ศาสนา

610730_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ตอบปัญหาพาชมและตำหนิตามพระพุทธเจ้า

อ่านทั้งหมดที่ หรือดาวโหลดเอกสารที่… https://docs.google.com/document/d/1U_UOD8Wtdxg2h5Ifk1GTLa3oTm7FAwrWlb9a4kEUiXk/edit?usp=sharing

ดาวโหลดเสียงที่.. https://drive.google.com/open?id=1cAIG9GwuGr9PS3TyCH3t5AQS-Cbh5LCT

สมณะเดินดินว่า…วันนี้เป็นวันจันทร์ที่ 30 กรกฎาคม 2561 ที่บวรราชธานีอโศก ปีนี้เป็นปี แปดสองแปด มีพวกเราดูสถิติว่า ปีไหน แปดสองแปด จะมีน้ำมาก เราบ้านราชฯก็ไม่ต้องลุ้น ทางต้นทางท่วมมา ถามทางจังหวัดว่า หมู่บ้านเราจะเป็นอย่างไร ก็บอกว่าสบายใจได้ท่วมอยู่แล้ว พวกเราเป็นหมู่บ้านที่รับน้ำ หมู่บ้านคำกลางสูงกว่าเรา 11 เมตร จุดที่เราอยู่เป็นแอ่งกระทะ น้ำจากชีกับมูนก็จะมารวมกันที่นี่ หากน้ำไม่ท่วมก็เสียชื่อบ้านราชฯเมืองเรือ น้ำท่วมหลวงปู่ก็จัดงานฉลองน้ำให้เลย ภาวะน้ำท่วมพวกเราฉลองน้ำ แต่ชาวบ้านทั่วไปไม่ใช่ เขาไม่ได้ทำใจว่าน้ำจะท่วม แต่ของพวกเราทำใจได้ว่าน้ำท่วมแน่ๆ

ปีนี้ดูเหมือนว่าเป็นปีแห่งภัยพิบัติตามธรรมชาติ มนุษย์ไปทำร้ายธรรมชาติไว้มากธรรมชาติก็จะเอาคืน

สมัยพระพุทธเจ้าก็ได้ตรัสเตือนใจไว้ว่า  มฤตยูย่อมฉุดคร่านรชน ผู้มีใจติดข้องอยู่ในอารมณ์ต่าง ๆ ผู้มัวแต่เลือกเก็บดอกไม้ (คือกามคุณ) เหมือนห้วงน้ำใหญ่พัดพาเอาชาวบ้านที่หลับไหลไป ฉะนั้น

จึงมีความจำเป็นที่เราต้องเพิ่มภูมิปัญญาเพิ่มความเข้าใจที่จะรับมือกับมฤตยูที่จะมาได้

พ่อครูว่า…SMS วันที่ 29 กค. 2561 (วิถีอาริยธรรม)

_พระ ธีรธนัชณฤทธา เมตตธัมโม · คำสอนที่พวกท่านสอนอยู่มันย้อนแย้งตัวเองอยู่นะครับ มีสติรู้สึกตัวเองบ้างรึป่าวไม่พูดร้าย ไม่ว่าร้าย ไม่ให้ร้าย นี่เป็นธรรมเนียมปฏิบัติของพระอริยเจ้า แต่กับโพธิรักษ์ตรงกันข้ามเลย

พ่อครูว่า…มีผู้ตอบแทนอาตมา

_อำภา รื่นใจดี · พระธีรธนัชณฤทธา เมตตธัมโมคำที่พ่อครูกล่าวจะรู้ว่ามั่วหรือไม่ ท่านต้องปฏิบัติศีลให้เคร่งครัดเป็นพื้นฐานเบื้องต้นก่อน แล้วพยายามลด ละ ล้างกิเลสในตนให้เป็นไปตามลำดับ แล้วท่านจะตอบตัวเองได้ว่ามั่วหรือไม่ แต่ถ้าเพียงแค่คิดไม่ฝึกปฏิบัติตนก็จะมีแต่สิ่งสงสัยร่ำไปและไม่พาตนเองสู่ความเจริญด้วยนะ เอวังค่ะ

_อำภา รื่นใจดี · สองคนยลตามช่องคนหนึ่งมองเห็นโคลนตมคนหนึ่งตาแหลมคม

มองเห็นดาวอยู่พราวพรายขอถวายท่านธีรธนัชณฤทธา

พ่อครูว่า…ขอตอบ อีกทีว่า อาตมาไม่ได้พูดร้ายไม่ได้ว่าร้าย พระเดี๋ยวนี้ไม่ดี ก็พูดดัง และพูดจริง และพูดตรง พูดตรงนี้มันไปกระทบความจริงที่เขาผิดกัน เขาเลยถูกว่าถูกหวด ผู้ที่ทำผิดแล้วถูกท้วงถูกจับดูเหมือนเจอร้าย มันจะรู้สึกเจอร้าย สำหรับผู้ที่เพ่งโทส แต่คนผิดแล้วถูกกล่าวว่า ก็มันเป็นการพูดตรง แต่ดูตื้นๆเหมือนพูดร้าย

แต่พูดก็ไม่ได้ร้ายอะไร มีแต่ตำหนิว่า​ถูกต้องหรือไม่ถูกต้องอย่างไร ถ้าร้ายก็ต้องอย่างเลวๆ ก็ไม่มีอะไรเลว พูดตำหนิข้อตำหนิความเลว ที่เลวเพราะว่าไปทำผิดคำสอนพระพุทธเจ้า

ถ้าอาตมาพูดไปแล้วมันผิดมันหาเรื่องใส่ความ มันไม่เป็นจริงเลยอย่างที่อาตมาพูด พระเจ้าท่านดีหมด อย่างนั้นคืออาตมาว่าร้ายพูดร้าย

คุณเข้าใจว่าคำว่าว่าร้าย ผู้ร้ายมันเป็นอย่างไร ใช้ปัญญาก็จะรู้ว่าการพูดร้ายว่าร้ายอย่างไร ถ้าเผินๆ การตำหนิ คนก็จะหาว่าพูดร้ายแล้ว ที่จริงการตำหนิเป็นเรื่องปกติ นิคคัณเห นิคคหารหัง ปัคคัณเห ปัคคหารหัง

ท่านบอกพระอานนท์ อานนท์ ! เราไม่พยายามทำกะพวกเธออย่างทะนุถนอม

เหมือนพวกช่างหม้อทำแก่หม้อที่ยังเปียก-ยังดิบอยู่

อานนท์! เราจักขนาบแล้วขนาบอีก ไม่มีหยุด .

อานนท์! เราจักชี้โทษแล้วชี้โทษอีก ไม่มีหยุด

ผู้ใดมีมรรคผลเป็นแก่นสาร  ผู้นั้นจักทนอยู่ได้ .

(พุทธพจน์จาก พตปฎ.เล่ม 14  ข้อ 356)

แต่เพราะว่าคนกลัวตำหนิ ก็เลยว่า ถูกว่าร้าย ท่านเขียนมาก็เหมือนเพ่งโทษอาตมา คนไม่เชื่อว่าอาตมาเป็นพระอาริยะก็ท้วงมา เขาก็ได้กรรมตามที่ทำไป

อาตมาก็มีนิสัยอย่างนั้น คือ เหมือนช่างปั้นหม้อ

_รักนะ เดอะโซปเมคเกอร์ · ฟังที่นวมินทร์ค่ะ ชัดเจนดี ขณะนี้มีผู้ชม31 คน ธรรมะสดช่องอื่นกำลังถ่ายทอดสดได้เพียงสองนาทีขณะนี้มีผู้ชม 100 คนค่ะ ก็คงจะเป็นเรื่องปกติธรรมดาเพราะโลกุตระมันยาก แต่ถ้าปฏิบัติ ได้แล้วได้เลย ไม่มีวนกลับ ชอบช่องนี้ค่ะ

พ่อครูว่า…พูดถึงเรื่องการออกอากาศทางโทรทัศน์ เดือนหนึ่งใช้เงินเป็นล้านก็ถือว่าถูกแล้ว ช่องอื่นเขาเสียมากกว่านี้ ค่าทางเทคนิคค่าจ้างคนอีกช่องไหนๆก็ใช้เงินที่จะทำรายการเยอะ แม้แต่ช่องธรรมะของวัด เขาก็ใช้เงินเป็นล้านเหมือนกัน ก็มีคนทำงานฟรีเหมือนกัน แต่ก็ยังต้องจ่ายเยอะ อาตมากล้าพูดได้ว่า ของเราถูกกว่าทุกเจ้า เพราะเราเองมีคนที่มีประสิทธิภาพ คนที่ได้ฝึกมาแล้วเป็นคนมีใจเสียสละ และรู้คุณค่าของการทำงานของเรา

จึงมีน้ำใจเสียสละมาช่วย ไม่ว่าผู้ใหญ่หรือเด็ก ตอนนี้ผู้ใหญ่ก็มีน้อย ก็พูดไปเผื่อว่าผู้ใดจะระลึกได้ อยากจะมาช่วยก็ขออนุโมทนา

คนมองว่าเราพูดร้ายว่าร้ายนี้ตาถั่วจริงๆ การตำหนิ เป็นเรื่องดีไม่ใช่เรื่องเลวร้ายเลย คนที่จะกล้าตำหนิ ติ ผู้ควรติ ชมผู้ควรชม

บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม 4 ประการ เป็นบัณฑิตเฉียบแหลม เป็นสัตบุรุษย่อมคุ้มครองตนให้เป็นผู้ประกอบด้วยคุณสมบัติเป็นผู้หาโทษมิได้ อาตมาว่าอาตมาตรงตามคำตรัสนะ ทั้งนักปราชญ์ไม่ติเตียน แต่คนโง่จะติเตียน ผู้ฟังประสพบุญ คือจะมีความรู้เอาไปปฏิบัติตามกำจัดกิเลสได้ ย่อมประสพบุญเป็นอันมาก ยากที่จะได้ฟังสัตบุรุษ เอาไปปฏิบัติลดละกิเลสได้ คนรู้ก็ยาก เอามาแสดงออกก็ยาก เอาไปใช้ประโยชน์ได้จริงก็ยากแต่ก็มีได้

พระพุทธเจ้าตรัสถึงธรรมะ 4 ประการเป็นไฉน

  1. ใคร่ครวญแล้วสืบสวนรอบคอบแล้วกล่าวเตือนผู้ควรติเตียน นิคคัณเห นิคคหารหัง

2.ใคร่ครวญสืบสวนรอบคอบแล้วกล่าวสรรเสริญผู้ที่ควรสรรเสริญ ปัคคัณเห ปัคคหารหัง แต่ว่าการสรรเสริญนั้นผู้ที่ควรสรรเสริญ ดันผ่ามาเป็นชาวอโศกอีก เป็นนักบวช ฆราวาสชาวอโศกเสียอีก คนที่เป็นอย่างนี้เพราะว่า ชาวอโศก เป็นผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ขัดเกลาลดละกิเลสได้จริง ไม่ได้พูดพล่อยหลงตัว แต่พูดความจริง

ทีนี้จะไปชมผู้อื่น ขออภัย อาตมาไม่เห็นผู้อื่นที่จะลดกิเลสได้อย่างสัมมาทิฏฐิสัมมาปฏิบัติ เห็นแต่มิจฉาทิฏฐิ มิจฉาปฏิบัติก็เลยต้องตำหนิ พระที่คนเขาเคารพกันนั่นแหละ ปฏิบัติมิจฉาทิฐิมิจฉาปฏิบัติก็เลยยากที่จะเลี่ยงความจริงที่จะต้องตำหนิ อาตมาเลยเป็นผู้ที่ทำงานได้ยาก เพราะถ้าตั้งใจฟังเปิดใจฟัง ฟังธรรมะด้วยดี สุสูสัง ลภเตปัญญัง ฟังด้วยใจเป็นกลางๆดีๆ แต่นี่ไม่ฟังด้วยปัญญาเอาประโยชน์ก็เลยเลอะเทอะ

ตอนที่อาตมากล่าวตำหนินี้เป็นการกล่าวที่มีเมตตาปรารถนาดีต้องการจะชี้สัจธรรม ที่มันผิดเพี้ยนไปอย่างขออภัย มันหมดแล้ว อาตมาก็เลยต้องดึงเอาความถูกต้องคืนมา เหน็ดเหนื่อยหนักหนา อยู่กับอันนี้ก็เลยต้องทำทั้งที่มันยากแสนยาก แต่ก็ต้องทำ เพราะมันไม่มีอะไรดีกว่านี้ คนไม่รู้คุณค่าไม่รู้สิ่งที่ดีที่ควรจะเอา มันเป็นจริงนะไม่ได้แปลว่า เพราะแม้มันจะมีน้อยแต่มันก็เป็นความจริงที่สุด อาตมาเองเลี่ยงอันนี้ไม่ได้

จะเอาสิ่งที่เพี้ยนอ่อนๆเบาๆ มันก็ไม่คุ้มกับแรงงานที่จะทำ เพราะว่าแรงงานเวลาอาตมาก็มีจำกัด ตั้งใจอยู่ 151 ปีก็ดูเหมือนจะไม่พอด้วยซ้ำไป ควรจะอยู่สัก 500 ปีด้วยซ้ำไป แต่ว่าคนอยู่ถึง 500 ปีไม่ได้หรอก อาตมาก็ต้องทำเพื่อให้เกิดการสืบสานต่อ ให้เกิดการรับช่วงที่จะปฏิบัติมีเชื้อนี้ต่อไปอีกๆ มีอัตราการก้าวหน้าที่จะพาให้ถึง 5,000

แล้วจะมีคุณสมบัติคุณธรรมอิทธิฤทธิ์ที่เป็นเนื้อแท้โลกุตระของพระพุทธเจ้า ทำให้ศาสนาพุทธเป็นศาสนาที่ยืนยาว เป็นศาสนาในโลกอีก 2000 กว่าปี แม้ที่อาตมาทำไว้ ให้มากที่สุด ต่อไปมันก็จะเจือจางไปอยู่ดี อาตมาแน่ใจ หากตายไปแล้วก็ต้องเกิดมาอีกรอบ มันไม่พอหรอก แต่ก็ต้องอีกช่วงหนึ่ง ตอนนี้มาเจอแล้วก็ให้รีบศึกษา อาจตายก่อนอาตมา หรือแม้ตายหลังอาตมาก็เกิดมาไม่ทันหรอก ที่สำคัญคือ จะไปเกิดที่นี่อีกได้ไหมหรือจะไปเกิดที่เอธิโอเปีย นิวกินี ที่ลาวหรือเปล่า? วิบากคุณรู้ได้ไง เพราะฉะนั้นอย่าประมาท

อาตมาเองพยายามเอาหลักฐานธรรมะขอพระพุทธเจ้ามาอ้างอิงยืนยันว่าอาตมาเทศน์อย่างไรบรรยายอย่างไร อาตมาก็ยืนยันว่าอาตมาบรรยายตามธรรมะพระพุทธเจ้า เอาวรรณะ 9 เป็นต้น หรือพูดด้วยกถาวัตถุ 10 เป็นต้น หลักการตรงนี้มันตรงหรือหลักตรวจสอบธรรมวินัย 8 ประการของพระพุทธเจ้า ในโคตมีสูตร

พระพุทธเจ้าสอนให้เป็นคนกล้าจนมักน้อยอย่าไปมากๆ มาเป็นคนสันโดษเป็นคนใจพอ เป็นคนรู้จักพอ กิเลสหยุดบ้าง อย่าไปเพิ่มเติมกิเลสให้เพิ่มขึ้น อย่ากระสันให้มันมีอีก จึงต้องพยายามชักจูงกัน พาให้โลก ตนเอง สังคม สงัดสงบ ไม่ใช่ไปอยู่ในที่เงียบๆมืดๆไม่พบกับใคร แต่เป็นผู้ที่สงบ กายวิเวก จิตวิเวก อุปธิวิเวก กิเลสมันตายไปจากจิตยังไม่มารวนอีก จิตใจก็สงบจากกิเลส แค่นี้ก็เข้าใจเป้าหมายจุดเนื้อแท้ของความสงบสงัดของพระพุทธเจ้าไม่ได้เลย

กายวิเวกคือ รูปนามธรรมะ 2 สงบจากกิเลส

จิตวิเวก เอาที่จิตโดยตรง

อุปธิวิเวก คือ สงบจากกิเลส กิเลสสงบหมดไป

แต่เขาเข้าใจกายวิเวกว่าคือความสงบทางร่างกายไม่ต้องกระดุกกระดิก แต่กายวิเวกของพระพุทธเจ้านั้นมีความคล่องแคล่วว่องไว ในกาย คือธรรมะสอง เป็นกายปาคุญญาตา อาตมาเอาพยัญชนะบาลีวิชาการมาขยายความ ถ้าไม่เข้าใจที่อาตมาประพฤติปฏิบัติ คนไม่มีปัญญาจริงก็ไม่รู้เรื่อง และหาว่าไปว่าร้ายพูดร้ายกับเขาอีก เวรจริงๆเลยคนที่ไม่รู้เรื่องอาตมาว่าน่าสงสาร

สันตุฏฐิ ปวิเวกะ

อสังสัคคะ ข้อ 4 พูดอสังสัคคะคือพูดไม่สร้างสวรรค์ แต่ท่านไปแปลว่า ชักนำให้คลุกคลีกับหมู่คณะ ให้ไปปลีกเดี่ยวหนีคนเดียว มันออกนอกรีต เพราะฉะนั้น Concept ความเข้าใจและทิฏฐิของท่านจึงออกไปไกลจากสัจธรรมหมด คณะหรือกลุ่มหมู่ก็คือกิเลส ที่มันโง่ไปสร้างแต่สวรรค์ สวรรค์นี่คือคนโง่สร้าง สวรรค์คืออันเดียวกับนรก นรกกับสวรรค์อันเดียวกันไม่แยกกันเลย เพราะฉะนั้นใครหลงสวรรค์ก็คือคนนั้นยังมีนรก

ไม่มีใครอยากสร้างนรกหรอก แต่นรกมันเกิดเพราะคุณไปหลงสวรรค์ มีสวรรค์ใหญ่ก็คือนรกใหญ่ สร้างสวรรค์มากนรกก็มาก ไม่มีสวรรค์เลย ก็ไม่มีนรกเลยเช่นกัน

ใครที่จะไปสร้างสวรรค์ให้แก่จิตใจตัวเองนรกก็จะมีตามมา นี่คือศาสนาพุทธไม่ใช่ศาสนาเทวนิยมที่ยังมีสวรรค์และนรกยังมีอัตตาตัวตนมีตัวเรามีภพชาติ ยังไม่หมดภพชาติ ยังมีตัวเองเป็นชาติเป็นภพ จึงเป็นธรรมะ 2 ด้วย เทวธัมมา

ส่วนของศาสนาพุทธนั้นเป็น อเทวะ เป็นศาสนาที่ทำให้ธรรมะเป็นหนึ่ง หรือไม่เป็นหนึ่งก็เป็น 0 เลยไม่เป็น 2 แล้ว สามารถทำที่มากกว่า 1 ทำให้เป็น 1 หรือ 0ได้ เทวนิยมคือมีพระเจ้า แต่มันไม่เข้าหาแก่นแท้ของศาสนาพุทธ

