651125 นวนิยายโลกุตระที่เราอย่ารีบตายก่อนได้ดู พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราช

ดาวโหลดเอกสารที่                                                                                                          

https://docs.google.com/document/d/1KPqP202E7cM8OONndgp2XRWiCz8lO2jTTM2AxlcFoFI/edit?usp=sharing                                 

ดาวน์โหลดเสียงที่   https://drive.google.com/file/d/1WquL_oOJp3MIAi6O_wQC2KRHQpmcH9DL/view?usp=share_link 

ดูวิดีโอได้ที่ https://youtu.be/h-h4KXTQhCY 

และ https://fb.watch/h0spfdel90/ 

สมณะฟ้าไท… วันนี้วันศุกร์ที่ 25 พฤศจิกายน 2565 ที่บวรราชธานีอโศก ขึ้น 2 ค่ำ เดือนอ้าย ปีขาล ช่วงวันที่ 25 พฤศจิกายน ถึง 2 ธันวาคม จะเป็นช่วงที่เรามารวมตัวกันทำ Big cleaning กันอีกครั้งหนึ่ง ชาวสันติอโศก ชาวปฐมอโศก รวมถึงเด็กสัมมาสิกขาจะมารวมตัวที่ราชธานีอโศก 7 วัน จะมาช่วยทำความสะอาดต่างๆนาๆ ที่ให้บ้านราชดูไม่รกร้างไม่เต็มไปด้วยขยะ ตอนนี้ก็มีขยะตามบ้านที่เต็มไปด้วยต้นไม้ที่ตาย และเราก็จะปลูกพืชผัก ฤดูหนาวให้โตเร็ว ตอนนี้อากาศทั้งร้อนทั้งฝน 

ต้นกล้วยเราตายไปเป็นพันต้น แต่ตอนนี้เขาบริจาคมาเป็นหมื่นต้น ก็เลยไม่รู้จะเอาไปลงตรงไหน ทั้งกล้วยไข่ กล้วยหอม กล้วยน้ำว้า กล้วยหักมุก ( พ่อครูว่า… กล้วยน้ำว้าดีสุด )

กล้วยน้ำว้าต้องปลูกอย่างพิถีพิถันเพราะมันจะมีเชื้อแบคทีเรียทำให้ต้นกล้วยตาย หลังจากวันที่ 2 ไปแล้ววันที่ 5 จะเปิดตลาดประชารัฐ ตอนนี้มีชาวบ้านมาจองออกร้านแล้ว 18 ร้าน แล้วเราก็จะเปิดร้านค้าราคาเท่าทุน แจกอาหารทำโรงบุญมังสวิรัติ เปิดซางไหลเด้อ หรือสไลเดอร์ ใครยังไม่เคยเล่นก็เชิญได้ เด็กๆที่เคยมาเล่นก็รอเวลาอยู่ 

คือว่าวันที่ 5 ธันวาคมจะเป็นวันที่คึกคัก ทั้งหมู่บ้านก็จะเต็มไปด้วยผู้คนที่จะมาทำกิจกรรมร่วมกันถือว่าเป็นการเปิดหมู่บ้าน เหลืออีกแค่ 10 วันเท่านั้นเอง เรียกว่าต้องร่วมมือร่วมแรงกันอย่างเต็มที่ 

จากนั้นก็เป็นตลาดอาริยะอีก ก็จะมีอะไรที่คึกคัก ดีขึ้น เจริญขึ้น ถือว่าความเจริญของมนุษยชาติที่พ่อครูพาทำ อาตมาก็คิดไม่ออกหรอกเรื่องตลาดอาริยะเกิดมา ต้องอาศัยโพธิสัตว์ระดับพ่อครูถึงจะทำได้ ขายขาดทุนมันจะอยู่ได้อย่างไร แต่พ่อครูพาทำแล้วมันก็คิดออกเพราะเรามาลดละกิเลส มันก็ทำได้ ถ้าเราลดละกิเลสไม่ได้ มันก็คิดไม่ออก เพราะตัวเองไม่ได้เป็น เมื่อตัวเองเป็น มันก็เลยคิดออก

ธรรมะ 2 ของความรวยความจน ในโลกและในประเทศไทย

พ่อครูว่า… เป็นเรื่องอจินไตย คนที่มาจนกันได้นี้เป็นเรื่องโลกุตระขั้น อจินไตย จริงๆ ให้คิดนะ ถ้าคนไม่มีคุณธรรมของจิตจริงๆ มันทำไม่ได้ คนมันต้องมีความโลภน้อยหรือไม่มีความโลภ แล้วก็เป็นคนเข้าใจจริงๆ เลยว่า ชีวิต เราอยู่เพื่อให้ อยู่เพื่อเสียสละ อยู่เพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้อื่น แล้วเราก็อยู่ด้วยความสูญให้ได้ด้วย 

พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ก็รู้อันนี้มาหมดแล้ว ขนาดอาตมาเป็นโพธิสัตว์ที่รู้ชัดเจนขึ้นมา ระดับ 5 6 7 ขึ้นมาก็จะรู้ความจริงพวกนี้ อย่างอาตมาก็รู้เพราะเป็นโพธิสัตว์ระดับ 7 จริงๆขึ้นไป จึงนำความจริงนี้ขึ้นมาสร้างให้คนมีคุณธรรมอันนี้ แล้วก็เกิดพฤติการณ์อันนี้ ในชุมชนของเรา ทำกันได้มา นี่เราทำตลาดอาริยะมาไม่ใช่ปีเดียว ผ่านมา 40 กว่าครั้งแล้ว 40 กว่าปีมาแล้ว ยืนยันว่าไม่ใช่เรื่องเล่น ไม่ใช่เรื่องทำได้ชั่วคราวแล้วหายจ้อย ไม่ใช่ ไม่ใช่การทำผักชีโรยหน้า มันทำด้วยรากเหง้าของจิตวิญญาณ 

แม้ชีวิตประจำวันไปเลย คนเหล่านี่ก็เป็นคนขาดทุนให้แก่สังคมคน คนโลกุตระเป็นคนขาดทุนให้แก่สังคมไปตลอดเวลา การคิดทุนของเศรษฐศาสตร์โลกีย เศรษฐศาสตร์ทุนนิยม เขาคิดทุนเขาจะต้องคิดค่าตัวของตัวเองใส่เข้าไปใช่ไหม เขาต้องบอก เสร็จแล้วเขาไม่ได้เอาทั้งค่าวัสดุ ค่าองค์ประกอบค่าโสหุ้ยอะไรครบหมดแล้ว บวกค่าแรงงานตัวเองเข้าไป ค่าตัวของตัวเอง โลกียะนี้รู้สึกว่าเขาเป็นคนมีราคาแพง งานของเขา ผลงานของเขาหรือตัวเขา ฐานะของเขาราคาต้องแพง ใช่ไหม เขานึกว่าสูงเท่าไหร่ก็ยิ่งตั้งราคากันแพง แล้วเขาก็ตั้งกันเอง แล้วเขาก็บวกเข้าไปในก้อนที่เรียกว่า ต้นทุน 

แล้วค่านิยมเขามี ขายต้องได้เกินทุนกลับมาอีก แล้วค่านิยมที่โหดเลวมากกว่านั้นอีกคือถ้าได้กำไรเกินทุนเข้าไปอีกมากเท่าไหร่ ถือว่าเป็นผลสำเร็จ ใช่ไหม 

นี่คือความโลภไม่มีที่สิ้นสุด ในความโลภของคนที่สร้างความคิดให้ตัวเองที่จะเอาเปรียบได้เปรียบอย่างไม่มีขีดคั่นเห็นกันได้ มันอย่างนั้นจริงๆ 

กลับกันมาเป็นคนโลกุตระนั้นจะเสียสละให้ได้หมดเนื้อหมดตัว ไม่เอามีแต่เป็นผู้ให้    ผู้เสียสละ ให้ถึงที่สุดจิตวิญญาณเป็นได้จริง จนกระทั่งมาเป็นหมู่เป็นกลุ่มเป็นชุมชนมีพฤติการณ์มีวัฒนธรรมของโลกุตระบุญนิยม ชัดเจนอย่างที่ชาวอโศกเรามีแล้ว 

คนเขายังไม่ค่อยเชื่อน้ำหน้าพวกคุณหรอก ว่าคุณทำอย่างนี้เป็นของจริงที่ออกมาจากจิตใจจริงๆ เขาก็บอกว่าเป็นดรามาติคชนิดหนึ่ง ทำโชว์ ทำแอ๊ค ทำอวดอ้างว่าให้มันดูดี เขาก็บอกว่ามันจะไปได้สักกี่น้ำ มันก็อดทนเอา 

สมณะฟ้าไท… ปีนี้ 41 น้ำแล้ว 

พ่อครูว่า… 41 ปี 41 ปีนี้น้ำฝนตกแล้ว 41 พรรษา ย่าง 41 ปี 

ซึ่งพวกเราทำแล้ว เราถึงพยายามจะเพิ่มเงินมาทำตลาดอาริยะมากขึ้น มากขึ้น ปีนี้ก็ได้ข่าวว่าตุนไว้เพราะ ไม่ได้ทำมาหลายปี ก็จะมีถึง 10 ล้านเป็นต้นไป มันเป็นเรื่องจริง แล้วเราได้ทำแล้วมันไม่ตาย พวกเราไม่ตาย สาธารณโภคีหรือว่าโลกุตรธรรมขั้นนี้ มีวรรณะ 9 จริงๆกันนี้ เป็นสังคมสาราณียธรรม 6 เป็นจริงอย่างเรา มันพิสูจน์ยืนยันไปอีกในโลก 

