ศาสนา

631109_รายการโสเหล่โลกุตระ ออนไลน์ ครั้งที่ 16

อ่านทั้งหมดที่ หรือดาวน์โหลดเอกสารที่… https://docs.google.com/document/d/12Bz3iS6xdHmosJqYdQYNO4D3ng8JkTvNP8AGKGj2C3k/edit?usp=sharing                                         

ดาวน์โหลดเสียงที่  https://drive.google.com/file/d/1eFIXGtZtqJrfMkanJmVEPuIbMhtd0DsR/view?usp=sharing 

ยูทูปที่  

_สู่แดนธรรม…วันนี้เป็นวันจันทร์ที่ 9 พฤศจิกายน 2563 ที่บวรราชธานีอโศก การทำงานของพ่อครูครบรอบ 50 ปีไปแล้ว เป็นปีที่พวกเราลูกๆต้องขัดเกลาให้ทองคำเป็นทองรูปพรรณ คือเอาทองแท้บริสุทธิ์มาทำงานเพื่อประโยชน์ต่อมนุษยชาติ 

_ด.ช.ธัมโม…ทำไม เราเกิดมาต้องมีธงชาติด้วยครับ 

พ่อครูว่า…ประเทศที่เจริญ ประเทศที่เป็นดินแดนมีมนุษย์อยู่ร่วมกันบริหารร่วมกัน ถือว่าเป็นชนชาติเดียวกัน โดยจะมีคำว่าสัญชาติเดียวกัน ซึ่งอาจจะมีคนเชื้อชาติอื่นๆไม่ใช่เชื้อชาตินั้นๆ มาอยู่เป็นหลัก มีสัญชาติ มาขอถือสัญชาติ ขอเป็นคนชาตินี้ เช่นชาติไทย คนชาติไทยก็มีเชื้อชาติไทยตั้งแต่เริ่มมีประเทศไทยมา ตั้งแต่เริ่มตั้งประเทศตั้งรกรากความเป็นชาติมา แล้วคนเหล่านั่นแหละเป็นต้นตระกูลของไทย …ต้นตระกูลไทยใจช่างเหี้ยมหาญรักษาดินแดนไทยไว้ให้ลูกหลาน สู้จนสูญเสียแม้ชีวิตของท่าน … นี่เป็นเพลง ต้นตระกูลไทย 

เชื้อชาติหมายความว่า นับตั้งแต่เป็นต้นเป็นรากเหง้า ปักหลักเริ่มต่อเชื้อกันมาจากสายกำเนิด อยู่ที่นี่ เกิดที่นี่ เกิดพร้อมทั้งพ่อแม่ปู่ย่าตายายมีเชื้อเผ่าไทยทั้งนั้น 

 ส่วนสัญชาตินั้นอาจจะไม่เป็นเชื้อไทย แต่เป็นเชื้อชาติอื่นมาขอร่วมเป็นคนไทย ขอให้เป็นประชาชนคนไทย  มีทะเบียนเป็นสมาชิกคนไทยเป็นต้น อย่างนี้เรียกว่าสัญชาติไทย สัญชาติกับเชื้อชาติต่างกันตรงนี้ 

ที่นี้ถามว่าทำไมต้องมีธงชาติ การเป็นคนเจริญประเทศเจริญก็มีสัญลักษณ์เป็นเครื่องหมายที่ถือว่าเป็นสัญลักษณ์ ถือว่าเป็นสิ่งที่หมาย และธงยังมีความหมายในตัวด้วยว่าสีอะไร ธงหมายถึงอะไร รูปร่างของธงหมายถึงอะไร 

สมัยแรกของไทยมีช้างสีแดง ต่อมาก็เปลี่ยนจนกระทั่งปัจจุบันนี้ ก็เป็น 5 ริ้ว 3 สี แดง-ขาว-น้ำเงิน สีแดงมี 2 แถบขาว 2 แถบน้ำเงิน 1 แถบ 

น้ำเงินถือว่าแถบโตกว่าเพื่อนอยู่ตรงกลางหมายถึงพระมหากษัตริย์ สีขาวหมายถึงศาสนา สีแดงหมายถึงชาติอยู่ขอบนอก ห้อมล้อมอยู่ตรงกลางคือกษัตริย์ ก็มีความหมายของมันดังนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้นทุกสิ่งทุกอย่างเกิดจากพัฒนาการทางความคิด ใช้สิ่งต่างๆที่มีประวัติ ก็ค่อยๆเปลี่ยนรูปทรงของธงชาติมาเรื่อยๆ จนกระทั่งมาเป็นปัจจุบันนี้ ปัจจุบันก็มี 5 ริ้ว 3 สี แดง-ขาว-น้ำเงิน 

ชาติแต่ละชาติที่เขามีอยู่ในโลกทุกวันนี้จึงมีธงชาติเป็นเครื่องหมาย ไปไหนก็เอาไปยืนยัน ตรงนั้นตรงนี้บอกให้รู้ ธงนี้เป็นที่สื่อให้รู้ง่ายว่าเป็นอันเดียวกัน ใครมีอันนี้ก็จะรู้ว่าใช่อันนี้คืออันนี้ เป็นสัญลักษณ์ประจำตัว เป็นเครื่องหมายประจำชาติ เป็นเครื่องหมายที่จะใช้แทน เรียกว่าไม่ต้องพูดมากเป็นที่รู้ร่วมกันทั่วโลก 

_SMS วันที่ 1-3  พ.ย. 2563  

_แก้วตะวัน พวงบุบผา : น้อมกราบนมัสการพ่อครูด้วยความเคารพยิ่งค่ะ…กราบเรียนถามพ่อครูว่า ในขณะที่เรามีข้อถกเถียงกับคนที่มีความเห็นต่าง โดยเฉพาะเกี่ยวกับโลกแห่งความจริง กับในโลกแห่งความฝันโลกแห่งโซเชียลที่เขาได้รับข้อมูลมาแล้วหาข้อสรุปไม่ได้ แล้วเราจะทำใจอย่างไรไม่ให้ทุกข์ เพราะอยากให้เขาเข้าใจสิ่งที่เราชี้แจงค่ะ ..กราบขอบพระคุณค่ะ 

 พ่อครูว่า…ที่เราจะให้เขาเข้าใจคำชี้แจงของเราเป็นตัวเป็นตนของเราเป็นความอยากของเราอยากให้เขาเข้าใจ มันเป็นความอยากของเราเป็นกิเลส เมื่อเรามีกิเลสมันก็ทุกข์ คุณก็อย่าไปมีความอยากนี้ อย่าไปมีความอยากมาให้เขาเข้าใจ แต่เรารู้ว่าจะต้องให้เขาเข้าใจ เจตนา แต่อย่าอยาก อ่านอาการเจตนากับอยากให้ได้ เป็นมโนสัญเจตนาหาร แต่อย่าใส่พลังงานอยาก ที่ต้องได้ต้องมีต้องเป็น ถ้าไม่ได้ไม่มีไม่เป็นเราก็ไม่สบายใจไม่ชอบใจ เพราะมันเป็นไปได้ 2 อย่าง 1.คุณอธิบายไม่เก่ง   2. คือคนมันโง่ …เป็นได้ทั้ง 2 อย่างใช่ไหม 

ถ้าสมมุติคนมันโง่คุณจะอธิบายอย่างไร พระพุทธเจ้าแท้ๆยังต้องบอกว่าความเห็นของเธออีกอย่างหนึ่งต้องเป็นของเราก็อีกอย่างหนึ่งจบ แต่ถ้าเราอธิบายไม่เก่งคุณก็ต้องทำตัวเองให้เก่งให้ได้ จะได้อธิบายให้เขาเข้าใจได้ก็มีอยู่ 2 ทางเท่านั้น 

_ชายพงไพร บุนิตระกูลพุทธ  : ลูกหลวงปู่มาครบหรือยังครับ ชาตินี้ที่บรรลุธรรม บรรลุอรหันต์นับได้ 1000 เป็นอเนกครับ / 

พ่อครูว่า…ยังไม่ครบหรอก ยังตกหล่นอยู่ที่ไหนอีก ถูกมารครอบงำถูกหลอกล่อ หลงอยู่อย่างนั้นก็มี 

ทำไมประเทศไทยกู้แต่เงินมาเนรมิตสิ่งอำนวยความสะดวกตั้งมากมาย มันจะเจริญหรือเสื่อมไปทางไหนครับท่าน……คนฉลาดน้อย 

