ศาสนา

621129_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ รูป 24 โดยพิสดารกับลิงลมอมข้าวพอง

อ่านทั้งหมดที่ หรือดาวโหลดเอกสารที่…  https://docs.google.com/document/d/1RWfH0lV2qdObmbLkLO6i2-Tfng988Oelu96gIStvc8s/edit?usp=sharing 

ดาวโหลดเสียงที่ https://drive.google.com/open?id=1qLRUgl2qdrF7-TjY1oOw3BpLbdsCr_f3 

สมณะเดินดินว่า…วันนี้วันศุกร์ที่ 29 พฤศจิกายน 2562 ที่บวรราชธานีอโศก อีกประมาณ 1 เดือนก็จะถึงงาน ว.บบ.เพื่อฟ้าดิน เป็นหลักสูตรลัดคัดสั้น ปริยัติปฏิบัติปฏิเวธ จะมีการสอบไล่ในวันปิดงานคือวันที่ 1 มกราคม 2563 จะเป็นงานที่เปิดให้ชมบ้านราชฯหลังภาวะน้ำท่วม ให้ประชาชนได้มาศึกษาวิถีชีวิตชุมชน บวร ราชธานีอโศก แต่ละฐานงานมีกิจการกิจกรรมอะไรบ้าง ช่วงงานจะมีรถพาประชาชนไปดูงานตามฐานงานต่างๆ เป็นการเปิดตัวแผ่นดินพุทธหลังภาวะน้ำท่วม 

พ่อครูว่า…SMS วันที่27พ.ย.2562(พุทธศาสนาตามภูมิ พ่อครู ราชธานีอโศก)

_มนูญ : กำลังชมอยู่ครับและขออนุโมทนาสาธุกับสมณะรูปใหม่รูปที่87 ด้วยครับ

_จักรพล พุทธพัฒนา: ซ้ำแต่ลึกซึ้ง…ลึกซึ้งแต่ไม่ลึกลับ..ลึกลับแต่ไม่ซับซ้อน.

พ่อครูอธิบายโดยสภาวะไม่ใช่หลักการ เป็นวิสามัญไม่ใช่สามัญ..เป็นปรมัตถ์ไม่ใช่สมมติ.

ทุกวันนี้บวชก็ได้แค่รูปแบบเป็นส่วนใหญ่..บวชแบบเน้นเนื้อๆนั้นหายากยิ่งแล้วขอรับ

_จักจั่นทิพย์ สว่างล้ำ :พ่อท่านน่าจะให้ท่านฟ้าไทช่วยอ่านนะคะ ท่านฟ้าไทนั่งอยู่เฉยๆ เกรงว่าท่านจะเหงาค่ะ กราบสาธุค่ะ / อีกอย่างพ่อท่านจะได้เซฟพลังเสียงด้วยค่ะ !

พ่อครูว่า…มีคนแนะนำมาเยอะว่าให้คนอื่นอ่านให้แต่มันไม่ถนัด อาตมาถนัดจะพูดแทรกเสียมากกว่า

_เอกพล: อยากถามว่า เราจะจัดการ ยังไงเพราะว่าตอนนี้อิสลามกำลังจะแทรกซึมและกลืนกินประเทศไทย และพระพุทธศาสนา เราควรจะอยู่เฉยๆไหมครับ

พ่อครูว่า…ธรรมชาติธรรมดาเขาก็ต้องพยายามทำให้มวลมากขึ้น แต่อาตมาว่ายัง ศาสนาคริสต์มาตั้งแต่สมัยพระนารายณ์มหาราช หลายร้อยปีแล้ว ก็ยังไม่กระเตื้องเท่าไหร่เลย อิสลามมาทีหลังด้วย โดยเฉพาะก็ขอโอกาสวิจารณ์นิดนึง ว่า อิสลามจะเข้ากับพุทธยากกว่าคริสต์ มันธาตุต่างกัน คริสต์ยังมีธาตุใกล้กับพุทธมากกว่าอิสลาม มันมีอจินไตยหลายอย่างแต่พูดแล้วไม่สวย 

สมณะเดินดินว่า…เขาอาจมีเจตนาให้ปลุกระดมให้เกิดความขัดแย้ง 

พ่อครูว่า…ไม่ง่ายหรอก พุทธศาสนาหรือชาวพุทธเข้าใจมุมเหลี่ยมนี้ได้ดี พูดจริงๆแล้วเข้าใจดีกว่าอิสลามหรือคริสต์ 

_ทาทา ปัญญาชมแสง ลูกขอนอบน้อมหมอบกราบ นมัสการสาธุคุณความเมตตาท่านพ่อ สุดกร้าวสุดเศียรสุดจิตสุดใจ ด้วยความเคารพพ่อท่านอย่างสูงยิ่ง เป็นเวลา 2 ปีแล้วที่จิตของลูกที่มีความละเอียดและเข้าไปเห็นความเคลื่อนไหวอาการภายในขันธ์ 5 รูปเจตสิกภายในอย่างชัดเจน

