610712_พ่อครูเทศน์ในพิธีบวงสรวงเจ้าคำผง ที่ เกาะดอนมดแดง อุบลฯ
อ่านทั้งหมดที่ หรือดาวโหลดเอกสารที่… https://drive.google.com/open?id=1MlsbfJvi7jhE5bqgbRL7bB2K0RYBYltzvcSRxq2kknE
ดาวโหลดเสียงที่.. https://drive.google.com/open?id=1Oy7Zzf6LR6ebk_RNBByfYwhgpUu1M5mt
พ่อครูว่า..วันนี้เป็นวันพิธีมงคลที่ดีมากเลย ได้ฤกษ์มาบรรจบครบวาระสำคัญที่เราได้รวมกันนัดแนะกันบ้าง ผู้ที่มาโดยไม่นัดแนะบ้างก็มาร่วมกันเพื่อที่จะผนึกน้ำใจทำความเข้าใจทั้งในด้านของประวัติศาสตร์ทั้งด้านของพฤติกรรมมนุษย์ชาติ โดยเฉพาะพวกเราชาวไทย เมืองไทยนั้นได้เป็นจุดศูนย์กลางของจิตวิญญาณโดยเฉพาะเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านไปหยกๆ เหตุการณ์หมูป่านี้ก็ตาม ผ่านมาตั้งแต่ปี 59 เหตุการณ์ บอมออฟเลิฟของในหลวงรัชกาลที่ 9 ก็ตาม มันเป็นเหตุการณ์ของปฏิกิริยาของจิตวิญญาณทั้งนั้นเลย ในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นพระโพธิสัตว์ อาตมาดำเนินสายโพธิสัตว์มาจนถึงปางนี้ก็ประกาศบอกกันไปแล้ว พูดกันย้ำซ้ำซาก ว่าอาตมาเป็นโพธิสัตว์ระดับนั้นระดับนี้ แล้วก็อธิบายเนื้อหาสาระแจกแจงขั้นตอนแจกแจงอะไรทุกอย่างในผู้ที่มีปัญญาจะเข้าใจชัดเจน
สิ่งที่แสดงออกก็คือความรู้ที่เรามีจริงนั้นนั้นมันลงตัวกับความจริงไหม ความรู้จะต้องลงตัว รวมแล้วสรุปลงมันต้องเป็นความจริงที่ดิ้นไม่ได้ ความจริงมีสมมุติสัจจะกับปรมัตถสัจจะ ซึ่งทุกอย่างคำสอนของพระพุทธเจ้าครบหมดแล้วถ้าเข้าใจเรียบเรียงเอามาสรุปเอามากระจายเอามาสรุปมากระจายมาสรุป มันจะลงตัวเข้มข้นมาได้เรื่อยๆ จนกระทั่งดิ้นไม่ได้ไม่มีทางออกจบเป็นหนึ่งเดียว สัจจะมีหนึ่งเดียวเท่านั้น มันจะดิ้นไม่ได้ไม่มีทาง เป็น Axiom เป็นความแท้จริง ไม่ต้องเปรียบกับอะไรอีกแล้วไม่ต้องวิจัยวิจารณ์กันอีกแล้วเป็นต้น
เหตุการณ์มาทุกอย่างมีเหตุรูปและนาม เรียกว่าวัตถุกับจิต 2 อย่างนี้เป็นธรรมะ 2 ทำงานร่วมกันมาตั้งแต่ อุตุนิยามมีพลังงานบวกพลังงานลบ จนมากระทั่งพลังงานระดับ พีชนิยาม ก็เกิดจากพลังงานบวกกับพลังงานลบ แต่พีชะก็เริ่มมีความเป็นชีวะ เริ่มเกิดในระดับพีชะ ซึ่งพีชะไม่มีเวทนาไม่มีวิญญาณ ไม่มีการจองเวรไม่มีความรู้สึกสุขทุกข์ เกลียดชัง ผูกพยาบาทรักผูกพันอะไรมันไม่มี มันมีแต่ตัวมันเองมีแต่ ISH เท่านั้น เพราะฉะนั้นมันก็ไม่รู้เรื่อง พีชะ มันก็มีได้เท่านั้น
ส่วนกิจนิยามนี้พัฒนาพลังงานขึ้นมากลายเป็นชีวะในระดับสัตว์ เป็นจิตนิยามเป็นสัตว์ ตั้งแต่สัตว์เซลล์เดียวจนกระทั่งถึงสัตว์ล้านล้านล้านเซลล์ ที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ แล้วก็มีการปรับปรุงมีการพัฒนาการมีความเจริญฉลาดระหว่างโลกกับอัตตา ระหว่างวัตถุกับจิต สังเคราะห์สังขารกันขึ้นมาจนกระทั่งยังไม่จบมันจะเฟ้อมันจะออกนอก จุดสมควรดูจุดพอดีไปอีกเยอะ เรียกว่าโลกจิตตา มันบานทะโร่ไปเรื่อย จิตวิญญาณมันพาให้บานออกไปเป็นโลกจินตา มันฟุ้งซ่านเกินกวาดไปแล้วเป็นต้น
