ศาสนา

630405_รายการวิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ จิตปล่อยวางได้ด้วยเจโตและปัญญา

อ่านทั้งหมดที่ หรือดาวน์โหลดเอกสารที่…https://docs.google.com/document/d/1fE90sMprjq-5Hda9ED1T0s4h_FSksM6VCAvP9NHZdT4/edit?usp=sharing                             

ดาวน์โหลดเสียงที่  https://drive.google.com/open?id=1yWeDFYB2M5ifkntfocpKf2xiMwYF7cuF

สมณะฟ้าไทว่า…วันนี้วันอาทิตย์ที่ 5 เมษายน 2563 ที่บวรราชธานีอโศก  ถ้าเป็นในเวลาปกติเราก็จะอยู่ในช่วงวันแรกของงานปลุกเสกฯ แต่นี่ไม่ปลุกเสกฯก็เหมือนปลุกเสกฯ เราอยู่ในประเทศไทยกาละนี้ จะได้เห็นความประเสริฐของคน 

พ่อครูว่า…เริ่มต้นด้วยบทกวีของอ.เป็นต้น นาประโคน

~ พระบ้านบริหารพระป่า ~

แบกกลดสะพายบ่าเข้า พงไพร

อยู่กับเสือช้างใน ป่านั้น

ปฏิบัติเคร่งกว่าใคร นั่งหลับ ตาเฮย

หนีมนุษย์สุดฟ้ากั้น ยึดถ้ำกรรมฐาน

อีกพวกคือพระบ้าน ชาญฉลาด

เป็นมหาเปรียญพระปราชญ์ ฉลาดล้ำ

มหาบัณฑิตพุทธศาสตร์ ยศศักดิ์ สูงแฮ

นิตยภัตจัดค้ำ แบ่งขั้นเงินเดือน

อุปมาไม้ผุแล้ว ทั้งสอง

บนบ่าแบกขวานมอง โค่นไม้

สันขวานทุบทดลอง  กลางกลับ กลวงแฮ

ถนอมค่าคมขวานไว้ อย่าให้เสียคม

ฟ้าร้องครืนสั่งให้ ราตรี

ต้อนรับสายวารี จากฟ้า

หยิบยื่นมิตรไมตรี  ช่วยโลก แล้วเฮย

ฝนหลั่งเพิ่มพลังหล้า ขจัดแล้งแห้งหาย

ธรรมชาติเตือนมนุษย์บ้าง บางครา

ทุนนิยมมายา เล่ล้น

ก่อธุรกิจนานา ขูดรีด กันเฮย

เฉกซ่องโจรมาปล้น ปลุกปล้ำ ข่มขืน

……เป็นต้น นาประโคน 5 เมษายน 2563

_SMS วันที่  3 เม.ย. 2563 (พุทธศาสนาตามภูมิ : พ่อครู)

_นิรนาม : ฝากถามพ่อครูว่า ถ้าเราเกิดมาเป็นเพศชายจะดีที่1 เพศหญิงมาที่2 แล้ว ระหว่างกระเทยกับเกย์ อย่างไหน จะดีกว่ากัน ?

พ่อครูว่า…ไม่ดีทั้งคู่ อาตมาโง่ไม่รู้ว่ากระเทยคืออะไร เกย์คืออะไร แต่รู้ว่าเป็นพวกไม่ปกติ รู้เท่านี้ก็พอแล้ว เพราะฉะนั้นถ้าจะออกจากปกติไปอีกนิดนึงก็ไม่เอา ยิ่งไปไกลกว่านั้น กระเทยหรือเกย์อาตมาเข้าใจว่าเป็นพวกผิดเพศข้ามเพศ สรุปเป็นภาษาธรรมะคือพวกเป็นคนกิเลสซับซ้อนเพศตัวเองก็ไม่รู้สับสน 

พระพุทธเจ้าบอกว่าคนที่มีกิเลสซับซ้อน ธรรมชาติแท้ๆเพศผู้เพศเมีย แต่พวกนี้สับสนปนเปท่านไม่ให้บวช เพราะฉะนั้นพวกกระเทยหรือเกย์ไม่ให้บวช ถ้าปลอมตัวมาบวชเรารู้ก็ไม่ให้บวช เป็นอันตรายิกธรรมสำหรับการบวช หากปลอมมาบวช แม้รู้ภายหลังก็จับสึก กระเทยบวชไม่ได้ แต่ในวงการศาสนาพุทธตอนนี้มีเต็มไปหมดเละเทะมันเลยไปไม่รอด 

จะให้อาตมาวิจัยวิจารณ์ว่าอะไรดีกว่ากันก็ไม่เอาทั้งนั้น ไม่ดีทั้งคู่ 

_พรสิทธิ์ เจียรวรรณศิลป์ : กราบนมัสการพ่อครูครับ พ่อครูเคยเทศน์ว่าพระสารีบุตรนานๆ ครั้ง ก็ไปหาพระพุทธเจ้าเพื่อไต่ถาม สอบถามว่า 

1)ในช่วง 14 วัน (ถ้าจำไม่ผิด) ที่พระสารีบุตรพากเพียร ก่อนที่จะบรรลุอรหันต์นั้น พระสารีบุตรไปไต่ถามพระพุทธเจ้าบ้างไหมครับ? และด้วยประเด็นใดครับ?

พ่อครูว่า…ถามความลับ อาตมาไม่บอกหรอก ที่จริงแล้วระลึกไม่ได้จำไม่ได้ คือความจำสิ่งที่มันจำได้มันเหมือนต้นไม้ สะเก็ดข้างนอกจะร่วงก่อน เปลือกก็จะหายตาม แล้วกระพี้ แล้วแก่น อาตมาก็จะเหลือแต่แก่น ส่วนกระพี้ เปลือกหายไปหมด จำได้แต่แก่น 

แก่นเป็นอนุสัย เป็นอนุสัยสัจธรรมฝ่ายดี อาตมาเคยอธิบายอนุสัยฝ่ายดีฝ่ายชั่วฝ่ายอกุศลฝ่ายกุศล คนเข้าใจทั่วไปว่าอนุสัยคืออกุศล นั่นก็ขั้นหนึ่ง แต่ที่จริงแล้วมีทั้งฝ่ายดีและฝ่ายไม่ดี พระโพธิสัตว์จะรู้จักอนุสัยฝ่ายดีเพราะต้องรู้จักยืนยันอนุสัยเอาไว้ สย แปลว่าตัวเอง อนุ ก็ตาม เป็นสิ่งที่ละเอียดเล็กน้อยจะต้องรู้ให้ชัดเจนที่จะต้องใช้อาศัยอยู่ จึงเรียกว่าอาศัยด้วยอนุสัย อาตมาไม่ได้ปิดบังหรอก อะไรไม่ควรบอกไปทั่วก็บอกไปไม่ดี คนชอบถามซอกแซก 

2) นอกจากช่วง 14 วันแล้ว มีตัวอย่างเรื่องสภาวะธรรมหรือคำถามเชิงโลกวิทู

ที่สอบถามบ้างไหมครับ?