พยายามพัฒนาตัวเองให้ดีๆ รักษาร่างกายอย่าให้ไปรับเอาเชื้อโรค รับเอาพิษภัยใส่ตัวเองให้ตายไวก็แล้วกัน ไปเรื่อยๆ ถ้าชาวอโศกเราอายุยืนกัน อายุ 100 ปีขึ้นไป ชาวอโศกบ้านราชนี่ต่อไปจะมีคนอายุ 100 ปีเป็น 10 คนเลย 10 คนเป็น 20 คน ให้มาดูที่ชุมชนชาวอโศกในประเทศไทย ส่วนที่อื่นเขา ที่หรรษาจะมีเกินร้อยไปเยอะก็เรื่องของเขา แต่ในประเทศไทย ประเทศอื่นๆใดๆก็ไม่ได้มีกันได้ง่ายๆ 

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ลึกซึ้งซับซ้อน แล้วก็เป็นเรื่องจริงที่พิสูจน์ได้ พระพุทธเจ้าท่านตรัสรู้ เราจึงนำเอาธรรมะที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้มาเรียนจริง รู้จริง ประพฤติจริง เป็นจริง เกิดจริง ยืนยันกับโลกลงไป ซึ่งอาตมาเชื่อมั่นว่า พวกเราไม่ใช่เป็นพวกไม่จริง เพราะอาตมาเชื่อในตัวเองแล้วว่าอาตมาเป็นคนจริง นักบวชหญิง นักบวชชาย อยู่ไปจนแก่ตายไปหลายรูปแล้ว ไล่ก็ไม่ไป บอกว่าไปที่อื่นซะ ก็ไม่ไป มันชัดเจน มันยืนยัน มันไม่มีปัญหาอะไร มีแต่ปัญญา มันชัด 

ฉะนั้นพวกนี้จึงเป็นเรื่องที่ถาวร ยั่งยืน มั่นคง แน่นอน เป็นลักษณะของความมั่นคง ยั่งยืน ถาวร นี่แหละ มันเป็นการพิสูจน์ความมั่นคงที่นายกตู่พูดอยู่ ความมั่นคงของสิ่งที่ดี ในความหมาย ใน Concept ของพลเอกประยุทธ์ก็ตาม มั่นคงของสามัญสำนึกของคนทั่วไปว่าต้องให้สิ่งที่ดีงามจึงจะเป็นความมั่นคงยั่งยืน ใช่มั้ย จะไปให้สิ่งที่ไม่ดี มันจะมั่นคงได้อย่างไร 

มันไม่เที่ยง มันไม่มั่นคงได้ง่ายๆ ถ้าคุณธรรมอย่างพระพุทธเจ้านี้จริงเลยนะ ลดละกิเลสความมีตัวตนเห็นแก่ตัวอะไรพวกนี้ลงไปจริงๆแล้ว ได้จริงมันมั่นคงจริงๆ โดยไม่ต้องไปพูดมันเลย ไม่ต้องไปกำหนดมันก็เป็นเช่นนั้นเอง ตถตา มันจะมั่นคงของมันแน่นอนเอง นี่เป็นเครื่องที่จะพิสูจน์ได้มาก 

แกนของประเทศไทยเป็นแกนโลกุตระ ขณะนี้ตัวอย่างในโลก ประเทศจีน ขณะนี้นะ ใน status quo ขณะนี้ ที่สีจิ้นผิงบริหารอยู่และประชาชนจีนศรัทธาเลื่อมใสสีจิ้นผิงถึงขั้นจะยกให้สีจิ้นผิงเป็นประธานาธิบดีเบอร์ 1 ของประเทศ โดยไม่มีลิมิต นั่นแสดงถึงอะไร 

แสดงถึงว่าประชาชนคนจีนเขาเข้าใจว่า ถ้าคุณธรรมชนิดนี้ ชนิดที่สี่จิ้นผิงนำพาแล้วก็ทำได้นี้ รากฐานเก่าของจีน ก็เป็นคอมมิวนิสต์มาก่อน เหมาเจ๋อตุงทำได้ แต่คอมมิวนิสต์มีเชิงบังคับ กดข่มไม่อิสระเสรีแท้ ถ้าประชาธิปไตยนั้นเป็นอิสรเสรี 

แต่ประชาธิปไตยของสหรัฐ มันเป็นประชาธิปไตยที่เสรีสุดโต่ง กลายเป็นพวก Hippy เป็นประชาธิปไตย Hippy 

Hippy เป็นแสลงของคำว่า happy มันเอาแต่ความสุขส่วนตัว กูอยากจะสุขอย่างไรก็ได้กูอยากจะสมสู่ต่อหน้าต่อตาใครก็ทำ กูอยากจะบ้าบอจะทำยังไงก็ทำไปตามนั้น จะสนุกอย่างนั้นอย่างนี้ จะสูบกัญชาจะสูบฝิ่น จะสูบยาเสพติดอะไร มันทำตามสบาย มันไม่อยู่กับกฎหลักเกณฑ์อะไรเลย มันเป็นเรื่องของพวกสุดโต่งเกินขอบเขตไป มันกลายเป็นอย่างนั้น 

เพราะฉะนั้นไม่บังคับก็เลยเถิด ไม่มีกฎเกณฑ์อะไรเลย มันก็เป็นอัตตาตัวตนออกมาพุ่งออกมานอกโลก ออกไปบ้าบอๆไปมันก็เป็นลักษณะอย่างนั้น 

สัจจะความจริงอย่างสหรัฐอเมริกา เขาจึงเป็นตัวอย่างที่ทำมาได้ประมาณ 200-300 ปี มันเสื่อมแล้ว แรกๆมันก็พอดี แต่ตอนนี้มันเลยเถิดสุดโต่ง อัตตาของแต่ละคนมันไปใหญ่เลยแล้วมันก็ผยอง ก็ยังหลงตัวเองว่าจะต้องครอบงำโลกให้เป็นเจ้าโลก ตามที่เขาเคยยกใครเป็นเจ้าโลก โดยสร้างรูปประชาธิปไตยที่ดูดี ว่าเป็นประชาธิปไตยขาเดียวเท่านั้น ซึ่งมันเลยเถิด เลยความจริง เลยความรู้ไปเป็นธรรมชาติ เป็นลักษณะ 1 

ซึ่ง ภาวะของเทวะจะต้องมี 2 มีกายภายนอกกับภายในไปเสมอๆๆ เป็นคู่เอก เทวะกับกาย เป็นคู่เอกของพยัญชนะและสภาวะสัจจะของมนุษย์ ทั้งมนุษย์ทั้งสังคมไปตลอด 

อาตมาก็ยังอธิบายธรรมะไม่เก่งเท่าไร แต่ก็ดีขึ้นเรื่อยๆ 

เพราะฉะนั้นพวกเราตั้งใจดีๆ เถอะ 

  1. อยู่อย่างสุขสำราญเบิกบานใจ ไม่ตายง่าย สุขภาพร่างกายไม่ทรุดโทรม เหลวไหลอะไรจนเกินการ ไม่ตายง่ายๆ จะได้บำเพ็ญต่อไปด้วย เพื่อยืนยันพิสูจน์สัจธรรมของพระพุทธเจ้าด้วยว่ามนุษย์โลกสุดยอดที่จะค้นพบ มนุษย์กับสังคมจะเป็นสังคมที่ดีที่สุด ประเสริฐที่สุด มีวัฒนธรรมมีแบบอย่างมีทฤษฎี ท่านตรัสรู้สุดยอดมาหมดแล้ว พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ ถ่ายทอดกันมาจนเป็นพระสมณโคดมองค์สุดท้าย อาตมาก็เป็นโพธิสัตว์ที่รับสืบทอดถ่ายทอดมาด้วย มีพระเจ้าแผ่นดินรัชกาลที่ 9 ด้วย ซึ่งท่านก็ดำเนินทางรูป อาตมาดำเนินทางนาม ทางปัญญา ท่านทำทางเจโต ก็เป็นคู่กันมาทำ ที่พูดนี้ไม่ได้ยกตนข่มท่าน ไม่ได้ตีตัวเสมอ แต่พูดตามสัจจะความจริง เป็นวิชาการ ไม่ใช่อาตมาอยากจะใหญ่ อยากจะโต อยากจะอวด อยากจะยกตนเสมอท่านอะไร ไม่ใช่ ใครฟังแล้วฟังขึ้นก็ว่าไป ใครฟังไม่ขึ้นก็จะว่าแก้ตัวก็แล้วแต่ คนไม่ศรัทธาไม่เชื่อถือ คนเชื่อถือศรัทธาก็ตามแสวงหา ตามหาความจริง ก็ค่อยๆรู้ความจริง แล้วพวกเราก็จะช่วยอาตมา เพราะอาตมานั้น ผู้ที่อายุสั้นก็คือพวกปัญญา พวกอายุยาวคือพวกเจโต มันเป็นธรรมดาธรรมชาติ 

