ศาสนา

620612_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ครอบครัวพญาแร้งแห่งแดนโลกุตระ

อ่านทั้งหมดที่ หรือดาวโหลดเอกสารที่…https://docs.google.com/document/d/11t8H7FG1yEMAPSX3sc6vd5egqAweORbfprbHDuWRKmc/edit?usp=sharing

ดาวโหลดเสียงที่..https://drive.google.com/open?id=1hR7e12CYw-10Reagoj0rxuX7lnSRfegI

สมณะเดินดินว่า… วันนี้วันพุธที่ 12 มิถุนายน 2562 ที่อุบลราชธานี เข้าสู่ฤดูฝนกันทั่วประเทศ วันนี้มีญาติธรรมใหม่ ที่มาอยู่วัดเพราะว่าต้องไปต่างโลกนานถึง 70 จนสุดท้ายเหลือตัวคนเดียว ถ้าประกาศตามหาว่ามีพี่น้องอยู่ที่ไหน อยู่ใน LINE ใน Facebook ประกาศไป ก็คือน้องชายของอาจารย์เป็นต้น นาประโคน ดูมุมหนึ่งเหมือนไม่มีที่ไปแต่ว่าเมื่อมาอยู่ก็พร้อมทำกิจวัตรกิจกรรมไปกับพวกเราได้ พวกเราก็ไม่แน่นะ อาจจะต้องทนลำบากเหมือนนางปฏาจารา แต่งงานแล้ว ผัวก็ตายลูกก็ตายไปหาพ่อแม่ พ่อแม่ก็ตาย สติแตก ก็เดินไม่ห่มผ้า ไปที่วัด ปฏาจารา แปลว่า คนแก้ผ้าเข้าวัด ฟังธรรมพระพุทธเจ้ากัณฑ์เดียวก็ได้บรรลุอรหันต์

พวกเราบางคนก็เหมือนกันอาจมีบารมีได้บรรลุธรรมได้เร็วช้าต่างกัน ตามแต่เหตุที่ทำให้สร้างบารมีมา

พ่อครูว่า…ท่ามกลางเสียงฝนที่ยังไม่สร่างซา เราก็เทศน์ไปสู้ๆ

SMS วันที่ 10 มิ.ย. 2562 (สำมะปี๋ซี๋วิต)

_2166ถ้าไม่มีลุงตู่เข้ามาประชาชน+กองทัพธรรม ทำอย่างไรก็ไม่มีทางสำเร็จ!!???

พ่อครูว่า…ลุงตู่เข้ามารับจากประชาชน ที่ได้ปฏิวัติสำเร็จ เราไปประท้วง อาตมาได้นำเอาสิ่งสำคัญลงไปคือพยายามอดทนให้เกิดความสงบพยายามไม่เกิดความรุนแรง พยายามที่สุดที่จะใช้ความรู้ความสามารถ พูดถึงขั้นเลยว่า ถ้ามีฤทธิ์เดชก็พยายามใช้ฤทธิ์เดช เพื่อไม่ให้เกิดความรุนแรง ถึงขั้นต้องฆ่าแกงตีรันฟันแทงเรา เราไม่ได้ตีรันฟันแทงใคร ใครมาตีเราเราก็ไม่ตอบโต้ อาตมาพาพวกเราไปแสดง เพื่อแสดงถึงจิตวิญญาณมนุษย์ พวกเราได้แสดงออกเป็นพลังงานทางจิตวิญญาณ แสดงออกด้วยความจริงใจว่าเราไม่ต้องการความรุนแรง คุณจะขัดแย้งกันเราเพียงให้แสดงความเห็นต่าง ขัดแย้งเพียงแสดงความเห็นต่างมีหลักฐานความถูกความผิดก็แสดงออกมาคือการรบกันเท่านี้ อย่าเอาเรี่ยวแรงเอาเขี้ยวงาเอามีดปืนอะไรออกมาทำร้ายกันเลย อาตมาได้พาทำจนสำเร็จมา มีผลสำเร็จทุกครั้งที่ออกไป แต่ความถูกต้อง เรามีหน้าที่ออกไปทำให้เกิดความสงบ หยุดความรุนแรง

ส่วนบทบาทเรื่องราวของผู้ที่มีหน้าที่บริหาร เราก็หมดหน้าที่เราก็กลับมา ถ้าจะต้องออกไปประท้วงอีกเราก็ต้องออกไป 4-5 รัฐบาลแล้วที่เราได้ทำมา

ตอนนี้ก็สำเร็จแล้วไง นายกฯตู่ก็มาสืบทอดรับช่วงทำงานต่อไป ตั้งแต่ตอนโน้นจะมีใครมาสืบทอดอำนาจช่วง จนกระทั่งมาถึงช่วงนายกฯตู่ เป็นคนรับช่วงคนสุดท้าย พ.ศ 2557 ให้เกิดผลสำเร็จสุดท้าย ผลสำเร็จสุดท้าย

ขณะนี้เหตุการณ์สังคมปัจจุบัน ประชาธิปไตยของเมืองไทยสำเร็จด้วยประชาชน จนกระทั่งก่อนการเลือกตั้งไม่กี่วันก็สำเร็จแล้วนายกฯตู่เป็นผู้บริหารประเทศ เมื่อมีการเลือกตั้งเสร็จแล้วก็ได้นายกฯตู่มาอีก เพราะฉะนั้นนี่คือความจริง ที่ยืนยันว่า สังคมประเทศตอนนี้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นผู้เหมาะสมที่จะเป็นนายก ตอนนี้ก็ทำหน้าที่แล้วมาเลือกตั้งอีก ก็ดำเนินการตามรัฐศาสตร์ เสร็จเรียบร้อยก็ได้นายกฯตู่ แน่นอนต้องมีเหตุการณ์เขาแย่งตำแหน่งตะโกนโวกเวก กระทั่งตี๋น้อยบอกว่ามาปล้นอำนาจนายกฯฉันไป ขี้ตู่จริงๆเขาเป็นนายกตั้งแต่เมื่อไหร่ประชาชนยกให้เป็นนายกตั้งแต่เมื่อไหร่ เขาบอกว่าตนเองได้ชัยชนะ มันเพ้ออะไรก็ไม่รู้ ตี๋เพ้อ

_ชายกลาง…เขาบอกว่าเขาไม่ยอมรับรัฐธรรมนูญ 2560

พ่อครูว่า…ก็เป็นความเห็นของคุณ แล้วจะไปลงความเห็นว่าคุณเป็นผู้ชนะใครตัดสินให้คุณ แล้วไปบอกว่านายกฯตู่ไปปล้นชัยชนะของเขา ซึ่งมันก็มีกระบวนการผ่านการเลือกตั้ง มีวิธีการของระบบตามรัฐธรรมนูญระบอบประชาธิปไตยแล้วก็ได้นายกฯตู่ นายกฯประยุทธ์ขึ้นมา แล้วตี๋น้อยก็บอกว่ามาปล้นชัยชนะของเขา ก็มีคนโง่หลงลมตามธนาธร

ในสังคมมีคนโง่ตลอด ไม่ว่าจะยุคสมัยไหน ในยุคพระพุทธเจ้าก็มีคนโง่ที่เป็นลูกน้องเทวทัตขนาดมีพระพุทธเจ้าอยู่ก็ยังไม่สามารถควบคุมทั้งหมดได้ นายกนี้ไม่มีพระพุทธเจ้าจะทำให้คนเห็นอย่างเดียวกันหมดได้อย่างไร ได้ขนาดนี้ก็สวยงามแล้ว

สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน ศีลคือเกาะกันกิเลสท่วม

_ปุญญาธัมมา…คนมีปัญญาพึงสร้างเกาะที่น้ำหลากมาให้ท่วมไม่ได้ ด้วยความหมั่น  ความไม่ประมาท ความสำรวม และความข่มใจ. …เกาะที่ว่าคือ ศีลใช่หรือไม่

พ่อครูว่า…ได้ แน่นอน เพราะศีลจเป็นต้นทางแห่งความดีคุณธรรม ถ้าศึกษาดีๆแล้ว ศีล เป็นต้นทางแห่งคุณธรรมทุกอย่าง เจริญเป็นมนุษย์ที่มีคุณธรรมไปตามลำดับอย่างน่าอัศจรรย์ เช่น ศีลข้อ 1 ไม่เบียดเบียนสัตว์ไม่ฆ่าสัตว์ไม่ทำร้ายสัตว์ ไม่ใช้อาวุธ มีจิตเอ็นดูปราณี หวัง เกื้อกูลหวังประโยชน์ต่อสัตว์ทั้งปวงอยู่