พ่อครูว่า…เอาล่ะ อันโน้นก็ยังไม่ระลึกได้ก็มาถามอันนี้ เอาเถอะ ถึงคุณจะรู้ไปแล้วคุณก็อ่านเท่าที่เขามีอาจาริยวาทหรือ เถรวาทเขียนไว้ คุณก็อ่าน ทำความเข้าใจในสิ่งนั้นก็เหลือแล้ว คุณมั่นใจว่าอันนี้ควรทำให้ได้ก็ทำให้ได้เถิด แต่ถ้าเอาแต่รู้รู้รู้แต่ไม่ทำ เมื่อไหร่จะได้บรรลุ อยากรู้อะไรได้มากๆยิ่งจะรู้อะไรได้มากแล้วไม่เข้าเรื่องเท่าไหร่ แต่รู้แล้วทำอะไรที่แน่นอนแล้วทำให้สำเร็จให้ดีให้ได้ก่อนแทนที่จะไปเที่ยวรู้ มันรู้ไม่จบหรอกโลกจินตา แต่ถ้ารู้แล้วปฏิบัติให้เข้าเป้าเลย อาตมาพูดตอนนี้ก็ระลึกถึงท่านประยุทธ์ ปยุตโต อาตมาก็อยากให้ท่านเข้าใจเรื่องเหล่านี้ให้ดี ท่านเป็นนักศึกษาและศึกษาไม่จบจนกระทั่งวันนี้ ท่านเอาแต่ศึกษาท่านไม่เข้าเป้าที่พยายามศึกษา สักกายะ แล้วปฏิบัติให้ได้ลำดับไปเรื่อยๆ อาตมาต้องขออภัยต้องสงสาร ท่านเป็นนักศึกษาที่จริงจังต่อการศึกษาซื่อสัตย์ต่อการศึกษา ท่านก็เลยขออภัยอีกที เพลินไปกับการศึกษา มากไป อาตมาก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ตอนนี้ท่านก็เปิดเผยทั่วไปว่ามีอาการอาพาธมาก อาตมาก็เห็นใจ ก็ได้แต่ขอเอาใจช่วย แต่อาตมาก็ว่าท่านรู้ลึกอยู่แล้ว เป็นความจริงที่ท่านต้องพัฒนาตัวเอง น่าจะข้ามพ้นคำประโลมโลกแล้ว อาตมามีความจริงใจที่จะเห็นใจท่านเห็นจริงๆนะ เพราะฉะนั้นก็ส่งความจริงใจไปถึงว่า เผื่อท่านจะมีทุกข์มีร้อนจากอาพาธก็ขอให้ท่านบรรเทาเบาบาง มันขอไม่ได้หรอกแต่พูดตามโวหารทางโลกเท่านั้น ท่านเป็นคนหนึ่งที่อาตมารู้และเข้าใจตามภูมิที่จะต้องมีขึ้นมาในโลกนี้ที่จะต้องมาเป็นผู้รักษา อาตมาก็ขออภัยที่จะวิจารณ์ท่านนิดนึงว่า

ท่านเก็บมากเกินไป มันเป็นอาจาริยวาทมากไป ซึ่งต่างจากเถรวาท 

อาจาริยวาท เป็นคำสอนของอาจารย์รุ่นหลังๆซึ่งนับไม่ถ้วน คนไหนที่เขียนในตอนหลังๆก็เป็นอาจารย์ทั้งนั้น ส่วนคำว่าเถรวาท คือคำสอนของพระเถระ รุ่นที่ติดกับพระพุทธเจ้าเท่านั้น ถ้าไม่ใช่คนเกิดในยุคพระพุทธเจ้า ก็เป็นคำสอนของเถระ

อย่างวิสุทธิมรรค ของสมเด็จพุทธโฆษาจารย์คนก่อน เป็นคัมภีร์ที่ประเทศไทยนับถือมาก เอามาเป็นหลักเลยคัมภีร์วิสุทธิมรรค ซึ่งก็ยังมีเป็นส่วนเทวนิยมอยู่เยอะ 

อาตมาก็ต้องขออภัยท่านปยุต ว่าพอแล้ว นี่ท่านก็ยังเขียนอยู่อีก รวบรวมไว้ อาตมาว่าเอาเน้นๆเข้าหา 1. พระพุทธเจ้า พุทธพจน์ และ 2. เถรวาท เป็นหลัก

อาจาริยวาทก็ดี ที่เก็บสิ่งตกหล่นไว้ คนเก็บเอาวาทะอรรถกถาจารย์ต่างๆรวบรวมมาก็ดี แต่ว่า มันเฟ้อ มันเกินมันมาก มันเป็นคำสอนที่ออกนอกเป็นความคิดความเห็นออกไปเป็นของใหม่เยอะ เพราะฉะนั้นมันก็จะไม่เข้าเป้ามันก็จะมากเกินไป อาตมากำลังวิจัยวิจารณ์พวกนี้มันมากไปในการศึกษา มันก็เลยทิ้งผล ไม่เข้าสู่การปฏิบัติให้เข้าเป้าให้ไปเป็นลำดับอย่างน่าอัศจรรย์ มันไม่เป็น เริ่มต้นด้วยศีล เริ่มต้นด้วย สักกายะ ยังไม่ได้เริ่มต้นก็ไม่ได้ผลตั้งแต่ต้น สักกายะยังไม่ชัด ศีล ก็กลายเป็น สีลัพพตุปาทาน ศีลเคร่งแต่ไม่เข้าถึงอธิศีล อธิจิต อธิปัญญา ไม่เข้าไปสู่สภาวะ ไม่ได้อธิวิมุติ ก็เลยกลายเป็นการศึกษาที่ไม่ครบแม้แต่การศึกษา 3 ศีล สมาธิ ปัญญาก็ไม่ครบ มันก็เลย เต็มไปด้วยความรู้เท่านั้น อันนี้อาตมาก็ขออภัย ท่านเป็นภันเตแม้อายุน้อยกว่าอาตมา ก็ตอนนี้ขอให้ท่านบรรเทา อย่างไรก็ระลึกถึงท่านอยู่ อาตมาได้ประโยชน์จากสิ่งที่ท่านทำไว้ อย่างพจนานุกรมฉบับประมวลศัพท์และพจนานุกรมฉบับประมวลธรรม 

อาตมาได้ใช้อาศัยมากเลย ต้องขอบคุณอย่างสูงที่ให้อาตมาได้ใช้อาศัยนั้น ท่านเก็บรวบรวมไว้ดี 

นิมนต์พ่อครูจิบน้ำ

สมณะฟ้าไท …

พ่อครูว่า..ขอย้ำอีกที อาจาริยวาทอย่าไปเอาใจใส่มาก เอาแค่พุทธพจน์กับเถรวาทแค่นั้นเป็นหลักพอแล้ว  สำหรับอาจาริยวาทออกนอกเยอะกลายเป็นมหายานเละเทะ 