ผู้ที่ยังมีสวรรค์ สังสัคคะ แต่อสังสัคคะคือไม่มีสวรรค์ ไม่คลุกคลีกับหมู่กิเลส แต่ถ้าแปลแค่ว่าชักนำให้คลุกคลีด้วยหมู่คณะท่านแปลอย่างนั้น

เรื่องที่ชักนำให้ปรารภความเพียร วิริยารัมภะ เป็นธรรมะที่ขยันขยันอยู่เสมอไม่ขี้เกียจขี้คร้าน วันคืนล่วงไปบัดนี้เราทำอะไรอยู่ มีสติสัมปชัญญะรู้ตัวว่า เรามีเวลามีกำลังก็ควรจะต้องทำงานไม่ควรจะต้องอยู่เปล่าๆ ควรจะเป็นคนที่มีประโยชน์คุณค่าสร้างสรรค์เป็นนักเศรษฐกิจชั้นดี

ข้อ 6. เรื่องชักนำให้บริสุทธิ์ในศีล

ข้อ 7. เรื่องที่ชักนำให้จิตเป็นสมาธิ

ข้อ 8. เรื่องที่ชักนำให้เกิดปัญญา ซึ่งปัญญานี้อาตมาก็ไขความว่าไม่ใช่เฉกะหรือเฉโก ที่เป็นความฉลาดที่วนเวียนในนรกสวรรค์ แต่ถ้าปัญญาจะออกจากสวรรค์และนรกออกจากโลกีย์ เป็นฉลาดโลกุตระ แต่ฉลาดเฉโกนั้นวนในโลกีย์ แต่เขาเอาปัญญาไปเรียกทั่วไปหมดเลย ซึ่งผิดหมด ทำลายศาสนาด้วย ผู้ใดเอาปัญญาไปเรียกแทนเฉโก ผู้นั้นทำลายศาสนาเพราะเป็นการกระทำนอกรีต

มันกลับคำว่าบุญที่ไปแปลกันว่าเป็นภพเป็นชาติเป็นสวรรค์วิมาน เป็นฐานะทรัพย์สินทางโลกีย์ แท้จริงแล้วบุญเป็นเครื่องทำลายสมบัติโลกีย์ด้วยซ้ำไป บุญเป็นเครื่องมือวิบัติ ทำลายโลกียะหรือโลก อาตมาบรรยายพูดพยายามให้ชัดเจนไม่ผิดเพี้ยนไม่แฝง ไม่เหลื่อมคมในสัจธรรม ซึ่งไม่ใช่พูดง่ายนะ พูดยาก ถ้าไม่มีความรู้อย่างอาตมาพูดไม่ได้หรอก เขาก็จะพูดเรื่องโลกๆเลอะเทอะ ศาสนาจึงได้เสื่อมเพราะว่าตนเองเข้าใจผิด ทำให้ศาสนาเสื่อมไปเรื่อยๆเข้าใจผิดไปเรื่อยๆ

แค่คำว่าปัญญาคำเดียวก็ยากแล้ว ที่อาตมาต้องพยายามฟื้นคืนสัจจธรรม

ข้อ 9. เรื่องที่ชักนำให้ลดกิเลสถึงวิมุติ

ข้อ 10. เรื่องชักนำให้เกิดความรู้แจ้งเห็นจริงในความหลุดพ้นจากกิเลส วิมุติญาณทัสนะ

ก็เอาตำรา คําสอนพระพุทธเจ้า เป็นพุทธวจนมาอธิบายให้เข้าใจ จะได้ใช้ได้อย่างถูกต้อง ตลอดเวลา ซึ่งก็ยากแสนยากแต่ก็ควรทำ

พูดไปแล้วเขาก็หาว่าอวดตัวเอง ต้องอาบัติ ปาราชิกเสียอีก ก็คนที่ไม่เข้าใจไม่เห็นคุณค่าไม่เห็นประโยชน์ก็จะไม่ได้ประโยชน์ หาว่าอาตมาทำผิดเป็นโทษภัยก็เป็นภูมิ เป็นความเข้าใจของเขา อาตมาบังคับไม่ได้ ก็เหลือแต่ผู้ที่จะมีปัญญา คนฟังอาตมาต้องมีปัญญา มีแค่เฉโกฟังยาก มีความฉลาดโลกียะฟังได้ยาก แต่ถ้าเขามีภูมิที่จะฟังว่าอย่างนี้ใช่ๆๆ ใช่ของศาสนาพุทธ ไม่ใช่หาได้ง่ายนะเป็นของหายาก อาตมาก็จึงต้องแสดงตลอดเวลาให้คนได้รับรู้มากๆให้คนได้รับรู้ทันทีและเร็ว เพราะเวลามันผ่านไปเรื่อยๆไม่หยุดเลยเวลา ไม่มีการหยุดหมุน อีก 60 กว่าปีอาตมาก็ต้องตายแล้ว อาจจะไม่ถึง ตั้งใจว่าจะอยู่ 151 ก็พยายามไป

_ตอบปัญหาเด็กๆ

_ถ้าเตือนรุ่นน้องแล้วไม่ฟัง ต้องทำใจอย่างไรคะ ยกตัวอย่างคือ รุ่นน้องก้าวร้าวใส่รุ่นพี่ค่ะ

พ่อครูว่า…ถ้ารุ่นน้องก้าวร้าว ไม่รู้จะทำอย่างไรก็ไปบอกผู้ใหญ่พี่ป้าน้าอา บอกคุณครู คุรุ นักบวชชาย นักบวชหญิง สิกขมาตุ สมณะ ต้องอย่างนั้นเลย ไม่มีทางเลือกอื่นเลย ต้องทำอย่างนั้น เราต้องชัดเจนนะว่าเขาก้าวร้าวจริงๆ เราก็มีส่วนให้เขาก้าวร้าวหรือเปล่า ถ้าเราแก้ไขที่ตัวเราก็อาจจะไม่เกิดอาการที่คุณบอกว่าก้าวร้าวก็ได้ แต่ถ้าถึงอย่างไรก็ตามแต่เขาก้าวร้าว คนเขารู้สึกอย่างนี้เพราะว่าเราแสดงออกไปเป็นปฏิกิริยาที่กระทบบอกไปเขาก็ตอบโต้มาอย่าง เป็นเรื่องธรรมดาของ Action reaction การกระทบโต้ตอบก็เกิดขึ้น ก็ต้องพยายามตรวจสอบและแก้ไข หากเราเองแก้ไขไม่ได้ เราก็ต้องไปบอกผู้ใหญ่

_วัดพระธรรมกายคือวัด มหาอะไรใช่ไหมคะ ได้ข่าวว่า จ้างคนมาเป็นพระ

พ่อครูว่า…คงจะเขียนว่ามหาประลัย ประลัยกัลป์นะ คือไหม้อย่างมหาประลัย หลวงปู่ก็ได้ข่าวมาอย่างนั้นว่าวัดนี้จ้างคนมาเป็นพระ เขาพยายามให้คนมาเป็นพระ เอามาบวชเล่นบวชหัว บวชชั่วครั้งคราวแล้วทำลายศาสนาฉิบหายวายป่วง เพราะบวชเล่น เห็นการบวชเป็นการเล่นลิเกละคร หากหมู่มีมาก ก็เอาไปเดินโชว์สร้างภาพพจน์เพื่อให้คนหลงใหล คนก็ติดยึดในความใหญ่งามมากหรูหรา เอาเรื่องโลกๆที่จะมอมเมาให้คนตกต่ำมาใช้ ขออภัยที่พูดไม่ได้ด่าว่าแต่พูดสัจธรรมให้ชัดและเร็ว โดยใช้ภาษาที่เลือกมาใช้ ภาษาที่พูดเป็นวาทิตะ เหมาะสมกับสิ่งที่ควรใช้ แม้แต่บาลีที่ควรใช้ อาตมาพูดด้วยวาทิตะเสมอ แต่คนไม่เข้าใจหาว่าพูดร้าย

ได้ข่าวว่าจ้างคนพม่ามาด้วยเพราะเป็นคนงานที่เป็นพม่ามีเยอะ แม้แต่ทำปลอมก็มีอีกเยอะ อาตมามั่นใจว่าเขาบอกว่าพระแสนรูปหมื่นรูปพันรูป ที่พูดนี้เป็นตัวเลขโกหกทั้งนั้น ไปนับเถอะไม่ถึงสักครั้งเดียว ที่จำนวนมากๆนี้ขอยืนยัน แต่โกหกโลก จนหัวไม่เหลือ บาปกินหัวไปหมด คือไม่เกรงบาป กายกรรม วจีกรรม มโนกรรม อย่างไร ไม่เข้าใจสัจธรรม ทำเพื่อให้ได้กิเลสเพิ่มขึ้นอยากใหญ่โตอยากให้ได้บริวารมากๆ ก็มาเจอสิ่งที่น่าสังเวชใจแสนเศร้ากันในสังคมยุคนี้

_ในอดีตชาติ ตถาคตได้เป็นนกขมิ้น ใช่ไหมคะ ก็คงอยากจะทราบว่าพระพุทธเจ้าเคยเกิดเป็นนกด้วยหรือ

พ่อครูว่า…เคยได้ยินแต่นกกระจาบ แต่นกขมิ้น เขาบอกว่าเป็นนกที่เร่ร่อน เป็นนกว้าเหว่ พระพุทธเจ้าเคยเกิดเป็นสารพัดอย่างอย่าว่าแต่นกเลย แม้แต่สัตว์เลวร้ายก็เกิดมานับไม่ถ้วน ในพระไตรปิฎกมหายาน คนที่ตายแล้วเกิดเกิดแล้วตาย แม้แต่เกิดเป็นสัตว์ต่างๆนานาที่ถูกกิน ไม่กินก็ตาม สารพัดสัตว์ที่จะเกิดมานับไม่ถ้วนที่มีสัตว์เป็นพ่อเป็นแม่เป็นลูกกัน

พระพุทธเจ้าตรัสว่า ท่านเอานิ้วจิ้มลงไปในดินบอกว่าไม่มีตรงไหนเลยที่เราไม่เคยเกิด เป็นคำเปรียบเทียบที่มากมายท่านเกิดมาเป็นอะไรสารพัด นับชาติไม่ถ้วนเกิดมา ก็จริง แต่เราระลึกชาติไม่ได้เหมือนพระพุทธเจ้าเกิดมาชาตินี้ได้เป็นคนก็ดีแล้ว ได้มาฟังธรรมะโลกุตรธรรมนี้เป็นเรื่องดีจริงๆนะลูกหลานเอ้ย

สู่แดนธรรมว่า.. มีแต่วานรคุยกับนกขมิ้น แต่ไม่ได้บอกว่า พระพุทธเจ้าเป็นอะไร?