มันเป็นเบื้องต้นเลยในโลกนี้ ถ้ามนุษย์มีปัญญาและเข้าใจว่า คุณจะต้องรู้ว่าสัตว์ทั้งหลายทั้งปวงในโลกคือเพื่อนเกิดแก่เจ็บตาย และมีจิตวิญญาณ สัตว์มีจิตวิญญาณมีรักมีชังมีพยาบาทมีผูกพัน เพราะฉะนั้นอย่าไปรักชัง พยาบาทสัตว์ แล้วยิ่งไปฆ่ามากิน ไม่มีสัตว์ตัวไหนที่มันยินดีให้เรามาฆ่ามันโดยไม่พยาบาท ศีลข้อนี้จึงชัดเจนที่สุด

มีสัตว์ตัวไหนที่เจอคนแล้วดีใจจังเลยวิ่งมาให้คนฆ่ากิน ถ้าเข้าใจแค่นี้ที่อาตมาพูดแล้วก็รู้แล้วว่าคนจะไปกินสัตว์ได้อย่างไรมันเป็นเพื่อนเกิดแก่เจ็บตายกัน และมีวิบากร่วมกัน แล้วสัตว์มีกรรมวิบากร่วมกัน พีชะไม่มีกรรมวิบาก พระพุทธเจ้าถึงให้กินพืชอย่าไปทำร้ายสัตว์อย่าไปกินสัตว์เมตตาเอื้อเอ็นดูต่อสัตว์ทั้งปวงสิ ถ้าเข้าใจจะไม่มีการไปทำร้ายสัตว์

ในชีวกสูตรมี บาป 5 ข้อ

  1. ผู้นั้นกล่าวอย่างนี้ว่า “ท่านทั้งหลายจงไปนำสัตว์ชื่อโน้นมา” (อุทิศ, อุททิสสะ คือ เจาะจงมุ่งหมายไปที่สัตว์ชื่อนั้น)

  2. สัตว์นั้นเมื่อถูกเขาผูกคอนำมา  ย่อมได้เสวยทุกข์โทมนัส

  3. ผู้นั้นพูดอย่างนี้ว่า  “ท่านทั้งหลายจงไปฆ่าสัตว์นี้”

  4. สัตว์นั้น เมื่อกำลังถูกเขาฆ่าย่อมเสวยทุกข์โทมนัส

  5. ผู้นั้นยังตถาคตและสาวกตถาคต  ให้ยินดีไปด้วยเนื้อ ย่อมประสพบาปมิใช่บุญเป็นอันมาก (ตถาคตํ วา   ตถาคตสาวกํ วา อุทฺทิสฺส ปาณํ อารภติ โส อิเมหิ ปญฺจหิ  ฐาเนหิ พหุง อปุญฺญํ ปสวตีติ) ชีวกสูตร ล.13 ข.60

เรากินพืช เราพัฒนาพันธุ์พืชให้มีสาระ มีสารอาหารมีโภชนาการดีขึ้นได้อีกด้วย คนมีความรู้ขนาดนั้น ไม่ต้องเลี้ยงสัตว์ ไม่ต้องใช้แรงงานสัตว์ไม่ต้องเกี่ยวกับสัตว์ สัตว์ก็อยู่ของเขาไป คนไม่เข้าใจแม้แต่จะไปเมตตาสัตว์ไปช่วยเหลือสัตว์ก็เป็นวิบากผูกพันที่เราจะต้องชดใช้กัน ก็ไม่จำเป็นเลยกับสัตว์ เพราะมีวิบากที่เราทำกับสัตว์ทั้งหลายในโลกก็นับไม่ถ้วนที่จะต้องไปใช้วิบากกรรมต่อกันแล้ว อนาคตเราสร้างกุศลกับสัตว์ทั้งหลายตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปแล้วจะเกิดหมุนเวียนร่วมกับสัตว์ทั้งหลายในวัฏสงสาร คุณก็จะไม่ถูกสัตว์ทำร้าย

 

_นันท์มนัส· จงอย่าใส่ใจว่า คนอื่นจะมองว่าเราเป็นคนอย่างไร

มีชื่อเสียงมากน้อยแค่ไหน หรือมีฐานะอย่างไร แต่ให้สนใจว่า ตัวเราเองมีค่าควรแก่การ

“ใส่ใจหรือให้ความเคารพนับถือ” แล้วหรือยัง – ขงจื้อ –

  • เมื่อไม่เห็น ไม่ได้หมายความว่า ไม่มี แต่เพราะความไม่รู้ เท่านั้นเอง

_ค่อยไท · กราบเคารพพ่อครูครับ ผมฟังเพลงพ่อครูบางเพลงแต่งเพราะบ้างไม่เพราะบ้าง ทั้งๆที่เพลงต้นฉบับบางเพลงผมฟังก็เฉยๆบางเพลงก็สุดชอบ แต่วันที่มีประกวดร้องเพลง สัจจะชีวิต ที่พ่อครูแต่ง มี ลุง ป้า น้า อา เด็กน้อย มาร้อง ทำไมผมฟังแล้วเพราะทุกเพลงเลยครับ ที่ฟังแล้วเพราะคงเพราะว่าท่านเหล่านั้นร้องออกมาจากใจ ไม่ได้ร้องเพราะต้องร้อง เห็นบางท่านร้องเพราะใจอยากร้องถวายพ่อครู ทำให้ความเพราะนั้นอยู่ที่ข้างในที่ผมสัมผัสได้ บางท่านก็ถูกกรรมการบอกว่า มาเหนือการเวลา คือร้องก่อนหรือหลังดนตรีหรือค่อมจังหวะนั่นเอง แต่ฟังยังไงผมก็ว่าเพราะอยู่ดี จนพี่แป้งโดนแซวว่าเล่นตนตรีไม่ทันจังหวะทำให้นักร้องเสียคะแนนอีกครับ สนุกมากๆครับ ทุกท่านมาร้องด้วยใจเต็มเปี่ยมมอบถวายพ่อครู หลังงานผมมีคุยกับพี่แป้งทางเฟสบุุ๊ค พี่แป้งชวนผมปีหน้าอย่าพลาดร่วมงานนะ ผมก็ตอบไปกลับว่า ครับพี่แป้ง ปีหน้าผมจะขอไปร้องถวายพ่อครู ด้วยเพลง ขวัญ ที่ให้ผมมีขวัญที่เข้มแข็งสู้โลกียะได้มาถึงทุกวันนี้ครับ

พ่อครูว่า…การร้องเพลงอย่างมีวิญญาณ กับการร้องเพลงหากินร้องเพลงที่ไม่เข้าถึงวิญญาณ ถ้าหากจะให้อาตมาพูดนั้นที่เหลือแค่ชั่วโมง 36 นาทีไม่พอหรอก เพราะฉะนั้นขอผ่านไปก่อนเพราะว่าอาตมาอยู่ในวงการนี้ สอนนักร้องมาเยอะ ทำเพลงมาเยอะ ก็เท่าที่อาตมาใช้เวลา ก็ไม่เยอะเท่ากับคนที่เขาอยู่ในวงการเพลงตั้งแต่เด็กจนโตจนแก่ก็เยอะกว่าก็มี

_0867757xxx สันติ จรูญวิทยากร กราบนมัสการหลวงปู่ครับ ถ้าต้องการทราบข้อมูลเกี่ยวกับโครงการบ้านเฟส 3 ที่เป็นบ้านแฝด หรือ การปลูกบ้านพักอาศัย ในหมู่บ้านราชธานีอโศก จะสามารถติดต่อสอบถามได้ที่เบอร์โทรอะไร หรือ ติดต่อกับใคร น่ะครับผม กราบขอบพระคุณครับ.