 พ่อครูว่า… คำว่าทำไมคนไทยต้องไปกู้เงินเขามาใช้ อันนี้อาตมาเคยอธิบายไปแล้วแต่คงเข้าใจยาก ทุกประเทศในโลก อาตมาเชื่อว่าทุกประเทศ นอกจากประเทศที่ เรียกว่าด้อยพัฒนา ไม่มีเครดิตจะกู้ได้ก็คือประเทศนั้นไม่ได้กู้ ถ้าประเทศที่ถือว่าตัวเองเจริญหรืออยากเจริญ กู้ทั้งนั้น ประเทศที่เจริญหรืออยากเจริญ กู้ทั้งนั้น กู้เงินเอามาพัฒนา แล้วก็ทิ้งก้อนหนี้เอาไว้ให้ลูกหลานเหลนโหลน …ยาวไปอีกกี่ชาติก็ไม่รู้เป็นผู้รับใช้หนี้ และผู้ที่เป็นเจ้าหนี้ ที่จดเป็นตัวเลขเอาไว้ก็ล้มหายตายจากไว้เหลือแต่บัญชีเป็น NPL ค่อยๆทิ้งไป อยู่อย่างนั้น เป็นดินพอกหางหมู เป็นมาตั้งแต่คิดว่าโลกนี้เจริญมีสินเชื่อ 

คำว่าสินเชื่อคำเดียวนี้เลวที่สุดในโลก เพราะฉะนั้นทุกประเทศ ประเทศที่ยิ่งใช้มากถือว่าเจริญมากยิ่งมีก้อนหนี้เยอะ คนที่ทำกิจการใหญ่ๆมีหนี้เยอะ แล้วกู้เงินจากธนาคาร มีเครดิตมากขอกู้เงินห้าพันล้าน เขาก็เซ็นให้ทันทีเลย มีเครดิตมากเอาให้ไปใช้ แล้วก็เป็นหนี้ไปจนกระทั่งตายก็ยังเป็นหนี้ในบัญชีบริษัทนี้ กองกิจการนี้ที่รับช่วงไป ใช้หนี้ต่อไป 

มันซับซ้อนในเรื่องของการกู้ เช่น พันธบัตรของแต่ละประเทศ 

พันธบัตรคือประเทศกู้หนี้จากประชาชน โดยเอากระดาษหรือตั๋วสัญญาที่ให้ประชาชนไปถือว่าเป็นเจ้าหนี้รัฐบาล ใช่รัฐบาลไม่ลบ ประเทศไม่ลบหรอก แล้วคุณก็ตายไปจากประเทศก่อน แล้วเงินดอกที่ออกมาก็คือเงินภาษีของพวกคุณเองนั่นแหละ หมุนไป ยิ่งกว่าแชร์แม่ชม้อย นี่คือความซับซ้อนเรื่องหนี้และลูกหนี้ มันใช้อากาศ สมมุติลมๆแล้งๆกับระยะเวลา เวลาไปนานๆ สุดท้ายก็แทงเป็น NPL เป็นหนี้สูญ มันก็แทงเป็นหนี้สูญกันไปอย่างนี้ จบที่ไหน จบแทงที่เป็นหนี้สูญ 

ถามว่าทางอเมริกาเป็นหนี้มากไหม มาก ถ้าเอาเงินดอลลาร์ในทั่วโลกเก็บมาคืน ประเทศอเมริกา เชื่อว่าประเทศอเมริกาขายประเทศทั้งประเทศก็ไม่มีเงินใช้คืนเขาหมดหรอก  คือเขาปั๊มกระดาษนี้ออกมาทั่วโลก แล้วพยายามสร้างค่าของราคาเงินอัตราเงินของเขาเอาไว้ เก่งทำเก่ง เพราะมีอำนาจ ข่มเบ่ง มีอำนาจสร้างบริวารให้เป็นพลัง มีวิธีการอะไรหลายๆอย่าง เขาก็ใช้วิธีพวกนี้อยู่ เขาทำอย่างนี้ คือวิธีการแบบอเมริกันชน อย่างโดนัลด์ทรัมป์ ใช้วิธีการสร้างฐานะตัวเองแบบอเมริกันชน จนกระทั่งได้เป็นประธานาธิบดี เป็นประธานาธิบดีสมัยเดียวก็แย่แล้วแต่แข็งมากเก่งมาก เก่งเรื่องกลยุทธ์ของชาวอเมริกัน มันส่อถึงความเป็นอเมริกันสำหรับโดนัลด์ทรัมป์ 

จนโอ้โห มันน่าจะแพ้หลุดลุ่ยแต่มันไม่ยอมแพ้ Joe biden American มันก็เลยเก่งกว่ากันไม่ได้เท่าไหร่ เห็นไหม ซับซ้อน ถ้าเป็นเชื้อชาติไทย สัญชาติอเมริกัน 

มองให้ดีนะ ไบเดน นี่ ชนะเพราะมี รอง ไม่ใช่อเมริกันเป็นคนเชื้อชาติอินเดีย เลยช่วยคะแนน นี่มันลึกซึ้งซับซ้อน ซึ่งอันนี้คิดได้ยาก บอกยาก แม้คนอเมริกันเองก็บอกไม่ได้ แต่มันลึกซึ้ง เพราะ DNA ของคนอเมริกันมี DNA ของคนไม่รู้กี่เชื้อชาติ เพราะฉะนั้นความจะมาสังเคราะห์เอาจุดรวมของคำตอบมาออกมายาก 

_วีรณา พรมพุก  : อยากรู้มากเลยว่า ทุกท่านทั้งหลายที่อยู่ในอโศก ท่านจะมีความสุขใจสักแค่ไหน เพราะทุกท่านสร้างแต่ความดีทั้งใจและกาย เห็นแล้วก็พลอยมีความสุขไปด้วยค่ะ? 

พ่อครูว่า…คำว่าทุกข์สุขแค่ไหนเป็นเชิงริษยาในที แต่เข้าใจดีแล้วก็มาสิ 

_เพ็ญจันทร์ ภูมิเทศ  : กราบนมัสการพ่อครู คณะสมณะ คณะท่านแม่เณร ขอเจริญธรรมท่านญาติธรรมทุก ๆท่านค่ะ ขอกราบนมัสการเรียนถามค่ะ ..การปฏิบัติธรรมสำคัญอยู่ที่จิต ถ้าตั้งผิดมัวหมองไม่ผ่องใส ถ้าตั้งถูกผุดผ่องไม่หมองใจ สติใช้คุมจิตไม่ผิดนา…วางจิตกับใจ ตรงไหนคะ? จิต กับ ใจ ต่างหรือเหมือนกันอย่างไรเจ้าคะ.. 

พ่อครูว่า…ตอบ จิตกับใจไม่ต่างกันเลยในสภาวะธรรม แต่มันต่างกันตรงที่เขียน 2 ภาษาจิตมันคือภาษาบาลี ใจมันคือภาษาไทย บาลีบอกไม่รู้เรื่องหรอกคำว่าใจ เพราะมันเป็นภาษาไทย แต่จิตเป็นภาษาบาลี แล้วจิตก็แตกออกไปอีก จิตคือจิตนิยาม วิญญาณก็ขันธ์ ก็แตกออกเป็นเจตสิกหลากหลายเจตสิก  

จะไปเอาความซับซ้อนหลากหลายของสภาวะจิตทั้งหมดมานั้นปวดสมองปวดหัวตาย พระพุทธเจ้าจึงย่อให้มาสนใจที่เวทนา ตั้งใจศึกษาตรงเวทนาในเวทนา 

เวทนาในเวทนาก็มีส่วนนอกกาย มีส่วนในเข้าไปหาจิตแล้วตั้งไว้คือ ธรรม เกิดจากการปฏิบัติคือกรรม ในสติปัฏฐาน 4 ก็มี กาย เวทนา จิต ธรรมะ

จิตในจิตก็ตรวจด้วยเจโตปริยญาณ 16  ธรรมในธรรมก็ตรวจที่กุศลธรรมอกุศลธรรมกับโลกียธรรมกับโลกุตรธรรม ย่นย่ออันนี้ มันก็จะมีต่างกันเยอะ กุศล อกุศล หรือเป็นโลกียะกับเป็นโลกุตระ สรุปแล้ว กุศลกับอกุศล ก็ต้องเอากุศล โลกียะกับโลกุตระต้องเอาโลกุตระ ส่วนจิตต้องมีหลักเจโตปริยญาณ 16 

คือ การกำหนดรู้ใจสัตว์อื่น (รู้สัตว์ชั้นต่ำสูงในจิตตน-ปรสัตตานัง) . 

รู้บุคคลชั้นต่ำ-สูงอื่นๆในจิตอาริยของตน(ปรปุคคลานัง) เป็นปรมัตถ์ 

  1. สราคจิต  (จิตมีราคะ) 

  2. วีตราคจิต  (จิตไม่มีราคะ) 

  3. สโทสจิต  (จิตมีโทสะ) 

  1. วีตโทสจิต  (จิตไม่มีโทสะ) 

  2. สโมหจิต  (จิตมีโมหะ) 

  3. วีตโมหจิต  (จิตไม่มีโมหะ) 

  4. สังขิตฺตํจิตตํ. (จิตเกร็ง-จับตัวแน่น หด คุมเคร่งอยู่) . 

  5. วิกขิตฺตํจิตตํ . (จิตกระจาย-ดิ้นไป ฟุ้ง จับไม่ติด)

  6. มหัคคตจิต (จิตเจริญยิ่งใหญ่ขึ้น)  

  7. อมหัคคตจิต (จิตไม่เจริญขึ้น) 

  8. สอุตตรจิต (จิตมีดีแต่ยังมีดียิ่งกว่านี้-ยังไม่จบ) 

  9. อนุตตรจิต (จิตไม่มีจิตอื่นสูงยิ่งกว่า) .

