ศาสนา

620607_พ่อครูเทศน์ทำวัตรเช้า งานอโศกรำลึก ปี 2562

อ่านทั้งหมดที่ หรือดาวโหลดเอกสารที่… https://docs.google.com/document/d/1cyo5089N7kGz0lYSB5aYbQ8F-Sd5RU5mAiRJLh1NUqY/edit?usp=sharing

ดาวโหลดเสียงที่.. https://drive.google.com/open?id=11JlqW5SiT6WgQLpE49e-LMgc7X5AGkvp

พ่อครูว่า…วันนี้วันศุกร์ที่ 7 มิถุนายน 2562 ที่บวรราชธานีอโศก เขาบอกว่าวันนี้เป็นวันไหว้บ๊ะจ่าง คนเราก็สร้างพิธีกรรมขึ้นมา ตามแต่ละความคิดแต่ละคนแต่ละความเห็นของแต่ละกลุ่ม จัดให้มีขึ้นมาเพื่อให้เกิดพฤติกรรมโดยความรู้ความเข้าใจความเชื่อถือว่ามันจะเป็นองค์ประกอบที่จะทำให้เจริญ เจริญด้วย อายุวรรณะสุขโภคะ พละ

คนก็ทำหน้าที่ เมื่อคืนนี้ลมก็ทำหน้าที่ มีพายุเข้า พัดกระหน่ำ ที่อาตมานอนผ้าใบก็ถูกพัดกระแทก สนุก อย่างกับการตีกลองสะบัดชัย พืชผักผลไม้ก็ทำหน้าที่ของมัน แต่ละอย่างก็ทำหน้าที่ของมัน คนก็ทำหน้าที่ของคน โจรขโมยก็ทำหน้าที่โจรขโมย นักการเมืองก็ทำหน้าที่แย่งอำนาจกันไป พวกเราก็ทำหน้าที่ คนที่เขาเป็นนักธรรมะเขาก็ทำหน้าที่ของเขาอีกเหมือนกัน แต่ละกลุ่มคณะแต่ละความเห็น ก็มี Concept ของแต่ละกลุ่มจะมีหลากหลายแตกต่างกันไป นักธรรมะก็มีทิฐิไม่เหมือนกันทีเดียว ขนาดคนกลุ่มเดียวกันสีเดียวกันยังมีทิฐิมีความศรัทธาต่างกัน ก็มีความคิดองค์รวมจุดสำคัญ มันก็ไม่ตรงกันเป๊ะ จุดศูนย์กลางเดียวกัน มันจะมีเชิงซ้อน ในความเห็นแต่ละคนมันแตกต่างกันไปบ้าง

เช่นการจะไปนิพพาน นิพพานของชาวอโศก ถึงแม้จะบอกว่าเข้ากระแสโลกุตระมันก็ยังเหมือนยิงลูกศร ไปที่เป้าที่อยู่ไกล ทุกคนก็มุ่งหมายไปจุดนั้น แต่ว่าแต่ละคนจะยิงออกไปนอกเป้าไปตั้งเยอะใกล้บ้างไม่ใกล้บ้าง ใครจะตรงเป้าเป๊ะเลย ก็แล้วแต่ตัวใครตัวมัน ถ้าตรงเป้าเป๊ะ เช่นว่ามีสัมมาทิฏฐิ 10 เป็นต้น อย่างที่เราศึกษากัน ข้างนอกเขาไม่ได้ศึกษาสัมมาทิฏฐิ 10 เลย อาตมามั่นใจว่าเขาไม่ได้ศึกษา เพราะฉะนั้นจะยิงเข้าเป้านิพพานได้ที่ไหน

สัมมาทิฏฐิ 10 เป็นตัวที่ตะล่อมความเห็นให้ชัดเจนแล้วก็เข้ามาปฏิบัติตรงนี้ได้ ถ้ามีทั้ง 10 ข้อจึงจะได้นิพพาน โดยเฉพาะตั้งแต่ข้อที่ 10 มีผู้นำมีสัตบุรุษ มีสมณพราหมณ์ผู้ที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ แล้วข้อที่10ยังมีกำกับไว้ว่า เป็นผู้ที่มีภูมิเก่าส ยังอภิญญา เป็นผู้รู้ด้วยตนเองไม่ใช่เป็นผู้ที่มารับความรู้จากใครอื่นในชาตินั้น เป็นผู้ที่มีบุญมาแต่เก่าก่อน ปุพเพกตปุญญตา คือมีเก่าก่อนผ่านมาแล้ว ผ่านมาแล้ว ได้ผลมาแล้วนั่นแหละคือ สยังอภิญญา เป็นผู้ที่มีของตน

เองมาแล้วก็เท่ากับไปว่า สมณพราหมณ์ทั้งหลาย เป็นผู้ดำเนินชอบ-ปฏิบัติชอบ  ซึ่งประกาศโลกนี้-โลกหน้า ให้แจ่มแจ้ง เพราะรู้ยิ่งด้วย ตนเอง ในโลกนี้ มีอยู่  (อัตถิ โลเก สมณพราหมณา สัมมัคคตา สัมมาปฏิปันนา เย อิมัญ จ โลกัง ปรัญ จ  โลกัง สยัง อภิญญา สัจฉิกัตวา ปเวเทนตีติ) คุณได้พบไหมเจอไหม

อาตมาเกิดมาในชาตินี้ได้พบกับพวกเรา คนอื่นเขาฟังก็จะรู้สึกหมั่นไส้ เกิดมาชาตินี้จำเป็นต้องบอก เพราะ Concept ของเขาไปเข้าใจความเป็นพระอาริยะโดยเฉพาะสัตบุรุษสัมมัคคตา  สัมมาปฏิปันนา เป็นผู้ที่มีคุณธรรมที่ปฏิบัติได้มาก่อนในชาติก่อน ในชาตินี้ไม่ต้องมาเรียนไม่ต้องมาศึกษาจากใครจากอาจารย์ไหนสำนักไหน มีอริยทรัพย์ติดตัวมาแล้ว พูดแล้วจะเหมือนคุยตัว แต่เป็นเรื่องความจริงอยู่ในนั้น ที่พระพุทธเจ้าท่านได้ตรัสไว้ล่วงหน้า เพื่อที่จะยืนยันความจริงต่อมนุษยชาติต่อสังคมบอกไว้ว่าจะมีอย่างนี้เนอะ

เพราะฉะนั้น อัตถิโลเก ในยุคนี้จะมีคนอย่างนี้หาให้เจอ เป็นคนอย่างไร คือคนรู้ อัตถิทินนัง อัตถิยิตถัง

เป็นส่วนแห่งบุญ(ปุญญภาคิยา)  ให้ผลวิบากแก่ขันธ์(อุปธิเวปักกา).

1.ทานที่ให้แล้ว มีผล(ให้กิเลสลด)  (อัตถิ . ทินนัง) . . . .

2.ยัญพิธี (พิธีการปฏิบัติ) ที่บูชาแล้ว  มีผล (อัตถิ ยิฏฐัง)

3.สังเวย(เสวย)ที่บวงสรวงแล้ว  มีผล (อัตถิ หุตัง)

  1. ผลวิบากของกรรมที่ทำดีทำชั่วแล้ว  มีแน่ (อัตถิ สุกตทุกกฏานัง กัมมานัง   ผลัง วิปาโก) . .

  2. โลกนี้ มี (อัตถิ  อยัง โลโก) หมายถึง วนในโลกีย์เดิมๆ . .

