ศาสนา

630911_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ เศรษฐกิจดีที่สุดคือเศรษฐกิจแบบคนจน 

ดาวโหลดเอกสารที่ https://docs.google.com/document/d/1a_bn7tLmVzhL_PogG_9L9dHH2pXVXjmROt-3wcwq-C0/edit?usp=sharing                                                     

ดาวน์โหลดเสียงที่    https://drive.google.com/file/d/14A14UNMmlBRctEHGuTp_Omgn9JugXvHZ/view?usp=sharing 

และยูทูปที่ https://youtu.be/-wQv0OARjGU 

ส.เดินดินว่า…วันนี้ศุกร์ที่ 11 กันยายน 2563 ที่ บวร ราชธานีอโศก ตอนนี้สถานการณ์ประชาธิปไตยในประเทศไทยกำลังขับเคี่ยว ให้รู้อะไรเป็นสัจจะ การรณรงค์ไม่ให้แก้ไขรัฐธรรมนูญเมื่อวานจนถึงวันนี้ได้ถึง 9 หมื่นแล้ว 

พ่อครูว่า…SMS วันที่ 9 – 10 ก.ย. 2563 

_Benjiea Arayaa(เบ็นจี้ อารยา) : น่าจะยืนยันไม่เกี่ยวสองฟากดีกว่า!!  ฟากหนึ่งก็อิสลามพรึบ จะกินทั้งประเทศอยู่แล้ว ยังไม่รู้ตัวอีก!!

แต่อีกฝ่ายก็ไม่เบา ไม่ไหว รับไม่ได้เลยนะ!!!  ไม่ยุ่งฟากไหนเถอะค่ะ!!!!!

พ่อครูว่า…เราไม่ยุ่งฟากไหนอยู่แล้วตามที่คุณต้องการ ที่คุณออกชื่อมาคือฝ่ายอิสลาม แล้วคุณก็เชื่อว่าอิสลามจะกินประเทศอยู่แล้ว และอีกฝ่ายหนึ่งคนก็ไม่ได้ออกชื่อไม่ได้กล่าวถึงให้มันชัดขึ้นมา พูดยังคลุมเครือว่าอีกฝ่ายหนึ่ง ไม่ไหว รับไม่ได้ แต่ไม่ไหวรับไม่ได้คืออะไร เราก็ดูตามสถานการณ์ปัจจุบัน staus quo คือพวกที่เย้วๆๆอยู่ขณะนี้ ก็คือฝ่ายปลดแอก ไปปลุกเร้าเอาเด็กเอานักเรียน มีคนหัวหงอกไม่เท่าไหร่หรอก นี่ก็งมงาย และมีเด็กอีก เด็กคือผู้ยังไม่เดียงสาในภาษาที่พวกสากลคนไทยก็พอฟังรู้เข้าใจว่าไม่เดียงสา คืออะไร

ไม่เดียงสา มาจากศัพท์คำว่า ติงสา แปลว่า 33 คือ เขายังไม่เกิดสภาพที่มันเป็นความเจริญด้วย วัยวุฒิ หรือวุฒิอะไร ยังไม่มีอะไรครบครัน ยังไม่เกิดอาการที่ 33 ที่เป็นอาการของโลกุตระ ที่มันสูงสุดเลย แม้แต่ครบ 32 ทวัตติงสา แปลว่า 32 ติงสา ก็ปล่อยให้เขาเล่นไปทำไป เขาต้องศึกษา เขาต้องมียางเลือดที่หัวออกแล้วจึงรู้สึกว่าเจ็บ เหมือนคางคกเลือดหัวไม่ตกยางไม่ออกไม่รู้สึก เป็นเช่นนั้น แล้วไม่มีอะไรหรอก พวกผู้ใหญ่ไม่ต้องทำอะไรแล้วเขาจะตีกันเอง เหมือนกับฮ่องกงโมเดล ซัดกันเอง ก็ผ่านไปเรื่องนี้ไม่ขอวิจัยยาว 

สรุปอีกทีหนึ่งว่ามันเป็นเรื่องละครของโลก ย่อมมีละครให้เราดู คุณก็ดูละครแล้วย้อนดูตัวเลือกเฟ้นเอาสิ่งนั้นไปปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่อาตมาให้ไว้ หลักการดูหนังดูละครก็มี

1 เกิดอาริยญาณ

2 ทำการปฏิบัติ สำรวมกายวาจามโน ให้ได้ขณะดูหนังดูละคร เป็นการจำลองเรื่องราวทั้งอดีตทั้งอนาคตทั้งความฟุ้งซ่านเอามาปรุงปนสังขารปรุงแต่งขึ้นมาเป็นเรื่อง ละครอะไรมันก็มีอยู่ มี 3 รสเอามาปรุงแต่งกันคือ รส ราคะ โทสะ โมหะ สามรสนี้เท่านั้น เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาสลับซับซ้อนกันอยู่อย่างนั้น ถ้าเรารู้ทันสิ่งปรุงแต่งแล้วรู้จุดยืน ก็จะไม่หลง 

_โสภณ ภูมิภักดีพรรณ  : สันติอโศกจะเป็นเนื้อเดียวกันกับมุสลิม

พ่อครูว่า…เป็นไปไม่ได้หรอกสันติอโศกกับมุสลิมห่างไกลกันคนละฟากฟ้า มุสลิมเป็นแน่น 100% ส่วนสันติอโศกนั้นเทวนิยมร้อยเปอร์เซ็นต์ก็ไม่เป็น ไม่มีเทวเลยก็ไม่เป็นรู้ทั้ง 2 อย่างทั้งความเป็นเทวะและความไม่เป็นเทวะ และอยู่ตรงกลางไม่โต่งไปข้างไหนเลย เพราะฉะนั้นไม่ต้องไปกลัว โดยเฉพาะมีอาตมาอยู่ดูสิ่งที่จะเกิดขึ้น อาตมาก็ต้องดูแลไม่ให้เป็นไปในการเกิดสิ่งที่ผิดสัจจะที่ควรจะเป็น 