  10. สมาหิตจิต (จิตตั้งมั่นเป็นประโยชน์ดีแล้ว) 

  11. อสมาหิตจิต (จิตยังไม่ตั้งมั่นไม่เป็นประโยชน์) 

  12. วิมุตตจิต (จิตหลุดพ้น) . . . 

  13. อวิมุตตจิต (จิตยังไม่หลุดพ้นสิ้นเกลี้ยง) .

(พตปฎ. เล่ม 9   ข้อ 135) 

เวลาปฏิบัติของแต่ละคนแม้แต่จริตของแต่ละคน บางคนก็เป็นจริตศรัทธาบางคนก็เป็นพุทธิจริต คือสายปัญญา 

มาปฏิบัติแล้วก็ยังเกิดเป็น วิกขิตตัง หรือสังขิตตังก็ได้ 

สังขิตตัง จะเป็นในลักษณะของ ศรัทธา 

ส่วนวิกขิตตัง จะเป็นลักษณะของ พุทธิ

ผู้ที่รู้สภาวะแม่นสภาวะแล้วจะเอาภาษาสลับยังไงก็ได้ เช่น มาเรียกอาตมาว่าผู้แพ้ก็ไม่มีปัญหา แพ้ก็แพ้ชะตาทราม ดวงใจทรงความมั่นคง 

มาสู่มหัคคตะ คือยิ่งใหญ่ เจริญ อมหัคคตะคือไม่ยิ่งใหญ่ไม่เจริญ คุณก็แช่ติดแป้น คุณต้องทำให้เป็นมหัคคตะ ทำยอดเยี่ยมมีจำนวนและคุณภาพเจริญ ก็ต้องทำให้เป็น มหัคคตะ แม้เป็นมหัคคตะไปแล้ว มันก็เจริญต่อไป สอุตตรังจิตตัง จิตเจริญดีแล้วแต่จิตที่เจริญกว่านี้ยังมีอีก ก็ต้องปฏิบัติเพิ่มอีกจนกระทั่งไม่มีที่เจริญกว่านี้อีกแล้วเรียกว่า อนุตตรังจิตตัง จบ จะจบอย่างไร บอกว่าไม่เหนือกว่านี้แล้ว จบตรงที่ว่า 

สายจิต มันเป็นจิตที่ตั้งมั่น เรียกด้วยภาษาว่าสมาธิ จิตที่ตั้งมั่นแข็งแรงไม่เปลี่ยนแปลง เป็นหนึ่งเด็ดขาดแล้ว ภาษาท่านเรียกว่า สมาหิตะ หรือถ้าไม่ก็ยังไม่ได้สุดยอดพวกนี้ อสมาหิตะ ต้องทำให้ได้ ทำได้แล้วก็ตรวจสอบอีกมันหลุดพ้นจริงหรือเปล่า วิมุติหรืออวิมุติ นี่คือเจโตปริยญาณ 16 

วิมุติคือเจริญในจิตรู้ทั่วเลย คุณหลุดพ้นอยู่เหนือสิ่งเหล่านี้ทุกอย่างในโลก และอัตตา โลกเราก็รู้ อัตตาเราก็รู้ โลกคือภายนอกที่มาเกี่ยวข้องสังเคราะห์สังขารกับเรา เราก็ลอยตัวอยู่เหนือทุกสิ่งทุกอย่าง โลกทำอะไรเราไม่ได้ แม้แต่ความเป็นอัตตาตัวเราเอง เราก็ไม่มีที่จะมาเล่นงานเราได้เป็นคนไม่มีตัวตนหมดอัตตา

นี่คือ เจโตปริยญาณ 16 คุณเข้าใจความหมายและทำถูกต้องทั้งหมดได้ ถึงขั้นวิมุติ คุณก็เป็นอรหันต์คุณก็บอกตัวเองได้ เพราะคุณรู้ทั้งสภาวะธรรมและคุณรู้ทั้งความหมายเอาทฤษฎีพุทธเจ้ามาจับเลย ตรงเป๊ะหมดเลยได้คุณภาพตามนั้น ได้ประสิทธิภาพ มันก็มีเครื่องชี้วัดยืนยันอ้างอิง คุณก็ต้องอ่านจิต เจตสิก รูป นิพพานออก 

อ่านอาการของจิต อ่านเครื่องหมายของจิตต่างๆ นิมิต ทีละคู่ทีละคู่เปรียบเทียบกันไป อันนี้เป็นกิเลส อันนี้ไม่เป็นกิเลส อันนี้เป็นกิเลสมาก กิเลสน้อย มีสูงมีต่ำ มีถูกมีผิดเป็นคู่ไป ซึ่งภาษาคู่นี้เรียกว่าเทวะ  

เราเรียกว่าเรียนรู้ด้วยรูปและนาม เอาพยัญชนะมาเรียกสภาวะนี้ ใช้ภาษาอย่างนี้เลย 

ภาษาที่มันเฟ้อ เข้าช่องอันไหนเกี่ยวข้องเชื่อมโยงอันไหนใช้ไม่ได้แล้วก็เห็นว่าอันนี้มันเป็นเศษเกินส่วนเกิน เป็นเรื่องที่เขาสร้างปั้นบัญญัติขึ้นมาใหม่เป็นเรื่องที่มันไม่ใช่ของพระพุทธเจ้ามันไม่มีสภาวะแห่งสัจธรรมความจริงที่เรามี ถ้าเรามีเราเป็นแล้ว อาตมาเป็นผู้ที่มี อรหัตตผล สูงกว่าอรหันต์ เป็นโพธิสัตว์ระดับขั้นที่ 4 5 6 7 มามันก็ใช้ได้ ที่อาตมาก็ต้องตอบพวกคุณรู้ได้ว่าอาตมายังไม่รู้ถึงขั้นสัมมาสัมโพธิญาณ 

ถ้าเผื่อว่ามีพี่อาจจะมาถึงโพธิสัตว์ระดับ 8 เป็นพี่ของระดับ 7 ก็ตามที่สูงกว่าก็มาพูดสิ่งที่สูงกว่าให้อาตมาฟังยืนยันมาในยุคนี้ยืนยันกันมา ถ้ายืนยันไม่ได้อาตมาก็ยืนยันว่าเป็นไก่ตัวพี่อยู่ ไม่ได้ไปหลงตัวเองว่าไม่มีใครจะใหญ่กว่าเรา มาแสดงตัวแล้วก็ช่วยกันและมันจะสอดคล้องกัน ถ้ามาที่ใบยืนยันสภาวะฉีกชี้ อาจจะมีพวกที่ไม่แสดงตัวก็ได้แล้วไม่แสดงตัวจะรู้ได้อย่างไร ก็รู้ได้ พวกคุณจะค่อยๆรู้เหมือนความจริงที่พวกคุณรู้ตาม คนที่มาใหม่มาแสดง พวกคุณก็จะรู้ตามใช่ไหมมันก็จะตรงกันหมดแล้วไอ้ที่มันยิ่งกว่าคุณจะใช้วิจารณญาณของคุณ ตัดสินเลยว่าของอาตมาหรือของอีกคนหนึ่งนั้นอันไหนจะใช่ พวกคุณจะเป็นคนตัดสิน พวกคุณจะเป็นคนช่วยบอกอาตมา อาตมาไม่มีปัญหาเลย แล้วคุณจะช่วยอาตมา เออ ที่มาใหม่ใช่ แล้วขอยืนหยัดมาใช้วิจารณญาณอย่างไม่มีตัวตน เราไม่มีความลำเอียง จะเอาความซื่อสัตย์ซื่อตรงมาก็จะดู ถ้าหากมาจริงอาตมาก็จะรู้ว่านี่พี่จริงๆเราก็เบาเลย ช่วยกันก็จะมากขึ้นกว่านี้ 

แต่นี่ 50 ปีแล้ว ไม่แน่นะ พี่อาจจะอายุน้อยกว่าอาตมาก็ได้ ไม่แน่นะ ยังไม่ถึงเวลาที่จะมาช่วยก็ได้ บางทีอายุอาจจะไล่เลี่ยกัน บางทีอายุอาจจะอ่อนกว่าเยอะ บางทีอาตมาจะตายไปก่อน ตอนนี้พี่อาจจะอายุน้อยน้อยก็ได้ นี่เยอะนะ พูดไปจะยาว มันจะต้องอธิบายกันอีกไม่ต้องห่วง ที่ยังไม่ได้อธิบายก็ฝากไว้ก่อนโอฬาร โอฬารแปลว่าเยอะแยะ ฝากไว้ก่อนอีกเยอะแยะ ฝากไว้ก่อนโอฬาร ไม่ได้หมายถึงใครที่ไหนนะ แต่ก่อนมันมีโฆษณากระเบื้อง 

