660717 ประกาศกองทัพธรรมไปร่วมชุมนุมให้กำลังใจสว. รายการปรับทุกข์ปลุกธรรม #30 ราชธานีอโศก

ดาวโหลดเอกสารที่  https://docs.google.com/document/d/1U4t6QdJrfi4QsNVsrtYrya2dAS1A9K0i/edit?usp=sharing&ouid=101958567431106342434&rtpof=true&sd=true 

                                                                                                                                

ดาวน์โหลดเสียงที่  https://drive.google.com/file/d/1ThBdznm_gCNnQpNdnw7ZJur3GfeO1Z9t/view?usp=sharing 

ดูวิดีโอได้ที่ https://youtu.be/SjHsZrM2MXE 

และ https://fb.watch/lQZ1zTOWOV/ 

พ่อครูว่า…เจริญธรรมทุกๆคน วันนี้วันแรม 15 ค่ำเดือน 8 ปีเถาะ วันที่ 17 กรกฎาคม 2566 ที่บวรราชธานีอโศก วันจันทร์ เดือน 8 แล้ว อาตมาเกิดเดือน 6 มิถุนายน ที่จริงตามจันทรคติเป็นเดือน 7 วันที่มัน 5 มิถุนายน ตามสุริยคติ ปีจอ วันอังคาร แหม..น่าจะเกิดวันจันทร์ ปีจอวันจันทร์เดือน 7 

ประกาศกองทัพธรรมรวมตัวให้กำลังใจสมาชิกวุฒิสภา 

ขอประกาศ ฟังให้ดีนะท่านทั้งหลายที่เป็นประชาชนคนไทย

ในขณะนี้ suddently เหตุการณ์บ้านเมืองกำลังต้องการรู้กระแสนี้ 

ประกาศ พรุ่งนี้วันอังคารที่ 18 กรกฎาคม 2566 ทางกองทัพธรรมจะได้ไปรวมตัวกัน 

ขอฟังอีกครั้ง ทางกองทัพธรรมจะได้ไปรวมตัวกัน เพื่อยื่นแถลงการณ์เป็นกำลังใจให้กับสมาชิกวุฒิสภา (เสียงปรบมือ) ที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาและกล้าหาญ โดยไม่เกรงกลัวต่อการข่มขู่คุกคามจากผู้ที่พยายามทำให้กฎหมู่อยู่เหนือกฎหมาย 

โปรดฟังอีกครั้ง โดยไม่เกรงกลัวต่อการข่มขู่คุกคามจากผู้ที่พยายามทำให้กฎหมู่อยู่เหนือกฎหมาย 

ซึ่งถือได้ว่าเป็นการปฏิบัติตามพระบรมราโชวาท พระราชดำรัสในหลวงรัชกาลที่ 9 เกี่ยวกับการบริหารประเทศ ดังมีใจความว่า 

“ในบ้านเมืองนั้นมีทั้งคนดีและคนไม่ดี ไม่มีใครจะทำให้คนทุกคนเป็นคนดีได้ทั้งหมด การทำให้บ้านเมืองมีความปกติสุขเรียบร้อย จึงมิใช่การทำให้ทุกคนเป็นคนดี หากแต่อยู่ที่การส่งเสริมคนดี ให้คนดีได้ปกครองบ้านเมือง และควบคุมคนไม่ดี ไม่ให้มีอำนาจ ไม่ให้ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายได้” 

ทวนอีกครั้ง คำตรัสในหลวงรัชกาลที่ 9 

“ในบ้านเมืองนั้นมีทั้งคนดีและคนไม่ดี ไม่มีใครจะทำให้คนทุกคนเป็นคนดีได้ทั้งหมด การทำให้บ้านเมืองมีความปกติสุขเรียบร้อย จึงมิใช่การทำให้ทุกคนเป็นคนดี หากแต่อยู่ที่การส่งเสริมคนดี ให้คนดีได้ปกครองบ้านเมือง และควบคุมคนไม่ดี ไม่ให้มีอำนาจ ไม่ให้ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายได้” 

ญาติธรรมท่านใดที่พร้อมจะไปร่วมกันได้ ให้พบกันที่ทางเข้ารัฐสภาทางเข้าบริษัทบุญรอดบริวเวอรี่จำกัด เวลา 11:30 น. ของวันพรุ่งนี้อังคารที่ 18 กรกฎาคม 2566 

อย่าไปจำวันเวลาผิดนะ หรือถ้าอยากจะทราบรายละเอียดให้ติดต่อกับคุณแซมดิน 

พ่อครูว่า… แซมดินอยู่ที่สันติอโศก อาตมาก็อยู่อุบลราชธานี มันก็ห่างไกลกันก็คงจะไม่ได้ไป แต่หัวใจไปเลยร่วมด้วยเต็มหัวใจ เชิญ ท่านผู้ที่รู้สึกว่าจะเป็นผู้ปฏิบัติตามที่ในหลวงท่านตรัส ดังที่ได้ทบทวนให้ฟังเมื่อกี้นี้แล้ว 

เหตุการณ์คราวนี้กำลังเกิดเช่นนี้ ซึ่งอาตมาก็ขอกล่าวตามที่อาตมารู้สึกว่ามันเป็นจริงก็คือ เพื่อควบคุมคนไม่ดีไม่ให้มีอำนาจก่อความเดือดร้อนวุ่นวายได้ นี่เป็นความเห็นของอาตมาเห็นเช่นนั้นจริงๆว่ากำลังจะมีคนไม่ดีจะมาแย่งอำนาจ แย่งกันอยู่เลย เราก็พยายามที่จะมาต้านเพราะเรามีความจริงใจ เราเห็นว่าเป็นคนไม่สมควรไม่เหมาะ คนที่ควรนั้นก็แสดงสปิริตที่น่านับถือ แต่คนที่ไม่ควรนี้ยิ่งแสดง มันก็เป็นสปริตเหมือนกันแต่เป็นสปริตคือจิตวิญญาณที่ไม่น่านับถือ ก่อความเดือดร้อนวุ่นวาย เพราะฉะนั้นเราก็เลยจะต้องมาช่วยกัน 

ความเป็นกลางต้องเข้าข้างคนดี อันนี้อาตมาก็พูดมาเขียนมาตั้งแต่ออกมาสู่สังคมช่วยในเรื่องการเมือง เขียนหนังสือเป็นเล่มๆ ผู้ที่มีจิตเป็นกลางต้องเข้าข้างคนดีเป็นหนังสือเป็นเล่มๆพิมพ์ออกมาเลย เพื่อที่จะมาช่วยกันผนึกรวมตัวกับคนดีแสดงออกอย่างสงบสุภาพเรียบร้อย ใครความจริงออกมาให้มากๆหมดๆ ใครมีแง่ มีประเด็น มีเชิง ที่จะรู้ว่าความถูกต้องคืออะไร ความไม่ถูกต้องคืออะไรก็เอาออกมาเปิดเผยกัน ชี้แจงกันให้ประชาชนทั้งหลาย ได้รับทราบ ทุกวันนี้อาศัยสื่อ ทั้งหลายแหล่ทุกวันนี้ สารสนเทศทางสื่อสารต่างๆบอกกันถึงกันได้เร็วได้ไว เป็น Globalization แล้ว ไม่มีอะไรปิดอะไรกั้นกันได้ง่ายๆเราช่วยกัน 

ต้องพยายามเห็นให้จริงว่ามันเป็นความสำคัญมากเรื่องนี้ ถ้าเผื่อว่ามันจำเป็นจะต้องหนักถึงขั้นที่จะต้องให้อาตมาออกไป พวกเราออกไปชุมนุม ชุมนุมกันในสถานที่เหมาะ ประตูทางเข้ารัฐสภาด้านบริษัทบุญรอดบริวเวอรี่จำกัด ก็คงมีทางเดียว ไปที่นั่นเวลา 11.30 นพร้อม ต้องไปทำกัน 

ถ้าเผื่ออย่างไรเหลือบ่ากว่าแรงจะให้อาตมาลงไปบอกมา บอกมา (เสียงปรบมือ) จะไปในทันใด ใครจะไปกับอาตมาบ้าง (ยกมือกันเพียบ ) ทำไมตื่นกันทั้งนั้นเลย ไม่มีใครหลับเลย แล้วไม่มีใครหลงผิดด้วย ไม่หลับแล้ว ไม่หลงผิด ยกมือกันเต็มเลย เอ๊ มันยังไง มันเต็มใจเต็มกำลังกันยังไง พวกเรานี่ ไม่กลัวตายหรือไง (ไม่)

ป๋อง… ถวายในหลวงรัชกาลที่ 10 ด้วยครับเดี๋ยววันเฉลิมพระชนม์พรรษาท่านวันที่ 28 ด้วยครับ 

พ่อครูว่า… วันเฉลิมพระชนม์พรรษาวันที่ 28 กรกฎาคม 2566 เฉลิมพระชนม์พรรษาในหลวงรัชกาลที่ 10 ด้วย 

พวกเราเป็นมนุษย์ เป็นคนไทย มีความรับรู้สังคม ไม่ได้เป็นคนหลับไม่รู้คู้ไม่เห็น เป็นคนรู้อยู่ว่าเหตุการณ์บ้านเมืองควรจะช่วยกันอย่างไร ทำอย่างไรให้มันเกิดความสงบ สบาย สงบ อบอุ่น อิ่มเอม เกษมใส ใจเกื้อกูล และเพิ่มพูนเสียสละ 

นี่เป็นการเสียสละ แม้ที่สุดเสียสละชีวิตและร่างกายในสิ่งเหล่านี้ เราไม่ได้ไปทำร้ายใคร คนร้ายจะทำร้ายเราก็สุดวิสัยที่เขาทำร้ายเราด้วยความโหดเหี้ยมของเขา ก็เป็นเรื่องความร้ายแต่เราไม่ไปทำร้ายตอบ ไม่อาฆาตมาดร้ายด้วย 