  3. โลกหน้า  มี (อัตถิ ปโร  โลโก) หมายถึง โลกโลกุตระ .

  4. มารดา  มี (อัตถิ  มาตา) . . .

  5. บิดา  มี (อัตถิ  ปิตา) . .

  6. สัตว์ที่ผุดเกิดอุปปัติเอง มี (อัตถิ  สัตตา โอปปาติกา) . . .

สมณพราหมณ์ทั้งหลาย เป็นผู้ดำเนินชอบ-ปฏิบัติชอบ  ซึ่งประกาศโลกนี้-โลกหน้า ให้แจ่มแจ้ง เพราะรู้ยิ่งด้วย ตนเอง  ในโลกนี้ มีอยู่ (อัตถิ โลเก สมณพราหมณา สัมมัคคตา สัมมาปฏิปันนา  เย อิมัญ จ โลกัง ปรัญ จ โลกัง สยัง อภิญญา สัจฉิกัตวา ปเวเทนตีติ)

(พตปฎ. เล่ม 14  ข้อ 257)

ทานมีผลโลกุตระ ปฏิบัติศีลสมาธิปัญญาเป็นโลกุตระ สภาวะของโลกุตระที่เกิดจริงเป็นจริงมีไหมจึงได้รู้ต่อไปว่าได้มาทั้งหมดนั้นจากการปฏิบัติกรรม  อัตถิ สุกตทุกกฏานัง กัมมานัง ผลัง วิปาโก

แล้วสามารถอธิบายถึง มาตา ปฏิบัติอยู่ในโลกที่เป็นโลกีย์ มีจุดชี้บ่งที่อ่านคือเวทนา

เวทนาอย่างนี้คือชาวโลกียะ เวทนาอย่างนี้คือชาวโลกีย์ แยกออกได้ ปฏิบัติอย่างนี้อยู่ในสามัญปุถุชน แต่ถ้าปฏิบัติอย่างนี้สามารถออกจากโลกียะได้ เปลี่ยนเวทนาจากโลกียะ ลดละตัวเหตุ อกุศลจิต ทำให้มันดับได้เป็นเนกขัมมะ จนถึงขั้นอุเบกขา จนมันหมดเหตุ ไม่มีเหตุทำให้เกิดเอียงไปข้างนั้นข้างนี้ทางโลกีย์ ไม่มีสุขไม่มีทุกข์ ไม่มีกามไม่มีอัตตา ไม่มีทุกข์ที่เกิดจากโลกโลกีย์เป็นกาม ทุกข์ที่เกิดการยึดถือเป็นอัตกิลมถะ

กามก็ทุกข์ กามคือมารใหญ่ รู้แจ้งเห็นจริงทางออกได้สนิทก็เป็นเนกขัมมะ

มีพลังงานบวกลบ มาตา ปิตา ร่วมกันทำให้เกิดลูกคือ สัตตาโอปปาติกา เป็นลูกทางจิตวิญญาณ มีศีลเป็นแม่มีปัญญาเป็นพ่อเป็นต้น หรือมีสมมติสัจจะ สมมุติธรรมเป็นแม่มีปรมัตถธรรมเป็นพ่อ ช่วยกันเป็นภาวะ 2 ทำให้เกิดภาวะอีกอันหนึ่ง เป็นสามเส้าขึ้นมา

ที่อาตมาอธิบายให้ฟังนี้เข้าใจดีไหม …เข้าใจได้ แสดงว่าใช้ได้ ปีนี้อาตมาทำงานมาตั้งแต่พุทธศักราช 2513 มาถึง 2562 ก็ 49 ปีขึ้นมา แต่ผลก็ใช้ได้ จะผิดจะถูกบ้าง ใครถูกมากถูกน้อย แต่เชื่อว่ามันใช่ ไม่ขี้เหร่จนกระทั่งเข้าใจกันว่าโลกียะเป็นโลกุตระ คงจะเป็นโลกุตระนั่นแหละ อาจจะมีเนื้อหาสาระที่ตรงบ้าง เบี้ยวบ้างไม่ตรงเป๊ะ ตรงเป๋ ไม่ใช่ตรงเป๊ง 180 องศา ตรงเป๋ก็บ้างแล้วแต่ แต่ถ้าเป๋ไปอย่างไป 180 องศาดีไม่ดีหันหลังเลย ก็คงจะไม่มีอย่างนั้นทีเดียว พวกที่ปฏิบัติทุกวันนี้หันหลังจากนิพพาน 180 องศาเลย ยกตัวอย่างเช่น เข้าป่าไปนั่งหลับตา หันหลังให้ศาสนาพุทธ 180 องศา เป็นเรื่องน่าเศร้าใจจริงๆ

เข้าใจผิดอย่างเต็มรูปว่าปฏิบัติธรรมต้องออกไปนั่งหลับตาในป่า บอกว่าไปหาผู้ที่มีวิชชาและจรณะในป่า พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่าต่อไปจะเกิดความเสื่อมเช่นนี้ในอัมพัฏฐสูตร เมื่อพระพุทธเจ้าออกบวชก็ปฏิบัติตามเขาก็ออกป่าไปกับเขาด้วย อยู่ในดงของพวกมิจฉาทิฏฐินั่งหลับตาทั้งนั้น ท่านก็ไม่ได้ด่าเขาทีเดียวเดี๋ยวเขาจะรุมเอา เพราะทางนั้นเป็นพวกออกมาเป็นเดียรถีย์ไปหมดแล้ว เขาก็จะบอกว่าเป็นศัตรูก็จะรุมเอาตายเลย

ธรรมะพระพุทธเจ้า อธิบายมาถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่หมดเลยทีเดียวยังมีรายละเอียดที่ต้องแทงทะลุ ด้านนอกด้านในด้านลึกด้านกว้างอีก

มีผู้ที่เขียนส่ง ทาง Social Media

_1614 ผู้ใดมีความสัตย์ มีธรรม มีความไม่เบียดเบียน มีความสำรวม และมีความข่มใจ ผู้นั้นแลชื่อว่าผู้มีปัญญา หมดมลทิน เขาเรียกท่านว่า เถระ ขอทราบความคิดพ่อครู

พ่อครูว่า..ผู้ใดมีความสัตย์ เป็นความจริงอาตมาเคยพูดยืนยัน เกิดมาในชาตินี้ทำงานด้วยความจริง ใครจะว่ายังไงมาตู่ท้วงอย่างนั้นอย่างนี้ จนจะต้องเกิดการชำระกัน ขัดแย้งกัน หรือจะเรียกว่าสู้กัน อาตมาก็บอกว่าอาตมาสู้ด้วยความจริงไม่มีอันอื่นสู้ อาตมามีความจริงเท่านั้นอย่างเดียวสู้หมดความจริงอาตมาก็จบ ความสัตย์ ผู้ใดที่มีความจริงมีธรรมะ ก็แน่นอน ละไว้ในฐานที่เข้าใจว่าเป็นโลกุตรธรรมของพระพุทธเจ้า โลกุตรธรรมเป็นพระโสดาบัน สกิทาคามี อนาคามี อรหันต์ ศาสนาพุทธจึงจะมีสมณะ 4 เหล่า เริ่มตั้งแต่ จิตมีอัญญธาตุ จิตใจเข้ากระแสโสดา ปันนะ อวินิปาตธรรม นิยต สัมโพธิปรายนะ จิตเข้ากระแสมากเท่าไหร่ ถ้าเข้ากระแสมากก็สัมโพธิปรายนะ  เข้ากระแสระดับหนึ่งก็เรียกโสตาปันนะ ใครจะมีสภาวะธรรมเหล่านั้นจริงอย่างไร

