ศาสนา

620225_รายการสำมะปี๋ซี่วิต บ้านราชฯ ครั้งที่ 39 จนร่วมกันไม่ต้องรวยจะช่วยประเทศได้

อ่านทั้งหมดที่ หรือดาวโหลดเอกสารที่… https://docs.google.com/document/d/1AYpuyIkH0CmjyOC_8Q_H4CEVQhCOgKjKqDyTuUTf_Pg/edit?usp=sharing

ดาวโหลดเสียงที่.. https://drive.google.com/open?id=1GKCz5yhPPTpd5TBTU4mgZdQ7U-TobZs6

พ่อครูว่า…วันนี้วันจันทร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ 2562 ที่บวรราชธานีอโศก ก่อนอื่นอาตมาขอฉวยโอกาสพูดในสิ่งที่คิดว่าน่าจะพูดให้ความรู้แก่โลก

“มาจนร่วมกันไม่ต้องรวย จะช่วยผู้อื่นช่วยประเทศช่วยโลกได้

ถ้าเอาแต่ให้คนทุกคนรวย จะซวยไปด้วยกันทั้งประเทศทั้งโลก”

สองประโยคนี้ จะถือว่าเป็นปรัชญาก็ได้ จะเป็นรากฐานความจริงของมนุษยชาติ ที่เป็นคุณสมบัติอันประเสริฐสุด ในมนุษยชาติ ถ้าทำได้ดั่งที่ว่านี้แล้ว โลกทั้งโลกจะสงบเย็น แต่โลกทั้งโลกจะสงบเย็นไม่ง่าย แต่ก็ต้องได้ อาตมาจะพยายามรักษาชีวิต ถ้าตามเป้าหมาย My Goal  151

ตอนนี้ 85 -151 = 66 ปี ใช่ไหม อีก 66 ปี ไม่น้อยนะ ใครจะอยู่ต่อไปอีก 66 ปียกมือขึ้น ..มีเพื่อนแน่ ตอนนั้นพลเมืองโลกน่าจะถึง 8 พันล้าน ไม่ต้องห่วงว่าจะหมดไปง่ายๆ

_ใบฟ้า….

กราบนมัสการพ่อครูด้วยเศียรเกล้า

อาทิตย์ที่ 24/2/62

กราบขอโอกาสนำเรียนประเด็นธรรมที่ “โดนจิต” จากงาน “พุทธาภิเษกยอดปาฏิหาริย์ครั้งที่ 43” ดังนี้ค่ะ

1.ในวันแห่ง “ความรัก” พ่อครูได้นำพาให้ลูกๆรำลึกคิดถึงคุณลุงจำลอง คุณสนธิ อาจารย์พิภพ คุณลุงสมศักดิ์ อาจารย์สมเกียรติและคุณสุริยะใส คนดีคนกล้า – สามารถของสังคม ชะตากรรมที่ทุกท่านได้รับในขณะนี้เป็นเรื่องของ “วิบากกรรม”ที่ต้อง “ปรับใจ”

พ่อครูว่า…แม้แต่ที่เข้าคุกไป ก็มี 6 คน เลข 6 เป็นเลขลงตัวระหว่างสามเส้าสองตัว ถ้าสามเส้าสองอัน มันมี 7 ต่อเลย ไปใหญ่ เมื่อมี 7 มันจะเกิดสัมประสิทธิ์ แต่ถ้าเผื่อว่าสามเส้าสองตัว มันไม่ต่อสัมประสิทธิ์ มันชรตา เข้าคุกนี้มันจะจบ เรื่องราวชนิดนี้มันจะจบ เพราะฉะนั้นก็ไม่ต้องห่วง ผู้ที่รับวิบากนี้มีกุศลสูงส่ง เพราะว่าเป็นการรับวิบากแทนประชาชน

พระเยซูต้องได้รับตรึงกางเขนรับวิบากแทนประชาชนฉันใด 6ท่านนี้ก็รับวิบากแทนประชาชนฉันนั้น ถ้าเข้าใจแล้วไม่ยากเลย ศึกษาให้ดี แล้วจะเข้าใจสัจธรรมของมนุษยชาติ เป็นวิบากกรรมที่ปรากฏในโลกนี้อยู่ตลอดกาล

2.พ่อครูเป็นตัวอย่างของ “สาเปกโข” ที่แจ่มแจ้ง!   (จากผลงานระดับ 3 โลก)ที่ไม่เคยถูกเสนอให้รับรางวัลใดๆ…ลูกๆได้กำลังใจ

พ่อครูว่า…คือจิตคน ถ้าผู้ใดถึงขั้นเสียสละหรือให้ โดยไม่มีจิตต้องการอะไรตอบแทน จิตไม่คิดอะไรต่อเลย ให้แล้วก็จบ เรียกว่าสาเปกโขไม่มี ไม่มีความหวังอะไรที่เป็นภพชาติต่อไปเลย คนนี้ก็จบสามโลก จบแน่ไม่เกิดแล้ว โลกไหนก็ไม่เกิดทั้งนั้น

ผู้ที่จะให้รางวัลอาตมาต้องมีภูมิมากพอที่จะให้รางวัลอาตมาได้ ผู้ที่มีภูมิมากพอก็จะรู้ว่าอันนี้ต้องให้รางวัล แสดงว่ามีภูมิมากพอ ภูมิที่อาตมามีเป็นภูมิโลกุตระ ผู้ที่จะให้รางวัลจึงต้องมีภูมิโลกุตระจึงจะให้รางวัลอาตมาได้ ถ้าไม่มีภูมิค่าโลกุตระ จะมาให้รางวัลอาตมาได้อย่างไร (สู่แดนธรรมว่า เขามีแต่จะให้รางวัลศาสดามหาภัย)

ตั้งแต่พศ. 2535 พันตำรวจตรี อนันต์  เสนาขันธ์ ถล่มอาตมาเยอะเลย มีหลายเล่ม นี่เพิ่งเจอเล่มของท่านเจ้าคุณประยุทธ์ ท่านว่ามี 3 เล่ม นี่เพิ่งได้มา 1 เล่มใครเจอหนังสืออีก 2 เล่ม ก็ช่วยบอกด้วย ที่จริงเราไม่ได้รื้อฟื้นอะไรหรอกเอามาเป็นการศึกษา แม้ว่าอาตมาเองจะไม่ลำเอียงเข้าข้างตัวเอง เพราะการลำเอียงเข้าข้างตัวเองนั้นมันบาป มันไม่ใช่บุญนะ มันไม่ใช่กุศลนะ การลำเอียงเข้าข้างตัวเองมันโง่ คนที่ลำเอียงเข้าข้างใครก็โง่ทุกคน ยิ่งลำเอียงเข้าข้างตัวเองยิ่งจะโง่หนักบาปหนักกว่าเข้าข้างคนอื่น คนที่จะเอียงเข้าข้างตัวเองบาปหนักบาปหนา เข้าข้างคนอื่น จำไว้เชียว เอาล่ะไม่ต่อ เรื่องสาเปกโขก็ค่อยศึกษาไป พวกเราเข้าใจดีแล้วก็พยายามปฏิบัติไม่ให้เกิด สาเปกโข ทำอะไรก็ให้จบในตัวมันเองไม่ต้องไปหวังบุญคุณอะไรตอบแทน มีมุทิตาจิต แล้วก็มีอุเบกขาจิต

3.อาจารย์เป็นต้น เป็นนักกลอน “โลกุตระ” จากการมี “ธรรมจักษุ” อาจารย์เหมาะสมกับ “แผ่นดินพุทธ”มากค่ะ

  1. “เทวะครองโลก” พ่อครูได้ตีแตกแยกแยะในทุกระยะทุกมิติเป็น “สิริมหามายา”ที่ลูกๆต้องศึกษาเรียนรู้เข้าถึงทั้งภาษา – สภาวะเป็นลำดับๆ จนถึงขั้น รู้จัก รู้แจ้ง รู้จริง…ช่วยพ่อครูสืบสานศาสนา

  1. “ฟ้า”คือของสูงแต่ “Double ฟ้า”คือ “พ่อครู”ที่ต้องมา “ชำระธรรม” ในกาละนี้ ดังนั้นกราบขอสรุปว่า พ่อครูคือ “ตะวันทับฟ้า”ค่ะ

  1. “จุตูปปาตญาณ”ของ “พระโพธิสัตว์ระดับ 7” เป็นเรื่องที่น่าศึกษาเรียนรู้ กราบขอคำอธิบายในโอกาสอันควรค่ะ

พ่อครูว่า…ปุพเพนิวาสานุสสติญาณคือตัวที่ต้องเก็บจากการระลึกของเก่า เก็บมาๆๆจะของเก่าระลึกให้ได้มากๆ ซึ่งมันต้องมี ญาณ มีความสามารถจึงเป็นปาฏิหาริย์ของเรา ที่จะหยั่งหรือระลึกชาติก่อนๆ อย่างอาตมาพูดถึงชาติก่อนๆ ต้องมีญาณจริง แต่มันจะโมเมก็ได้มาก ต้องระมัดระวังสังวร และทำได้จริงถึงบอกได้

จุตูปปาตญาณคือระลึกถึงความเกิดความดับ มันมีอะไรเกิดอะไรดับ สิ่งนี้แค่นี้แหละทั้งนั้นทั้งโลกเลย นี่คือเทวะยิ่งใหญ่ความเกิดความดับ 2 คำนี้ ความหมายยิ่งใหญ่ที่สุด นัยของความเกิดมีอะไรมากมายตั้งแต่ความเกิดของพืชสัตว์จิตวิญญาณ ความเกิดของกรรม ความเกิดของสิ่งที่จะทรงอยู่ในโลกเรียกว่าธรรมะ ซับซ้อนอีกเยอะ

7.กราบขอบพระคุณท่านสมณะและสิกขมาตุเกจิที่ดำริรายการ “คำตอบอยู่ที่บวร”ที่ “ยอดเยี่ยม”นับเป็น “ของขวัญกตัญญู”แด่พ่อครู ณ วาระนี้ แฟนคลับคนนี้ขอติดตามตอนต่อเนื่องค่ะ

  1. “เมื่อไรจะมาซักที…โว้ย!” คือวาทกรรมที่ “โดนใจ”จริงๆค่ะ

9.คืนเพ็ญแห่งวันมาฆะฯ ภาพพ่อครูและลูกหลานทุกฐานะ ดูอบอุ่นและสวยงามยิ่ง ด้วยองค์ประกอบต่างๆที่ลงตัว รวมทั้งแสงไฟที่ส่องประกายคำว่า “แผ่นดินพุทธ” สาธุๆ

กราบขอบพระคุณด้วยเศียรเกล้า..