แต่ที่นี้มายุคนี้ อาตมามาทางปัญญา อาตมาจะต้องอายุให้ยาว ในหลวง ร.9 เจโต ท่าน 89 ปีก็สิ้นไปแล้ว จะมา 89 แล้ว ปีที่ 89 เดือนที่ 5 แล้ว จากวันที่ 5 มา เดี๋ยวถึงธันวาก็ย่างขึ้นเดือนที่ 6 

อาตมาจะมาพิสูจน์ซึ่งมันผิดนะ เจโตจะยาวปัญญาจะสั้น แต่อาตมาปัญญาจะต้องให้เกิน 89 ไปได้มากเท่าไหร่ก็มาก มันก็จะสลับพวกนี้ซึ่งเป็นความซับซ้อนที่ลึกซึ้ง คัมภีราที่เป็นเรื่องของสัจธรรม ทั้งๆที่ขันธ์ร่างกายอาตมาก็ไม่ได้ดีกว่าในหลวงรัชกาลที่ 9 เท่าไหร่หรอก ตาข้างเดียวเหมือนกัน อะไรอย่างนี้ หลายอย่างคล้ายๆกัน แต่มันก็ต้องพิสูจน์ 

สัจธรรมพวกนี้ไม่ใช่เป็นเรื่องพูดเล่น ไม่ใช่เป็นเรื่องสมมุติ กำหนดลิเกละครอะไร แต่มันคือสัจจะที่บอนทูบี เป็นสัจจะที่ตถตา เกิดอย่างนั้นต้องเป็นอย่างนั้นเป็นอื่นไปไม่ได้ ตัวบุคคลก็ต้องเป็นบุคคลจริง พฤติกรรมที่จะต้องมาต่อภพภูมิของตัวเอง ผู้ที่เข้าถึงขีดหนึ่งแล้วมันไม่แปรเปลี่ยน มันต้องเป็นอย่างนี้ ไม่เป็นอย่างนี้มันไม่ใช่ 

เพราะท่านกำหนดมาแล้วบอนทูบี จะต้องเกิดอย่างนี้จะต้องเป็นอย่างนี้ ไม่เช่นนั้นมันไม่ใช่หรอก อย่างอาตมารู้ตัวเกิดมาปางนี้จะต้องมีอุปสรรค จะต้องต่อสู้อะไรต่ออะไร เพราะความรู้โลกุตระมันได้เสื่อมไปหมดแล้ว 

ในหลวงรัชกาลที่ 9 ท่านไม่ได้อธิบายแต่ท่านลุยทำรูปธรรมอย่างเดียว จนกระทั่งทำมา 70 กว่าปีก็ได้ผล คนก็มีธาตุรู้ มีปฏิภาณปัญญา ก็พอจะรู้พอจะเข้าใจไปทั่วโลก จนกระทั่งได้รางวัล เขาก็ไม่รู้เขาให้รางวัลอะไร แต่รู้สึกว่ามันจะดีแน่นอน 

รางวัลที่ในหลวงได้ “พอเพียง” ทางตะวันตกเขาก็เป็นเทวนิยม ทฤษฎีโลกุตระเขายังไม่ได้ แต่เขาก็เริ่มรู้แล้วมันมี อัญญธาตุ กระจายออกไปเรื่อยๆ อย่างจีนมี อัญญธาตุ แพร่เข้าไป เป็นมวลใหญ่ 

แล้วก็ทำกันเป็นหมู่ แม้จะเป็นสภาพ สัมโภคกาย เป็นหมู่รวมทำเป็นอุปาทานหมู่ คือ มันยังไม่เกิดปัญญาแท้ แต่มันเริ่มมี อัญญธาตุ ที่เป็นโลกุตระ เข้าไปเป็นตัวปฏิกิริยาอยู่ในประธานคือจิตวิญญาณที่เป็นประธานสิ่งทั้งปวง มันก็เลยรู้ว่า มาลักษณะนี้แหละ เป็นลักษณะที่เขารู้ลึกๆแล้วว่า 

1.มารวมตัวกัน ผนึกรวมตัวกัน เสมอสมานกัน คำนี้ก็ยาก สมานัตตตา ปรองดองหรือเสมอสมานกัน มันก็ไม่ง่าย 

เพราะฉะนั้น สัพเพสัง สังฆภูตานัง สามัคคี วุฑฒิสาธิกา ความพร้อมเพียงด้วยชนที่เป็นหมู่ ย่อมยังผลสำเร็จ นี่เป็นความรู้เกิดปฏิภาณปัญญารู้ จีนรู้ดีแล้ว 

จีนเป็นมวลชนหรือประชากรของประเทศที่เป็นปัญญา เพราะฉะนั้นจะรู้ว่าอะไรเจริญ อะไรที่จะต้องเร่งรัดพัฒนามันจะรู้ได้ง่าย แล้วก็จะเจริญก้าวหน้าไปอีก ปรุงแต่งกันขึ้นไป เป็นสายปรุงแต่งเป็นสาย อุปจยะ 

แต่อินเดียเป็นสายที่เสื่อมเป็นสาย ชรตา เพราะฉะนั้น สันตติ แบ่งกัน ระหว่างจีนกับอินเดีย สันตติคือตัวกลาง สันตะ สันติ คือตัวกลาง แล้วก็แบ่ง เกิดปฏิภาณปัญญา

ปฏิภาณปัญญาของอินเดียเป็นในเชิงสมถะ ปฏิภาณปัญญาของจีนไปในทางพุทธิปัญญา อันโน้นเป็นศรัทธาจริต อันนี้เป็นพุทธิจริต จีนเป็นพุทธิจริตคือ จริตมาทางปัญญา ท่านไม่เรียกว่าปัญญาทีเดียว เรียกว่า ธัมมานุสารี แล้วค่อยมาเรียกว่าเป็นปัญญา 

สรุปแล้วไม่ต้องแข่งกันรวยเท่าไหร่ แต่จีนเขายังอยากรวยกันอยู่ เขายังจะรวย เพราะเป็นธรรมชาติของโลกีย์โลกธรรม เขายังสูงอยู่ ไทยเรานี่แหละจะเข้าใจว่าจะต้องมาจน แม้แต่สีจิ้นผิงเขาก็ยังไม่กล้าที่จะพูดว่า ให้ประชาชนเขามาดำเนินแบบคนจน สีจิ้นผิงก็ยังไม่กล้า ยังไม่เจริญ หรือว่า แต่เริ่มมีแล้วล่ะ แต่ยังไม่ออกมา ภูมิธรรมยังไม่ออกมาจนกระทั่งเป็นภายนอก หรือออกมาอย่างชัดเจน จนกระทั่งเขาเป็นผู้นำประเทศนะ ถ้าเขากล่าวนี้คำไหนคำนั้นนะ อย่างในหลวง ท่านกล่าวให้เอาแบบคนจน 

แล้วไม่ได้กล่าวกับคนทั่วไป มีรัฐมนตรีเกาหลีมาถาม บอกว่า นายกของเขาที่เป็นเพื่อนกันฝากมาถามว่าจะบริหารประเทศแบบไหน เขาอยากจะรู้ว่าประเทศไทยบริหารแบบไหน ทางเกาหลีนี้รู้ก่อน อย่างอาตมานี่ได้รางวัลจากเกาหลี เขาจะรู้แล้ว โลกุตระ สันติแบบอาริยะ สังคมแบบอาริยะ เขาเริ่มรู้แล้ว 

เพราะฉะนั้นเมื่อฝากมาถาม ในหลวงก็บอกว่า บริหารแบบคนจน แต่ท่านเป็นสาย เจโต ท่านก็อธิบายไม่ค่อยมากเท่าไหร่ แต่ถ้าอาตมาสาธยายคนนั้นหูหักแน่นอนรัฐมนตรีคนนั้น อาตมาสาธยายได้มากกว่าเพราะเป็นสายปัญญา ไม่ใช่สายเจโต

อันนี้ไป อาตมาว่าเขาก็ฟังรับไปเขาก็ไม่กล้าที่จะพูดว่า มาเอาแบบคนจน ไม่กล้าหรอก ก็เลยได้พูดแต่ปาก ความลึกซึ้งซับซ้อน ที่ยัง ignore แล้วมันหนักไปทาง ignorance คือไปข้างที่ไม่รู้ปฏิเสธ แต่ ignore ยังเป็นภาวะปัจจุบัน เป็น continue ยังเป็น เนวสัญญานาสัญญายตนะ จะรู้ก็ไม่ใช่ จะว่าไม่รู้มันก็รู้นะ มันยัง ignore อยู่ แต่ไปเข้าใจเป็น คำนาม ignorance ไป

_สู่แดนธรรม… เป็นโมหะได้ไหมครับ ignorance

พ่อครูว่า… ไม่ใช่โมหะ แต่เป็น เนวสัญญานาสัญญายตนะ นั้นถูกแล้ว

SMS วันที่ 23-24 พ.ย. 2565

ที่มาของชื่อ โพธิรักษ์ ของพ่อครู

_สว่างแสง ขวัญดาว  · น้อมกราบนมัสการพ่อครูด้วยความเคารพอย่างสูงค่ะ พ่อครูคะ ลูกได้ฟังมาว่าพ่อครูได้ตั้งชื่อ”โพธิรักษ์” ด้วยตนเองลูกขอถามว่า พ่อครูตั้งชื่อนี้เมื่อไรคะ น้อมกราบนมัสการพ่อครูด้วยความเคารพอย่างสูงค่ะ