[582]ดูกรวานร ศีรษะ มือ และเท้าของท่านเหมือนของมนุษย์ เออก็ เพราะเหตุไรหนอ ท่านจึงไม่มีเรือนอยู่?

[583] ดูกรนกขมิ้น ศีรษะ มือ และเท้าของเราเหมือนของมนุษย์ก็จริง แต่ ปัญญาที่บัณฑิตกล่าวว่า ประเสริฐสุดในหมู่มนุษย์ ของเราไม่มี.

[584] ผู้มีจิตไม่มั่นคง มีจิตกลับกลอก มักประทุษร้ายมิตร มีปกติไม่ยั่งยืนเป็นนิจ ย่อมไม่มีความสุข.

[585] ท่านจงกระทำอานุภาพ เปลี่ยนปกติเดิมเสียเถิด ดูกรวานร ท่านจงกระทำกระท่อมไว้เป็นเครื่องป้องกันความหนาว และลมเถิด.

อาตมานี้ไม่เรียกว่าสุข แต่เป็นยิ่งกว่าสุข ปรมังสุขัง นี่คือสุดยอดแล้ว ปฏิบัติอย่างนี้จะได้สภาวะที่เราเป็นอยู่อาศัย

_บาปของการฆ่าพ่อแม่ หนักอย่างไรคะ

พ่อครูว่า…พระพุทธเจ้าตรัสไว้ชัดเจนว่าเป็นอนันตริยกรรม คือบาปมาก คือไม่มีที่จบ อย่าไปมีดำริ ความคิดเช่นนี้ อย่างไรพ่อแม่เราก็มีคู่เดียว พ่อแม่จะดีหรือไม่ดีอย่างไรก็เป็นพ่อแม่เรา ต้องเคารพบูชาและยกไว้ ต้องเกื้อกูลอุ้มชูต้องช่วยเหลือกัน

_ที่วัดข้างนอกเขาบอกว่าใส่ตังค์ ใส่น้อยก็ได้น้อย จริงไหมคะ

พ่อครูว่า…ใช่ ถ้าใส่น้อยพระก็ได้น้อย ใส่มากพระก็ได้มาก พระนี่ก็เลอะเทอะ พูดหน้าไม่อาย เรียกร้องให้เอาเงินมา ดูแล้วน่าเกลียดที่สุด

_ถ้าตอนนั้นมหาเถรสมาคมไม่ให้หลวงปู่เรียกตัวเองว่าภิกษุ นักบวช นักพรตใช่ไหมคะ

พ่อครูว่า…ใช่ หลวงปู่จึงต้องมาเรียกตัวเราเองว่าสมณะ ก็เลยสวยเลย สมณะนี่เป็นของพระพุทธเจ้าโดยตรง

สมณะเดินดินว่า…เรื่องลิง ตอนจบ ลิงนี้เป็นผู้เผากุฏินี้ ลิงโกรธนกก็เลยรื้อทำลายบ้านนก ลิงก็มาเกิดเป็นผู้เผากุฏิพระมหากัสสปะ มาเป็นภิกษุดื้อ ส่วนนกขมิ้นในตอนนั้นก็มาเป็นพระตถาคตในตอนนี้ คือ นกสอนให้ลิงสร้างบ้าน ลิงก็เลยโมโห

_หลานอยากจะทราบว่า ผู้ที่บรรลุพระโสดาบันจะไม่มีความโกรธ ความโลภและความอยากมีความกรุณาต่อสัตว์โลกใช่ไหมคะ

พ่อครูว่า..ผู้ที่บรรลุโสดาบันยังไม่หมดความโลภ ความโกรธ ความอยาก ยังมีเหลืออยู่เป็นแต่เพียงลด พูดง่ายๆว่า พระโสดาบันจะลดความโลภ ความโกรธ ความอยากได้ 1 ใน 4 ของที่เคยมี ถ้าที่เคยมีอยู่เป็น 100 ก็ลดไปได้ 25 เปอร์เซ็นต์ นี่พูดให้เข้าใจง่ายๆ ยังไม่หมดหรอก แล้วจะมีความรู้ และจะเป็นคนที่สำนึก รู้จักสัตว์โลกตามศีลข้อที่ 1 มีใจกรุณาไม่ฆ่าสัตว์แน่นอน มีความเอ็นดูมีความกรุณาหวังประโยชน์ต่อสัตว์ทั้งปวงอยู่มีความรู้สึกอย่างนั้นมากขึ้นเป็น25ส่วนร้อย ถ้าเป็นสกิทาคามีก็มากถึงขึ้นครึ่งหนึ่งในร้อย เป็นอนาคามีก็ยิ่งมากขึ้น เป็นพระอรหันต์ก็บริบูรณ์

_ทำอย่างไรจะให้คนที่โกรธง่ายชอบถือสาเป็นคนที่เปลี่ยนนิสัยให้เป็นคนไม่ถือสาไม่โกรธง่ายคะ

พ่อครูว่า…ก็จะทำอย่างไรให้เปลี่ยนนิสัย ให้ไม่โกรธง่ายและไม่ถือสา จะทำอย่างไร? ก็มาเรียนรู้ตามที่หลวงปู่พาทำ ที่หลวงปู่พาทำนี้ เป็นคำสอนของพุทธเจ้าปฏิบัติตามนี้นี่แหละ จิตใจก็จะไม่ถือสา จิตใจจะเปลี่ยน เปลี่ยนนิสัยเปลี่ยนอนุสัยให้เป็นคนไม่โกรธง่าย ไม่ถือสาใครได้จริงๆ

_และเราจะทำอย่างไรให้คนที่ชอบเอาแต่ใจให้เลิกเอาแต่ใจคะ

พ่อครูว่า…อย่าเพิ่งไปนึกถึงขนาดนั้นเอาตัวเราเสียก่อน ปฏิบัติตนให้ดี แล้วคนอื่นจะศรัทธาเลื่อมใสและนับถือเรา เราถึงจะบอกเขาได้ แนะนำเขาได้ ให้เขาเปลี่ยนไปได้ แต่ถ้าเผื่อเราเองยังไม่ดีพอ ไปบอกไปแนะไปอะไรเขาก็จะยาก ก็ทำตามทีว่าก็แล้วกัน

_ถ้าเขาโกรธเราแล้วเราก็ง้อ แต่เมื่อเราโกรธเขาแต่เขาไม่ง้อ สุดท้ายเราก็ต้องไปง้อเขาอีกยอมทุกอย่างเป็นแบบนี้ประจำ มันจะถือว่ายิ่งทำให้เขาเอาแต่ใจไหมคะ

พ่อครูว่า…มองไปในแง่หนึ่งก็เป็นนะ ทำให้เขาได้อะไร มีมานะถือดี เอาแต่ใจตัวเองเพิ่มก็ได้ ก็เอาแบบประมาณให้พอเหมาะ จริงๆแล้วจะไปโกรธเขาทำไม การโกรธนั้นเป็นความทุกข์ การโกรธนั่นเป็นคนไม่เจริญ เป็นคนตกต่ำ เป็นคนไม่ดี คนชั่ว เพราะฉะนั้นอย่าไปทำใจแบบนั้น อย่าทำใจของเราให้ เติมความโกรธ ความโลภ ความหลง ความอยาก เป็นเรื่องไม่ดีทั้งนั้น เป็นเรื่องผิด ต้องมาเรียนรู้ธรรมะพุทธเจ้า แล้วจะควบคุมใจเราได้ แล้วทำให้ใจเราไม่เกิดอาการที่มันมีความโลภ โกรธ หลง มันไม่เกิดอาการนี้ในจิตเลยได้

หลวงปู่นี้ไม่มีอะไรนะ หลวงปู่สบายใจมาก จึงบอกได้ว่าเราเป็นคนอย่างไร เป็นอรหันต์เป็นคนไม่มีกิเลสจึงสบาย อาการโกรธเป็นอย่างไรหลวงปู่ก็รู้ อาการมีความโลภเป็นอย่างไรหลวงปู่ก็รู้ แล้วมันไม่เกิดอีกแล้วตั้งแต่บรรลุธรรมมันก็ไม่เกิดอย่างนั้นตลอด บรรลุสมบูรณ์แบบแล้วมันจะไม่เกิดอีก เป็นอรหัตผลที่สมบูรณ์แบบแล้ว มันจะไม่เกิดจิตแบบนี้อีกเลยตลอดไป สัสสตัง จะไม่เปลี่ยนแปลงแล้วเพราะเป็นความสมบูรณ์แล้ว อสังหิรังไม่มีอะไรมาหักล้างความเป็นแบบนี้ได้ อวิปริณาธัมมัง ไม่มีเปลี่ยนแปลงอีกแล้ว ไม่กลับกำเริบ อสังกุปปัง