นิมนต์พ่อครูจิบน้ำ

_สมณะบินบน…วันนี้ในอดีต ขอระลึกถึงแม่ใจแผ้ว เป็นโยมแม่ของท่านสัจจะเปโม วันนี้ครบรอบวันเผาเมื่อ 3 ปีที่แล้ว เสียตอนอายุ 92 ปี และเมื่อวันนี้เมื่อ 4 ปีที่แล้ว ก็มีข่าวการเลือกตั้งจากอเมริกา ผิดพลาดครั้งใหญ่คือนายโดนัลด์ทรัมป์ชนะฮิลลารี่ คลินตัน ก็คงคิดว่าจะมีผลให้โลกสงบขึ้นกว่าเดิม นายทรัมป์ก็บอกว่าจะถอนทหารจากต่างประเทศ แต่ปรากฎจริงๆแล้วไม่ใช่อย่างนั้นที่ดี ยังไปเที่ยวหาทรัพยากรจากต่างประเทศอยู่เหมือนเดิม 

แล้ววันนี้ เมื่อ 4 ปีที่แล้วมีทหารมาขอพบพ่อท่าน บอกว่า ทางทหารได้ข่าวมาว่า จะมีคนมาวางระเบิดที่สันติอโศก เมื่อวาน พ่อท่านก็บอกประมาณนี้

ที่จะถามก็คือวันนี้ในอดีตพ่อท่านต้องไปขึ้นศาลอาญา คดีละเมิดลิขสิทธิ์ พรบ.ความมั่นคงในยุคนายกอภิสิทธิ์ พ่อท่านให้การต่อผู้พิพากษาที่เป็นหญิงว่าได้ออกไปชุมนุมอย่างสงบก่อน พรบ.มั่นคงจะออกมา แล้วคดีนี้ยุติอย่างไร 

พ่อครูว่า…ผมหมดคดีไปแล้วตอนนี้ ไม่มีคดี 

สมณะเดินดิน…ศาลชั้นต้นให้เราชนะ พออุทธรณ์ เขาก็ไม่ให้อุทธรณ์ เขาก็ไม่ได้จริงจังอะไรมากมาย (พ่อครูว่า…เรื่องพวกนี้อาตมาถือว่าเป็นเรื่องขี้ผง ไม่ใช่เรื่องสำคัญ เรื่องสำคัญคือเรื่องธรรมะ เรื่องพวกนี้เป็นเรื่ององค์ประกอบของโลกีย์เป็นเรื่องสมมุติสัจจะ) พ่อครูก็เชิงต่อว่าอัยการว่า อย่าใส่ความกันมากนักสิ ผู้พิพากษาเลยหัวเราะ 

สมณะบินบน…อันนี้จะถือว่าเป็นวิบากบาปหรือเป็นวิบากบุญครับ 

พ่อครูว่า…จะถือว่าเป็นวิบากก็ได้ถือว่าเป็นภาระ มองในแง่สมมติสัจจะ ก็ถูกตู่ถูกท้วงถูกว่าในแง่ไม่ดี ส่วนที่ไม่ดีมากระทบเราก็มีบ้าง จริงๆแล้วอาตมาผ่านสิ่งเหล่านี้มาก็รู้ชัดเจนยิ่งชัดเจนในตัวเองว่านี่แหละเนาะมนุษยชาติ วิบากมันก็ต้องเป็นธรรมดาธรรมชาติอย่างนั้นเพราะฉะนั้นจะไม่ได้หนักเรื่องที่มันมีมาเจอ เราไม่ได้หนักในแต่ละเรื่อง มันหนักแต่สภาวะที่มันจะต้องไปปรุงไปร่วมต้องเสียเวลาแรงงานแต่งกาย ดีไม่ดีเสียเงินเสียทองกับเขาเสียเวลากับเขาไปบ้าง มันก็เป็นเรื่องของวิบากที่จะต้องใช้หนี้ก็ทำไป แต่มันก็ปลดปล่อยหรือว่ามันก็ทำให้เกิดคนอื่นได้รับรู้ได้เห็น

ขณะนี้สิ่งที่เราได้ทำมาเรื่องที่อาตมารออยู่ว่าเมื่อไหร่โลกจะเข้าใจ ที่เราได้ทำ สมมติสัจจะก็ตาม เรื่องของปรมัตถ์สัจจะก็ตาม เช่น เรื่องสมมติสัจจะเรื่องของประชาธิปไตยที่ประชาธิปไตยเป็นอำนาจของประชาชน  แล้วอาตมาต้องพาพวกคุณไปร่วม จะว่าอาตมาเป็นตัวหลัก อาตมาก็ว่าใช่ แต่ไม่ใช่ ส่วนข้างนอกเขาไม่ยอมรับแต่พวกคุณว่าใช่ไหม ก็พวกคุณรู้ว่าใช่ พวกคุณไปเพราะรู้ว่าอาตมานำไป หากอาตมาไม่นำพาไปพวกคุณก็ไม่ทำ อาตมาต้องพาไป 

ส่วนคนอื่นที่ไปร่วมด้วย เขาก็ต้องทำ ตามที่มีเรื่องหรือมีรูปหรือมีสาระหรือมีอะไรต่ออะไรประกอบกันอยู่แล้ว เราไปทำ ทั้งเป็นเรื่องของสามัญมนุษย์ที่ไปอดทน อดทนอย่างสบาย มันก็ร้อนมันก็ขลุกขลัก ไม่ได้ราบรื่น มันก็ไม่เรียบร้อยเท่าไหร่ ก็ต้องไปนอนกลางถนนกินกลางถนนทำอะไรต่ออะไร เดี๋ยวก็ตูมมาตามมา มันก็เป็นบ้าง 

และสรุปประเด็นตรงที่ว่า เราได้ทำเท่าที่เราจะได้ทำ อาตมาว่าคนเขาก็ยัง เงอะๆงะๆ ในเรื่องว่า เอาความสงบไปฆ่าความรุนแรงพวกที่มีมีดมีปืนระเบิดได้ เอามือเปล่า แล้วไม่ตบเขาด้วย เงียบๆ ไม่มีปฏิกิริยาอะไรไประรานเขาเลย แต่เขายอมแพ้ ฟังแล้วก็หูหักนะ 

มันเอาอะไรไปชนะ …เอาคุณค่าของความถูกต้องและความจริง คุณผิดจริงคุณเลวจริง คุณมาทำลายชาติจริง เปิดเผยหลักฐานความจริงให้มากๆหมด จนเขาแย้งไม่ได้ เขามองหน้าไม่ติด แม้แต่อื่นๆก็ช่วยมีศาลช่วย ชนะคนอื่นก็ช่วยกัน ก็กันไว้ได้หมดร่วมกัน 

เขาพูดเราเหมือนคนกระจอกเหมือนสิ่งเล็กๆละเอียดเล็กน้อย มีพยัญชนะเขียนติดบนเวที อย่างโน้นอย่างนี้คำนั้นคำนี้ แม้แต่ที่เราไปคำแรกก็มีสันติ อหิงสา อโหสิ คนก็ไม่ยอมรับคำว่าอโหสิ เขาบอกว่าไม่ยกโทษให้ไม่เอา เขาก็เลยเอาแต่ สันติ อหิงสา แล้วก็มีอีกมากมายที่เป็นคำความ มีหลักฐานมา เป็นข้อเขียน อาตมาก็ยังไม่อยากจะไปเอามายืนยัน เอามาอ้างอิงอะไรมากมายนัก เดี๋ยวจะหาว่า 

แต่ที่พูดอยู่นี้เพื่อที่จะให้นักรัฐศาสตร์จะต้องศึกษาดีๆเลยนะ อันนี้แหละคือประชาธิปไตยที่เป็นของประชาชนและประชาชน ทั้งนั้นเลย อย่างอาตมาพาพวกเราทำ มาพัฒนาทั้งในระดับปฏิรูป ปฏิวัติ รัฐประหาร หมดเลย 

ปฏิรูป คือ ค่อยทำอย่างค่อยเป็นไป 

ปฏิวัติ คือ ทำอย่างมีน้ำหนักจัดการด้วยอำนาจรวดเร็ว ทุกวันนี้เขาก็พยายามปฏิวัติสิ่งที่ทำให้เขาไม่ได้ในสิ่งที่เขาต้องการ ปฏิรูปก็เปลี่ยนตัวเปลี่ยนแปลง แต่ปฏิวัติเหมือนกับหักดิบ ก็ได้อยู่ด้วย หรือหมายความว่า เอาอย่างเรี่ยวแรงเอาอย่างประหารกันเลย เป็นรัฐประหาร รัฐประหาร (ฝรั่งเศส: coup d’état กูเดตา) 

