ศาสนา

611114_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ เศรษฐศาสตร์ของพระพุทธเจ้าต้องอ่านจิตเป็น

อ่านทั้งหมดที่ หรือดาวโหลดเอกสารที่… https://docs.google.com/document/d/1dUlXayX5loh7pXis6zpjmEe509sl7jgqKrYWLAh1PvY/edit?usp=sharing

ดาวโหลดเสียงที่.. https://drive.google.com/open?id=1S0zo7j9yEf2UZ7Bu157tOi6c-wOEflOy

สมณะเดินดินว่า…วันนี้เป็นวันพุธที่ 14 พฤศจิกายน 2561 ที่บวรราชธานีอโศก พวกเราผ่านงานมหาปวารณาไปด้วยดี ปีนี้ มีคนลงทะเบียน 2069 คน มากกว่างานปลุกเสกพุทธาภิเษก หลังงานมีการจัดคอร์สการแพทย์จุดปฐมเหตุ เขาให้เราค้นหาความวิเศษของตนเองที่จะรักษาตัวเองได้ เน้นการออกกำลังกาย การพักผ่อน การทำอารมณ์ให้ดี ไม่นอนดึก เพราะนี่เป็นตัวหลักสำคัญ อาตมารู้สึกว่าก็สอดคล้องกับเรื่องของธรรมะ คือทุกวันนี้คนเราไม่ได้ศึกษาธรรมก็อยากเรียนลัด อย่างของพื้นๆไม่อยากทำ อย่างสำนักของประเทศไทย สำนักสันติอโศกต่ำสุดคือเน้นเรื่องศีล หากฝึกสมาธิไปธรรมกาย หากจะไปปัญญาต้องไปสวนโมกข์ เรื่องของศีลถือว่าเป็นเรื่องพื้นๆที่สุด

เรื่องสุขภาพก็เหมือนกัน เขามีดื่มน้ำขิงเป็นองค์ประกอบมีการกดจุด แต่หัวใจหลักคือการออกกำลังกาย การพักผ่อน การไม่นอนดึก การไม่เครียด อันนี้เป็นพื้นฐาน แต่หากคนไม่เข้าใจก็จะบอกว่าดื่มน้ำขิงการกดจุดเป็นหลัก แต่พื้นฐานไม่ได้ นั่นไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการ

การปฏิบัติธรรมหากศีลไม่ได้ สมาธิก็จะไม่ได้ ปัญญาก็จะไม่ได้

สมาธิก็เกิดจากศีลข้อที่ 1 ปัญญาจากศีลข้อที่ 1 จากจิตใจที่มีความโหดร้ายหยาบกระด้างรู้สึกมีความเอื้อเอ็นดูมีความกรุณา หวังประโยชน์ต่อสัตว์ทั้งปวง ปัญญาในศีลข้อที่หนึ่งก็จะเกิด หากเรายังฆ่าสัตว์อยู่ไม่เอาศีลเป็นพื้นฐานกระโดดไปเอาสมาธิเอาปัญญาเลยมันจะไปทำสมาธิอะไรปัญญาอะไรเป็นปัญญา เฉโก สมาธิเป็นมิจฉาสมาธิ กดข่มกิเลสไป

ดูการอบรมเขาเน้นเรื่องปฐมเหตุ พยายามให้รู้ว่าเหตุเกิดโรคของร่างกายอยู่ตรงไหนแล้วพยายามให้ร่างกายฟื้นคืนได้เอง ร่างกายมีความพิเศษที่จะสามารถทำให้เราเยียวยาตัวเองได้ในการปฏิบัติธรรม เราจะสามารถค้นพบความวิเศษของร่างกายและจิตใจ ด้วยการปฏิบัติธรรมเป็นลำดับมีศีลเป็นเบื้องต้น แล้วจะเห็นความวิเศษของร่างกายและจิตใจได้

หากชาวอโศก รู้หมดแต่อดไม่ได้ก็ไปไม่รอด มีแพทย์ทางเลือกก็คืออยู่เฮือนสุดชีวิตนี่แหละ เคยมีฝรั่งให้แปลสุดชีวิตว่าอะไรเขาแปลว่า The End สถานที่สุดท้ายของชาวอโศกก็ไปที่ The End นี่แหละไม่มีทางเลือก หากเลือกได้เราก็จะพยายามมาเข้าถึงความวิเศษทางร่างกายและจิตใจ

พ่อครูว่า…SMS วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน 2561

สื่อธรรมะพ่อครู(ปกิณกะ) ตอน เป็นแม่เป็นลูกมาต้องมาใช้หนี้วิบากกัน

_7795 เราผู้เป็นลูกรู้ว่าผู้เป็นมารดาไม่รู้เรื่องศีลเรื่องธรรมและเป็นคนที่มีอัตตามาก ผู้เป็นบุตรควรทำอย่างไรครับ

พ่อครูว่า…ผู้เป็นบุตรก็ควรทำตัวเป็นบุตรไปตลอดตาย เพราะแม่มีคนเดียว แม่จะเป็นอย่างไรก็ยกไว้ เราก็ยอมเอา มันเป็นวิบาก เกิดมาเป็นพ่อแม่ลูกกัน มันเป็นวิบากต่อกันและกัน ที่จะต้องมาใช้หนี้วิบากใช้หนี้เวรภัย หนึ่งพ่อแม่เขาว่าเรา พ่อแม่เขาทำกับเราอย่างนี้ๆ หามุมดีที่เป็นประโยชน์ ต้องพยายาม ทั้งพ่อทั้งแม่ จะรับได้ไหมอย่างไรเราก็พยายามสนองตอบในสิ่งที่แม่พ่อจะพอรับได้ก็พยายาม แล้วเราก็จะฉลาดรู้ มนุษย์มีความรู้ความคิดที่แตกต่างกันมหาศาล เพราะฉะนั้นเราก็พยายามรับรู้

มันเป็นวิบากอจินไตยที่ต้องใช้หนี้วิบาก พ่อแม่เราโหดร้ายต่อเราเราก็ต้องจำนนใช้หนี้วิบากไปสักชาติ เราจะแก้ไขอย่างไม่มีสัมมาคารวะไม่ได้ ต้องแก้ไขอย่างมีสัมมาคารวะ อาตมาต้องเอาความหมายอย่างนี้ใช้อย่างนี้ มันเลี่ยงไม่ออก