_สุภาพ สุขสำราญ : น้อมกราบนมัสการค่ะ…การมีวินัยในตนเองได้นั้น มาจากการฝึกฝืนใจตน ให้ทำตามศีล กฏหมายหรือกฏเกณฑ์ข้อตกลงในหมู่กลุ่มนั้น ๆ ได้  จนไม่ต้องฝืนใจอีก ทำได้เป็นปกติ สบายใจ ใช่ไหมคะ…ขอคำแนะนำด้วยค่ะว่าปฏิบัติถูกต้องหรือไม่คะ  คนไทยมีวินัยในตนเองในยุคนี้ที่โควิดระบาดทั่วโลก ใช่หรือไม่คะ

พ่อครูว่า…ถูกต้องแล้ว อาตมายังไม่รู้เลยว่าคุณปฏิบัติอะไร 

Covid มันยืนยันวินัยของประเทศ พวกไม่มีวินัยคือพวกสหรัฐ ตามใจกูคืออเมริกาแท้ อิสระเสรีภาพแบบเลอะเทอะ ผู้บริหารก็ส่งเสริมด้วยไม่มีวินัย ไม่มีกฎไม่มีเกณฑ์ เอาแต่ตามใจแต่ละคนกิเลสใครกิเลสมันแล้วหลากหลายมากมาย เราก็ดูผลเขาไปไม่ต้องพูดอะไรนำหน้าไม่ต้องไปพยากรณ์อะไรหรอก 

_บอย มุ่งจอมกลาง : จะทำอย่างไรผมถึงจะฝึกกินอาหารมื้อเดียวได้ดีขึ้นกว่าเดิมครับ 

เรื่องมีอยู่ว่า ช่วงที่ผ่านมานี้ความหิวข้าวช่วงเย็นมันลดลง แต่ตัวความอยากนี่สิมันยังไม่ยอมครับ..ผมก็เลยลองตั้งศีล(แบบเด็ก ๆ…จะลองฝึกเดินครับ) กินมื้อเดียวสัปดาห์ละ 1 วัน(ยกเว้นเครื่องชง เครื่องดื่ม) เห็นความเป็นจริงในตัวว่าสบายมาก จากนั้นจึงเริ่มเพิ่มเป็นสัปดาห์ละ 3 วัน  ซึ่งพอเริ่มก็ได้สู้กับความติดยึดในความอยากของจิตใจตัวเองอยู่พอสมควรครับ  โดยเฉพาะในตอนที่มีเหตุมีปัจจัยที่เป็นความจริงในตอนนั้น เช่น อาหารพร้อม มีคนเรียกกิน อนุญาตให้กิน จะกินอะไรก็กินได้เลยนะตามสบาย…(โอโห้ใจผมมันได้คิดเลยแฮะ ) ซึ่งถ้าวันไหนพอมีสติรู้ตัวแล้วลดความอยากลงได้ ก็พอคุยกับตัวเองรู้เรื่องบ้าง แต่ก็เห็นว่าหลายครั้งมีสติรู้ตัวเองก็ยังคุยกับตัวเองให้รู้เรื่องได้ยาก…เพราะความอยากมันมีมากกว่ากำลังใจที่จะสู้…น้อมกราบขอบพระคุณครับ (ถ้าผมมีปัญหาอีก ผมจะรบกวนถามพ่อครูหรือสมณะอีกครับ เพราะผมรู้ว่ายังมีปัญหาอีกแน่เพราะผมเพิ่งเริ่มจะฝึกก้าวเดิน…ขออภัยที่รบกวนพ่อครู และสมณะด้วยนะครับ)

พ่อครูว่า…หากคุณกินไม่พอก็โหย แต่หากมีความอยากไปกระตุ้นสรีระกระตุ้นน้ำย่อยด้วย มันก็จะเป็น อาตมาฟังแล้วก็บอกว่าคุณฝึกไป ฝึกในเรื่องกินอาหารมื้อเดียวพวกนี้แหละ ไม่เป็นไรก็ฝึกไปเถิด 

_มุ่ง ตรงธรรม  : การเลือกตั้งนั้นมีไว้สำหรับบุคคลผู้มีปัญญา หาใช่มีไว้สำหรับคนเขลาผู้เบาปัญญา ที่เชื่อตามทุนนิยม คนบางเบาที่เขลาขลาดเพียงฉลาดอย่างเฉโก จึงห่างไกลในหลักแท้กาลามสูตรของพระพุทธองค์ครับ เขาจึงไม่อาจมองเห็นด้วยใจว่าอะไรคือสืบทอดอำนาจ อะไรคืออำนาจของประชาชนเพื่อประชาชนโดยแท้ อันเป็นประชาธิปไตยแท้ที่ควรเป็น เพราะเพียงแค่งมตามความเฉโกทุนนิยมสามานย์อย่างฉาบฉวยเท่านั้นครับ

พ่อครูว่า…แม้แต่คำว่าประชาธิปไตยแท้ ขอยืนยันว่ายังไม่มีใครรู้จักความเป็นประชาธิปไตยแท้ๆที่อาตมาเอาของพระพุทธเจ้าเป็นหลัก ยังหรอก ยังอีกไกล ในต่างประเทศทุกประเทศ ยังไกลห่างจากประชาธิปไตยแท้ๆของพระพุทธเจ้า มีประเทศไทยนี่แหละ ขณะนี้อาตมาพูดไม่รู้กี่ทีแล้วว่า ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยที่ดีที่สุดในโลก status quo ปัจจุบันกาล นี้ดีที่สุดในโลก และแม้แต่คำว่า เศรษฐศาสตร์ เศรษฐกิจดี ก็ยังเข้าใจคนละอย่าง เขาเข้าใจแบบทุนนิยม เป็นความเห็นที่เข้าข้างพวกนายทุน เป็นความเห็นที่สุดโต่ง ไม่ได้เป็นความเห็นที่เป็นเศรษฐกิจอย่างดีที่สุด ซึ่งพระเจ้าอยู่หัวของไทยรัชกาลที่ 9 ก็ได้ทรงตรัสไว้ชัดเจนแล้ว ว่าต้องเป็นความพอดี พอเพียง เป็นสิ่งที่ค่อนมาทางจน มาเป็นคนจน ไม่ใช่ค่อนไปทางรวย นี่คือการอธิบายประชาธิปไตยของพระพุทธเจ้า 