พ่อครูว่า… อาตมาตั้งชื่อตัวเองว่าโพธิรักษ์นั้น ตอนนี้ยังนึกไม่ออกว่าตั้งเมื่อไหร่ แต่นึกได้ถึง เหตุการณ์ 

อาตมาเริ่มเขียนหนังสือเกี่ยวกับธรรมะ โดยการเปิดคอลัมน์ธรรมะในหนังสือดาราภาพ กับหนังสือไทยโทรทัศน์ ตอนอาตมาทำงานไทยทีวีแล้ว เมื่ออาตมาปฏิบัติธรรมแล้ว แทนที่จะไปเขียนคอลัมน์แบบโลกๆเหมือนเมื่อก่อน ซึ่งอาตมาก็เป็นคอลัมนิสต์หลายเล่มหลายฉบับ (พ่อครูไอตัดออกด้วย) 

_สู่แดนธรรม… ก่อนลำธารชีวิตใช่ไหมครับ 

พ่อครูว่า… เขียนก่อน ลำธารชีวิต พออาตมาตั้งคอลัมน์ ตั้งแต่ 2512 เขียนหนังสือคนคืออะไรเป็นเล่มเลย ก็ก่อน 12 เอาละ 11 ก็แล้วกัน ถ้าจะว่าเริ่มตั้งเมื่อไหร่ก็น่าจะ พ.ศ. 2511 ตั้งนามปากกาว่า โพธิรักษ์ 

อาตมาชื่อ รัก รักพงษ์ แล้วคำว่า โพธิ แปลว่า ความตรัสรู้ มันขึ้นมา เราก็เป็นโพธิ ไม่กล้าใช้คำว่า พุทธ แทนที่จะใช้คำว่า พุทธิรักษ์ ยังไม่กล้า เอา โพธิรักษ์ ก็แล้วกัน ก็เลยตั้งชื่อนี้ขึ้นมาใช้ในการเขียนคอลัมน์ต่างๆ เขียนหนังสือ จนกระทั่งเขียน คนคืออะไร ทำไมสำคัญนัก เป็นเล่มที่ 1 เป็นเรื่องเป็นราวเลย ต่อกันตั้งแต่ต้นจนจบ 

นอกนั้นจะมีหนังสือรุ่นแรกของอาตมาคือหนังสือรวมตอบปัญหา ใครเคยอ่านบ้าง คอลัมน์ ชีวิตนี้มีปัญหา รวม 2 เล่ม ก็รวบรวมจากที่ตอบปัญหาในคอลัมน์หนังสือดาราภาพ 

ส่วนลำธารชีวิตนั้น รวบรวมมาจากหนังสือไทยโทรทัศน์ นิตยสารไทยโทรทัศน์ 

ชื่อโพธิรักษ์ก็ติดมาตั้งแต่ตอนนั้น 11

_สู่แดนธรรม… ตอนที่พ่อท่านใช้ชื่อโพธิรักษ์ ความรู้โพธิของพ่อท่านเกิดขึ้นหรือยังครับ 

พ่อครูว่า… เกิดขึ้นแล้วสิ ความรู้แบบของอาตมามันเกิดขึ้น แต่ก็ยังไม่วิจิตรพิสดารลึกซึ้งเท่าไหร่ตอนแรก 

_Pimluck Wichaikul พิมพ์ลักษณ์ วิชัยกุล : เวลาพ่อครูพูดเรื่องการเมือง ตาสว่างตั้งใจฟังมาก และเข้าใจทุกอย่างที่พ่อครูพูด แต่หากพ่อครูพูดเรื่องธรรมะล้วนๆ ลูกมีหลุดลอย สติหลุดไปบ้าง อิอิ…ลูกจะฝึกฟังเรื่องธรรมะให้เหมือนเรื่องการเมืองนะคะ😊🙏🙏🙏

พ่อครูว่า…การเมืองของอาตมาไม่ใช่เรื่องธรรมดานะ ทั้งกว้างทั้งลึก อ้างอิงถึงประเทศอินเดีย ถึงสหรัฐ ถึงคอมมิวนิสต์ดิบโดด เกาหลีเหนือ 

_สู่แดนธรรม… พ่อท่านมองพฤติกรรมจริงเป็นธรรมะใช่ไหมครับ 

พ่อครูว่า… ใช่ เป็นธรรมะ เป็นสัจธรรมจริงที่อาตมาอ้างอิงตามที่มีภูมิเพราะอธิบายได้ มันจะอธิบายดีขึ้นเรื่อยๆติดตามให้ดีๆเรื่องการเมือง เพราะฉะนั้นคุณพิมพ์ลักษณ์นี่ชอบ เรื่องดีนานๆอย่างนี้ ฟังดีๆ นับวันอาตมาจะขยายการเมืองโลกุตระไปเรื่อยๆ 

_สู่แดนธรรม… ผมสังเกตุพ่อท่านอธิบายได้ดีขึ้นเรื่อยๆครับ 

พ่อครูว่า… ไม่เป็นไร ใช้อะไรเป็นตัวแกนฟังธรรมะไป แม้จะเอาแกนการเมืองเป็นตัวนำ เป็นอนุสารี หรือจะใช้แกนธรรมะเป็นอนุสารีไปก็ได้ ได้ทั้งคู่

_แก้วตะวัน พวงบุบผา  · น้อมกราบนมัสการพ่อครูด้วยความเคารพบูชาศรัทธายิ่งค่ะ ฟังธรรมวันนี้รู้สึกเต็มตื้นอิ่มเอมสุขสำราญเบิกบานใจเป็นพิเศษ ในช่วงที่พ่อครูเปรียบเทียบธรรมิกราช 2 พระองค์ ว่าเปรียบเสมือนพระโมคคัลลานะ(ในหลวง ร.9)และพระสารีบุตร(พ่อครู) ใจลูกพองโตปลาบปลื้มมากๆ เพราะได้ย้อนระลึกถึงคุณงามความดีพระราชกรณียกิจ และสิ่งที่พ่อครูกอบกู้ศาสนาจึงรู้สึกเบิกบานใจ น้อมกราบสาธุค่ะ

พ่อครูว่า…คุณเข้าใจ คุณรับรู้ความรู้สึกนี้ก็ดีแล้ว อาตมาไม่ขยายความต่อ ใครอยากรู้ก็อดใจไว้ ไม่ขยาย มันดูไม่ดี มันยังไม่ถึงเวลา  ค่อยๆฟังไป 

_สุทัศณีย์ วงษ์กิ่ง  · น้อมกราบนมัสการพ่อครูด้วยเคารพเจ้าคะ ผู้คนที่กล่าวถึงว่าพระธรรมิกราชสององค์จะมาพลิกแผ่นดิน ลูกเคยได้ฟังผู้เฒ่าผู้แก่พูดถึงกันตอนที่ยังเป็นเด็กค่ะ จำมาประมาณนี้คะ ว่าท่านจะมาพลิกแผ่นดินเลยค่ะ เค้าก็ถามถึงว่าพระพุทธเจ้าเป็นผู้ทำนายนี้เป็นจริงแน่นอนแล้วท่านไปเกิดที่ไหน แต่มีท่านหนึ่งได้กล่าวว่า ท่านเชื่อว่าท่านหนึ่งเห็นว่าเป็นพ่อหลวงร.๙ ค่ะ แล้วอีกท่านไปเกิดที่ไหนไม่มาช่วยที่ตอนที่เค้ารอคอยตามดูรู้บ้าง น่าจะตายกันหมดแล้วคะ หรือที่เหลือก็ยังมองไม่เห็นพระธรรมิกราชอีกท่านเจ้าคะ ความนี้จำได้มาพอได้ยินพ่อครูนำมาเทศน์สอน เป็นเรื่องเข้ากันจริงค่ะ จะพยายามเกาะติดตามฟังธรรมพ่อครูและลดกิเลสให้น้อยลงคะสาธุคะ

พ่อครูว่า…เขาก็ยังเกิดแล้ว ตอนนี้มีความรู้ ชักจะมี อัญญธาตุ ขึ้นมาแล้ว อาจจะมีตัวที่รู้ เป็นความรู้โลกุตระ อัญญธาตุ คือธาตุโลกุตระเติมเข้ามา แต่ยังไม่เชื่อว่าใช่หรือเปล่าหนอ ใช่หรือไม่ใช่ยังไม่เชื่อ ยังไม่กล้าปักใจ ยังไม่กล้าตัดสินว่าใช่ แต่ในหลวงรัชกาลที่ 9 เขาตัดสินแล้วว่าใช่เป็นธรรมิกราช และอีกองค์คือใครหนอ เขาก็บอกว่าจะติดตามลดละกิเลส เขาก็ดีนะเขาจะเข้าใจ ถ้าเขาลดละกิเลส ปัญญาเขาก็จะเกิด เขาก็จะรู้ อ้อ ที่แท้อีกองค์หนึ่ง คือใคร 

ประชาธิปไตยไม่ควรมีพรรรค แต่ทำไมอโศกมีพรรคการเมือง

_ตุ๊ก อัศวิน : ขออนุโมทนา..สาาาธุ กับ คณะสัมมาบัณฑิต ที่มากราบ พ่อครู ผู้เป็น ‘สยังอภิญญา’ ณ กาละอันเป็น มงคล นี้..เจ้าค่ะ