อาตมาอธิบายคุณน่าจะพอเข้าใจได้ อาตมายังไม่เก่งอธิบาย คนเราต้องใช้หนี้กันไป เกิดมาเป็นพ่อแม่ลูกกันมาไม่รู้กี่ร้อยกี่พันชาติ

กาละและกรรม มันเกิดการหมุนเวียนในเอกภพ คุณจะต้อง เมื่อคนเป็นชีวะ วัตถุดินน้ำไฟลมเป็นพื้นฐาน โลกไม่รู้กี่ลูก ที่ไม่มีชีวะก็มีไม่เหมาะสม น้ำก็ไม่สามารถมีได้ ไอน้ำมีบรรยากาศดาวหางพ่นน้ำตลอดเวลา ดาวหางคือรถที่รดน้ำถนน มันก็ฝากธาตุน้ำนี้อยู่ในมหาจักรวาล อันไหนรับน้ำได้โลกลูกนั้นก็มีน้ำ โลกลูกไหนน้ำเข้าไม่ได้ก็มี พอถึงเหตุปัจจัยรับได้ก็มา น้ำมันก็ระเหยเป็นไอ แยกธาตุได้อีกเป็น ไฮโดรเจนออกซิเจน

สรุปคือคุณมีแม่ได้คนเดียวในแต่ละชาติ แม่จริงๆที่อุ้มท้องมา คลอดเรามามีคนเดียว จะมีสองคนได้ที่ไหน

_8533 ขอความกรุณาผู้เขียนประเด็นถามพ่อครูควรเขียนตัวบรรจงนะคะ

_สาคร วงเวียน · พ่อท่านไอมากเลย พ่อท่านตอบดีมากๆ ชัดๆ น้อมกราบนมัสการครับ ถนอมสุขภาพด้วยนะครับ

_สุนงค์ อิทธิไพบูลย์ · กราบนมัสการ พ่อท่าน ลูกได้ไปอุบล บ้านราชในงาน ปวารณาฯ. เพิ่งกลับถึงบ้านกระบี่ ในวันที่12พย. แบกกุศลผลบุญมาเยอะเลยเจ้าค่ะ รู้สึกอิ่มใจ เบาบาง บางเบา อบอุ่น กับการสัมผัส กับชาวอโศก

พ่อครูว่า…

_นพดล ทองโคตร · ขอบพระคุณมากขอรับพ่อครู แนะนำวิธีรับหนังสือคนจนที่มีแบบเล่ม1

_วรรณาภา เกอเรทส์· เสียงภาพชัดเจนค่ะ รับชมประเทศเนเธอร์แลนด์ค่ะ

_อธิมาพร อัดโท · กราบนมัสการพ่อท่านดิฉันชอบคำสอนของพ่อครูมากค่ะ

_อำภา รื่นใจดี · ได้ดูประวัติท่านพ่อครูทางเฟสบุ๊ค ตอนหนึ่งท่านพ่อครูให้สัมภาษณ์ว่า

อาตมาจะสู้ด้วยความจริง สัจจะวาจาอมตะของท่านพ่อครูโพธิรักษ์ ที่ได้รักษาธรรมะอันเป็นพุทธแท้ ตามหลักธรรมคำสอนขององค์พระศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ให้ปรากฏความเป็นจริงอยู่บนโลกใบนี้ตลอดกาล และสถิตย์อยู่ที่เดียวในแดนอโศก เพื่อให้คนมีปัญญาทางโลกุตตระเข้าถึงได้ และมาพิสูจน์สัจจธรรมตามแนวทางแห่งมรรค ที่ท่านพ่อครูนำพาลูก ๆ ให้เดินตาม ลูกขออนุญาต

นำสัจจะวาจานี้ มาเป็นสิ่งมงคลศักดิ์สิทธิ์คล้องชีวิตให้ลูกได้เกิดความเพียรยิ่ง ๆ ขึ้นไป กราบ สาธุเจ้าค่ะ

พ่อครูว่า…ความรู้ในพยัญชนะ อาตมาชาตินี้มีไม่มาก แต่อาตมาใช้ความจริงที่มี

SMS วันจันทร์ที่ 13 พฤศจิกายน 2561

_1614 จิต ฝึกไม่ได้ เขาไม่ยอมอยู่ในอำนาจของเรา แต่ฝึกสติให้ตามรู้เท่าทันจิตเจตสิกว่า

ไหนเป็นจิตเจตสิกฝ่ายกุศล ไหนเป็นจิตเจตสิกฝ่ายอกุศล เพื่อจิตจะได้ละเจตสิกฝ่ายอกุศลเสีย ใช้ คำว่า เจตสิก ในสภาวะธรรม อธิบายแบบใด ได้บ้าง

หากไม่นับความเสื่อมโทรมของร่างกาย ที่ผกผันไปตามกาลเวลา ..จิตใจ คือแค่เข้าใจ ก็มี สุข แล้ว แต่ถ้า สุข จริงต้องหยุดแสวงหาสุข แล้วคงจะมี เวทนาใด เกิดอีก

สิ่งที่ต้องมีสภาพตรงกันข้าม ที่ยิ่งผ่านกาลเวลา น่าจะยิ่งแข็งแกร่งน่าจะยิ่งสง่าสูงส่ง ดีงาม คำว่า กายนั้น รวม มโนใช่ไหม

พ่อครูว่า…เอาแค่ เจตสิก 52 ที่คุณรู้นี้ปฏิบัติให้ได้รับรองเป็นอรหันต์ไม่ต้องรู้มากกว่านี้ก็ได้

กายในความหมายศาสนาพุทธนั้นเอาจิตเป็นหลักแต่ขาดดินน้ำไฟลมภายนอกไม่ได้ต้องร่วมด้วย มันเป็นไฟท์บังคับที่ยาก กายนี่ เพราะฉะนั้นการปฏิบัติหลักธรรมของพุทธะนั้นหลับตานั้นโมฆะ