เราได้ปฏิบัติมาแล้ว เราเป็นลูกพระพุทธเจ้า แล้วเราเชื่อมั่นโดยเฉพาะอาตมาเชื่อมั่นตนเองว่าไม่มีปัญหา อาตมาออกไปสนามรบ ไปร่วมชุมนุมตั้งแต่ พ.ศ 2549 จนถึง 2557 หลายครั้งหลายงวด ตั้งแต่ ไปร่วมสมทบไล่ทักษิณ ไล่สมัคร ไล่สมชาย ตอนไปไล่สมชายนี้จำได้เลยว่า ไปนอนกันอยู่ในทำเนียบ ปลูกข้าวทำนากันอยู่ในทำเนียบ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ เข้าทำเนียบไม่ได้เลย เป็นนายกที่ไม่ได้เข้าทำเนียบเลย ตลอดจนออก 

จนกระทั่งยิ่งลักษณ์สุดท้าย แล้วเราก็ถือว่าพวกเรานี้ใช้กำลังประชาชนปฏิวัติหรือรัฐประหารรัฐบาลทรราชทั้งหลายสำเร็จเสร็จจบ ถูกต้องตามกติกาสากลโลกเป็นการประท้วง protest ไม่ใช่ม็อบ โปรเทสคือประท้วงอย่างสงบ ไม่มีอาวุธ ไม่รุนแรง ไม่หยาบคาย แต่พูดเสียงดัง จะดังจนคอแตก ใครมีกำลังก็ว่าไป ไม่ให้หยาบคาย ไม่ให้ผิด จะดังอย่างไรก็ดังไป แล้วเราก็ได้ทำมาแล้ว มีโทรทัศน์ เราก็เอาโทรทัศน์เข้าไปทั้งกลางวันกลางคืน ถ่ายทอดกันอยู่ที่นั่นแหละ ลงทุนลงแรงกันเต็มที่ ทำกันต่อเนื่องตั้งหลายปีหลายงวด 

แล้วเป็นการแสดงการปฏิวัติโดยประชาชน ให้รัฐบาลทรราชทักษิณล้มไปพ่ายแพ้ไป ก็พยายามตั้งนอมินีขึ้นมาเป็นสมัคร สุนทรเวช เราก็ไปขับไล่อีก ซึ่งก็มีองค์ประกอบมีตุลาการภิวัฒน์ ท่านช่วยด้วย สมัครก็ตกเก้าอี้ไป สมชายก็เป็นนอมินีขึ้นมาอีกเราก็ไล่อีก จนสมชายตกไป เลือกตั้งใหม่เก่งอีกเอายิ่งลักษณ์ขึ้นมาได้อีก เราก็ไล่อีกจนยิ่งลักษณ์ออกประตูหมาลอดไป จนเดี๋ยวนี้ยังจับตัวไม่ได้ ช่องทางหมาลอดไม่ใช่ประตู

คือจริงๆแล้วเมืองไทยเป็นเมืองเมตตา ถ้าจะไปตามจับมาจริงๆนั้นได้ ถ้าโหดเหมือนอย่างเกาหลีเหนือ พี่ชายเขาก็ตามฆ่าเลยเกาหลีเหนือ แต่คนไทยไม่ได้เป็นคนใจโหดอย่างนั้น ก็เลยเอาตามวิบากกรรม นี่เขายังไม่หยุดยั้งออกมามีการใช้อำนาจบาตรใหญ่ให้ประเทศไทยรวนเร แต่อาตมาพูดตามจริงเลยนะ ก็รู้สึกว่าเขาทักษิณลดลง จะเพราะแก่รึเปล่าก็ไม่รู้ หรือว่าจะเห็นความจริง สาธุขอให้เขาเกิดเห็นความเห็นความจริง จะได้เจริญขึ้นบ้าง ว่าเราควรลดบทบาท เราน่าจะเป็นผู้แพ้ได้แล้ว แต่เขากล่าวไม่ได้ เขาจะไม่กล่าวคำว่าเป็นผู้แพ้ 

อาตมาก็เคยพูดกับทักษิณ ไม่ได้พูดกับเขาหรอกแต่พูดออกไปทางสาธารณะ ว่าถ้าเขากล่าวว่า เขาเป็นผู้แพ้ ยอมแพ้ได้ นี่โอ้โหประเทศไทยจะมีประสิทธิภาพขึ้นเยอะเลย แต่นี่เขายังไม่กล่าวก็เลยทำทีทำท่า ตอนนี้ก็ดันลูกสาวคนสุดท้องขึ้นมาอยู่เลย 

ซึ่งก็ดูท่าทีแล้ว ก็ยังยอมอ่อนข้อ เอาคุณเศรษฐา มาเป็นหนังหน้าไฟ นี่ยังไม่รู้เลยว่าประเทศไทยจะออกหัวออกก้อยอะไร ตอนนี้แคนดิเดตผู้จะเป็นนายกไม่รู้ใครต่อใครกันแน่ จะมีพระเอกขี่ม้าขาวมาจากไหน แล้วจะมา Shane, come back! หรือเปล่าไม่รู้ ใครเคยดูหนังเรื่อง Shane, come back! ฟังนัยยะสำคัญให้ดีๆนะ จะเป็นอย่างนั้นหรือเปล่าก็ไม่รู้ เอาละ พูดเป็นนัยๆว่าพี่ไปหลายวันก็พอแล้ว 

อาตมาเห็นว่าเมืองไทยนี่การเมืองกำลังงดงาม มันกำลังขัดเกลาสิ่งที่ยังเป็นสะเก็ดเล็กสะเก็ดน้อย ละอองเล็กละอองน้อย ที่มันยังเหลือเป็นทรายใต้พื้นเท้า ในรองเท้าออก ขจัดทรายใต้เท้านี้ออก ซึ่งงาม ไม่รุนแรงหรอก สู้กันได้ด้วยคารมคมคาย เรียกว่า มุขสตี ด้วยปากหอก ออกไปชุมนุมประท้วงก็ไม่มีอะไรรุนแรง ไม่เหมือนประเทศต่างๆข้างนอก เขายิงกันฆ่ากันรุนแรง 

เมืองไทยเป็นตัวอย่างของโลกที่เป็นประชาธิปไตยที่สวยสดงดงาม เป็นตัวอย่างในขณะนี้ ในขณะนี้เหมือนกันในประเทศอื่นเขายังตีกัน เขายังรบราฆ่าฟันกัน ยังซัดกันไม่หยุดไม่หย่อน ทั้งลูกหยาบ ลูกละเอียดสร้างอาวุธยุทธภัณฑ์มา ทดลองยิงอาวุธให้แสดงเบ่งอำนาจอะไรต่างๆนานาอยู่ นี่ลงทุนกันหนัก ส่งอาวุธยุทธภัณฑ์ของเราให้เจ้านี้ฆ่า ทำบาปกันอย่างมหาศาล 

เทวนิยมหรือศาสนาที่มีพระเจ้าจะไม่เข้าใจถึงความเป็น สัตตะ ปาณะ ภูตะ ชีวะ เขาจะไม่รู้รายละเอียดพวกนี้เลย เขาไม่รู้ว่าการฆ่ากันเป็นกรรมที่เป็นวิบากร้ายวิบากหนักที่ไม่ควรจะทำอย่างไร เพราะฉะนั้นรายละเอียดที่พระพุทธเจ้าสอนถึงขั้นชีวกสูตร ใน สัญจิจจะ ปานัง ชีวิตา โวโรเปตุง 5ข้อ ที่มันเป็นบาปอันมากไม่ใช่บุญเลย อีกนานมากอีกไกลกว่าคนเหล่านี้จะมีปัญญาหยั่งรู้รายละเอียดพวกนี้อีกนาน 

คนที่เขาอยู่ในเทวนิยม ประเทศที่เขาบอกว่าเป็นประชาธิปไตยเป็นตัวอย่างแบบประชาธิปไตยของพิธาก็ดี ฝ่ายที่เห็นดีเห็นด้วยกับคุณพิธาอีกฝ่ายหนึ่ง ส่วนฝ่ายเราก็ตรงกันข้ามกับคุณพิธา ต่างคนต่างจะเห็นกันคนละมุม คนหนึ่งมองเห็นดวงดาวอยู่พราวพราย อีกฝ่ายหนึ่งเห็นขี้ตมขี้โคลน เห็นอันเดียวกันนี่แหละ มันเป็นลักษณะ 2 สภาพ อันนี้แหละเป็นธรรมะที่ลึกซึ้งที่สุด 

เพราะฉะนั้น ก็ค่อยๆฟังไปอ่าน อาตมาจะค่อยๆแยกรายละเอียดของโลกุตรธรรมแต่ละขั้นๆ แต่ละมุม แต่ละแง่ แต่ละนัยยะสำคัญคนละมุม คนละแง่ให้ฟังชัดๆดีๆ พวกเราศึกษาไป 

นักรบธรรม…​ถ้าหากผ้าสีหมองออกไปเมื่อไหร่สงครามระหว่างทุนนิยมกับบุญนิยมเกิดขึ้นนะครับ 

พ่อครูว่า… อันนี้ก็เป็นเรื่องสัจจะ ที่ผู้ไม่เข้าใจเรื่องสัจธรรมพวกนี้ จะเข้าใจได้ยาก คณะผ้าสีหมองหรือแม้แต่จะเป็นนักปฏิบัติธรรมออกไปทำการร่วมชุมนุมประท้วงเป็นบทบาทลีลาจริง เขาก็ไม่ได้ไปเพื่อความรุนแรง เขาไปเพื่อความสงบสยบความรุนแรง ไปแสดงสัจธรรมความสงบสยบความรุนแรง ที่เราได้แสดงปาฏิหาริย์มาแล้วเป็นพระอนุสาสนีปาฏิหาริย์เอาความสงบไปสยบความรุนแรงชนะมาตั้งกี่รัฐบาล 