ชัดเจนได้ มันอยู่กับเราเราก็หยิบมาพูดได้เลย ไม่อยู่ในตนเองก็เอามาพูดได้ง่าย ดูเหมือนเก่งนะจำได้ ที่จริงไม่ได้เก่งหรอก แต่มันไม่มีอื่นมันอยู่ที่ตัวเรา หยิบมาพูดก็ได้เลย เป็นภาษาไทยหรือเป็นภาษาบาลี ยิ่งภาษาบาลียิ่งกระชับ หลวงปู่มีสภาวะก็เอามาพูดได้ ได้เลยมันอยู่ที่เรามันอยู่ในกระเป๋าเรา ก็หยิบมาพูดได้เลย

_ทำไมหนูต้องเกลียดคนอื่นด้วยคะ เช่นเขาโมโหง่าย

พ่อครูว่า…เขาโมโหง่ายเราจะไปเกลียดเขาทำไม คนเขาไม่ดีก็ต้องน่าสังเวชน่าสงสาร หลวงปู่เห็นคนชั่วก็น่าสังเวชน่าสงสาร ก็พยายามบอกเตือนสติให้ความคิด ด้วยความปรารถนาดีไปหรือใครๆก็ตาม พยายามพูดถึงเขา ใครที่หลวงปู่ระลึกถึงบ่อยๆพูดถึงบ่อยๆ ตำหนิบ่อยๆนั่นแหละก็คือเมตตา หลวงปู่พยายามทำ (มีเสียงยางรถจักรยานระเบิด) พ่อครูว่าทดสอบอะไร

_ถ้าสมมุติว่าเรามีแฟนแล้วเพื่อนจะรู้ไหมคะ ถ้าเพื่อนรู้ที่หลังเพื่อนจะโกรธไหมคะ

พ่อครูว่า…จะไปคิดเรื่องแฟนเลย มาถามทำไมเป็นเรื่องไร้สาระ มันไม่ใช่เรื่องวัย ไม่ใช่เรื่องกาละ ไม่ควรมี ถ้ามีแฟนก็เลิกเสีย ทำใจให้ว่างๆอยู่เป็นคนโสดเป็นคนเดี่ยว ตั้งใจเรียนหนังสือให้ดีๆ เป็นเรื่องกิเลสที่มาหลอกเราให้เมา หลวงปู่อายุมากแล้วผ่านอะไรแบบนี้มาเยอะ วัยเท่าๆพวกเราที่มีแฟน เป็นเรื่องตลกเป็นเรื่องกิเลสที่เรียกว่า puppy love เป็นเรื่องเล่นตลกตุ๊กกะตุ่นตุ๊กตาเฉยๆไม่ใช่เรื่องจริงเลยอย่าไปใส่ใจมัน มันก็เหมือนเอาตุ๊กตามาเล่นมาหาเรา นี่เราก็ในวัยเราส่วนมากทั้งนั้นเลยเป็น puppy love เป็นความรักขี้หมาอะไรมันไม่จริงหรอก ถามคนที่โตมาผ่านมาจะรู้เลย พวกนี้เป็นเรื่องไม่เข้าท่าอะไรหรอก อย่าไปใส่ใจอย่าไปเสียเวลา มันเกิดมาก็เลิกเสียอย่าไปสนใจ เราจะเป็นคนประเสริฐและเจริญในการเป็นอยู่ในการศึกษาเจริญไปหมด ฟังธรรมตรงนี้ให้ดี

_ผมอยากรู้ว่าทำไมต้องเรียกว่าอโศก

พ่อครูว่า…ที่ชาวอโศกต้องเรียกว่าอโศกมันก็คือ หลวงปู่มาทำงานศาสนาเริ่มต้นจุดสำคัญ หลวงปู่ก็ไปบวช บวชที่วัดอโศก วัดอโศการาม เมื่อบวชแล้วเสร็จก็ไปแสดงธรรม ไปแสดงธรรมที่ลานอโศก วัดมหาธาตุ มีต้นอโศกด้วยเขาเรียกว่าลานอโศก เป็นสำนักตักสิลาตอนนั้น สนุกสนานตอบปัญหาธรรมะ หลวงปู่ไปแสดงธรรมจนกระทั่ง คำว่าอโศกเลยมาเกี่ยวข้องกับตัวเราเพิ่มขึ้นๆก็เลย เอ๊ เราจะออกหนังสือ เพื่อจะเป็นหนังสือเผยแพร่ ก็เลยจะตั้งหนังสือว่าชื่ออะไรเป็นนิตยสาร คำว่าอโศกอยู่ติดตัวเรา แสดงธรรมที่อโศก คำว่าอโศกเลยติดขึ้นมาตั้งชื่อหนังสืออโศก ก็เลยทำนิตยสารอโศกขึ้นมา ออกไปได้ 3 เล่มก็หยุด ไม่มีทุนทำต่อไป ตอนเขียนว่าเราก็อย่าไปมีตัวตนเลย ให้ใช้นามปากกาเดียวกันว่าอโศก

คำว่าอโศกเลยเข้ามาเนียนกับชีวิตเราเพิ่มขึ้น ก็เลยติดมาตั้งแต่บัดนั้น คำว่าอโศกมีที่มาที่ไปแบบนั้น แม้แต่สถานที่เราไปบำเพ็ญธรรมแห่งแรกก็เรียกว่า ธรรมสถานแดนอโศก

นี่ก็คือคำว่าอโศกมาเกิดที่เรา

ทีนี้ก็มีคนคิดยาวไป ว่าอโศก ต้องมีที่ไปที่มา มีอะไรพัวพันกับคำว่าอโศก เขาก็คิดไปไกลถึงขนาดนั้น ทำให้คนคิดไปเท่านั้นเองไม่มีอะไร ส่วนจะจริงหรือไม่จริงไม่มีชาติก่อนนี้ จนกระทั่งใครก็ว่า เดาว่า พ่อท่านจะเป็นเจ้าอโศกมหาราชนะ เกี่ยวข้องกับศาสนาอย่างสำคัญเลย เพราะตอนนั้นก็แสดงออกว่าเอาจริงเอาจังในเรื่องกอบกู้ศาสนา ตอนนี้ก็มากอบกู้ศาสนาก็น่าจะเป็นคนๆเดียวกันนะ ก็ว่าไป ก็อย่างนี้แหละคนเราก็คิดได้ยาว คิดเล่นๆไปก็ได้ จริงหรือไม่จริงก็ไม่รู้ล่ะก็พูดให้ฟัง เดี๋ยวนี้ก็เลยกลายเป็นชาวอโศก

_บ้านราชฯกำเนิดมากี่ปีแล้วครับ

พ่อครูว่า…เกิดในปี 2537 ตอนนี้ก็มาได้ 24 ปีแล้ว

_มีคนเคยบอกลูกว่า อาวุธของชาวอโศกมีอยู่ 2 อย่าง คือคำพูดและสายตา สำหรับลูกคิดว่าชาวอโศกพกอาวุธสองอย่างนี้ตัวจริงๆ

พ่อครูว่า…ระมัดระวัง อาวุธนี้อย่าไปทำร้ายใครให้มาก มีไว้สำหรับใช้ให้เป็นประโยชน์ ให้เอามาตัดกิเลส อย่าเอาไปใช้อย่างอื่น

_ธรรมิกราชคืออะไร แล้วใครคือธรรมิกราช ในยุค Social 2018

พ่อครูว่า…เรื่องนี้พูดไปมากก็ไม่ค่อยสวย คนเพ่งโทษเยอะ พระเจ้าธรรมิกราชคือผู้ที่มากอบกู้ธรรมะ มีหลักฐานที่จารึกกันมา ว่าจะมีผู้มากอบกู้ธรรมมะ 2 รูปเป็นธรรมิกราช 2 รูป หลวงปู่ก็บอกไปจริงตามคำที่เปิดเผยว่า คือในหลวงรัชกาลที่ 9 กับหลวงปู่ ก็บอกไปแล้วไม่ได้ปิดบังอะไร ไม่ได้เหนียมอายไม่เก้อยากอะไร

ผู้มีภูมิธรรม ในหลวง มีภูมิธรรมของโพธิสัตว์ เช่น คนที่เข้าใจโลกุตระถึงแก่นสาระว่า

ศาสนาพุทธให้มาเป็นคนจน ไม่มีใครกล่าวหรอก คนอื่นๆไม่มีกล่าวแบบนี้ มีอยู่ 2 องค์เท่านั้นที่พูดให้มาเป็นแบบคนจน ในหลวงก็เน้นอีกว่าขาดทุนของเราคือกำไรของเรา หลวงปู่ก็พาทำตรงกัน นี่เป็นเครื่องยืนยันอ้างอิงไม่ได้พูดเล่น การพูดอะไรอย่างไม่มีหลักฐานอ้างอิงมันก็เป็นการพูดเพ้อเจ้อ แต่หลวงปู่ยืนยันได้ว่ามีหลักฐาน อย่างที่เป็นนี้ ใครจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ไม่มีปัญหาอะไรหรอก