กาย ตั้งแต่กามภพที่คือโลกทั้งหมดกับคุณ หากเอาแต่คนคนเดียวไม่มีโลกไม่นับเป็นความจริงธรรมะ 2 ต้องมีทั้งภายนอกภายใน โลกกับคุณ เทวนิยม จะอยู่กับธรรมะ 2 ตลอดนิรันดร เขาแยกไม่ออก เป็นเทวะมหาเทวะตลอดนิรันดร เขาเชื่อตามพระเจ้าเป็นผู้จำนน เขาได้แค่นั้น ตำราเทวนิยม ตำราของศาสนานี้พระเจ้าองค์นี้ ของศาสนาอีกอันก็พระเจ้าอีกองค์ ศาสนาคริสต์ก็องค์หนึ่ง ศาสนาอิสลามก็องค์หนึ่ง เขาเอาตามที่พระเจ้าของแต่ละศาสนาสอน ได้แค่นั้นอยู่อย่างนั้น ก็จะเป็นแต่ละความเข้าใจ แต่ของพระพุทธเจ้าเข้าใจอันนี้ให้ได้ เข้าใจเทวนิยม สอง และก็จบได้ สุดท้ายความเข้าใจของเธอก็อย่างหนึ่งความเข้าใจของเราก็อย่างหนึ่ง เขาก็เป็นเทวะ เป็นธรรมะสอง แต่ของเราสามารถเอาไปใช้กับสิ่งอื่นใดอีก เราเป็นหนึ่งเป็น 0 ได้ แต่ทางโน้นไม่มีปัญญาไม่มีความรู้ และสามารถแยกแยะสองที่เทวะเป็น แล้วเอาไปใช้ประโยชน์ได้ เทวะแยกไม่ได้ ต้องมีอยู่อย่างนั้นนิรันดรแต่ของโลกุตระนั้นสามารถทำให้เป็นหนึ่งได้ทำให้เป็น 0 ได้จบเลยนิรันดร อยากอยู่นิรันดร์ก็ได้ อยากอยู่แข่งกับพระอวโลกิเตศวรอย่างเจ้าแม่กวนอิมก็เป็นปางหนึ่งของพระอวโลกิเตศวรก็ยังอยู่ คือไม่ได้ปิดกั้นเลย เป็นอย่างที่คุณเป็นก็เป็นได้ และเอามาใช้ประโยชน์ได้เปิดเผยได้ พระเจ้าของศาสนาพุทธเปิดเผยได้ด้วย มีความสูญอย่างนั้นอย่างนี้ อย่างเทวนิยมที่เป็น 2 ตีไม่แตกเราก็รู้ เราทำให้เป็นหนึ่งได้และเป็น 0 ได้ 2 มันยังไม่แน่น ทำให้เป็น 1 เป็น 0 ไม่ได้ นี่เป็นสัจจะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเลย พยายามทำความเข้าใจให้ดีๆ

_จากเหมือนฟ้า ฐิติศรภาคย์ กราบนมัสการพ่อท่านที่เคารพและศรัทธา

ดิฉันเจอพ่อท่านปี 32 พี่ชายแนะนำพี่ชายนำหนังสือสัจจะพระโพธิรักษ์ให้อ่าน พออ่านจบศรัทธาพ่อท่านมาก โอ้โหในโลกนี้ทำไมมีพระปฏิบัติดีถึงขนาดนี้

หลังจากนั้นปี 33 ตัดสินใจเข้าวัดและเดินตามรอยพ่อท่านไปตลอดชีวิต ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนจะรักษาศีลและไม่ทิ้งธรรม

พ่อครูว่า…อนุโมทนาด้วย ยินดีอย่างยิ่ง

_จาก ลูกศีรษะอโศก กราบนมัสการพ่อท่านที่เคารพยิ่ง

ขออนุญาตกราบเรียน สภาวะจากการกระทบผัสสะ เทียบเคียงกับภาษาบัญญัติในเรื่อง โทสะ ที่เป็นธรรมะ 2 ผิดถูกอย่างไรขอความเมตตาพ่อท่าน ช่วยชี้แนะด้วยค่ะ

เรื่องของโทสะหลายเรื่อง จับอาการได้ และมีสติสัมโพชฌงค์ รู้เท่าทันกิเลส ควบคุมได้

มีสัมมาสังกัปปะ คือ คิดที่เอาออก และให้อาการเบาบางลง บางเรื่องไม่ออกอาการ บางเรื่องคันๆในหัวใจ บางเรื่องก็ตะหงิดๆ บางเรื่องรำคาญ บางเรื่องก็รอนๆ ร้อนนิดๆอยู่ในใจ

แต่!พอเรื่องของ”ศักดิ์ศรี”ทำไมควบคุมไม่ได้ สติสัมโพชฌงค์ก็ไม่มี สัมมาสังกัปปะก็กลายเป็นมิจฉาสังกัปปะ คิดแต่จะเอาเรื่อง พยาบาทก็เกิด คิดแต่จะแก้แค้น วิญญาณฐีติ ผีนรกก็เกิดออกมาเล่นงานตัวเองและคนอื่น ทิ่มแทงเขาด้วยหอกปากอย่างน่ากลัว ปากสั่น ใจสั่น ตาขวาง หน้าแดงก่ำ ทั้งกายนอกกายใน เป็นสัตว์นรกเต็มๆ เป็นสัตตาวาส 9 ในข้อ 3 คือ

อาการโทสะเป็นกายเดียวกัน แต่สัญญาต่างกัน คือเรื่องอื่นๆ กับเรื่องของศักดิ์ศรี และยังไม่พ้นสังโยชน์ 3 ยังเป็นสักกายะอยู่ รูปฌาน อรูปฌานในวิโมกข์ 8 ก็ไม่เกิด ตรวจสอบไม่ได้ เพราะพลังโทสะ และแรงของพยาบาทปิดกั้นไว้

ลูกเขียนมาทั้งหมดนี้ถูกต้องหรือไม่ กราบขอบพระคุณอย่างสูงยิ่ง

พ่อครูว่า…ถูกต้อง เป็นแต่เพียงขอแนะนำว่า โทสะเป็นเรื่องที่มันทำให้ทำงานปฏิบัติงานไม่ได้ มันรวนเรรุนแรง พยายามเห็นให้ได้ อาการโทสะตั้งแต่หยาบ กลาง ละเอียด เล็กเท่าบรรจุซองละอองธุลี อาการโทสะ อย่าให้มันมีในจิต ถ้าคุณทำความเข้าใจและรู้จักอาการโทสะ ไม่ให้มันมีในจิตคุณไปได้เลย ศักดิศรีมันไม่มีอะไรหรอก โทสะก็แก้แค้นในการถือดี หากลดโทสะได้ศักดิ์ศรีก็ไม่มีอะไรหรอก พยายามปฏิบัติเรียนรู้