_สติพล จนพัฒนา  : ผมเชื่อว่าคนอโศกเป็นพระอาริยะเยอะแล้วครับ..ส่งไปเผยแพร่พุทธศาสนาในทิศทั้ง 4 หรือ 8 ทิศได้เลยครับ

พ่อครูว่า…ยอ คำว่า ยอๆ นี้เขาห้ามควายไม่ให้ไป คุณสติพล อย่าใจร้อนใจเร็ว จริงๆแล้วของพระพุทธเจ้ามีวิธีการ มีนโยบายชัดแล้วว่าให้ทำความจริงให้ปรากฏ ทำความจริงให้มากจนออกรัศมีแล้วคนมาเห็นรัศมีได้ โดยไม่ต้องไปหว่านล้อมหาเสียงโฆษณา และเล็มเลียบเคียง ทำตามความจริงดีที่สุดจนเกิดรังสีเอง แล้วรังสีนี้ ผู้มีธุลีในดวงตาน้อยมีปัญญาจะรับได้เลยเห็นแสงสว่างปลายอุโมงค์ว่าใช่ คนชนิดนั้นแหละเราต้องเอามาสอนเอามาให้เกิดเป็นแบบโลกุตระได้ง่าย คนที่ยังไม่มีอะไรอยากจะได้มวลอยากจะได้ปริมาณ มันเมื่อยไม่ดีหรอก 

_ชายพงไพร บุนิตระกูลพุทธ  : คัดค้านแก้รัฐธรรมนูญครับ

_อุทาน อุทัย  : โชคดีที่ได้เกิดในประเทศไทย มีพระเจ้าอยู่หัวที่มีพระปรีชายิ่ง ได้พบเจอโพธิสัตว์ที่เคารพบูชา  กราบสาธุค่ะ

พ่อครูว่า…มาเข้าเรื่องประชาธิปไตย เศรษฐกิจ ก็มี 3 คำใหญ่ ประชาธิปไตยคือการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม 

ประชาธิปไตยที่มีเศรษฐกิจดีเยี่ยมคืออย่างใด หรือสังคมประเทศไทยมีเศรษฐกิจดีเยี่ยมคือสังคมที่มีประชาธิปไตยดีเยี่ยมแล้ว 

มาเข้าเศรษฐกิจดีเยี่ยมคืออย่างไร?

เศรษฐกิจดีเยี่ยม คือ สังคมที่มีชีวิตอยู่อย่างสาราณียธรรม 6 จริงๆ 

แล้ว สาราณียธรรม 6 เกิดจากอะไร ทำอย่างไรถึงจะบรรลุคุณธรรมตาม 6ข้อที่ว่า จะเกิดได้ก็จากการปฏิบัติจรณะ 15 วิชชา 8 อย่างสัมมาทิฏฐิ เป็นเงื่อนไขหลักเลยนะ

เมื่อได้ปฏิบัติจรณะ 15 วิชชา 8 อย่างสัมมาทิฏฐิมันก็จะเกิดสัมมาทิฏฐิ 10 ซึ่งก็ต้องบริบูรณ์ทั้ง 10 ข้อ

สัมมาทิฏฐิ 10 จะสมบูรณ์เพราะมี สยังอภิญญาที่เป็นสัตบุรุษมาประกาศธรรมของพระพุทธเจ้ามาให้คนปฏิบัติได้เกิดผลจริง พูดตามสัจธรรมวิชาการนะ สัมมาทิฏฐิ 10 เกิดได้จะต้องมีสยังอภิญญา ที่เป็นสัตบุรุษผู้มีความรู้อภิญญาด้วยตัวเอง สย คืออย่างแท้จริง เป็นผู้ที่มาประกาศ 

สัตบุรุษผู้มาประกาศธรรมะจะต้องรู้สัมมาทิฏฐิ 10 นี้จริงๆ ข้อที่ 10 ก็อธิบายปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรมอย่างไร 

หากเริ่มต้นไม่เข้าใจเรื่องศีลแล้วไม่มีศีลเป็นหลักเกณฑ์ในการปฏิบัติจรณะ 15 จนเกิดฌาน จนเกิดวิชชาสมบูรณ์แบบ นั้นก็ไม่ได้ ผู้ปฏิบัติต้องมีศีลเป็นมรรคผลอย่างเป็นลำดับแล้วรู้จักความเป็นโลกหน้าที่ต่างจากโลกนี้ คือโลกียะ รู้จัก อยังโลโก และปโรโลโก หรือสัมปรายภพ คือโลกหน้า โลกหน้าอย่างสัมมาทิฏฐิ ไม่ใช่ไปเอาแบบวิมานจินตนาการที่ตายไปแล้วไปอยู่อย่างนั้นไม่ใช่ โลกหน้าคือโลกุตระ ปัจจุบันนี้คือความหมุนเวียนเปลี่ยนออกจากโลกนี้ไปสู่โลกใหม่โลกหน้าที่เป็นโลกโลกุตระ 

ผู้ที่จะเป็นอย่างนี้ได้มีคุณธรรมที่จะเป็นเครื่องยืนยันคือวรรณะ 9 เป็นคนเจริญไปตามลำดับ มีคุณธรรม ลองไล่วรรณะ 9 ดู