พ่อครูว่า…ดี สึกออกไปแล้วไม่ได้ไปนอกรีต ก็รวมตัวกันอยู่ รวมตัวจนกระทั่งตั้งเป็นพรรคการเมืองเลย อาตมาก็ส่งเสริม ทำขึ้นได้แค่ไหนก็ไม่มีปัญหาหรอก เราไม่ได้ไปทำมาเพื่ออยากใหญ่โตอยากเด่นอยากดัง แต่เพื่อที่จะฝึกตน จะเกิดขึ้นในสังคมด้วย ว่าธรรมะอีกแบบนึงมีที่ไม่เหมือนกับที่เขามีในสังคมโลกีย์ ธรรมะอย่างนี้ก็มีด้วยหรือแม้จะมีน้อยไม่มีผลอะไรมากก็ไม่มีปัญหา มันต้องใช้เวลา พวกบุกเบิกพวก Pioneer หนักพวกหัวเจาะหนักก็ต้องทำ มันก็เป็นธรรมดา 

_สู่แดนธรรม… เรื่องนี้เคยมีคนถาม ข้อสังเกตพ่อท่านบอกว่าประชาธิปไตยที่ดีที่สุดคือไม่ต้องมีพรรคการเมือง แต่เขาก็บอกว่า พ่อท่านส่งเสริมให้ตั้งพรรคสัมมาบัณฑิตขึ้นมาทำไม

พ่อครูว่า…อันนี้เราต้องรู้จัก กาละ เทศะ กาละนี้ในองค์ประกอบของยุคนี้ขณะนี้ เรียกว่า เทศะ มันจะต้องเป็นอย่างนี้กับเขาก่อน เราจะเป็นอย่างที่เราเป็นไปเลย ไม่ได้หรอก ต้องเป็นอย่างนี้ก่อน 

การจะมีพรรคนั้น ทั่วโลกเขามีพรรคกันทั้งนั้น การเมืองหรือรัฐศาสตร์ทางโลกเขา มีพรรคการเมืองทั้งนั้น แม้แต่เผด็จการอย่างคอมมิวนิสต์เขาก็ยังเป็นพรรค 

เพราะฉะนั้นแม้เมืองไทย โลกุตระ มีประชาธิปไตยโลกุตระนำหน้าประเทศต่างๆ ก็ยังมีพรรค แต่มันซ้อนตรงท่ีว่า นายกรัฐมนตรีคนที่นำประชาธิปไตยมาในยุค….พอดีตอนนี้มันเริ่มเกิดแล้ว นำขึ้นมาโดยที่ ไม่มีใครเข้าใจได้ง่ายๆหรอก นายกตู่ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคใดเลย 

เขาเข้าใจว่าจะต้องเป็นพรรค การเมืองถ้าไม่มีพรรคดำเนินไปไม่ได้ แต่ด้วยสัจจะของประชาธิปไตยที่ดีที่สุดนั้นยอดที่สุดนั้น มันไม่ใช่คนที่จะต้องไปเป็นคนอยู่ในพรรคไหน 

คิดง่ายๆ ถ้าคุณอยู่ในพรรค คุณก็จะต้องเอาความเห็นของคนในพรรคเป็นมวลไม่ใช่ประชาชนทั้งหมด แต่ถ้าคุณอิสระเสรีเหมือนพลเอกประยุทธ์เป็นอยู่ ประชาชนทั้งหมดคือพรรคของนายกตู่ โดยไม่ต้องมาตั้งพรรคโดยไม่ต้องไปเป็นพรรคแต่เป็นพรรคโดยนามธรรม เป็นพรรคโดยสัจจะ อันนี้แหละเป็นประชาธิปไตยที่ลึกซึ้งซับซ้อน ศึกษาไปเถอะ 

ตัวอย่างที่ยากจะเข้าใจก็คือ ในยุคพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้านี้ประชาธิปไตย 1,000% แต่มันอยู่ในยุคทาสเป็นยุคที่อยู่ในข้อจำกัด เป็นยุคเผด็จการสมบูรณาญาสิทธิราชย์ 100% เป็นยุคทาส เป็นยุคที่มนุษย์ยังไม่รู้จักสิทธิมนุษยชนของตัวเองเลย เพราะว่ายังเป็นทาสอยู่ และพระพุทธเจ้าก็ตั้งประชาธิปไตยของพระองค์ขึ้นมาเอง 

เมื่อตั้งขึ้นมาและดำเนินโดยธรรมนูญของท่าน พระเจ้าแผ่นดินใหญ่ พระเจ้าปเสนทิโกศล พระเจ้าพิมพิสารซึ่งเป็นแคว้นใหญ่ 2 แคว้นในทวีปอินเดีย แต่ก่อนนี้การคมนาคมยังไม่เปิดเป็น globalization เหมือนอย่างทุกวันนี้ มันก็อยู่ในกรอบของทวีปอินเดีย และก็มีประเทศไทยซ่อนอยู่ ทุกวันนี้ก็มีอินเดียกับจีนใหญ่ สมัยพระพุทธเจ้าอยู่ในทวีปอินเดีย ก็มีแคว้นมคธและแคว้นโกศล 2 แคว้นใหญ่ยังไม่เป็นต้น ซึ่งมันเป็นสภาพคู่สภาพซ้อนสภาพ อจินไตย สภาพเทวดาที่ยิ่งใหญ่มาตลอด กาลนานเลย

พระเจ้าปเสนทิโกศลเป็นเชิงปัญญา พระเจ้าพิมพิสารเป็นเชิงเจโต 

เพราะฉะนั้นสรุปแล้ว อดีตหรืออนาคตก็ตาม และ ในปัจจุบันนี้จะไปหาอนาคต ก็เกิดจากปัจจุบันนี่แหละเดินทางไปสู่อนาคตเรื่อยๆ อดีตก็เป็นตัวอย่าง ที่เราจะใช้เรียนรู้เทียบเคียง ปัจจุบันก็เป็นตัวที่จะเปลี่ยนไปอย่างไรจะมาอย่างไรก็อยู่ที่ปัจจุบันของแต่ละคนแต่ละประเทศแต่ละชุมชนแต่ละแนวคิด แต่ละอำนาจพลังงานหรือฤทธิ์เดช ที่มีกันจริง แล้วมันก็จะเป็นไป 

โลกุตระ ใหญ่หรือเล็ก … ขณะนี้ในโลก โลกุตระนั้นเล็ก ตอบได้กันทุกคน เล็ก แต่ล้มไม่ได้หรอก เพราะ ประชาชนประชากรของโลก แสวงหา สิ่งที่สูงที่สุด 

ขณะนี้ อย่างน้อยประเทศจีน เป็นมวลใหญ่คู่หนึ่งกับประเทศอินเดียใช่ไหม มี อัญญธาตุ ขึ้นมาแล้ว แม้จะยังไม่มาก อัญญธาตุยังไม่มากเท่าประเทศไทย แต่ มันเป็นทางด้าน Quantity เป็นทางด้านปริมาณ ของไทยนี้เป็น Quality  เป็นทางด้านคุณภาพ คุณภาพของโลกุตระ 

แม้จะน้อยแต่แข็งหนักและสูงกว่าปริมาณ เถียงกันอยู่ว่าปริมาณกับคุณภาพอะไรจะเป็นเอก มันอยู่ที่เหตุปัจจัย เจ้าของมันก็คือคุณภาพนั้นมันมีน้ำหนักแน่น มีฤทธิ์ ส่วนปริมาณนั้นมันไม่แน่น มันไม่หนัก แต่มันใหญ่และกว้าง มันก็คลานกันไป มันก็ถ่วงไปถ่วงมา 

ถ้าเผื่อว่าเมืองไทยไม่ตื่นตัว ประเทศจีนจะฉวยเอาโลกุตระธรรมไปไว้ที่ประเทศเขา ถ้าเมืองไทยไม่ตื่นตัว เตือนไว้นะ 

ถ้าเมืองไทยไม่ตื่นตัว โลกุตระของตามรอยพระราชา ในหลวงร. 9 จะโดนประเทศจีนฉวยเอาไปเลย รู้ไว้ซะด้วย ถ้าประเทศไทยยังรักที่จะเป็นประเทศหนึ่งที่จะเจริญ เจริญในที่นี้ไม่ได้เป็นการเจริญซ้อน ไม่ใช่ไปเจริญแบบแข่งดีแข่งเด่น แต่ว่าเจริญเพื่อยืนยันสัจธรรมให้ปรากฏขึ้นในโลก เหมือนพระพุทธเจ้าท่านก็ทำของท่านให้ปรากฏขึ้นในโลก ท่านไม่ได้ต้องการอยากดีอยากเด่นอยากดังอยากอวดอยากโชว์ แต่มันเกิดขึ้นในโลกในความเป็นมนุษย์ชาติ 