_หนังสือที่ดีที่สุดในโลกตอนนี้คือคนจนที่มีแบบ มี 512 หน้า สังขยาเลขได้เลข 8 และเลข 10 หากลูกๆชาวอโศกอ่านจบจะได้วิชชา 8 และสั่งสมบารมี 10 ทัศ ให้มากขึ้นเป็นลำดับ โดยอาศัยการศึกษา 3 ธรรมะ 2 และเวทนา 108 เกิดอินทรีย์ 5 พละ 5 ฆ่ากิเลสแต่ละตัวทันทีเป็นประโยชน์ตนประโยชน์ท่านบริบูรณ์ นอกจากนี้ นอกจากเรียนหนักแล้วพักให้พอ หนังสือเล่มไม่น้อยนี้ ยังเป็นหมอนหนุน ให้ซึมซับแบบออสโมซิสได้

พ่อครูว่า…มาเข้าเรื่องเนื้อหาของเศรษฐศาสตร์ที่คิดว่าควรจะพูดในช่วงนี้

เศรษฐศาสตร์ของ“พระพุทธเจ้า”

  (1)   ใบเสร็จก็รับแล้ว งานจบ

เงินจ่ายก็นับครบ ถูกถ้วน

แต่“เศรษฐกิจ”ก็ยังรบ กันต่อ มิหยุดเลย

เพราะ“แย่งรวย”กันล้วน บ่รู้“พอเพียง”

(2)  เศรษฐกิจเยี่ยงนรกแท้ โลกีย์

“เห็นแก่ตัว”เกินวจี แจกแจ้ง

สามานย์จัดกว่าผี เฮี้ยนโขมด โฉดชั่ว

“เศรษฐศาสตร์”เก่านี้แล้ง ขอดแห้งน้ำใจ

(3)  ในโลกส่วนใหญ่ล้วน โลกีย์ อยู่พ่อ

“เศรษฐกิจ”จิตมากมี ทุกข์แท้

“เศรษฐศาสตร์”ที่วิเศษศรี ยังไป่ รู้รา  

แย่งทรัพย์แย่งยศแพ้ ชนะแก้เวียนวน

(4)  เพราะ“คน”ยังบ่รู้ สิ่งวิศิษฐ์ ยังไป่มี“ธาตุ”ชนิด “ใหม่”ใช้

“อัญญธาตุ”ยังผลิต ใส่จิต มิได้เฮย

ไม่เริ่ม“ศีล”กำหนดให้ ฝึกก้าวพัฒนา

(5)  “ศีล”พา“จิต”เกิดแท้ เป็นระดับ

“คน”จึ่งเดินเจริญนับ ครบขั้น

ตาม“ลำดับ”ไป่สลับ ตัดลัด ตอน

เศรษฐศาสตร์พุทธเจ้านั้น ครบถ้วน“ปัญญา”

(6)  ศึกษาเศรษฐศาสตร์ให้ ดีเทอญ

พุทธวิเศษศาสตร์เกิน กล่าวอ้าง

ชาวอโศกใคร่ชวนเชิญ พิสูจน์สัจจ์ นี้แล ชมเศรษฐกิจชนิดนี้บ้าง ว่าแท้จริงไฉน

(7)  จึงได้สุขสงบนั้น จริงสุด ฉะนี้เวย

มีศาสตร์ใดดีดุจ ดอกฟ้า

สามารถผลิตมนุษย์                   ลดกิเลส กันเลย

ยืนหยัดเย้ยโลกหล้า ไม่ท้า..เชิญมาดู

“สไมย์ จำปาแพง”                                                               29 ต.ค. 2561

     

      [นัยปก “เราคิดอะไร” ฉบับ 340 ประจำเดือนพฤศจิกายน 2561]

อาตมาพูดเทศน์ไปก็เหมือนคนยกตน แต่ว่า อาตมาไม่มีจิตอยากอวดเลยนะ

คุณสังเกตว่าอาตมาพูดไปแบบนี้ คนอื่นจะมีลักษณะไม่อยากให้คนมาว่ามาชัง แต่อาตมาไม่มีจิตที่อยากอวด ก็พอใจจะทำแบบนี้ใครจะไม่รักไม่ชอบก็ช่างเถิด อาตมาก็ไม่มีปัญหาอะไรอาตมาไม่เห็นต้องไปง้องอนหรือเอาอะไรจากใคร หากมีผู้พี่ก็ต้องอ่อนน้อมถ่อมตนต่อพี่ แต่นี่ตอนนี้ไม่มีพี่ก็เลยดูใหญ่

สม.กล้าข้ามฝัน

สม.รินฟ้า

ส.ฟ้าไท

ส.แสนดิน

อาตมายอมเสียสละทำข้อด้อย เพื่อให้ได้คนโลกุตระ เพราะโลกุตระนั้นแพงมาก ได้สักนิดสักคนหนึ่ง แต่ละคนๆ ราคาเทียบกับเจ็ดพันล้านจะมีโลกุตระสัก700 คนไหมนะ

“ข้อด้อย”ของอาตมาที่ต้องขออภัยอย่างยิ่งจริงๆ

อาตมามี“ข้อด้อย”อยู่มากมายหลายข้อจริงๆ ลองตรวจตนเองแล้วประมวลมาดู มีมากพอสมควร …. เช่น

1.มีความจริงใจสูง กับการแสดงออก ไม่ค่อยปิดบังอะไร ..ซื่อๆ ตรงๆ ไม่ลดเลี้ยว สุดโต่งตรงเกิน

2.แสดงออกเต็มที่ ต้องการให้คนรู้ คนเห็นชัดๆ ไม่ออมมือ ไม่เหยาะๆแหยะๆ จึงแรง

3.ไม่สำรวมกิริยาให้สวย เท่ๆ งามๆ สุภาพๆอะไรทำนองนั้น

4.ปฏิบัติตามพระพุทธเจ้าจริงจัง ไม่อนุโลมเท่าที่คนยุคนี้ ที่อ่อนแอ ล้มเหลวอยากให้อนุโลมเอาใจบ้าง