2 ปีแล้วที่ลูกพยามเรียนรู้อาการภายในจิตนี้ แต่ด้วยความโง่ขลาดเขลาเบาปัญญาของลูก ที่ปัญญายังอ่อนด้อยยิ่งนัก แม้จะมีกำลังจิตที่เห็นอาการภายในจิต ไม่ว่าอาการไหนของจิต เท่าที่ลูกพอมีญาณหยั่งรู้และเห็นได้แต่ก็ด้วยความเขลาของลูก และวิบากของลูกยังหนายิ่งนัก จึงยังไม่สามารถจำแนกชื่อหรืออาการได้จนทั้งหมด ในรูปเจตสิก แม้จะรู้จักอาการชอบอาการชัง หรือแม้อาการพลังงานของโมหะจิต พลังงานโทสะ หรือแม้แต่อาการของพลังงานราคะก็ตาม

ลูกจึงน้อมขอโอกาสความเมตตา พ่อท่านจำแนกรูป 24 โดยพิสดารเพื่อลูกจักได้น้อมนำคำสอนของพ่อท่าน มาปฏิบัติให้เกิดความรู้แจ้งยิ่งขึ้นๆ ครับ

_SMS วันที่ 28 พ.ย. 2562 (พุทธศาสนาตามภูมิ สมณะ สิกขมาตุ ราชธานีอโศก)

_สุดชดา ทรรศนะวิเทศ : ท่านฟ้าไทยกตัวอย่างเรื่องกระยาสารทน่าประทับใจดีค่ะ สิกขมาตุกล้าข้ามฝันแยกแยะสภาวะได้เข้าใจดีค่ะ กราบนมัสการค่ะ

_อุบล คนโก้ : กราบนมัสการเจ้าค่ะจะไปร่วมงานเพื่อฟ้าดินเจ้าค่ะท่าน

มาขึ้นภาพ pattern ของบ้านเล็กเมืองน้อย

พ่อครูว่า…พลังงาน จากสูตร E=C(mc2 + A)

ตัว A ก็คือ mc2 แล้วถ้า A เพิ่มขึ้นเรื่อยๆจากระดับบวกเป็นระดับคูณ ก็คือตัว C นั่นเอง เอาพลังงานนี้ไปใช้ทางวัตถุเป็นระเบิดใหญ่ได้ แต่พวกเราเอาไปใช้ทางนามธรรม และต่อไปจะมีคนนำไปใช้ทางวัตถุได้ อาตมายังอยู่ก็ค่อยเติมรายละเอียดเพิ่มขึ้น 

นี่ก็คือยาอายุวัฒนะของชีวิตที่จะสร้างได้ด้วยตนเองช่วยกันกับหมู่กลุ่มและสิ่งแวดล้อม 

อุปาทายรูป 24 ก็คือ 

รูปทั้งหมดมี 28 คือ ดินน้ำไฟลม 4 เรียกว่ามหาภูตรูป เป็นอุตุนิยามธรรมดา ดินน้ำไฟลม เป็นธาตุวัตถุธรรมดา พอเร่ิมต้นอุปาทายรูปก็เริ่มที่ชีวะ 

ก. ปสาทรูป 5

  1. จักขุ (ตา) 

  2. โสตะ (หู) 

  3. ฆานะ (จมูก) 

  4. ชิวหา (ลิ้น) 

  5. กายา (กาย)

ข. โคจรรูป, วิสัยรูป 4

  1. รูปะ (รูป) 

  2. สัททะ (เสียง) 

  3. คันธะ (กลิ่น) 

  4. รสะ (รส

  5. โผฏฐัพพะ (สัมผัส) 

รูปนอกกับใจมันทำงานร่วมกันจึงเรียกมันเต็มๆไม่ได้ จึงรวม กาย กับ โผฏฐัพพะ ไว้ด้วยกันเป็น 1 ทำให้รวม ปสาทรูป กับโคจรรูป เป็น 9 อย่าง

หากว่าไม่ได้มีสองอย่างนี้ทำงานร่วมกันก็จะอยู่แต่ในภพใน เป็นเรื่องของอดีต 18 อย่างอนาคต 44 อย่าง ถือว่าไม่ใช่ความจริงที่ครบ เป็นความจริงพิการไม่เต็มเต็ง ต้องมีปัจจุบัน ซึ่งปัจจุบันนี้ ไม่มีอดีตอนาคตไม่ได้ อยู่ที่ใครจะเก็บเอาอดีตมาใช้ครบ อนาคตมาใช้ครบ อยู่กับปัจจุบันได้มากกว่า ผู้หลับตาปฏิบัตินั้นมีแต่อดีตกับอนาคต ไม่เป็นการสัมผัสวิโมกข์ 8 ด้วยกายอย่างครบสมบูรณ์ ซึ่งจะปฏิบัตินั้นจะต้องมีสัมผัสทางตาหูจมูกลิ้นกายและมีแสงสว่างจากภายนอกมากระทบสัมผัสทำให้คนอื่นเขารู้ร่วมกันได้ 