สุภระ สุโปสะ อัปปิจฉะ สันตุฏฐิ สัลเลข ธูตะ ปาสาธิกะ อปจยะ วิริยารัมภะ

วรรณะ 9 เลี้ยงง่าย  (สุภระ) บำรุงง่าย , ปรับให้เจริญได้ง่าย (สุโปสะ) ช่วยกันสั่งสอนอบรมพระพุทธให้เจริญได้ง่ายและเจริญอย่างไร เจริญอย่างเป็นผู้  มักน้อย, กล้าจน (อัปปิจฉะ) ไม่ใช่คนเจริญคือคนมากๆมักใหญ่มักโตไม่ใช่ คนละทิศทางคนละขั้ว คนละเหวกับฟ้าเลย เราเข้าใจผิดเท่านี้ก็ไปไม่รอดแล้ว

 ใจพอ สันโดษ (สันตุฏฐิ) ใจมันต้องพอ น้อยก็พอ หากมีมากก็ค่อยๆลดลงมา แต่ก่อนอาตมาเคยใช้เงินเดือนละ 50,000 เราก็ลดลงมาเดือนละ 30,000 หากยังมากอยู่ก็ลดลงเหลือ 20,000 ยังมากไปก็ลดลงเหลือ 5,000 ก็พอ หนักเข้าก็เท่าที่มีเท่าที่ได้ที่ที่จะใช้ จิตใจเป็นศูนย์ เท่าที่มีความจำเป็น แล้วก็มีสังคมส่วนกลางมีสาธารณโภคี เราใช้เท่าที่จำเป็นไม่ได้อยากฟุ่มเฟือยสุรุ่ยสุร่ายบำเรอตน รู้ความจริงว่าเราเองน้อยได้ จนกระทั่งเปลืองน้อยที่สุด 

นอกจากเปลืองน้อยสุดแล้ว ก็ยังเป็นคนมีความขยันมีสมรรถภาพสร้างสรรผลผลิตอยู่ในสังคมนั้นอยู่ จึงเป็นคนที่ไม่จน ไม่ใช่เป็นคนที่ไม่มีอะไร ก็มีแรงงาน มีสมรรถนะที่เราได้สร้างสรร ทั้งความรู้ความสามารถต่างๆ มันก็เกิดผลผลิต ขึ้นมาในสังคม มี product เกิดขึ้นมาในสังคม เพราะฉะนั้นในสังคมที่มี product ขึ้นมา 

ตอนนี้ก็ขอแวะ Product ผลผลิตที่เขาเรียกว่า GDP 

G คือ Gross รายได้องค์รวม 

D คือ โดเมสติก แปลว่าของภายใน อธิบายไปหลายทีก็ยังยากเพราะว่า GDP ของเขาเป็น GDP ของโลกีย์ของนายทุนของความเห็นแก่ตัวเห็นแก่ได้ มันไม่ใช่ GDP ของคนเสียสละ คนที่เป็นประโยชน์ต่อคนอื่น GDP นั้นเป็นประโยชน์บำเรอความเห็นแก่ได้ เห็นแก่ตัว แก่ความโลภ ที่มีตัวตนแบบโลกีย์แล้วไม่มีที่สิ้นสุดแห่งความโลภ จึงเป็นการอธิบาย GDP แบบโลกียะ ที่เป็นอบายมุข ที่เป็นชาวนรกขี้โลภ ขี้โกรธ 

ขี้หลงเต็มรูปเลย เพราะฉะนั้นต้องมาแก้ความเข้าใจผิดตรงนี้จึงยากแสนยาก 

พูดถึง GDP ขออ่านบทความของคุณผักกาดหอม เรื่อง ชังชาติให้ฉิบหาย

 นั่งฟัง ส.ส.อภิปราย แล้วงง!

            คุณภาพ ส.ส.รุ่นใหม่ภายนอกดูมีความรู้ หัวก้าวหน้า

            แต่…พอลงลึก ทำไมรู้แบบฉาบฉวย

            “ให้นายกฯ ลาออก คืนอำนาจให้ประชาชน”

            มันคืออะไร?

            นายกฯ ลาออก สภาก็เลือกนายกฯ คนใหม่

            มันเกี่ยวอะไรกับคืนอำนาจให้ประชาชน

            ถ้า…ยุบสภาสิ แบบนี้คือการคืนอำนาจให้ประชาชน

            ไปเลือกตั้งกันใหม่

            ครับ…ยอมรับว่าคนรุ่นใหม่มีความรู้กว้าง พูดจาฉะฉาน แต่ความรับผิดชอบต่อสังคมต่ำไปหน่อย ยัดเยียดความคิดตัวเองให้กับสาธารณะมากเกินไป

            ส.ส.พรรคก้าวไกลหลายต่อหลายคนอภิปรายจุดเชื้อ ส่งต่อไปยังการชุมนุมวันที่ ๑๙ กันยายน ของม็อบปลดแอก ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ด้วยข้อมูลเท็จบ้าง จริงครึ่งเดียวบ้าง ใช้ข้อมูลเก่าบ้าง ไม่สมกับการเป็นนักการเมืองรุ่นใหม่เลย

            “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” : “เศรษฐกิจไทยบ๊วยเกือบที่สุดในเอเชียจากการทำสำรวจของไอเอ็มเอฟ ในสิ้นปีนี้คาดว่าเศรษฐกิจไทยเกือบอยู่ท้ายสุดของเอเชีย”

            มันใช่หรือ?