ใบฟ้า 16.07น.

พ่อครูว่า…ถามสดนะต่อไป

_สู่แดนธรรม…เพื่อนผมเป็นวิศวกรทำงานกับฝรั่ง ซึ่งเป็นวิศวกรด้วยกันอยู่หลายประเทศ เขาได้ให้ฝรั่งพูดข้อเสียของคนไทย เสร็จแล้วเขาก็จะให้ฝรั่งบอกข้อดีข้อเด่นของคนไทยที่ดีที่สุดมา 1 ข้อ วิศวกรชาวฝรั่งก็เลยตอบว่า คนไทยมีจุดเด่นจุดดีที่ชาติอื่นมีไม่ได้ ที่ดีที่สุดของคนไทยก็คือ มีความคิดสร้างสรรค์กว่าชาติอื่นที่ดีที่สุด เพื่อนคนนี้ก็คิดว่าเขาคงหาเรื่องพูดเหน็บแนม

แต่ฝรั่งก็บอกว่าเขาพูดจริง ทุกคนที่เป็นชาวฝรั่งเศสเยอรมันสวิตเซอร์แลนด์ที่มาทำงานวิศวะในเมืองไทยเขาบอกว่า คนไทยมีพลังงานสร้างสรรค์ ดีเดนประการหนึ่งก็คือ เมื่อเข้าช่วงวิกฤตเข้าใกล้จะแพ้ จำไม่ได้เรื่องแล้ว พลังอันนี้จะถูกบีบออกมามาก ไม่เหมือนพวกนักวิชาการที่จะคิดเอามาจากสมองและวางแผน ให้ทำอย่างที่คิด ซึ่งส่วนมากแล้วไม่ค่อยเป็นไปตามแผน ชาวอโศกเราก็เหมือนกัน ผมอยู่กับชาวอโศกมา 10-20 ปี ก็เห็นว่าพ่อท่านจะมีคาแรคเตอร์อย่างหนึ่งคือไม่มีแผน เมื่อถึงวิกฤตลูกๆจะบีบพลังงานสร้างสรรค์ออกมาอย่างสุดยอด ทำไมพลังงานอย่างนี้ ก็พิเศษกว่าการคิดวางแผนไว้ก่อน

พ่อครูว่า…อันนี้มันมีตัวอย่างเยอะ พลังวิเศษมันมีในจิตลึกๆก้นบึ้งของจิต ก็คงจะพอเรียนรู้กันมา หลายคนก็เคยพูดถึง ว่ามันมีพลังงานพิเศษ เมื่อถึงเวลาจำเป็นแล้วก็ ต้องควักออกมาใช้ ในเวลาอุกฤษฏ์ที่สุดมันจะต้องเอาออกมาใช้พลังงานนั้นจะเป็นพลังงานวิเศษอย่างไม่น่าเชื่อ เป็นพลังงานที่สุดยอด อาตมาเคยมีประสบการณ์อยู่คราวหนึ่ง น้องชายซ่อมรถยนต์อยู่ที่โรงรถข้างบ้าน รถชบาบาน เขาก็ไปนอนอยู่ใต้รถ เสร็จแล้วโซ่ที่ดึงไว้มันขาดลงมาทับเขา แต่มันก็ยังไม่ทับแน่นสนิท พวกน้องคนอื่นๆเห็นพอดี อาตมาอยู่ข้างบน เขาก็เอะอะโวยวายอาตมาก็รีบลงมา พอมาถึงอาตมาก็ยกเลย ยกหัวรถ จับกันชน ยกอย่างไม่รู้เรื่องเลย ยกขึ้นด้วย น้องเขาก็รีบลุกออกมา มืออาตมาถูกบาดเลย

หรือคราวหนึ่งอาตมายังจำได้เลย ที่บ้านไฟไหม้มุ้ง เริ่มต้นไฟไหม้มุ้ง แม่ไปลากตุ่มน้ำมาได้ แต่ปรากฏว่า เข้ามาถึงที่พอดี ก้นมันทะลุ ไม่ใช่ตุ่มเล็กนะ แต่ตุ่มมังกร ลากมาได้ ซึ่งมันเป็นธรรมชาติของมนุษย์ทุกคน เป็นแต่เพียงใครจะสามารถดึงเอามาใช้ได้เท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นอันนี้จึงเป็นสิ่งที่ ชาวอโศก มีผู้ที่ศึกษาดีก็จะรู้ ผู้ศึกษาไม่ดีแต่ถ้ามีพลังงานนี้จึงเอามาใช้ถึงคราวที่จะใช้ได้จริงมันก็จะได้ แต่ถ้าผู้ที่ยิ่งรู้ก็ดึงมาใช้ได้ดี มีผู้ที่ฝึกแบบนี้ อาจจะใช้อิทธิปาฏิหาริย์อาเทสนาปาฏิหาริย์ใช้พลังงานพิเศษพวกนี้ แต่ไม่ง่าย  ยากที่จะเอาพลังงานลึกๆพวกนี้มาใช้

สู่แดนธรรมว่า..พลังงานรวมตอนที่ชาวอโศกมีปัญหาเช่นตอนที่จะแพ้คดี ต้องมีเงื่อนไขว่าต้องมีเหตุการณ์วิกฤตเสียก่อน อันนี้วางแผนไม่ได้

พ่อครูว่า…อาตมาทำมาตลอดไม่เคยวางแผน แล้วพลังงานนี้มันซับซ้อนอีก พลังงานแรงก็แรงจริง เจงกิสข่านฆ่าห้ำหั่น แต่พลังทางธรรมนั้นกลับเบา ความสงบสยบความรุนแรงคุณธรรมจะเป็นเช่นนี้ ชาวอโศกตลอดมาจนถึงทุกวันนี้ใช้ความสงบสยบความรุนแรง ไม่ได้เป็นอย่างที่โลกีย์ เอาความแรงสู้ความรุนแรง ความรุนแรงที่มากกว่าชนะความรุนแรงน้อยกว่าอันนี้ก็เป็นธรรมดา แต่คนที่มีความเบาหรือไม่แรง พาชนะความแรง ต้องมีคุณค่าอะไรอีกอย่างเอาไปชนะได้ อันนี้เป็นความเป็นสภาพ 2 เทวะที่จะพิสูจน์อันนี้ตลอดไป อาตมาพิสูจน์คำนี้ เทวะ เมื่อใดจะเป็นอันนั้นอันนี้อาตมาตอบไม่ได้ ติดตามให้ดีจะมีเรื่อยๆ เราไปชุมนุมประท้วงเราออกพลังงานพิเศษเอาความสงบสยบความรุนแรงมันทำได้เพราะว่านี่คือประเทศไทย ถ้าไม่ใช่คนไทยไม่ใช่ประเทศไทยแล้วจ้างให้ก็ไม่ได้ แหลกไปแล้ว เพราะฉะนั้นรากฐานจิตวิญญาณของคนไทยจึงเป็นจิตวิญญาณที่วิเศษจึงเกิดอันนี้ได้ถ้าไม่ใช่ องค์รวมทั้งหมด เหตุการณ์ที่มันสำคัญอย่างนี้ ความสงบจะไปสยบความรุนแรงไม่ได้

_น้ำมนต์… ทำอย่างไรหนูจะรับผัสสะแรงๆจากน้องๆได้

พ่อครูว่า..หนูไม่ได้ทำแรงใช่ไหม ทำอย่างไรจะรับได้ก็ต้องเอาใจดีสู้ ถ้าหากน้องทำแรงมาเราก็ต้องเอาใจดีสู้ แล้วเราก็ค่อยๆบอกน้องดีๆ อย่างนุ่มนวล สุภาพอ่อนโยน ต้องฝึกอย่างนี้นะแล้วเราจะชนะเข้าใจไหม ถ้าเราสามารถบอกได้ก็บอกแต่ถ้าบอกไม่ได้เขาทำแรงมาเราก็หนีได้ก็หนี

_อรหันต์ถือศีลเท่าไหร่

พ่อครูว่า…เอามาจากไหนมาถาม อายุกี่ขวบแล้วนี่ …6 ขวบ ยังไม่ 7 เลย ฟันก็ยังไม่ขึ้น ตอบ..อรหันต์มีศีลข้อเดียว คือมีศีลรวมทั้งหมดเลย หนึ่งเดียวก็เท่ากับทั้งหมด อรหันต์ศีลทำได้ทุกข้อ เพราะฉะนั้นศีลของอรหันต์ถือว่าข้อเดียวก็รวมทุกข้อทำได้ทุกข้อ อรหันต์จะทำได้ บริสุทธิ์ในศีลทำได้ทุกข้อ ไม่มีความผิดในศีลต่างๆ บางทีดูเหมือนท่านจะผิดศีลแต่ไม่หรอกท่านอนุโลมยอมตามคนอื่นทำเพื่อร่วมกับคนอื่นให้ประสบผล แต่ตัวท่านเองใจท่านไม่ได้ติด ใจท่านไม่ได้ชอบใจท่านไม่ได้เสพ แต่ต้องทำเพื่อผู้อื่น อันนี้แหละยาก หลวงปู่เจอมาเยอะคนเขาเข้าใจไม่ได้  แต่คนที่เข้าใจได้ก็มี ก็ทำกับคนที่เข้าใจได้ คนที่เข้าใจไม่ได้ก็ปล่อยไปก็มันบังคับกันไม่ได้