คำว่า กาย ต้องมีภายนอก ขาดภายนอกไม่ได้ แต่นามเป็นหลัก คำว่ากายนี้ ขาดธาตุรู้ไม่ได้เลย แต่ต้องมีภายนอกมีสอง ต้องร่วมกับภายนอก แต่นามเป็นหลักเป็นใหญ่เป็นประธาน นามเก่งที่สุดจะ ควบคุมทางวัตถุทั้งหมดเลย ซึ่งศาสนาพุทธมีจิตวิญญาณเป็นใหญ่ 

เราสามารถควบคุมและสร้างจิตวิญญาณของเราให้มีอำนาจ วสวัตตีโก ยังจิตให้เป็นไปในอำนาจได้และมีเจตนาดีไม่เป็นไปในทางร้ายเลย เป็นจิตที่ได้สร้างไว้ดีที่สุดเป็นธาตุจิตของมนุษยชาติ เป็นพระอรหันต์ขึ้นไปก็จะทำได้และจะเก่งขึ้นเรื่อยๆ อาตมาเองก็ยังจะต้องทำให้สูงขึ้นไปได้อีกเป็นโพธิสัตว์ระดับ 8 ระดับ 9 อาตมาระดับ 7 จึงสามารถอธิบายประสิทธิภาพของ วสวัตตีโก ได้ เท่าที่มีความรู้ อาตมาก็ไม่ได้หลงระเริงว่าตัวเองเก่งขนาดควบคุมจิตได้เก่งหมดแล้ว นี่ไม่ได้ถ่อมตัวนะ แต่พูดตามความเป็นจริง 

เรียกตามพยัญชนะว่า โคจระ หรือวิสยะ มี 5 อย่าง เกิดจากปสาทรูป กับอวัยวะ ตาหูจมูกลิ้นกาย กับ รูปเสียงกลิ่นรสสัมผัส ข้างนอก 

มาสัมผัสภายนอกกับจิตต้องร่วมกันเป็นกาย แยกกันไม่ได้ แยกกันไม่รู้เรื่อง 

จากนั้นก็จะเป็น ภาวรูป 2 สัมผัสแล้วจะเป็นรูปที่รวม แล้วแยกได้เป็น 2 จากการกระทบก็เรียกเป็นเทวะ หรือเป็นกาย เรียกว่าภาวะรูปกับนาม ตัวที่ถูกรู้Object กับ ตัวรู้คือsubject มันปรุงแต่งกันอยู่ 

ความร้อนแสงเสียงแม่เหล็กไฟฟ้ามันก็ปรุงแต่งกันอยู่อย่างเป็นอุตุ จนพัฒนามาเป็นชีวะที่เป็นพีชะก็ยังไม่มีเวทนาไม่มีวิญญาณ เป็นสังขารที่ไม่มีวิญญาณครอง อนุปาทินกสังขาร เป็นชีวะระดับพีชธาตุ แต่ว่า จิตนิยามมีการสัมผัสแล้วเกิดภาวะ 2 

 ค. ภาวรูป 2

  1. อิตถัตตภาวะ, อิตถินทรีย์ (ญ) 

  2. ปุริสสัตตภาวะ, ปุริสสินทรีย์ (ช) 

ระหว่างเพศชายและเพศหญิงต้องถือว่ามีอันหนึ่งเป็นที่หนึ่งอันหนึ่งเป็นที่สอง คนที่ไม่ได้ศึกษาจะไม่รู้ว่ามันต้องมีภาวะ 2 ที่ไม่เท่ากันแต่ถ้ามีทิฏฐิว่า ทุกอย่างจะต้องเสมอภาคกันเท่ากัน มันไม่ได้ เมื่อเป็นภาวะ 2 แล้วต้องทำให้เป็น 1 ให้ได้ 

ง. หทยรูป 1 = 12.หทัยรูป ที่ตั้งการเกิดอาการของรูป ต้องรู้ว่าจิตแท้ของคุณอยู่ที่ไหนจะต้องรู้จักสภาวะของจิต จับอาการจิตอยู่ในคูหาสยัง อยู่ในร่างกายของคุณ แต่มันไม่ได้สถิตอยู่ที่ไหนหรอก ทางอภิธรรมไปเข้าใจผิดคิดว่าธาตุจิตอยู่ที่หัวใจห้องที่ 4 ซึ่งแท้จริงแล้วพลังงานเรานี้หัวใจมันไม่เกี่ยวหรอก หัวใจเป็นอวัยวะที่ปั๊มโลหิตหล่อเลี้ยงร่างกาย ส่วนจิตวิญญาณไม่ใช่หัวใจ 