พ่อครูว่า…อันนี้ขอข้อมูลได้จาก สมณะด่วนดี 087 378 3624 และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านพูนไท 099-168 3400 คุณหินเข้ม ที่ร้านวัสดุ 095 620 9228

เราทำบ้านที่นี่ไม่ใช่ว่า เหมือนบ้านจัดสรรทั่วไป ที่ตัวใครตัวมัน เวลาเราไม่อยู่ก็ปิดประตูบ้านให้ใครเข้ามาไม่ใช่อย่างนั้น ที่นี่เวลาเราไม่อยู่บ้านคนอื่นก็เข้าไปดูแลได้ จะทำใจได้หรือไม่จะไหวมั้ยล่ะอย่างนี้

_FOR TRUTH 2559 • 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ข้าพเจ้าเชื่อว่าการจะเข้าใจได้ถึงความมีหรือไม่มีสิ่งที่เรียกว่า ตัวตนของความดีหรือแม้แต่ตัวตนของความชั่วระดับต่างๆ ต้องมีสิ่งอ้างอิง เป็น Reference เพื่อใช้เป็นหลักฐาน ความไม่มีอยู่จริงของ ตัวตนนั้นๆ สิ่งที่ใช้อ้างอิงเป็นหลักฐานคือ ความเป็นอยู่จริงของอาการทางสรีระหรือร่างกายที่มันมีความเป็นศูนย์ทางอารมณ์ผลักหรือดูด(0หรือสูญ) นั่นเอง  ถ้ามีอาการของสรีระเป็นผลักหรือดูดเกิดขึ้นแม้ระดับเล็กน้อยก็ถือว่า เกิดความยึดเป็นตัวตนขึ้นมาแล้ว เพราะจิตมีอวิชชาคือโมหะ ยึดสรีระเป็นตนเอง พอสรีระแสดงอาการตามแรงปรุงแต่งของจิตให้ผลักหรือดูด จิตก็จะจดจำเป็นสัญญา จากนั้น จิตก็จะหลงว่า นั่นแหล่ะคือ ตัวเรา คือตัวตนของเรา เป็นตัวตนที่สุขหรือทุกข์(ธรรมะ2) ถ้าไม่อาศัยจุดอ้างอิงนี้ เชื่อว่าจะเข้าใจสิ่งที่ท่านโพธิรักษ์อธิบายไม่ได้เลย พูดตรงๆก็คือ ฟังไม่รู้เรื่องนั่นเอง

พ่อครูว่า…ดี ทำความเข้าใจแล้วรายงานว่ามาเป็นอย่างนี้ เข้าใจถูกใช้ได้ ศึกษาให้ดีแล้วเราจะเกิดปัญญา (พ่อครูไอ ตัดออกด้วย) วิธีปฏิบัติ พยายามเข้าใจความปรุงแต่งของการมี จะเข้าใจคำว่าทำไมถึงจะเรียกว่ากายก็ได้ เป็นไวยพจน์ synonym กัน

ศาสนาพุทธให้แยกรูปนาม แล้วอยู่กับสังขารไม่มีอวิชชา คุณก็จะรู้จักนามว่าคืออะไรก็คือสิ่งที่ปรุงแต่งอยู่ ต่อจากสังขารก็เป็นวิญญาณ คุณจะชัดเจนถึงนามรูป เมื่อกระทบกันก็จะมีอายตนะ เพราะมีผัสสะจึงเกิดอายตนะ ก็จะเกิดเวทนา

เวทนาก็จะเกิดอวิชชาเป็นตัวตนก็มีตัณหา จึงมีสุข ทุกข์ หรือมีอุปาทานคือ static กับตัณหาคือ dynamic

คนที่ยังไม่อยู่เหนือสุขหรือไม่มีสุขไม่มีทุกข์แล้ว คุณก็จะรู้ว่าตอนนี้คุณมีสุขมีทุกข์ เราก็ต้องเรียนรู้ว่าเรายังมีสุขมีทุกข์ ยังมีเทวะ ยังมีสภาวะที่ติดยึดในเวทนาคือสุขทุกข์

ศาสนาพุทธจึงให้อยู่ที่เวทนานี่แหละเป็นใหญ่ที่สุด กรรมฐานเวทนาตัวเดียว ศาสนาพุทธเขาเข้าใจผิดมีกรรมฐาน 40 อะไรอีก เป็นสิ่งที่ให้จิตไปเกาะยึดติดทั้งนั้น เป็นสิ่งที่เป็นของเดียรถีย์ไม่ใช่ของศาสนาพุทธ อยู่กับกรรมฐาน 40 แม้ที่สุดยึดว่าลมหายใจเข้าออกเป็นกรรมฐานแล้วให้วิ่งให้หยุด เพื่อให้จิตเกาะที่ลมหายใจ อันนี้ก็ไม่ใช่ศาสนาพุทธแล้ว

ศาสนาพุทธต้องมาอยู่ที่ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ แล้วก็มีศีล เริ่มตั้งแต่ 10 ข้อที่ 1 ก็สัมผัสกับสัตว์ ศีลข้อที่ 2 ก็สัมผัสกับข้าวของกับพืช สัตว์เราไม่ต้องเกี่ยวข้องเลย เราเกี่ยวข้องในการกินใช้พืชกับข้าวของเท่านั้นก็เพียงพอ แล้วก็อย่าไปทุจริตในเรื่องของดินน้ำไฟลมคือพืชกับข้าวของ

ศีลข้อที่ 3 เกี่ยวกับตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ อันนี้ลึกถึงจิตนิยาม ถึงกรรมกับธรรมะ

ศีลเข้าใจง่ายที่สุด ข้อที่ 2 ก็ต้องระมัดระวังก็ต้องเกี่ยวข้องกับชีวิตที่ต้องกินใช้อย่างระมัดระวัง

นิมนต์พ่อครูดื่มน้ำ

สมณะเดินดินว่า..มีพวกเราฟังว่า วัดเราสอนแค่ศีล 5 มาฟังใหม่ว่าศีลแค่ 3 ข้อ

พ่อครูว่า…อาตมาไม่ได้สอนธรรมะพิเศษอะไร ลึกเข้าไปจนต้องปฏิบัติแบบนั่งหลับตาเข้าไปเป็นภพเป็นชาติ อย่างของอ.บูรพา ก็ไปจมในวิชาเดียรถีย์ ไปจมในอดีตกับอนาคต 62 ในพรหมชาลสูตร ไม่ออกจากภพชาติ สงสารก็ต้องพูดถึง ไม่รู้ว่าท่านจะฟังหรือไม่ ก็ต้องพูดไปสักล้านครั้งไม่รู้จะฟังไหม เราก็กระจายไป

_Oppo O • 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา

พระสันติอโศกใช่มั้ยคะ เอาเงินมาจากใหนมาสร้างอาณาจักรใหญ่โต

พ่อครูว่า…อาณาจักรที่เราสร้างนั้นยังเล็กมาก เรียกว่าอาณาจักรแต่ที่จริงมันเล็กมาก มันมีแผ่นดิน ซื้อหามาเท่านั้น จริงๆแล้วที่นี่เป็นหมู่บ้านทางนิตินัย แต่เราต้องหาสตางค์มาซื้อที่ หมู่บ้านที่อื่นเขาก็มีเจ้าของพื้นที่นั้นนี้อยู่ มีพื้นที่สาธารณะของหมู่บ้าน แต่พื้นที่ของราชธานี ต้องซื้อทุกแปลง มันก็มีที่สาธารณะอยู่ในเขตของราชธานีอโศก แต่แปลงพื้นที่ที่เป็นสาธารณะเรานั้น ดันมีคนหมู่บ้านอื่นมายึดครอง เพราะเขาคิดว่า เป็นพื้นที่สาธารณะที่เขามีสิทธิ์ เขาเคยยึดครองเขาเคยอาศัยใช้สอยในที่สาธารณะเรานี้มาก่อน ที่สาธารณะนั้นจดทะเบียนเป็นเจ้าของไม่ได้ เขาเคยมาใช้ก่อนที่ราชธานีอโศกจะตั้ง จนกระทั่งเกิดราชธานีอโศกเสร็จเขาก็ยืนยันว่าเขาได้ยึดครอง เราก็ไม่ได้ไปแย่ง

สรุปแล้วแม้แต่พื้นที่ที่เราจะมาอยู่เราก็ต้องซื้อหา คุณจะเรียกว่าอาณาจักรมันก็ไม่ได้ใหญ่โตอะไรหรอก พื้นที่หมู่บ้านราชธานีอโศกมีประมาณ 1,000 กว่าไร่ เหมือนกับที่สันติอโศกเราก็ซื้อ ที่สาธารณะในหมู่บ้านเราเขามายึดครองเราก็ไม่ว่าอะไร

เขาก็เลยบอกว่าเราเอาเงินมาจากไหนที่จะมาสร้างอาณาจักร มันเป็นหลักเศรษฐศาสตร์ ที่ได้เงินมาดูเหมือนใหญ่เหมือนมาก ถ้าผู้บริหารเศรษฐกิจประเทศเข้าใจจุดนี้ เป็นสาธารณโภคี จะดีมาก พวกเราก็จะขยายออกไปเราก็จะซื้อเพิ่ม ในอนาคต มันจะเป็นการขยายประเทศ เราจะได้อาณาเขตอาณาจักรออกไปโดยไม่ต้องทุจริตแย่งชิง เราจะสามารถได้โดยจริงจังเลย แต่เรื่องลึกที่เขาคิดไม่ออก เข้าใจว่าจะเป็นอย่างนั้นจะเกิดอาณาจักรใหญ่โต ถ้าเป็นทั้งประเทศนะ ถ้าทั้งประเทศมีอุดมคติเหมือนชาวอโศกจะเป็นอาณาจักรใหญ่โต