_ใจแก้ว…ตอนเคยอยู่ตะวันงาย มีลูกศิษย์ของสำนักธรรมกายมาหา เขาบอกว่าแน่จริงก็มาประลองฝีมือกัน ดิฉันก็บอกว่าไปลองยังล่ะ เขาก็บอกว่าเอาฝ่ามือ 2 อัน มาดันกัน เข่งก็ว่าน่าจะประลอง แต่เข่งตั้งจิตว่าอย่าให้มีอะไรเข้ามา มีกรรมการ เข่งก็ทำสุดหัวใจ แต่ทำไมมีพลังจากไหน เขาล้มไปเลย เขาก็เลยบอกว่าทำไมผู้หญิงมีพลังงานอย่างนี้

พ่อครูว่า…สิ่งเหล่านี้มันเป็นเรื่องที่ยากจะเข้าใจจริง เป็นภาษาที่เรียกว่าความลึกลับ เป็นเหตุปัจจัยมันเป็นความลึกซึ้งลึกลับมาก มันมีเหตุมาทั้งนั้นแหละ ต้องเข้าใจ นัยยะของความเป็นพลังงานซับซ้อนอีกเยอะ แม้แต่ในคน จิตวิญญาณมนุษย์ก็สามารถสร้างพลังงานนี้ได้ ผู้เล่นพลังงานทางจิตก็จะใช้ได้แต่มันต้องใช้พลังงานรวมมากเมื่อทำทีหนึ่งมันจ่ายไปเยอะ แล้วมันไม่เที่ยงบางทีมันก็ไม่ได้ แต่จ่ายไปแล้วสูญเสียเยอะ

_SMS วันที่ 24 ก.พ. 2562 (รายการวิถีอาริยธรรม)

_นันท์มนัส · ประเทศไม่ได้อยู่ได้เพราะประชาธิปไตยหรืออยู่ได้เพราะรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย แต่ประเทศจะยังยืนอยู่ได้ด้วยพลังของพลเมืองดี ที่ไม่ดูดายและยอมแพ้ต่อคนชั่วคนทุจริตที่กัดกร่อนทำลายประเทศชาติ พลเมืองดีจึงต้องยืนหยัดรักษาบ้านเมืองไว้ให้มั่นคงเพื่อลูกหลานรุ่นต่อไป (เอลิซาเบธ วอร์เรน)

น้อมกราบนมัสการท่านพ่อครูลูกขอโอกาสถาม สภาวะของนิพพาน ตามความเข้าใจคือ สภาวะว่างจากกิเลสสืบต่อเนื่องไม่สะดุด แต่นิพพานเป็นที่ที่ใครต่อใครก็หวังว่าหลังจากตายแล้ว จะได้ไปสู่นิพพาน แต่ความเข้าใจ รูป-นามสภาวะ บ้าง ลูกคิดว่านิพพานเป็นสิ่งที่เราพบและรับรู้สภาวะนั้นก่อนตาย ไม่ใช่ตายแล้วถึงจะไปพบนิพพาน ถ้าเราไม่พบและรับรู้สภาวะของนิพพานก่อนตาย หลังตายแล้วสิ่งที่พบจะเป็นสภาวะของ ภพสรรค์หรือ ภพนรก เท่านั้น ที่ลูกเข้าใจนี้ถูกต้องหรือไม่ เจ้าคะ

พ่อครูว่า…ถูกต้องแล้ว นิพพานไม่มีในอดีต นิพพานไม่มีในอนาคต นิพพานมีในปัจจุบันเท่านั้น ฟังไว้อันนี้เป็นนิยามสำคัญ นิพพานมีในปัจจุบันเท่านั้น นิพพานไม่สั่งสมในอดีตและไม่มีในอนาคต อนาคตตัดทิ้งได้เลย เป็นสิ่งที่ยังไม่เกิด แม้แต่นิพพานคนที่ได้นิพพานบรรลุนิพพานแล้ว ก็ได้แต่ปัจจุบัน อดีตไม่ต้อง เพราะอดีตไม่มีแล้วนิพพานไม่มีอดีต เป็นแต่เพียงว่าพระอรหันต์แต่ละองค์ ท่านจะตายทางร่างกาย ท่านต่อภพก็เป็นภพการต่อ ส่วนนิพพานที่ท่านมีก็ติดที่ท่าน เมื่อปัจจุบันใดท่านมีนิพพานก็คือไม่มีกิเลสว่างสูญไม่มีผลักไม่มีดูดไม่มีสุขไม่มีทุกข์ ซึ่งเป็นนิยามของนิพพาน มันก็เท่านั้นเอง ไม่มีปฏิกิริยาอะไรที่จะเกิดพลังงาน มันกลางสูญ นิพพาน ผู้ที่เป็นอรหันต์ก็ใช้สภาวะจิตที่เป็นกลางนี้ตลอดเวลากับอะไรต่ออะไร แม้จะทำงานปรุงแต่งอะไรอยู่ ผลกระทบเข้ามาสภาวะที่จะมีอะไรต่อไปไม่มี มีแต่ความรู้ เต็มไปด้วยเมตตา เต็มไปด้วยพลังงานเจตนาที่ปรารถนาดีช่วยเหลือ ทั้งนั้นเท่านั้น นี่คือคุณสมบัติของพระอรหันต์ อาตมาพูดอย่างสบายใจเพราะว่าเอาของตัวเองมาพูดทำอย่างนี้ตลอดเวลาเลย

_จิ๊บ แพรลายไม้ · กราบนมัสการ#พ่อครู #สมณะ และ #สิกขมาตุ #เจริญธรรม #ญาติธรรม ทุกท่าน ภาพและเสียงที่ดอนตาลมุกดาหารชัดเจนค่ะ ได้ประโยชน์และได้เรียนรู้ความคิดของมนุษย์บนโลกใบนี้ได้ดีขึ้น ได้รู้ว่าพ่อครูใช้ศิลปะกับพวกเขาอย่างไร เป็นความเมตตาของพระโพธิสัตว์จริง ๆ ที่ให้โอกาสทุกคนเท่าที่เขาจะเข้าใจได้ สาธุค่ะ จนอย่างสุขสำราญเบิกบานใจ แต่เราไม่เคยเดือดเนื้อร้อนใจ ไม่หวั่นไหว แม้โลกข้างนอกจะต้องดิ้นรนเลวร้ายแค่ไหน พวกเราก็รอด พ่อครูนำพามาถูกทาง

พ่อครูว่า…สัจจะพวกนี้ลึกซึ้งไม่ใช่เรื่องลึกลับ เป็นเรื่องที่คนเอามาทำได้ หากคิดว่าอาริยธรรมเช่นนี้มีไม่ได้แล้วคุณก็ปิดประตู นอนอยู่ที่เก่า ดีไม่ดีเดินถอยหลังด้วยมันจะได้อย่างไร

_วาส ทองจันทร์ · กราบนมัสการครับพ่อคูร ผมยิ่งได้ฟังได้รู้อะไรๆมากขึ้นทุกครั้ง ที่ได้ฟังพ่อครูเทศนา เพราะฉะนั้นผมจึงไม่ให้พลาดโอกาสในการฟังธรรมจากพ่อทุกๆรายการครับ ขอกราบบูชาด้วยความเคารพเป็นอย่างสูงยิ่งครับ

_นิพาน ทรัพย์แสง: พรรคการเมืองไหนๆๆก็คิดดีทั้งนั้น ถ้า สส. ยินดีเปลี่ยนตนเองเป็นคนดีมีน้ำใจ จิตอาสาจริง

พ่อครูว่า…ภาษาพูดมันง่ายมันโก้นะ คำว่าจิตอาสา กระจายต่อไปแล้ว ตนเอง ต้องตั้งใจเอง รับใช้ไม่เห็นแก่ตัวเลยฝึกไปเถอะสุดยอด

_สุทนต์ : กราบนมัสการพ่อท่าน.ผมฟังพ่อท่านเทศน์ว่าพ่อท่านเป็นพระอรหันต์แล้ว.ผมเชื่อร้อยเปอร์เซ็นครับ.. แต่ผมเชื่อว่าคน.60.ล้านคนจะเชื่อพ่อท่านถึงล้านคนใหม.เพราะคนไทยงมงาย.ยังเชื่อว่าพระอรหันต์ต้องมีคุณวิเศษที่ลึกลับกว่าคนธรรมดาทั้งหลาย.. คนพวกที่ไม่เชื่อคนพวกนี้ดูถูกตัวเอง.คนเมื่อสองพันกว่าปีจะฉลาดกว่าคนสมัยนี้เชียวหรือครับ.. แค่ฟังพระพุทธเจ้าไม่เท่าไรก็ได้อรหันต์แล้ว.ใช่สมัยก่อนสิ่งยั่วกิเลสมันอาจน้อยกว่านี้.การจัดลำดับมนุษย์มันก็มีหลายระดับพ่อท่านก้อเทศน์บ่อย.. ตอนเด็กผมก็ไม่รู้.พอโตมาจึงได้รู้.ว่าในร่างกายเรามันแปลงร่างได้เป็นหลายอย่าง.. เพราะฉะนั้นพ่อท่านและลูกศิษย์ต้องพูดให้บ่อยและอธิบายเหตุที่จะมาเป็นอรหันต์ให้คนเข้าใจ.. ที่ผมเข้าใจมนุษย์ถ้าขาดสติถึงกับลงมือฆ่ากัน.ก้อจัดอยู่ในขั้นระดับเดรัจฉานแล้ว

พ่อครูว่า…คนเชื่ออาตมาถึงล้านคนนี้อาตมาพอใจแล้ว ถ้าคนเชื่ออาตมาจริงๆว่าอาตมาเป็นอรหันต์ถึงล้านคนในประเทศไทย อาตมาจะสบายใจกว่านี้ ผู้ที่เชื่อจะเข้ามาร่วม ที่นี่มี 1000 คนสบายมากเต็มแล้ว แต่นี่ยัง

ขออภัยที่ว่าคนไทยงมงาย ที่เขาพูดนี้จริง อาตมาขอสำนองคำนี้

คนที่ว่า ของจริงต้องนิ่งใบ้ คนที่พูดได้ไม่ใช่ของจริง อันนี้คนที่พูดภาษาอย่างนี้เป็น จิ้งเขียวไปแล้ว คนที่พูดอย่างนี้