_จักรพล พุทธพัฒนา : สภาวะจิตอย่างที่พ่อครูพูดนี้..เราจะต้องทำให้ได้แต่เนิ่นๆ

หรือต้องทำให้ได้ก่อนเลยตอนนี้เลย!!! /องค์ประกอบต่างๆที่พ่อครูสร้างขึ้นมาเป็นที่อาศัยอย่างมีสปายะแล้ว..ยังเป็นเครื่องหล่อหลอมจิตให้เกิดพุทธะ..อนุพุทธะแก่ผู้มีสติปัญญาที่เป๋นโลกุตระ เป็นอาริยะด้วยครับ..ผมเชื่ออย่างนั้น.ต้องเห็นกับตา ถึงจะเชื่อ สาธุ สาธุ สาธุ

_Saowalak Muangmuk เสาวลักษณ์ ม่วงมุข: กราบนมัสการเจ้าค่ะ ดูทุกวันเจ้าค่ะเมื่อคืนเลยฝันว่ามาอยู่นะสถานที่นี้ด้วยเจ้าค่ะ สาธุๆๆเจ้าค่ะ

พ่อครูว่า..เอ้า มาจริงๆให้ได้

_คุณพันธุ์ พอเพียง :เขียนเล่ามา… วันพฤหัส ตอนเช้า ผจก. ธนาคาร โทรมาปรึกษาแม่บ้านว่ามีความจำเป็นต้องลด ดอกเบี้ยฝากพิเศษลงมา ตามสภาพเศรษฐกิจ เชิญไปคุยในห้องแอร์ กับบุคลากรใส่สูทที่ดูดี  

ตอนบ่าย พบกับ ผจก. โรงปุ๋ย จาก สวนบุญผักพืช ชื่อ ไพรเมือง และลูกทีม ขนดินปลูก กับปุ๋ย มาให้ 2 คันรถ เนคไทด์ไม่มี รองเท้า ไม่มี แม่บ้านยื่นเงินให้หมื่นบาท คุณไพรเมืองบอกว่า เอาแค่เจ็ดพัน!… เศรษฐกิจ แบบนี้ ต้องช่วยกันครับ แถมมะม่วงให้อีกกะครุหนึ่ง! 

เหตุการณ์นี้ เกิดในอำเภอวังน้อย อยุธยานี่แหละ เวลาก็ห่างกันแค่ 4 ชั่วโมง แต่เหมือนอยู่คนละโลกเลยครับนมัสการครับ  

ตอนอาไพรเมือง มาส่งปุ๋ย เราก็ทิ้งระยะห่างกัน และก็ใส่แมสตลอดนะครับ ส่งแล้วรีบกลับ แม่บ้านสั่งดินปลูก เพราะจะปลูกผักถวายโรงครัวที่สันติอโศกครับ

_สนอง นิละกุล : น้อมกราบนมัสการพ่อครูสมณะสิกมาตุสำนึกดีญาติธรรมครับ ไวรัสโควิดทำให้ผมได้พิจารณา ชอบ ชัง และไม่รอไม่หวังในอะไร ยิ่งอนาคตยิ่งไม่คิด และการนั่งหลับตาเคยนั่งมาแล้วจิตมันวิ่งไปรับรู้สัญญาเก่าๆและฟุ้งไม่เคยสงบเลยครับ ถ้าไม่พบพ่อครูคงไม่รู้ว่ามันนอกรีตพุทธครับ

_คนไร้สาระ : กราบนมัสการพ่อครู กระผมทำนาประมาณ 10ไร่ พอถึงเวลาเก็บเกี่ยว

ก็ไปหาจ้างรถเกี่ยวข้าว ถ้าไปจ้างรถเกี่ยวข้าวของญาติ ราคา 650 บ/ร ถ้าไปจ้างรถเกี่ยวข้าวคนต่างหมู่บ้าน ราคา 500 บ/ร กระผมควรพิจารณาอย่างไรดี

พ่อครูว่า..คุณเองอยากให้ญาติก็จ้างญาติ หรือคุณไม่อยากให้เพราะญาติคิดแพงก็จ้างคนต่างหมู่บ้านเถอะ แค่นี้ก็ให้อาตมาคิด คุณคิดเองได้ อาตมางานมากอยู่

_วิมล : ดิฉันดูทางทีวี และทางเฟส แล้วแต่โอกาสจะสะดวกค่ะ

_Rujira Wongpalee รุจิรา วงศ์ปาลี: กราบนมัสการค่ะ ตอนนี้อากาศกำลังเปลี่ยนพ่อครูคันจมูก ยาลูกกลอนปราบชมพูทวีปอาจช่วยแก้อาการคันจมูกได้ค่ะ ขอความกรุณาท่านปัจฉาโปรดพิจารณาเพื่อถวายพ่อครูกราบขอบพระคุณค่ะ กราบนมัสการเจ้าค่ะ

_เชวง กิจจะบรรณ์ : เรียนคุณสู่แดนธรรมคนที่เห็นผิดก็ไม่ควรส่งไห้พ่อนะครับเพราะคนแบบนี้เขาไม่เชื่อครับ

พ่อครูว่า..อย่าไปดูถูกดูแคลนกันเลย ช่วยเกื้อกูลกันบ้าง ไม่มีใครเห็นถูกได้ทันทีหรอก

_pockie kammaha ป๊อกกี้ คำมหา: ธรรมสัจจะเป็นสิ่งที่สวนกระแส ปุถุชนผู้มีอวิชชาหนาแน่นจึงเข้าถึงยากครับ มนัสสการครับ

_แอ ตอน : รอโควิดหายแล้วจะไปหา(บ้านราช)

_Boonsong Bumrungkit บุญส่ง บำรุงกิจ : ติดตามฟังธรรมะจากพ่อครูฯ สมณะฯและสิกขมาตุ มาตลอดครับ ไม่มีทีวีคงติดตามทางนี้ครับ

_Pichest Boonwiroon พิเชษฐ์ บุญวิรุฬ : ยากแต่ก็ไม่ท้อถอย เมื่อยแต่ก็ไม่หยุดยืนหยัดยืนยันในความเป็นพุทธแท้ ๆ มาจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสมณะโคดม ขอบพระคุณที่พ่อครูดึงเอาของแท้ออกมาให้โลกเห็น แม้จะมีคนตาดีเห็นได้ไม่มากนักก็ตาม กราบนมัสการ

_Sompong Promwong สมพงษ์ พรหมวงศ์ : ญาติธรรมอย่าด่วนชี้ สัตว์โลกมีหลายระดับ ปัญญานั่นเป็นตัวชี้

_7230 ถึงจุดสูงสุดของพ่อครูแล้วหมดพ่อครู คนจะไม่สนใจชาวอโศก

พ่อครูว่า..ก็เป็นคำพยากรณ์ของคุณ 7230 ก็ขอบคุณที่ติดตามส่งมาเรื่อยๆนะ มีอะไรที่เป็นมุมมอง ประดามนุษย์ชน ที่เราจะได้รับรู้เพิ่มเติม 

SMSวันที่4เม.ย.2563(พุทธศาสนาตามภูมิภาคทบทวน :สมณะ สิกขมาตุ บ้านราช)