เราขยายอาณาจักรรวมเป็นหนึ่งเดียวกันไม่แตกแยก พฤติกรรมทุกคนเป็นของส่วนกลาง ทุกคนไม่ยึดถือเป็นของตัวตน แต่ทุกคน เป็นผู้ที่มีสิทธิ์อาศัยใช้สอยเป็นลักษณะของสาธารณโภคี 1 รวมเป็นทั้งหมดแล้วทั้งหมดก็รวมเป็นหนึ่ง

ทั้งหมดทุกคนไม่ได้ยึดถือว่าเป็นของตัวเอง ก็เลยเป็นอาณาจักรที่สนิทเชื่อมต่อกันอย่างไม่มีรอยต่อ ใครก็ไม่สามารถแบ่งแยกไปได้ จิตวิญญาณของคนที่มาเที่ยวที่นี่เขาก็ไม่ได้คิดว่าที่นี่มีเจ้าของต้องมีค่าจ้างค่าเช่า หลายคนก็ถือวิสาสะจนเกินไป จนบางทีเลยขอบเขตเราก็ต้องตักเตือนเขา เราก็ไม่ได้แสดงท่าทีที่ยึดติด มีแต่บอกว่าให้มาพักผ่อน เข้ามาอาศัย เท่าที่ เขามีเวลา ตอนนี้คนก็มาเพิ่มขึ้น คนต่างประเทศก็มา เขมรลาวก็มา ขับรถมา ซึ่งไม่น่าเชื่อมีอย่างนั้นจริงๆ เราก็บอกว่าจะมาพักผ่อนมาอาศัยได้ เพราะที่ของเรามีกว้างขวางพอ

ถ้าหากคุณอยู่อย่างไม่น่าเกลียดน่าชังเท่าไหร่ ก็อยู่ได้ เห็นพญาแร้ง Great condor มันเป็นโฟมตอนนั้น เรากำลังทำเป็นทองเหลืองอยู่ ไม่ถึงปีหน้าก็คงได้ติดตั้ง พญาแร้ง รู้สึกว่าอลังการน่าดู เราก็ทำอย่างนี้ดูเหมือนว่าใหญ่โต เงินในระบบสาธารณะโภคีทุกคนเอามารวมเป็นก้อนเดียวมันก็เลยดูเหมือนมาก แล้วก็ใช้ในการผลิตออกไปแล้ว   ทั้งหมดมารวมเป็นหนึ่งมันเลยใหญ่ได้ ที่จริงไม่ใหญ่ แต่มันซ้อนความรู้สึก คนจะรู้สึกว่าทำไมสร้างอาณาจักรใหญ่โตมีเครื่องไม้เครื่องมือใหญ่โต ก็จริงทั้งนั้น อะไรมันก็ใหญ่ได้ เพราะเราสร้างขึ้นมาใหญ่เพื่อคุณทุกคน เป็นสาธารณโภคี เห็นไหมคำตอบอยู่ตรงนี้

ใหญ่นะ สร้างอาคารบวร ที่มีพื้นที่ 11 ไร่ สองชั้น เพื่อให้คนมาใช้อาศัย ไม่ได้สร้างเพื่อหารายได้ใส่ตนเอง ให้แต่ละคนมาอาศัยใช้สอย พวกเราที่มาจากต่างที่แม้แต่พวกเราอยู่ในนี้ก็พักอาศัยได้ คนข้างนอกก็มาใช้ได้ แต่ไม่ได้ให้จองอยู่เลยนะ คงไม่พอ แต่ให้อาศัยในการทำอาชีพ นี่คือตลาดประชารัฐชาวอโศกทำมาก่อนรัฐบาล ข้างหนึ่งเป็นการขายของแห้งอีกข้างหนึ่งเป็นการขายของสด

เขาก็มาขาย ตอนนี้จองกันแล้ว แต่เราไม่ให้ยึดจองไว้นะ ตอนนี้คนยังมาไม่มากก็ให้อยู่ได้แต่ถ้าคนมากๆก็ต้องหมุนเวียน นี่คือเราทำด้วยความใจกว้าง เผื่อแผ่เกื้อกูล ที่พอจะช่วยกันได้เราช่วย

โดยเฉพาะชาวไร่ชาวนา พืชผัก เป็นผลผลิตเราให้มาขายได้ ถ้าหากเป็นวัตถุอื่นที่ไม่ใช่เนื้อสัตว์ที่ไม่ผิดกติกา 4 ห้าม 3 ต้องก็มาได้

ส่วน สี่ห้าม สามต้อง ของการขอร่วมมือใช้อาคารบวรราชธานีอโศก คือ…

  • ห้ามนำสิ่งเสพติดมาขาย

  • ห้ามนำผลิตภัณฑ์ที่ทำจากเนื้อสัตว์หรือแม้แต่ส่วนประกอบของใครมาขาย
  • ห้ามนำสินค้าที่ปนเปื้อนสารเคมีมาขายเช่นมียาฆ่าหญ้าหรือยาฆ่าแมลงมาขาย
  • ห้ามขายแพงให้ขายในราคาต่ำกว่าท้องตลาดเพราะไม่ต้องเสียค่าเช่าพื้นที่ใดๆ

และ สิ่งที่ต้องปฏิบัติของผู้มาขายสินค้าอีกหนึ่งคือ 3 ต้อง…  

  • ต้องไม่ติดอบายมุขเช่นเหล้าบุหรี่เล่นการพนัน เป็นต้น

  • ต้องนำอุปกรณ์ประกอบการขายใหม่เอง
  • ต้องเคารพวัฒนธรรมประเพณีของชุมชนเช่นไม่ฆ่าสัตว์ไม่นำเนื้อสัตว์มากินในตลาด

ทั้งหมด 4 ห้าม 3 ต้อง เป็นคุณสมบัติของผู้ที่สามารถมาขายในตลาดประชารัฐคุณธรรมแห่งนี้ได้…

เราเป็นตลาดประชาราษฎร์ ตอนนี้คนยังไม่ชุกชุม จะมาอาศัยอยู่คนก็ไม่ว่า จนกว่าที่นี่จะเกิดเป็นที่ที่มีคนมามาก แต่ก็ยังไม่มากเพราะไม่ได้อยู่กลางเมือง จริงๆแล้วที่ปฐมอโศก ก็ไม่ได้อยู่กลางเมือง แต่คนก็นิยมมากันมาก เคยเล่าหลายทีว่ามีคนที่อยู่หน้าบิ๊กซีบอกว่าจะไปซื้อของที่ปฐมอโศกเพราะว่าของถูกกว่า อะไรทำให้เขามาซื้อของที่ปฐมอโศกทั้งที่ของที่บิ๊กซีเขาก็มี หรือมีอะไรที่บิ๊กซีเขาไม่มีขายเช่นของไร้สารพิษเป็นต้น

ถ้าหากประเทศไทยเข้าใจสาธารณโภคี เอาหลักทฤษฎีพระพุทธเจ้าไปบริหารให้มันได้สัดส่วนในประเทศก็จะเกิดเหมือนกับชาวอโศก จะเกิดชุมชนอย่างนี้ขึ้นมาแล้วมันจะกลายเป็นพฤติกรรมสังคมของมนุษย์แบบนี้ ที่มีเศรษฐกิจแบบนี้เป็นเศรษฐกิจที่ไม่ขี้โลภไม่เห็นแก่ได้แล้ว เป็นคนใจดีก็คุณเป็นคนใจกว้าง ถ้าคนไทยทั้งหมดประเทศไทยมีน้ำใจแบบนี้กันเฉลี่ยแล้วที่รวยน้อยลงเห็นแก่ตัวน้อยลงนี่คือหลักการสำคัญ มีความมักน้อยสันโดษมีวรรณะ 9 เป็นคนบรรลุคุณธรรมของชีวิตมีชีวิตจิตใจเป็นแบบวรรณะ 9