อาตมานำธรรมะพระพุทธเจ้าที่เป็นโลกุตระธรรมดังกล่าวมาอธิบายความให้พวกเราเข้าใจ แล้วก็เอามาปฏิบัติ ก็ยืนยันได้ว่ามีมรรคผลจนเกิดหมู่กลุ่มคนชุมชน รวมกันอยู่เป็นหมู่บ้านเป็นชุมชนหมู่บ้าน มีหมู่บ้านที่เป็นนิตินัยอย่างเช่นราชธานีอโศกมี 2 หมู่บ้านที่ทางการเขายอมรับ คือมีราชธานีอโศกกับศีรษะอโศก นอกนั้นก็เป็นหมู่บ้านเช่น สันติอโศก ปฐมอโศกก็ใช่จะมี แต่ก็ไม่มีทางนิตินัย ก็ไม่เป็นไรก็เป็นชุมชนจริงยืนยาวมาจนกระทั่ง 35 ปีผ่านมาแล้ว เกิดเป็นกลุ่มชุมชนมา  กระจายอยู่ทั่วประเทศ

แล้วคนเรานั้นอยู่ในระบบสาธารณโภคี พวกเราเข้าใจแล้วมาปฏิบัติสาธารณโภคีเป็นชุมชนหมู่กลุ่มมนุษย์ที่ผู้ที่มาเป็นสมาชิกมาเอง อิสรเสรีภาพ ไม่ได้ไปออกใบปลิวโบชัวร์โฆษณาหาเสียง ว่าเจ้าข้าเอ้ย! มีชุมชนเกิดแล้วเข้ามาอยู่กันนะ ดีอย่างโน้นอย่างนี้ ก็พูดธรรมะไปใครได้ยินเข้าใจว่าต้องมาอยู่ในหมู่กลุ่มนี้ มาเป็นมวลสมาชิกนี้ที่เป็น สถานที่สัปปายะ บุคคลสัปปายะ อาหารสัปปายะ ธรรมะสัปปายะ ชีวิตควรจะต้องอยู่ตรงนี้ เหมือนคนในโลกแสวงหาภูมิประเทศ วิบากพาให้มาเกิดเป็นคนชาตินี้ เสร็จแล้วก็ไม่ค่อยจะพอใจเดินทางประเทศนั้นประเทศนี้แสวงหา แต่ส่วนมากวิบากพาให้ตกไปอยู่ตรงนั้นตรงนี้ไปที่อื่นไม่ค่อยได้หรอก แต่คนที่ถูกวิบากพาไปกระจัดกระจาย ที่จริงแล้วเขาไม่ได้ต้องการจะไปอยู่ตรงแวดวงนั้น เขาก็จะแสวงหาสถานที่บุคคลหาสิ่งที่เขาจะได้อาศัยอาหารได้ธรรมะและสถานที่ที่เขาควรได้ เขาก็แสวงหาและเข้ามา

จะสังเกตให้ดีหมู่บ้านชาวอโศกไม่ค่อยมีต่างชาติ ยกเว้นลาว เยอะ ไม่ค่อยมีต่างชาติ โดยเฉพาะชาวตะวันตก ตอบได้ไหมเพราะอะไร? เพราะธรรมะเป็นอเทวนิยม Adheism เขาไม่ค่อยศรัทธาไม่ค่อยเข้าใจมันก็เป็นสัจจะ อาตมาไม่ได้รู้สึกแปลกเลย ว่าสำนักของเราชาวต่างประเทศจะมายินดีนิยมชมชอบกันเยอะ นั่นแสดงว่ากลุ่มของคุณเป็นสถานที่ Dheism เป็นสถานที่เทวนิยมที่คนเขารับได้ชอบนิยมแบบนั้น แต่ของอโศกนี้ Adheism เป็น Adheology มันเป็น อเทวศาสตร์มันไม่ใช่เทวศาสตร์ Dheology เป็นที่อาศัยของ ศาสตร์อเทวะ

ผู้ที่เข้าใจตีแตกคำว่าเทวะ รู้เทวดา แล้วก็ทำเทวะให้เป็นเอกธรรม ให้เป็นสูญญตาแต่ได้ตีแตกทำได้ นี่แหละคือผู้บรรลุธรรมของชาวพุทธ เป็นศาสนาของผู้บรรลุธรรม ตีแตกเทวะ และทำเทวะให้ศูนย์ได้ ไม่มีคู่ไม่มีธรรมะสองที่เราติดยึด แต่ก็อาศัยธรรมะสองอยู่ได้ อย่างคนที่ไม่มีโทษภัย ต่ออื่นๆ นี่อย่างนี้แหละ เป็นคนมีธรรมะมีความไม่เบียดเบียน มีความสำรวม มีความข่มใจ แต่คนมีคนสมบัติเหล่านี้ ผู้นั่นแหละชื่อว่าผู้ที่มีปัญญา จึงได้ ปัญญาคือธาตุรู้โลกุตระปัญญาไม่ใช่ เฉกะ หรือเฉโก ปัญญาไม่ใช่ความรู้โลกียะ ที่เขาเอาปัญญาไปเรียกเฉยเลย เป็นเรื่องโลกีย์ เหมือนกระเทยเอากระโปรงมานุ่งเฉย เป็นผู้ชายจะเอากระโปรงมานุ่ง ตีกิน ปัญญาก็เลยเป็นภาษาที่คนเขาไม่รู้ความหมายที่แท้จริง ไปเข้าใจผิดว่าความฉลาดทั่วไปคือปัญญา ไม่ใช่ เทวนิยมไม่มีปัญญา มี แต่ เฉกะ ปัญญาคือโลกุตระธรรม

หมดมลทิน ก็คือ อรหันต์ขึ้นไป เป็นผู้หมดมลทิน

มาถึงวันนี้คนชนิดนี้เกิดขึ้นได้แล้ว คำว่าไม่เบียดเบียน เราไม่เบียดเบียนมันเป็นอาการของจิตที่บรรลุธรรมบรรลุศีลข้อที่ 1 เรารู้ว่าในโลกนี้มีอุตุนิยาม พีชนิยาม จิตนิยาม เริ่มต้นเป็นสัตว์เซลล์เดียวพวกอะมีบา เราก็รู้แล้วไม่อยากจะไปเบียดเบียนสัตว์พวกนี้เลย ใจมันเกิดจริง ต่างคนต่างอยู่ ปล่อยมันอยู่ไป หากอะมีบามันจะมาเจาะร่างกายถือว่าร่างกายเรามีที่อยู่มันมีมากๆเราก็ตายพอดี แต่ไม่มีเลยก็ไม่ดีต้องมีบ้าง สัตว์เซลล์เดียวที่อาศัยร่างกายแล้วช่วยสังเคราะห์วิตามินอยู่พอสมควร เราก็รู้ว่าเราอาศัยซึ่งกันและกันไม่ใช่ทำลายซึ่งกันและกันไม่เบียดเบียน ตั้งแต่นั้นมาจนกระทั่งถึงสัตว์บุคคล เราไม่เบียดเบียนกันแล้ว