            นี่คือตัวอย่างของการใช้ข้อมูลบางส่วนเพื่อประโยชน์ในการอภิปรายของตัวเอง

            ข้อมูลที่ “พิธา” อ้างถึงคือ รายงาน WEO (World Economic Outlook) ของไอเอ็มเอฟ ที่คาดการณ์ว่า ในอนุภูมิภาคอาเซียน เศรษฐกิจปีนี้จะหดตัว -๒.๐%

            ไอเอ็มเอฟคาดการณ์เศรษฐกิจไทยหดตัวมากที่สุดในปีนี้ ที่อัตรา -๗.๗% ตามมาด้วยมาเลเซีย -๓.๘% ฟิลิปปินส์ -๓.๖% อินโดนีเซีย -๐.๓% และเวียดนาม +๒.๗%

            แต่ตัวเลขเศรษฐกิจปีนี้ขึ้นกับโควิด-๑๙ เป็นปัจจัยหลัก ประเทศไหนฟื้นตัวก่อนประเทศนั้นได้เปรียบ

            ที่นี้มาดู GDP ไตรมาสแรก ของประเทศในอาเซียน

            เวียดนาม +๓.๘%

            อินโดนีเซีย +๓.๐%

            ฟิลิปปินส์ -๐.๒%

            มาเลเซีย -๐.๗%

            ไทย -๑.๘%

            สิงคโปร์ -๒.๒%

            นี่คือต้นตอที่นำไปสู่การโจมตีว่า รัฐบาลประยุทธ์ทำเศรษฐกิจพัง จนเป็นที่โหล่ของอาเซียน และบางคนละเลยที่จะพูดถึงสิงคโปร์ที่ GDP ติดลบมากกว่าไทย

            เศรษฐกิจอาเซียนไตรมาสแรกยังไม่ได้รับอิทธิพลจากโควิดมากนัก แต่ไตรมาส ๒ รับไปเต็มๆ

            มาดู GDP ไตรมาส ๒

            เวียดนาม +๐.๓๖%

            อินโดนีเซีย -๕.๓๒%

            ไทย – ๑๒.๒%

            สิงคโปร์ -๑๓.๒%

            ฟิลิปปินส์ -๑๖.๕%

            มาเลเซีย -๑๗.๑%

            ตัวเลขนี้สัมพันธ์กับการระบาดของโควิดในแต่ละประเทศ

            ไตรมาส ๒ คือเดือนมีนาคม-เมษายน-พฤษภาคม

            ถัดไป จับตาไตรมาส ๓ มิถุนายน-กรกฎาคม-สิงหาคม ที่จะประกาศในเร็วๆ นี้ ดูตัวเลขการระบาดในแต่ละประเทศไปพลางๆ ได้เลย

            ทำนายล่วงหน้าได้เลย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ยิ่งกว่าหล่นลงขุมนรก หนักกว่าไทยหมดยกเว้นเวียดนาม

            และอย่าลืมว่าเวียดนามได้เปรียบไทยเยอะเพราะอยู่ในกลุ่มประเทศความตกลงที่ครอบคลุมและก้าวหน้าสำหรับหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (CPTPP) ญี่ปุ่นจึงเริ่มเทการลงทุนไปที่นั่น

            ครับ…ก็เอาตัวเลขมาให้ดูกัน ถ้าไทยรอดจากการระบาดรอบ ๒ เราจะฟื้นตัวก่อนใคร

            ส่วนคำอภิปรายของ ส.ส.ในสภา กองเอาไว้ตรงนั้นล่ะครับ.   

พ่อครูว่า…สรุปให้ฟังเลยว่า ถ้า GDP คือ ของภายในแล้วได้รายได้กลับคืนมานะ ผลรวมของรายได้ หากเอารายได้จากการขายสินค้าให้ภายนอก ถ้าเราไปคิด บวกจากภายนอกมากกว่า คุณเอาเปรียบเขานะ ไม่ใช่เสียสละ แล้วความเสียสละเป็นสิ่งเจริญนะ เขาคิดอย่างโลกียะว่าได้เปรียบ แต่เราคิดการเสียสละคือเจริญ​ หากเอาไปขายต่างประเทศได้กลับมาน้อยเท่าไหร่แล้วแจกให้ต่างประเทศได้เลยนี่คือเจริญใช่ไหม เป็นการอธิบายเศรษฐศาสตร์แบบของพระพุทธเจ้า อาตมาจะตายไม่ลงง่าย มันจะลากสังขารไปเท่าไหร่ …

หากคุณเข้าใจว่าความเจริญคือความเสียสละ คุณก็ชัดเจนแล้ วแต่คุณไปเข้าใจตาม Concept ตามอุปาทานตามทฤษฎีของคุณว่าความเจริญคือการได้มามากๆมันคือ มหัปปิจฉะ คือมักมาก ไม่ใช่มักน้อย ความเจริญคือได้มามากๆมันคือความโลภของคุณยังเยอะอยู่ กว่าจะรู้ตัวว่าตัวเองยังโลภอยู่ไม่ง่าย เราก็ไม่ท้อที่จะพยายามให้เขาได้รับความจริงความรู้อันประเสริฐอันนี้เพราะมันเป็นความจริงความประเสริฐ มนุษย์ควรจะเสียสละได้ ก็ต้องได้ มันก็ต้องมีสิ่งที่จะเอาไปเสียสละ หากคุณจะไปเป็นหนี้ไปกู้เอาของคนอื่นมาเสียสละ มันไม่ถูกมันผิด คุณก็ต้องเอาของของคุณใช่ไหม มันเป็นสิทธิของคุณ นี่คือสำคัญ 

หลักเกณฑ์ที่อาตมาว่าไปแล้วว่าเรื่อง 1.อย่าไปเป็นหนี้ 2.ต้องมีความรู้ความสามารถพึ่งพาตัวเองรอด ต้องทำงานต้องสร้างสรรมีสมรรถนะทำมาหากิน สิ่งที่อาศัยกินอาศัยใช้ ไม่ต้องไปอ้าขาพับอีกไปทำอย่างอื่นหรอก ทำพืชพันธุ์ธัญญาหารเป็นหลัก แม้แต่เรื่องของสัตว์ก็อย่าไปยุ่ง เอาแต่พืชพันธุ์ธัญญาหาร ประมงก็ตามปศุสัตว์ก็ตามอย่าไปยุ่ง เอาพืชพันธุ์ธัญญาหารให้อุดมสมบูรณ์ให้มากจนกระทั่ง ทุกวันนี้การคมนาคมก็ยังดี ต่อไปจะเสียเงินค่าเครื่องบินเอาไปแจกให้หมดเลย แจกให้เข็ดเลย หรือคิดราคาให้ถูกๆ ก็ยิ่งดี แจกให้เลยก็ยิ่งดีกว่า หรือใครจะมาเอาเองก็มาเอา เราสร้างให้มากๆก็แล้วกัน 