วรรณะ 9 เลี้ยงง่าย  (สุภระ) บำรุงง่าย, ปรับให้เจริญได้ง่าย (สุโปสะ)  มักน้อย, กล้าจน (อัปปิจฉะ) ใจพอ สันโดษ (สันตุฏฐิ) ขัดเกลากิเลส (สัลเลขะ) เพ่งทำลายกิเลส  มีศีลสูงอยู่ปกติ (ธูตะ, ธุดงค์) มีอาการน่าเลื่อมใส (ปาสาทิกะ) ไม่สะสม ไม่กักเก็บออม (อปจยะ) ตรงข้าม อวรรณะ 9  ขยันเสมอ, ระดมความเพียร (วิริยารัมภะ)

ตามที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ตรัสว่าให้มาอยู่แบบคนจน อยู่แบบสามัคคี อย่าเอาแบบตำรา แต่ในหลวงตรัสให้เอาตามตำราพระพุทธเจ้าไม่ได้ เพราะท่านมีลูกอยู่หลายศาสนา ต้องให้เอาอย่างขาดทุนของเราคือกำไรของเรา แบบคนจน

ท่านจะตรัสว่าให้มาเอาแบบศาสนาพุทธก็ไม่ได้ ทั้งที่ท่านเป็นชาติไทยสัญชาติไทยเป็นพุทธศาสนิกชน แต่อาตมาก็พูดได้ตรงๆ

เศรษฐศาสตร์สาธารณโภคีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดยิ่งกว่ายูโทเปียยิ่งกว่าคอมมิวนิสต์ ยิ่งกว่าประชาธิปไตย ยอดของประชาธิปไตย เพราะคนในสังคมในหมู่บ้านนี้ เสียภาษี 100% ส่วนคอมมิวนิสต์ก็ไม่ได้ ประชาธิปไตยก็ไม่มีโครงการให้คนมาเสียภาษีร้อยเปอร์เซ็นต์

สู่แดนธรรมว่า ใช้ศัพท์ว่า สัมมาประชาธิปไตย

พ่อครูว่า…ใช่ ยิ่งใหญ่ เป็นคอมมิวนิสต์ก็สุดยอดเป็นประชาธิปไตยก็สุดยอด ยิ่งเป็นเผด็จการก็ยิ่งไม่มีใครเป็นเจ้าเป็นนาย ทุกคนรู้หน้าที่ว่าชีวิตควรจะเป็นอย่างไร ไม่ทำตนเองให้เป็นภาระของสังคม ต่างคนต่างทำในสิ่งที่มีประโยชน์คุณค่า คนเจ็บคนป่วยทำได้เท่านี้คนพิการทำได้เท่านี้เด็กทำได้เท่านี้ หนุ่มสาวทำได้เท่านี้ก็ไม่เกี่ยงงอนกันไม่ได้จะแข่งกัน ใครมีความสามารถมากก็ทำมาก กินอยู่เพียงนิดน้อยที่เหลือก็เอาเข้ากองกลางร่วมกันไม่แย่งชิงกันสงบอุดมสมบูรณ์ ฉะนั้นแม้มีน้อยก็พอกิน แต่ว่ามันไม่มีน้อยเพราะว่าแต่ละคนขยันหมั่นเพียรมาก วิริยารัมภะ แล้วไม่สะสมอีก เราก็สร้างสรร มันก็มารวมกันจึงเหลือกินเหลือใช้ในนี้ แล้วเราก็มีการ export

จ่ายเป็นผลผลิตให้แก่ข้างนอกได้หรือแจกได้

เราไม่สะสม ให้เมื่อย อยู่แค่นี้ก็พอมี สันโดษไม่สะสม จิตวิญญาณเป็นได้อย่างนี้จริงๆ ถ้าหากเมืองไทยผู้บริหารเอาหลักการทฤษฎีนี้ไปบริหารประเทศ ตั้งแต่เป็นเถรสมาคม เอาทฤษฎีนี้ให้ปฏิบัติจริง ให้อธิบายธรรมะพระพุทธเจ้าอย่างพระโพธิรักษ์บ้างสิ แล้วไปบริหารประเทศ จะเป็นประเทศยิ่งใหญ่ ที่จนแต่อุดมสมบูรณ์ ในหลวงตรัสว่าเราเป็นประเทศรวยพอสมควรพอกินพอใช้ แต่เราไม่เอาก้าวหน้าอย่างมากอย่างรวยให้มากอย่างเขา เรามันสันโดษ รู้จักพอ ในหลวงตรัสมาตรงกับศาสนาพุทธ ก็คือ ท่านเป็นพระโพธิสัตว์ที่เป็นหนึ่งในธรรมิกราชมากกว่าผู้นำศาสนาพุทธ อาตมาก็มาอธิบายยืนยันทำจริง

ได้เวลาจิบน้ำ

สิกขมาตุกล้าข้ามฝัน

สมณะแสนดินว่า..เรื่อง ๔ ห้าม ๓ ต้อง

สมณะฟ้าไทว่า..

พ่อครูว่า…เอาเงินมาจากไหนมาสร้างอาณาจักร นี่แหละเป็นเศรษฐศาสตร์ที่นักเศรษฐศาสตร์ต้องมาศึกษา สรุปง่ายๆว่าเกิดจากจิตวิญญาณเป็นคนไม่ขี้โลภ ลดกิเลส โลภโกรธหลงได้จริงๆ นี่คือคำตอบกำปั้นทุบดิน ธรรมะพระพุทธเจ้าทำให้ลดกิเลสโลภโกรธหลงได้จริงจึงมาเป็นอย่างนี้ได้ สรุปให้เข้าเป้าคือเอาธรรมะพระพุทธเจ้ามาปฏิบัติให้มีมรรคผลจริง จึงเกิดสาธารณโภคีได้ พระเถรสมาคมทั้งหลายฟังไว้ด้วยนี่คือผลสำเร็จของธรรมะพระพุทธเจ้า ที่ได้มีมรรคผลจริง จึงมีอาริยะบุคคล พระโสดาบัน สกิทาคามี อนาคามี อรหันต์จริงในชาวอโศก จึงเป็นพฤติกรรมสังคมที่เกิดสาธารณโภคีได้ มันจึงยืนยันธรรมะพระพุทธเจ้า

สมัยพุทธเจ้าสาธารณโภคีมีแต่ในหมู่สงฆ์ เพราะเป็นยุคของสมบูรณาญาสิทธิราชย์เป็นยุคที่ไม่รู้จักสิทธิมนุษยชน แต่ยุคนี้ได้หมดแล้ว จึงทำได้ถึงในฆราวาส

ในอนาคตเขาจะเห็นว่าสังคมกลุ่มนี้มีทฤษฎี มีหลักการทฤษฎีทำให้เกิดสังคมแบบนี้ได้ สาธารณโภคี ยิ่งใหญ่นะเศรษฐกิจแบบสาธารณโภคี รัฐกิจแบบสาธารณโภคี โอ้โห ยิ่งใหญ่

อาตมาพูดนำ เดี๋ยวนักวิชาการเขาจะตามมาศึกษาซึ่งเขาจะยังไม่เข้าใจง่ายๆหรอก แต่ของเราเป็นได้ทำได้แล้วเป็นสังคมจริงแล้วมีพฤติกรรมสังคมชัดเจน

_Nanthawan แสงอ่อน • 15 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สันดิอโศกเป็นชุมชนเอื่อเลผื่อดูแลกันชอบมากอยู่สงบสุขต้นไม้เขียว/มีชีวิตชีวาอยู่ทีพ่อครูอบรมเป็นหมุ่บ้านชุมชนสอาดไร้สารพิษและอาหารการกินถือธรรมชาติสุดยอดมนุษย์

_สุทัศน์ ศรีสังทวงษ์ • 1 วันที่ผ่านมา

ความผิดกบฏ ได้ทำสำเร็จแล้ว แม้เปลี่ยนรัฐบาลแล้ว ก็ไม่อาจทำให้ความผิดที่สำเร็จ ไม่เป็นความผิดได้