มีคนเตือนให้ดื่มน้ำ …ให้จิบน้ำ

สู่แดนธรรมว่า เถระ คือ ผู้ถึงความมั่นคงมีโลกุตรธรรมหยั่งลงตั้งมั่น

พ่อครูว่า..อาตมาเกิดมาในชาตินี้ได้ขยายความรู้ กระทำไปไม่น้อยนะ พวกเราก็ได้ไป ไม่สูญเปล่า

_6963 HBD85ปีพ่อครูครับ ขอบพระคุณพ่อครูมากที่สุดสำหรับการชี้ทางสว่าง จนมีโอกาสยืนเหนือโลก(แม้จะยังไม่มั่นคงนัก)จุดยืนนี้ทำให้ผมเข้าใจโลกและชีวิตดีขึ้นและไม่ทุกข์ด้วยครับ ผมไม่ค่อยมีคำถาม เวลาฟังไม่เข้าใจผมจะฟังซ้ำหลายๆครั้งก็จะพอเข้าใจได้ ต้องขอบคุณท่านแสนดินด้วยที่บันทึกธรรมของท่านช่วยให้การ”คิด”ตามสะดวกขึ้นมากๆๆ อยากให้ทุกชีวิตมีความสุขเหมือนพ่อครูครับ

พ่อครูว่า…มี สมณพราหมณ์ทั้งหลาย เป็นผู้ดำเนินชอบ-ปฏิบัติชอบ  ซึ่งประกาศโลกนี้-โลกหน้า ให้แจ่มแจ้ง เพราะรู้ยิ่งด้วย ตนเอง ในโลกนี้  มีอยู่ (อัตถิ โลเก สมณพราหมณา สัมมัคคตา สัมมาปฏิปันนา เย อิมัญ จ โลกัง   ปรัญ จ โลกัง สยัง อภิญญา สัจฉิกัตวา ปเวเทนตีติ)

เข้าใจโลกอยู่เหนือโลก เช่นโลกอบาย แต่ก่อนเราสังสัคคะ อยู่กับโลกเรานั้นเลยคลุกคลีเกี่ยวข้อง เป็นสวรรค์ของฉันเลยโลกอบาย เช่นนักการเมืองขี้โกงตั้งใจโกงเลยถ้ามีช่องทางอย่าเผลอนะ ไม่มีช่องทางยังจะหาทางเจาะช่องโกงเลย นักการเมืองจอมมารร้ายของประเทศทุกประเทศ ยกตัวอย่าง อย่างพวกกลุ่มทักษิณ ขออภัยที่ต้องยืนยันเพราะเขาทำสำเร็จไปแล้ว เดี๋ยวนี้ก็ยังเป็นคดีความยังไม่ยอมให้ว่าความชำระกันเลย เพราะชำระความแล้วก็ต้องติดคุกตายในคุกได้เลยเขาก็เลยไม่ยอมเข้ามาให้ถูกชำระ เพราะรู้ว่าตัวเองขี้โกงเขาจับได้แล้วจะชำระความ ก็เลยหนีออกไป

พูดความจริงอธิบายสัจจะให้ฟังเพราะเป็นมนุษย์ที่คนเขาก็บูชานับถือกันอยู่ไม่รู้จะโง่กันไปนักหนาอย่างไร ยังไม่รู้ว่าอย่างนี้มันเลว มันชั่วไม่น่าจะไปคบหาไม่น่าจะไป สังสัคคะ ไม่น่าจะไปเกี่ยวข้อง ดีไม่ดีเขาไปนับถือบูชาด้วยจะเห็นเลยว่าคนโง่ไม่เสร็จโง่อย่างมืดบอดเลย เป็นเรื่องจริง จนกระทั่งมาเดี๋ยวนี้มาก็เหลือเศษ เป็นเชื้อตี๋น้อย ก็ไม่รู้ตัวนะ ที่จริงแล้วเป็นสภาพที่ในศัพท์ของทางคอมมิวนิสต์เขาเรียกว่า ลัทธิแก้ แก้นิดหน่อยแต่แกนโกง ได้ช่องหรือเจาะช่องแก่ตนเอง

ขนาดบอกว่าหยุด ไม่มีสิทธิ์มาอภิปรายในสภาแต่เขาก็ไปอภิปรายนอกสภา ลักษณะอย่างนี้ คนจะไม่มีปฏิภาณเข้าใจว่า ไม่ได้เชื่อถือกฎหมายเลยไม่เชื่อถือหลักเกณฑ์สังคมประเทศชาติ ใหญ่จริงๆ ตี๋น้อยเอ๋ย แล้วก็หลงตัวเองว่าตัวเองเป็นเบิ้ม ตี๋น้อยหลงว่าตนเองเป็นตั่วเฮีย เขาฟังก็อาจจะมีสักวันมาห้ำหั่นอาตมา เขามีคู่หูด้วยนะ ปิยบุตร ลูกพระเจ้า

คนที่ได้ประโยชน์อาตมาก็อนุโมทนาสาธุด้วย

มีอุ๋มบอกมาสักครู่ ขณะนี้มีคนเปิดดูอาตมาออกอากาศ 36 คน แต่มีผู้ที่กดดูเป็นพัน ถ้าเทศน์สัก 50 ปี คงมีคนดูสักล้านคน

อาตมาขอยืนยันว่าอาตมาไม่ได้มีความสุขความทุกข์ อาตมาไม่สุขไม่ทุกข์ อาตมาเฉยๆ แต่เห็นไหมคนยังติด จริงๆแล้วมันยังมีเชื้อของความที่จะต้องมีภพชาติของสวรรค์ มีสังสัคคะ แปลว่าสร้างสวรรค์สังสัคคะ ยังต้องคลุกคลีเกี่ยวข้องกับสวรรค์ เอาพยัญชนะก็คือประกอบสวรรค์ สังสัคคะ ยังสร้างสวรรค์ประกอบสวรรค์ให้แก่ตนเองอยู่ สุขยังมีสวรรค์ ผู้ใดเข้าใจคำว่าสุขคำว่าทุกข์ แล้วจิตใจชัดเจนแล้วแล้วก็ทำให้ตัวเองไม่มี เราจะชัดเจนว่าเราไม่มีสุขไม่มีทุกข์เป็นอุเบกขา อทุกขมสุข

อาการ อทุกขมสุข มันเป็นอย่างไรเป็นอย่างไร รู้อาการในจิตด้วยว่าอาการอย่างนี้ยังมีเหลือยังมีบ้างนิดหน่อย น้อย จนกระทั่งนิดนึงก็ไม่มี ต่างกัน มี ลิงคะ มีเพศ ต่างกันนิดหน่อยสามารถจะมีความรู้ด้วยอายตนะ เนวสัญญานาสัญญายตนะ สัมผัสแล้วก็สามารถแยกได้แม้แต่นิดหนึ่ง เอาสัญญาไปกำหนดความแตกต่าง นานา แปลว่าต่างๆ มันมีหรือไม่มี ไม่หรือมี หรือไม่ ตรวจความไม่ในความมีเรียกว่าเนว โดยเอา  นาสัญญา สัญญากำหนดรู้ความแตกต่างเข้าไป

คนที่ศึกษาธรรมะพระพุทธเจ้าแล้วจะมีตัวสัญญาตัวนี้ ของตัวเองทำงานตรวจสอบสภาวะธรรมขั้นสุดท้าย เนวสัญญานาสัญญายตนะ ตรวจสอบเสร็จก็เป็นสัญญาเวทยิตังนิโรธังโหติ จบสมบูรณ์ในโลก นิโรธแล้วไม่มีแล้ว ไม่มีตัวเศษเหลือแล้วก็เป็นสูงสุดเป็นสัญญาเวทยิตนิโรธ อย่างนี้เป็นต้น