5.เป็นคนไม่กลัวเสียหน้า ถ้าจะแสดงอะไรออกมา จะว่ามารยาทไม่ค่อยดีก็ได้ หรือมารยาทไม่มีเลยก็ใช่

6.เป็นคนไม่กลัวว่า จะไม่มีใครมาเป็นหมู่พวกบริวาร

7.จึงไม่สร้างภาพ รังเกียจการสร้างภาพเอาด้วย เพราะเห็นการสร้างภาพเป็นการหลอกลวง

8.ไม่กลัวคนจะไม่ยกย่อง ไม่กลัวคนจะไม่นับถือ

9.ยึดความจริง ซื่อตรงต่อความจริง ต่อสัจธรรมสูง จนถูกเข้าใจผิดว่า ยึดมั่นถือมั่น ดื้อดึงดัน

  1. เคร่งครัดกับคำตรัสที่ว่า นิคคัณเห นิคคหารหัง  ปัคคัณเห ปัคคหารหัง เกินไป โดยเฉพาะนิคคัณเห นิคคหารหัง จนถูกเข้าใจผิดว่าคนอะไรเอาแต่ติเอาแต่ด่า

และอาตมาก็ต้องขออภัยอย่างยิ่งที่อาตมาจะต้องมี“ข้อด้อย”เหล่านี้ ไม่แก้ไข และตั้งใจทำตาม“ข้อด้อย”นี้ต่อไปยังไม่เพลา จนกว่าจะถึงเวลาอันควรแก้ไขเปลี่ยนแปลง  

อาตมาตอนนี้ภูมิใจ พวกเราอ่านอาการจิตตนเองเป็น แม้แต่เด็กก็อ่านจิตตนเองเป็น แม้แต่บางคนเป็นผู้รู้เป็นปราชญ์ทางวิชาการ แต่อ่านจิตตัวเองไม่เป็น อ่านจิตตัวเองไม่ออก อ่านก็อ่านออกง่ายๆตื้นๆ อาการโกรธ โลภ ราคะ หยาบใหญ่ แต่อาการลึกซึ้งซับซ้อนอ่านไม่ออกทั้งที่เราพูดถึงภาษาบอกความลึกซึ้งซับซ้อนของจิตเจตสิกต่างๆมาก

ในพระไตรปิฎกเล่ม 10 ข้อ 60 ที่บอกว่า อาการ ลิงค นิมิต อุเทส สี่คำนี้ มันมีเหตุ นิทาน สมุทัย ปัจจัย อีก 4 จริงๆอาตมาต้องแถมอีกตัวจึงตรงกับของสากล

system analysis เหตุ (input) นิทาน (process) สมุทัย (output) ปัจจัย (outcome)

แล้วมี impact เป็นผลกระทบอีก

อาการ ลิงค นิมิต อุเทส ถ้าใครสามารถใช้นามธรรมตัวเองสัมผัสอะไรแล้วก็อ่านอาการ อาการตั้งแต่นอก กายวิญญัติ ลีลาของกายกรรมวจีกรรม วจีวิญญัติ อาการของภาษา ลีลา สุ้มเสียงสำเนียง สำเนียงส่อภาษากิริยาส่อสกุล อ่านได้ ทำความเข้าใจได้ กายวิญญัติวจีวิญญัติแล้วคุณก็รู้สาระที่ประมวลมาได้

คำว่า อาการ ลิงคหรือเพศ หรือความแตกต่าง มันมีสภาพที่มีความแตกต่าง Different มันแยกกันว่ามันต่างกัน ต่างกันคนละขั้วเลย opposite คือสิ่งที่ต่างกัน distinct เราก็แยกออกจากกันได้ด้วยธรรมะสอง แยกแบบคู่แบบคี่ สามารถวิจัยแยกได้ สุญญาณูสองสุญญาณูนี่ก็ต่างกัน

สุญญาณู จะมีลักษณะอย่างไรก็นึกเอาเองก็แล้วกันแม้จะมีสองหน่วยก็ไม่มีอะไรที่จะเหมือนกันทั้งหมด ปรมาณูแต่ละปรมาณูไม่มีทางเหมือนกัน แต่เรารู้ถึงความต่างที่ละเอียด มากมายเรารู้ไม่ได้เท่านั้นเอง

ความรู้ไม่ได้นี้เราก็โมเมไป สุดท้ายสูงสุดก็แยก 2 อันนี้ไม่ได้ก็คือเทว เขาไม่มีอะไรเปรียบเทียบ ต้องแยกข้อเปรียบเทียบสมมุติในโลกจะมีสิ่ง 2 เสมอ แยกเป็นล้านๆ เปรียบเทียบจากสองเป็นล้านได้ เขาทำไม่ออกทำไม่เป็นจริงๆอันนี้ไม่แตก

แต่ผู้สามารถแยกออกได้เป็น 1 เห็นความต่าง 2 อันนี้จะเป็นนามธรรมในระดับที่เป็นกุศลอกุศล แม้แต่ความต่างระหว่างโลกียะกับโลกุตระ จะเห็นรายละเอียดที่เล็กน้อยรายละเอียดมากขึ้น แยกออกได้ จึงสามารถมีโลกุตตระ เพราะว่าสิ่งในโลกนี้มีมากมายหลากหลายที่ปรุงแต่งกันอยู่ทั้งหมดต้องแยกให้ได้ จึงสามารถที่จะอยู่ แล้วก็ประนีประนอม หรือว่า เป็นผู้สมานสามัคคี เราก็ยอมอนุโลม ผู้รู้คือผู้แพ้ ผู้ยอม ผู้ไม่รู้จะมีความยึดมั่นถือมั่นเราจะไปดึงดันทำไม เราทิ้งอัตตาแล้วก็ยอมแต่ไม่ใช่ยอมอย่างอะไรก็ได้แล้วเสียหายเละเทะ ก็เอาสูงสุดที่เราจะค้านไม่ได้ต้านไม่ได้ เราจะมีปฏิภาณปัญญารู้ว่าถ้าเกินขีดนี้แล้วระเบิด หากค้านเกินขีดแดงนี้จะเสียผล เราก็อย่าให้เกินขีดแดง อนุโลมได้ ต้านเกินก็ไม่ดี อนุโลมเกินก็ไม่ดี อนุโลมได้แม้เราจะเสียหาย