พ่อครูว่า…บอกอะไร อาตมาเคยพูดว่าเราไปประท้วงเราไม่ได้ทำกบฏ ผู้ประท้วงถ้าหากประท้วงรัฐบาลสำเร็จก็คือเป็นประชาธิปไตย ถ้าหากประท้วงไม่สำเร็จก็เป็นกบฏ ใครก็ตามที่ไปต่อต้านรัฐบาล ถ้าทำไม่สำเร็จก็เป็นกบฏ เราไปไล่รัฐบาลทรราชได้สำเร็จเป็นผลดีด้วย ที่ขี้ตู่ คือรัฐบาลที่เขาเป็นกบฏที่เราไปไล่เขาก็เลยว่า แต่เขาเป็นรัฐบาลทรราช พวกเราเป็นประชาชนไปไล่เขา เขาก็ว่าเราเป็นกบฏ จนกระทั่งรัฐบาลทรราชหมดไป รัฐบาลใหม่ขึ้นมา หรือแม้แต่ศาลยุติธรรมก็บอกว่า เราเป็นพวกกบฏ กบฏต่อรัฐบาลก่อนที่เป็นทรราช เขาว่ากบฏก็ใช่ แต่เขาฟ้องร้องไว้ ก็เอามาไล่ฟ้องเรา จนเราต้องไปขึ้นศาล ทำไมศาลถึงเป็นเช่นนี้ มันประหลาด รัฐบาลก็เปลี่ยนไปแล้วไม่มีอะไรแล้วเป็นผลสำเร็จดีแล้ว ก็ควรจะบอกว่าคนเรานี้ เขาเป็นกบฏในรัฐบาลยุคนั้น พวกนั้นล้มละลายไปแล้วพวกนี้ควรจะบริสุทธิ์ได้แล้ว สำเร็จแล้วถูกต้องแล้วได้รัฐบาลใหม่แล้ว เอาคดีมาให้รกศาลทำไมก็น่าจะได้ชำระ จะได้ไม่ยุ่งวุ่นวายเป็นภาระแล้วก็มาบ่นว่าคดีมันรกศาล

สมณะเดินดินว่า…เรื่องจะยุติต้องให้รัฐบาลยกเลิก ศาลก็พิจารณาตามกฎหมายบัญญัติไว้ จะยกเลิกรัฐสภาต้องยกเลิก อำนาจอยู่ที่สภา

_Phitak Kanchanaaphirak • 2 วันที่ผ่านมา

อยากรู้จังครับ เอาเงินที่ไหน มาสร้าง มีแต่ของ ราคา แพงๆ ทั้งนั้น

_Cook Cookcook • 1 วันที่ผ่านมา

เขาทำงานฟรี จึงเหลือเยอะ ลองศึกษาดู ให้ดีลองปลอมตัวไปเข้ากลุ่มเลยค่ะ

พ่อครูว่า…มันเป็นพฤติกรรมสังคมที่ประหลาดที่ยังไม่เคยทำขึ้นมา แต่นี้เราทำสำเร็จ มีพฤติกรรมสังคมขั้นพิเศษที่เป็นสาธารณโภคี จึงได้มองว่าเป็นไปได้อย่างไร จิตวิญญาณที่ไม่เห็นแก่ตัวแล้วก็ไม่มีความโลภไม่หวงแหน ตามหลักวรรณะ 9 ของพระพุทธเจ้ามันสุดยอดจริงๆ มันมีคุณสมบัติวรรณะ 9 เพราะฉะนั้นจึงเป็นสังคมที่มีสาราณียธรรม 6 เพราะว่าจิตใจมันเจริญเป็น พุทธพจน์ 7 สาราณียะ ปิยกรณะ คุรุกรณะ สังคหะ อวิวาทะ สามัคคคียะ เอกีภาวะ

ศาสตร์ไหนๆก็ไม่สู้ศาสตร์ของพระพุทธเจ้าสุดยอดเลย อาตมาแยกหมู่ใหญ่เป็นรัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ สังคมศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ของพระพุทธเจ้านี่แหละยิ่งใหญ่ที่สุด ในวงการศาสนาควรจะมีตำรา ศาสตร์ของพระพุทธเจ้าออกมาให้เรียนให้ปฏิบัติได้เลยนะ พวกเราช่วยกันเขียนหน่อย ปริญญาโทปริญญาเอก ช่วยกันจัดสรรออกมาให้เป็น Text book เป็นตำราออกมา ใครไม่เชื่อไม่เข้าใจก็ไม่เป็นไร เราทำตามความเข้าใจของเราไว้ แล้วจะมีคนมาศึกษา ดีไม่ดีจะมีชาวต่างประเทศมารู้เห็นก่อน คนไทยยังยึดติดว่า โพธิรักษ์เอาของนอกพระพุทธเจ้ามาอธิบายออกนอกรีตแต่เขาออกนอกรีตจนทำให้ศาสนาพุทธเสียหมดไปเลย เราก็ต้องเอาของพระพุทธเจ้ามายืนยัน ขออภัยพูดเหมือนตนเองถูกหมด คนอื่นผิด ก็อาตมาไม่มีเวลามากก็ขอพูดอย่างนี้ไปก่อน ใครจะว่าอวดเบ่งก็ขอรับไว้ก่อน

แค่นี้เราก็พอ เป็นพวกเศรษฐกิจพอเพียงเศรษฐศาสตร์พอเพียง ตามที่ในหลวงตรัส ชาวอโศกไม่เป็นภาระของรัฐบาล มีแต่ช่วยคนอื่นเท่าที่ช่วยได้ ช่วยรัฐบาลได้ ช่วยสังคมประเทศได้

_Phanu 168 • 1 วันที่ผ่านมา….ร่วมกันจน ร่วมกันเจริญ กินน้อย ใช้น้อย ทำงานมาก ที่เหลือจุนเจือสังคม

เงิน 100บาท จากคน 1,000คน คือวันละ 100,000บาท ปีละ 36,500,000บาท

ถ้าคุณปฏิบัติธรรมกินข้าว1 มื้อ เงินเหลือวันละ 100บาท 1 ปี= 36,500บาท 10 ปี=365,000 บาท 30 ปี= 1,095,000 บาท…

พ่อครูว่า…คิดเป็นตัวเลขคนหนึ่งอย่างนี้ ในหมู่บ้านนี้มีคนร้อยคนพันคน ก็มีอัตราการก้าวหน้า ปฏิภาคทวีคูณไป จึงเป็นคนที่ตนเองทำดี เอาตัวเลขมากำหนด

ไม่พยายามแข่งรวย ทุกวันนี้ชาวอโศกมีรายได้ 0 ก็อยู่กันพอ รายได้ 0 แต่พอมีพอกินพอใช้อุดมสมบูรณ์ แล้วอุดมสมบูรณ์อย่างไร ก็มีกินมีอยู่ทุกวันนี้ไม่เดือดร้อนอะไรเลย ไม่ต้องมาคิดว่าพรุ่งนี้จะกินอะไรจะต้องไปจ่ายค่าอะไร อยู่สบายๆ ทำงานไปแต่ละวันๆ หมดปัญหาเศรษฐกิจ หมดปัญหาทางสังคมก็เลยบริหารกันอย่างสบาย เพราะต่างคนต่างรู้งานรู้หน้าที่ไม่ได้ขี้เกียจไม่ได้งอเท้า ขยันหมั่นเพียรสร้างสรรค์กินน้อยใช้น้อย มันมีเศรษฐศาสตร์ที่ ซ้อนในรัฐศาสตร์แล้วมีจิตใจเมตตาเกื้อกูลเสียสละไม่เห็นแก่ได้ มีสาราณียะ ปิยกรณะ คุรุกรณะ สังคหะ อวิวาทะ สามัคคคียะ เอกีภาวะ มีจิตใจที่ดีที่สุดใจที่ประเสริฐจิตใจที่เป็นพระอาริยะ รวมแล้วก็เป็นพฤติกรรมสังคมที่พูดไปแล้วก็ยกตัวเองหลงตัวเอง มันของดีที่สุดดีกว่าไปหลงอะไรบ้าบอ ถ้าจะหลงก็มาหลงอย่างนี้ดีกว่า

_ศักดา ติยาภักดิ์ • 1 วันที่ผ่านมา

เขาท้าให้มาพิสูจน์นะ ติดตามดีๆจะเข้าใจเองว่า พุทธแท้ๆที่สอนให้ลดละ ขัดเกลากิเลส ให้สังวรณ์ศีลตลอดเวลา สามารถสร้างปาฏิหาริย์ที่ยิ่งใหญ่ได้ยังไง? ถึงจุดหนึ่งที่คุณรู้เหมือนกัน คุณจะนึกเสียใจที่คุณหลงทางทิ้งคำสอนของพระพุทธเจ้า(โดยไม่ตั้งใจ)ไปได้ยังไง

_บ้านเล็กเมืองน้อย

กราบนมัสการพ่อท่านด้วยความเคารพอย่างสูง

Package ของการแย่งชิงอำนาจ ย่อมพ่วงความฉ้อฉลมาด้วยเสมอ…..