เรียนรู้ธรรมะพระพุทธเจ้าก็จะเอาบัญญัติเหล่านี้มาตรวจสอบสภาวะได้ เอาพยัญชนะที่มีสื่อร่วมกัน ฟังด้วยดีย่อมเกิดปัญญาฟังอย่างไม่มีอคติไม่มีการเพ่งโทษจะเข้าใจ จะรู้ความจริงที่อาตมาพูดไปนี้

คนอยากจะมีความสุขเหมือนอาตมานั้นดีแล้วอย่าไปหลงความสุขอย่างโลก ความสุขของอาตมานั้นไม่มีสุขไม่มีทุกข์ เป็นความสุขที่จบเทวะดับเทวะจบไปเป็นคู่เป็นธรรมะ 2 ดับเทวะไม่มีเทวะแล้ว อาตมาเป็นคนไม่มีเทวะสมบูรณ์แบบ

_3393 9 มิถุนายนลูกขอตั้งปณิธานจะขอติดตามพ่อไปทุกภพทุกชาติเพื่อรับใช้ศาสนารับใช้พ่อจนกว่าพ่อจะบรรลุสัมมาสัมโพธิญาน

พ่อครูว่า…ก็ดีคนที่มีความตั้งใจเอาธรรมะแล้วปฏิบัติ ส่วนคนที่ไม่เอาธรรมะเลย ได้แต่ลาภ ยศ สรรเสริญ โลกียสุข จนตกอยู่ในแดนอบาย ก็เสียชาติเกิด คนที่มาใส่ใจธรรมะแม้จะหลงผิดมิจฉาทิฏฐิก็ยังจะรู้สึกว่า ชีวิตก็ยังดียังคิดถึงธรรมะยังแสวงหาแม้จะไม่ค่อยจะมีโอกาส หรือว่ามีวิบากพาไปพบสิ่งที่ยังไม่ถูกทาง วิบากยังดึงเราไปอยู่ที่ในทิศทางที่ไม่พบสัตบุรุษ ไม่พบศาสนาที่เป็นสัมมาทิฏฐิมันก็เป็นจริงนะ อย่างเช่นคนที่อยู่ต่างประเทศอยู่ที่ไหนไม่รู้เรื่องเลยอยู่กับศาสนาเทวนิยม ดึกดำบรรพ์ มีความติดยึดอย่างมาก หนัก เช่นทิเบต วันๆเอาแต่กราบและสวดมนต์ คือมันจมหนัก ดูเผินๆ ดูเหมือนจริงจังอยู่กับธรรมะ แต่มันไม่ได้เข้ากระแสเข้าทางที่จะพาไปทางพุทธเลย กลายเป็นเทวนิยมที่จมดิ่งหนักเข้าจนพูดกันไม่รู้เรื่อง เขาจะจมอยู่อย่างนั้น

ทิเบตกับภูฏาน ต่างกัน ภูฏาน เป็นพุทธที่ยังตื่น ภูฏานมาเข้าใจธรรมะของในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นองค์รวมของคุณธรรม ผู้ที่มาเห็นอย่างนี้โดยเฉพาะพระเจ้าแผ่นดินของภูฏาน  ประเทศเขาจึงเป็นอย่างนี้ได้ดี แต่ว่าทิเบตน่าสงสาร หลับไหลยังไม่ตื่นง่าย คนไม่เข้าใจคนก็ศรัทธา แต่มันเสียเวลา มันจมมืดหนัก จมไปอยู่ใต้สามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า มากไป ไปอยู่ในที่มืดมากไป

_9993 สุขสรรค์วันเกิดพ่อท่าน ไทน้อยภูเก็ต

พ่อครูว่า…อาตมาไม่มีแล้วความสุขความทุกข์อวยพรมาก็เป็นการแสดงน้ำใจ ศึกษาให้ดีแล้วโลกุตระนั้นทวนกระแสเหนือโลกไม่เหมือนกับโลกเขา

_0015 วันเกิดพ่อท่านฯเป็นการให้เพื่อมวลมนุษยชาติจริงๆครับ

_8672 กราบคารวะพ่อครูด้วยเศียรเกล้าอย่างสูง ขอติดตามคำสอนขอพ่อครูตลอดไปจนกว่าจะปรินิพพานตามที่ตั้งจิตไว้ ฟังเทศน์พ่อท่านมา 10 ปีและอ่านหนังสือพ่อท่านมาตลอดแม้ไม่ทุกเล่ม แต่พิสูจน์ได้ว่าการตามดูตามรู้จิตตนแววไวขึ้นและสอนผู้มีธุลีในดวงตาน้อยให้ได้ฟังคำสอนของพ่อด้วย

พ่อครูว่า…ดี อ่านศึกษาแล้วมีคำตอบมาเหมือนกันทำข้อสอบ เราก็เลยรู้ว่าคนนี้ได้ รู้จิตของตัวเองแววไวขึ้นก็ใช้ได้ นำไปเผยแพร่ด้วย ดีสาธุใช้ได้

_8400 ดีใจที่ได้เกิดปีที่พ่อท่านเริ่มทำงาน และดีใจมากที่มีโอกาสรู้จักพ่อท่านตอนท่าน 84 ดูบุญนิยมมา 1 ปีแล้ว ขอกราบนมัสการค่ะ

_8768 ขอให้พ่อท่านแข็งแรง. ลูกขอเดินตามพ่อไปและกราบขอบพระคุณพ่อท่านที่นำศิลปินที่โปรดปรานมาขับกล่อมซึ่ง เป็นเรื่องที่ตื่นเต้นมากสำหรับลูก เพราะไม่เคยพบตัวจริงเลยได้แต่ฟังเพลงท่านค่ะ.

พ่อครูว่า…อาตมาไม่ได้นำมา   เขาเข้าใจดีก็เลยมาร่วมแต่ก่อนก็ไปกันง่ายกว่าตอนนี้ต้องเสียค่าเครื่องบินมา เขามาก็น่าอนุโมทนาสาธุเสียสละมาก มาร่วมไม่ง่ายๆ แต่เขาเห็นแล้วก็รู้สึกว่าซาบซึ้ง แก่ผู้ที่เป็นศิลปินที่เขาโปรดปราน อาตมาลองไล่ชื่อดู 15 คนเป็นผู้หญิงล้วนเลยไม่มีผู้ชาย มีใครบ้าง วงจันทร์ ไพโรจน์อายุมากหน่อย นันทวัน เมฆใหญ่ ทิพวรรณ ปิ่นภิบาล อุมาพร บัวพึ่ง ศรีไศล มี 5 คน ก็เขาก็อุตส่าห์มา มาขับกล่อม

_6218 ทีวี ทุกช่องของพุทธศาสนา ผมดู เพื่อการเรียนรู้ ตอนนี้ดูการเรียนรู้ของงานอโศกรำลึกครับ

_พีระสิน อินชัวร์ · ฟังพ่อท่านแล้วเห็นธรรม เห็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไม่มีโอกาสได้ไปอยู่กับพ่อท่านแต่ได้เห็นได้ฟังพ่อท่าน ทางสื่อโซเชี่ยล นับว่าโชคดีจริงๆได้พบพ่อท่านก่อนตาย

_คอยไท · ที่ไม่ค่อยมีคนเข้ามาดูพ่อครูเพราะพ่อครูสอนธรรมะโดนตรง สอนไม่โดนใจ ถ้าสอนแบบพระโลกๆให้เลข 3 ตัวตรง รับรองทะลุล้านวิวครับ แต่พ่อครูไม่มีทางทำเช่นนั้นแน่นอนครับ สาธุครับ

_อารยา · ทำงานฟรี แต่ได้อาหารรับประทานฟรีนะคะ ได้พักอาศัยฟรีในแผ่นดินพุทธนะคะ

_สติพล จนพัฒนา · ผมประมาณพลาดอยู่เรื่อยเพราะความไม่ประมาณนี้แหละครับหรืออาจบางทีถึงขั้นประมาทด้วยซ้ำครับ พอมาทบทวนจึงระลึกได้ก็สายเสียเเล้วครับ.