เพราะฉะนั้น ม็อตโต้ของพระโพธิสัตว์นี้จะเสียสละได้เท่าไหร่ จะเสียสละทรัพย์เพื่อรักษาอวัยวะ จะเสียสละอวัยวะเพื่อรักษาชีวิต จะเสียสละชีวิตเพื่อรักษาธรรม

แม้จะต้องเสียอวัยวะ แขนขาขาดก็ยอม แม้จะต้องเสียสละชีวิตเพื่อรักษาธรรมก็ต้องยอม

พวกเราฟังธรรมได้  ไม่เบื่อหน่ายในธรรมะ เพราะธรรมะที่ดีที่สุดที่สูงแล้วไม่มีปัญหา พระอรหันต์ฟังธรรมะไม่มีเบื่อหน่าย แม้จะฟังความผิดสิ่งที่เป็นสิ่งชั่วก็เป็นข้อมูลต่างๆที่เราจะได้รับ เรารับแล้วก็ต้องรู้จักกลั่นกรองตรวจสอบ ข้อมูลที่เขาว่าเรามานี้ มันมีไหมคนเป็นแบบนี้ หรือมุขขึ้นมาเฉยๆ หากมุขขึ้นมาก็รู้เขามุขคนเดียว คนอื่นไม่รู้เรื่องด้วย หากว่าอันนี้คนอื่นเขารู้เรื่องด้วยเป็นสิ่งที่จริง เราก็ได้แล้ว เออ เอามาใช้กับสังคม ก็แค่นี้ของสัจจะที่มันมีปรากฏ

สรุปสำคัญอีกอันหนึ่ง พวกที่เขาเอาแต่หลับตาคุณจะพูดกับเขารู้เรื่องหรือ? เอาแต่หลับตาแล้วรู้หมดไม่จริงหรอกต้องลืมตาแล้วปฏิบัติถึงจะรู้โลกรู้อะไรได้ทั้งหมด หากคนรู้คนเดียวเขาก็ระแวงคุณด้วย แต่หากคุณพูดกับเขารู้เรื่องแล้วก็จบๆๆ ทำไมจะโง่นานนัก นานนักนี่แปลว่าดักดาน จะดักดานไปถึงไหน? จริงๆแล้วอาตมาพูดแรงมากนะพวกหลับตา ไม่เป็นทางรู้กว้างไกลยาวครบ มันอยู่ในที่แคบไม่มีอะไรรับรองไปทำทำไม นั่งหลับตาไปหลงว่ามันเก่งมันรู้อะไร มันเป็นได้พลังงานที่เป็นอาเทสนาปาฏิหาริย์ อาตมาไม่สงสัยเพราะเคยเล่นมา แต่อาตมาว่ามันไม่คุ้มเสียหายมาก ไม่คุ้ม ไม่น่าไปทำเลย

เผื่อว่าเมืองไทยวงการศาสนาพุทธตื่นจากการนั่งหลับตาแล้วมาทำสัมมาทิฏฐิ เท่านี้ ฉลุย ประเทศไทยเป็นแดนพุทธอยู่แล้วตำรามีเยอะอยู่แล้ว จะสว่างอีกเยอะ คนที่มีบารมีแล้วไปนั่งหลับตามีเยอะมีไม่น้อยแต่ไม่เปิดตัวนี้ พวกคนนี้ ว่ากัน บารมีอาจจะสู้พวกเขาไม่ได้ด้วย มีทุนน้อย นี่ความสับสนอันนี้เป็นเรื่องอจินไตย แต่คงพอเข้าใจ เป็นอย่างนั้นจริง หากไปติดยึดอยู่อย่างนี้ไม่ค้นพบกุญแจดอกใหญ่ อย่างฮูดินี่ เป็นนักเล่นกลสามารถถอดสลักกุญแจโซ่เส้นโตได้

อาตมาพยายามอธิบายทุกแง่มุมทุกเหลี่ยมมากมาย มันก็ยาก เป็นความซับซ้อนในยุคนี้อาตมาต้องเจอกับวิบากอย่างนี้ความซับซ้อนอันนี้เป็นอจินไตย แต่ว่าอาตมาก็ต้องพูด ต้องกระตุก ต้องพยายามแกะอันนี้ให้คลายให้หายให้ได้ ก็เรารู้อยู่แล้ว เหตุปัจจัยตัวนี้แมลงตัวนี้มันอยู่ในรูนี้ ได้ยินเสียงมันอยู่ อาตมาจะไปหารู้นี้อย่างไรได้ยินเสียงมันอยู่อย่างนี้ชัดเจน ต้องเอารูนี้แหละ ต้องแคะรู้นี้แหละต้องแหวกรูนี้ให้แตกกระจายเอาแมงตัวนี้ออกมาให้ได้อาตมาจำนนต้องทำ

แต่ถึงอย่างไรก็มีผลมีอัตราการก้าวหน้า พวกที่จะมาต่อต้าน มาล้มล้าง เพลาไปแล้ว อาตมาแสดงมาใช้เวลาพอสมควรแล้วน่าจะ 50 ปีแล้ว ถ้ายึดถือพระไตรปิฎกเล่มเดียวกันนี่แหละ แม้บางทีแปลมาอาตมาว่าไม่ค่อยตรงในบางส่วนแต่อาตมาก็ยินดีที่จะขยายความว่าที่คุณเข้าใจผิดเพี้ยนตรงไหน เขาทำความเข้าใจที่อาตมาพูดไปแล้วเขาก็เปลี่ยนแปลงเขาได้ ผู้นั้นก็จะได้ หากผู้ที่ยึดมั่นถือมั่นอยู่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร

มาเข้าสู่ที่อาตมากำลังพยายาม ซึ่งยากมากเลย พระไตรปิฎก ฉบับบาลีสยามรัฐ (ภาษาไทย) เล่มที่ 36 เอกกนิทเทส 41 ลักษณะ

[17] บุคคลผู้พ้นแล้วในสมัย เป็นไฉน (สมยวิมุตโต)