ประชาชนชนะ จนทุกวันนี้โดยรัฐศาสตร์เทวนิยม รัฐศาสตร์ของโลกีย์เขาเข้าใจอันนี้ไม่ได้ พูดแล้วเขาก็ยังงงๆ ไอ้ความสงบมือเปล่าแล้วมันจะไปชนะคนมีลูกระเบิด มีปืนประสิทธิภาพสูงๆ แล้วเขามีกำลังมีอำนาจด้วย แล้วจะไปสู้ได้อย่างไร เราทำตัวอย่างมาตั้งหลายรัฐบาลแล้วชนะจริงๆด้วยในประเทศไทย ในประเทศอื่นก็ทำลอกเลียนแบบไม่ได้ เพราะประชาชนคนในประเทศอื่นจะไม่เหมือนประชาชนคนในประเทศไทย ลอกเลียนแบบยากมาก ทำได้ในประเทศไทยเพราะประเทศไทยเป็นประเทศอาริยะ ศิวิไลซ์เซชั่นสูงสุดจริง จึงทำได้ มีองค์ประกอบพร้อม ทั้งบุคคล เหตุการณ์  สถานที่ทุกอย่าง เครื่องอาศัยต่างๆ โดยเฉพาะมีธรรมะครบพร้อม จึงทำอันนี้ได้สำเร็จ 

เพราะฉะนั้นประชาชนคนชาติอื่นๆ ขออภัยพูดแล้วเหมือนไปข่มเขา แต่กำลังสาธยายความจริง เขาทำลอกเลียนแบบไทยไม่ได้ง่ายๆหรอก เพราะเขายังไม่ใช่คนเจริญ คนอาริยะ คนศิวิไลซ์ที่แท้จริง พวกเรานี่ศิวิไลซ์อย่าง The Classic ชั้น 1 เจริญแบบคลาสสิคเจริญอย่างเป็นเอกอย่างเป็นหนึ่งจริงๆ นี่คือสัจธรรม 

ใครฟังธรรมะที่อาตมาพวกนี้แล้วเข้าใจเห็นสภาวะจริงมี status quo ใครมีตามองเห็น คนนั้นมีดวงตาเห็นธรรม  

แล้วเกิดที่ เทศะ ประเทศไทยและฐานะคนอย่างคนไทยจึงจะทำสิ่งนี้ให้เกิดได้และเกิดในกาละนี้ ปัจจุบันชาตินี้ นี่กำลังเกิดอยู่นี่ continuum continueing 

ประกาศอีกครั้ง ทางกองทัพธรรมจะได้ไปรวมตัวกัน เพื่อยื่นแถลงการณ์เป็นกำลังใจให้กับสมาชิกวุฒิสภา (เสียงปรบมือ) ที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาและกล้าหาญ โดยไม่เกรงกลัวต่อการข่มขู่คุกคามจากผู้ที่พยายามทำให้กฎหมู่อยู่เหนือกฎหมาย 

ซึ่งถือได้ว่าเป็นการปฏิบัติตามพระบรมราโชวาท พระราชดำรัสในหลวงรัชกาลที่ 9 เกี่ยวกับการบริหารประเทศ ดังมีใจความว่า 

“ในบ้านเมืองนั้นมีทั้งคนดีและคนไม่ดี ไม่มีใครจะทำให้คนทุกคนเป็นคนดีได้ทั้งหมด การทำให้บ้านเมืองมีความปกติสุขเรียบร้อย จึงมิใช่การทำให้ทุกคนเป็นคนดี หากแต่อยู่ที่การส่งเสริมคนดี ให้คนดีได้ปกครองบ้านเมือง และควบคุมคนไม่ดี ไม่ให้มีอำนาจ ไม่ให้ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายได้” 

พ่อครูว่า… พวกเราอยู่ในเป็นพลังรวมไม่ใช่เป็นหมู่เล็กหมู่น้อยมาทำข่มขู่หมู่ใหญ่ ไม่ใช่ ประเทศไทยเป็นประเทศประชาธิปไตย อำนาจอธิปไตยเป็นของมวลประชาชน ร่วมกันผนึกกันเป็นพลัง 

ให้ปรากฏความเป็นหมู่ใหญ่จริงๆเหมือนกับที่เราไปทำจนกระทั่งครั้งสุดท้ายคณะของคุณสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้พร้อมกันมาสมทบเป็นล้านๆ ตั้งไม่รู้กี่ล้านคน นี่คือปรากฏการณ์ในเมืองไทย สงบด้วย อาตมาอยู่ในเหตุการณ์มาตลอดจนจบ แล้วคุณสุเทพก็มาพบกันอยู่กับอาตมา ก็ทำงานร่วมกันอยู่อย่างนี้เป็นต้น เรื่องนี้โปรดติดตาม ดูไป ไม่ต้องไปเรื่องดูไบทิ้งไว้ไกลๆ พวกนั้นพวกไกลๆ พวกนั้น ก็ปล่อยเขาไปดูไบเพราะพวกเขาไกลๆ พวกเรามาอยู่ที่นี่ไม่ต้องไปดูไบ อยู่กันในหมู่นี้แหละทำตรงนี้ 

ทีนี้เอา sms 

SMS วันที่ 14 – 16 ก.ค. 2566

วิสัยทัศน์ของก้าวไกลเป็นเรื่องเก่าที่ล้มเหลวแบบอเมริกา 

_ธรรมธารทิพย์ มาลิณี  · กราบนมัสการค่ะ ชาวยูเครนบางส่วนอาจสนับสนุนรักชื่นชอบ นายกของเขา เหมือนคนไทยบางส่วนยังหลงไหลพิธา เชื่อว่าเขาทำได้จะทำให้ปท.รุ่งเรือง

พ่อครูว่า… จริงอย่างที่คุณ comment มา ที่เขาบอกมามีแนวนโยบาย มีวิสัยทัศน์ อาตมาฟังแล้วมันเป็นการแสดงวิสัยทัศน์ แสดงทิฏฐิ แสดงภูมิ ไอ้อย่างนั้นนะมันเก่าแล้ว ล้มเหลวแล้ว คุณยังไปเอาความล้มเหลวที่เห็นอยู่ คุณยังมองไม่ออกว่ามันล้มเหลวและคุณจะให้เทียบเคียงที่กำลังล้มเหลวอยู่นี่ กล่าวชัดๆคือเอาอย่างอเมริกา ทำไมคุณถึงได้ ฉลาดน้อยจริงๆ ทำไมฉลาดกะปริบกะปรอยเหลือเกิน มันน่าจะฉลาดให้มากๆขึ้นมา ทำไมฉลาดกระปริบกระปอยอยู่ได้ 

แล้วก็แสดงท่าที อื้อหือ เสนอภูมิ แสดงคำพูดวาทกรรมออกมาเจ้าประคุณเอ๋ย ที่จริงมันดี ให้ปรากฏความจริงออกมา ไม่ใช่ว่า ไหนล่ะตัวอย่าง..นี่แหละมีตัวอย่างของจริงปรากฏ มีสิ่งแสดงปรากฏจริงแล้วเอามายืนยันกันได้ แต่ตอนนี้มันยังไม่พ้นปัจจุบันกาล มันยังไม่พ้นพฤติการณ์ของปัจจุบัน มันยังไม่จบ ยังไม่ตัดสิน มันยังคาราคาซังอยู่ เดี๋ยววันที่ 19 กรกฎาคม ก็ดูไป โปรดตามไปดู 

_โกศล สุขเล็ก  · กราบนมัสการท่านสมณะ..มีคนไทยกลุ่มหนึ่งต้องการเป็นใหญ่โดยไม่คำนึงกฎระเบียบในสังคม..

พ่อครูว่า… พวกที่มองเห็นก็มองเห็น พวกที่มองไม่เห็นก็ตาบอดตามืดอยู่อย่างนั้น

_นิชา มหาวงศ์ · คนบางกลุ่มจะปั่นให้คนออกมาประท้วง ทำให้เกิดสงครามกลางเมือง เพื่อให้พ่อ เมกาเข้ามายุ่ง

พ่อครูว่า… ขออภัยอาตมาไม่ได้ปั่นให้คนไปประท้วงนะ แต่ในโซเชียลของเขาปั่นกัน 

_สู่แดนธรรม… เราไม่ได้ปั่นให้ไปประท้วงแต่เราไปให้กำลังใจไปส่งเสริม สว. 

พ่อครูว่า… คุณยังไม่ทันยิ้มก็เห็นไรฟันแล้ว ก็จริง ต่างคนต่างมองกันออก

_จันที ชุมวงวาปี  · ศีล 5 ข้อ ปฏิบัติไม่ได้ อย่าอาสา เป็นผู้นำประเทศเลยครับ

พ่อครูว่า… คนนี้เอาสัจจะของพระพุทธเจ้ามาพูดถูกที่สุด พูดก็อย่างนั้น กระทำก็อย่างนี้ จริง ไม่ขยายความมากล่ะศีล 5 ข้อ 

พ่อครูขอบคุณที่อนุญาตให้ตาย 

_สว่างแสง ขวัญดาว  · น้อมกราบนมัสการพ่อครูด้วยความเคารพอย่างสูงค่ะ

สิกขมาตุกล้าข้ามฝันท่านพูดชัดเจนว่าหากร่างกายพ่อครูนี้ พ่อครูพิจารณาแล้วว่า อ่อนล้ามากแล้ว จำต้องสละร่าง ท่านสิกขมาตุรับได้ ลูกก็ยอมรับได้ค่ะเพราะเห็นใจพ่อครูมาก พ่อครูให้พวกเรามายิ่งกว่ามากแล้ว น้อมกราบนมัสการพ่อครูด้วยความเคารพอย่างสูงค่ะ

พ่อครูว่า… ขอบคุณที่อนุญาตให้ตาย ก็จะมีหลายคนที่ค่อยๆวางใจ หลายคนยังไม่อยากให้ตาย แต่คนที่วางใจก็วางใจ นี่เป็นสัจจะที่ลึกซึ้ง ซึ่งเหมือนกับพระพุทธเจ้าท่านตรัสกับอานนท์ อานนท์ก็ร้องไห้เมื่อพระพุทธเจ้าจะปรินิพพาน ไปยืนร้องไห้อยู่กับประตู ก็เป็นธรรมดาธรรมชาติของผู้ที่ยังมีอาลัยอาวรณ์ ก็ไม่มีปัญหาอะไร มันไม่ใช่เรื่องอกุศลจิตอะไรเกินไป มันก็เป็นกุศลจิตชนิดหนึ่ง ก็เป็นไปตามสัจธรรม 

ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยเต็มใบ ตั้งแต่ประชาชนไปปฏิวัติ