คนเมื่อสองพันกว่าปีจะฉลาดกว่าสมัยนี้หรือ?….คนยุคนี้ฉลาดกว่าคนยุคสองพันปี แต่คนยุคสองพันปีซื่อสัตย์กว่าคนยุคนี้  ฟังความนี้ให้ชัดเจน เขาไม่มีความซับซ้อนมีความตรงความง่ายก็เลยเป็นอรหันต์ได้เร็ว

จะไปฆ่าให้เกิดวิบากทำไม ถ้าใครจะฆ่าเรา เราก็ยอมให้เขาฆ่า คนนี้ เป็นพระอาริยะอย่างแน่นอนอย่างน้อยพระอนาคามี ส่วนโสดาฯ สกิทาฯก็อาจยึกยักหน่อยตามบารมี โสดาบันก็จะสู้เขาหน่อย แต่สู้ไม่ได้ก็ตาย สู้ได้ก็เป็นวิบากซ้ำซ้อนอีก

อรหันต์ที่เขาเข้าใจกันมันได้ถูกวาดภาพผิดไปไกลมาก อาตมาต้องแก้กลับดึงกลับ จนอาตมาต้องเป็นคนแรง พูดแรง เน้นแรง ใช้ศัพท์หนักๆถึงๆ ก็จำนน แต่ต้องทำ คิดว่าอาตมาคงจะเบาลงได้ในอนาคต มีคนเชื่อถือมากขึ้นจะได้ไม่ต้องแรง ถ้าขืนแรงอย่างนี้ไปไม่ถึง 151 แน่

_KIE THE SKY 1 วันที่ผ่านมา (แก้ไขแล้ว)

อ่านพระธรรมวินัยเล่มไหนมาวะ..ว่าพระพุทธเจ้าฉันมังสะวิรัส จะแปลให้เข้าใจแยกแยะตามศัพท์บาลีเลย..มังสะ แปลว่า เนื้อ ส่วนคำว่า วิรัส แปละว่า เว้น พอรวมกันแปลว่า เว้นจากเนื้อสัตว์..พระพุทธเจ้าท่านฉันแบบเรียบง่ายเหมือนชาวบ้านนั่นแหละ ชาวบ้านมีอะไรใส่บาตรท่านก็ฉัน สมณะต้องเลี้ยงง่าย ท่านไม่ได้บอกชาวบ้านเลยว่าท่านฉันอะไรได้ไม่ได้ท่านไม่เคยพูด..คนที่นั่งพูดกันอยู่นี่คือคนคิดเอาตามทิฏฐิตัวเองทั้งนั้น เลอะเทอะศาสนาไปใหญ่

พ่อครูว่า…คนเลี้ยงง่ายไม่ใช่คนมักง่าย เขาเอาอะไรใส่บาตรก็ต้องฉัน เขาเอาดินใส่บาตรก็ต้องเอาดินกลับมา เขาเอาลูกสาวใส่บาตรก็ต้องเอาลูกสาวกลับมา อันนั้นมันโง่และเซ่อแล้ว ก็ต้องมีปฏิภาณปัญญาว่าอะไรควรหรือไม่ควรและมีหลักเกณฑ์ด้ว เพราะฉะนั้นหลักเกณฑ์อันนี้คุณค่อยศึกษาไป เรื่องมังสวิรัติอาตมาจะไม่พูดยาวเพราะว่าทุกวันนี้คนเข้าใจกันมาก คุณยังวุ่นกับเรื่องมังสวิรัติอยู่ อาตมาจะไม่เสียเวลามาก เมืองไทยตอนนี้กินมังสวิรัติ แต่ถ้าพระยังกินเนื้อสัตว์ปากเปรอะอยู่อย่างนี้ ไปเอาศาสนาพุทธไปประกาศในอินเดียไม่ได้หรอก เพราะว่าประเทศอินเดียเขารู้กันว่านักการศาสนาเขาไม่กินเนื้อสัตว์ ยิ่งนักบวชส่วนใหญ่เขาไม่กินเนื้อสัตว์กันหรอกไม่ว่าจะเป็นศาสนาไหนก็ตาม

ในชีวกสูตร ไปทำความเข้าใจบาป 5 ประการ

  1. ผู้นั้นกล่าวอย่างนี้ว่า “ท่านทั้งหลายจงไปนำสัตว์ชื่อโน้นมา” (อุทิศ, อุททิสสะ คือ เจาะจงมุ่งหมายไปที่สัตว์ชื่อนั้น)

  2. สัตว์นั้นเมื่อถูกเขาผูกคอนำมา  ย่อมได้เสวยทุกข์โทมนัส

  3. ผู้นั้นพูดอย่างนี้ว่า  “ท่านทั้งหลายจงไปฆ่าสัตว์นี้”

  4. สัตว์นั้น เมื่อกำลังถูกเขาฆ่าย่อมเสวยทุกข์โทมนัส

  5. ผู้นั้นยังตถาคตและสาวกตถาคต  ให้ยินดีไปด้วยเนื้อ ย่อมประสพบาปมิใช่บุญเป็นอันมาก (ตถาคตํ วา   ตถาคตสาวกํ วา อุทฺทิสฺส ปาณํ อารภติ โส อิเมหิ ปญฺจหิ  ฐาเนหิ พหุง อปุญฺญํ ปสวตีติ) ชีวกสูตร ล.13 ข.60

บาปถึง 5 ชั้นเลย…

สัญจิจจ ปาณัง ชีวิตา โมโรเปตุง คือสัตว์ที่คนมีเจตนาฆ่า กินไม่ได้ แต่ถ้า สัตว์มันฆ่ากันแล้วมันกินเหลือเป็นเดนสัตว์กินก็กินได้ หรือสัตว์ตายเอง เป็นเนื้อบังสุกุลก็กินได้ แล้วเดนสัตว์กิน สัตว์มันยังไม่เลิกกินจะไปแย่งมันได้อย่างไร เท่านี้ปวัตตมังสะมีสองอย่าง ถ้าคุณเข้าใจอันนี้แล้วท่านจะไปกินเนื้อสัตว์ได้อย่างไร หรือแม้แต่ท่านสอนชาวพุทธทุกคน

  1. อย่าฆ่า 2. อย่าค้าขายเนื้อสัตว์ แล้วคุณจะเอาที่ไหนมากิน เมืองนี้เป็นเมืองพุทธ 95% คนเป็นพุทธ 1. ไม่ฆ่า 2. ไม่ขายแล้วจะเอาเนื้อสัตว์ที่ไหนมากิน คุณก็ต้องคอยกินสัตว์ที่ตายเอง คุณก็ตายก่อน หรือบางทีแย่งกันตายเลย

อีกประเด็นหนึ่ง ประเด็นนี้อาตมาว่าตัดสินชัดเด็ดขาดเลย คือประเด็นที่ว่า อเจลกะ ทั้งหลาย ชาวศาสนาอื่นเขาก็ไม่กินเนื้อสัตว์ เพราะศาสนาทั้งหลายในอินเดียเขาไม่กินเนื้อสัตว์ เขานับถือกันตรงไม่กินเนื้อสัตว์ ต่างคนต่างนับถือ พระพุทธเจ้าก็ไม่กินเนื้อสัตว์อยู่แล้วเขาก็นับถือ เสร็จแล้ว วันร้ายคืนร้าย เขาก็ไปตะโกนบอกว่าเจ้าข้าเอ้ย พระสมณโคดมฉันเนื้อสัตว์แล้วเจ้าข้าเอ้ย ไปตะโกนกับชาวบ้านที่ตลาดเพื่อจะดิสเครดิตพระพุทธเจ้าว่าพระพุทธเจ้าเสื่อมแล้วตกแล้วต่ำแล้ว กินเนื้อสัตว์แล้ว อันนี้มันหมายความว่าพระพุทธเจ้ากินเนื้อสัตว์เป็นปกติหรือไม่กินเนื้อสัตว์เป็นปกติ …แสดงว่าพระพุทธเจ้าไม่ได้ฉันเนื้อสัตว์เป็นปกติ อเจลกะจึงประกาศให้คนทั่วไปว่าเจ้าข้าเอย พระพุทธเจ้าฉันเนื้อสัตว์แล้ว เสื่อมแล้วตกต่ำแล้ว แต่พระพุทธเจ้าฉันเนื้อสัตว์เป็นปกติไปประกาศให้ตายจะได้คะแนนอย่างไร อันนี้แหละจุดนี้คิดให้ดีแล้วจะชัดเจนเลย ว่า อ๋อ พระพุทธเจ้าก็ต้องไม่ฉันเนื้อสัตว์เป็นปกติสิ ถ้าหากพระพุทธเจ้าฉันเนื้อสัตว์เป็นปกติแล้วพวกนี้จะไปตะโกนหาอะไร เขาก็หาว่า ฉันเนื้อสัตว์เป็นปกติแล้วจะไปตะโกนหาอะไร ประเด็นนี้คิดดีๆให้เข้าใจดีๆ

_ก่อนพระพุทธเจ้าจะปรินิพพานท่านทรงอาพาธหนักเพราะพ่อบ้านจุนทะเลี้ยงอาหารพระด้วยเนื้อสุกรอ่อนหรือชาวบ้านเรียกหมูน้อย พอฉันไปเจอพิษอาหารรุนแรงทำให้ปวดท้องหนักเกิดอาพาธ แท้จริงพระองค์ทรงรู้ด้วยญาณว่าอาหารมีพิษเจือปนอยู่ และพระองค์ทรงเล็งเห็นด้วยญาณชั่วพริบตาท่านเคยเป็นหมอและให้ยาผิดแก่ผู้ป่วยทำให้คนไข้ตาย กรรมนั่นจึงเป็นวิบากที่ท่านต้องรับ จึงอยู่ว่าท่านสิ้นกิเลสแล้วในชาตินี้