_1236 ช่วงนี้รายได้ไม่ค่อยดีแต่ก็อยากจะช่วยบริจาคให้กับสมาคมชาวอโศก บริจาคไป 5000 บาทเผื่อเป็นค่าใช้จ่ายเล็กๆน้อยๆช่วยกันบ้างในช่วงปิดวัดกันโรคโควิด แต่ขออนุญาตถามหน่อยนะครับเห็นท่านบอกว่า ท่านเคยเกิดอยู่ในสมัยพุทธกาลเป็นพระเถระ ผมฟังแล้วดีใจมากอยากจะกราบนิมนต์ท่าน ช่วยเล่าบรรยากาศในสมัยนั้นเป็นอย่างไรพระพุทธเจ้าตัวจริงหน้าตาเหมือนคนอินเดียสมัยนี้ไหมครับ เผื่อท่านท่านเมตตาเล่าให้พวกเราฟังบ้าง เรื่องอื่นผมก็ฟังมาเยอะแล้ว เผื่อจะได้เปลี่ยนบรรยากาศเล่าเรื่องเก่าๆบ้าง เล่าเป็นเหมือนนิทานก็ได้ขอกราบนมัสท่านด้วยความเคารพครับ แล้วบรรยากาศในวันมาฆบูชาที่พระสงฆ์มาเจอกันโดยมิได้นัดหมายและเป็นพระอรหันทั้งหมด ถ้าเดาไม่ผิด ท่านก็คงอยู่ร่วมในเหตุการณ์นั้นด้วยใช่ไหมครับ กราบนมัสการท่านด้วยความเคารพ

พ่อครูว่า..มาอีกคนแล้วอยากรู้จริงๆแต่อาตมาก็ตอบไม่ได้จริงๆ 

พูดถึงห้าพันบาท คุณ 1236 หากส่งมาแล้วก็ต้องขอส่งคืนคุณไป แม้แต่ว่าคุณจะมีใจดีก็ต้องขอบคุณมากแต่ก็ต้องส่งคืนให้คุณ ก็ขอบคุณนะไม่ใช่ว่าหยิ่งผยอง ไม่รับอะไรหรอก แต่ก็เห็นเข้าใจในน้ำใจของคุณดีเราก็รับน้ำใจ แต่ก็ขอคืนคุณไปก็แล้วกันนะ เพราะอาตมาไม่รู้ว่าคุณมีสิทธิ์บริจาคให้เราหรือเปล่า เพราะว่าคนจะมาบริจาคเงินให้ชาวอโศกจะต้องมีกติกา ต้องอ่านหนังสือของชาวอโศกอย่างน้อย 7 เล่มเป็นอย่างน้อย ต้องมาวัดอย่างน้อย 7 ครั้ง คุณมีสิทธิ์หรือเปล่ายังไม่รู้ แม้ว่าคุณจะมีสิทธิ์ก็ตาม ตอนนี้ก็ถือว่าคุณพูดนี้อยู่ภายนอก ถ้าเป็นภายในจะไม่มีปัญหาอย่างนี้หรอก 

ก็ขออย่าให้อาตมาเล่าเลย หากเล่าไป จริงหรือเท็จก็เป็นสิ่งที่อาตมาเล่าให้คุณฟัง คุณจะสามารถมีบุพเพนิวาสานุสติญาณ รู้ตามที่อาตมาพูดได้หรือ? ไม่ใช่ดูถูกนะ ถึงรู้ได้ อาตมาก็ว่ามันไม่มีประโยชน์อะไรสำหรับคุณ เพราะฉะนั้นมันจะไม่มีประโยชน์มากแม้คุณจะสามารถรู้ได้ ไม่ว่าคุณสามารถรู้ได้คุณก็ไม่ได้ประโยชน์อะไร ยิ่งไม่รู้แล้วยิ่งไม่ได้ประโยชน์ใหญ่ ที่สำคัญ อาตมาไม่ได้จำได้อย่างละเอียดละออ อาตมาจำได้แม่นในแก่นเนื้อแท้ของศาสนาพุทธได้ ก็เอาแค่นี้ก็แล้วกันน่า เรื่องเหล่านั้นก็ช่างเถอะอาจเล่าแถมไปอย่างมั่นใจก็แล้วแต่ในอนาคต ก็ฟังสิ่งที่เป็นธรรมะปัจจุบัน เอาสิ่งที่เป็นปัจจุบันยืนยันกันได้อันนี้เป็นเนื้อแท้ความจริงปรากฏการณ์จริงที่ยืนยันกันได้ 

_0499 ทับสะแก สัญญาณทีวีชัดแจ๋วค่ะ ติดตามดูเกือบทุกวันเลยค่ะ

_SomnuekLailak สมนึก ลายลักษณ์• กราบเท้าเจ้าค่ะพ่อครู ใช่ค่ะท่าน สุข ทุกข์ เป็นตัวเดียวกัน คือลูกปวดแขนทุกข์ก็ปวด ดีใจก็ปวดเจ้าค่ะ

พ่อครูว่า..อันนี้ก็ดีนะ ถ้าผู้ใดมีความเข้าใจว่าเรารู้ทุกข์รู้ความเจ็บปวด ที่จริงคำว่าทุกข์อริยสัจมันไม่ใช่ทุกข์ทางร่างกาย แต่เอาเถอะ คุณรู้ทุกข์ก็รู้ว่ามันมีคู่กับสุข ถ้าคุณเกิดญาณปัญญามันก็จะบรรเทา จากที่มีอาการมากมันก็จะบรรเทาลงดีไม่ดีจะหายเลยด้วย

จิตปล่อยวางได้ด้วยเจโตและปัญญา

_เพ็ญจันทร์ ภูมิเทศ • โควิด 19 มาเพื่อทดสอบชาวโลกในการวางทุกข์ หรือดับทุกข์คะ

พ่อครูว่า..คำถาม วางกับดับ มันจะมีพยัญชนะต่างกัน 

วาง เป็นคำที่บอกลักษณะของ dynamic ถ้าดับ นี่เป็นลักษณะหยุด static ลักษณะของสายสมถะ ถ้าวางเป็นลักษณะของสายปัญญา

ความรู้จริงตามความเป็นจริงและวาง มันเกิดปัญญาแล้ววาง

คำว่าวางด้วยพยัญชนะไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ภาษาบาลีว่า มุลจิตตุ หรือมุลจิตตะ แปลว่าวางเปลื้องปล่อย 

คุณที่มีของตัวเอง อาการวางปล่อย โดยรู้แล้ววางปล่อย คุณก็จะเข้าใจ ตัวนี้ แต่ถ้าเผื่อว่าคุณดับ เป็นได้สองอย่าง ดับอย่างสะกดจิตสมถะ ดับได้ เพราะฉะนั้นอันนี้แหละคือ กายมันจะมี 2 กายสะกดจิตให้ดับ ก็ได้ หรือคุณไม่สะกดดับ แต่คุณสามารถรู้ก็ได้ทั้งคู่ เพราะฉะนั้นก็รู้ทั้ง 2 อย่าง ผู้ที่รู้ทั้ง 2 อย่างแล้วรู้ว่าตนเองไม่ได้สะกด ไม่ได้ข่ม แต่เราวางด้วยปัญญา วางด้วยการกำหนดรู้จริงๆไม่ได้กดข่มเลย หรือเรากดข่มบ้าง แล้วใช้ปัญญามากก็หมดไปแต่ต้องอาศัยสะกดช่วย น้อยมากก็แล้วแต่ แล้วแต่บารมีของแต่ละคน ผู้ใดมีญาณปัญญาสามารถรู้รายละเอียดเหล่านี้ก็สามารถปฏิบัติได้ ผู้ใดที่ยังไม่มีปฏิภาณปัญญาละเอียดเหล่านี้ก็ไม่สามารถรู้อย่างที่อาตมาวิเคราะห์วิจัยนี้ได้ ศึกษาให้ดีแล้วจะมีญาณปัญญาสามารถแยกแยะรายละเอียดต่างๆนานา 