_พระอวโลกิเตศวรมีจริงไหมครับ แล้วเป็นพระโพธิสัตว์ระดับไหนครับ

พ่อครูว่า…พระอวโลกิเตศวรเป็นโพธิสัตว์มีในตำนานเป็นประวัติ เป็นโพธิสัตว์ระดับ 8 ระดับ 9 ทีเดียว แต่ท่านเอง เป็นพระโพธิสัตว์ท่านไม่ยอมขึ้นไปโดยท่านมีปณิธานว่า ท่านจะช่วยมนุษย์ในโลก ให้หลุดพ้นให้หมดทุกคน จนคนสุดท้ายแล้ว ท่านถึงจะยอมปรินิพพาน ท่านเป็นโพธิสัตว์ขั้นสูงแล้ว มีจริงไหมก็ไม่มีใครยืนยันได้เป็นเรื่องของตำนานประวัติศาสตร์ที่สืบทอดกันมา กล่าวถึงคุณลักษณะชื่อเสียงเรียงนาม ก็ไม่มีปัญหาอะไร เราเอาเนื้อหา แสดงให้เห็นว่า ท่านเป็นผู้มีปณิธานมั่นคงมาก เป็นผู้ที่เสียสละให้ศาสนาเต็มที่ หลวงปู่เป็นโพธิสัตว์รู้ดีทำให้จริง ท่านก็มีคนลักษณะนี้ เห็นเรื่องที่คนควรเอาอย่างเป็นเรื่องดี

_พระไตรปิฎกมีหลายเล่ม มีทั้งฉบับหลวงฉบับสยามรัฐ ฯลฯ ฉบับไหนถูกต้องมากที่สุดครับ

พ่อครูว่า…ฉบับสยามรัฐที่เราใช้กันอยู่นี่แหละ อันเดียวกับฉบับหลวง ที่แปลมาเป็นไทยเรียกว่าฉบับหลวง แปลจากพระไตรปิฎกฉบับบาลีฉบับสยามรัฐ เราก็ใช้ฉบับนี้แหละ หลวงปู่รับรองว่าเอามาเป็นหลักฐานยืนยันได้หมด ปฏิบัติตามได้ดีที่สุดเป็นพระอรหันต์ได้

_เมื่อไหร่น้ำจะท่วมคะ

พ่อครูว่า…หลวงปู่ไม่ใช่อธิบดีกรมชลนะ น้ำท่วมเราจะได้ฉลองน้ำกัน สงสัยจะไม่ถึงขั้นนั้น ถ้าเดือนนี้เขาจัดการเรื่องน้ำให้ออกไปได้ดี ทางรัฐบาลจัดการได้ดี

_ทำอย่างไรจึงจะเลิกกินจุบจิบเสียทีคะ

พ่อครูว่า…ก็เลิกเองสิ ก็ต้องลดลง ถ้าหากมันกินจุ๊บจิ๊บเจออะไรกิน ให้ตั้งอย่างนี้ เป็นเกณฑ์ของศีลหรือสัจจะ 1 เราจะกินข้าว 3 มื้อเท่านั้นนอกมื้อไม่กิน จะกินน้ำเปรี้ยวน้ำหวานเอามากองในมื้อ เพราะฉะนั้นนอกมื้อเราจะไม่กิน จะอะไรกินนั้นเป็นนิสัยเสีย ทำให้ตนเองตกต่ำเลวลง คิดอ่านอย่างนี้ก็ดีแล้วที่จะทำอย่างนี้ ตั้งอย่างนี้ลองดู

_ทำไมที่บ้านราชฯต้องมีเรือคะ

พ่อครูว่า…มันมาจากเรามีน้ำท่วมนี่แหละ เรามีน้ำท่วม ที่เราน้ำท่วม พอดีญาติโยมบางคนมีเรือใหญ่ เรือกระแชง “ลำกกแฮก” บอกว่ายกให้ เราก็ไปเห็นแต่ก่อนเราก็ว่าจะเอามาทำไม เอาไปเอามาก็เอามาจนได้ ขนมาแล้วน้ำก็ท่วม เราได้ปรับปรุงเรือขึ้น ก็ได้ใช้งานมันมีเครื่องเรือ ก็เลยได้ใช้เรือลำนี้วิ่ง เห็นคุณประโยชน์ของเรือลำนี้ ที่นี่เราไปเจอเรืออื่นๆที่ไหน เราก็บอกว่าเราก็น่าจะเอามาใช้ ความคิดนี้เกิดขึ้นก็เลยเก็บตกหล่น ดีไม่ดี ก็ซื้อเลยบางลำที่พอซื้อได้ พวกเราก็ขนเรือพวกนี้มา

เอี้ยมจุ๊น 34 ลำ และมีเรือกระแชงเรืออื่นๆอีกมากมาย จะเป็นเกินร้อยแน่นอน เราก็เลยกลายเป็นบ้านราชเมืองเรือ ซึ่งตอนต้นก็ไม่คิดว่าจะมีเรือมากขนาดนี้

บ้านไม้เมืองหิน ไปขนหินมา จะปลูกต้นไม้ ก็มันแล้งร้อนเราก็เลยจะปลูกต้นไม้ เป็นบ้านไม้ เมืองหิน

หลวงปู่ชอบมีหิน ตั้งแต่เป็นฆราวาสอยู่บ้าน หลวงปู่เป็นคนจน เมื่อทำงานแล้วก็ได้บ้านของรัฐเขาทำขายเป็นบ้านสงเคราะห์ก็ไปซื้อได้ พยายามตกแต่งบ้านนี้ มีรถคันหนึ่งขับมาผ่านหน้าบ้าน เขามาขายหิน ผ่านบ้านไหนก็ไม่มีคนสนใจ มาบ้านเรา เราก็สน เขาก็ว่าหินน้ำสิบกว่าก้อน เขาก็บอกว่าขายเรา ก็ว่าจะเอามาตกแต่งบ้าน เราก็ซื้อเลย จำได้ว่าเขาขาย 1500 บาท ซึ่งแต่ก่อนนี้ ข้าราชการชั้นตรีเงินเดือน 750 นะ ตั้งชื่อว่าบ้านร่ม ต่อมาก็สนใจพวกนี้มาที่ไหนไปที่ไหนก็สร้างน้ำตก เอาหินมา ตอนที่สร้างปฐมอโศกก็ขนหินกันน่าดูเลย มาบ้านราชฯก็เลยติดขนหินมา เป็นแสนๆก้อนเลย นี่ยังขนไม่จบนะนี่ นี่ฝนตกเท่านั้นนะ

ถ้าเรือในน้ำก็เรียกเรือเรือน แต่ถ้าอยู่บนบกก็เรียก เรือนเรือ

เลยกลายเป็นว่าบ้านราชฯเมืองเรือ เป็นเมืองอนุรักษ์เรือไทย ใครอยากจะดูเรือก็มาที่นี่ น่าจะพูดได้ว่ามีแห่งเดียวเท่านั้นที่อนุรักษ์ หมดเงินไปไม่รู้เท่าไหร่แล้วที่ทำไป

_งานฉลองน้ำเป็นอย่างไรครับ

พ่อครูว่า…ก็คือ สนุกกับน้ำ มีน้ำมาเราก็สนุกสนานฉลอง อาบน้ำเล่นน้ำ มีการพายเรือแข่งกัน ว่ายน้ำ มีดนตรีมาเล่น มากินข้าว พายเรือขายของ ทำสารพัด มารวมตัวกัน พวกชาวอโศกต่างจังหวัดก็มาฉลองน้ำ แทนที่จะเป็นทุกข์เพราะน้ำเราก็สนุกสนานเบิกบานราช ทางการน่าจะทำแบบนี้ได้ น้ำมาก็ตั้งรับทำให้สนุกเลย ถ้ามันมาแรงก็ตั้งรับ ถ้ามันมายังเบาเราก็สนุกสนาน จนได้รับคำชมจากอธิบดีกรมชลฯ น้ำท่วมแล้วเราไม่เคยเดือดร้อนกับทางการ เขาก็บอกว่าไปดูเขาที่บ้านราชฯ แต่อธิบดีรับมาจากใครนะ ท่านว่าไปดูบ้านราชฯไม่เคยเดือดร้อนกับน้ำท่วม ทางการเขามีสิ่งของบรรเทาทุกข์มาให้เขาก็บอกว่าบ้านราชฯไม่ต้อง บอกว่าเอาไปแจกคนอื่นเถอะที่นี่ไม่ต้อง

ปี 2545 น้ำท่วมจริงๆ ท่วมมาก ท่วมหลังคาเลย เราแก้ไขสถานการณ์ มันไม่รุนแรงจนเกินเหตุ ไม่เหมือนสึนามิมา หรือแผ่นดินไหวก็ยาก ของเขาน้ำท่วมมามันกวาดอะไรไปหมด ซัดพังหมด แต่ของเราไม่เท่าไหร่ เราก็แก้ไขได้ไม่ยากเกินการ สนุกสบายกัน ชุมชนชาวอโศกต่างจังหวัดก็มา รวมกันเพื่อฉลองน้ำแก้ไขกันไปอย่างนี้แหละดี เป็นการบันเทิงโรงรมไปเสีย

_มีคนเคยบอกว่าถ้าเราโกรธอย่างไม่มีเหตุผล เราจะโกรธไปทำอะไร ใช่แล้วโกรธอย่างไม่มีเหตุผลจะโกรธไปทำไม มันไม่เห็นช่วยอะไรเลย ลูกสงสัยว่าความโกรธมันมาจากไหน ทำไมเวลาโกรธถึงอยากพังข้าวของทุกที ถ้าหากฆ่าได้ก็คงจะฆ่าไปแล้ว

พ่อครูว่า..จริง จะโกรธไปทำไม ตอบว่ามันมาจากโง่ ไปโง่มานานแล้ว ความโกรธจึงอยู่ในจิตเราฝังในอัตภาพของเรา พระพุทธเจ้าจึงให้เรียนรู้เหตุแห่งความโกรธ แก้ไขปรับปรุงไปจนเรา ใช้ปัญญาอย่าโง่เลย ไปสัมผัสอันนี้อีก จะไปมีความโกรธทำไม ก็สบาย แม้แต่ความรักก็ลดลงได้ นี่คือหัวใจของศาสนาพุทธ ลดได้ก็สบาย มันมาจากความโง่ ไม่มีอะไรอื่นหรอก มาเรียนรู้ปฏิบัติธรรมแล้วจะลดความโง่อวิชชา

