะอาศัยปัญญาโลกุตระนี้จึงลึกซึ้งไม่ใช่เฉกา (พหูพจน์) เฉกะ หรือเฉโกคือเอกพจน์ 

ผู้มีปัญญาเข้าใจ เป็นตัวยิ่งใหญ่ จะช่วยคนอื่นได้ต้องมีอนัตตาไม่มีตัวตน แล้วต้องทานอย่างมีอิสระ พยัญชนะ 5 อันนี้ปัญญาชนจะค่อยมาเข้าใจในอนาคต จะไปสร้างให้ตนมีคุณธรรม มีเนื้อแท้มากยิ่งขึ้น สัตว์โลกคือมนุษย์เป็นสัตว์โลกที่ยิ่งใหญ่ฉลาดสุดแต่โลกจะมีกลียุค เดือดร้อนใกล้มาทุกที แต่ขณะนั้น คนที่ยอดที่จะเก็บกวาด คนที่หลุดพ้นจากกลียุค ลอยตัวจากกลียุค ไฟกลียุคไหม้ไม่ตาย คนพวกนี้มีความหนังเหนียว ภูมิคุ้มกัน อยู่ยงคงกะพัน เรียกว่า(พ่อครูไอ ตัดออกด้วย)

ตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้ แคล้วคลาดไม่มีเรื่องมาแผ้วพาล เรื่องบาปอกุศลภัยพวกนี้ ผู้มีบารมีจะหลุดพ้นได้ง่าย อย่างพระพุทธเจ้าใครจะทำร้ายได้ เก่งอย่างพระเทวทัตมอมเมาช้างให้มาทำร้ายก็ไม่สำเร็จ รอดมา สุดท้าย ก็ได้แค่สะเก็ดหินมาถูกพระบาทห้อเลือดเท่านั้นเองทำได้แค่นั้นเป็นอจินไตยที่มีบารมีคุ้มกันเป็นกำแพงไร้สภาพที่หุ้มกันท่านไว้จริงๆ ไม่มีรูปร่าง ในชีวิตอาตมาก็มีเรื่องเหล่านี้ยืนยันบ้าง ไม่ได้ท้าทาย แต่ก็ไม่มีใครมาทำร้ายอาตมาถึงขนาดนั้น มีแต่หอกปาก สูงสุดก็โดนแก๊สน้ำตา แสบเสียไม่มี ใครจะแตะจะถีบอาตมาก็ไม่เคยเจอ ไม่เคยโดนดีโดนตบ มีแต่ครูที่ตี เพราะไม่ได้ทำการบ้าน แต่อาตมาก็หลบเหลี่ยมครูอาจ รร.เบญจมมหาราช แกเป็นนักผ่อนส่งตีผ่อนส่ง อาตมาทำการบ้านไม่ทัน แต่อาตมานั่งหน้าห้องสู้ตา เป็นทริคของอาตมา สู้ตาแปลว่าทำได้ แต่ใครหลบแกเอาก่อนเลย 

โลกสังคมกำลังมุ่งหาประชาธิปไตย จีนพัฒนาจากคอมมิวนิสต์ จากเหมาเจ๋อตุง เป็นเชิงบังคับ คนก็ไม่ค่อยชอบหรอก คอมมิวนิสต์จะไม่ครองโลก เดี๋ยวนี้เป็นลัทธิแก้ คอมมิวนิสต์กลายพันธ์ุ 

อย่างประเทศไทยมีประชาธิปไตยมาแต่ต้น ยกตัวอย่างพ่อขุนรามคำแหงมหาราช มีคุณธรรมประชาธิปไตยสืบเชื้อมาในประเทศไทย ยิ่งเจริญมาในยุคในหลวงร.9 เป็นที่รู้กันดี แต่ละประเทศก็พยายามทำ แต่ก็เป็นประชาธิปไตยของแต่ละประเทศซึ่งไม่เข้าท่า ยกตัวอย่างอเมริกา ที่เอาประชาธิปไตยจากอังกฤษไปทำ แต่ทุกวันนี้กลายเป็นประชาธิปไตยทุนนิยมสามานย์ ต้องใช้ทุนมหาศาลอำนาจ หมู่กลุ่มเป็นประชาธิปไตยค่ายกลทุนนิยมสามานย์ จะว่าไปแล้วรัสเซียเป็นคอมมิวนิสต์ที่ดีกว่าประชาธิปไตยสามานย์ ขออภัยท่านอเมริกาทั้งหลาย เดี๋ยวจะส่งโดรนมายิงอาตมาอีก ขอให้อาตมาอยู่ทำงานเถิด ไม่ใช่กลัวตายหรอก หากจะตายก็เป็นวิบาก แต่เชื่อว่าไม่ทำหรอก เพราะอาตมาไม่ใช่คนเด่นคนดังหรอก ไม่ใช่เสียงนกเสียงกา แต่เขาถือว่าเสียงหมาเห่าบ๊อกๆ ก็คงไม่ติดใจมากมาย