อย่างเรื่องราวของ   Animal Farm ที่กำลังถูกกล่าวขานกันอยู่ในขณะนี้   ได้สะท้อนวังวน ของสภาวะ “สมบัติผลัดกันชม” ได้เป็นอย่างดี แต่เรื่องราวกลับปิดฉากลง อย่างไม่มีคำตอบให้

ทำให้วัฏจักรในการแย่งชิงนี้ ยังคงเกิดขึ้น ให้บันทึกลงในประวัติศาสตร์รอบแล้วรอบเล่า เช่นนั้นเรื่อยไปไม่มีสิ้นสุด โดยมีผู้กระหายใคร่ยลสมบัติ  ทยอยกันผลัดเปลี่ยนเวียนวนเข้าสู่สมรภูมิ อย่างไม่เคยขาดตอน…… โดยต่างก็ยกอ้างเหตุผล ที่สอดไส้ประโยชน์ส่วนตน ในผลประโยชน์ที่สมมุติกันขึ้นเพื่อส่วนรวม เหมือนๆกัน

สังคมโลกปัจจุบันในยุคแห่งทุน….. เหตุผล(ข้ออ้าง) ทางเศรษฐกิจถูกหยิบยกขึ้นมาบังหน้ามากที่สุด แต่มันก็ได้ผลทุกครั้ง เพราะนายทุนเป็นผู้ควบคุมบงการทั้ง demand และ supply อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด…..    โดยเบี้ยที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตนได้สละอิสรภาพของตน มอบความภักดีแก่ลัทธิบริโภคนิยมอย่างสมัครใจ มานานแล้ว….

แต่สมบัติที่แย่งมาได้อย่างยากเย็น  ก็อยู่ได้ไม่นาน เพราะอำนาจอันฉ้อฉล ที่ไร้ซึ่งศีลธรรม  ย่อมนำไปสู่ความวิบัติ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้……..แล้วสงครามแย่งชิงรอบใหม่ ก็เริ่มขึ้นอีกครั้งๆๆๆ…………

George Orwell จะกั๊กคำเฉลยต่อประเด็นที่นำเสนอไว้ หรืออย่างไร? ไม่ทราบได้…..

แต่ถ้าใน Animal Farm มีตัวละครเพิ่มขึ้นอีก ๑ species ก็จะมีคำตอบให้แก่ Human Society ในอนาคต เพราะตัวละครนั้น คือ The Great Condor  หรือ พญาแร้ง ที่ได้นำพาลูกหลาน สร้างวัฒนธรรม Condor Family ที่เป็น model ตัวอย่าง ของการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข ในระบบสาธารณะโภคี ซึ่งรวมเอาสุดยอด เศรษฐศาสตร์ และประชาธิปไตย ที่เน้นเรื่อง พหุชนหิตายะ พหุชนสุขายะ โลกานุกัมปาย เข้าไว้ด้วยกัน

แม้ในยุคทุนอันจัดจ้านเช่นปัจจุบันก็ตาม พญาแร้ง ได้ทำให้เห็นจริง มานานเกือบครึ่งศตวรรษแล้ว

เชิญมาพิสูจน์เยี่ยมชมกันได้  ให้เห็นกันจะๆไปเลย เลิกอคติกันได้แล้ว!!!     

สังคมของมนุษยชาติจะได้มีหนทางรอดกันเสียที  หรือต้องให้วนไปที่ ดาวอส สวิสเซอร์แลนด์ แล้วรอให้ทาง World Economic Forum รับรองก่อน คนไทยถึงจะยอมรับกันได้!!!!!

นี่ถ้า ลุง Orwell ยังอยู่ ก็คงดี จะได้ขอให้ท่านช่วยเขียนเรื่อง Condor Family คงจะลดแรงต้าน ช่วย save การไอของพ่อท่าน ไปได้เยอะ !

_มีคนข้างนอกคนหนึ่งนำแตงโมที่เอามาจากตลาดเจริญศรีซึ่งอาจจะมีสารเคมีมาขายที่ เฮือนบวร เราควรอนุโลมอย่างไร ดิฉันพยายามบอกให้เขาเอาพืชผักไร้สารพิษมาขายแต่เขาพูดบ่ายเบี่ยงว่า เขาคงไม่ฉีดยาหรอก ดิฉันก็เลยยังไม่พูดอะไรต่อ

พ่อครูว่า…ให้ช่วยดูแลหน่อย หากเปิดโดยไม่มีที่กั้นก็ไม่ไหว ไม่ได้เกิดคุณภาพของคนขึ้นมา ช่วยกันดูแลหน่อย

_ดิฉันเคยอ่านประวัติของท่านพุทธทาสและการสั่งสอนธรรมะของท่านจะอ้างอิงกาไก่นกอะไรก็ได้ที่อยู่ใกล้ๆ จะเป็นใบไม้ใบหญ้า จะเป็นธรรมะง่ายๆเข้าใจได้ง่ายเหมือนที่ท่านเปรียบ ธรรมะ คือธรรมชาติ และท่านก็จะมีผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองเคารพและได้รับการยกย่องไปทั่วโลกว่าเป็นปราชญ์ของประเทศไทย แต่ดิฉันได้ฟังธรรมะของพ่อครูมาประมาณ 10 ปีที่ผ่านมาดิฉันว่าธรรมะของพ่อครูลึกซึ้งและรู้เยอะกว่า แต่ทำไมพ่อครูมีคนรู้จักรู้สึกน้อยกว่าเยอะเลยจะเป็นเพราะบารมีใช่หรือไม่คะ ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ

พ่อครูว่า…ธรรมะของโลกุตระนั้นนะรู้ได้ยากพระพุทธเจ้าตรัสว่า คัมภีรา (ลึกซึ้ง) ทุททัสสา (เห็นตามได้ยาก) ทุรนุโพธา (บรรลุรู้ตามได้ยาก) สันตา (สงบระงับอย่างสงบพิเศษ แม้จะวุ่นอยู่) . ปณีตา (สุขุมประณีตไปตามลำดับ ไม่ข้ามขั้น) อตักกาวจรา (คาดคะเนด้นเดามิได้) นิปุณา (ละเอียดลึกถึงขั้นนิพพาน) ปัณฑิตเวทนียา (รู้แจ้งได้เฉพาะผู้เป็นบัณฑิต บรรลุแท้จริงเท่านั้น)   (พตปฎ. เล่ม 9 ข้อ 34) คนฟังธรรมะอาตมาได้จึงไม่เป็นประเภทที่ผลิตแค่เปรียญ 9 ที่เป็นบัณฑิตเก๊ คนฟังได้เป็นบัณฑิตจริง แล้วโดยธรรมชาติ จะมีน้อย อาตมาไม่เคยกังวลเรื่องปริมาณ แต่มันก็มีการก้าวหน้าของปริมาณอยู่บ้าง แต่มันยากจะไปจำนวนหนึ่งในคนทั้งโลกมารับรู้ ยิ่งคนข้างนอกเขาเป็น เทวนิยม แล้ว จะมาเข้าใจ อเทวนิยมได้อย่างไร ก็จะมีคนที่อยู่นอกประเทศ ลัทธิอื่น ศาสนาอื่นบ้าง แต่พวกเขาเข้าใกล้แก่นแกนโลกุตระไม่ได้หรอก ยังห่างไกลไม่มีบารมี คนจะมาสู่โลกุตระจะมีน้อยเหมือนยอดปิรามิด อาตมาต้องไปงมจากก้นทะเลมา เขาทำร้ายทำลายธรรมะพระพุทธเจ้า จมใต้ก้นทะเล โชคดีที่ยังมีพระไตรปิฎก อาตมาจึงรอดตัวพอได้สามารถนำโลกุตระปักลงในประเทศไทย และเป็นชมพูทวีป เพราะมีมนุษย์ที่มี สุรภาโว สติมันโต อิธพรหมจริยวาโส พวกเราสติดี พวกเขาสติแตกกันทั้งนั้น

พวกเรามีสุรภาโว คือมีส่วนที่ ปรากฏจริงเป็นความแข็งแรง มีปัญญาญาณรู้แข็งแรง เป็นองค์รวมทั้งหมด มีสิ่งที่ปรากฏเป็นภาวะ สุระ แปลว่ากล้าหาญ คนที่มีสิ่งนี้ และมีสติมันโต มีความตื่นเต็ม คำว่าสติ อธิบายได้ลึกซึ้งยาก สติ เป็นอธิปไตย ปัญญาเป็นอุตระ ในมูลสูตร 10

อธิปไตยคือพลัง อะไรก็แล้วแต่มันก็จะมีพลังของมัน ดินก็มีพลังของมัน เหล็กก็มีพลังของมัน คนก็มีพลังมาก มีสติที่มีอธิปไตย พลังยอด และเป็นสติอย่างสัมมาทิฏฐิ ไม่ใช่สติจากการนั่งหลับตา สติจะต้องตื่นเต็มเป็นชาคริยา ต้องพร้อมทั้ง จักษุญาณ ปัญญา วิชชา อาโลกะ