เราออกไปทำงานทั้งค่อยๆทำ ออกไปทำงานการเมืองตั้งแต่พศ. 2549 ตั้งแต่สมัยทักษิณ ต่อมาทักษิณก็ออกไปมีพลเอกสนธิมารัฐประหาร แต่ก็ยังมีนอมินีคือสมัคร สุนทรเวช เราก็ไปไล่อีก จนสมัครออกไป ต่อมาก็มีสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เราก็ออกไปไล่ ต่อมาได้นายกฯเป็นอภิสิทธิ์เราก็ออกไปไล่ สุดท้ายได้นายกฯเป็นยิ่งลักษณ์แล้วเขาก็ออกไปตามช่องทางธรรมชาติ จนถึงปัจจุบันนี้ แล้วพลเอกประยุทธ์ก็อยู่ในหน้าที่ทำมา คือมันจะไม่สำเร็จเด็ดขาด พลเอกประยุทธ์ต้องชื่อประยุทธ์ ประยุทธ์แปลว่าการรบ ต้องมีการรบอยู่ แปลภาษา แต่ประยุทธ์ไม่ได้รบไม่ได้รุนแรงอะไรเลย สบายๆท่านก็ดำเนินงานไป 

ซึ่งก็เป็นภาระของพลเอกประยุทธ์หนักหนาสาหัส ไม่ว่าจะเป็นทางด้านส่วนเหลือส่วนเกินของทักษิณ อำนาจส่วนเหลือส่วนเกินทักษิณตอนนี้ก็ยังมีอยู่เป็นผลต่อทอดมา แต่ก็เป็นที่รู้กันแต่ก็ประมาทไม่ได้ ถ้าทักษิณอายุ 40-50 นี่นะโอ้โหไม่แน่เลย แต่นี่ 70 กว่าแล้ว เขาก็ยังมีทั้งภายนอกภายใน ลูกหลานของทักษิณก็ยังอยู่ในนี้ในประเทศนี้ มีเครือข่ายตระกูลพี่น้องญาติกันอยู่ ที่อยู่ร่วมใกล้ชิดก็มียิ่งลักษณ์มีเจ๊แดง ที่ชัดๆ 

สรุปแล้วก็เป็นเรื่องตัวละครของโลก เป็นละครของโลกเราก็เป็นตัวละครในดำเนินต่อไปอาตมาว่าสนุกดีเหนื่อยก็ไม่เป็นไร เหนื่อยแล้วก็พัก ไม่ได้พักแล้วก็เพียร 

ทำให้อาตมาได้สร้างสัมประสิทธิ์ พยายามสร้างสัมประสิทธิ์ สัมประสิทธิ์เอามาใช้ทางด้านสุขภาพร่างกาย เหตุผลแล้วทำไม่ได้ชัดเจนคุณทำไม่ได้ลงตัวแปร แต่ช่วยให้ขันธ์คุณอยู่ได้นาน อายุขัยคนอยู่ได้นาน ทางจิตคุณช่วยด้วย จิตนี้สำคัญกว่าทางกายด้วยซ้ำ ซึ่งมันเป็นนามธรรมซึ่งรู้ยาก แต่มันมีอิทธิพล ก็ทำขึ้นมา 

อาตมาอาศัยจิตเป็นหลักแต่ทางร่างกายนี้ก็ทำไม่ใช่ไม่ทำ พยายามทุกอย่าง ก็เป็นไปจริงได้ก็ได้พิสูจน์ทฤษฎี สิ่งเหล่านี้เป็นทฤษฎีของพระพุทธเจ้าทั้งนั้น และอาตมาก็มั่นใจว่าทฤษฎีของพระพุทธเจ้านี้จะมีคุณค่าให้แก่โลก ต่อไป ว่าเป็นทฤษฎีที่วิเศษของท่าน ซึ่งโลกยังไม่ค่อยเห็นคุณค่าเท่าไหร่ แม้แต่ในคนไทยที่รู้ ผู้ที่บริหารมีหน้าที่ด้วย ก็ยังไม่เชื่อทฤษฎีของพระพุทธเจ้าไปเชื่อถือทฤษฎีของอาจารย์ตักสิลาอื่นที่ไม่ใช่ของพระพุทธเจ้า ไม่มาสนใจทฤษฎีของพระพุทธเจ้า 

ผู้ที่จะดำเนินทฤษฎีของพุทธเจ้าจริงๆให้ได้จริงๆนั้น พูดตรงนี้แล้วก็นึกถึง คุณแพรฟ้า คุณหญิงสุดารัตน์ จบดอกเตอร์จากจุฬา จบปริญญาเอกจากจุฬาฯ มหาจุฬาราชวิทยาลัย ก็คือทางศาสนา ก็ปริญญาทางศาสนาแต่มันไม่สัมมาทิฏฐิมันน่าเสียดายน่าสงสาร ก็สนิทสนมกับเรานะ เริ่มต้นมา มาที่เราแล้วก็มาพลังธรรม อะไรต่ออะไรนี่แหละ เสร็จแล้วก็ถูกผีดึงออกไปน่าสงสาร ถ้าไม่เช่นนั้น…ป่านนี้อาจจะตั้งหลักตั้งลำได้เพราะมีประสิทธิภาพ สุดารัตน์นี้มีประสิทธิภาพ ไม่งั้นจะไปได้ดีทีเดียว แต่มันก็ไปเป็นตามสัจธรรม ก็คงจะเลี้ยวกลับมายาก แต่ก่อนนี้ก็ยังเอากระเช้าปีใหม่ส่งมาให้ ตอนนี้ก็ยังไม่กล้าแล้วมีอะไรหลายอย่าง ซึ่งที่พูดนี้ก็ไม่ได้ทวงนะ 

สมณะบินบน…พ่อท่านบอกว่า เรื่องขึ้นศาลเป็นเรื่องขี้ผง 

พ่อครูว่า…ไม่ใช่ไม่สำคัญหรอก แต่เราถือว่าศาลเป็นผู้รักษาความจริง ความยุติธรรมเราถึงไม่มีปัญหาอะไรในเรื่องกับศาลเลย จะไปบอกว่าเรื่องศาลเป็นเรื่องขี้ผงไม่ได้ ต้องให้เกียรติในศาล อาตมานี้เคยบอกว่าอาตมามีแต่ความจริง เทกระบะความจริงหมดแล้ว ใครจะตัดสินอาตมาเป็นอย่างไรไม่ว่าเลย อาตมาเทความจริงออกมาหมด ชัดเจน แต่แน่นอนศาลท่านก็ชัดเจนอยู่แล้ว ก็ค่อยเป็นไป 

_สมณะลือคม…ขอน้อมกราบมนัสการพ่อครูค่ะ  ท่านสมณะลือคมขอถามว่า

หากบ้านราชเปรียบเหมือน ,หินแก้ว, ชาวบ้านราชคือ ,ขวัญ, ของหินแก้ว แล้วที่ศาลีอโศก จะเปรียบเหมือนสิ่งใด

 ชาวบวรศาลีจะได้เป็นขวัญของสิ่งนั้น

คำถามนี้ไม่ได้คาดหวังนะครับ 

_ สมณะลือคม…หากผู้ที่เคยอยู่ร่วมกับชาวอโศกมาอย่างต่อเนื่อง เปรียบเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของกายอโศก  แล้ววันหนึ่งได้หลุดออกจากความเป็นชาวอโศก  ไปใช้ชีวิตที่ต่างออกไปจะเปรียบเป็นเส้นผม เล็บ ขน ที่ขาดความต่อเนื่องจากกายแล้วได้หรือไม่

พ่อครูว่า…อันนี้ตอบยาก ตอบไม่ได้เพราะมันไม่รู้รายละเอียดของวิบาก บอกให้ท่านลือคมโดยทั่วไป อาตมาไม่รู้กรรมวิบากของแต่ละคน อาตมายังไม่เก่ง เรื่องลึกซึ้งอจินไตย ข้อ 1 ใน 4 อจินไตย คือ พุทธวิสัย ฌานวิสัย กรรมวิบาก โลกจินตา กรรมวิบากนี้อาตมารู้บ้างแต่เล็กน้อยไม่กล้าที่จะไปพูดอะไรได้ อาตมาว่ากรรมวิบากที่จะรู้เหตุปัจจัยที่มันหยาบกว่าฌานวิสัย 

ฌานวิสัย อาตมายังรู้ได้เยอะกว่า เป็นสิ่งที่ละเอียดกว่ากรรมวิบาก เพราะวิบากมีรูปมีนามเยอะหยาบกว่า แต่ฌานวิสัยก็เป็นรูปนามเหมือนกัน แต่ละเอียดกว่านั้นไปหานาม แต่อาตมาตอบได้ มาก เพราะมีทฤษฎีภาษาที่พระพุทธเจ้าบัญญัติไว้หมดแล้วก็เอามายืนยัน เช่น อาตมาบอกว่าฌานต้องเกิดจากการปฏิบัติลืมตาด้วยจรณะ 15 วิชชา 8 …หลับตาเกิดฌานไม่ได้ เพราะไม่ประกอบด้วยกายและจิต หากไม่มีอปัณกปฏิปทา 3 ฌานมีไม่ได้ มีบัญญัติเยอะที่จะเอามายืนยันพระพุทธเจ้าตรัสไว้หมด แล้วมีตัวตนบุคคลพวกเราที่ปฏิบัติก็ได้ยืนยัน อย่างน้อยก็เป็นฌานแบบฤาษี เราแยกออกชัดเจน 