พยามารไม่อาจทำอะไรพระองค์ได้ แต่เราต้องเข้าใจวิบากกรรมสุดท้ายยังไงก็เลี่ยงไม่พ้น เหมือนพระโมคคัลลานะที่ถูกโจรฆ่าตายแล้วนิพพาน เพราะอดีตชาติพระโมคคัลลานะเคยลวงพ่อแม่ไปในป่าแล้วอ้างว่ามีโจรปล้นทุบตีจนตายแม้ชาติสุดท้ายจะบรรลุอรหันต์แล้วกิเลสสิ้นแล้ว ชาติ ภพสิ้นแล้ว แต่วิบากกรรมสุดท้ายยังต้องรับเช่นกัน..ฉะนั้นพระองค์จึงทรงประกาศแก่สาวกว่าจะปรินิพพานที่เมืองนั้น..คนพุทธควรจดจำได้ว่าอาหารเมื่อแรกตอนพระองค์ตรัสรู้คือข้าวมธุปายาสมี49คำนางสุชาดาถวาย ส่วนอาหารมื้อสุดท้ายคือเนื้อสุกรหรือสุกะระมัทวะ นายจุนทะถวาย ข้อมูลนี้ก็บ่งได้แล้วว่าพระพุทธเจ้าท่านไม่เกี่ยงอาหารที่ชาวบ้านถวาย เพราะอาหารสมัยก่อนหายาก ชาวบ้านมีอะไรหรือท่านบิณฑบาตรได้อะไรท่านก็ไม่เคยขอไม่เคยห้ามชาวบ้านสักคำ ท่านฉันอาหารรวมในบาตรคลุกเข้ากันไม่ยึดติดว่าเป็นเนื้อหรือผัก ไม่ยึดติดในรสชาติ ท่านฉันเพื่อยังสังขารให้รอด..แต่เนื้อสัตว์ใหญ่10ชนิดที่พระองค์ทรงห้ามมีอยู่(ไปหาดูในกูเกิล)..ท่านไม่ได้อยู่เพื่อฉันอย่างเดียวเหมือนพระพวกนี้ ฉันแล้วประท้วง ทั้งๆที่พระพุทธเจ้าห้ามภิกษุเข้าร่วม เข้าชมการชุมนุมหรืองานมหรสพต่างของฆราวาส แต่พระพวกนี้นำทีมโดยสันติอโศกนั่นแหละเดินเหยียบพระธรรมวินัยของพระพุทธเจ้าด้วยตีนของประท้วงให้ศาสนาเศร้าหมอง

ใครมองเห็นธรรมวิเศษกับพระเหล่านี้บ้าง..แค่มองด้วยตาไม่ต้องสอบธรรมก็รู้..พระที่ปฏิบัติจริงเข้าถึงธรรมจริงท่านไม่มานั่งไลค์สดคุยให้โลกรู้หรอก ท่านอยู่อย่างสมถ เข้าวิเวก ดูพระเหล่านี้สิมานั่งไลค์สดทำตัวยังกะดาราหรือชาวบ้านที่หลงเวลาออกกล้อง..จริยาวัตรของภิกษุควรเรียบร้อยมิดชิด ไม่ใช่มาเปิดเผยให้ชาวโลกติเตียนแบบนี้..ก็ดูแล้วคิดเอาแล้วกัน..!!! ผมไม่ได้ลบหลู่ธรรมของพระท่านหรอกแต่แค่มองแล้วไม่ใช่..อโหสิ

พ่อครูว่า…อาตมาไม่แย้งหรอกไม่อธิบาย เพราะว่าไม่มีเวลา ขอผ่าน เป็นเรื่องที่อธิบายพูดมามากแล้ว ศึกษาไป ติดตามอย่าทิ้งนะ ดูกันบ้าง เผื่อพวกอาตมาจะดีขึ้นบ้าง เอาใจช่วยอาตมาหน่อยนะ อาตมาจะพยายามพัฒนาตนเองขึ้น

_นาวิน เหมือนมี 1 วันที่ผ่านมา

พระผู้มีพระภาคเจ้าทางวางระบบให้สงฆ์สามัคคี.  แต่มีระบบป้องกัน

คือ. รวมได้แยกได้ แยกได้รวมได้ ป้องกันทั้งสองฝ่าย.

– #กรณีธรรมยุตมหานิกาย

ภิกษุมหานิกายและภิกษุธรรมยุติกนิกาย มิใช่นานาสังวาสก์ของกันและกัน เพราะมิได้มีการลงอุกเขปนียกรรมแก่กัน จัดเป็นเพียงภิกษุ ๒ กลุ่มที่สืบต่อสมณวงศ์คนละสายกัน (แต่เป็นเถรวาทเหมือนกัน) และมีความเห็นต่างกันในบางเรื่องเท่านั้น

– #กรณีมหายาน

เถรวาท กับ มหายาน ก็ไม่ใช่นานาสังวาสก์เช่นกัน เพราะมิได้มีการลงอุกเขปนียกรรม (พ่อครูว่า…การลงโทษพระภิกษุ โดยตัดสิทธิ์บางอย่าง ตัดสิทธิ์ไม่ให้ร่วมฉันเป็นต้น คือให้ลงทัณฑ์แต่ไม่รุนแรงอะไร) แก่กัน ซึ่งมหายานที่เป็นนิกายซึ่งแตกมาจากนิกายมหาสังฆิกะในสมัยก่อนนั้น ปัจจุบันก็มีวิธีการอุปสมบทที่ไม่ถูกต้องตามพระวินัย เช่น ไม่ได้ใช้ภาษาบาฬีในกรรมวาจาอุปสมบท เป็นต้น ดังนั้น มหายาน จึงไม่จัดเป็นภิกษุในพระพุทธศาสนา (ตามพระไตรปิฎกเถรวาท) (พ่อครูว่า…คำว่ามหาสังฆิกะกับมหายานคืออันเดียวกันแต่คุณคนนี้ก็ยังแยก) ก็บอกแต่ว่าคุณติดตามรายละเอียดให้ดี แล้วจะเข้าใจเพิ่มอีกหลายอย่าง

– #กรณีสมณะสันติอโศก

กลุ่มสันติอโศกก็มิได้เป็นนานาสังวาสก์ด้วยเหตุผลเดิมคือไม่ได้ถูกสงฆ์ลงอุกเขปนียกรรม ส่วนเรื่องสมณะสันติอโศกจะจัดเป็นภิกษุหรือเปล่า นี่ก็ต้องมาดูขั้นตอนการบวชของสมณะสันติอโศกในปัจจุบันว่า ตรงตามวิธีการที่มาในวินัยปิฎกหรือไม่? เช่น มีการสวดอุปสมบทกรรมวาจาด้วยภาษาบาฬีที่ถูกอักขระหรือไม่? อย่างนี้เป็นต้น ถ้าบวชถูกต้องตามวินัยก็เป็นภิกษุ ถ้าไม่ถูกต้องก็ไม่ใช่

หลักอย่างหนึ่งเพื่อให้เข้าใจชัดเจนขึ้นคือ หากเป็นนานาสังวาสก์ก็ย่อมจะสามารถกลับมาเป็นสมานสังวาสก์ได้เสมอ หากกลับตัวประพฤติปฏิบัติดีแล้วสงฆ์ยอมยกเลิกอุปเขปนียกรรมนั้น

พ่อครูว่า…พูดตรงนี้แล้วสงฆ์อโศกสบายใจมาก เพราะทางเถรสมาคมบวชกันก็แค่ว่า นัตถิ 5 อามะ 8 ส่วนใหญ่เขาไม่เข้าใจกันหรอก แล้วเอาพระไม่บริสุทธิ์ พระนอกวง มาร่วมอุปสมบท ก็ไม่เป็นพระ แล้วผู้ไม่เป็นพระไปบวชผู้ไม่เป็นพระต่อไปมันจะได้เรื่องอย่างไร สิ่งเหล่านี้รายละเอียดมันเยอะ เพราะฉะนั้นก็ศึกษาให้ดีขอพูดสำทับให้ฟัง ว่าศึกษาให้ดี

อาตมาขอยืนยันว่าอาตมาทำตามพระวินัยปิฎกอย่างชัดเจน สวดอุปสมบทกรรมวาจาด้วยภาษาบาลีนั้นไม่ใช่ พระพุทธเจ้าให้ใช้ภาษาถิ่น

คุณก็เข้าใจถูกส่วนหนึ่งแต่เข้าใจผิดอีกหลายส่วน

_Thanyathorn Pangpangpit 1 วันที่ผ่านมา

ผมบวช10พรรษาเป็นบุคคลากรการศึกษาจบปรัชญาเอกศาสนาเปรียบเทียบจึงเข้าใจหลักธรรมของศาสนาทุกๆศาสนาถ้าสมณะท่านผู้เป็นอริยบุคลจะไม่ติเตียนผู้อื่นด้วยกิเลสจะพูดน้อยมีคติธรรมมีข้อคิดวางตัวเป็นกลางไม่ฝักใฝ่การเมืองมุ่งมั่นในกิจของศาสนาไม่ยุยงให้เกิดความเกลียดชังในฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมองโลกในแง่ดีเดินทางสายกลางตามแก่นแท้ของพุทธก็ถือว่าเป็นอริยะบุคคลมีลมหายใจเพื่อผู้อื่นครับ

Thanyathorn Pangpangpit 4 วันที่ผ่านมา

ดูแล้วท่านยังฝักใฝ่ทางโลกเข้าไปยุ่งกับการบ้านการเมืองยังฝั่งมีพวกแทนที่จะวางตัวเป็นกลางเอาแค่เรื่องนักบวชอย่างเดียวก็ทำวงการสงฆ์ปั่นป่วนทำอะไรสุดโต่งผู้ปฏิบัติดีย่อมผิวพรรณวรรณผ่องใสใช้คำพูดน้อยแต่มีหลักธรรมมีข้อคิดไม่พ่นจนน้ำลายเป็นฟองหลอกการกระทำคำพูดมันย้อนแย้งเอาหลักการกินอยู่ของอินเดียฮินดูมาผสมปนเปกับพุทธคนรู้ทันเขาก็มองหมิ่นเหม่พยามสร้างลัทธิชักจุงผู้คนเหมือนจะแบ่งรัฐฐาใหม่สร้างราชธานีอโศกรวบรวมผู้ป่วยทางจิตปลูกฝังค่านิยมอหิงสาแต่ผ่าไปเดินขบวนกับจำลองรอดคุกได้ก็บุญแล้ว