_ในตรม จนตลอดชาติ  · พ่อท่านต้องเห็นประชาธิปไตยเต็มใบกับลุงตู่ก่อนจะสละสังขารต้องทำภารกิจนี้สำเร็จก่อนครับ

พ่อครูว่า… คนนี้ยังหวังว่าประชาธิปไตยเต็มใบกับลุงตู่ สรุปรวมว่าจะให้อาตมาทำให้ลุงตู่กลับมาทำหน้าที่ประชาธิปไตยเต็มใบ 

พูดถึงประโยคหรือวลีนี้ว่า ประชาธิปไตยเต็มใบ เมืองไทยเป็นประชาธิปไตยเต็มใบ เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบมาแล้วตั้งแต่ประชาชนคนไทยมาทำการปฏิวัติรัฐบาลทรราช 1 ครั้ง 2 ครั้ง 1 รัฐบาล 2 รัฐบาล 3 รัฐบาล 4 รัฐบาล ซึ่ง 4 รัฐบาลนี้คือตัวเลขที่บอก 1 2 3 เลข 4 เป็นเลขที่ยืนยัน ว่าเป็นการออกจาก cyclic order 3 มาเป็นตัวนี้ 

เลขนี้ทางวิศวกรรมศาสตร์ เขาก็รู้ว่าเป็นพลังงานในระดับที่เป็นธรรมะ เป็นพลังงานทด ที่มีพลังสูงยิ่งกว่า จึงจะออกมาจากแรงดึงดูดของวงกลมนี้ได้แล้วก็มาเป็นอีกอันหนึ่งเสริมทัพจาก 3 เป็น 4 แล้วก็จะพัฒนาเป็น 5 เป็น 6 ได้อีก 2 เส้า ถ้า 2 เส้านี้ร่วมกันอีกเกิดพลังงานตัวที่ 7 ตัวนี้เป็นตัวพลังงานที่สูงสุด แล้วเมื่อ 7 นี้รวมกับ 8 เป็น 9 ก็ถือว่าบริบูรณ์ เป็น cyclic order ของ 3 3 3   ที่ยิ่งใหญ่ นับออกไปอีกจาก 3 3 9 เป็น 10 จะเป็นปฏิภาคทวี ตีกลับไป ซับซ้อนตีกลับไป เป็นพลังงานซับซ้อนที่มีปฏิภาคทวี อินฟินิตี้ ที่อาตมาใช้สูตรว่า  E=C(mc2 + A) นี่คือสูตรที่อาตมาใช้เป็นสูตรที่ต่อจาก E=mc2 ของไอสไตน์ เพราะอันนี้มันรวมนามธรรม

ทุกวันนี้นักคณิตศาสตร์ นักวิทยาศาสตร์ ฟังสูตรของอาตมาพูดก็ยังยาก พวกเราปฏิบัติตามนามธรรมของสูตรนี้ไปเรื่อยๆแล้ว 

A ก็คือ mc2 นี่แหละ แล้วก็บวก A บวก A บวก A ถ้า A นี้มี 4 ตัวก็ยกกำลังอีก 1 ทบไปเป็น C ข้างหน้า 

ไอสไตน์รำพึงกับลูกสาวว่า แกเองแกค้นพบ E=mc2 แค่นี้คนก็ยังเข้าใจยาก แต่เขาก็เข้าใจเพราะมันเป็นรูปธรรม แล้วเขาก็เอามาใช้งานสำเร็จอยู่ทุกวันนี้ คือ E=mc2 ส่วนอาตมานั้นมันเป็นนามธรรมถึงขั้น  E=C(mc2 + A) ดังที่อธิบายไปแล้วคร่าวๆเมื่อกี้นี้ พวกเราใช้อยู่เป็นนามธรรม มีผลเกิดอยู่นี่ เป็นปฏิภาคทวีอยู่นี่ (พ่อครูไอตัดออกด้วย) ขอไอนิดหน่อย

_สู่แดนธรรม… วันนี้ผมก็ตั้งข้อสังเกต พ่อครู ออกตัวแรง กำลังขับเหยียบคันเร่งตั้งแต่แรกเลย 

_ป๋อง คือกำลัง 4 พ้นภัย 5 ใช่ไหมครับ 

_สู่แดนธรรม… ตอนที่ผมได้ฟังพ่อท่านประกาศว่าไปให้กำลังใจวุฒิสภา ผมได้อ่านคนที่เขาสรุปมา มีสมาชิกด้อมส้มไปถามแซวว่า วุฒิสมาชิกเกี่ยวอะไรมีผลอะไรในการโหวตเป็นนายก ประชาชนไม่รู้กี่ล้านเสียงไม่มีความสำคัญหรือ 

คนสรุปสั้นๆว่า คำถามวุฒิสมาชิกเกี่ยวอะไรคะ มีคนตอบว่า วุฒิสภาคือระบบถ่วงดุลค่ะ คุณด้อม ไม่งั้นสภาก็มีแต่ส.ส.พวกมากลากไปไร้คนคานอำนาจ ที่อเมริกา ขนาดระบบเลือกประธานาธิบดีโดยตรงเขาก็ตัดสินที่ Electrolal ไม่ใช่ป๊อปปูล่าโหวต นับคะแนนส.ส.รวมทุกรัฐเป็นตัวตัดสิน ไม่ใช่คะแนนประชาชนนะคะ 

ปี 2016 Hillary คนเลือกมากกว่าแต่ทรัมป์ชนะเพราะ Electrolal ไงคะ ดิฉันเหนื่อยนะคะที่ต้องมาให้การศึกษาพวกคุณค่ะ 

พ่อครูว่า… ดีค่อยๆศึกษา มันเป็นการศึกษาที่ละเอียดละออ ผู้ที่ปรารถนาความรู้ ปรารถนาความจริงค่อยๆรู้ขึ้น รู้เพิ่มเติมขึ้นมา มันเป็นการศึกษาที่ไม่ใช่เรียนจากตำราตัวหนังสือ แต่มันเป็นการศึกษาจากสภาวะพฤติกรรมจริงของมนุษยชาติ ซึ่งไม่ใช่เล่นละครด้วย เหตุการณ์จริง เกิดจริง เป็นจริง เจริญจริง เสื่อมจริงอย่างแท้ๆของมนุษยชาติเลย ไม่ใช่ละครละเม็ง เป็นเรื่องจริงๆเลย สวยงามมาก 

_สู่แดนธรรม… คุณป๋องถามว่า อัตรากำลังทดเป็น 4 เป็น 7 นั้นใช่ลักษณะของการมีกำลัง 4 แล้วจะพ้นภัย 5 ใช่ไหมครับ 

พ่อครูว่า… ถูกต้อง กำลังของปัญญา 4 พ้นภัยทั้ง 5 สรุปได้แค่นี้ก่อนก็แล้วกันไม่ขยายความ เดี๋ยวมันจะเยอะเกินไปแล้วก็เลยไม่ต้องไปอ่าน นี่ก็ยังไม่จบ โลกุตระที่ว่ากันไว้ยาวเหยียดโปรโมทเอาไว้ว่าจะให้ฟังนี่ยังไม่ขึ้นเลย 

_ป้ารัตน์ หนึ่งในธรรม : กราบนมัสการค่ะ ได้ฟังเรื่อง ที่พ่อท่านบอกถึงอาการของพ่อท่านว่าเป็นอย่างไร ทำให้เราได้ดูใจของแต่ละคนว่า รู้สึกนึกคิดอย่างไร สำหรับส่วนตัวใจหมองๆแต่ได้ข้อคิดว่า พระอรหันต์ว่าถ้าขาดพ่อจะเป็นเช่นไร ไม่ให้ประมาทในเรื่องสุขภาพ  ด้วยอายุของพ่อ และพวกเรา ว่าจะจัดการกับตัวเราและ พ่อท่านรู้ตัวว่าเป็นเช่น ไร ย้อนบอกพวกเรา เห็นความเมตตาต่อผู้อื่น พระอรหันต์ท่านบอกเราทั้งหมดทั้งสิ้น กราบสาธุค่ะ

พ่อครูว่า… บอกตรงๆว่าอาตมาปล่อยไปแล้วตายจริงๆ แต่มันเป็นการใช้อิทธิบาทต่ออายุให้ยืนยาวไป แล้วไม่ดูทุเรศทุรังการอะไร มันก็พอมีพลังที่จะทำงานได้อยู่ ไม่ใช่ว่ายึดอายุไปแล้วก็โอย ไม่ได้เรื่องราวอะไรเลย นอนติดเตียง เป็นภาระคนนั้นคนนี้ก็ไม่ใช่อย่างนั้นก็ควรตาย แต่นี้ก็ไม่ใช่นะ 90 ยังแจ๋ว ยังส่งเสียง ยังอะไรต่ออะไรอยู่แม้จะไอไปบ้าง ก็เสนอปรุงแต่งวาทกรรมให้พวกเราได้ฟังเป็นอนุสาสนีปาฏิหาริย์ตามคำสอนพระพุทธเจ้าอยู่ได้อยู่ ก็ทำไป 

_ในตรม จนตลอดชาติ  · ขอให้พ่อท่านอยู่กับลูกหลานนานตราบเท่านานที่สุดครับกราบนมัสการครับ ในขณะนี้สังคมต้องการฟังธรรมเป็นอย่างมากครับเหมือนขาดที่พี่งพาครับ

พ่อครูว่า… รับนิมนต์ รับอาราธนา 

ทำอย่างไรจะละวางจากอาเทสนาปาฏิหาริย์ได้ 

_ช่อทิพ หนูทอง  · การที่ฆราวาสบางคนหลับแล้วเห็นเหตุการณ์ในอนาคตบางเรื่องได้และทำบางอย่างที่คนทั่วไปทำไม่ได้ เรียนถามพ่อครูว่า 