จิต อิสระกว่า เลือดกว่าหัวใจ 

เลือดกับหัวใจเป็นแค่อุตุ แล้วมีพลังงานวิญญาณนี้ควบคุมอุตุอีกที วิญญาณเส้นใหญ่กว่าเลือดกว่าหัวใจ สมองเป็นใหญ่กว่าหัวใจ แต่หัวใจตายได้เร็วกว่าสมอง สมองพิการได้หลายอย่าง หัวใจก็พิการได้หลายอย่างแต่ตายเร็วกว่าสมอง อย่างเช่น คนถูกตัดคอ คอขาดทิ้งไป ร่างกายยังเดินไปได้อีกสักพัก เพราะว่าหัวใจสูบฉีดโลหิตไปได้อีก 

หทยรูปคือจุดที่เราต้องกำหนดรู้ด้วยตัวเองว่าตรงนี้คืออาการจิตคืออาการทางนามธรรม คุณจะรู้อาการมันนั่นแหละคือจิต อาการนั่นแหละคือ หทยรูป แต่ไม่ได้มีรูปร่างที่เป็นตัวตนวัตถุรูปอะไรเลย เป็นนามธรรมแท้ๆ คนก็ต้องรู้ว่าจุดนี้แหละคือ หทยรูป เต็มที่ จิตวิญญาณเต็มที่ตรงนี้แหละจึงเรียกว่า หทยรูป 

ห คือแท้จริง ท คือแข็งแรงหนุ่มแน่นเต็มที่ ย คือยิ่งใหญ่ 

หทยรูปคือความจริงที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ต้องจับให้ได้ จับได้แล้วจะถึงความเป็นชีวิต ชีวิตรูป

จ. ชีวิตรูป 1 = 13.ชีวิตินทรีย์ รู้ความมีชีวิตอยู่ของกิเลส ชีวิตต้องมีความเป็นกับความตาย ถ้ายังเป็นอยู่ก็เรียกว่ายังมีพลังงานของชีวิตที่เรียกว่าอินทรีย์ หรือพลังงานสูงสุดเรียกว่า พละ หากมีชีวิตอยู่ก็เรียกชีวิตินทรีย์ สูงสุด เป็นชีวิตพละ ก็เราไม่เรียกเท่าไหร่ 

ฉ. อาหารรูป 1 = 14.กวฬิงการาหารจนถึงวิญญาณาหาร  คนก็มีอาหาร กวฬิงการาหาร ทำให้ชีวิตยาวยืนได้ 

ช. ปริเฉทรูป 1 = 15.อากาสธาตุ=รูปที่กำหนดจะให้ว่าง เรียกว่าเป็นแต่ละกรอบที่คุณจะต้องทำงาน ต้องจำกัดอย่าไปเลอะมากมาย เอาแต่พฤติกรรมศีลข้อ 1 ก่อน คนก็มีวิบากต่อกันมากมาย อย่าเอาไปมีกับสัตว์อีก ต้องตีกรอบการเรียนรู้อย่าให้มันมีนอกนั้นอีก 

เช่นศีลข้อ 1 เกี่ยวกับสัตว์เท่านั้น ก็ต้องจำกัดอีกว่า สัตว์เดรัจฉานทั้งหลายก็ไม่ต้องไปเกี่ยวข้องกับมัน เอาแค่คนนี้ก็เพียงพอแล้วมันมีวิบากต่อกันมากมายแล้ว 

และถ้าฉลาดก็เอาคนที่เกี่ยวข้องกันนี้ ซึ่งมันมีคู่อาฆาตกับคู่รัก ที่แน่นๆที่มีวิบากต่อกันแรงๆก็มี แล้วก็แรงพอๆกัน หรือแรงน้อยลงๆ ก็เอาพอประมาณ ตัวแรงก่อนที่ใกล้ที่เดือดร้อนที่ห่างๆอย่ายุ่งมาก มันไม่เท่าไหร่หรอกก็ปล่อยมันไปก่อนเอาตัวนี้ก่อนรวมพลังมาจัดการตัวนี้ก่อน เรารู้จักจัดปริเฉทรูปก่อน ในปริเฉทรูปก็มาเป็นวิญญัติรูป

ซ. วิญญัติรูป 2 = 16.กายวิญญัติ  17.วจีวิญญัติ ไหวให้รู้ รวมทั้งนัจจะ คีตะ วาทิตะ ภาษา คือกายวิญญัติ ส่วนวจีวิญญัติก็มีแค่คีตะกับวาทิตะ ไม่เกี่ยวกับการเคลื่อนของสรีระอื่น เอาแต่เสียงกับคำพูด

กายวิญญัติ กับวจีวิญญัติจะร่วมกันด้วยเสมอกับจิต แล้วที่นี้เราก็มาจัดการกับจิต ให้จิตของเรานี้เก่งขึ้นสามารถทำจิตให้รุนแรงมากๆนั้นเลว คือกิเลสมันแรงแล้วจะชนะ ศาสนาไม่เอา ต้องให้เบาได้แล้วคนเขายอม แต่ถ้าแรงแล้วชนะนั้นไม่เก่ง แรงแล้วคนยอมแพ้นั้นไม่เก่ง แต่ถ้าเบาแล้วเอาความสงบสยบความรุนแรงแล้วชนะ อันนี้เก่งกว่า 