พวกเราก็ดำเนินรอยตามพระพุทธเจ้า ให้ดำเนินไปอย่างไม่ใช่อยากดีอยากเด่น แต่อันนี้เป็นลักษณะที่อาตมาเห็น รับได้ รู้ได้ ว่า พลเอกประยุทธ์ มี จะมีมากมีน้อยก็แล้วแต่ อาตมาถึงเชียร์ หรือว่า พยายามให้สัญญาณไป ตามประสาอาตมา อาตมาไม่เคยพบกันเลยกับพลเอกประยุทธ ทักษิณยังเจอกันมาที่นี่ก็ยังมาเลยทักษิณ อาตมามอบเรือให้ กว่าแกจะล่องลอยไปแกคงทิ้งเรือไปแล้ว เรือไม่พอ อาตมาก็ยังมอบกลดเข้าไปอีก มันเหมือนนิมิตเหมือนสัญญาณ เหมือนรางชนิดหนึ่ง แต่แก่ก็ไม่รู้เรื่องอะไรหรอก 

เรือให้ที่นี่ เรือสลักอันหนึ่ง สล่าปั๋นทำให้ เหมือนเรือกระแชง หลังคาครอบ สลักว่า คุณนิยม แต่แกก็ไม่รู้เรื่องอะไรหรอก เสร็จแล้วไปที่ศีรษะอโศกก็ได้มอบ กลดคือ Moving House ไปกางที่ไหนก็ไปกางได้เป็นบ้านเร่ร่อน ก็เหมือนอย่างที่แกเป็น ตอนนี้ก็ลอยเท้งเต้งไป 

สิ่งนี้มันเป็นนิมิตที่อาตมาอธิบายให้ฟัง ใครจะเข้าใจ ใครจะเห็นด้วยไม่เชื่อหรือเชื่อก็ไม่มีปัญหา 

เตือนคนไทยหากไม่มาเอาโลกุตระหลุดไปอยู่ประเทศจีน 

_สู่แดนธรรม… ขอย้อนกลับที่พ่อท่านพูดถึงว่า หากประเทศไทยยังเอ้อระเหย ไม่เอาโลกุตระแล้วจีนจะมาฉวยเอาไป ทำให้ผมคิดแย้งมาในใจว่า ความสามารถที่จีนจะมาเอาโลกุตระได้นั้น เจโต​จะต้องมีพอสมควร ถ้ามีปัญญาอย่างเดียวโอกาสจะเกิดไม่ค่อยสมบูรณ์กันนะครับ 

พ่อครูว่า… ก็บอกไปแล้วว่า อย่าทำเป็นเล่นไป พระพุทธเจ้าท่านมีสัจจะที่ท่านบอกไปแล้วว่าอนิจจังเป็นตัวท้าย ในรูป 28 ท่านทำเป็นปลายเปิดไว้อย่าประมาท ถ้าประมาทแล้วคุณแพ้แน่

สมณะฟ้าไท… จีนเขาเอาคำตรัสของในหลวงรัชกาลที่ 9 ไปใช้ในหลักสูตรนักเรียนประถมเลยนะ ไม่ใช่เรื่องธรรมดานะ

_สู่แดนธรรม… … ของไทยเอามาทำอย่างลูบๆ คลำๆ ทำเป็นเล่นไปเถอะ

พ่อครูว่า… ขอเตือนทางด้านสายเจโตของไทย พวกนั่งหลับตาก็ดี เถระสมาคมก็ดี ยังมีกิเลสถือดีถือตัวมากนะ พยายามเรียนรู้สัจธรรมขึ้นไปให้มากๆหน่อย 

อย่างน้อย ฟังหรือว่า โน้มน้อมมาทางอาตมาบ้าง พูดอย่างนี้ก็ดูยังไงไม่รู้ อย่าไปยึดมั่นถือมั่นตัวเองนัก สิ่งที่ดีกว่า มันน่าจะพอเห็นได้ อาตมาไม่ต้องการให้เอาตัวตนมาหรอก ให้อาตมาไปเป็นเถรสมาคมตอนนี้  อาตมาบอกว่าไม่เอา อาตมาไม่ได้เป็นคณะที่จะไปเป็นผู้บริหาร แล้วที่เขาเป็นการซึ่งมันเป็นระบบวิธีการซึ่งอาตมาไม่เอาหรอกแบบนี้  อาตมาเอาแบบพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าบริหารแบบไม่บริหาร ท่านสอนอย่างเดียว อาตมาก็จะทำอย่างนั้นอาตมาไม่ได้อยู่ในฐานะที่เป็นผู้บริหารทำตามหน้าที่ อาตมาไม่ได้เป็นทางนั้นแล้ว อาตมาไม่เอา ไปเข้าสู่พิธีการมีกรอบมีกำหนดมีไอ้โน่นไอ้นี่ อาตมาอิสระกว่านั้นแล้ว เพราะฉะนั้นอาตมาไม่เอา ทำกันไปเถิด นี่ก็เป็นภาวะซับซ้อน 

แต่ว่าเนื้อหาสาระของสัจธรรมสิ ท่านน่าจะมาเอา ไม่ใช่ให้อาตมาไปเอาของท่านมา อาตมาจะไปสวมตำแหน่งหน้าที่อาตมาไม่เอา แต่ท่านก็ควรมาเอาอะไรที่อาตมามีไปเป็นนามธรรม อันนี้ชัดขึ้น มาเอาอันนี้ 

ซึ่งอาตมาก็พยายามทั้งเขียนทั้งพูด พวกเราช่วยกันขยายความ ให้แผ่กระจายออกไปอธิบายเนื้อหาปรมัตถธรรมสัจธรรมต่างๆ ทั้งรูปทั้งนาม พวกคุณก็ช่วยกันประพฤติปฏิบัติแล้วก็เป็นตัวจริงด้วย บัญญัติภาษาก็กำกับกันไปเรื่อยๆ พิสดารขึ้นไปเรื่อยๆ มาสิมาเอาอันนี้ 

 

_ใบฟ้า ธัมทะมาลา  · กราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูง กับ คณะสัมมาบัณฑิต ที่ได้กรุณาสืบค้นและเปิดเผย ตำนานแห่งการเป็น “สยังอภิญญา” ที่ล่วงมา 52 ปี ซาบซึ้งและตระหนักในหน้าที่ของลูกๆทุกคน ที่ต้องบำเพ็ญเพียรตาม “พระนิยตะโพธิสัตว์เจ้า”สืบต่อไป 

กราบอนุโมทนา และกราบขอบพระคุณพ่อครูด้วยเศียรเกล้าฯค่ะ 

ปัจจุบันธรรมนี้ กราบขอเทศน์ เน้นวิเคราะห์การเมืองผสมผสานธรรมะ เพื่อให้สัมมาทิฏฐิแก่มวลมนุษยชาติค่ะ เพราะนายกฯลุงตู่และคณะได้สร้างผลงานการประชุม APEC ที่ยอดเยี่ยมระดับโลก 

กราบขอบพระคุณ นายกลุงตู่ และคณะ อย่างสูงสุดค่ะ กราบขอบพระคุณ และกราบนมัสการ พ่อครูด้วยเศียรเกล้าฯ

_หนึ่ง ความฝัน  · 10 กว่าปีที่แล้วฟังธรรมะพ่อครูไม่เข้าใจเลยค่ะ แต่ตั้งใจฟังและปฏิบัติตามเรื่อยมาทำให้เข้าใจมากขึ้น ลูกติดตามฟังพ่อครูตลอดโดยไม่ย่อท้อเลยค่ะ และก็จะติดตามไปฟังไปตลอดค่ะ

ฌานของพุทธเกิดจากจรณะ 15 ไม่ใช่เกิดจากนั่งหลับตาเลย

_สื่อฟ้าศิลป์ ภูวนาถ  · ฟังธรรมปฏิบัติธรรมจนเกิดปิติในธ. พ่อครูก็มีบ่อย’แต่เกิดความยินดีหลงปลื้มปิติในฌานมากไปก็ไม่ดีกลายเป็นโลกียสุขในฌานไปเลยหน๊อสาธุหน๊อ🙏😷🙏

พ่อครูว่า…อาตมาฟังภาษาที่คุณพูดมายังรู้สึกว่าคุณติดยังเข้าใจคำว่า ฌานไม่ได้ อาตมาเข้าใจว่าคุณอยากเข้าใจ ฌาน คือการนั่งหลับตา ยังอยู่ในภพ ซึ่งฌานนั้นยังไม่ใช่ของศาสนาพุทธ 

ศาสนาพุทธ ฌานไม่มีนั่งหลับตา มีแต่ลืมตา หลับตาเป็นฌานไม่ได้เพราะหลับตาไม่มีศีล ไม่มี อปัณณกปฏิปทา 3 เพราะฉะนั้นหลับตานั้นเป็นฌานไม่ได้ ใน จรณะ 15 วิชชา 8 มันต้องเป็นปัจจยาการกันไปหมด ไม่ใช่ตัดอันใดอันหนึ่ง อย่าไปตัดทิ้ง ต้องไปถึงวิชชา 8 

ฌาน ต้องไปถึงฌานที่ 4 จึงเป็นวิชชา 8 หมายความว่า ต้องมี สังวรศีล อปัณณกปฏิปทา 3 สัทธรรม 7 ฌาน 4 แล้ว วิชชา 8 