_มีหลายท่านอวยพรมา

_ปุญญาธัมมา…

พ่อครูว่า…ให้จิบน้ำ แต่ก่อนไม่ค่อยดื่มน้ำเดี๋ยวนี้ยังถูกบังคับให้ดื่มน้ำบ้างแล้ว

ก็จะขอพูดถึงองค์รวมที่ชีวิตเกิดมาทำงานนี้ได้ย่างเข้า 50 ปีแล้ว ได้มีชีวิตที่มีคุณค่า  ถ้าหากอาตมาไปเสียเวลาอยู่ทางโน้น เสียเวลาไป 36 ปีพูดจริงๆแล้วรู้สึกเสียดาย แต่มันก็ต้องเป็นไปตาม ลิงลมอมข้าวพอง แม้แต่พระพุทธเจ้าก็เสียเวลาไป 35 ปี ของอาตมา 36 ปี แล้วอาตมาก็ค่อยรู้ตัว อาตมาก็ 36 ปีค่อยรู้ตัวมาใช้เวลากับทางนี้แล้วก็ไม่มีการย้อนกลับไปทางโน้นอีกแล้ว

เพราะชีวิตมนุษย์นั้นมีค่าที่สุด คุณจะเกิดมากี่ชาติก็แล้วแต่ เป็นคน ชีวิตมาได้โลกุตระธรรมแล้วได้ทุกอย่าง คุณจะมาได้ทุกอย่างคือคุณจะได้ 0

0 นี่คือทุกอย่างเลย Infinity ทุกอย่างเลย Eternity และ Infinity ด้วย Forever

จุดหมายชีวิตที่เกิดมาเป็นคนได้ไม่มีอะไรอย่างอื่น ที่พูดนี้พวกเราคงพอเข้าใจแต่คนที่ฟังเพลินไปก็จะไม่ซาบซึ้งว่าเขายังหลงติดยึดในลาภยศสรรเสริญโลกียสุข จริงๆแล้วสำหรับผู้ที่รู้สาระแก่นสาร ในพระสูตร คนเราเกิดมารู้แล้วว่าแก่นสารชีวิตคืออะไร

แก่นสารของชีวิตคือวิมุติ ปัญญาคือกระพี้ สมาธิคือเปลือก ศีลก็คือสะเก็ด ดอกใบผลอร่ามเหลืองเรืองรองงอกงาม เป็นเรื่องโลกธรรม

ทุกวันนี้ศาสนาจมอยู่ในใบดอกผลในเรื่องโลกธรรม ศีลก็ยังไม่ได้เลย แม้แต่จะเป็นสะเก็ดของศาสนาก็ยังไม่ได้เลย ศาสนาพุทธทุกวันนี้ สะเก็ดของศาสนายังไม่ได้เลย จะบอกว่าเขาไม่พูดถึงศีลก็พูดแต่ไม่รู้เรื่องหรอก บอกว่าถือวินัย 227 บอกว่าเป็นศีล ไม่รู้เรื่อง จุลศีล มัชฌิมศีล มหาศีล กระทั่ง การสวดทุกวันนี้คือเดรัจฉานกถา สวดได้อาบัติฉุดศาสนาลงต่ำมันมากเกิน พระพุทธเจ้าบอกว่าเราอนุญาตสรภัญญะ แค่นี้ก็เข้าใจไม่ได้แล้ว

พยัญชนะยืนยันชัดเจนว่ามีแต่สระ กับ ภัญญะ

สระ คือสระ ภัญญะคือคำกล่าว คำว่ากล่าวนั้นมีในตัวแล้วเป็นพยัญชนะ และมีสระเป็นเครื่องประกอบมีสระเสียงสั้นสระเสียงยาว รัสสระ และทีฆสระ ไม่ได้ให้ลากเสียงยาว ให้ออกเสียงให้ตรงกับสระเสียงสั้นก็ออกเสียงสั้นสระเสียงยาวก็ออกเสียงยาว มันยาวอยู่แล้วก็ออกเสียงให้ยาวออกไปอีก นะโม(ลากเสียง)…อย่างนี้ผิดแล้วยังไม่พอยังจะใส่ทำนองอีกอย่างนี้ก็ผิด สวดได้อาบัติ

สวดเสียงตามพยัญชนะและสระ นะโม ก็อาจจะออกสำเนียงตามที่ต่างๆเช่น สำเนียงอีสาน สำเนียงไทย สำเนียงเหนือ ก็แล้วแต่สำเนียง

ผู้ที่รู้จักสระ พยัญชนะและเปล่งกล่าวพยัญชนะและสระนั้นอย่างถูกต้องท่านได้อนุญาตอย่างนี้ ท่านห้ามลากเสียงอันยาวในพระวินัยข้อ 20 ห้ามใส่ทำนองเป็นข้อ 20 เราอนุญาตสรภัญญะ คือให้กล่าวออกเสียงคำถูกต้องตามสระและพยัญชนะ แต่เข้าใจไม่ได้และทำผิดกันอยู่ทั้งหมด เราชาวอโศกอาตมาได้พาทำกลับ การสวดมนต์เราก็มี เราไม่ได้เอาธรรมบทของพระพุทธเจ้ามาสวดเป็นหมู่ต่อหน้าธารกำนัลต่อหน้าฆราวาส เป็นเรื่องที่ผิดอาบัติ ในมุสาวาทวรรคของพระวินัย เขาไม่เข้าใจแล้ว สวดธรรมบทตั้งแต่ 2 คนต่อหน้าฆราวาสพร้อมกันอย่างนี้อาบัติ เพราะมันจะกลายเป็นเครื่องมือหากิน เป็นเรื่องอาบัติเป็นเรื่องบาป แต่เขารู้กันที่ไหน เขาไม่รู้ก็ทำบาปโดยไม่รู้ตัวจนกระทั่งถือว่า ได้บุญ มาสวดเป็นล้านจบ บาป 2 ตัวๆละ 100 ตัวไม่พอแต่เอามาเป็นล้าน ก็เป็นความโง่ที่เขาไม่รู้สัจธรรมไม่รู้ธรรมะพระพุทธเจ้า ทำออกนอกรีตนอกเรื่องนอกประเทศของพระพุทธเจ้า ตรงกันข้ามเอา 180 องศาเลย ไม่ได้ใส่ความไม่ได้หาเรื่อง กำลังสาธยายธรรมะพระพุทธเจ้าว่าถูกคืออย่างไรผิดคืออย่างไรควรทำให้ถูก แต่มันแก้ยากแล้วศาสนาพุทธทุกวันนี้ ถ้าไม่มีสวดมนต์ซะอย่างหนึ่งเลิกเลยศาสนาไม่มีอะไรเลย คนที่มาบวชเป็นพระ อุปัชฌาย์ก็ให้ท่อง 7 ตำนาน 12 ตำนานแล้วจะอยู่เป็นพระได้เพราะมีเครื่องมือหากิน นี่คือนักบวชศาสนาพุทธทุกวันนี้ แต่ว่าชาวอโศกก็สวดไม่ได้เพราะไม่ให้ท่อง