เพราะฉะนั้นทำความเบาให้ได้มีฤทธิ์สยบความแรงได้ นั่นคือเก่ง ลหุ เบา คุณต้องเอาให้เก่ง ลหุให้เก่งไม่ใช่แรงเก่ง ต้องลหุให้เก่ง เร็ว กับช้า มุทุ จิตไวเร็ว 

มุทุ นี้มีภาษาไทยแปลว่าอ่อนแต่ แท้จริงเป็นธาตุรู้ที่มีการปรับตัวได้เร็วมีปฏิภาณไหวพริบได้เร็วด้วย ถ้าจิตเปลี่ยนแปลง static ธาตุของตนได้เร็วก็ได้ด้วยเป็นธาตุเจโต ถ้าเปลี่ยนทางปฏิภาณไหวพริบเร็วเราก็ได้ว่าเป็นปัญญา ในมุทุ แล้วก็ต้องสมดุลกันด้วยจะเก่ง หากไม่สมดุลก็เอียงไปทางศรัทธาหรือปัญญาก็ไปไม่ออก ต้องสมดุลกัน 

มุทุ จึงเป็นตัวกลาง ทำความเร็วทำความช้า รับหรือไม่รับอย่างนี้เป็นต้น เอาหรือไม่เอาเป็นศูนย์หรือมีมากตามต้องการได้ ยังจิตให้เป็นไปในอำนาจได้ ต้องการให้ได้ตามประสงค์ 

มุทุ ธาตุ จึงเป็นตัวที่จัดการควบคุมความเป็น 2 เป็นความเหนือกว่าความเป็น เทวะ เป็นผู้สร้างทุกอย่างเลยตัวนี้ มุทุธาตุ สร้าง 2 ทั้งรูป และนาม ทั้งวัตถุ และจิต สร้างทั้งกายสร้างทั้งจิต

คำว่าเทวะ คำว่า 2 จึงเป็นภาษาทุกอย่างเลยในมหาจักรวาลที่จะสามารถจัดการกับมหาจักรวาลได้ ธาตุที่มีความรู้ทางเทวแล้วสามารถควบคุมจัดการได้ มันก็มีอุตุ พีชะมันก็ไม่เก่งในการจัดการ ต้องจิตนิยามจึงสามารถจัดการได้ 

พีชะจัดการตัวเองให้เป็นพีชะ แต่อุตุ มันอาศัยแต่ภายนอกจัดการมันรวมกันจนเป็น fusion แต่ fission มันไม่สามารถดูดออกมาได้เลยมันรับได้แค่ fusion อื่นเศษออกไปเป็น fission เป็น isotope ก็เอามาใช้ไม่ได้ พลังงานวัตถุก็ได้แค่นี้ 

อุเบกขา 5 ประการ มุทุ ก็เป็นตัวกลาง ปริสุทธา ปริโยทาตา มุทุ กัมมัญญาคือฐานที่ประกอบด้วยกรรมการงานร่วมกับสิ่งอื่นๆ จะทำงานจะร่วมกับอะไรก็ยังบริสุทธิ์อยู่เหนือกว่า ปริสุทธา ปริโยทาตา อีก สำหรับปภัสสรา จะทำงานได้อย่างประเสริฐวิจิตรพิสดารได้ยิ่งกว่า 

รวมเป็นพลังงานประสิทธิภาพของ มุทุภูตธาตุ 

ภูตะ คือจิตวิญญาณ 

สรุป มุทุ สามารถจัดการเป็น กัมมัญญตาได้ จึงแปลว่าการงานอันเหมาะควร มีความจริงใจซื่อสัตย์ ไม่ทำอะไรที่เป็นเรื่องร้าย มีแต่เรื่องดี คำนวณให้ได้เหมาะสมที่สุดในทุกกรรมการงาน ทำแล้วก็จิตใจประภัสสรมากยิ่งขึ้น ถ้ามีเหตุการณ์มีอะไรเพิ่มขึ้นมันก็ยิ่งมีประสิทธิภาพเสริมเข้าไปอีกเจริญขึ้น ปภัสสร อย่างสะอาดบริสุทธิ์ที่สุดมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นอีกเรื่อยๆอาตมาก็สร้างปภัสสราจนกว่าจะเป็นพระพุทธเจ้า 

ฌ. วิการรูป 3 = 1.ลหุตา  2.มุทุตา 3.กัมมัญญา สามเส้านี้เป็นประธานของกายวิญญัติ วจีวิญญัติ เป็นตัวนิวเคลียสที่มีประธานที่แท้จริงจัดการเลย อย่างอุตุ มีภายนอกจัดการ เป็นพีชะ จัดการมันเองได้ ISH แต่ได้แค่ตัวเองไม่เก่งอะไร คนอื่นเบียดเบียนก็สูญไป แต่จิตนี้เก่งกว่าพีชะ จนเก่งกว่าอะไรได้หมด  มีชีวิตก็จะมีกายกรรมวจีกรรมมโนกรรม ครบ วิการรูป 5 จะทำให้สูงสุดคือเบา เท่าที่คุณต้องการแรงเท่าที่คุณต้องการ เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้สุภาพที่สุดเท่าที่จะทำได้เร็วไวที่สุด หากคุณเป็นนักยิงปืนนักแม่นปืน เสือกับสิงห์ ทั้งเร็วไวแม่น หันหลังชนกัน เดินหันกลับมายิงกันตามสัญญาณ มันเร็วไวทั้งคู่ ก็ตายพร้อมกันเลย 