ฌาน ก็เป็นพลังงานชนิดหนึ่งคือ เพ่ง มันจะเป็นแบบสมถะ 

ของเราก็ เพ่งเหมือนกัน แต่เพ่งน้อย ถ้ามีปัญญามากกว่าใช้ปัญญาเพ่ง ไม่ใช่เพ่งสภาวะ เพ่ง ด้วยการรวมรู้เหตุผลรู้หลักฐานองค์รวม มีธรรมวิจัยชัดเจน มีสัมมาทิฏฐิชัดเจนเป็นตัวชี้ชัด 

สัมมาทิฏฐินี้เยอะ แรกจะเกิดสัมมาทิฏฐิจากสักกายทิฏฐิ แยกไป จนเกิดเป็น ศีล สมาธิ ปัญญา จะต้องมีพวกนี้ทั้งนั้นเลย ชัดเจน ยืนยัน จะต้องเกี่ยวข้องกับสิ่งเหล่านี้ หากไปตัดทิ้งแหว่งเว้า มันไม่ครบของพระพุทธเจ้า 

อาตมามีหลักฐานอ้างอิงยืนยันที่จะประกอบการอธิบาย เป็นเครื่องตัดสิน สิ่งที่มันเกิดให้อาตมารู้ว่าอันนี้ถูกอันนี้ผิด ควรจะเป็นอันนั้นสัจจะควรจะเป็นอย่างนั้น ก็ตัดสินได้ด้วยสิ่งเหล่านี้ 

จนกว่าจะเกิดสภาวะจริงอันนั้นคุณก็รอไปก่อน พวกเราใช้สำนวนโวหารพูดเก่งกันนะจนเกือบจะไม่เข้าใจ ดีนะว่าอาตมาพอเข้าใจได้ 

_ด.ญ.กล้วย (แสงศีล ศรีเพ็ญ)…ทำไมตอนแม่ตีเราถึงต้องโกรธแม่ด้วยค่ะ 

พ่อครูว่า…ฟังดีๆ แม่ตีเรานี่นะ ทุกคนแม่ทุกคน ตีเพื่อที่จะให้ลูกรู้ว่าที่ถูกตีนั้นคืออะไร เราต้องทำอะไรไม่ดี แม่เขาเห็นว่า ที่เราทำมันเป็นสิ่งที่ไม่ดี เมื่อเราทำสิ่งที่ไม่ดีแม่ก็ไม่อยากให้เราทำ เพราะแม่นั้นรักเรา อยากให้เราดี เมื่อเราทำไม่ดีแม่ก็ไม่อยากให้เราทำสิ่งที่ไม่ดีก็จึงตี เพื่อให้เรามีเครื่องหมายว่านี้ทำไม่ดีนะ ถูกตี เจ็บนะ ไม่ดีนะ อย่าทำ จำได้ไหม สิ่งที่ไม่ดีเราทำแล้วแม่ก็ตี ต่อไปเราก็ไม่ทำอีก เราก็เป็นคนดีเป็นคนเจริญ ไม่ทำสิ่งที่ไม่ดีที่แม่ไม่ต้องการให้เราทำนี้ได้ต่อไป เราก็เป็นคนเจริญ เป็นคนโตเป็นคนได้ความดีขึ้นมา 

_ด.ญ.บัว…ชื่อหลวงปู่ที่ตั้งให้พวกเราเอามาจากไหนเหรอคะ 

พ่อครูว่า…ชื่อที่หลวงปู่ตั้งให้ทุกคนนั้นหลวงปู่เอามาจากความฉลาด ความฉลาดของหลวงปู่มี 1. มีความรู้ทางภาษา 2. มีความรู้ว่า คนคนนี้ อย่างง่ายๆ ถ้าคนนี้ที่ผิวขาวและเราจะไปตั้งชื่อว่าคนดำมันก็ไม่ได้ใช่ไหม ก็ต้องชื่อตั้งให้ตามเขา เขาผิวขาวเด่น เราก็ตั้งชื่อคุณขาว หรือบางทีคนๆนี้ มีนิสัยไม่ดีอย่างนี้ เราก็เลยต้องตั้งชื่อเพื่อที่จะให้เขาสะดุด เช่น เขาเป็นคนซน เราก็ตั้งชื่อคนไม่ซนหรือหนูไม่ซน เป็นต้น บางคนเป็นคนร้อนก็ตั้งชื่อเกี่ยวกับความเย็น 

สมณะเดินดิน…บางคนบอกว่าเห็นผีเยอะ ก็เลยตั้งชื่อให้ว่าชนะผี แต่เขาก็ไม่เอาสุดท้ายชนะผีก็เลยไปอยู่ที่ท่าน ชิตมาโร
พ่อครูว่า…ท่านชิตมาโร เข้าใจคำบาลีด้วย ชิตมาโร แปลว่าชนะมาร ชนะมารหรือชนะผีนี่มันดีท่านก็เอา ชื่อดี แต่คนอื่นฟัง รู้สึกว่าชื่อไม่ดีแต่มันดีนะ ฟังดูมันย้อนแย้ง 

สู่แดนธรรม…ผมสังเกตพ่อครู ตั้งชื่อ 2 แบบเป็นกรรมฐานหรือว่าให้เป็นแบบส่งเสริมความดี 

_ด.ญ.ใสกลางเพ็ญ…ประชาธิปไตย 2 ขากับประชาธิปไตยขาเดียวต่างกันอย่างไรคะ 

พ่อครูว่า…ประชาธิปไตยขาเดียวคือประเทศนั้นมีผู้สูงสุดในแต่ละยุคประเทศที่บริหารประเทศในเวลานั้นจะมีอยู่คนเดียว จะมีอยู่อันเดียว เรียกว่ามีรัฏฐาธิปัตย์ จะมีอยู่คนเดียว อย่างประเทศอเมริกา มีคนที่เขาเลือกมาเป็นผู้ที่มีรัฏฐาธิปัตย์ มีอำนาจใหญ่เป็นเบอร์ 1 ของประเทศ คนเดียว 

แต่ประชาธิปไตย 2 ขา จะมีอำนาจที่ใหญ่ที่สุด 2 อย่าง คือ 1. ของพระเจ้าแผ่นดิน 2.  ของมวลประชาชน ต่างก็ช่วยกัน ประชาชนกับพระเจ้าแผ่นดินเป็นหนึ่งเดียวกัน เป็น Two in One , เป็น One in Two เป็น 2 ใน 1 , 1 ใน 2 เป็นสิ่งที่เข้าใจได้ยาก ธรรมทั้งสองเหล่านี้ รวมเป็นอันเดียวกันกับเวทนา โดยส่วนสอง (เทฺว ธมฺมา ทฺวเยน เวทนาย เอกสโมสรณา ภวนฺติ ฯ )  ล.10 ข.60 

เป็นเรื่องที่ไม่ขัดแย้งกับธรรมชาติความเป็นจริงของมนุษย์มนุษย์ต้องมีรูปกับนามต้องมีจิตกับกายต้องมี 2 สิ่งเสมอ เพราะฉะนั้นไปขาดสิ่งหนึ่งไปเอาสิ่งหนึ่งสิ่งเดียว โดยเฉพาะถ้ารูปธรรมประชาธิปไตยขาเดียวมันเป็นประชาธิปไตยพิการตัดส่วน 1 ออกไปตัดองค์ประกอบออกไปไม่สืบทอดมาทางรัฏฐาธิปัตย์ สายพระเจ้าแผ่นดิน มีกฎมณเฑียรบาลมีองค์ประกอบมีทศพิธราชธรรม ต้องฝึกฝนคัดเลือกอะไรมา ไม่ใช่อยู่ดีๆก็จะได้มาเป็น ไม่ใช่ และที่สำคัญที่สุดที่อาตมาบอก คือต้องมีบารมี มีวิบาก  ไม่มีวิบากจะเป็นพระเจ้าแผ่นดินไม่ได้ กุศลวิบากต้องพอ อันนี้เป็นอจินไตยแท้ๆ 

ยิ่งทางตะวันตกวิชาการประชาธิปไตย เขาไม่รู้หรอกประชาธิปไตยทางธรรมะของพระพุทธเจ้ามันสุดยอดเขายังไม่รู้ง่ายๆ อาตมาถึงบอกว่าจะตายยาก ต้องพยายามอธิบายขยายความและพวกคุณจะช่วยอาตมาได้มากเลย เมื่อพวกคุณปฏิบัติดีแข็งแรงจนกระทั่งต่อไปเพราะคุณเป็นนักการเมืองเข้าไปทำงานการเมืองช่วยขึ้นมา เป็นรูปธรรมจริงๆ เมื่อนั้นอาตมาว่าประเทศต่างๆในโลก จะได้เห็นความจริงอันนี้เลย เมื่อนั้นไม่ได้ไม่รู้ อาตมาก็ไม่สร้างความหวังไว้หรอกแต่เราทำ เราไม่รอเราไม่หวังแต่เราทำ 