หากเวลาโกรธแล้วจะทำลายข้าวของ ยิ่งไปทำนิสัยเลวร้าย ไปสั่งสมความเลวเพิ่มขึ้นให้หยุดให้เลิก อย่าชั่วอย่างนั้นเลิกเลย มันเกิดอาการนี้ขึ้นมา รู้ตัวให้ดี อย่าไปทำ ให้มีสติรู้ตัว แล้วก็ใช้ปัญญา

เมื่ออาการเหล่านี้เกิดขึ้นมาก็หยุดเลย อาการหนักเลยนะนี่ ฆ่าเลย เราต้องเรียนรู้อาการของมัน แล้วทำความเข้าใจ หลวงปู่บอกแล้ว จิตโกรธไม่มีอะไรดีเลย อาการอย่างเล็กอย่างน้อยหรืออย่างมากก็ยิ่งไม่ดี เอามันออกไปจากจิตเลยอย่างไม่มีเหตุผลอะไร พวกเอ็งออกไป อย่ามาหลอกเป็นผีหลอก ไม่มีคุณค่าประโยชน์อะไรเลยความโกรธนี้

โลภ ยังพอไปใช้ประโยชน์ โลภในการสร้างสรรค์ผลิตสิ่งที่ดี ก็ยังพอใช้ได้ แต่ไอ้โกรธนี้นะ kick it out ดีด มันออกไปจากจิตอย่าให้มันมีเลย

_เวลาน้องดื้อแล้วหมั่นไส้ ควรแก้ไขอย่างไรคะ

พ่อครูว่า..หมั่นไส้เป็นอาการโง่ชนิดหนึ่ง เพราะฉะนั้นก็ต้องแก้ไขอาการโง่เสีย มันมีความหมั่นไส้ มันเป็นความสุขหรือมันอร่อยไหม มันไม่อร่อยหรอก ต้องแก้ไขให้จิตเราอย่าไปมีอาการนี้ในจิต มันไม่ดี มันไม่ควรจะต้องมี อาการหมั่นไส้

_หลวงปู่คิดจะสร้างหนังสือสัจจะชีวิตเล่ม 5 ไหมคะ

พ่อครูว่า…หลวงปู่ไม่เคยคิดสร้าง มีพวกเราคนที่คิดสร้างทำ จะทำเล่ม 5 อีกไหมก็ไม่ได้ถามเขา เห็นว่าจะหยุด ทำแค่นี้ จะทำอย่างอื่น ทำเล่มหนาด้วยนะ และในหนังสือก็มีแต่คำเทศน์คำบรรยาย อิงประวัติ แต่เนื้อหาสาระเป็นธรรมะ หลวงปู่ไม่ได้เป็นคนคิดทำ ผู้ที่คิดเห็นว่ามีประโยชน์ก็เอามารวบรวม ก็ช่างคิดหาเอาเรื่องมารวบรวมนะ ดี อ่านประวัติแต่ได้ธรรมะ

_กามกับพยาบาทก็เหมือนเหรียญเดียวกัน แต่มีสองหน้าใช่ไหมคะ

พ่อครูว่า…ใช่ จริง มันอยู่ด้วยกัน จริงๆแล้วตัวรัก เป็นตัวต้นทาง ต้องการรักตัวเองตัวตน แล้วก็รักอันอื่น ใครจะมาแย่งสิ่งที่ตนเองรักก็จะเกิดความโกรธไม่ชอบใจ แม้ที่สุดจิตของเราไปมีอำนาจ ไปมีความเป็นตัวตน เราก็ตามใจเราคิด มันจะต้องเป็นอย่างนี้ ถ้าไม่เป็นอย่างนี้ก็จะโกรธ โกรธและพยาบาท จะกลายเป็นตัวยาวยืดไปเรื่อยๆ พระพุทธเจ้าถึงให้มาล้างตัวโกรธ นี่มันง่ายผิวเผิน แต่ล้างกามนี้สิ ล้างกามหมด พยาบาทก็หมดไปด้วย

_คนที่มีจิต ปฏิฏะ ราคะ อยู่เสมอ คือยังไม่หมดกามใช่ไหมคะ ทำอย่างไรจะหมดกาม

พ่อครูว่า…ทำไปตามลำดับ ทำตามศีลข้อที่ 1 2 3 ไปเรื่อยๆ ศีล 3 ข้อนี้เป็นตัวสำคัญ ข้อที่ 1 เกี่ยวกับสัตว์กับคน เขาที่ 2 เกี่ยวกับวัตถุเกี่ยวกับข้าวของพืชพันธุ์ธัญญาหาร ข้อที่ 3 เกี่ยวกับสัมผัสทางตาหูจมูกลิ้นกายใจ

ในศีลข้อที่ 3 ทวารนอก เราต้องสัมผัสกับสิ่งเหล่านี้ เราก็เรียนรู้ การปฏิบัติธรรมะพุทธเจ้าไม่มีสัมผัสเป็นปัจจัย ปิดทวาร 5 ซึ่งอยู่ในศีลข้อที่ 3 แล้วสัมผัสกับสัตว์กับข้าวของ ก็สุญโญเลย ไม่มีทางปฏิบัติ ศีล สมาธิ ปัญญา ของศาสนาพุทธ

ศีล 3 ข้อนี้ต้องมี รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส ทางทวาร 5 ต้องทำงาน โดยมีทวารใจร่วมด้วยเป็นของทวาร และก็จะเกิดกรณีเกิดเรื่องราว สังขารธรรมกับสัตว์กับของที่เราเกี่ยวข้อง ต้องมีสัมผัสทางทวาร ไม่มีสัมผัสทวารนอกไม่มีเหตุปัจจัยให้ปฏิบัติ ถ้าไม่มีผัสสะเป็นปัจจัยปฏิบัติธรรมไม่ได้ ไม่มีฐานการปฏิบัติ

ในมูลสูตร มีฉันทะเป็นมูล มีมนสิการต้องทำใจในใจตนเอง จะทำใจในใจได้ต้องมีผัสสะเป็นปัจจัย แล้วจึงจะเกิดเวทนา แล้วก็ปฏิบัติที่เวทนา ต้องพยายามทำเป็นคู่ ทำให้ธรรมะ 2 เป็นธรรมะ 1 ให้เป็นเอกสโมสรณา ธรรมทั้งสองเหล่านี้ รวมเป็นอันเดียวกันกับเวทนา โดยส่วนสอง (เทฺว ธมฺมา ทฺวเยน เวทนาย เอกสโมสรณา ภวนฺติ ฯ )  ล.10 ข.60

ทำแล้วจะเกิด สติ สมาธิ ปัญญา เกิดวิมุติ บรรลุ เหลือแต่ว่าจะปรินิพพานเป็นปริโยสานหรือไม่ จะอยู่เป็นพระอวโลกิเตศวรไม่ยอมปรินิพพานก็เชิญ หลวงปู่เอาแค่เป็นพระพุทธเจ้าก็ไปแล้ว แต่ถ้ายังไม่เป็นพระพุทธเจ้าก็ตั้งใจจะอยู่ต่อไป เป็นคนที่สูงสุดก็คือเป็นพระพุทธเจ้า

อย่างไร หลวงปู่เกิดมาเป็นมนุษย์มาจนถึงป่านนี้ไม่มีถอย แล้วหลวงปู่เป็นนิยตโพธิสัตว์ เดินหน้าประตูเดียว

_หนูสงสัยว่า สมมุติว่าถ้าเราโกรธอารมณ์ไม่ดีไม่พอใจ ในสิ่งที่คนอื่นทำ แต่เราก็ไม่กล้าบอก ไม่กล้าท้วง กลัวว่าเขาจะเสียหน้า เราก็เลยไม่พูดอะไรออกไป ทั้งที่จริงแล้วไม่พอใจ แบบนี้ผิดไหมคะ มันเหมือนเราตีสองหน้าไหม? ปล. แต่จริงๆแล้วหนูก็ยังไม่ทราบว่าที่ไม่กล้าบอกเพราะกลัวเขาไม่พอใจ หรือกลัวว่าบอกแล้วเขาไม่เชื่อ สุดท้ายหนูก็ขอถามว่า การที่เราฝืนยิ้มร่าเริงตลอดเวลาให้คนรอบข้างสบายใจเป็นความคิดที่ดีไหมคะ

พ่อครูว่า…การฝืนยิ้มได้แรงไว้เป็นสิ่งที่ดี มีสิ่งที่เป็นกิเลสอะไรก็สังวรระวังไว้ก็ดีแล้ว

_หลวงปู่คะ หลวงปู่คิดว่ามีคนอ่านหนังสือที่หลวงปู่เขียนไหมคะ

พ่อครูว่า..ขนาดเด็กๆยังรู้สึกเลยว่าใครจะอ่านหนังสือที่โพธิรักษ์เขียน หลวงปู่ลองถามดูสิคะ …มี

_ผมโดนเพื่อนหัวเราะเยาะหรือด่าว่า เลยโกรธ เลยทะเลาะกัน ผมผิดไหมครับ

พ่อครูว่า…ผิด

เขาจะหัวเราะเยาะ หลวงปู่นี้มีคนหัวเราะเยาะเย้ยและมีคนด่าเยอะด้วย กดดูในโซเชียลมีเดียมีเยอะ เขาด่าเขาให้ความเห็นหยาบคายมีเยอะ