ก็ยิงเข้าเป้า สมรรถนะของคนนี่แหละเป็นตัวเศรษฐกิจหลัก เป็นตัวเศรษฐกิจใหญ่ เป็นความเจริญ เสฏฐะ หรือเสฏโฐ เป็นความเจริญ ส่วนเศรษฐกิจเป็นภาษาสันสกฤต จริงๆภาษาบาลีคือ เสฏฐะ คือ งานที่เจริญ​คืองานที่มีความรู้ความสามารถขยันหมั่นเพียรสร้างสรรในสิ่งที่เป็นความจำเป็นเป็นความสำคัญ อาหารเป็นหนึ่งในโลก สร้างอาหารโดยเฉพาะอาหารการกิน กวฬิงการาหาร นี่แหละ ให้เป็นหลักเลย เราจะเป็นผู้ที่มีคุณค่าประโยชน์ต่อโลก ไม่ต้องพูดว่าเราจะไปเป็นใหญ่ไปเป็นมหาอำนาจ แต่เราจะเป็นประโยชน์ยิ่งใหญ่แก่มนุษยชาติในโลกก็เพราะเราสร้างอาหาร เป็นอาหารที่ดีมีคุณภาพไม่มีพิษไม่มีภัย เป็นอาหารที่มีเนื้อหาสาระ มีทั้ง ธาตุ วิตามินอะไรต่ออะไร ดี ที่คนจะเอาไปรับประทานเพื่อเลี้ยงขันธ์

นิมนต์พ่อครูจิบน้ำ

ส.เดินดิน…พ่อครูเคยพูดเร็วๆนี้ ว่า อยากดูว่าหมู่บ้านแห่งไหน สังคมไหนพึ่งพาตัวเองได้ต้องดูในช่วงโควิด หากต้องปิดประเทศ ปิดจังหวัด ปิดอำเภอ ปิดตำบล ปิดหมู่บ้าน ปิดไปเป็นปีก็ดี ปิดแล้วอยู่ได้ ก็แสดงว่าหมู่บ้านนั้นพึ่งพาตัวเองได้ หมู่บ้านเราก็อยู่ในอันดับ ตอนนี้พัฒนากร บอกว่าจะส่งหมู่บ้านเราเข้าประกวด 

พ่อครูว่า…อย่างน้อยตอนนี้พวกเราก็มีผลผลิตมีผลงาน แม้สิ่งที่ปลูกไม่ได้ปลูกก็เป็นพืชพันธุ์ธรรมชาติ เช่นดอกโสน พวกเราขยันก็ช่วยกันไปเก็บผลผลิตพวกนี้ ไม่อย่างนั้นก็เหี่ยวแห้งสูญหายไป พวกนี้เป็นพืชล้มลุก เก็บไปไสศาลาปันสุข ให้ได้เรื่อยๆ ใครจะเอาไปกิน ตั้งกองเก็บไปเลย เราก็มีมะละกอเยอะ พริกก็มีมะเขือก็มีไม่ใช่น้อย เรากินไม่หมดหรอกมันจะสูญเสียแล้วมันก็จะแห้ง เราก็มีพันธุ์อยู่แล้ว สิ่งเหล่านี้พวกเรายังมีความขยัน สมรรถนะในการสร้างสรรไปได้อีกเยอะ ถ้าเผื่อว่าเราเพิ่มพลังสร้างสรรพวกนี้ขึ้นมา แม้แต่เก็บผลผลิตขึ้นไปเพื่อที่จะเผยแพร่แจกจ่าย อาตมาว่าเป็นที่ศาลาปันสุข หรือไปแจกที่อุทยานบุญนิยม แจกที่สหกรณ์บุญนิยมก็ได้ถ้ามีมากพอ เก็บได้เท่า

นี้ก็หมดแล้วก็เท่านั้นพรุ่งนี้ก็เอาไปแจกใหม่ 

ทำด้วยความจริงใจเป็นผู้ให้ เป็นผู้ที่มีเหลือ เราไม่ได้ยากจน แต่เราเป็นคนจน เป็นแต่เพียงพวกเราเป็นคนอยากจน พวกเราไม่ใช่คนยากจน เพราะเราจนสำเร็จแล้ว เราต้องการจะมาเป็นคนจนแล้วเราก็จนสำเร็จด้วยไม่ต้องอยากเพราะเราเป็นได้อยู่แล้ว จึงกลายเป็นคนยากจนอยู่แล้ว แต่เป็นคนยากจนมหัศจรรย์ เป็นคนยากจนที่อุดมสมบูรณ์ เป็นคนยากจนที่ประเสริฐ เป็นคนยากจนที่ช่วยเหลือเกื้อกูลผู้อื่นอยู่ได้เสมอ มันเป็นความขัดแย้งกันอยู่ในตัวทั้งหมดเลย ในสภาวะจริง พูดอย่างหนึ่งแต่สภาวะจริงอีกอย่างหนึ่ง นี่คือลักษณะสิริมหามายา 

เดี๋ยวก็พูดกลับไปกลับมา มันกลับยากหรือไม่ยากที่พูดเมื่อกี้นี้ พวกเราจนโดยไม่ยาก วันนี้เจอดอกกระเจียวนี่ ใหญ่ (บนโต๊ะ)

เศรษฐกิจดีที่สุดคือเศรษฐกิจคนจน 

สอดคล้องกับพระพุทธเจ้าและในหลวงรัชกาลที่ 9 และตรงเป้าที่สุดกับสัจธรรม เพราะอะไร คนในโลกนี้เป็นคนมีความโลภมากกว่าคนไม่มีความโลภซึ่งมีน้อย 