ธรรมะพระพุทธเจ้านี้มันสุดยอดจริงๆ เยอะมากละเอียด อย่างที่เรียกว่า จะเอาละเอียดที่คุณจะเป็นโพธิสัตว์ก็เอาเถอะ ศึกษาไป อาตมาไม่พูดเพราะเป็นโพธิสัตวภูมิ อาตมาไม่จำเป็นต้องสอนโพธิสัตวภูมิ เพราะตัวเองเป็นโพธิสัตว์อยู่ พระสมณโคดมท่านสอนแต่ใบไม้กำมือเดียวไม่ได้สอนโพธิสัตว์ ท่านสอนแต่อรหันต์ ท่านเป็นโพธิสัตว์ที่มีอายุศาสนาที่สั้นที่สุดและเร็วที่สุด อาตมาก็จำเป็นที่จะต้องมาเก็บสิ่งเหล่านี้ต่อเชื่อมไว้เท่านั้นเองไม่ได้เก่งกว่าพระพุทธเจ้านะ เพราะฉะนั้นคนที่จะ คอยจะมาประชดประชันแดกดันก็อย่ามาหาเรื่องอาตมา อาตมาพูดกันไว้ก่อนนะ

คุณตั้งจิตแค่เป็นพระอรหันต์แล้วจะไม่ต่อพุทธภูมิก็เป็นเรื่องของคุณ แต่จะไปว่าคนที่เขาต่อไม่ได้ก็เป็นเรื่องของเขา เราไม่ได้ว่าอะไรคุณจะเอาอย่างนั้นก็เอา ต่างคนต่างตั้งจิตจะทำอย่างไรก็ทำอย่างนั้นก็แล้วกัน ถ้าว่ายึดถือมันจะไม่สวย

มีทัศนะที่สื่อมวลชนอเมริกันเองที่เขาแสดงออกมา อาตมาว่าดีนะ เพราะว่าเป็นสภาวะจริงคุณก็ฟังดูเขาวิจัย 

ฟังทัศนะสื่อมวลชนอเมริกันที่ไร้อคติ สะท้อนความจริง…

~ Thomas Friedman นักข่าวของ นสพ. นิวยอร์คไทม์ ได้สร้างความสั่นสะเทือน…ต่อทำเนียบขาว …ด้วยบทความ…

 

“เปรียบเทียบช่วงเวลา 7 ปี ของจีนและ 7 ปี ของสหรัฐฯ” ตามความจริงที่เป็นจริงที่ไม่ถูกบิดเบือนด้วยอคติว่า

~  ผมได้หวนคิดถึงช่วงเวลา 7 ปี ที่ผ่านมาของประเทศจีน และ ของสหรัฐฯ ได้พบความจริงที่แตกต่างกันมากมาย

~ ในขณะที่จีนมุ่งมั่นกับโครงการก่อสร้างใหญ่ๆ จำนวนมาก (Infrastruture projects) แต่สหรัฐฯ กลับมุ่งมั่น…จัดการกับปัญหาผู้ก่อการร้าย Al-Qaeda

~ จีนมุ่งสร้างสรรค์สิ่งที่ดี เช่น สนามกีฬา รถไฟใต้ดิน สนามบิน ถนน และสวนสาธารณะ แต่…เราสหรัฐฯ กำลังสร้างอาวุธ…เครื่องตรวจจับอาวุธ …รถหุ้มเกราะ และโดรนสำหรับทำสงครามเพื่อการเข่นฆ่า

~ คุณจะเห็นความแตกต่าง…ระหว่าง สนามบินเก่า…และ…สกปรกของเราสหรัฐฯ (dirty old LaGuardia Airport) กับสนามบินที่สวยงาม…และ…ทันสมัย…คือสนามบินนานาชาติเซี่ยงไฮ้ (Shanghai international Airport) 

~ เมื่อคุณขับรถในแมนฮัตตัน นิวยอร์ค …คุณจะเห็นสิ่งก่อสร้างเก่า…ทรุดโทรมตลอดสองข้างทาง …แต่ถ้าคุณเดินทางในเซี่ยงไฮ้..คุณจะมองเห็นรถไฟฟ้าพลังแม่เหล็กความเร็วสูง (Shanghai’s maglev train) ที่วิ่งด้วยความเร็ว 220 ไมล์ต่อชั่วโมง …ซึ่งใช้พลังแม่เหล็กไฟฟ้า …ขณะที่รถไฟของเราสหรัฐฯ …ยังคงใช้ล้อและรางเหล็กกล้าแบบโบราณ …

~ ดังนั้น…เมื่อคุณเข้าไปอยู่ในเซี่ยงไฮ้แล้ว… เราชาวอเมริกัน…ควรจะย้อนถามตัวเราเองว่า… “ระหว่างคนจีน กับ เราคนอเมริกัน …ใครกันแน่ …คือ…ผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศโลกที่สาม? ”

~ ผมคิดว่า ในฐานะประเทศสมัยใหม่ จีนยอมรับในเอกราชของแต่ละประเทศ…และสิทธิมนุษยชนของประชาชน …แต่ด้วยวัฒนธรรมที่หลากหลายของจีน…ซึ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว …ลักษณะหนึ่งของโมเดลการพัฒนาแบบจีน…คือ การพัฒนาประเทศที่มีประชากรจำนวน 1,400 ล้านคน …ทำให้ผลที่เกิดจากการเรียนรู้  ผลจากการสร้างนวัตกรรม …ผลจากขนาดของประชากร …ส่งผลกระทบต่อประเทศจีน…และ โลกทั้งหมด

 

~ หลายบริษัทที่ลงทุนในจีนมีคำขวัญว่า…ถ้าบริษัทใดประสบความสำเร็จในจีน …ก็จะประสบความสำเร็จได้ในระดับโลก…การผงาดขึ้นของจีน …เริ่มขยายตัวไปสู่ภาคต่างๆ …เช่น การท่องเที่ยว …การบิน …ภาพยนตร์และทีวี …การกีฬา …พลังงานใหม่ๆ …การศึกษา …เท็คโนโลยีใหม่…แฟชั่นยุคใหม่ …และรถไฟความเร็วสูง……พวกเราชาวอเมริกัน…อาจรู้สึกอิจฉา …คนที่อยู่ในประเทศอื่น  แต่ในความเป็นจริง …ปัญหาของประเทศเหล่านี้…คือ …ขาดกำลังในการต้านทานต่อปัญหาวิกฤตการณ์ต่างๆ …ในขณะที่ประเทศขนาดใหญ่…จะมีกำลังต้านทานปัญหา มีทรัพยากร…และโอกาสในการแก้ปัญหาได้มากกว่า