กลายเป็นผู้เต็ม อยู่ในโลกมีทั้งจิตวิญญาณมีทั้งโลก แสงสว่างพร้อม เพราะมีจักษุที่ลืมตาแม้แต่นิพพานก็เป็น จักขุมาปรินิพพุโพติ เป็นนิพพานที่รอบถ้วนไปด้วยตาลืม ไม่ใช่นิพพานหลับตา จักขุมาปรินิพพุโพติ แปลว่า นิพพานของพระพุทธเจ้าต้องเป็นนิพพานลืมตาไม่ใช่เป็นนิพพานหลับตา คนที่มาเอาเรื่องแบบนี้จึงได้มีจำนวนน้อย อาตมาตายไปแล้วก็ยังมีจำนวนน้อยเป็นแต่เพียงว่า ขอเอาของจริงมาประกาศลงไปบนพื้นโลก ให้มนุษย์รับไว้ด้วย สืบทอดไว้ต่อก็แล้วกัน เพราะคุณได้กระทำย่ำยีศาสนาพุทธให้จมทะเลลึกไปแล้ว อาตมางมมาทำความสะอาด แล้วเอามาประกาศมาให้กันมาแจกให้กัน ช่วยรับไปรักษาสืบทอดต่อไป ทุกวันนี้ก็ได้แล้วเป็นชาวอโศกที่มีพระโสดาบัน สกิทาคามี อนาคามี อรหันต์ มีคนรับสืบทอดไม่ได้แล้วซึ่งมันได้จมทะเลไปนานแล้ว โลกุตรธรรมของพระพุทธเจ้า ไปหาในเถรสมาคมไม่ได้แล้ว ขออภัยที่ได้ดูถูกดูแคลน จริงๆ มีแต่ภาษาบัญญัติด้านเนื้อหาสภาวะจริงไม่มีกันแล้ว

โลกุตระมีนิยามว่า โลกุตระคือจิตวิญญาณ นอกกว่าจิตวิญญาณไม่มีโลกุตระ โลกุตระต้องเป็นจิตวิญญาณแล้วเจ้าของจิตวิญญาณต้องเป็นปัญญา ปัญญาเป็นความฉลาดทางโลกุตระไม่ใช่ความฉลาดทางโลกียะ

คนที่มีปฏิภาณปัญญามีความเป็นบัณฑิตที่จะฟังรู้เรื่อง ไม่ใช่บัณฑิตจะฟังไม่รู้เรื่อง

โลกุตระสามารถรู้กิเลสในจิต สามารถแยกเคหสิตะ มโนปวิจาร 18 กับเนกขัมมสิตะ แยกจิตวิญญาณ รู้จักอาการ ลิงค นิมิต อุเทส รู้จักเครื่องหมายความเป็นโลกียชน รู้จักเครื่องหมายที่เป็นโลกุตระได้จริง ลักษณะจิตอย่างไรเป็นโลกุตระ ลักษณะจิตอย่างไรเป็นโลกียะก็แยกออกได้ แล้วทำให้กิเลสลดได้จริง จึงเกิดเป็นพระโสดาบัน สกิทาคามี อนาคามี อรหันต์ได้

การศึกษาธรรมะพระพุทธเจ้าหากไม่รู้จักเวทนาตรงนี้ มโนปวิจาร 18 แยกไม่ออกทำไม่เป็นก็ไม่มีโลกุตรธรรม ศาสนานั้นหมดโลกุตรธรรม

ศาสนาที่คนมีปัญญาแยก แยกเคหสิตะกับเนกขัมสิตเวทนาได้ นี่คือศาสนาพุทธที่เป็นโลกุตระ ถ้าไม่มีก็มีแต่โลกียะอาศัยลาภ ยศ สรรเสริญ โลกียสุข ที่ท่านเป็นกันอยู่อย่างนี้แหละ นี่คือจุดสำคัญ อาตมาจะทำงานได้เกือบ 50 ปีแล้วจึงได้พูดได้ เพราะว่านานมาแล้ว ตอนนี้เปิดตำราเขาก็ไม่กล้าเถียง จะเสียแต้มเสียหน้า แปลว่าผู้รู้เขารู้และมีหลักฐานยืนยัน

_เชื่อว่าโลกหลังความตายคือความว่างเปล่า ตอนที่ตายไปก็รู้สึกเหมือนคอมพิวเตอร์ที่ถูก shut down แล้วก็มืดนิ่งสงบไม่มีอะไรไม่มีตัวเราไม่มีสิ่งอื่น หายจากไปเฉยๆ ความรู้สึกของการเป็นผีคงเกิดจากการมีชีวิตอยู่ในความทรงจำของคนอื่นเท่านั้น

พ่อครูว่า..ฟังคุณเขียนมารู้สึกว่าสรุปจบได้คนนี้บรรลุธรรมตายเป็นปรินิพพานเป็นปริโยสาน ก็จะเหมือนคอมพิวเตอร์ สลายเป็นธาตุดินน้ำลมไฟลมตามคอมพิวเตอร์นั่นแหละคือลักษณะนิพพานของผู้ปรินิพพานเป็นปริโยสานแล้ว

ทุกวันนี้คอมพิวเตอร์ก็กำลังจะถอดแบบให้เหมือนกับคน ให้มีความรู้สึกด้วยแต่เขาทำไม่ได้หรอก ถ้าเขาเรียนศาสนาพุทธจะไม่เสียเวลาทำหรอกแต่มันอาจจะได้ เนียนคล้ายได้มาก แต่ทำให้ตายคอมพิวเตอร์ก็จะเป็นได้แม้แต่ พีชนิยามก็ยังไม่ได้เลย จะเกิดธาตุรู้ที่เกิดชีวะ เป็นแค่พีชะยังไม่ได้เลย มีวงจรมีความลึกซึ้งซับซ้อนเท่าไหร่ก็แล้วแต่ อาจจะซับซ้อนกว่าแตงโม แต่รวมอย่างไรให้มากๆมันก็จะเป็นพีชะก็ไม่ได้ คนใส่รหัสให้มัน หากคนไม่ใส่รหัสให้มัน มันก็ทำไม่ได้ คนจะสร้างมนุษย์เหล็กให้มีความรู้สึกด้วย นี่คือการไม่ได้เรียนธรรมะพระพุทธเจ้าไม่ได้เรียนรู้จัก นิยามทั้ง 5 คุณดันทุรังให้ตายมันก็ไม่เป็นหรอก

ถ้าคุณมาเข้าใจชัดใน อุตุนิยาม พีชนิยาม จิตนิยาม กรรมนิยาม ธรรมนิยามแล้ว นี่คือสุดยอดของวิทยาศาสตร์แล้ว จะไม่มีใครรู้ได้เท่าพระพุทธเจ้าเลย

ยิ่งนักวิทยาศาสตร์ศึกษาพระพุทธศาสนาให้สัมมาทิฏฐิ  อุตุนิยาม พีชนิยาม จิตนิยาม หากเป็นจิตนิยามที่เป็นอเวไนยสัตว์ก็ไม่รู้กรรม วิบาก อาจินไตย ธรรมะอีก

ศาสนาเทวนิยมถึงวนแค่ดีชั่ว สุขทุกข์ไม่เข้าใจ ศาสนาเทวนิยมหลงสุข ทุกข์ไม่เข้าใจ แต่ทุกข์เท่านั้นที่เกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไป ดีชั่วเป็นโลกีย์ สุขทุกข์เป็นโลกุตระ เป็นลัทธิสุขนิยมถาวร พระเจ้าทำให้สุขทุกข์ได้เป็นประสงค์ของพระเจ้า ใครอ้อนวอนประจบพระเจ้าๆรักได้ก็จะทำให้สุขหมด เป็นทาสพระเจ้า แต่ศาสนาพุทธเป็นอิสรเสรีภาพ จิตวิญญาณเราเป็นตัวเรา สุดท้ายจิตวิญญาณเราแตกสลายเป็นอุตุธาตุดินน้ำไฟลม พีชะได้แล้วเลิกวิบากหมดเลย ศาสนาเทวนิยมไม่มีการ rebirth ไม่มีตายเกิดเกิดตาย ไม่รู้วิบาก ไม่รู้จักวัฏฏสงสารของชีวิต สัตว์โลกสะสมกรรมวิบาก ไม่ต้องพูดถึงนิพพานเลย

สมณะเดินดินสรุป…จบ