สรุปว่าถ้าเข้าใจฌานของพระพุทธเจ้าไปเป็นการนั่งหลับตานั้น ผิดเลย ฌานของพระพุทธเจ้าไม่มีการหลับตา แต่มีฌานของพระพุทธเจ้าแล้วหลับตา สบม ทมด ปกต หห จจ  ปกต หห จจ มชยลล ไม่มีอะไรยุ่ง ภายนอกก็สบาย หลับตาก็ใช้เตวิชโชสบายเลย ถ้าฌานของพุทธ หลับตาก็เตวิชโชระลึกไปของเก่าบ้างของใหม่บ้างอะไรกันสบาย ได้อะไร เพิ่มเติมด้วย พระพุทธเจ้าก็ยังใช้เลย 

เพราะฉะนั้นสรุปแล้ว ฌาน คุณสื่อฟ้าศิลป์ ต้องศึกษาให้ดีๆ เพราะฌาน ที่ทำกันอยู่นั่งหลับตามันเป็นโลกียะไม่ใช่ฌานของพระพุทธเจ้า มาฝึก ฌาน ของพระพุทธเจ้า ฌานวิสัย จึงเป็น อจินไตย เรื่องที่นึกคิดเอาไม่ได้ง่ายๆ ต้องคนมีสภาวธรรมแท้ๆเข้าใจ ปฏิบัติจรณะ 15 วิชชา 8 ได้ขึ้นไปเรื่อยๆ จะอ๋อ มันต้องกำกับด้วยศีล อปัณณกปฏิปทา 3 สำรวมอินทรีย์ โภชเนมัตตัญญุตา ชาคริยานุโยคะ ท่านก็หยิบเอาอาหารคือคำข้าวเพราะมันเกี่ยวกันเป็นด้วย ข้างนอกมีสัมผัสทั้ง 5 แต่ลิ้นมันอยู่ข้างใน ก็เลยต้องเอาลิ้นด้วยจึงเป็นอาหารคือคำข้าวเคี้ยว 

หรือ แม้แต่ มหาบัว ไม่ได้กินข้าวหรอก เพราะมหาบัวยังไปไกล แม้แต่ข้าวไม่ต้องพูดถึงเลย แค่สิ่งเสพติดหมากพลูเข้าไปในปาก เคี้ยวที่ลิ้นสัมผัสรสที่ลิ้นแล้ว มหาบัวยังไม่กระเตื้องยังไม่รู้เหนือรู้ใต้เลย ยังติดไปตลอดจนตาย อันนี้แหละมันส่อให้เห็น อาตมาไม่ได้ไปลงโทษไม่ได้แปลว่าแต่สงสารมหาบัว ว่า ยาก แล้ว อาตมาก็ต้องพูดไม่เช่นนั้นก็ปล่อยมหาบัวหรอกคนไป ตัวเองเก๊ แล้ว ไปหลอกคนว่า แท้ มันเสียไหมล่ะ มันเท่ากับปล่อยให้โจรมาฆ่าศาสนา มันก็เจ๊งสิ เข้าไปไม่ได้ อาตมาจึงจำเป็นจะต้องแก้ไขไม่ใช่ไปโกรธ ไปชั่งมหาบัวไม่ใช่เลย 

ท่านผู้ที่นั่งหลับตาอยู่เป็นลูกศิษย์มหาบัว สายอาจารย์มั่น อาจารย์เสาร์ อาจารย์มั่น มหาบัว อาตมาก็พอรู้ทั้งนั้นแหละ เพราะเขาเป็นคนอุบลทั้งนั้น อาจารย์เสาร์ อาจารย์มั่น เป็นคนสายตรงนี้ทั้งนั้นก็รู้ทั้งนั้นแหละ แม้แต่มหาบัวจะเป็นคนอุดรก็ตาม 

ที่อาตมาสาธยายยืนยันเอาตัวบุคคลมายืนยันอ้างอิงก็ตาม ไม่ได้โกรธเคือง ไม่ได้ถล่มทลายอะไร แต่เป็นสิ่งที่เอามาอ้างยืนยันตัวตนบุคคลและมันเป็นของจริงที่แท้ ยิ่งมีตัวตนบุคคลจริง มันยิ่งจริงๆ แล้วพฤติกรรมผ่านมาทุกคนก็พอเข้าใจว่า มันเป็นอย่างไร มันก็ชัดมันก็ง่ายที่จะเข้าใจ อาตมาก็ต้องใช้ ใช้สิ่งที่มันจะเข้าใจง่าย จะมาว่าอาตมาไม่ได้หรอกตรงนี้ อาตมาก็ขอบคุณ ที่อาตมาใช้ 

จิตสำนึก จิตใต้สำนึก จิตไร้สำนึก 

_แป้ง สู่แดนธรรม · มีคนฝากผมถามว่า “จิตสำนึก” และ “จิตใต้สำนึก”  มันมีการเดินทาง และเชื่อมต่อสภาวะถึงกันอย่างไร ทั้งในลักษณะของรูปและนามค่ะ?

พ่อครูว่า…ถามลึกไปถึงขนาดนั้นนะ จิตสํานึกหมายถึงจิตสามัญสำนึก คอนเซียส ถ้าเป็นจิตใต้สำนึกก็เป็นซับคอนเชียส subconsciou ถ้าเป็นจิตไร้สำนึก ก็เป็นอันคอนเชียส unconscious มันเป็น 3 ขั้น 

เพราะฉะนั้นคนที่จะมีสำนึก ดึงสำนึกของตัวเองออกมาใช้ ก็ดึงลึกออกมาใช้ได้ยาก กว่าตื้น เพราะฉะนั้นธรรมดาคนก็ใช้สำนึกสามัญเป็นสามัญสำนึก ใช้ คนที่มีภูมิทำก็สามารถนำเอาจิตใต้สำนึกมาใช้ เพราะฉะนั้นจิตใต้สำนึกของคนที่มีภูมิธรรม เช่นรู้ว่า อย่างนี้มันดีอย่างนี้ไม่ดีไม่ควรทำ ไปโป๊ไปเปลือยไม่ดี ก็เป็นจิตสำนึก โป๊เปลือย ก็ลึกเข้าไปหาจิตใต้สำนึกแล้ว แต่คนมิจฉาทิฐิก็บอกว่าเปลือยนี่แหละมันต้องรีบโชว์ เดี๋ยวจะเหี่ยวจะเฉา เดี๋ยวจะแห้งจะแก่ มันไปโน่นเลย ต้องรีบโชว์ อะไรอย่างนี้ มันไปโน่นเลย แล้วก็ต้องรีบ จะได้ลาภยศสรรเสริญ โลกียะ มันอาศัยพวกนี้เพื่อจะชิง ลาภยศสรรเสริญโลเกียสุขโดยเอาอันนี้มาเป็นเครื่องเสริม ให้ตัวเองจะได้ ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข 

สรุปแล้วอายไม่รู้จักอาย เอาสิ่งที่น่าอาย มาขายเพื่อที่ตัวเองจะได้ลาภยศสรรเสริญเป็นทาสรับยศสรรเสริญโลเกียสุข หนัก ผู้หญิงจะมีเชิงนี้ตั้งแต่ต้นมาทั้งนั้น แม้แต่ผู้ชายก็ ลักหล่อก็เหมือนกัน เอาละ พอ วิจารณ์อันนี้ เข้าใจแล้วนะจิตสำนึก จิตใต้สำนึก และจิตไร้สำนึก 

นวนิยายโลกุตระที่เราอย่ารีบตายก่อนได้ดู

_จากปัจฉาสมณะ · เนื่องจากมีรายงานมาว่า เดี๋ยวนี้มีญาติธรรมเรา เชิญชวนให้ลงทุนในรูปแบบต่างๆมากมาย  หรือขอให้โอนเงินไปให้ยืมก่อน ด้วยความจำเป็น ต่างๆนานา ซึ่งบางทีก็อาจจะอ้างญาติธรรม หรืออ้างพ่อครู อ้างคนที่มีอำนาจ ไปจนถึงอ้างสถาบันเบื้องสูงด้วย … 

จึงขอกราบเรียนพ่อครู จะช่วยเตือนสติทั้งคนชวน และคนที่จะหลงเชื่อ อย่างไรดีครับ

พ่อครูว่า… อโศกคนไหนทำ เดี๋ยวจะให้ออกไปจากอโศกนะ คนไหนทำไม่หยุดจะให้ออกจากอโศกถ้ารู้ตัว คนที่ชวนเล่น ไอ้พวกนี้เขานี่ อย่าบ้าน่า

เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เป็นเรื่องเหลวไหล เป็นเรื่องเลวร้าย นี่ทางการเขาก็ปราบกันอยู่ รัฐบาลเขาก็ปราบกันอยู่ 

คนมันฉลาดแกมโกงพวกนี้ มันรู้ว่าเป็นการโกง แต่คนโง่มันเยอะ มันเลยหลอก หลอกกันไปเป็นร้อยๆล้าน อย่าไปตกเป็นเหยื่อ อย่าไปทำด้วยมันบาป ไม่เข้าเรื่องไม่เข้าราว 

นิมนต์พ่อครูจิบน้ำ

สมณะฟ้าไท… สิ่งที่พ่อครูเตือน ก็นึกถึงอินเดียที่เอาศาสนาพุทธไว้ไม่อยู่ ก็เลยมาตกที่เมืองไทย พ่อครูก็เตือนให้ประเทศไทยมาศึกษานะไม่งั้นจะตกไปอยู่จีน คนสายศรัทธา เอาปัญญาไว้ไม่อยู่เหมือนอินเดีย ก็ต้องหลุดมาที่ประเทศไทยในระยะนี้ ในอนาคต ไม่รู้ว่าคนไทยประเภทยึดอยู่กับสายหลับตา ที่พ่อครูต้องว่าหลวงตามหาบัว ถ้าเขาไม่เปลี่ยนแปลงก็ไม่แน่ จะต้องหลุดไปอยู่ประเทศจีน 