เราสวดมนต์ประณามคาถา คือคำเชิญยกย่องบูชาพระพุทธเจ้า พระพุทธพระธรรมพระสงฆ์ แต่งขึ้นมาใหม่ ไม่ใช่ธรรมบท ก็ถือว่าไม่ผิดไม่บาป แต่เขาก็ยังเอาธรรมบทมาสวดเอาหัวใจของพระไตรปิฎกมาสวด เช่นกุสลาธัมมาอะกุสะลาธัมมา หรืออีกหลายพระสูตรที่เป็นธรรมบทคำสอนพระพุทธเจ้าบางคนสวดได้เก่งก็หากินได้เก่งไม่รู้ว่าตัวเองทำผิดพระวินัยอยู่ก็ไม่รู้

อาตมาพูดอย่างนี้ก็เป็นการขัดแย้งกับเถระสมาคมที่เขาปฏิบัติ แต่อาตมาไม่กลัวเพราะได้พูดความจริง ถ้าหากเขาฟังเข้าใจแล้วได้เปลี่ยนแปลงเลิกไปเสียบ้าง คุณก็จะลดความเป็นอาบัติให้แก่ตัวเองไปบ้าง แต่ถ้าฟังแล้วไม่เข้าใจ แน่นอนคุณก็ต้องทำอาบัติให้แก่ตัวเองไป หรือว่ารู้แล้วแต่มันเลิกไม่ได้อยู่กับหมู่กลุ่ม มันเลิกทำไม่ได้คุณก็หลีกเลี่ยงได้ หลีกเลี่ยงได้มากขึ้นจนกระทั่งไม่ได้ไปทำร่วมเลยก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรแต่ก็อยู่ยากนะ เข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม ตาดีๆก็ต้องไปทำตาหลิ่ว ก็แล้วแต่

อาตมาทำงานในยุคนี้มีความหนักมากยากมากเพราะคนเขาเข้าใจผิด และเขาก็เป็นคนที่ใหญ่โตมีคนนับถือกันมามาก มีครูบาอาจารย์มีสำนักถ่ายทอดกันมายาวนาน อาตมาโผล่ออกมาสำนักก็ไม่มีครูบาอาจารย์ก็ไม่มี ดันไปพูดตรงกันข้ามกับที่เขายึดถือเข้าใจกัน แล้วจะให้เขาทำอย่างไรมันก็น่าเห็นใจเขาเหมือนกันเพราะเขาไม่รู้ ตอนนี้จะรู้ขึ้นบ้างหรือยังก็ไม่รู้ แต่น่าจะมีคนที่รู้บ้าง อาตมาที่พูดนี้ถูกนะที่เขาทำกันนี้ผิด

ศาสนาพุทธทุกวันนี้เหมือนกลองอานกะ ที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่าต่อไปศาสนาพุทธจะเหมือนกับกลองอานกะ ที่มีแต่ชื่อว่ากลองนี้ แต่ว่า ส่วนประกอบของกลองนี้ได้ถูกเปลี่ยนแปลงไปหมดแล้ว องค์ประกอบชื่อว่าเป็นพุทธแต่เนื้อหาสาระนั้นไม่ได้มีความเป็นพุทธเหลืออยู่เลย ในอาณิสูตร เปรียบเทียบเหมือนตะโพนกลองอานกะ เนื้อแท้พุทธคือโลกุตรธรรม

ศาสนาพุทธทุกวันนี้ไปหลงอยู่กับดอกใบผลคือโลกธรรม แม้สะเก็ดคือศีลเขาก็ไม่ได้ เขาปฏิบัติแต่พระวินัย พระวินัยคือสิ่งที่ถ้าไปละเมิดแล้วก็จะมีอาบัติ เขาก็ระมัดระวังกลัวจะอาบัติ แต่ไม่ได้เข้าใจว่าเป็นเหมือนศีล

ศีล หากคุณไม่ปฏิบัติตามก็ไม่อาบัติ แต่คุณก็ไม่เจริญ คุณก็ไม่ได้มรรคผล พระวินัยเป็นเหมือนรั้วกันสัตว์ร้ายเข้ามาในบ้านเรา แต่ศีลนั้นคือเนื้อแท้ของศาสนา เขาก็ไม่ได้เนื้อแท้ของศาสนาอยู่แต่แค่พระวินัยอยู่ในกรอบรั้วเท่านั้น เป็นรปภ.

ศาสนาพุทธคือศาสนารปภ. หรือเป็นศาสนาจับกัง เป็นจับกังแบกลังทอง เป็นคนรับจ้างแบกลังทองแล้วก็ได้ค่าจ้าง ถ้าใครตาดีก็ได้ทอง จับกังแบกทองอยู่แท้ๆจนหลังจะด้านหมดแล้วก็ไม่ได้ทองสักนิดเดียว ได้แต่เป็นรปภ.เป็นรั้วกั้น ตัวเองไม่รู้จักศาสนาพุทธเลยแต่รับค่าจ้างเป็นรปภ. ค่าจ้างคืออะไร ดอกไม้ใบผล ค่าจ้างที่เป็นศีลก็ยังไม่ได้ ปฏิบัติศีลไม่เป็น ปฏิบัติทานไม่เป็น นัตถิทินนัง นัตถิยิฏฐัง นัตถิหุตัง ทานศีลภาวนาไม่ได้ผลสักอย่าง ตั้งแต่การทานก็เป็นมิจฉาทิฏฐิ ทานตั้งจิตไว้ผิดเหมือนกับโจรฆ่าโจร มันก็จะฆ่ากันชาติแล้วชาติเล่า อาฆาตมาดร้ายรุนแรงขึ้นตลอดกาล ไม่ได้เกิดการหยุดยั้งไม่ได้เกิดการระงับ มีแต่จะเป็นโจรฆ่าโจรเพราะปฏิบัติศีลผิด

เช่น คุณทำทานก็จะสร้าง สาเปกโข

ล.23 ข.49 ทานสูตร เทวดา 6 อย่าง พรหม 1 อย่าง
อันที่ 1 จาตุมหาราชิกา(ท้าวกุเวร ท้าววิรุฬหก ท้าวธตรฐ ท้าววิรูปักษ์) คือ ทำทานแล้ว มี 1.สาเปกฺโข(มุ่งหวัง) ทานํ เทติ
 2.ปฏิพทฺธจิตฺโต(ผูกพัน) ทานํ เทติ
 3.สนฺนิธิเปกฺโข(สั่งสม) ทานํ เทติ
 4.อิมํ เปจฺจ ปริภุญฺชิสฺสามีติ(ให้ข้ามภพชาติ) ทานํ เทติ

อันที่ 2 ดาวดึงส์ คือ ทำทานเพราะว่าเห็นว่าเป็นความดี
อันที่ 3 ยามา คือ ทำทานเพราะเพื่อเป็นประเพณี
อันที่ 4 ดุสิต คือทำทานเพราะเห็นว่า สมณะหุงหาอาหารเองไม่ได้
อันที่ 5 นิมมานรดี คือทำทานเพราะทำตามฤาษีใหญ่ๆ
อันที่ 6 ปรนิมมิตวสวัตตี ทำทานเพราะว่า อยากได้ปลื้มใจ(อตฺตมนตาโสมนสฺสํ)