สมณะอรหันแต่ดันถือโฉนดบรรยายธรรมนั่งซ้ายหันขวาหันฝันหวานไปวันๆกินพืชผักผลไม้ใช้ชีวิตสุดโต่งอ้างชื่ออโศกผู้อุปถัมศาสนาถัาเกิดในสมัยนั้นกลัวว่าหัวจะหลุดจากบ่าไม่ได้มาหันอย่างนี้หลอกเพราะสมัยพระเจ้าอโศกจับพระนอกรีดกุดหัวทิ้งเป็นพันๆองค์เพราะอวดอุตริทำนองนี้แหละเอวัง

พ่อครูว่า…ศึกษาดีๆ พยายามติดตามดู เผื่อพวกอาตมาจะดีขึ้นบ้างนะ สงสารอาตมาหน่อยอย่าเพิ่งทิ้งกันนะ

_สุสาร 2 วันที่ผ่านมา

อรหันต์คือผู้ที่ปล่อยวางแล้วซึ่งกาละทั้งสาม หมายถึง”ไม่มีความรู้สึกว่ามีอัตตาตัวตน ไม่ว่าในกาลใดๆ” ..การกล่าวว่าอรหันต์คือ”ผู้อยู่กับปัจจุบัน”นั้น ทำให้มองเห็นว่า วาทกรรมนี้ ยังเจือด้วย”อัตตวาทุปาทาน”ซึ่งเป็น”มานานุสัย”ของผู้ที่ยังถอนมานะสังโยชน์ไม่ได้… ผู้ลบเงาอวิชชาได้แล้วจะแจ่มแจ้งในสภาวะนี้ดี…(ฝากข้อคิดมาด้วยความปรารถนาดี)

พ่อครูว่า…เอาล่ะ อาตมาก็ไม่ขอแย้งอะไร เป็นแต่เพียงมองมาว่าอาตมายังมีอัตตาตัวตน อย่างนั้นเถอะ ถือว่าอรหันต์ต้องปล่อยวางทั้ง 3 กาละ

ถ้าวางทั้ง 3 กาละ ก็ต้องเลิกเลย ปรินิพพานเป็นปริโยสาน เพราะกาละมีสามอย่างนี้คุณไม่มีกาละ 3 อย่างนี้ก็ไม่เหลืออะไร คุณจะตายไปอย่างปรินิพพานเป็นปริโยสานหรืออย่างไร ต้องทำความเข้าใจให้ดี

_พิมพ์เพชรรุ้ง…ช่วงผ่านมาพ่อครูสอนเรื่อง ความทุกข์ความสุข นึกไปถึงบทสวดมนต์ที่เคยสวดมาก่อน ที่บอกว่า ปรารถนาสิ่งใดไม่ได้สิ่งนั้นก็เป็นทุกข์ ประสบกับสิ่งที่ไม่เป็นที่รักที่พอใจก็เป็นทุกข์ ลูกเลยคิดว่า ถ้าเราไม่ต้องปรารถนาสิ่งใดที่มันเกินความจำเป็น และก็ไม่ต้องแต่งตั้งให้อะไรหรือใครเป็นสิ่งที่เราต้องรักต้องพอใจ ถ้าไม่รักไม่พอใจ เราก็จะลดความทุกข์ได้ (พ่อครูว่าใช่) ทำให้ไม่ต้องมี โศกะ ปริเทวะทุกข์โทมนัส อุปายาสะได้

_น้อมยอดธรรม…ขอวันอาทิตย์ขอที่อุทยานบุญนิยม ใครก็ได้ผู้ชายผู้หญิงไปให้มากขึ้น เรามีงานหลากหลายต้องทำ ทำไม่ค่อยทัน มีคุณสร้างบุญทำสัมประสิทธิ์ มีเมตตามาก ถามพ่อท่านว่าเทวะสองก็มันจะมีสาวแก่แล้วพ่อท่านว่าไม่มีสาวไม่มีแก่ มีแต่คนแข็งแรง แล้วเราก็ตั้งพรรคเราในใจ พรรคเพื่อการเสียสละทำไปไม่ได้คิดไม่ได้หวังอะไรไม่ทุกข์ไม่สุข แต่ขอวันอาทิตย์ค่ะ

พ่อครูว่า..สรุปว่าขอแรงกันบ้าง จริงๆแล้วที่ที่จะมีเงินหมุนเวียนมาช่วยที่เรานี้ เราขายพืชพรรณธัญญาหารนี้ไม่ได้มากหรอกมีแต่แจกเสียส่วนใหญ่ ที่จะเป็นเงินก้อนอะไรบ้าง เรามีอยู่ 2 แหล่งใหญ่คือ แหล่งที่ขายอาหารหรือสหกรณ์กับที่อุทยานบุญนิยม  ขายอย่างนี้ทุกวันเว้นวันจันทร์ ก็ได้เงินพวกนั้นหมุนมาหมุนไปใช้กับพวกเรา อีกที่หนึ่งคือคือโรงปุ๋ย 2 แห่งนี้สำหรับราชธานีอโศก แต่ปฐมอโศกเขาก็มีโรงปุ๋ยเขาก็มี โรงงานยา ศาลาค้า โรงปุ๋ยของเราก็ยังไม่ค่อยมีคนมาช่วย ชื่อโรงปุ๋ยปฐมอโศกไม่ได้ ของปฐมอโศกทำได้ลงตัวดีเลย เป็นหลักของปฐมอโศก ได้มาช่วยเราเดือนละไม่ต่ำกว่าล้านเลย ช่วยอยู่ตลอดเวลา แต่ของเรานี่ยัง บางทีดึงเอาเงินไปซื้ออะไรหลายอย่างไม่ค่อยพอ ก็ไปช่วยกันหน่อย ร้านอาหารกับที่โรงปุ๋ย นอกนั้นอาตมาก็เก็บเบี้ยใต้ถุนร้าน มีคนมาบริจาคบ้าง นอกนั้นพวกเราก็เสียสละทำกัน พวกเราไม่เอารายได้เลย เป็นเรื่องยิ่งใหญ่ในโลก พวกเราก็ไม่ได้ทุกข์ร้อนอะไร ทุกคนก็รู้อยู่แล้วว่าเรามีระบบสาธารณโภคี จะเป็นเศรษฐศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เรื่องนี้เขายังไม่ค่อยเชื่อยังคิดไม่ออก เรื่องนี้จะค่อยๆยืนยันพิสูจน์พวกเราต้องพิสูจน์

วันนี้มีชาวลาวนักบริหารระดับนายอำเภอมา 20 30 คน มาขอดูงานจะให้อาตมาบรรยายให้ฟัง โอ้โห เริ่มต้นแล้ว อาตมาก็พอดี พูดภาษาอีสานภาษาลาวได้ ก็เลยบรรยายให้เขาฟัง เขารับได้เลย Get เลย เป็นนิมิตหมายว่าต่อไปผู้ที่มีภูมิความเข้าใจในเรื่องของ คอมมูน คอมมูนผู้ยิ่งใหญ่ก็คือสาธารณโภคี ซึ่งมีนัย ของความละเอียด communal มีความละเอียดซับซ้อนอยู่ในคอมมูน ต้องศึกษาดีๆแล้วจะเข้าใจ

อาตมาอธิบายไม่เก่งแต่ก็พาทำ ทำได้ขนาดนี้ก็ดีแล้ว อย่างในหลวงรัชกาลที่ 9 ท่านเข้าใจโลกุตรธรรม ท่านเป็นพระโพธิสัตว์ที่แท้จริง แต่ท่านก็ ทรงได้เท่าที่ท่านทำได้ เท่าที่ท่านทรงตามเหตุปัจจัยตามภูมิมาถึง 70 ปี อาตมาก็ย่างเข้าปีที่ 50 ก็จะเห็นรูปรอย

อาตมามั่นใจว่า เราจะต้องมาเอาอันนี้ เพราะว่าโลกมีปัญญามีความเฉลียวฉลาดเพิ่มขึ้นทั้งโลกก็ต้องมาเอาอันนี้ มีนิมิตหมายมาหาไทย ตั้งแต่ในหลวงรัชกาลที่ 9 คนเข้าใจก็ให้รางวัลท่าน ท่านเป็นผู้รับใช้ประชาชนมาเสียสละ ทุกอย่างเลย แล้วยังมามี bomb of love อีก มี 13 หมูป่า มันจะค่อยๆเสริมขึ้นไปค่อยๆเข้าใจ

อาตมามั่นใจพวกเราแน่นอนอยู่แล้วตั้งใจพัฒนาตนเอง ให้มีภูมิทำเจริญขึ้นได้จริงๆแล้วมันจะช่วย

_สิริมา หายโง่ ขอรบกวนช่วยอ่านบทประพันธ์

ศรัทธาคารวะคนกล้าท่านจำลองศรีเมือง

สมนามชายชาญทหารกล้า สั่งฟ้าฝากน้ำยามวิกฤต

กู้ชาติกู้ไทยสุดฮิต เสี่ยงชีวิตเสี่ยงตายหลายครั้ง

จำคุกแต่ตัวหากลัวไม่ ดวงใจอิสระจากห้องขัง

โบยบินสู่เสรีมีพลัง สง่างามดุจดังยอดเพชร

ชื่อจำลอง ศรีเมือง เราจดจำ ผู้ชูธงกองทัพธรรมด้วยใจเด็ด

ฝ่ายอธรรม หรือพราย กลเม็ด ท่านมาเช็ด ความขระด้วยศรัทธา

ประเทศไทยรอดจากเงื้อมมือมาร เพราะวิญญาณรักชาติแห่งคนกล้า

แน่วแน่หนักแน่น ในมรรคา คารวะด้วยศรัทธา ท่านจำลอง

พ่อครูว่า…ดี พยายามไปนักกลอนนอนเปล่าก็เศร้าใจ พยายามดูสัมผัสสำเนียง กลอนเขาจะมีสำเนียงของแต่ละอัน โคลงก็อย่างหนึ่ง  กาพย์ก็อย่างหนึ่ง กลอนก็อย่างหนึ่ง ร่ายก็อย่างหนึ่ง สิ่งเหล่านี้มันมีสำเนียง มีเมโลดี้ของมันมีทำนองของมัน อาตมาศึกษามาตั้งแต่อายุ 12 เริ่มสนใจกวีการตั้งแต่อายุ 12 ฝึกมาจนกระทั่งถึงทุกวันนี้ก็ยังทำ เพราะฉะนั้นก็มีความรู้ความเข้าใจอันนี้อยู่พอสมควรก็แสดงออกอยู่แล้ว แต่คนเข้าใจยังไม่ถึง ที่อาตมาเอากวีมาใช้ เป็นโลกุตระเท่านั้นเอง แต่ในเรื่องลีลาภาษาสำเนียง คีตะวาทิตะของกลอนคนก็พอเข้าใจได้แต่เรื่องเนื้อหาเราก็แต่ละคนเข้าใจได้ยาก