_สะพานบุญ…มีคนป่วยคนหนึ่ง เป็นญาติธรรมอยู่ที่บ้าน ก็กำลังป่วย มาขอรักษาตัวอยู่ แล้วทีนี้ ผมเห็นว่า ทำไมเขาเป็นคนดีมากเลย แต่เวลาเขาป่วยก็มีอาการเจ็บมากๆ ทำให้ผมรู้สึกกลัวครับ ว่าเวลาตายแล้วมันน่ากลัวนะครับ น่ากลัวตอนที่ ท่าทางเจ็บ ตายแล้วไม่สามารถมีวิญญาณหรือเจตนา มีแต่ความทุกข์กับความสุข แต่ผมตั้งใจว่า ถ้าตายไปก็อยากจะเกิด ก่อนตายขอเกิดในท่ายิ้ม ไม่มีเจ็บไม่มีปวด ทำอย่างไรความรู้สึกอันนี้ให้สามารถตายในท่ายิ้มได้ ถ้าจะเกิดก็ขอให้เกิดในดินแดนที่ดี 

ส่วนตัวผม อยากถามว่า ก่อนตาย ตั้งเจตนาว่าจะเกิดในดินแดน 

พ่อครูว่า…คุณไปคิดแทนเขาหมดเลยมันไม่ใช่เรื่องจริงเลย ที่พูดมานี้คุณอยากจะให้เขาเป็นอย่างที่คุณต้องการ คุณคิดแทนเขาหมดเลย 

ส่วนคุณเองอยากจะเกิดที่นี่ ตั้งจิตไว้เลย ถ้าหากเหตุปัจจัยวิบากคุณมีพอคุณได้เกิดมาที่นี่แน่ แต่ถ้าหากคุณมีเหตุปัจจัยไม่พอวิบากก็ดึงคุณไปจะไปเกิดที่ไหนอีกแล้วแต่วิบากมันแรงกว่าที่คุณจะมาเกิดที่นี่ได้ ก็ต้องเร่งบําเพ็ญปฏิบัติให้มีกุศลให้มีปรมัตถ์ที่เป็นโลกุตระให้ได้มากๆ จะได้ตามปรารถนา 

_สว่างแสง ขวัญดาว  : น้อมกราบนมัสการพ่อครูด้วยความเคารพอย่างสูงค่ะ ลูกมีเคยปัญหาชีวิต ตั้งแต่ลูกมาฝึกปฏิบัติธรรม ทานมังสวิรัติ ลดละอบายมุข ตามแนวพ่อครู ลูกรู้สึกว่าลูกลดทุกข์ได้ ลูกตั้งใจพากเพียร ฟังเทศน์พ่อครู ฟังจากสมณะ สิกขมาตุบ้าง ไม่ห่างธรรมะเลยค่ะ แต่บางครั้งภาวะทุกข์มันก็เข้ามาแบบลูกไม่รู้ตัว ไม่ได้ตั้งตัว ลูกอยากถามพ่อครูว่า ลูกจะมีเกราะป้องกันภาวะทุกข์ที่มันเกิดขึ้นอย่างไรคะ น้อมกราบนมัสการค่ะ 

  พ่อครูว่า…ขณะที่คุณถามมันให้คุณรู้แล้วมันก็เป็นเกราะให้คุณได้แล้ว ถ้าจะบอกว่าให้คุณรู้ทัน คุณจะรู้ทันไหมมันก็ตอบไม่ได้ แม้จะรู้ตัวหรือไม่รู้ตัว คำนี้อาตมาก็เคยพูด ถ้าผู้ที่มีสภาวะแข็งแรงมั่นคงตั้งมั่น นิจจัง(เที่ยงแท้) ธุวัง (ถาวร) สัสตัง(ยืนนาน) อวิปริณามธัมมัง(ไม่แปรเปลี่ยน) อสังหิรัง(ไม่มีอะไรหักล้างได้) อสังกุปปัง(ไม่กลับกำเริบ) มันไม่มีปัญหาเลยจะรู้ตัวไม่รู้ตัว มันไม่เกิดรูปภาพมันไม่ทุกข์ไม่สุข มีแต่ความรู้ความจริงตามความเป็นจริง แล้วเกิดปฏิภาณที่จะโอภาปราศรัยรอบรู้หรือจะตอบหรือไม่ตอบ มันอาจจะรู้เฉยๆเขาไม่ต้องการคำตอบ เราไม่จำเป็นต้องอธิบายแต่เรารู้ทันที คือเขาต้องการคำตอบที่จะช่วยเขาได้เราก็ตอบ 

คุณก็รู้ตัวอยู่คุณก็พยายามรู้มันจะช่วยได้ อย่าใจเร็วอยากได้ก่อนที่ควรจะได้ คุณกำลังพัฒนาอยู่ คุณจะได้เมื่อคุณได้ คุณยังไม่ได้ คงต้องพากเพียรต่อ ทำดียังไม่ได้ดี เพราะทำดียังไม่มากพอ 

_april (เอพริล) : กราบเรียนถามค่ะ คำว่าอาเนญชาสมาธิแปลว่าอะไรคะ 

พ่อครูว่า…สมาธิแปลว่าความตั้งมั่น ในอภิสังขารมี ปุญญาภิสังขาร อปุญญาภิสังขาร อเนญชาภิสังขาร คุณต้องฟังที่อาตมาอธิบายไปเทียบที่คนอื่นอธิบาย

อภิสังขารเป็นโลกุตรหมด ไม่ใช่โลกียะเลย หากอวิชชาเป็นปัจจัยก็เป็นสังขาร แต่หากมีวิชชาก็สังขารเป็นอภิสังขาร

ปุญญาภิสังขารคือปรับจิตปรับใจแต่งจิตแต่งใจให้กิเลสลดได้จริง มีความถูกต้องตามสมาธิไม่ว่ากิเลสไม่หมดอาสวะก็เลยก็ได้ส่วนบุญ ส่วนบุญนี้คือได้สิ่งที่เราได้เสียกิเลสออกไป  เผาออกไปจากความไม่สะอาด  ออกจาก กามเป็นต้น ก็ได้สิ่งนี้ทำให้กิเลสหมดจนหมดสิ้นอาสวะยิ่งสิ้นอนุสัยเลยที่เป็นที่ตั้งของอกุศลได้หมด  ก็ไม่ต้องไปล้างกิเลสตัวเหตุ ไม่ว่ากิเลสส่วนหนึ่งเรื่องหนึ่งกิเลสเกี่ยวกับสัตว์เกี่ยวกับของเกี่ยวกับรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสที่มีละเอียดอีกเยอะแยะคุณก็ได้ล้างอันใดอันหนึ่งคุณหมดและกิเลสอันนี้เรื่องนี้จบไม่เหลือ คุณก็จบ ปุญญภิสังขาร ไม่ต้องสร้างพลังงานบุญ อปุญญาภิสังขาร

แต่จบกิจแล้วก็ได้ แต่ได้สิ่งนั้นเป็นกุศลเป็นคุณค่าความงามความดีแม้แต่นามธรรม ถ้าเป็นคุณวิเศษประเสริฐก็เป็นสิ่งวิเศษสั่งสมในจิต กับคุณเป็นอภิสังขารที่ไม่ต้องไปล้างกิเลสอีกแล้ว แต่เป็นคำที่มีแต่กุศลสัพพะปาปัสสะอะกะระณังไม่ต้องมีแล้วบาปทั้งหลาย มีแต่
กุสลัสสูปสัมปทา มีแต่กุศลสั่งสมพร้อมหมด ทุกกรรมกิริยามีแต่กุศลหมดเลย สั่งสมลงในอเนญชา ก็ยิ่งแข็งแรงทั้งจิตตั้งมั่น ในความแข็งแรงแน่นหนาที่จะ เป็นพลังบารมี ที่จะไม่ให้สิ่งที่ไม่ดีหรือกิเลสเข้ามาใกล้ เข้ามาใกล้เท่าไหร่ก็สู้รังสีแห่ง อเนญชา รังสีที่เป็นฐานตั้งมั่นสั่งสมที่มีฤทธิ์มีแรงมีอำนาจ กิเลสเข้าหน้าไม่ติดเลย ไกลห่างเข้าไม่ได้แม้จะกิเลสเก่งเข้ามาใกล้ๆไม่ได้ 

สรุปแล้วมันเด็ดขาด มันชนะเด็ดขาด เพราะฉะนั้นยิ่ง อเนญชา ไม่หวั่นไหวไม่สั่นคลอนไม่กระดุกกระดิกแข็งแรง เป็นป้อมปราการที่ยิ่งใหญ่ที่สุด 