สำทับที่ตนเองมีภพชาติเข้าไปอีก ปลื้มใจ เหมือนธัมมชโยมีแต่สะสมภพชาติได้แต่บาปเต็มไปหมด ไม่ได้ล้างภพชาติให้หมดภพชาติเลย ห่างไกล 180 องศาจากศาสนาพุทธเลยศาสนาที่มีภพชาติ เดี๋ยวนี้ไปเข้าใจผิดอย่างนั้น ทำทานก็ไม่รู้จัก 1.สาเปกฺโข(มุ่งหวัง) ทานํ เทติ
 2.ปฏิพทฺธจิตฺโต(ผูกพัน) ทานํ เทติ
 3.สนฺนิธิเปกฺโข(สั่งสม) ทานํ เทติ
 4.อิมํ เปจฺจ ปริภุญฺชิสฺสามีติ(ให้ข้ามภพชาติ) ทานํ เทติ

ไม่ได้เข้าใจว่าอย่าไปเกี่ยวเนื่องกับภพชาติ แล้วก็ปฏิพัทธ เชื่อมต่อ มีความผูกพันต่อแล้วก็สร้างเป็นคลังเก็บไปเลย สร้างเซฟใส่ตู้ใส่คลังสะสมภพชาติ ไม่พอ ก็สะสมไปกินชาติหน้า ฟังตรงนี้ก็ฟังธรรมะให้เข้าใจ เข้าใจแล้วเราก็ไม่สร้าง

คุณจะให้อะไรแก่ใครคนให้แล้วก็จบตัดเลย อย่าไปนึกว่านี่เป็นบุญคุณของเรานี่เป็นกุศลเราทำสิ่งนั้นสิ่งนี้ ทำบุญตัด คือทำให้ แล้วคุณก็ตัดใจขาดจากกิเลสไม่ต่อภพชาติต่อ นี่คือบุญ ถ้าคุณไปต่ออีกคุณก็มีกุศล กุศลก็มีคู่มาด้วยคืออกุศลเป็นเทวดาแยกไม่ออก คุณมีกุศลคุณก็ได้อกุศลติดตามมาเป็นเทวธัมมา ธรรมะคู่

ศาสนาเทวนิยมตีแตกธรรมะคู่นี้ไม่ได้ ตีแตกสวรรค์นรกไม่ได้ ตีแตกสุขทุกข์ไม่ได้ ศาสนาเทวนิยมจึงไม่มีนิพพานเพราะตีแตกสุขทุกข์ไม่ได้ หมดความสุขความทุกข์ไม่ได้

สุขอยู่ที่ไหนบอกว่าอยู่กับพระเจ้า คุณตายก็ไปอยู่กับพระเจ้าเห็นไหม จมอยู่กับเทวะ ตี 2 ไม่แตก ทำ 2 ให้เป็น 1 ให้เป็น 0 ไม่ได้ พูดวนเวียนซ้ำอยู่ตรงนี้เข้าใจเพิ่มขึ้นกันนะ เป็นศาสนาที่มีนิพพาน เทวนิยมบอกว่าศาสนาพุทธเป็นปรัชญา ฟิโลโซฟี่ ไม่มีจริง เป็นศาสนาที่ไม่เข้าหาจิตวิญญาณ เทวนิยมจมอยู่ในจิตวิญญาณไม่รู้ เหมือนกับจมอยู่ในสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า ไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ในภพความมืดไม่มีแสงสว่าง เทวนิยมเป็นอย่างนั้น เพราะฉะนั้นเทวนิยมจึงมืดอยู่อย่างนั้นเป็นนิรันดร์ Forever ศาสนาเทวนิยมจึงนิรันดร์ มีพระเจ้านิรันดร์มีสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้าเป็นนิรันดร แล้วคุณก็จมอยู่ในนั้นไม่ตื่นเสียทีหลุดออกมาไม่ได้ ตื่นออกมาไม่ได้

ใช้เป็นพยัญชนะอธิบายสภาวะธรรมลึกซึ้งฟังให้ดีจะเข้าใจว่าน่าสงสารนะ นิรันดรเลย เขาจมอยู่ในสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า เสร็จแล้วก็บอกคน คนในโลกมีประมาณ 7 พันล้าน เป็นเทวนิยมอยู่ 7000 ล้านกว่าคน มาเป็นอเทวนิยมที่เป็นพุทธโดยเฉพาะผู้ที่เป็นโลกุตระอย่างนี้ ประมาณ 95 เปอร์เซ็นต์ใน 60 กว่าล้านคน และเป็นโลกุตระอยู่ 777 คน ก็คงจะมีเกินจะเป็น 70,000 ก็พอได้ นับหลวมๆไม่กล้าพูดว่า 7 แสน ว่าคนไทยจะมีคนมาเข้าใจอย่างชาวอโศกมาติดตามรู้ว่าธรรมะโลกุตระมีค่า มาใช้เวลากับทางนี้บ้างจะมีเป็นแสนไหม จะฝันเลย 777,777 มาดูเหมือนทำงานกับคนน้อย สัญชัยเวลัฏฐบุตรก็หนีไปนานแล้ว ดีนะพวกคุณเป็นสารีบุตรกัน มาเอาอย่างพระสมณโคดมดีกว่าไม่เอาอย่างสัญชัยเวลัฏฐบุตร

พระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นมาตรวจดูโลกแล้ว พบว่าคนที่มีธุลีในดวงตาน้อยที่จะพอสอนได้มีอยู่ ที่จะมาสืบทอดศาสนาต่อก็ยังโชคดี อาตมาก็เลยได้รับช่วงมาทำต่อ ก็ยังพอจะเก็บที่ตกหล่น ได้มาประมาณนี้เพื่อที่จะได้มาสืบสาน สืบทอดอำนาจ แต่ไม่ใช่อำนาจเผด็จการ เป็นอำนาจประชาธิปไตยที่ยิ่งใหญ่ของพุทธศาสนา เป็นประชาธิปไตยที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งทุกวันนี้คนที่ตามืดบอดในรัฐศาสตร์ ในการเมือง อ่านไม่ออกว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาไม่ได้สืบทอดอำนาจเผด็จการ แต่สืบทอดอำนาจประชาธิปไตยที่เป็นปฏิวัติได้จากทรราช ถึง 4 ทรราช แล้วพลเอกประยุทธ์ก็มารับไม้ผลัด เอาอำนาจจากประชาชนไป แต่ใช้ภาษาบอกว่าสืบทอดอำนาจประชาธิปไตยของประชาชนที่ปฏิวัติรัฐประหารได้สำเร็จ จึงเป็นประชาธิปไตยที่บริบูรณ์เต็มใบ ไม่ใช่ประชาธิปไตยครึ่งใบอะไรเลย นี่คือของแท้ เขาพูดก็ผิดคนเข้าใจผิดก็พูดผิดตะโกนกันโวยวายว่าประยุทธ์มาสืบทอดอำนาจเผด็จการ ไอ้ตี๋น้อยเอ๋ย ไปไกลๆเถอะไม่รู้สาระ นี่มันเป็นประชาธิปไตยเต็มใบของไทย สรุป ประเทศไทยขณะนี้เป็นประชาธิปไตยที่สวยที่สุดในโลกดีที่สุดในโลก