สรุปแล้วคนจะว่าเราเราก็ดูที่ตัวเอง หลวงปู่ถูกคนว่าหนักหนาสาหัส หลวงปู่ก็มาดูตัวเองว่าเราพูดเราอธิบายเราแสดงธรรม เราทำอะไร ที่เราทำนี้มันเป็นประโยชน์ต่อมนุษย์ไหม เป็นคุณค่าที่ควรจะทำ เราเสียเวลาแรงงานทุนรอนไป เพื่อทำสิ่งนี้เสนอกับมนุษย์ มันเหมาะควรไหม มันสูญเปล่า หรือมันไม่ได้เรื่องไหม หลวงปู่ก็ตรวจดูแล้วว่ามันเป็นของดี พยายามไม่ลำเอียงเข้าข้างตัวเอง ก็เอาพระไตรปิฎกมาตรวจ เทียบเคียง ว่าเราแสดงธรรมให้พาคนมาเป็นคนมีวรรณะ 9 กถาวัตถุ 10 พุทธพจน์ 7 ตามธรรมวินัยพระพุทธเจ้ามี ศีล สมาธิ ปัญญา วิมุติ

หลวงปู่ตรวจสอบแล้ว หลวงปู่ได้ทำงานที่ดีที่สุดแล้วที่มนุษย์ควรทำ จึงหมดปัญหาเลยทุกวันนี้ แม้คนจะฟังน้อยมันก็เป็นยอดแห่งกุศลของมนุษย์ เป็นคุณวิเศษของมนุษย์ด้วย เป็นโลกุตระธรรม หาคนทำได้ยากยิ่ง เป็นแต่เพียงว่าเราระมัดระวังอย่าให้ผิดไปจากคำสอนพระพุทธเจ้าเท่านั้นแหละ หลวงปู่พยายามตรวจสอบเสมอ มีผิดพลาดก็แก้ไขให้มันถูก แต่ผิดพลาดไม่ได้หนักหนาอะไร มันก็มีผิดเพี้ยน นัยยะที่เป็นเรื่องที่ต่อเนื่องกัน อิทัปปัจจยตาไม่ตรงกันเป๊ะเท่านั้น ก็พยายามให้มันดีขึ้น แต่หลวงปู่สบายใจที่เราเกิดมาในชาตินี้ ได้ทำงานที่ดีสุดในชีวิตของความเป็นมนุษย์ ยังเสียดายตัวเองไปเสียเวลา 36 ปีเป็นคนไปแย่งลาภ ยศสรรเสริญ โลกียสุข กับเขาอยู่ เสียดาย ที่เราไปเสียเวลา เอาชีวิตมาทำอันนี้ประเสริฐสุดแล้ว จึงยังต้องอยู่ต่อ

_ทำอย่างไรผมถึงจะระงับอารมณ์โมโหได้ครับ

พ่อครูว่า…ดี เด็กตัวแค่นี้ก็สามารถรู้ว่าเราเกิดอารมณ์นี้มันควรระงับไม่ควรให้เกิด แล้วก็ถามผู้ใหญ่ว่าทำอย่างไร ก็เรียนรู้ว่าอารมณ์อย่างนี้มันมีอยู่ อย่างน้อยที่สุดก็หยุดจะให้มันเกิด ดื้อๆ ระงับกดข่ม สองพิจารณา อ่านอารมณ์ว่า อารมณ์อย่างนี้เกิดมาแล้วทำให้เราเป็นสุขหรือไม่ ทำให้เราทำกายกรรมวจีกรรมดีหรือ จริงๆแล้วมันพาเราทุกข์ไม่เข้าท่า เห็นด้วยปัญญา มันเกิดที่เรา มันพาเราทำไม่ดี ก็อย่าให้มันเกิดในจิตเรา พยายามให้มันลดลงๆ ในทุกทีที่มันเกิด มันจะจำนนด้วยความรู้จริงด้วยปัญญา เรียนรู้และฝึกอย่างนี้แล้วเราก็จะเลิกจะหยุด หลวงปู่ทำมาแล้วก็เอามาบอก

_หลวงปู่ได้ตั้งชื่อเรือ ที่นำมา 4 ลำนี้ หลวงปู่จะตั้งชื่อว่าอะไรหรอครับ

พ่อครูว่า…ก็ยังไม่ได้ตั้งชื่อก็เลยไม่ทราบ ตั้งไว้เยอะแล้ว ก็ไม่ได้ใช้อะไรก็เลยไม่ได้เปลืองสมองไปตั้งอีก ตั้งแต่ ลำกกแฮก แงกเบิ่งแน แกบ่เฒ่า ฯ

_ทำไมวิทยาลัยอาชีวะสาขาต่อเรือมีคนเรียนน้อยเหลือเกินเรียนจบแล้วมาทำงานอะไรได้บ้างคะ

พ่อครูว่า…สมัยนี้เรือแบบนี้เขาไม่ได้ต่ออีกแล้ว หลวงปู่ก็พยายามตั้งโรงเรียนเพื่อให้สืบสาน แต่เขาก็ไม่เห็นความสำคัญก็เลยมาเรียนน้อย เหลืออยู่กี่คน เรียนจบแล้วก็มาดูแลเรือหลวงปู่นี่ไง ตอนนี้ก็เอาคนนอกมาซ่อมแซมเสียเงินทอง ก็อย่างนี้แหละ และเราก็ได้ใช้ประโยชน์

ลึกๆหลวงปู่จะพิสูจน์ว่าถนนหนทางดีมีท่าเรือ เราก็จะพยายามปลุกชีพแม่น้ำมูนให้มีการสัญจรคมนาคมเต็ม เพราะทางถนนมันติดมากใช้ยากแล้ว ก็มาใช้เรือให้เกิดความใจเย็น มีอะไรดีหลายอย่าง ซึ่งมันจะเป็นคุณค่า ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา

_เราจะทำอย่างไรถึงเข้าใจผู้ใหญ่และก็รู้ที่นี่เพื่อนพี่น้องที่นี่ คุรุ หนูพยายามอย่างไรอย่างไรก็ไม่เข้าใจ จะต้องทำอย่างไรคะ

พ่อครูว่า…คำถามนี้ดูจะไม่เข้าใจเลย ก็คือ ถ้าเราไม่เข้าใจแปลว่าเราโง่ ถ้าจะทำความโง่นี้ตลอดไปแล้วก็จะเป็นคนโง่ตลอด ต้องพยายามทำความสะอาดเข้าใจให้ได้ นี่คือคำตอบ

_ทำไมเราถึงต้องมาจนกล้าจน เพราะยังไงเราก็จนอยู่แล้วคะ

พ่อครูว่า.. ตอบ การมาเป็นคนจนแล้วก็รู้ให้จริงเลยว่า เป็นคนจนคืออะไร และเป็นคนจนนี้ดีอย่างไร เราก็ได้ดีสังคมก็ได้ดี สังคมมันเลวร้ายเพราะคนไปเบียดเบียนกัน คนที่แข่งรวยจะเอาแต่รวย สังคมชิบหายสังคมเลยฆ่ากันแย่งกันทะเลาะกัน ไม่มีสมานกันสนิท แต่คนมาจนร่วมกันแล้วกินใช้ร่วมกันอย่างหลวงปู่ทำ มีสาธารณโภคี สมบัติร่วมกันเป็นสาธารณะ ที่นี่เลยเป็นคนจนที่ไม่ทะเลาะกัน เห็นไหม มีการอยู่ร่วมกันสร้างสรรค์ รู้จักมักน้อยสันโดษ เป็นคนเลี้ยงง่ายตามวรรณะ 9 เลยกลายเป็นสังคมสงบสุข สังคมเศรษฐกิจที่ดีที่สุด คนที่เติม 0 นี้เป็นคนรวยที่สุดในโลก คนที่มีเงินเป็นศูนย์นี้ ไม่มีเงินเป็นของตัวเอง แต่อยู่ได้อยู่ดีไม่เดือดร้อน มีกินมีใช้ พอเราได้ฝึกเป็นคนวรรณะ 9 เป็นคนเลี้ยงง่ายบำรุงง่าย เป็นคนสันโดษ เป็นคนขัดเกลาตัวเอง เป็นคนมีศีลมีอาการที่น่าเลื่อมใส เป็นคนที่ไม่สะสม เป็นคนยอดขยัน วิริยารัมภะ เป็นคนที่มีคุณสมบัติ 9 ประการของพระพุทธเจ้านี้ อยู่ร่วมกัน เป็นการบริหารเป็นการอบรมฝึกฝน เป็นการสร้างสังคมที่ดีที่สุดแล้ว หลวงปู่ประสบผลสำเร็จเรื่องนี้มาก

อยากให้รัฐบาลผู้บริหารมาศึกษาแบบที่หลวงปู่พาทำ มันเป็นของพระพุทธเจ้าเป็นของดีเป็นสุดยอดเลย ถ้าหากผู้บริหารผู้ที่เป็นข้าราชการ ต่างเข้ามาศึกษา แม้แต่ฆราวาสเข้ามาศึกษาแล้วพากันทำแบบนี้ให้เกิดขึ้น หลวงปู่เกิดมาก็พาทำให้เกิดสังคมชุมชนสาธารณโภคีแบบอโศก มีได้อยู่พอสมควรในประเทศไทย เท่านี้แหละ แต่ดี เขายืนยันว่าดี

สมณะเดินดินว่า…คนหายตัวได้มีฤทธิ์เดชแต่ยังมีความโกรธอยู่ กับคนที่ไม่มีความโกรธแล้ว ความโกรธหายไปแล้วแต่หายตัวไม่ได้ เด็กๆคิดว่า ถ้าเราอยากจะเป็นเราจะเป็นแบบไหน? หายตัวได้หรือหายตัวไม่ได้….