คนไม่มีความโลภคือคนที่มาทำตัวเป็นคนจน ความจนนี้ถ้าจนคนเดียวไม่มีเพื่อนเลย ไม่อยู่ในร่วมทฤษฎีหลักการเดียวกัน มีความจนคนเดียวก็ตายคนเดียว แต่ทฤษฎีของพระพุทธเจ้านั้นไม่ใช่ขัดแย้งกับธรรมชาติ คนเป็นสัตว์โขลงที่ยิ่งใหญ่ เพราะฉะนั้นก็ให้คนมาศึกษาและเป็นคนจนในทฤษฎีเดียวกันกับของพระพุทธเจ้าให้ได้ เมื่อคนมาจนได้มีจิตที่มีปัญญา จิตใจมันรู้ว่าต้องมาจนแล้วมันมีความเป็นได้คือมี เจโต และรู้ว่าจนนี้ดีด้วย

ในองค์ประกอบทฤษฎีทั้งหมด มาจนแล้วก็มีองค์ประกอบของคนอยู่ร่วมกันสร้างสรรร่วมกัน ไม่เห็นแก่ตัวเอง หรือไม่แม้แต่เห็นแก่พวก หรือบางคนก็มีอยู่บ้าง แต่คนที่ไม่มีตัวตนก็เป็นสัจจะของคนที่ปฏิบัติได้เป็นแก่นเป็นแกน เพราะฉะนั้นในความเป็นสาธารณโภคี จึงเป็นสภาพเศรษฐกิจของคนจน คือจนหมดเนื้อหมดตัว ทำงานแล้วให้กองกลางหมด เรียกด้วยภาษาว่าเสียภาษี ที่จริงไม่ได้เสียภาษีหรอกแม้แต่ต้นทุนก็ให้หมด ทำแล้วเอาเข้ากองกลางหมด แบ่งกันกินใช้ตามระบบสาธารณโภคี ไม่ได้ฟุ่มเฟือยสุรุ่ยสุร่าย กินแต่พอเหมาะพอควร 

เพราะฉะนั้นคนแต่ละคนมาสร้างให้เป็นคนมีสมรรถนะ มีความขยัน ที่มากเกินพอ คนๆหนึ่งกินใช้ไม่มาก แต่เราสร้างได้มาก คนที่มีความสามารถสำหรับคนๆหนึ่งเลี้ยงคนได้เป็นร้อย เลี้ยงคนได้เป็นพันได้ ความสามารถของคนๆหนึ่งสามารถเลี้ยงคนเป็นร้อยเป็นพันได้ แต่ต้องเป็นคนมักน้อยสันโดษกันด้วยนะ หากไปเลี้ยงคนตะกละตะกลามมันก็ไม่พอหรอก 

เมื่อคนที่มีทัศนคติหรือมี Concept มาในทิศทางเดียวกันเป็นสัมมาทิฏฐิเป็นทิฏฐิสามัญญตาอย่างที่พวกเรามารวมกัน มันจึงรวมกันแล้วเป็นทั้งกระบวนการเป็นทางพฤติกรรมตามกระบวนการและมีทั้งทิฐิที่เป็นสามัญญตา จึงเกิดพฤติการณ์ของสังคมที่เราเป็นอยู่ ก็มีอยู่ทั้งงานการผลผลิตความเป็นอยู่อย่างมีเมตตากายกรรม เมตตาวจีกรรม เมตตามโนกรรม อยู่กันอย่างเกื้อกูลเมตตากัน ไม่มีใครไปริษยากัน รู้ว่าคนไหนควรจะช่วยมาก คนเจ็บป่วยมากช่วยเหลือตัวเองไม่ได้เลยก็ช่วยให้มากหน่อย คนพิการคนแก่ช่วยตัวเองไม่ได้มากก็ต้องให้คนอื่นช่วยมาก เด็กนี้ช่วยตัวเองไม่ได้เลย หรือช่วยตัวเองได้น้อยอย่างนี้เป็นต้น ก็มีภูมิปัญญามีปฏิภาณรู้ว่าต้องช่วยคนที่สมควรอยู่ 

แล้วคนเหล่านั้นไม่ใช่เขาจะไปแกล้งเป็น มันก็เป็นตามชะตา เด็กก็คือเด็กคนแก่ก็คือคนแก่ คนพิการก็คือคนพิการ คนเจ็บป่วยก็เป็นคนเจ็บป่วย คนไร้สมรรถภาพสมองไม่บริบูรณ์เป็นต้น มันก็ต้องเป็นของเขาตามธรรมชาติ มันเป็นสังคมเดียวกันก็ต้องช่วยดูแลกัน 

การที่มีเมตตากายกรรม เมตตาวจีกรรม เมตตามโนกรรม มันครอบคลุมหมดแล้ว พฤติกรรมจริงของแต่ละคนมันมีจริงไหม เป็นของจริงไหม เพราะฉะนั้นจิตใจของคนที่ได้ฝึกอบรมมาอย่างดีแล้ว มีจิตใจมีเมตตา มีจิตเป็นพระพรหม มีพรหมวิหาร 4 อย่างแท้จริงแล้ว มันก็มีภาพจริงให้เห็นได้ ท้าทายให้มาพิสูจน์ เรียกมาดูได้ เอหิปัสสิโก ได้จริง 

อาตมามั่นใจว่าเศรษฐศาสตร์ที่กำลังขยายความนี้ พวกเราทำได้แล้วเป็นสามัญปกติไม่ได้ยาก สบายๆปกติไม่ได้ยากอะไร ไม่ต้องมีกิเลสเข้ามาขับดัน มันก็อยู่อย่างนี้ ได้อย่างนี้เป็นอย่างนี้สบาย สบม ทมด ปกต หห จจ