~ ในกรณีชิลี …ซึ่งเป็นประเทศกำลังพัฒนาระดับสูง …แต่เมื่อต้องประสบภัยแผ่นดินไหวในปี 2010 ทำให้ GDP ลดลงมาก…และเศรษฐกิจไม่เติบโต…เป็นเวลา 2 ปี …ในขณะที่ประเทศจีน…พบกับภัยแผ่นดินไหวขนาดใหญ่มากกว่า…ที่เหวินชวน เฉิงตู …แต่เศรษฐกิจของทั้งประเทศ…ไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด

~ สำหรับประเทศอื่นๆ …การพัฒนา…ยกระดับอุตสาหกรรม…มักจะดำเนินการด้วยการย้ายอุตสาหกรรมเก่าออกไป…ยังต่างประเทศ …แต่ประเทศจีน…ซึ่งมีพื้นที่ขนาดใหญ่ …มีระดับการพัฒนาที่แตกต่างกันในหลายพื้นที่ …สามารถเคลื่อนย้ายอุตสาหกรรมต่างๆ …ภายในประเทศ …จากเขตชายฝั่ง…ภาคตะวันออก…ไปยังเขตภาคตะวันตก…ที่มีการพัฒนาต่ำกว่าได้ …ทำให้ยืดอายุอุตสาหกรรมการผลิต…ของจีนได้ยาวนานกว่าประเทศอื่นๆ

~ ทุกวันนี้…ชาวจีน…ยึดถือและปฏิบัติตามหลักจริยธรรม…ของขงจื๊อ …ให้ความเคารพต่อผู้เป็นครูบาอาจารย์ ยึดหลักการท่องจำหลักปรัชญาดั้งเดิม… คลั่งไคล้ในอักษรภาพ…และภาพเขียนโบราณ …เห็นคุณค่าของพิธีชงน้ำชา …บูชาบ้านเมืองโบราณ …เห็นคุณค่าวัตถุโบราณ …เชื่อถือในคุณค่าของการรักษาสุขภาพแบบจีน…และยาจีน… ซึ่งแสดงถึงการกลับมาเข้มแข็ง…ของวัฒนธรรมดั้งเดิมของจีนอีกครั้งหนึ่ง

~ วัฒนธรรมอาหาร …วัฒนธรรมสุขภาพ …และ…รูปแบบการพักผ่อน…ที่สืบเนื่องจากวัฒนธรรมดั้งเดิมของจีน …ก็แตกต่างจากวัฒนธรรมตะวันตก 

~ ภัตตาคารริมถนน (Street restuarants) ทั่วประเทศจีน…มีอาหารให้เลือกทานได้ถึง 30-40 เมนู …แต่…ร้านอาหารอเมริกันส่วนใหญ่ มักจะมีเพียงแฮมเบอร์เกอร์…และมันฝรั่งทอด (hambergers and potato chips) หรืออย่างมากก็มีแค่ 3-4 เมนู 

พ่อครูว่า..อันนี้อาตมาขอค้านส่วนตัวเล่นๆว่าเห็นด้วยกับอเมริกันที่มีเมนูน้อยกว่าจีน 

~ สำหรับภัตตาคารในยุโรป…จะมีอาหารให้เลือกมากกว่าของอเมริกัน แต่ก็มักจะไม่เกิน 7-8 เมนู…… 

~ เราชาวตะวันตกบางคน…มักจะวิตกว่า…ชาวจีนไม่มีศาสนา …แต่ในความเป็นจริงแล้ว..คนที่เคยเรียนประวัติศาสตร์ทุกคน…จะทราบว่า…ความขัดแย้งทางศาสนา…นำไปสู่สงครามนับครั้งไม่ถ้วน …ความขัดแย้งระหว่างความเชื่อต่างนิกายในคริสต์ศาสนา …หรือ…ความขัดแย้งระหว่างคริสต์…กับ…มุสลิม…ที่กินเวลาหลายพันปี …ได้นำหายนะมาสู่สังคมมนุษย์…ทำให้มีการผลาญชีวิตคนจำนวนมาก …ดังนั้น…จึงไม่จำเป็นต้องมีความเชื่อในศาสนาอย่างงมงาย

~ ระบบเศรษฐกิจจีน…เป็นระบบเศรษฐกิจแบบดั้งเดิม (Traditional economics) ไม่ใช่เศรษฐกิจแบบใช้ตลาดนำ (Market economy) แต่เป็นระบบเศรษฐกิจ…ที่เห็นอกเห็นใจกัน/เศรษฐกิจเพื่อมวลชน (Humanistic economics)

~ ในประวัติศาสตร์อันยาวนานของจีน …พบว่าถ้าผู้นำประเทศ…ไม่สามารถพัฒนาเศรษฐกิจ…และปรับปรุงความเป็นอยู่ของประชาชนได้ …และไม่สามารถจัดการแก้ปัญหาภัยธรรมชาติได้…ประชาชนจะเสื่อมศรัทธา…ในผู้นำ…และอาจถูกโค่นล้มโดยประชาชน

~ ปัจจุบันพรรคการเมืองของจีน คือการพัฒนาทางประวัติศาสตร์ที่ต่อเนื่องโดยสืบทอดวัฒนธรรม…ของระบบจารีตในการปกครองแบบขงจื๊อ …

~ ซึ่งแตกต่างจากระบบพรรคการเมืองในตะวันตก …ที่ใช้ระบบการเสนอตัวแทนของกลุ่มผลประโยชน์ที่ต่างกัน …เข้าแข่งขันในการเลือกตั้ง…เพื่อขึ้นสู่อำนาจบริหาร…… คนจำนวนมากในประเทศตะวันตก…เพียงแต่เห็นด้วยว่า …ระบบการแข่งขันเลือกตั้ง…จากหลายพรรคของตะวันตก …เป็นระบบการปกครองที่ถูกกฎหมายแค่นั้น ซึ่งเป็นแนวความคิดที่ตื้นเขินมาก (ไม่มีประสิทธิภาพ แต่?)

~ ครั้งหนึ่ง…ผมพบกับนักวิชาการอเมริกันที่มีขื่อเสียงท่านหนึ่ง …ซึ่งถามผมถึงความชอบธรรม…และถูกกฎหมาย…ของระบบการปกครองของจีน …แต่ผมถามเขากลับไปว่า …ทำไม…คุณไม่ลองตั้งคำถามก่อนว่า ระบบการปกครองของอเมริกันบ้านเรา…มีความชอบธรรม…และถูกกฎหมายจริงหรือเปล่า ?