1.เกิดจากการสะสมบารมีทางนี้มาจากชาติก่อนใช่หรือไม่ 

พ่อครูว่า… ใช่ตามที่คุณพูดมา คนที่เขาสะสมบารมีทางด้านนั้นมา เห็นเหตุการณ์ในอนาคตบางเรื่องได้ในภาวะที่ใช้อาเทศนาปาฏิหาริย์ ได้ แต่พระพุทธเจ้าท่านไม่ส่งเสริมไม่สนับสนุน ท่าน อึดอัด(อัฏฏิยามิ) ระอา(หรายามิ) เกลียดชัง(ชิคุจฉามิ)  ท่านรังเกียจน่าเบื่อหน่าย น่าระอา ท่านไม่ได้ส่งเสริม มันเป็นจริงแต่ท่านไม่ส่งเสริมอาเทศนาปาฏิหาริย์กับอิทธิปาฏิหาริย์ ท่านไม่ส่งเสริม ท่านส่งเสริมอนุสาสนีปาฏิหาริย์ ไปอ่านดูในเกวัฏสูตร พระพุทธเจ้าตรัสไว้ในพระไตรปิฎกเล่ม 9 (พ่อครูไอตัดออกด้วย) ข้อ 341-342 อาตมาจำได้เพราะเพิ่งผ่านตาก่อนลงมา 

  1. เราไม่อยากมีบารมีทางนี้ แต่อยากละกิเลสเพื่อการหลุดพ้นมากกว่า ถามว่า จะแก้ไขสภาวะนี้ให้หมดไปได้อย่างไร

พ่อครูว่า… ถูกต้องดีมาก ข้อที่คุณติดอยู่ก็เลิกวาง คุณอย่าเอาใจใส่มัน มันจะเก่งกาจ มันจะวิเศษวิเศษวิเสโสอย่างไร คุณก็อย่าไปหัวซามันสิ อย่าไปสนใจ เหมือนกับคนที่มันยังติดรสอร่อย เขาก็ยังมีรสอร่อยของเขาอยู่ ก็ปล่อยเขาไปสิเป็นกิเลสของเขา เขาบำเรอกิเลสของเขาไป  เราก็ไม่เอาแล้ว เราก็ไม่มีรสอร่อย หรือคนที่เขายังทำอยู่เหมือนหมอปลา อย่างผีเข้าอันนั้นอันนี้ เขาก็ต้องเป็นของเขาตามภูมิของเขา มันเป็นอุปาทานที่เขาต่างสมพร้อมกันสมยอมกัน ร่วมเห็นด้วยกันเป็นสัมโภคกาย เป็นการเห็นด้วยร่วมกันว่า มันมีจริงเป็นจริง 

ถ้าคุณชัดเจนยิ่งกว่านั้น ไม่ให้มีแล้วก็ทำความเข้าใจด้วยปัญญาอันยิ่ง คุณก็จะหมดจะลด จะละ จะไม่มี แต่คุณยังเห็นมี ยังเชื่อว่ามีและก็มี มันก็มีสิ ถ้าคุณชัดเจนด้วยปัญญาอันยิ่งว่า มันไม่มีหรอก มันมีแต่เหตุปัจจัยและคุณก็ปรุงแต่งเป็นตัวเป็นตนขึ้นมามี คุณก็มี 

แปลภาษานี้ก็ไม่รู้จะว่าอย่างไร พระพุทธเจ้าตรัสไว้ในพระไตรปิฎกเล่ม 16 ข้อ 43 ว่าสิ่งมีกับสิ่งไม่มี มันเป็นอย่างนี้จริงๆ คนเราก็อาศัยเรื่องนี้เป็นโลกนิโรธหรือเป็นโลกสมุทัย ก็เป็นโลกสมุทัยที่คุณยังติดอยู่ ถ้าคุณยังเลิกไม่ได้ ก็เป็นโลกนิโรธไปก็ดับสนิท ไม่มีโลกที่จะเกิดหมุนเวียนต่อไปอีกอย่างนั้น ศึกษาดีๆอาตมาอาจจะพูดเร็วไปหน่อย 

_สู่แดนธรรม… สรุปว่าให้เขาทำความไม่ใส่ใจ

พ่อครูว่า… ใช่ ไม่ต้องไปใส่ใจ มันมีของคนมี คนอื่นเขาก็จะมีก็มีเราก็เลิกไม่ได้มีเหมือนเขาแล้ว นี่ใช้ภาษาไทยให้เข้าใจง่ายๆ 

_พลังเพ็ญ คำด้วง  · กราบนมัสการพ่อครู ด้วยความเคารพอย่างสูงยิ่ง วันนี้ลูกตั้งใจฟังธรรมที่พ่อครูแสดงธรรมอย่างมากค่ะ ฟังน้ำเสียงของพ่อครูที่แสดงธรรมแหบแห้ง พอควร. เห็นถึงพลังเมตตาที่พ่อครูอยากให้ลูกๆเข้าใจธรรมะโลกุตระ และปฏิบัติถึงขึ้นเข้าใจ การทำจิตอย่างไร ให้เป็นอุตุ ทำจิตอย่างไรให้เป็นพีชะ ซึ่งลูกเข้าใจว่าคงไม่มีใครมาอธิบายธรรมะอย่างนี้ ให้เข้าใจได้อย่างนี้ในยุคสมัยนี้ ลูกจะพยายามนำมาฝึกใช้ในการกระทบผัสสะต่างๆในชีวิตประจำวัน กราบขอบพระคุณค่ะ

พ่อครูว่า… ขอสำทับด้วยว่าใช่ ไม่มีใครจะมาอธิบายธรรมะอย่างนี้ในยุคนี้ มีอาตมาเป็นสยังอภิญญา นำอันนี้มาตามคำตรัสของพระพุทธเจ้า ก็ยืนยันอยู่นี่ 

เพราะฉะนั้นคนเห็นจริงแล้วยิ่งฟังยิ่งตาม ยิ่งปฏิบัติด้วยยิ่งชัด

ส่วนคนไม่เห็นจริงคุณจะไปรู้เรื่องอะไร คุณก็ไม่เชื่อก็ไม่มีปัญหาอะไร อาตมาไปบังคับความเชื่อคนไม่ได้ คุณมีปฏิภาณปัญญารู้ว่าใช่ คุณก็จะรู้ว่าใช่เอง คนที่ศึกษาตาม ปฏิบัติตามได้ มีภูมิขึ้นตามก็จะช่วยอธิบายต่อไป 

_นาง จับใจ ธนะโภค  · กราบนมัสการพ่อครูฯ การพึ่งตัวเองได้ (อัตตาหิ อัตตโนนาโถ) ด้านจิตวิญญาณ สุข-ทุกข์ ทางโลกุตระ(ขั้นต่ำ) ที่ปฎิบัติรายละเอียดอย่างสัมมาทิฐิ เช่น ทานมังสวิรัติ ถือศีล 5 ละอบายมุข ลด โลภ โกรธ หลง โดยมีผัสสะเป็นปัจจัย  ***ที่สำคัญสุดมีสภาวะจิตสัมผัสกับศีล สมาธิ ปัญญา และทำให้สุข-ทุกข์ลดลงได้จริง ใช่ไหมคะ

พ่อครูว่า… ดีจังเลย อธิบายมาครบดี ใช่ ที่คุณพูดมาถูกต้องแล้วแสดงว่าคุณมีสภาวะ อาตมา approve ใช่ ตามที่คุณมีสภาวะที่พูดมานั้นเป็นของคุณ อาตมาฟังได้ว่าเป็นของคุณ อาตมาก็อนุมัติให้เป็นจริงตามนั้น ต้องอาศัยอาตมาอนุมัติด้วยนะ 

องคุลีมาลมุ่งเอาวิชาไม่ได้มุ่งฆ่าโดยตรง 

_ส.คิดถูก นาวาบุญนิยม · มีผู้ถามเรื่องวิบากกรรมขององคุลีมาล ที่ฆ่าคนตายเกือบพันคน จะได้ผลเช่นใด ผมเข้าใจว่า วิบากที่องคุลีมาลไม่มีจิตกุศล จึงสามารถเข้าใจธรรมะที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสได้และได้บรรลุอรหันต์ แต่วิบากที่ฆ่าคน ท่านก็ได้รับผลตอบแทนด้วยการถูกคนทำร้ายร่างกายขณะเดินไปบิณฑบาต หลังจากท่านปรินิพพานแล้วท่านก็ไม่ได้รับวิบากกรรมใดๆ อีกแล้ว

พ่อครูว่า… แปลว่าองคุลิมาลไม่มีจิตยินดีเป็นกุศลกับกรรมที่ฆ่าสำเร็จ แต่จิตกุศลมันไปมุ่งอยู่ที่จะได้วิชา โลภวิชา ไม่ใช่โลภในการเก่งฆ่าคน เห็นไหมความซับซ้อน ไม่เห็นว่าการฆ่าคนได้นี่เป็นความเก่ง แต่ไปมีมโนสัญเจตนาตรงที่ว่าจะได้วิชาอันยิ่งยอดที่ถูกอาจารย์หลอก แต่พระพุทธเจ้ารู้ทันอาจารย์ขี้หลอก ไม่ให้ไปตกเป็นเหยื่อของอาจารย์ขี้หลอก ก็เลยต้องมาโปรดองคุลีมาล เราหยุดแล้วแต่เธอสิยังไม่หยุด องคุลีมาล เท่านั้นแหละ คนฉลาดอย่างองคุลิมาลก็วางดาบเลย ไม่ตามฆ่าท่านแล้ว ที่จริงจะตามฆ่าพระพุทธเจ้านะไม่ใช่เล่นเลย มันซับซ้อน พวกนี้เป็นเรื่องจริงที่เกิดในโลกมีบุคคลจริงมีสภาวธรรมจริง ลึกซึ้ง ก็เลยหยุดเลยเลิก ไม่ปฏิบัติ แล้วก็ตามพระพุทธเจ้าไป ท่านก็เลยบรรลุธรรม  และก็ไม่มีวิบากกรรมใดเพราะ ปรินิพพานเป็นปริโยสาน ไป

ตัดกรอบ กาม-อัตตา จากอนันตังจนอนัตตา

_จาก อรอุษา กทม. ·  พ่อครูสมณะโพธิรักษ์ 18 มี.ค. 2558 บอกว่า กามก็ไม่มีกรอบ..จะอร่อยนั้นถ้ามีอร่อยกว่านี้อีกก็เอา รวยกว่านี้เอา ใหญ่กว่านี้เอา สนุกกว่านี้เอา..นี่คืออาการไม่สิ้นสุด ถ้าใครไม่กำหนดขอบเขตก็คือ อนันตัง..บานไปเป็นปากกรวยไม่สิ้นสุด..เราต้องตัดกรอบกาม รูป อรูป ก็ทำกามให้หมดก่อน พอหมดกามก็มีสิ่งที่เหลือเป็นอนันตัง ก็ต้องตีกรอบอีก… 