ความจริงพวกนี้เรามีไม่ใช่น้อยคน ชาวอโศกก็มีเป็นชุมชนๆๆ อยู่ทั่วประเทศ มีทิฏฐิสามัญญตา มีศีลสามัญญตา แล้วก็อบรมฝึกฝนตัวเองอยู่ ผู้ที่ได้แล้วเป็น อรหัตตผล ก็เป็นแกนให้หมู่ไป มีแต่ความเจริญเพื่อผู้อื่นตลอดไปเลย หมดประโยชน์ตนก็มีแต่ประโยชน์ผู้อื่น ผู้ที่ยังไม่เป็นอรหันต์ก็ตามสัจจะ อนาคามีก็เหลือประโยชน์ตนเองไม่มากแล้ว สกิทาคามีก็เหลือประโยชน์ตัวเองไม่ใช่น้อย พระโสดาบันก็เริ่มจะลดประโยชน์ตัวเองทำประโยชน์เพื่อผู้อื่นให้มาก ลดลงไปไม่ใช่มานั่ง กดข่ม แต่ลดเพราะมันเฟ้อ มันโง่มันถูกหลอก ไปกินตามแฟชั่นหลอกไปใช้ตามแฟชั่นหลอก เท่าไหร่ก็ไม่พอ เพราะว่าแฟชั่นมันไม่หยุดหลอก มันหนักหน้าเพิ่มอีกเท่าไหร่ ไม่ว่าแฟชั่นทางการแต่งตัว การกิน การเต๊ะท่า สารพัดมีเท่าไหร่มันจะพอ ไม่ต้องเอาอะไรมาก กูรวยมากๆขึ้นอันดับทำเนียบได้เท่าไหร่ยิ่งยอด แค่นี้ก็ตายแล้ว ชัดเจนไหม รวยแบบไม่มีลิมิตเลยต้องขึ้นเบอร์ 1 ใน Top 5 Top Ten แค่นี้คุณก็ตายแล้ว ดูดได้ดูดไปแล้วก็ขึ้นทำเนียบโชว์กันอยู่นั่นแหละ แล้วเขารู้ตัวที่ไหนว่าเขาเองเขาขายขี้หน้า เปล่าเลยเขาบอกว่าเขาได้หน้า เห็นไหมว่ามันกลับกันเป็นสิริมหามายา เขาขายขี้หน้าแต่เขากลับว่าเขาได้หน้า น่าอายแต่เขาก็ว่าน่าโชว์ เห็นไหมอย่างนี้ ซึ่งมันยาก 

เอาคนที่เข้าใจ คนที่ชัดเจนก็มาสร้างฐานอันนี้ สร้างฐานความเป็นโลกุตระบุคคล ความเป็นอาริยะที่ประเสริฐแท้ คำว่า โลกุตระ นี้ใช้ได้ คำว่า อริยะ นี้ใช้ไม่ได้เท่าไหร่แล้ว มาจากคำว่าศิวิไลซ์ เป็นภาษาโลกีย์ เจริญแบบโลกีย์ ซึ่งมันไม่ใช่ ศิวิไลซ์ของเรามันเป็นศิวิไลซ์แบบโลกุตระ ตรงกันข้ามกับโลกียะ คนละขั้วกัน อธิบายไปแม้จะยากเท่าไหร่ก็ต้องทำ เพราะอันนี้มันจะช่วยโลกได้ โลกมันมีแต่แนวโน้มที่ไปในทิศทางโลกียะ เดี๋ยวนี้ก็ยิ่งไปนำหน้าไม่หยุดหย่อน แต่ดีที่มันได้เกิดโลกุตระขึ้นแล้ว คนที่มีจิตโลกุตระเป็นอริยะ  มันมีได้แล้ว เกิดในประเทศไทย ขอพูดดังๆขออภัย ข่มประเทศไหนก็ช่างเถอะ เพราะว่าประเทศอื่นไม่มี มันมีแต่ในประเทศไทย แม้พุทธศาสนาในประเทศอื่นก็ตาม ยังไม่มี ยัง ตามอโศกมา ไม่ว่าพุทธศาสนาประเทศไทย ยังไม่ใช่โลกุตระเท่าประเทศไทยเรา 

แม้แต่ตัวลักษณะของ โควิค เป็นเครื่องชี้บ่งความเป็นโลกุตระชนิดหนึ่ง โควิดนี่ อาตมารู้สึกตัวว่ายังไม่เก่งเท่าไหร่ที่จะขยายความ แล้วมันเป็นอะไรอย่างไร ยกตัวอย่างคิดยังไม่ออก ใครคิดออกช่วยขยายความสู่กันฟัง ขยายออกไป เพราะพวกเรามีปฏิภาณปัญญาพอที่จะอธิบายแทนอาตมาได้ 

เพราะฉะนั้นถ้าเรามั่นใจเราเชื่อแน่ว่าโลกุตรธรรมคืออย่างนี้ ๆๆ แล้วมันได้เกิดเชื้อขึ้นแล้ว มันเกิดแล้วในมนุษย์ ไม่ใช่คนเดียว ไม่ใช่สิบคน ไม่ใช่ร้อยคน ไม่ใช่พันคน มากกว่า พันแล้ว เป็นหมื่นเป็นแสนแล้ว แต่ยังไม่อยากเดาไปว่าเป็นล้าน ถ้าเขาจะมี อัญญธาตุ เป็นธาตุโลกุตระ พูดอย่างเข้าข้างตัว ก็กะปริดกะปรอยก็ เป็นล้านแล้ว เพราะว่าการสื่อสารมันเจริญ เขาได้แต่เชื่อถือ ก็เชื่อถือ ก็ดี แต่ก็ไม่ทำตามหรอก ถ้าเชื่อฟังแล้วทำตามนะ คนทำตามแล้วเกิดผลหยั่งลง ก็เป็นการเชื่อมั่น 

ส.เดินดิน…สรุปจบ