เราควบคุมดูแลจิตเราได้ เป็นเจ้าของพลังงานที่ยิ่งใหญ่ของตัวเอง พลังงานนี้ไม่รังแกใครแต่ใครมารังแกไม่ได้ สูงสุดแล้ว ไม่รังแกใครแต่ใครรังแกไม่ได้ โดยไม่ต้องไปทำอะไรมันจะมีพลังงานพิเศษที่เป็น มหาฤทธิ์อำนาจ ซึ่งคนไม่สามารถทำอะไรผู้นี้ได้ ไม่ใช่ภาษาที่ลึกลับแต่มีเหตุปัจจัยทั้งนั้น คนจะเป็นอย่างนี้ได้ต้องสร้างพลังงานของตัวเอง ไม่ใช่อยู่ดีๆไปซื้อเอามาจากห้างขายยาหรือเอามาจากเซเว่น จากห้างสรรพสินค้า ซุปเปอร์มาร์เก็ต 

เทียบกับลูกข่างนอนวัน หมุนเร็วนิ่งที่สุด มีประสิทธิภาพสูงสุด นี่เป็นพลังงาน 2 ที่เป็นหนึ่งที่เข้าคู่กันอย่างสมบูรณ์แบบ เพราะฉะนั้นความสงบก็จะยิ่งมีแรงที่มาก เร็วมากมีประสิทธิภาพมากมีรังสีมีคุณสมบัติของ dynamic เต็มที่เลย พลังงานที่เร็วที่สุดหั่นคุณไม่เจ็บหรอก มันเร็วกว่าความเจ็บของคุณ เป็นเลื่อยที่หั่นเร็วที่สุดคุณไม่เจ็บหรอก 

เป็นความสงบสยบความเคลื่อนไหวเป็นฤทธิ์ที่คนเข้าใจยาก มันประกอบกับคุณธรรมความดี คุณเอาความสงบไปสยบความเคลื่อนไหว จะไปสยบกับคนที่หยาบๆ จ้างก็ทำไม่ได้มันเอาคุณตาย มันไม่รู้เรื่องหรอกความดีงามความสงบอะไร แต่คนที่มีภูมิธรรมทางจิตใจเขาเป็นคนที่ไม่ทำร้ายเขาให้อภัยเขายกให้ แม้จะถูกฆ่าตายเขาก็ไม่อาฆาตอีก คนที่มีภูมิธรรมเท่านั้นจะรู้สึกคุณค่าของความรู้สึกอย่างนี้ความคิดอย่างนี้ความรู้อย่างนี้ใช่ไหม 

เราออกไปประท้วง คนไทยเป็นคนที่มีภูมิธรรมสูง เราจึงประท้วงได้สำเร็จเอาความสงบสยบความเคลื่อนไหว พระโพธิรักษ์ไปสยบที่ฮ่องกงโพธิรักษ์ตายแล้ว ถ้าโพธิรักษ์ไปเป็นผู้นำประท้วงที่ฮ่องกงก็ตายไปแล้วหรือประท้วงอยู่ที่ซีเรีย ตายไปแล้ว แต่นี่ไม่ใช่ ต้องมาทำที่นี่ต้องมีองค์ประกอบสำหรับคนที่มีภูมิธรรม 

แต่อาตมาก็ยกตัวอย่างง่ายๆ ผู้การแต้มถูกสั่งมาให้ปราบให้ถอนให้เรียบ พลตำรวจตรีวิชัย สังข์ประไพ คือเป็นปานที่หู เลยเรียกผู้การแต้ม เรียกผู้การหูดำ รับคำสั่งมาให้ปราบเรียบ จากรัฐบาลอภิสิทธิ์ ที่จริงแล้วผู้การแต้มเป็นคู่แคนดิเดตจะเป็นผบ.ตร. กับผู้การแป๊ะ กำลังแข่งขันกันอยู่เลย พลตรีเหมือนกันแล้วกำลังจะขึ้นเป็นพลโท เสร็จแล้วผู้การแต้มแพ้ แพ้เพราะเรา มาทำดีนะมาช่วย ถูกสั่งมาจะให้ปราบให้เรียบ แต่พวกเราก็สงบ คุณธรรมของผู้การแต้มมี ถ้าไม่มีคุณธรรมพวกเราไม่เหลือแล้ว ราบพนาสูรแน่นอน นี่แหละคือสภาพที่เป็นสิริมหามายากลับไปกลับมา ความดีงามความร้าย มันพึ่งกัน ถ้าหากคุณธรรมของผู้การแต้มไม่มี และผู้การแต้มไม่ดีเราก็อาจจะตายไปแล้วก็เป็นได้ แต่นี่ผู้การแต้มทำไม่ลงทำไม่ได้ก็เป็นคนดีจะไปทำได้อย่างไร เข้าใจดีว่าพวกเราปรารถนาดีต่อประเทศชาติ ผู้การแต้มก็มีปฏิภาณ แสดงออกของพวกเรานั้นไม่ได้ทำเพื่อตัวเองแต่ทำเพื่อสังคมประเทศชาติ โดยเฉพาะเกี่ยวข้องไปถึงรัฐบาล ผู้การแต้มก็ต้องชัดเจนว่าจะเอารัฐบาลหรือไม่เอารัฐบาล ตัวเองก็ต้องตัดสิน ตกลงเขาก็อยู่กับที่ไม่เอารัฐบาลดีกว่า ตัดสินอย่างนั้นจึงยอมไม่ทำเรา แล้วตัวเองก็เลยเสียคะแนนก็เลยต่อมาเลิกจากการเป็นตำรวจ มาเล่นทางการเมือง ตอนนี้เป็นมหาดเล็กในวังแล้ว ก็ไปตามเส้นทาง ผู้การแต้มเป็นคนดี 