เกิดคำถามที่ว่า 1.อนันตัง คือ อะไร  2.ทำไมพอหมดกาม ที่เหลือจึงคืออนันตัง

3.ทำไมต้องตีกรอบอีก

ดิฉันเข้าใจว่า อนันตัง เท่ากับ infinity คือไม่มีที่สิ้นสุด นักปฏิบัติธรรมต้องหัดรู้จักตัด แต่ขึ้นอยู่กับแต่ละคนว่าจะได้ขนาดไหน พ่อครูเคยยกตัวอย่างเรื่องอร่อย ในขั้นแรกยังตัดอร่อยไม่ได้หมด ก็ให้ตีกรอบที่อร่อยแค่นี้ก็พอ ไม่ต้องสรรหาอร่อยสุด ซึ่งก็ยิ่งสนองตัณหาให้หนาขึ้นๆไม่มีวันสิ้นสุด คือ ถ้าไม่ตัดไม่ตีกรอบก็ยิ่งบานปลาย

หมดกามที่เหลือก็เป็นอนันตัง ก็คือกิเลสหรืออาการที่อยู่ในขั้นละเอียดขึ้น ก็คือเรื่องของอัตตามานะ ที่ยังเหลืออยู่

การลดละกิเลสมีหลายขั้นตอน ขั้นหยาบคือคือพวกอบายมุข ขั้นหยาบรอง ลงมา มาคือเรื่องของกามราคะ ก็คือเรื่องของรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส ถ้าละเอียดคือเรื่องของมานะ และ เรื่องของความ ฟุ้งซ่าน

การตีกรอบ เช่น กรอบ อร่อยแค่นี้ ก็คือโสดาบัน ตีกรอบอีกว่า อร่อยน้อยๆ ก็คือสกิทาคามี เป็นต้น

ก็หมายถึงว่า ใครลดละกิเลสได้ขนาดไหน หากไม่ลดไม่ละไม่เลิก ก็จะมีแต่จะบานปลายไปเรื่อยๆ เป็นอนันตังหรือ Infinity ถูกมั้ยคะ

พ่อครูว่า… ถูกต้องคุณเข้าใจหมดแล้ว ไม่ต้องขยายความ คนยังไม่เข้าใจอย่างคุณก็ติดตามต่อไป แต่คุณเข้าใจถูกต้องแล้วล่ะ ถ้าตีกรอบ มันก็จะไม่มีอนันตัง ตัดทิ้งเป็นรอบๆไป จะเหลือกรอบละเอียดไปเรื่อยๆตัดทิ้ง วันหนึ่งก็หมด 

โลกุตระคืออะไร โลกุตระสำคัญอย่างไร 

โลกุตระคืออะไร? โลกุตระสำคัญอย่างไร? 

โลกุตระมีในโลกได้เพราะใคร? โลกุตระจะทำให้คนเจริญแบบไหน? ในโลกมีโลกุตระเกิดอยู่ประจำโลกหรือ? 

ทำไม? เพราะอะไร? โลกจึงไม่มีโลกุตระทั้งๆที่ยังมีคนชาวพุทธนับถือศาสนาพุทธกันอยู่แท้ๆ 

สังคมคนที่ไม่มีโลกุตรธรรมนั้น คือสังคมคนที่ไม่พ้นทุกข์ สังคมที่มีคนพ้นทุกข์จะเป็นสังคมอย่างไร? ไฉน? 

คนจำเป็นด้วยหรือที่จะต้องบรรลุโลกุตรธรรม? 

สุขทุกข์คืออะไร? ทำไมต้องสุข-ต้องทุกข์? คนผู้ไม่สุข-ไม่ทุกข์มีด้วยหรือ? ตรงไหน? ที่ในคนมันมีอาการสุขทุกข์ และคนที่ไม่สุขไม่ทุกข์ด้วยปัญญาอันยิ่งและจะมีประโยชน์อะไร 

สุดยอดของคนเป็นอรหันต์ เป็นไปทำไม?

อันแรกโลกุตระคืออะไร ถ้าพระพุทธเจ้าไม่อุบัติขึ้นมาในโลก โลกที่พระพุทธเจ้าจะอุบัตินั้นคือโลกที่ไม่มีโลกุตรธรรมเลย ไม่มีเหลือเชื้ออยู่ในฐานของคนที่พระพุทธเจ้าองค์ก่อนมาตรัสประกาศไว้แล้ว แล้วก็ยังเหลือเชื้อ ในยุคที่พระพุทธเจ้าจะอุบัติขึ้นมาไม่ว่าองค์ใด ก็คือยุคที่ไม่มีคนมีความรู้ในเรื่องโลกุตระเลย 

เพราะฉะนั้นโลกุตระคืออะไร ? จึงไม่ปรากฏในโลก มีแต่ความรู้โลกียะเท่านั้น

โลกุตระ คือรู้เรื่องสุขเรื่องทุกข์ โลกุตระคืออะไร คือรู้เรื่องสุขเรื่องทุกข์ 

โลกุตระสำคัญอย่างไร โลกียะ คือเรื่องดีเรื่องชั่ว โลกียะหรือทุนนิยมหรือเทวนิยมจะไม่มีปัญญา แวบไหว ไม่มีปัญญาที่จะแม้แต่แวบไหวเลยว่ามันจะต้องไปคำนึงถึงความสุขความทุกข์ ไม่มี เขาบอกว่าคนก็ต้องมีความสุขสิ แล้วเขาก็ไม่รู้ว่าสุขทุกข์คือมายา เป็นตัวเดียวกัน หลอกตัวเองไม่รู้จักจบ ถ้าคุณจะฆ่าความสุขได้ คุณก็ต้องฆ่าความทุกข์ ถ้าคุณฆ่าทุกข์ได้สุขก็จะหายไป นี่เป็นความฉลาดของพระพุทธเจ้าถึงให้รู้จักทุกขอริยสัจ แล้วปฏิบัติดับทุกขอริยสัจให้ได้ 

สุขที่เป็นสุขอัลลิกะ ทุกข์นี้เป็นเรื่องจริงเกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไป แต่สุขนี่มันเป็นตัวขี้หลอก เป็นตัวความเท็จ ความเก๊ มันหลอกว่าเป็นตัวสุข แท้จริงมันเป็น ทุกข์เท่านั้นที่เกิดขึ้น ทุกข์เท่านั้นที่ตั้งอยู่ ทุกข์เท่านั้นที่ดับไป เพราะฉะนั้นพระอรหันต์ทุกองค์จะเห็นเลยว่าไม่มีหรอกสุข มีแต่ทุกข์เท่านั้นที่เกิดขึ้น ทุกข์เท่านั้นที่ตั้งอยู่ ทุกข์เท่านั้นที่ดับไป เพราะฉะนั้นดับทุกข์เสียได้ สุขก็หมดไป พิสูจน์ได้ชาตินี้เป็นวิทยาศาสตร์เลย วิทยาศาสตร์ทางจิต คุณดับสุข คุณต้องอ่าน อาการ ลิงค นิมิต อุเทส ของสภาวะสุขคือทุกข์ คุณอ่านสภาวะใดก็ได้ ทุกข์หรือสุข แล้วตามถึงเหตุ เหตุ ที่รู้จักมันมีตัณหาก็ดี เป็นอุปาทานก็ดี คุณดับอาการของตัณหาหรืออาการของอุปาทาน ซึ่งเป็นตัว  static ตัณหาเป็นภาวะของ dynamic ของตัวสภาพเคลื่อนอุปาทานเป็นสภาพนิ่งที่มันรู้ได้ยาก เพราะฉะนั้นต้องให้ กระทบสัมผัส ขึ้นมาเป็นตัณหา ทำตัณหาให้หมดเกลี้ยงเลย ตั้งแต่กามตัณหา ภพตัณหา จนหมดเลย อุปาทานก็เกลี้ยงด้วย คุณมีสภาวะจริงตามพยัญชนะที่อาตมาพูด มีสัมมาทิฏฐิ สัมมาปฏิบัติ คุณก็บรรลุสัมมาปฏิเวธ 

โลกุตระสำคัญอย่างไร โลกุตระคืออะไร คือสุขทุกข์ เทวนิยมไม่เรียนรู้เรื่องสุขทุกข์ เรียนรู้แต่ดีชั่วแล้วก็ติดในสุขด้วยเป็นสุขนิยม เพราะฉะนั้นเทวนิยมตะวันตกหรือชาวตะวันออกกลางก็ตาม ที่ไม่ใช่ศาสนาพุทธ ไม่รู้เรื่องนี้ ไม่เรียนรู้เรื่องนี้ ไม่มีภูมิจะรู้ด้วย เพราะฉะนั้นเขาจะยังไม่มีทางที่จะเลิกสุขเลิกทุกข์ จะจมอยู่แล้วก็จะมีสงคราม เพราะสุข เพราะทุกข์นี่แหละ จะสุขก็ได้ ลาภ ยศ สรรเสริญ สุขเพราะ ได้อำนาจได้ตำแหน่ง ได้เสพ หรือได้สรรเสริญก็แล้วแต่  สรรเสริญเป็นจ้าวโลกหรือเป็นผู้ยิ่งใหญ่อะไรก็แล้วแต่ ซึ่งเป็นรายละเอียดที่เขาจะไม่รู้จัก 

ทีนี้โลกุตระสำคัญอย่างไร มากกกก สำคัญมาก สำคัญมากก็คือต้องเรียนรู้เรื่องสุขเรื่องทุกข์นี่แหละ สุขทุกข์คืออาการของเจตสิก ที่เรียกมันว่า เวทนา ด้วยภาษาศัพท์วิชาการ เวทนาเป็นภาษาบาลี คือความรู้สึก 

อาการรู้สึก คืออาการรู้สึกนี้ มันจะมีลักษณะแบ่งเป็นใหญ่ๆคืออาการสุข อาการทุกข์ แล้วก็อาการไม่สุขไม่ทุกข์ 