_พ่อครูครับ ทำไมน้ำที่เฮือนบวร ถึงมีทราย

พ่อครูว่า…ไปตรวจดูซิ

_กลุ่มดาวต่างๆเกิดจากการมโนของคนใช่ไหมครับ

พ่อครูว่า…พวกมโนก็มี แต่จริงๆแล้วพวกวิทยาศาสตร์ดาราศาสตร์เขาส่องจริง เขาใช้กล้องส่องเอาหลักฐานดวงดาวอยู่ในเอกภพ เขาพยายามเอาของจริงมาศึกษากันซึ่งมันก็เป็นความรู้ โลกจินตา เป็นความรู้เรื่องโลกที่ไม่สิ้นสุดกันได้ง่ายๆ จะส่องไปพบกาแล็กซี nebula จักรวาลอื่นๆอีกเยอะ เพราะมันกว้างเกินกว่าคนจะไปศึกษา ศึกษาระบบของมันแล้วเราจะเอามาใช้มันได้ได้เข้าใจระบบ มันจะซ้อนกันอยู่ หมุนเวียนกันอยู่อย่างซับซ้อน อาตมาก็มีความรู้ แต่พูดขยายความยังไม่เก่ง ถ้าหากอาตมาไปศึกษาดาราศาสตร์ เรื่องดูหมอ เอาดวงดาวมาเป็นเหตุปัจจัยอาตมาก็จะเชี่ย วชาญพอสมควร แต่ถ้ามาไม่เอาทางนั้นมาเอาทางธรรมะเป็นหลัก ซึ่งมันมีสถิติ แล้วก็หลักการของมันอยู่ ให้ศึกษาให้เอามาใช้ เพราะฉะนั้นใครจะเอามาใช้ได้ก็ใช้ได้ไม่มีปัญหา

_คนตายแล้วเกิดใหม่ จะมีภูมิเก่าหรือไม่

พ่อครูว่า…ใช่ ตายไปแล้วเกิดมาใหม่จะมีภูมิเก่าเอามาใช้ได้ส่วนหนึ่ง เราก็ต้องเอานั้นเป็นต้นทุนไปสร้างภูมิเพิ่มขึ้นอีก แต่ละคนเกิดขึ้นมาเราเอาสมบัติหรือวิบากของเราเอามาใช้ไม่ได้เอามาทั้งหมด เอามาแค่ส่วนหนึ่งของแต่ละคน แต่ละกาละ เท่าที่วิบากของเราจัดสรร อันนี้เป็นอจินไตย กรรมวิบากจะจัดสรรให้เราเกิด ไม่ใช่วิบากของเราทั้งหมด วิบากของเรามีเยอะมากทั้งชั่วและดีแล้วมันก็สังเคราะห์กัน แต่ละชีวิตก็มีสัดส่วนของมันเอามาใช้ในยุคนี้ ในชาตินี้ ตายไปก็ต้องไปปรับใหม่ ของเก่าเข้ามาปรับ แล้วก็ สำเร็จออกมา มีดีชั่วมีโลกุตระมีโลกียะที่บวกลบคูณหารกัน ออกมาชาติใหม่ต่อไปเรื่อยๆ ขอให้ทำให้ดี ถ้าเป็นโลกุตระก็ให้ลดกิเลสให้ได้ ถ้าเป็นโลกียะก็ทำสิ่งที่เป็นกุศลให้ได้ นี่เป็นหลักใหญ่ กิเลสนี่มันใหญ่กว่ากุศลด้วย เพราะฉะนั้นต้องพยายามให้ลดกิเลสให้ได้เสมอ ส่วนดีชั่วนั้นคุณก็ทำให้ดีให้ได้ มันต้องอาศัยเป็นเทวะ 2 อย่างทั้งดีชั่วและโลกุตระ การฆ่ากิเลสและทำกุศลอกุศล มันก็ต้องอยู่คู่กัน ต้องจัดสรรให้ได้ ถ้าไม่เช่นนั้นก็เป็นความไม่จริง มันเป็นจริงอยู่ที่ของจริงที่คุณทำ คุณทำได้ก็เป็นอย่างนั้น กรรมเป็นอันทำ

_ผมเรียนหนังสือไม่เก่ง แต่ผมจะเรียน ม. 4 ผมจะทำตัวอย่างไรครับ

พ่อครูว่า…ก็ทำตัวให้เขารับไว้ให้เรียน ถ้าเราทำตัวไม่ถึงที่เขาจะรับได้ก็จะได้เรียนหรือ ที่นี่เขามีกฎเกณฑ์ก็ต้องพากเพียรดู ถ้าเผื่อว่าอาตมาว่า คนที่มีนิสัยดีแม้จะเรียนไม่เก่งก็ไม่มีปัญหาหรอก นอกจากคนที่นิสัยไม่ดี แม้บางทีจะเรียนเก่งด้วยที่นี่ก็ไม่เอา ที่นี่ก็คัดออก เพราะฉะนั้นเอาที่นิสัยดี เอาอย่างนี้เป็นหลักไว้ก่อน นิสัยที่ดีแม้เรียนไม่เก่งก็ไม่มีปัญหาอะไร เรียนไปก็แล้วกัน ดีไม่ดีมันตกก็อยู่ไปเรื่อย เราไม่เก่งก็ต้องรู้ตัวเองก็ต้องพากเพียรไป ถ้าอยากอยู่ที่นี่ก็ดีแล้วเป็นกุศลของตัวเองแล้ว

_ทำไมจิตวิญญาณถึงเป็นประธานของทุกสิ่งล่ะคะ

พ่อครูว่า…อันนี้นี่ จริงๆแล้ว พระพุทธเจ้าตรัสไว้เป็นคำตาย จิตวิญญาณเป็นประธานสิ่งทั้งปวง ถ้าเกิดชีวะ เป็นสัตว์เซลล์เดียวก็ตาม เกิดเป็นชีวะขึ้นมาธาตุวิญญาณธาตุจิต เป็นนายของตัวเองแล้ว ยิ่งหลายเซลล์ล้านเซลล์ก็อย่างนั้น จึงต้องทำวิบากกรรมของเราให้เป็นวิบากที่ดี วิบากที่ดีก็ยิ่งไม่ให้มีกิเลสก็ดีที่สุด อันที่สองก็คือวิบากที่เป็นกุศล วิบากที่เป็นกิเลสคือวิบัติ ทำให้กิเลสลดไปแต่มันไม่ได้สะสม การตัดกิเลสมันจะมีตัวเดียวมี 2 ไม่ได้ ไม่อย่างนั้น 2 มันก็หมุนไปหมุนมา อย่างเก่งก็เป็นสิริมหามายา มันต้องไปหาหนึ่งแล้วไปหาสูตร 0 ก็คือเป็นปรินิพพานเป็นปริโยสาน ถ้ายังไม่ปรินิพพานเป็นปริโยสานเราก็ต้องอาศัย 1 แล้วก็ใช้ 2 ให้เป็นประโยชน์

1.ละกิเลส ให้ได้ จิตเราก็จะเป็น 1 ทำกุศลได้มากสุด เป็นศาสดาได้แต่ต้องวนเวียนหากไม่ลดกิเลส จะไม่รู้จักกรรมวิบาก จะไม่สามารถกำหนดจิตนิยามกรรมนิยามได้ มันก็จะไปตามวัฏฏะตนเอง จะวนเวียนอยู่ที่ความสุขความทุกข์ขึ้นสูงแล้วก็ลงต่ำ เทวนิยมจึงวนอยู่อย่างนี้นิรันดร เพราะแยกเทวะ 2 นี้ไม่ออก จนกระทั่งสามารถทำให้ 1 นี้นาน นานอย่างรู้กำจัดตัวเหตุออกไป จนกระทั่งทำ 0 ได้ก็มีอรหัตตผล ก็ให้เป็นอรหัตตผลไปอย่างแข็งแรงจนกระทั่งถอนอาสวะ ถอนอนุสัยทั้งหมด สิ้นอนุสัยเกลี้ยงแล้วก็ยังอนุสัยนะ อย่างโพธิสัตว์ อาตมารู้สภาวะอนุสยะคืออะไร

สยะ คือตัวตนตัวเรา สก สย สว คือตัวตน ตัวเราทั้งนั้น เราอาศัยตัวนี้อยู่ อาตมาอยู่อย่างอนุสัย ไม่ได้อยู่อย่างอนุสยะ อาศัยอนุสัยนี้อยู่อย่างอาศัย อาสยะ อนุ แปลว่าตาม หรือตัวน้อยที่สุดแล้ว สุดท้ายแล้ว ก็ใช้ภาษาง่ายๆ

ทำไมจิตต้องเป็นประธานเพราะในชีวะทั้งหลาย ตั้งแต่สัตว์เซลล์เดียวไปจนถึงพระเจ้า ที่เขาบอกว่าพระเจ้าเป็นประธานทุกสิ่งทุกอย่างแต่ไม่รู้อยู่ไหน เขาตีไม่แตกแยกพระเจ้าไม่ออก พระศาสนาพุทธนั้นตีแตกแยกออก ให้พิสูจน์รวมลงได้ว่าจิตวิญญาณของคนก็เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับพระเจ้า เพราะฉะนั้นถ้าทำจิตวิญญาณของตนเองให้ชัดเจน แจ้งจบ เราก็จะรู้จักพระเจ้าชัดเจน สุดท้ายเราทำลายแม้แต่จิตวิญญาณ ไม่มีนิรันดรให้สูญได้เลย อันนี้จึงเป็นจิตวิญญาณที่เป็นประธานเหนือกว่าประธาน เพราะว่าความเป็นประธานนี้ได้