พ่อครูว่า… มาต่อเรื่อง โลกุตระ

เรื่องความจน คนจน อาตมาก็พยายามสะดุด แล้วตอกหมุดลงไปให้ชัด คนที่มีปัญญารู้ชัดว่าเราจะต้องมาจน เป็นคนมีปัญญา เป็นคนอาริยกะที่แท้จริง 

มาจนคือคนประเสริฐ  ไปรวยคือคนไม่ประเสริฐ เป็นคนหลงโลกหลงโลกีย์ เป็นคนที่ยังมีกิเลสหนาขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งรวยไม่รู้จักจบ รวยไม่รู้จักแบ่งออก จนตายจากไปก็ยังเป็นก้อนโตอยู่อย่างนั้น มันเป็นความเห็นแก่ได้ เห็นแก่ตัวขี้โลภ มีอัตตา ตัวตนเยอะ อัตตา อัตตนียา เต็มรูป นี่เป็นสัจธรรมของโลกอุตร 

เพราะฉะนั้นคนมาจน พวกเรานามสกุลมาจน เต็มใจจน ตั้งใจจน อิ่มจนไม่รู้ตั้งเท่าไหร่แล้ว เพราะว่าเกิดปฏิภาณปัญญาเข้าใจ มี อัญญธาตุ แล้วว่าจริงนะ คนเรามันเจริญเพราะความจน พระพุทธเจ้าก็เป็นหลักแท้ๆ 

อาตมาก็อธิบายแล้วท่านเป็นเจ้าของ เป็นพระเจ้าแผ่นดิน แน่นอนเป็นเจ้าของสมบัติทั้งหมด แม้ว่าแคว้นสักกะของท่าน จะเป็นแคว้นเล็กตอนนั้น แต่พระเจ้าปเสนทิโกศลก็ดี    พระเจ้าพิมพิสารก็ดี ศรัทธาแล้ว บอกเลย แบ่งกันครึ่งหนึ่ง มีหลักฐานในพระไตรปิฎก เราจะแบ่งให้ครึ่งหนึ่งเอาไปปกครองแล้วก็ไปบริหารเลย สมณโคดมออกมาบริหารด้วยกัน แต่ท่านก็ไม่เอา ท่านก็บอกว่าบริหารไปเถอะ นี่มันชัดเจนอย่างนี้ แล้วท่านก็มาดำเนินพระบาทเปล่า ไม่มีอะไรเลย มีบาตรใบหนึ่ง มีบาตรบริหารท้องมีจีวรบริหารกาย บินไปได้ทั่วทุกสารทิศ จน 45 พรรษา ทรงงาน 45 พรรษา พระพุทธเจ้า ท่านไม่ได้เอาอะไร ไม่ได้มีอะไร ไม่ต้องเอาอีก 

แล้วท่านก็มาประกาศธรรมะของท่าน ก็มีคนมาได้ตามซึ่งก็เป็นข้อจำกัด ในยุคนั้นมันออกนอกกรอบของภิกษุไม่ได้ สาธารณโภคีมันทำได้แค่ในหมู่ของสงฆ์ ตามรัฐธรรมนูญหรือตามกฎหมาย หรือตามกฎหลักเกณฑ์ ของพระพุทธเจ้าที่กำหนดธรรมวินัยและศีลต่างๆ 

แต่ข้างนอกเขาสมบูรณาญาสิทธิราชย์ เป็นสังคมทาสกัน ไม่รู้จักสิทธิกัน มันทำไม่ออก ที่อาตมาเคยพูดหลายทีแล้ว มาในยุคนี้อาตมาทำได้ เพราะมันไม่ใช่แล้ว ยุคนี้ทั้งโลกมันไม่ใช่ยุคสมบูรณาญาสิทธิราชย์ มันต้องแปลง แม้แต่ประเทศที่มีเชิงสมบูรณาญาสิทธิราชย์ก็มีอยู่ แต่แปลงแก้มาแล้ว ต้องมาหาเอาประชาชนเป็นหลัก เพราะสิทธิมนุษยชนก็เกิดขึ้นทั่วโลก ทุกคนมีสิทธิ์เต็มตัว สิทธิของตนเต็มที่ทุกคน ข้อสำคัญอย่าออกนอกกฎหมาย ออกนอกกรอบของแต่ละประเทศ 

ลัทธิทาสก็หมดแล้ว เป็นต้น ทั้งโลก เพราะฉะนั้นมันอยู่กันคนละบริบท คนละกาละ อยู่กันคนละเหตุการณ์ มันไม่เหมือนกัน อย่างน้อยมันก็เป็นไปได้  ซึ่งประเทศไทยนี่นำเลย

อย่างอาตมาพาทำ ในหลวงร. 9 ท่านก็ทำได้แต่แนวกว้าง แต่อาตมาทำได้เป็นรูปธรรมที่ชัดเจน สาราณียธรรม 6 สาธารณโภคี วรรณะ 9 ต่างๆ อ้างอิงยืนยันได้หมดเลย อาตมาทำอย่างเป็นองค์รวมของคุณธรรมของพระพุทธเจ้าทั้งวัฒนธรรมและคุณธรรมมาเป็นรูปธรรม ที่ผู้ที่มีดวงตามีภูมิปัญญาจะเห็นได้แต่คนก็ยังเห็นไม่ง่าย  

มันมีนิมิตที่เกาหลีใต้ มูลนิธิแมนเฮ มองอาตมาออก ให้รางวัลมา อาตมาก็บอกว่ากลุ่มนี้ จริงๆแล้วเขาไม่ได้มาคลุกคลีกับราชธานีอโศกด้วยซ้ำไป เข้าไปคลุกคลีกับทางศีรษะอโศกแต่เขารู้ว่าอาตมาเป็นผู้นำ เขาก็ต้องให้แก่ผู้นำ ก็คือให้แก่ศีรษะอโศกนั่นแหละ 

เนื้อแท้ก็คือ เขาใช้พยัญชนะว่า เป็นผู้นำสันติภาพมาสู่โลก ซึ่งเป็นสันติภาพโลกุตระ เป็นสันติภาพแบบโลกุตระที่คนยังไม่เข้าใจได้ง่ายๆหรอก นี่ก็ยังได้ยินเสียง สันติภาพผี ชี้ใครหลอกคน เพลงที่อาตมาแต่งไว้ มันไม่มีสันติภาพจริงที่ไหนหรอก นอกจากสันติภาพแท้ของโลกุตรธรรม และตอนนี้มีแก่นแกน อยู่ที่ประเทศไทย ในอโศก และ พลเอกประยุทธ์หรือในหลวงรัชกาลที่ 9 ก็คือ ศาสนาพุทธโลกุตรธรรม กำลัง ขยายผล 

งาน APEC ขยายขึ้นไป อาตมาสรุปไปแล้วทีหนึ่งว่า เอเปคนี้ผลสำเร็จอยู่ที่รูปหรือนาม… ผลสำเร็จอยู่ที่นามธรรม ยังไม่เกิดรูปธรรมนะ ผลสำเร็จเอเปคที่ประชุมสำเร็จไปสำเร็จที่นามธรรม 

คำว่า นามธรรม คำนี้ ลึกไปถึงทุกคนเข้าใจเลยว่า เมืองไทยนี้ มีลักษณะหลายอย่าง ลึกๆ ผู้นำทั้งหลายแหล่เขาไม่รู้ตัวหรอก อาตมาเห็นนิมิตของมันแล้วชัดเจน คนอย่างผู้นำสหรัฐ คนอย่างผู้นำรัสเซียไม่มา จอมโหดจอมเฮี้ยวอยู่กันสองคนไม่มา มันก็ชัดจริงๆเลย 

แม้แต่ที่สุดอินเดีย เขมร มาไม่ได้ มีเหตุการณ์จำเป็นมาไม่ได้เพราะติด covid เขมรนั้นซ้อนลึกนะ ฆ่าเป็นล้านๆเลยนะใช่ไหม เอาละพอ ไม่ต้องไปต่อ 

หมดเวลาแล้วนี่ 

สรุป อย่าเพิ่งตาย รักษาชีวิตร่างกายไปดีๆ เพื่อจะได้ดูนวนิยายโลกุตรธรรมเรื่องสำคัญ ที่พวกเรากำลังช่วยกันเขียน และเป็นตัวแสดงที่แท้จริง 

สมณะฟ้าไท…แสดงว่าพวกเราต้องอายุยืนไปได้อย่างน้อย 100 ปี เป็นคนจนอายุไม่ได้อย่างน้อยถึง100 ปีถ้าไม่ถึง100 ปีไม่ตายจะทำได้ไหมนี่

พ่อครูว่า… ระวังจะติดเตียง เป็นภาระ 

สมณะฟ้าไท… ตั้งใจไว้ว่าถ้าไม่ถึงร้อย จะไม่ตาย ศาสนานี้ใครอยู่ยาวที่สุดก็ชนะได้แน่นอน สรุปจบ