ทีนี้พวกมิจฉาทิฏฐิเขาก็ทำอาการไม่สุขไม่ทุกข์ของเขาได้เหมือนกันด้วยการสะกด สะกด สะกด สะกดเป็นสมถะ เขาก็สำเร็จเหมือนกัน อาฬารดาบส อุทกดาบส หรือพวกหลับตาปฏิบัติ ไม่ได้เรียนรู้สภาวธรรมจริงว่า ตา หู จมูก ลิ้น กาย เปิดๆ สัมผัส แล้วก็เห็นกิเลสตัวจริง แล้วก็รู้มันได้ด้วยฌาน ด้วยปัญญา ว่าไอ้นี่มันขี้หลอก 

เพราะฉะนั้นตัวปัญญาจะมีธรรมฤทธิ์ เป็นธรรมฤทธิ์ที่เป็นเรื่องที่พูดด้วยภาษาไม่ได้ว่าเป็นธรรมฤทธิ์ถึงขนาด กิเลสนี้มันเจอปัญญาเนี่ย โอ้โหมันหนีไกลลิบเลย เฮ้ย…นี่ ปัญญาเกิดแล้วมันมาแล้ว เราอยู่ไม่ได้แล้ว นี่พูดด้วยพยัญชนะด้วยภาษาสู่ฟัง มันจะเป็นธรรมฤทธิ์ฆ่ากันเองอย่างนั้นเลย สภาวะของปัญญาเกิดรู้แจ้ง รู้จริง รู้จัก รู้แจ้ง รู้จริง ไอ้เจ้ามาร เจ้าผี เจ้ากิเลส เจ้าตัวหลอกไม่จริง 

สรุปแล้วก็คือ ตัวไม่จริง พอความจริงมันขึ้นมาแท้ คือปัญญา เป็นความจริง ไอ้ตัวความไม่จริงมันจะไปรอหน้าความจริงได้อย่างไร 

เพราะว่าแม้แต่ความไม่จริง มันก็มีสัจจะในตัวมันว่า เฮ้ย…มันเป็นตัวหลอกนะ ไปเจอตัวจริงเข้า เฮ้ย เอ็งจะเอาตัวไม่จริงไปสู้กับตัวจริงเขา หมอไหนก็ไม่รับเย็บนะ หน้าแตก เอาความไม่จริงไปทำเป็นจะชนะความจริง ใช้พยัญชนะสื่อสภาวะได้เท่านี้แหละ ท่านผู้ฟังทั้งหลาย อาตมาพูดได้เท่านี้มีภาษา 

เพราะฉะนั้นโลกุตระคือความรู้ชนิดที่ลอยตัว 

โลกะ + อุตระ 

อุตระ แปลว่า อยู่เหนือ เห็นอยู่หลัดๆ โลกเขาก็มีอยู่แต่ผู้มีปัญญา นั้นแล้ว หลุดพ้นจากโลก อยู่เหนือ ลอยอยู่เหนือ อุทธัง อยู่เหนือสภาวะโลก โลกก็ยอมแพ้ ไม่กล้าที่จะทำอะไรกับปัญญา เหมือนกับตัวกิเลสที่มันเป็นตัวไม่จริง พอเจอหน้าความจริงมันก็ต้องวิ่งหนี 

ตามสำนวนที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ ตถาคตเห็นเราแล้ว มันก็หายไปเลย มีในพระไตรปิฎก พวกมารทั้งหลายบอกว่า ตถาคตทรงเห็นเราแล้ว มันวิ่งหนีหูตูบเลย มันเป็นเช่นนั้นจริงๆสภาวธรรมสัจจะ เพราะปัญญามีธรรมฤทธิ์ ที่พวกมารความไม่จริงทั้งหลายแหล่ที่ใช้ภาษาไทยชัดที่สุดนี่ ความไม่จริงมันจะกล้ารอหน้ากับความจริงได้อย่างไร มันหายไป มันเป็นสภาวะที่เป็นเรื่องละเอียดลึกซึ้งมากเลยซึ่งคนธรรมดาที่ไม่มีภูมิหรือภูมิยังไม่ถึง ฟังแล้วก็จะบอกว่ามีด้วยหรือว่ะ

นี่แหละอาตมาขยายผลความจริงว่า เราเอาความสงบไปรบชนะความรุนแรง จนชนะมาแล้ว อันนี้ยังหยาบกว่าเมื่อกี้ที่พูดด้วยพยัญชนะภาษาว่า ไอ้ตัวมาร ตัวไม่จริง กับปัญญาเป็นตัวจริง มารมันรู้มันกลัวความจริง ไอ้นั่นยิ่งละเอียดกว่าที่เราออกสนามรบเอาความสงบไปสยบไปประหารความรุนแรง 

นี่แหละประเทศไทยมีตัวอย่างความจริงอันนี้ เพราะฉะนั้นพวกที่ไม่มีภูมิธรรมจะรู้  พวกเทวนิยมนี้ยังยาก คนไทยด้วยกันและเป็นพุทธด้วยกันนี้ ยังไม่เข้าใจเรื่องนี้ ยังมีอีกเยอะ แม้แต่ผู้รู้ปราชญ์เอกทางเถรสมาคม ยัง ยังไม่ใช่ง่ายๆ 

ทีนี้ต่ออันที่ 2 ว่าโลกุตระสำคัญอย่างไร ถ้าความรู้โลกุตระธรรมที่ต้องรู้สภาวะกิเลส รู้สภาวะปัญญา รู้ธรรมฤทธิ์ต่างๆพวกนี้ คุณไม่รู้จริงๆเลยนี่นะ คุณก็จะไม่เห็นความสำคัญในความสำคัญพวกนี้เลย เพราะมันจะไม่ปรากฏผลให้คุณเห็นความสำคัญในความสำคัญ อ๋อ.. นามธรรมพวกนี้มันรบกันด้วยนามธรรมแล้วมันมีแพ้ชนะกันด้วยนามธรรมด้วยหรือ คุณจะไม่เห็นความจริงพวกนี้ 

เพราะฉะนั้น ปัจจัตตัง ตัวคุณปฏิบัติเอง คุณก็จะเกิดความจริงอันนี้ คุณถึงจะรู้ความสำคัญในความสำคัญนี้ได้ ว่ามันเป็นอย่างไร หมดความเว่าแล้ว พูดไปอีกประเดี๋ยวก็วน ใครอัดเสียงไว้เอาไปฟังทวน ก้าวหน้าต่อไป  

ในข้อต่อไปว่า โลกุตระมีในโลกได้เพราะใคร ในโลกที่ยังไม่มีพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นและเป็นโลกที่ไม่มีโลกุตระเลย ในยุคไหนก็ตาม ถ้ายังไม่มีคนอย่างพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นมา ในโลกนั้นจะไม่มีโลกุตระเกิด พระพุทธเจ้าเกิดอุบัติขึ้นในโลกเป็นตัวตน มีขันธ์ 5 มนุษย์ แล้วประกาศสัจจะนี้เป็นโลกุตระ โลกุตรธรรมจึงเกิดได้เพราะพระพุทธเจ้า 

ไม่มีใครบังอาจจะนำเอาโลกุตระมาประกาศออกไปในโลกที่ไม่มีโลกุตระ มีพระพุทธเจ้าเท่านั้นที่เป็นเจ้าของโลกุตระทุกพระองค์ เมื่อโลกหรือยุคใดที่ไม่มีโลกุตระธรรม และก็ไม่เป็นหน้าที่ของพระพุทธเจ้าจะอุบัติขึ้นมาประกาศโลกุตรธรรมแล้ว ก็ต้องมีสัตตบุรุษ มีผู้รู้ความจริงที่เป็นสัจจะโลกุตรธรรมมาประกาศ 

เช่นยุคนี้ ยุคใกล้กลียุคนี้พระพุทธเจ้าไม่อุบัติ ต้องปล่อยให้พระโพธิสัตว์ ยุคนี้ก็มีพระโพธิสัตว์ 2 องค์ใหญ่ๆ เป็นธรรมิกราช 2 องค์คือในหลวงรัชกาลที่ 9 กับอาตมา มาประกาศความจริงของโลกุตรธรรมนี้ 

ตามสัจจะบารมีของท่าน ในหลวงท่านก็แสดงรูปธรรม ส่วนอาตมานั้นเป็นฝ่ายปัญญา ก็แสดงนามธรรมให้ละเอียดลออยิ่งกว่ารูปธรรม มันเป็นหน้าที่เป็นสัจจะบารมีของแต่ละบุคคล ในหลวงท่านก็มีของท่าน อาตมาก็มีของอาตมา แต่ต้องคู่กัน ในหลวงกับอาตมานี้คู่กันมาไม่รู้กี่ชาติแล้ว แต่อย่ามาถามนะชาติไหนบ้าง อาตมาก็ไม่มีรายละเอียดเท่าไหร่ไม่อยากพูดถึง มีบ้างแต่รายละเอียดน้อย แล้วก็อ้างอิงไม่ได้เพราะมันไม่มีในประวัติศาสตร์ด้วย ไม่มีในตำนาน มีในตำนานบ้าง แต่มันก็น้อย ในมหายานเขาจะมีเยอะ ในเถรวาทไม่มีเลยตำนานพวกนี้ ก็เลยไม่อยากพูดถึง เพราะว่าพูดไปไม่มีหลักฐานอ้างอิง มันเลื่อนลอยอาตมาก็ไม่อยากจะพูดให้เสียเวลา 

ทำความจริงนี้ให้ปรากฏก็แล้วกัน ในหลวงท่านก็มีบารมี 89 พรรษา ท่านก็ สวรรคต ไปแล้ว ก็ยังเหลือแต่อาตมานี้ยัง อีลากอีเลือ ลากไป ทำหน้าที่ให้มากที่สุดเพราะอาตมายังต้องสั่งสมบารมีอันนี้สัมภาระวิบากอันนี้ ต้องทำ เพราะมันไม่ใช่เรื่องเสียหาย พวกคุณประชาชนผู้ที่มีประโยชน์ รับประโยชน์ได้ ก็รับประโยชน์ไป อาตมาก็ทำประโยชน์นี้ไป มันไม่ใช่ของเสีย มันเป็นของดี ก็ทำ 