คุณสมบัติ 5 ประการนี้มนุษย์จะต้องศึกษา เมืองไทยสืบทอดประชาธิปไตยโดย DNA มา อาตมาพยายามยืนยัน แต่คนไม่เชื่อน้ำมนต์ว่าประชาธิปไตยนี้ทำรัฐประหารโดยประชาชน รัฐประหารหรือประชาชนร่วมกันปฏิวัติประเทศโดยประชาชนสำเร็จถึง 4-5 รัฐบาล แม้แต่ประชาธิปัตย์ก็ถูกปฏิวัติโดยประชาชน นอกนั้นก็ต้องหนี ไม่หนีก็ตาย อย่างนอร์มินีสมัคร อย่างสมชายก็ยังอยู่ 

นอร์มินีทักษิณมีหลายคน เป็นตัวอย่างว่าไม่ขึ้นหรอก ประชาธิปไตยสามานย์ไม่ขึ้นหรอก แบบใช้อำนาจบาตรใหญ่ สร้างเครือขาย ทหารแตงโม ตำรวจมะเขือเทศ ก็มี จะซับซ้อนในกรอบของประชาธิปไตย  ต้องรู้เนื้อแท้ประชาธิปไตย ขอยืนยันว่าเราชาวอโศกเป็นเนื้อแท้ประชาธิปไตยแบบพระพุทธเจ้า

พระพุทธเจ้าเป็นประชาธิปไตยที่มีธรรมนูญ คือ จุลศีล มัชฌิมศีล มหาศีล ซึ่งเขาเข้าใจไม่ได้ หากเข้าใจเอาไปออกกฎหมาย เอาศีล 5 เป็นธรรมนูญของประเทศไทย จบ แล้วออกกฎหมายลูกจากธรรมนูญ 5 ข้อนี้ นักนิติศาสตร์ฟังไว้ ไม่ต้องลำบากเลย อินเดียมีธรรมนูญ.ฉบับเดียว เขาเป็นพวกศรัทธา สงบ ไม่ต้องไปแก้ไขเลย ใช้มาถึงทุกวันนี้บริหารจริงเอาสภาวะเข้าว่า หลักเกณฑ์เดียวเอาศีล 5 แล้วมาขยายกฎหมายลูกให้เข้ากับสังคมองค์ประกอบปัจจุบัน เอาทำกฎหมายลูกเปลี่ยนไปตามยุคกาลเหตุปัจจัยก็ง่าย แต่ทุกวันนี้ออกกฎหมายสภาไม่ได้เรื่อง เถียงกันเลอะ ค้านกันไป ไม่เข้าท่า จนทุกวันนี้งบประมาณไม่ออก แต่เขาก็ใช้กันแล้ว มันเสียเศรษฐกิจ เอาไปเอามาต้องไปกู้ต่างชาติมาอีก กู้เสียดอกเบี้ยอีก จะโง่ไปถึงไหน คนโง่ทำอะไรน่าเกลียด โง่ไม่เสร็จ แต่มันห้ามไม่ได้ เขาก็แสดงออกจริง 

แต่เมืองไทยสรุปว่า ประชาธิปไตยของเมืองไทยสวยที่สุด นี่ไม่ได้พูดเล่น ไม่ได้หลงตัว แต่พูดเอาทฤษฎีหลักเกณฑ์ของพระพุทธเจ้ามาตัดสิน ธรรมะของพระพุทธเจ้าเป็นโครงสร้างทฤษฏีหลัก พระพุทธเจ้ายิ่งใหญ่ในยุคของท่าน ธรรมนูญของท่าน จุลศีล มัชฌิมศีล มหาศีล ในทวีปอินเดีย เจ้าแคว้นใดๆก็ยอมให้ท่านหมดเลย 

จบ