สิ่งเหล่านี้พระพุทธเจ้าตรัสสอนไว้เราก็ศึกษาตาม อาตมาก็ก้าวตามพระพุทธเจ้ามา จนถึงระดับ 7 นี่ก็รู้พอสมควร ก็ไม่ใช่น้อย แต่ก็ยังอีก ระดับ 8 ระดับ 9 พระพุทธเจ้าถือว่าเป็นระดับ 9 ชนเพดานแล้วอยู่ที่ศูนย์ พระปัจเจกสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ร้องจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์สุดท้ายในโพธิสัตว์มหาโพธิสัตว์ระดับ 9
อาตมาพูดนี่พูดด้วยความจริงไม่ได้อวดตัวตนไม่ได้อยากอวดอะไร แต่ว่ามาสถาปนา ความจริงลงไปในมนุษยชาติในยุคต่อไป จนกระทั่งใช้ความรู้และความจริงอันนี้ไปถึง จบ 5000 ปีซึ่งเป็นพุทธะกัปป์ของพระสมณโคดม อาตมานี่เป็นลูกแท้ๆที่สืบสานศาสนาพุทธเจ้ามาก็เลยต้องทำงานนี้ ถ้าเผื่อว่าชาตินี้อาตมาตอนนี้ปาเข้าไป 85 แล้ว ก็ใช้พลังงานทางศาสนานี่แหละที่ใช้ภาษาทางวิชาการว่าสัมประสิทธิ์ หรือพลังงาน coefficient และอาตมาก็มั่นใจว่าทฤษฎีนี้จะเป็นทฤษฎีที่ยิ่งใหญ่ เป็นทฤษฎีที่ต่อไม่จบ เป็นอายุวัฒนะ เป็นสัสดีที่ให้สร้างพลังงานนี้ โดยเฉพาะจิตวิญญาณถ้าผู้ที่สามารถสร้างได้ อาตมาพิสูจน์ตัวเองอยู่ อายุในกัปป์ของอาตมา 72 ปีก็ต้องตายแล้ว แต่อาตมาก็ใช้Coefficient ใช้สัมประสิทธิ์มาได้ 1 นักษัตรแล้ว 12 ปีแล้วอายุ 84 ปีตอนนี้ ขึ้น 85 ถ้าอยู่ถึง 96 ก็จะมั่นใจได้ถึง 1 นักษัตร ถ้าอยู่ต่อไปถึง 108 ชัวร์เลยเป็นสามเส้า มันจะเป็นสูตรนี้ ถ้าตามอายุ 108 อาตมาคงได้ nobel prize เขาคงยอมรับทฤษฎีนี้เป็นของโลกเลย เพราะว่าทางวัตถุนี้ยิ่งทำได้ง่าย ถ้าเป็นนามธรรมนี้ทำได้ยากกว่า
อาตมาก็พยายามพากเพียรพยายามไม่ให้มันขาดพยายามไม่ให้มันสั้นไม่ให้มันกด ต่อให้ได้ต่อให้ได้ต่อให้ได้ไป ฝืนแต่มันเป็นการพิสูจน์ทฤษฎีนี้ ถ้าพิสูจน์ได้ทางโลกก็รับได้ทางนามธรรมก็ทำได้มันก็เป็นของดี เป็นแต่เพียงว่าอย่าเอามันไปใช้ในทางชั่ว อย่างไอน์สไตน์ก็สร้างE = mc2 แต่คนเอาไปเป็นระเบิดฆ่ามนุษยชาติอย่างนี้ แม้แต่ไอสไตน์ก็คิดไม่ถึงเสียใจว่าตัวเองไม่น่าเลย แต่มันก็ต้องเป็น มัน Born To Be มันต้องเป็นเช่นนั้น อาตมาก็มาต่อจากสูตรไอน์สไตน์มาเป็น E = mc2 + A จนมาถึงบัดนี้ E = C(mc2 + A) นี่เป็นสูตรที่อาตมาพัฒนาขึ้นมา ซึ่งกำลังพิสูจน์ ถ้าพิสูจอันนี้สำเร็จต้องเป็นที่ยอมรับ และก็เอาไปใช้ประโยชน์ได้แน่นอน และสังคมมันดีขึ้นตรงที่ว่ามันไม่เอาพลังงานไปทำเลวแล้ว รู้ตัวแล้ว มันเข้าใจแล้วเพราะฉะนั้นสังคมโลกก็จะหยุดแล้ว พลังงานแรงร้ายได้นะ แต่ไม่ได้เอาไปทำร้ายเพราะมีพลังงานที่มีฤทธิ์แรงพลังงานสูงเอามาสร้างให้เป็นประโยชน์ต่อสัตว์ทั้งหลาย เป็นประโยชน์ต่อสัตว์ทั้งปวง อย่างแท้จริง ก็จะเกิดคุณค่าที่ยิ่งใหญ่
อาตมาเองก็มาท้าวความงานนี้เป็นงานที่ รำลึกบวงสรวง ต้นตระกูลอาตมาก็มีเชื้อ หางๆ อาตมาก็ไม่ค่อยจะคล่องประวัติศาสตร์เท่าไหร่ขอเปิดตำรา จากหนังสือท้าวคำผงที่เป็นเล่มเล็กๆที่เป็นทวดของยายอาตมา