_นักรบธรรม…สรุปว่าของพระโพธิสัตว์นี้จะต้องเหนื่อยกว่าพระพุทธเจ้าบำเพ็ญมากกว่าพระพุทธเจ้าใช่ไหมครับ 

พ่อครูว่า… แน่นอนสิ ถามว่าพระโพธิสัตว์ต้องเหนื่อยกว่าพระพุทธเจ้าใช่ไหม ก็ใช่สิ ยิ่งพระสมณโคดมเป็นยุคปลายแล้ว ท่านเหนื่อยน้อยที่สุด ทำใบไม้กำมือเดียว อายุ 80 ไปแล้ว บ๊ายบายทิ้งไว้ให้พระโพธิสัตว์แบก มันเป็นสัจจะ มันจะต้องเป็นเช่นนี้ Born To Be จะต้องเกิดแบบนี้แหละ มันต้องเกิดต้องเป็นแบบนี้ ถ้าไม่ใช่อย่างนี้ก็ไม่ใช่ของจริง ของจริงมันเป็นอย่างนี้ 

_นักรบธรรม…แล้วพระอวโลกิเตศวรเป็นพระพุทธเจ้าหรือเปล่าครับ 

พ่อครูว่า… ยังสิ ยังไม่ได้ประกาศตัวเป็นพุทธเจ้า ท่านมีปณิธานสูงใหญ่ ไม่รู้ท่านจะลดปณิธานนั้นแล้วก็มาตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าเมื่อไร ก็เรื่องของท่าน ที่จริงมันเป็นบัญญัติ ถามว่าโลกิเตศวรมันเป็นบัญญัติที่เป็นบัญญัติของปณิธาน ใครจะมีปณิธานขนาดนั้นก็เอาสิ แต่จริงๆแล้วเมื่อเป็นพระพุทธเจ้าแล้วท่านก็จะรู้ว่าอะไรควรหรือไม่ควร ท่านก็จะไม่ดันทุรังทำไปจนถึง Impossible ท่านจะให้คนตรัสรู้หลุดพ้นเป็นอรหันต์หมดทั้งโลกแล้วจึงจะปรินิพพานเป็นองค์สุดท้าย  มันเป็นเรื่อง Impossible มันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้หรอก 

เพราะฉะนั้นก็จะต้องมีลด เหมือนกันกับพิธา ถ้าลดเสียบ้างนะ พิธาเอ๋ย อย่าไปเอาอย่างทักษิณเลย มันก็จะตายโครมเหมือนทักษิณนั่นแหละ เป็นแต่เพียงว่าคุณจะมีแผ่นดินอยู่หรือไม่มีแผ่นดินอยู่เหมือนทักษิณไหม เท่านั้นแหละ ดูไป 

_นักรบธรรม…ในยุคสงครามนิวเคลียร์ทำลายล้างแทบเกลี้ยงโลก แล้วก็จะมีมนุษย์ที่เหลืออยู่นี้ไม่กี่คน พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรน่าจะเกิดยุคนี้ล่ะครับ 

พ่อครูว่า… สรุปคำพูดของอู๊ด หมายความว่าในโลกนี้คนเชื่อว่าอาวุธนี้จะทำให้คนตายหมดทั้งโลก คุณมีอาวุธเก่งแล้วก็ปราบให้คนตายหมดโลก คุณก็อยู่ไปสิคนเดียวเป็นใหญ่อย่างที่คนทุกคนอยู่ด้วยกันอย่างอบอุ่น เกษมสันต์ เกื้อกูล สามัคคี อยู่อย่างนี้สิ ไปอยู่อย่างที่คุณปราบคนไม่เหลือ แล้วคุณเป็นใหญ่ ข่มคนหมด เหลือก็หยิบมือเดียวเหลือแต่พวกคุณกันเองเดี๋ยวพวกคุณก็กัดกันเองเดี๋ยวพวกคุณก็แย่งตำแหน่งคุณก็ฆ่ากันเองใหม่ 

อาตมาไม่อยากจะพูดหรอกว่าฆ่ากันไปหมดเลย เหมือนอย่างอาตมาเคยพูดว่า มีคนที่เก่งในการยิงปืน ทั้งเร็วทั้งแม่น หันหลังชนกันแล้วเดินออกไปให้กรรมการเป่านกหวีดแล้วหันกลับมายิงกันเลยแล้วเป็นยังไง ก็ตายทั้งคู่เพราะมันเร็วทั้งคู่ มันแม่นทั้งคู่ มันกดนิ้วพร้อมกันทั้งคู่ ลูกปืนวิ่งไปก็ถูกตัวคนที่มันยิงด้วยกันทั้งคู่ มันก็ตายพร้อมกันด้วยกันทั้งคู่ 

นี่คือความจบ แล้วจะไปทำทำไม อ๋อ.. เป็นเรื่องจะหาทาง ปรินิพพานเป็นปริโยสานเหรอ ไม่ใช่มั้ง การปรินิพพานด้วยการถือปืนหันหลังชนกันแล้วตายพร้อมกันทั้งคู่และพวกนี้คือปรินิพพานหรือ ไม่ใช่ 

_สู่แดนธรรม… เหลือกรรมการอีกคนยังไม่ตายครับ 

_นักรบธรรม..​ จะเหลือพวกที่ปฏิบัติธรรมไปหลบอยู่ไหมครับ 

พ่อครูว่า… นี่เขาแก้มา พวกยิงกันมันก็ตาย อันนี้ก็สำคัญ วางศาสตรา วางทัณฑะ วางอาวุธ อย่างพวกเรานี่วางแน่ๆเลยออกไปชุมนุมกันพร้อมหรือยัง มีอาวุธไหม ไม่มีอาวุธ มีแต่หัวใจจริงๆ ตายเป็นตายพวกเรารู้จักความตายว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่เลย ตายก็ตายด้วยความซื่อสัตย์ ด้วยความจริง ด้วยความดีงามอันวิเศษ เป็นการเสียสละอันยิ่งใหญ่ ซึ่งเราไม่ใช่จะเป็นคนซาดิสม์ หรือจะเป็นคนมาโซคิสม์ ตายแล้วดีมันดีไม่ใช่ ไม่ใช่เป็นคนวิปริตวิตถารแบบนั้น เราก็ไปทำอย่างที่เหมาะที่ควร ตามเหมาะตามควร 

มาพูดถึง โลกุตระ มีในโลกได้เพราะใคร.. เพราะพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นมา ถ้าในโลกยุคใดปราศจากโลกุตระแล้ว และสมเหมาะสมควรที่พระพุทธเจ้าจะต้องมาประกาศลงไป แล้วโลกุตระจึงจะมีอยู่ในโลก จนกระทั่งโลกุตระเสื่อมไปเรื่อยๆ ก็จะมีพระโพธิสัตว์ที่ค่อยๆกอบกู้ช่วยไปเรื่อยๆ พระพุทธเจ้าก็หมดพระหน้าที่ของพระองค์แล้วทุกพระองค์ ไม่มาอุบัติในยุคที่ไม่ควรเกิด 

เพราะฉะนั้นผู้ที่มาเกิดในยุคที่ไม่ควรเกิด คือยุคที่เข้าสู่กลียุคและมีคนเลวหนักแล้ว มันไม่เหมาะสมที่พระพุทธเจ้าจะมาทำสิ่งนี้เพราะมันจะหยาบ อย่างอาตมานี้แรง หยาบ ดูแล้วไม่งาม ถ้าเป็นพระพุทธเจ้ามาทำอย่างอาตมานี้ไม่งาม เสียสมณสารูปของพระพุทธเจ้าต้องปล่อยให้คนอย่างอาตมาทำแบบนี้ในยุคนี้ 

ต่อไปยิ่งจะแรงกว่านี้เพราะความเลวร้ายจะหนักหนาสาหัสกว่านี้ นี่ขนาดยุคที่อาตมาเกิดนี้ มันจะแรงกว่านี้ และยุคเหล่านั้นไม่ใช่หน้าที่ของอาตมา เป็นหน้าที่ของโพธิสัตว์ระดับต่อไป จะต้องมาเผชิญกับความหยาบแรงกว่านี้ 

อาตมานี้หยาบไม่ลง พูดหยาบก็ไม่ได้ มันไม่ได้จริงๆอาตมาชาตินี้ไม่เคยพูดหยาบ แม้แต่คำว่ากูมึงที่พูดกับเพื่อน เพื่อนที่พูดกับความอาตมานี้ก็พูดกูมึงได้ แต่อาตมาพูดไม่ออก พูดได้แต่ ลื้อ อั๊วะเอ็ง ข้า อย่างเก่ง แค่นั้น กูมึงอาตมาพูดไม่ได้ชาตินี้ เพื่อนอาตมาก็ว่าอะไรวะ เขาพูดกับอาตมาว่ากูมึง แต่อาตมาพูดกับเขาพูดกูพูดมึงไม่ออก พูดได้แต่เอ็ง ข้า ลื้อ อั๊วะ 

_นักรบธรรมว่า..​แก ฉันได้ไหมครับ

พ่อครูว่า… แก ฉัน มันจะงามไป มันจะไพเราะไป ลื้อ อั๊วะ เอ็ง ข้า ก็พอแล้วเหมาะสม 

ตอนนี้เวลามันหมดแล้ว จะต่อไหม 

_สู่แดนธรรม… เพื่อเป็นการเซฟพ่อท่านนะครับ 

พ่อครูว่า… แน่ใจหรือว่าเป็นการเซฟ ไม่ใช่ว่ายิ่งพูดยิ่งเป็นการ stimulate หรือเพิ่ม Co-efficient ขึ้นมาหรือ

_สู่แดนธรรม… วันนี้พ่อครูพูดเรื่องประเทศไทยนี้เท่านั้นที่จะทำโลกุตระได้ ต่างประเทศพยายามจะทำโปรเทสแบบประเทศไทย 

พ่อครูว่า… อยากให้เลียนแบบนะ แต่ไม่ใช่จะเลียนแบบได้ง่ายๆ 

_สู่แดนธรรม… สรุปจบ