จิตวิญญาณเป็นประธานของสิ่งทั้งปวงเพราะว่า เราสามารถรู้จักว่าประธานคืออะไร และไม่ยึดมั่นถือมั่นในประธานที่เป็นตัวเราของเราสูญเลยเลิกจบ เราสามารถทำของตัวเราเองได้เลย

_ทำไมหลวงปู่ถึงยกย่องนางสิริมหามายา

พ่อครูว่า…อธิบายอย่างไรหนอ มายา เหมือนกับนักเล่นกล ของเขาลวง แต่มายาของสัจธรรมศาสนาไม่ได้หลอกลวง แต่เป็นการกลับมาบอกด้านนี้ บอกสิ่งนี้มีสิ่งนี้ไม่มี สิ่งที่ถูกต้องสิ่งที่ไม่ถูกต้องกลับไปกลับมาเหมือนกับพูดกลับกลอก เดี๋ยวมีเดี๋ยวไม่มี เหมือนคนเล่นกลเก่ง คนจับไม่ได้ว่าจริงหรือเท็จหรือจริงจริงหรือเท็จ สองอย่าง แต่ผู้เป็นสิริมหามายามีแต่จะพลิกด้านจริงมาให้ดู แต่คนรู้ไม่ทันก็นึกว่าเอาด้านไม่จริงมาหลอก คนไม่รู้ทันก็จะจับความจริงไม่ทัน คนที่สามารถรู้ทันจับได้จึงจะรู้ว่าอ๋อ ท่านหมายถึงอันนี้ จะพูดเร็วเท่าไหร่ พูดหรือบอกให้ดูเร็วเท่าไรหมุนไปหมุนมาเร็วเท่าไหร่ ก็จับได้ จับสภาวะได้ทัน พวกนี้ก็หมายความว่า มีความรู้ทันความเป็นสิริมหามายา ซึ่งต้องฝึกจิต จิตนี้เร็วยิ่งกว่าแสง จะทำอย่างไรให้กายกรรมวจีกรรมมันก็ไม่เร็วเท่ากับจิต ผู้ใดที่ฝึกจิตแล้วจะรู้ทันกายกรรมวจีกรรม จับทันว่าจะเร็วเท่าไหร่ก็รู้ได้ว่า เหมือนนักเล่นกล เร็วมาก แต่มันเรื่องดีเรื่องสิริ เรื่องที่ถูกต้องเข้าใจไม่มีปัญหา ผู้ที่สามารถที่จะแสดงสิริมหามายา แสดงอันนี้อันนี้เหมือนกลับกลอก แต่ที่จริงไม่เป็นการสืบความจริงถูกต้อง ผู้จะทำได้ต้องเป็นผู้ที่บริสุทธิ์จริงใจ และเป็นผู้ที่แสดงออกได้อย่างถูกต้อง ผู้ที่ยังไม่ถึงจึงต้องศึกษาต่อ แล้วก็จะได้ ก็ต้องสร้างจิตตัวเองให้มีความเร็วทัน จิตคนเร็วกว่าแสง แค่กายกรรมวจีกรรมนี้มันช้า ช้า กายกรรมวจีกรรมช้า ช้ากว่ามโนกรรมมาก มโนเร็วกว่าแสงอีกเยอะ

อาตมาเคยยกตัวอย่าง ว่า เอาตำนานของ นีล อาร์มสตรอง แกเคยไปเหยียบพระจันทร์ พอไปลงดวงจันทร์แล้ว มีคนไปถามแก ว่า เคยไปเหยียบตรงไหนของดวงจันทร์ยังนึกออกไหม จำได้ไหม นีล อาร์มสตรอง ก็ต้องนึกไปถึง จิตของแกก็ต้องส่งไปหาที่ที่แกเคยไป มันก็ต้องทั้งไปทั้งกลับใช่ไหม จิตของ นีล อาร์มสตรองอยู่ในโลกมนุษย์ก็ส่งจิตไปหาตรงที่แกเคยไป ที่พระจันทร์ แล้วก็ระลึกถึงก็ตรงนี้เราเคยเหยียบ เคยเอาธงอเมริกาไปปัก แกก็ต้องนึกออก เป็นความจำของแก เท่ากับจิตของแกวิ่งไปวิ่งมา แกก็รู้ได้เร็วกว่า แสง ที่จะเดินทางไปถึงพระจันทร์แล้วจากพระจันทร์กลับมานี่มันตั้ง 7 วินาทีกว่าใช่ไหม ของแกนี้นึกคิดมันเร็วกว่า 7 นาทีขาไปขามา เที่ยวละ 7 วินาทีก็เป็น 14 วินาที เร็วกว่า แต่การคิดนี้มันเร็วกว่าวินาทีอีกใช่ไหม เพราะฉะนั้นพวกเราฟังอันนี้ก็เข้าใจได้ จิตมันเร็วกว่าแสง แม้แต่นีล อาร์มสตรองไม่ได้มาเล่นทางจิตก็ตาม จิตใจคนธรรมดาก็เร็วกว่าแสง คนที่ยิงมาฝึก Coefficient ฝึกจิตของตัวเอง สร้างจิตให้มันเร็วมีประสิทธิภาพสูงกว่านั้น มันก็ยิ่งได้ผล เพราะฉะนั้นจึงเอามาสร้างความเป็นอย่างนี้ ไปเป็นสูตรที่จะไปย้อนอดีตได้ ถ้าเร็วกว่าแสงขึ้นไปนี้ คนๆนี้ย้อนอดีตได้ ก็เท่ากับทำให้ชีวิตของเรานี้ เลยกัปป์ของตนเองขึ้นไปได้ไปถึงชาติก่อน แล้วก็ยังไม่ยอมตาย อาตมาใช้ภาษาไทยง่ายๆคงไม่สับสนนะพอเข้าใจ

สรุปแล้วสิริมหามายา จิตใจจึงเป็นประธานตั้งแต่สัตว์เซลล์เดียวจนถึงพระเจ้าจนถึงเป็นพระอรหันต์เป็นพระโพธิสัตว์เป็นพระพุทธเจ้า จิตวิญญาณเป็นประธานของชีวะ ในระดับจิตนิยามตั้งแต่ต้น เป็นสัตว์เซลล์เดียวจนกระทั่งปรินิพพานเป็นปริโยสาน จิตวิญญาณเป็นประธานตลอด

_หนูคิดมากจนชีวิตปั่นป่วนชีวิตจะมีทางออกอย่างไรคะ

พ่อครูว่า..ก็จะเป็นบ้าเอา อย่าไปคิดอะไรมากอยู่กับหมู่ฝูงไปกับเขาพร้อมๆกันเขามีอะไรต่ออะไรต่างๆก็เท่าที่อยู่กับหมู่ไป อย่าไปคิดปั่นป่วนมากเกินไปเดี๋ยวมันจะไม่ดีควบคุมไม่ได้

_จะเลิกคิดและทำอะไรที่มันเสี่ยงต่อชีวิตได้ แบบพิเรนทร์ จะเลิกคิด ได้อย่างไรครับ

พ่อครูว่า…ที่ถามมาก็รู้อยู่นี่ ก็อย่าไปคิด รู้สึกว่าอันนี้เราคิดไม่ดีเป็นการคิดพิเรนทร์ก็เลิก

_ตามตะวัน…จะบรรลุธรรมเป็นนิพพานจะต้องเทกระบะอวิชชา จะต้องมีเป็นไปตามขั้นตอนด้วยไหม

พ่อครูว่า..ข้อที่เราจะปฏิบัติตนให้เอาศีลเป็นหลัก ศีลมีความสำคัญอยู่ 3 หลักใหญ่ๆ 1 เกี่ยวกับสัตว์ทั้งหลาย ตั้งแต่สัตว์เซลล์เดียวจนถึงมนุษย์ชาติ

ข้อที่ 2 ข้าวของกับพืช ไม่มีบาปไม่มีบุญกับพืช ก็จัดอยู่ในจำพวกไม่มีเวรมีภัย

ข้อที่ 3 เกี่ยวกับ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ซึ่งมันจะต้องศึกษาให้ดีเพราะมันเป็นการติดภพชาติ ติดใน รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสทั้ง 5 ทวาร จะต้องเรียนอันนี้แหละว่ามันเป็นกิเลส โลภโกรธหลงกับสัตว์กับของ กับรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส ศีลข้อที่ 1 2 3 นี้ใหญ่เลย

อาตมากำลังคลี่กระจายขยายศีล ตาม จุลศีลของพระพุทธเจ้า แล้วจะรู้รายละเอียด เป็นจริงยิ่งกว่าคำอธิบาย อาตมาพูดนี้ไม่ครบหรอกอาตมายังพูดไม่เก่ง

_หลวงปู่คะ หนูสงสัยว่า พระพุทธเจ้าท่านโกนหัวหรือว่าไว้ผมเป็นมวยแบบรูปคล้ายเปลือกหอยคะ หนูเคยอ่านในการ์ตูนพระพุทธเจ้าเลยสงสัย

พ่อครูว่า…ตอบ…พระพุทธเจ้าโกนหัว ที่นี้ผมมันยาวขึ้นมา อารมณ์ศิลปินก็เลยทำผมให้มันขมวดเป็นก้นหอย แต่ละกระจุก เต็มหัวเลย เป็นก้อนๆ ไม่พอยังกระจุกมุ่นกลางหัวอีก ซึ่งเป็นความคิดของศิลปิน พระสมณโคดมศีรษะโล้น ยังถูกเขาว่าเลยว่าสมณะศีรษะโล้น ผมมันยาวบ้างก็เอาผมนั้นมาทำเป็นหัวศิลปินพวกนักคิดนักปรับปรุงตกแต่ง ให้มันดูงามดูเรียบร้อยเขียนเป็นเส้นๆ มาจัดระบบปรุงแต่งเป็นนักตกแต่ง