~ เพราะสหรัฐฯ ยึดดินแดนของอินเดียนแดง…เป็นอาณานิคม …แล้วอพยพเข้ามาอยู่อาศัยแทน…และ…กำจัดชาวอินเดียนแดงออกไป เพื่อตั้งประเทศสหรัฐอเมริกาในขณะนี้ 

~ ผมขอให้เขาอธิบายว่า การกระทำของสหรัฐฯ …มีความถูกต้องชอบธรรมอย่างไร …ในที่สุด…เขาก็ตอบว่า มันก็เป็นแค่ประวัติศาสตร์ครั้งหนึ่งเท่านั้น

… เราจะตั้งคำถามในเรื่องความถูกต้องชอบธรรม และถูกกฎหมายของระบบการปกครองตะวันตก …โดยใช้หลักการ/แนวความคิด…ในการคัดเลือกและเลือกผู้มีความสามารถ …แบบในประเทศจีนได้หรือไม่ (การสอบจอหงวนบุ๋น  และ บู๊)

~  ประธานาธิบดีบุช จูเนียร์ (คนที่เป็นลูก) บริหารสหรัฐฯ โดยทำให้เกิดเศรษฐกิจตกต่ำในช่วง 8 ปี ที่เป็นผู้นำ และสร้างความหายนะ…แก่ประเทศอิรัก …โดยข้อกล่าวหาที่ไม่เป็นความจริง…จนในปัจจุบัน ก็เป็นที่ยอมรับทั่วโลกว่า ไม่เป็นความจริงที่สหรัฐตั้งข้อกล่าวหาต่ออิรักว่า  ซัตดัม ผลิตอาวุธที่มีอานุภาพอันตรายร้ายแรงต่อโลก…รวมถึง…สหรัฐเอง เป็นผู้ทำให้เกิดวิกฤตการณ์ทางการเงินของโลกด้วย

~ จุดเด่นสำคัญของความถูกต้องชอบธรรมในการมีอำนาจปกครอง …ตามประวัติศาสตร์จีน …คือ…ประเพณีทางการเมือง…ในการคัดเลือกผู้มีความรู้ ความสามารถ…ในการบริหารและปกครองประเทศ …เป็นผู้ที่ได้รับการยอมรับ…และความสนับสนุนจากประชาชนจีน

~ ในวัฒนธรรมทางการเมืองของจีน…มีแนวคิด/หลักการ แก้ปัญหาทีละเรื่อง แก้ปัญหา…ทีละอย่าง (one game at a time) และ …มีความสามัคคีรวมพลังทุกฝ่าย…เพื่อช่วยกันแก้ปัญหาให้ผู้เดือดร้อน (hardship on one side, support from all sides) ซึ่งประเทศอื่น…ไม่มีวัฒนธรรมเช่นนี้ 

~ ครั้งหนึ่ง…ผมเคยแลกเปลี่ยนความเห็น เรื่องระบบการปกครองของจีน…กับนักวิชาการอินเดีย …ชาวอินเดียกล่าวว่า …ภาพที่เห็นการปกครองของจีน…เป็นการรวมศูนย์อำนาจ (Centralized) …ในความเป็นจริง…การปฏิรูปทุกครั้ง …จะมีพลังการเปลี่ยนแปลงที่รุนแรง…มาจากท้องถิ่นต่างๆ …มีทั้งแง่มุมของการแข่งขันและการช่วยเหลือ/การร่วมมือกัน ดังนั้น…ระบบของจีนจึงดีกว่าของอินเดีย …เพราะมีพลวัต/ยืดหยุ่น …ปรับเปลี่ยน …เคลื่อนไหว …และมีพลังตลอดเวลา (dynamic)

 

~ จีนได้ศึกษาบทเรียนของตะวันตก …และได้จัดตั้งระบบการปกครอง…ที่มีอำนาจสูง…และทันสมัยขึ้น …รวมถึงมีเอกลักษณ์…และวัฒนธรรมทางการเมืองของตนเอง …ด้วยองค์ประกอบทั้งสองด้าน…ที่จีนนำมาใช้ประโยชน์ได้สำเร็จ …ทำให้เรา/ประเทศตะวันตก …สามารถนำมาใช้เป็นแบบอย่าง…ในการเอาชนะปัญหาต่างๆ ที่เราเผชิญอยู่ ในระบอบประชาธิปไตย…เช่น 

~ ปัญหาในระบอบประชาธิปไตย  ที่ใช้ระบบประชานิยม (Populism) ในการหาคะแนนเสียง   ปัญหาการมองประโยชน์เฉพาะหน้า/มองการณ์สั้นๆ (short-sightness) และ ปัญหาการติดยึดกฎระเบียบกฎหมายต่างๆ (Legalism) ฯลฯ 

~ ซึ่งเป็นปัญหาและโรคร้ายที่เกาะกิน…ระบบประชาธิปไตยของตะวันตก…ในทุกวันนี้ …รวมถึงเรื่องปัญหาอื่นๆ ด้วย

~ ในมุมมองทางการเมือง ชาวตะวันตกจำนวนมากคาดว่า (Take it for granted) ถ้าจีน…มีการพัฒนาต่อไป…และจำนวนชนชั้นกลาง…ในระบบการปกครองของจีนเพิ่มในสัดส่วนที่สูงขึ้น …การเมืองของจีน…จะยิ่งทวีความขัดแย้งเพิ่มขึ้น แต่ข้อเท็จจริงในขณะนี้พบว่า กลุ่มชนชั้นกลางในจีน…เป็นกลุ่มชนที่เห็นความสำคัญของเสถียรภาพ…ทางการเมืองจีน…สูงกว่ากลุ่มชนชั้นอื่นๆ …กลุ่มชนชั้นกลาง…ตระหนักดีว่า ระบบประชาธิปไตยของตะวันตกเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดความวุ่นวาย …ความขัดแย้ง …และการจราจล …ในหลายประเทศ

~ ชนชั้นกลางของจีน…ตระหนักดีว่า…ความมั่งคั่งร่ำรวย …ที่สะสมมาด้วยความยากลำบาก…ในช่วงกว่า 30 ปี ที่ผ่านมา …ได้รับการเอื้ออำนวยอย่างมาก…จากความมั่นคงทางการเมือง…ที่ต่อเนื่องยาวนานกว่า 30 ปี ของจีน

~ ผมอาจพูดตรงๆ ได้ว่า …ประเทศจีนในขณะนี้ …ได้แสดงให้เราชาวตะวันตกเห็นชัดเจนว่า …ไม่ควรอธิบายอย่างง่ายๆ …ด้วยความหลงตัวเอง…ที่ยกตัวเองเหนือกว่าขาติอื่น…หรือ…ให้ความหมายตื้นๆ ของคำเหล่านี้ คือ ก้าวหน้า (advanced)…ความล้าหลัง (backwardness)… ประชาธิปไตย (democracy) …ระบบเผด็จการ (autocracy) …สิทธิมนุษย์ชนสูง (high human rights)… สิทธิมนุษย์ชนต่ำ (low human rights) 

~ คำกล่าวปราศัยข้อหนึ่งของผู้นำจีน… “เป็นสิ่งที่มีคุณค่ามหาศาล…สำหรับชาวจีนทุกคน ที่จะมุ่งมั่น…จริงจัง…และทำให้ครอบครัวของพวกเขา…เป็นครอบครัวที่รักชาติจีน (It is very worthwhile for every Chinese to take a serious look and have a patriotic family !)” ที่ในระบอบประชาธิปไตยแบบตะวันตก ไม่สามารถทำได้...