            บุคคลบางคนในโลกนี้ ถูกต้องวิโมกข์ 8 ด้วยกาย ในกาลโดยกาล

ในสมัยโดยสมัย แล้วสำเร็จอิริยาบถอยู่ อนึ่ง อาสวะบางอย่างของบุคคลนั้น

หมดสิ้นแล้วเพราะเห็นด้วยปัญญา(พ่อครูว่า…คนจะบรรลุด้วยเฉโกไม่ได้ ต้องบรรลุด้วยปัญญา) บุคคลนี้เรียกว่า ผู้พ้นแล้วในสมัย

พ่อครูว่า…คำว่า สมยะ หรือสมัย อาตมาเอามาใช้เป็นนามปากกาว่า เก่าสมัย เป็นอจินไตย อาตมารู้ว่าอาตมาเกิด 8 มิถุนายน อันนี้อยู่ในใบสุทธิ อาตมาเกิดแรม 8 ค่ำ ไปเจอในใบเกิดว่า เกิด 5 มิถุนายน ชื่อ นายสไมย จำปาแพง ที่จริงก็อ่านสมัยนั่นแหละแต่ไม่ตรงไวยกรณ์เขา

            [18] บุคคลผู้มิใช่พ้นแล้วในสมัย เป็นไฉน

            บุคคลบางคนในโลกนี้ มิได้ถูกต้องวิโมกข์ 8 ด้วยกาย ในกาลโดยกาล

ในสมัยโดยสมัย สำเร็จอิริยาบถอยู่ อนึ่ง อาสวะทั้งหลายของบุคคลนั้น หมด

สิ้นแล้วเพราะเห็นด้วยปัญญา บุคคลนี้เรียกว่าผู้มิใช่พ้นแล้วในสมัย พระอริย-

*บุคคลแม้ทั้งปวง ชื่อว่าผู้มิใช่พ้นแล้วในสมัย(น เหว โข) ในวิโมกข์ ส่วนที่เป็นอริยะ

ห คือตัวแท้ ห.หีบคือความมีความเป็นแท้ โข คือยืนยันแล้วว่าได้แล้ว โขก็ยืนยันอีก แต่ท่านไปแปลว่ามิใช่พ้นแล้วในสมัย ที่จริงท่านเป็นผู้พ้นแล้วจนไม่ต้องกล่าวถึงอีก

มาแปลอีกว่า มิต้องถูกต้องวิโมกข์ 8 ด้วยกายอีก แต่อาสวะหมดสิ้นนะคนนี้ มันเป็นสภาวะซับซ้อน ที่ต้องเห็นใจคนแปลเลยว่าไม่ง่าย

ที่จริงต้องแปลว่าไม่ต้องไปกล่าวไม่ต้องไปพูดถึงว่าต้องสัมผัสวิโมกข์ 8 ด้วยกายอีก เพราะท่านได้มาตั้งแต่ต้นแล้ว

ในบุคคล 8

         พวกที่ไปหลงความคิดคือศิลปินบ้าบอฝันเพ้ออะไรก็ได้ให้แปลกแตกต่างจากเขาไว้ แค่หัวมังกุท้ายมังกรก็ได้หัวเป็นหมาท้ายเป็นหมูก็ได้ผสมเละเลย จินตนาการไป แต่สร้างแล้วให้คนอื่นรับได้ ก็จะใช้ประโยชน์ได้ แต่หากไร้สาระอะไรคนอื่นรับไม่ได้ก็ไม่มีประโยชน์ แต่มันก็ไม่มากเท่าคิดอยู่คนเดียวของข้า มันจบไม่ลงตรงนี้ น่าสงสารเพราะฉะนั้นออกมาจากถ้ำออกจากภพนั้นเสีย มาอยู่ในปกติสามัญ มันคนกับเขาอย่าไปปลีกแยก พวกปลีกแยกอีกนาน คือดักดาน แบบนั้นมันง่ายด้วย และมันก็มีอัตตาด้วย พวกศิลปินนี้ อาตมาไม่ยี่หระหรอก อาตมาเป็นศิลปินใหญ่ เป็นลูกของพระพุทธเจ้ารู้จักมงคลอันเป็นอุดม ไม่ใช่ศิลปะขี้หมูขี้หมาเพ้อพก แต่เป็นศิลปะที่ใช้ประโยชน์ได้มากด้วย

ในบุคคลที่ 2 นี้เป็นผู้คนแล้วในสมัยเป็นบุคคลที่สูงขึ้นแล้วกว่าบุคคลที่ 1 ด้วยซ้ำไป จึงไม่ต้องกล่าวว่าจะต้องไปพ้นแล้วในสมัยอีก (สู่แดนธรรมว่า ผู้พ้นแล้วไม่ต้องอยู่ในสมัย)

ผู้นี้ควรสูงกว่าเพราะอาสวะทั้งหมดสิ้นไป แต่อันแรกอาสวะบางอย่างสิ้นไปเท่านั้น

[19] บุคคลผู้มีธรรมอันกำเริบ เป็นไฉน

            บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้ได้สมาบัติอันสหรคตด้วยรูปฌาน หรือ

สหรคตด้วยอรูปฌาน แต่บุคคลนั้น มิใช่เป็นผู้ได้ตามปรารถนา มิใช่เป็นผู้ได้

โดยไม่ยาก มิใช่เป็นผู้ได้โดยไม่ลำบาก ไม่สามารถจะเข้าหรือออกสมาบัติใด

ในที่ใด นานเท่าใด ตามปรารถนา ข้อนี้ก็เป็นฐานะอยู่แล ที่สมาบัติเหล่านั้น

จะพึงกำเริบได้ เพราะอาศัยความประมาทของบุคคลนั้น บุคคลนี้เรียกว่า ผู้มี

ธรรมอันกำเริบ

           มันสลับซับซ้อน เหมือนที่ทุกวันนี้คนไม่เอาเรื่องศีลไปเอาเรื่องสมาธิเรื่องปัญญาก่อน มันสลับกัน ปัญญาผกผันคิดไปได้หมด ออกนอกทางสมาธิก็หลับตาทำไม่รู้เรื่อง แต่ที่จริงต้องทำศีล แล้วทำให้เกิดสมาธิเกิดปัญญาเป็น สามเส้า cyclic order สังเคราะห์สังขารกันอย่างสมบูรณ์แบบถ้าไม่อย่างนั้นไม่ได้เรื่อง