ญ. ลักขณรูป 4 = 1.อุปจยะ ความเกิดอยู่เจริญขึ้นไป  

2.สันตติ ความเชื่อมต่อสืบเนื่อง 

3.ชรตา เคลื่อนไปสู่ความเสื่อม 

4.อนิจจตา เคลื่อนไปเสื่อม>เจริญ 

ลักขณรูป 4 คือจะให้เกิดก็เกิดได้ จะให้ต่อก็ต่อได้ จะให้ไม่เกิดไม่ต่อก็ได้ เป็นโมเมนตัม ถ้ามีอะไรมาทำลายมันก็เร็ว ถ้าไม่มีอะไรมาทำลายมันก็ชะลอชราไปอีกได้ แต่ถ้ามี อนิจจตาเป็นตัวคุมสุดท้าย เป็นสิ่งที่พระโพธิสัตว์รู้ดี จะเอาเกิดหรือตายก็อยู่ที่การตัดสินใจของโพธิสัตว์ที่จะรู้ดี 

อย่างบางเรื่อง เมื่อกี้นี้บอกว่า อีกเดี๋ยวบอกว่าไม่เอาแล้ว โพธิสัตว์ต้องซื่อสัตย์ มันมีข้อมูลเปลี่ยนแปลงใหม่ก็ยังไม่ทันบอกคนก็เปลี่ยนแปลงแล้ว คนที่ไปยึดมั่นถือมั่นบอกว่าไม่อยู่กับร่องกับรอยคนนี้ก็ไม่ศรัทธา แต่ถ้ายกให้แล้ว คนที่เป็นโพธิสัตว์ที่ตัดสินให้เปลี่ยนแปลงเร็วเป็นสิริมหามายา เดี๋ยวก็บอกว่าเอาไม่เอา เดี๋ยวก็บอกว่ามีหรือไม่มี ทำให้มีหรือหายไปก็ได้ แล้วจะเอาอะไรแน่ 

เพราะฉะนั้นสัจจะแท้ของโพธิสัตว์คือซื่อสัตย์สุจริตปรารถนาดีไม่มีความปรารถนาร้ายอะไร แต่ไม่มีเวลาไม่มีโอกาส บางทีก็ไม่ได้อธิบายให้ฟังแต่ก็ไม่ได้มีอกุศลจิตไม่ได้มีอกุศลเจตนามีแต่กุศลเจตนาทั้งสิ้น 

บางทีโพธิสัตว์บางองค์ทำเร็ว แต่ว่าอธิบายไม่ได้เป็นสายศรัทธา  อธิบายเหตุผลไม่ได้ แต่ดูแล้วเหตุปัจจัยองค์ประกอบขนาดนั้นตัดสินใจจะเอาอันนี้ก็มีประสิทธิภาพที่ถูกต้องไม่ถูกต้องผิดพลาดได้เหมือนกัน โพธิสัตว์ก็ไม่ได้หมายถึงว่าจะชนะตลอดแพ้ก็ได้แต่แพ้ก็แพ้ชะตาทรามเอาใหม่ได้ สี่ขายังรู้พลาดนักปราชญ์ 2 ขาก็ต้องเซบ้าง 