อัปปนา(แนบแน่น) พยัปปนา เจตโสอภินิโรปนา

ทางด้านศาสนาเทวนิยมจะมีแต่ อัปปนา เขาจะไม่มี พยัปปนา เจตโสอภินิโรปนา เขาจะไม่มีสิ่งที่พิเศษเจริญมากยิ่งขึ้นเพราะมีแต่สิ่งดับเข้าไปหาศูนย์ ไม่มีพลังงานของปัญญา ไม่มีพลังงานของธาตุรู้ เขาจะดับธาตุรู้เฉยๆ มันจะรู้ก็ดับลงไป มันก็ไม่รู้ไม่รู้มันก็ไม่มี พยัปปนา ยิ่งรู้หลอกว่ารู้อัตตาเยอะ แต่เราไม่มีอัตตาแล้วแต่เรารู้เรื่องมุมของอัตตาของโลกคนอื่น ของอัตตาคนอื่น ก็จะช่วยผู้อื่นได้มากยิ่งเป็นคนที่ช่วยรื้อขนสัตว์ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นได้เยอะ วิจิตรพิสดารกว่าสาย เทวนิยม ของเราศึกษาก็จะเข้าใจมากยิ่งขึ้น 

พวกนั้นเขาฟังแล้วอาจจะบอกว่าพูดเก่งแต่เขาฟังไม่รู้เรื่อง พูดมาไม่รู้จะเอาอะไรเถียงเพราะเขาไม่รู้ว่าอาตมาพูดอะไรเขาก็เถียงไม่ออก หยิบตรงไหนมาแย้งเขาก็เถียงไม่ได้ แต่ฟังดูแล้วมันมีเหตุมีผลมีหลักฐานขัดแย้งไม่ได้ หรือเอาหลักฐานมายืนยันก็แพ้หลักฐาน ไม่ทันอาตมา เขาก็เลยไม่สู้ไม่อยากทำให้ขายขี้หน้าไม่อยากหน้าแตก พูดแล้วดูเหมือนไม่งามแต่มันเป็นสัจจะ 

อเนญชาสมาธิ สมาธิก็คือผลที่ตั้งมั่นลงไป อภิสังขารแปลว่ากำลังจัดการ สังขารคือการกระทำประกอบ ทำผลคือ อเนญชา ตกผลึกลงไป เลยอปุญญาไปแล้ว เลยจากการล้างกิเลส เพราะมีแต่สิ่งที่ดี สิ่งที่เป็นกุศล สิ่งที่ประเสริฐ มีแต่จิตสะอาด จิตสะอาดยิ่ง ความแข็งแรงกว่าความวางเฉย อุเบกขาก็ยิ่งกว่าอุเบกขา ปริสุทธา ปริโยธาตา มุทุ กัมมัญญา ปภัสสรา มีความบริสุทธิ์ที่ปรับได้รวดเร็วว่องไว จะเอามาทำงานก็ยิ่งแข็งแรง จิตก็ยิ่งสะอาดบริสุทธิ์ผ่องใส ยิ่งร่าเริงเบิกบาน ประภัสสรา ก็ยิ่งรวมสิ่งที่สุขสำราญเบิกบานใจมากยิ่งขึ้น 

นี่คือองค์ประกอบของอุเบกขา 5 คือ ปริสุทธา ปริโยธาตา มุทุ กัมมัญญา ปภัสสรา 

ฟังแล้วมันเข้าใจใช่ไหม ฟังแล้วจะรู้จักสภาวะปฏิบัติเป็นอย่างนี้ แม้มันจะมีลูกเล็กๆอันนี้ใช่ แล้วมันก็จะได้มากขึ้น 

_สู่แดนธรรม…ให้พ่อครู เป็น independent man 

พ่อครูว่า…Independent Man อาตมาได้รับรางวัลที่เกาหลี เขาก็จะให้ไปรับรางวัลอาตมาก็ไม่ได้ไปให้ ให้ฆราวาสไปรับ อาตมาก็ต้องขอโทษขออภัย อาตมาไม่ได้คิดอะไรมากด้วยซ้ำไป มันเป็นไปตามผู้ที่เหมาะควรเขาก็ติดต่อกันไป ไม่ได้กำหนดว่าได้อะไรมากมายเลย ไม่ได้ระบุไม่ได้ไปจัดการอะไรมากมาย มันเป็นไปตามธรรมเป็นเอง ราบรื่นเรียบร้อยง่าย ไม่มีใครแย่งชิงอะไรกัน ผู้ที่ไปแล้วอาจจะคิดว่าทำไมต้องให้เราไปก็ได้ แต่เขาก็ไปแล้วรับแล้ว ขอบคุณต่างๆนาๆ ก็บอกใจจริงมาแล้วว่าคนให้รางวัลเราจะต้องมีสิ่งที่ดีเอาสิ่งดีนี้มา มาประกาศหรือว่ามายืนยันเสนอต่อสังคม ว่าอันนี้ดีนะขอบคุณ มีวิธีการให้เกียรติ เป็นรางวัล เราก็ยินดีไม่ยินดีได้ไง เราก็ดีใจยินดี ไม่มีปัญหาอะไรหรอก แต่เราก็ 

ประเด็นสำคัญที่สุดก็คือ อาตมาไม่อยากจะแสดงอาการ เงอะๆงะๆ อาตมาพูดภาษาเกาหลีไม่ได้สักคำ พูดภาษาอังกฤษก็ไม่ได้ พูดภาษาจีนก็ไม่ได้ นอกจากใช้ภาษาไทยกับลาว แล้วอาตมาจะใช้ภาษาไทยภาษาลาวไปใช้มันก็ดูไม่ดี มันก็ไม่ได้คิดมากมันเป็นไปตามธรรม เขาก็จัดการไปก็ยินดี ไม่มีปัญหาอะไร 

_Verayut kager (วีรยุทธ เคเกอร์) : ฌานที่โพธิรักษ์พูด กับ ฌานที่พระพุทธเจ้าใช้นั้น คนละความหมาย  เหตุการณ์ที่พิสูจน์ได้ชัดเจน คือ ตอนที่พระพุทธเจ้ากำลังปรินิพพาน พระพุทธเจ้าประทับนอนหลับตาเข้าฌาน จนพระอานนท์สงสัยว่าพระองค์ปรินิพพานแล้วหรือยัง แต่พระอนุรุทเถระบอกว่าไม่ใช่ พระองค์กำลังเข้าฌาน  นี้เป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัดว่า ฌานที่พระองค์ใช้  ไม่ได้ใช้แค่กำจัดกิเลส อย่างที่ลุงรักเข้าใจและพยายามอ้าง 

พ่อครูว่า…คนที่หลับตาแล้วก็เงียบภาวะจิตในขณะนั้น แน่นอนใครจะไปรู้จักภาวะจิตของผู้นั้นได้ ก็ถามหลับตาแล้วท่านก็เงียบ เป็นภาวะจิตในพุทธพิสัยด้วยมันจะไปดูได้ง่ายอย่างไร อาตมาก็บอกได้เลยว่าอาตมาก็ไม่มีปัญญาไม่มีภูมิพอจะไปรู้พุทธพิสัยที่หยั่งรู้อย่างพระอนุรุทธะ หรืออย่างพระอานนท์ ที่อ่าน อาตมาไม่มีสิทธิ์หรอกบอกตรงๆไม่อายอะไรไม่มีความสามารถตรงนั้น แต่อาตมาจำได้ คำความในพระไตรปิฎกมีอยู่

พระอนุรุธก็ตามจิตของพุทธเจ้าท่านรู้คลื่นของจิต ท่านมีอภิญญาตรงนี้จริงๆ รู้เรื่องสภาวะจิต จึงได้รู้ว่าอาการของจิตพระพุทธเจ้าในขณะที่ท่านจะปรินิพพาน ท่านตรวจ อาการของจิตในลักษณะอรูปฌาน 4 แล้วท่านก็กลับมาที่ตรงกลาง รูปฌาน-อรูปฌาน มันจะมีลักษณะ 4 ความต่าง จิตจะปรินิพพานแล้วเลิกหยุดแล้ว จิตก็กลางไม่มีจิตข้างใด ไม่มี อันตา ไม่มีค่าไม่มีฝ่ายไม่มีรูป อรูป ไปเข้าหาตรงกลางไม่มีอะไรที่สุด ก็เป็นธรรมดาธรรมชาติของพระอรหันต์ทุกองค์ เพราะฉะนั้นคุณ เคเกอร์ อรหันต์ธรรมดาก็ทำอันเดียวกับของพระพุทธเจ้า ไม่ได้ต่างอะไรกันเลย แต่คุณต่างหากมาถามอาตมาโดยเอาขี้เท่อมาถาม คุณพูดนี้เป็นพยัญชนะทั้งนั้นไม่รู้จักสภาวะ แต่อาตมามีสภาวะแล้วอาตมาจะตายอย่างพระพุทธเจ้า ถ้าหากอาตมาจะปรินิพพานเป็นปริโยสาน แต่บอกไว้ก่อนเลยอาตมาไม่ได้ตั้งจิตจะตายอย่างพระพุทธเจ้าปรินิพพานเป็นปริโยสาน อาตมายังตั้งใจว่าตายแล้วจะเกิดอีกเพราะอาตมาตั้งใจจะเป็นพระพุทธเจ้า 

จบ