สัทธานุสารีกับธัมมานุสารี เป็นแกนที่พระพุทธเจ้าก็ไม่สามารถไปกำหนดใครเขาได้ เป็นแกนของเขา แม้แต่พระพุทธเจ้าเองก็ต้องเป็นผู้ที่มีสาวกคู่ 2 ช่วยกัน มีทั้งเจโตและปัญญา มีทั้งศรัทธาและปัญญา เป็นผู้ช่วยงาน 2 ด้าน สิ่งที่จะเกิดขึ้นต้องมี 2 เสมอทำงานนิวเคลียสต้องมีบวกกับลบทำงาน พลังงานจึงจะเกิดปฏิกิริยามีฤทธิ์แรง หากว่ามีอันเดียว มีแต่อยู่เฉยๆกับ ชรตา นอกจากจะอนิจจตา สัมประสิทธิ์ปรุงแต่งขึ้นก็จะเดินได้ แค่ถ้าไม่แล้วสามเส้าอุปจยะ สันตติ ชรตา หากไม่สันตติ ปล่อยก็มีแต่ชรตา ตามบารมีแต่ละคน บางคนเร็วไม่เสียเวลาในสุทธาวาส 5 บางคนช้า เต็มยศสุทธาวาส 5 เลยนานไม่รู้กี่ล้านชาติ

มาอธิบายสัทธานุสารีกับธัมมานุสารี พระโมคคัลลานะบรรลุธรรมก่อนพระสารีบุตร เร็วกว่าพระโมคคัลลานะใช้เวลา 7 วันบรรลุพระสารีบุตรใช้เวลา 15 วันบรรลุ 2 เท่าของพระโมคคัลลานะ แต่เสร็จแล้ว พระพุทธเจ้าท่านก็บอกว่า ทางด้านปัญญาทางด้านที่จะใช้งานเยอะ ที่จะทำให้ผู้คนนำหน้าต้องเอาปัญญานำหน้า เอาเจโตนำหน้ามันยาก

พระพุทธเจ้าสายปัญญาต้องเอาปัญญานำหน้า แล้วท่านจะให้ชัดเจน หากเอายาวนานจริงๆแล้วปัญญาชนะ

สายปัญญาธิกะ ใช้เวลาบำเพ็ญ 20  อสงไขยแสนมหากัป

ส่วนสายเจโต ศรัทธาใช้เวลาบำเพ็ญ 40  อสงไขยแสนมหากัป

ส่วนสายที่วิตักกะวกวนไปมาใช้เวลา 80 ที่จริงให้น้อยแล้วนะที่จริงน่าจะมากกว่า เขาวนไปมาซ้ำแซะ พวกนี้ไม่รู้จักเวลาด้วยนะ เสียเวลาไปเท่าไหร่ก็ไม่รู้ เขาไม่ได้จำ จำไม่ได้ด้วย

พวกปัญญา(พุทธจริต) 20 ศรัทธา 40 วิตักกะ 80

สัทธานุสารี คือพวกติดตามด้วยศรัทธา สายปัญญาก็ได้ธัมมานุสารี ได้จุดทฤษฎีปฏิบัติแล้ว เขาก็จะได้เป็น ทิฏฐิปัตตะ ถ้าจะให้ละเอียดก็เป็นธัมมานุสารีก่อน แต่มันจะข่มศรัทธา ก็จะได้สามเส้า จะได้บรรลุ ตามความเชื่อความเห็น ปัตตะแปลว่ารู้

จากทิฏฐิปัตตะแล้วจะได้เป็นกายสักขี คือมีอัตภาพยืนยัน มีเทวะ มีรูปนาม มีธรรมะ2 มีคู่มีเขามีเรา ร่วมกันรู้ร่วมกันเข้าใจพูดรู้เรื่องยืนยันกันได้ หากคนเดียวรู้ ไม่มีใครยืนยันไม่รับรองไม่ใช่ สัจจะนี้ไม่มีหลักเกณฑ์อะไรเลย จึงต้องมีผู้รับรองผู้รู้ร่วมอย่างน้อย 1 คน ยิ่งมากคนตรงกันเป็นล้านคนเลย ความหมายสัจจะมีหนึ่งเดียวแต่คนมีเป็นล้านคนก็ได้ มันตรงกัน

เมื่อมีกายสักขี คือสิ่งนี้ยืนยันกันได้ทั้งภายนอกภายใน กาย ต้องมีสอง ธรรมะสอง คงอยู่ไม่สลาย หากสลายเป็น 0 ซึ่ง 0 นี้สลายแล้วบางทีไม่เรียกธรรมะ ไม่เรียกธรรมะ0 หรือสุญญตธรรมก็เรียกโดยเป็นที่เข้าใจกัน แต่ความจริงไม่ตรงเป๊ะเลยทีเดียว

พอมากายสักขี พระพุทธเจ้าต้องกำชับว่าจะต้องสัมผัสวิโมกข์ 8 ด้วยกายก็ต้องมารู้ว่าวิโมกข์ 8 คืออะไร?

๑. ผู้มีรูป  ย่อมเห็นรูปทั้งหลาย   (รูปี รูปานิ ปัสสติ) คือมีคนที่มีจิตวิญญาณ สัตว์เดรัจฉานพูดกันไม่รู้เรื่องแม้อเวไนยสัตว์ก็พูดเรื่องนี้กันไม่รู้เรื่อง คือต้องมีการเห็นการสัมผัส

๒. *ผู้ไม่มีความสำคัญในรูปภายใน (๑๐/๖๖)   ย่อมเห็น รูปทั้งหลายในภายนอก (อัชฌัตตัง อรูปสัญญี .   เอโก พหิทธา รูปานิ ปัสสติ) . (*พ่อท.แปลว่ามีสัญญาใส่ใจในอรูป)

๓. ผู้ที่น้อมใจเห็นว่าเป็นของงาม (สุภันเตวะ  อธิมุตโต . โหติ, หรือ อธิโมกโข โหติ (พ่อครูแปลว่า เป็นโชคอันดีงามที่ผู้นั้นโน้มไปเจริญ สู่การบรรลุหลุดพ้นได้ยิ่งขึ้น)

พตปฎ. ล.๑๐  ข.๖๖ / ล.๒๓  ข.๑๖๓

สมณะเดินดินสรุปจบ…