พ่อครูว่า..อันนี้ก็ดี อาตมาเอาอันนี้มาอ่านจะได้เป็นการศึกษา อาตมาก็มั่นใจแบบเมืองไทยก็เป็นประชาธิปไตยแน่นอนและต่างกับจีนตรงที่ว่า จีนไม่มีกษัตริย์ เป็นประชาธิปไตยที่ไม่มีกษัตริย์ (พ่อครูไอ ตัดออกด้วย)

นิมนต์พ่อครูจิบน้ำ

สมณะฟ้าไท…พ่อครูอ่านของจีนก็มั่นใจในของประเทศไทย เป็นประชาธิปไตยที่ดีที่สุดในโลก 

พ่อครูว่า…ที่อาตมาพูดยืนยันมั่นใจว่า ประชาธิปไตยของไทยเป็นประชาธิปไตยที่มีแก่นแกน มีแก่นแท้ของโลกุตรธรรม ซึ่งโลกุตรธรรมสูงสุดมันเหนือทั้งความเป็นคอมมิวนิสต์เหนือทั้งความเป็นประชาธิปไตย ไม่มีภาษาเรียกหรอก ภาษาก็เรียกว่าธรรมาธิปไตย เป็นอธิปไตยที่รู้แจ้งในความเป็นโลกและความเป็นอัตตา ซึ่งเป็นความรู้ทางโลกุตระธรรมที่ทางเทวนิยมไม่รู้เรื่อง แยกโลก แยกอัตตาไม่ออก และโลกกับอัตตาเป็นความเป็นอยู่จริงของมนุษย์และสังคม 

อาตมาพยายามอธิบายทุกวันนี้กำลังเขียนหนังสืออยู่ 2 เล่ม ปัญญา 8 ของพระพุทธเจ้า ขยายความ กับ ‘ประชาธิปไตยไทยที่ใครๆไล่ไม่ทัน’ จบ เมื่อไหร่จะได้พิมพ์ออกมาให้คนได้อ่านกัน ถึงแม้ว่าอาตมาตายไปตอนนี้ผู้ที่ยังอยู่ก็จะเอาออกมาพิมพ์ซึ่งก็ยังเขียนยังไม่เสร็จดี แต่ก็เขียนไปเขียนมา คล้ายๆกับท่านประยุทธ์ก็เหมือนกัน เขียนแล้วก็แก้ไป มีนัยคล้ายกัน แต่ท่านประยุทธ์นั้นท่านแก้เพราะว่าท่านรู้มากรู้แบบอาจาริยวาทรู้จักพยัญชนะคำสอน แต่อาตมาก็เพราะอาตมารู้พยัญชนะน้อย แต่ว่าอาตมามีเนื้อแท้มาก สภาวะมีมาก มันก็เลยเป็นเศรษฐีบ้านนอก เรียงเข้าหมู่หมวดไม่ได้เหมือนท่านประยุทธ์ ก็วุ่นพอสมควร แต่คนที่จับแก่นของอาตมาได้ก็จะได้ประโยชน์มาก 

ที่เป็นอยู่ได้ตอนนี้เพราะว่าคุณจับเอาแก่นของอาตมาได้ พยัญชนะบางทีก็สับสนไปมาไม่ตรงเสียทีเดียว จะเห็นได้ว่าแต่ก่อนโน้นกับเดี๋ยวนี้อาตมากลับไปกลับมาหลายชั้น ก็เจตนาไม่เปลี่ยนแปลงตัวเองหรอกเพราะว่าอาตมาถือว่าสภาวะนั้นสำคัญกว่าพยัญชนะสภาวะนั้นเที่ยงแท้ตรงจริงกว่าพยัญชนะ อาตมาเป็นสิริมหามายาอย่างไรก็ไม่มีปัญหาแต่ก่อนพูดอีกอย่างตอนนี้ทำไมพูดอีกอย่าง ซึ่งมันก็ยังไม่เรียบร้อยอาตมาก็ต้องพูดอย่างนี้แหละ ส่วนใครจะถือสาว่าอย่างนี้ไม่น่านับถือก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าใครเอาแก่นว่าไม่ยึดมั่นถือมั่นเอาข้อมูลใหม่ที่ดีกว่าก็เอาใหม่ คนเชื่ออย่างนี้เข้าใจอย่างนี้ก็อยู่กับอาตมาไปรอด แต่เขายึดมั่นถือมั่นว่าพูดแล้วต้องพูดอย่างนั้นเลยแก้ไขไม่ได้ก็แล้วแต่ ก็จะอยู่ตรงนั้นไม่ไปไหน มันก็เป็นคนละลักษณะ 

เหลือเวลาอีก 5 นาที ย้อนถึงท่านสมเด็จพุทธโฆษาจารย์ท่านประยุทธ์ ก็ต้องขออภัยท่าน อาตมาเห็นใจที่ท่านเจ็บป่วยท่านเป็นคนที่ไม่ค่อยสบาย มาตั้งแต่เด็กจนกระทั่งบัดนี้ เป็นคนมีโรคภัยแล้วก็พยายามประคองอายุขัยจนถึงทุกวันนี้ได้ก็ดีแล้ว 

ตอนนี้รู้ว่าท่านเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากต้องฉายแสงต้องให้เคมีบำบัด พูดด้วยภาษาทางโลกธรรมดาก็สงสารท่าน พูดไปแล้วก็จะหมั่นไส้อาตมา ก็เป็นวิบากของท่าน ไม่ใช่ไปว่าไม่ใช่ไปซ้ำเติมแต่เป็นธรรมดาธรรมชาติของคนมีกรรมวิบากเป็นของตนก็เป็นไป อาตมาก็มีวิบากอย่างที่เป็นก็ไม่ใช่ว่ามันดีอะไรนักหนา แต่ก็ยังดีที่มันไม่หนักไม่เกิน มันหนักอย่างหนึ่งแต่มันไม่หนักอีกอย่างหนึ่ง อธิบายยาก มันก็เป็นอย่างของอาตมาพอถูไถพอเป็นไป ขนาดหมอแก้ไขไม่ได้เลยนะอาตมา หมอทั้งหลายจะจัดการช่วยอาตมา ผ่าตัดเป็นต้น จัดการด้วยยาด้วยโอสถต่างๆก็แล้วแต่ มันอั้นตู้ ก็เลยได้แต่หาทางแก้ไขไปตามอาการ เพราะว่าแก้ที่เหตุไม่ได้เลย รู้อยู่เห็นอยู่ เอ๊กซเรย์เห็นชัดๆว่ามันมีกระเปาะ 

อาตมาก็เห็นใจในพยาธิทุกข์ แม้แต่พระพุทธเจ้าก็มีซึ่งเป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้ มีขันธ์ 5 เป็นภาระของชีวิต พระพุทธเจ้าก็เลี่ยงไม่พ้น จะต้องเป็นผู้ที่ต้องทุกข์ ก็สงสารท่านก็ได้แต่ส่งที่พูด ที่ย้ำวนไปมา เพื่อให้เห็นว่าอาตมาส่งความเห็นใจอย่างมาก อาตมาขอบคุณท่านจริงๆที่ท่านได้ทำอะไรต่ออะไรไว้ ที่บันทึกเอาไว้อาตมาได้มาอาศัยทำงานศาสนา ถ้าไม่มีพวกนี้อาตมาก็จะไม่ได้ทำประโยชน์มากไม่ได้ไกล  

สมณะฟ้าไท..สรุปจบ