สรุปจบ ลักขณรูป 4 จึงเป็นสุดจบของรูป 24 มีอำนาจอนิจจตาสุดท้าย คุณจะเปลี่ยนแปลงก็ต้องเปลี่ยนเอง ถ้าหากไม่เปลี่ยนแปลงปล่อยให้เกิด ชรตา คือ โมเมนตัมเป็นพลังงานเฉื่อยไปหา 0 แต่ถ้าคุณจะให้มันเสื่อมเร็วขึ้นก็สามารถเบรกได้เร็ว เหมือนเครื่องบินที่ลงทำให้มันหยุดเร็วได้ แม้มันจะมีแรงเฉื่อยไปอีก 5 กิโลเมตรแต่คุณสามารถทำให้เหลือเพียงแค่ 2 กิโลเมตรหรือ 1 กิโลเมตรได้ก็เป็นประสิทธิภาพ แต่ถ้าคุณจะปล่อยไปให้มันเกิด ชรตา แต่อนิจจตา ฟ้าหลังฝนสามารถเปลี่ยนแปลงได้อีกจึงเป็นสิ่งที่คุณสามารถ ยังจิตให้เป็นไปในอำนาจได้ คุณยังไม่ทันก็ไปหาอนิจจตา คุณไม่เอาก็จบ แต่ถ้าเอาก็เปลี่ยนใหม่ได้ ซึ่งถือว่าสูงสุดเป็นผู้ที่ยังจิตให้เป็นไปในอำนาจได้ พอชัดขึ้นไปไหม จบด้วยลักขณรูป 4

สิกขมาตุกล้าข้ามฝัน…

สมณะแสนดิน

พ่อครูว่า…จะอธิบายถึง pattern ของบ้านเล็กเมืองน้อย ต่อ

เส้นแนวนอน ตัวเลขที่เป็นเลข 4 นั้นคือตัวเลขที่เป็นโพธิสัตว์ระดับ 4 คือเป็นพระอรหันต์ 

ลิงลมอมข้าวพอง สัตบุรุษ จะมีภาวะนี้ เกิดมาในโลกอยู่กับโลกยังถือว่าไม่เดียงสา จะถูกอำนาจของโลกครอบงำอยู่บ้าง เช่นพระพุทธเจ้าสมณโคดม ก็จะไปกับโลกเขาเก่งกว่าเขาทุกอย่างด้วยนะ เก่งกว่าทุกด้าน แล้วก็จะเหลือเศษลงไปตามโลกเขาอยู่แป๊บนึงเรียกว่าเป็นลิงลมอมข้าวพอง อย่างเช่นพระพุทธเจ้าสมณโคดมหลงไปถึง 29 ปี จากนั้นรู้ตัวก็ไม่เอาแล้วออกหาทางรอดแล้วมาบวช แต่บวชแล้วก็มีวิบากอีก 6 ปี ต้องมาใช้วิบากอีก 6 ปี อายุเป็น 35 จึงระลึกตัวเองได้ว่าเราคือพระพุทธเจ้า ตรัสรู้อยู่ใต้ต้นโพธิ์ ชื่อเดิมคือต้น อสัตถพฤกษ์ 

ลิงลมอมข้าวพองเหมือนเด็กไม่เดียงสาจะไปถือสาไม่ได้เพราะว่าถูกพลังงานทางโลกีย์ควบคุม ตัวเองไม่มีพลังงานในตัวเองแข็งแรงพอ จนกระทั่งตื่นรู้แล้ว ไม่เอาแล้วเลิกออกมา อย่างอาตมาก็มีลิงลมอมข้าวพองอยู่ถึง 36 ปี

อาตมาออกบวช ไม่ใช่ว่าอาตมาจะรู้ทันทีทีเดียว ถ้าใครตามดูหลักฐานของอาตมาจะรู้ว่าบรรลุธรรมก่อนบวช เขียนหนังสือไว้บอกเวลาบรรลุธรรม 

อาตมาอย่างไรก็ไม่เอาทางโลกแล้ว หนังโทนเข้าโรง อาตมาก็ใส่กางเกงขาสั้นโกนผมแล้ว หนังโทนขายแผ่นเสียงได้มากกว่าหนังมนต์รักลูกทุ่ง หนังโทนเป็นหนังเชิงธรรมะ แปลว่ามนต์รักลูกทุ่งเป็นหนังทางโลกคนถึงชมมาก แต่รายได้จริงๆนั้นโทนมากกว่า

เป็นลิงลมอมข้าวพอง ก็จะถูกอำนาจของโลกครอบงำอยู่ระยะหนึ่งเหมือนพระพุทธเจ้าสมณโคดม 29 ปีอยู่ในโลกียะ สมเด็จพ่อก็มอมเมาเต็มที่ ปราสาท 3 ฤดูรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสไม่ให้เจอกับทุกข์เลยให้เจอแต่ความสุข จนท่านไปเจอเอง เจอทูตแห่งทุกข์ แก่ เจ็บ ตาย นักบวช ไม่ได้เห็นเด็กเกิดหรอก ทูตมรณะ ท่านก็ไม่รู้จักคนแก่ ถามอำมาตย์ว่านั่นอะไร …คนแก่ แม้ท่านก็ไม่พ้นไปจากความแก่ ข้าราชบริพารก็ทูลตอบ ที่จริงแล้วท่านรู้หรอก ไม่ได้โง่ขนาดไม่รู้จักคนแก่คนป่วย แม้ท่านก็ไม่พ้นไปจากความป่วย แม่ท่านก็ไม่พ้นไปจากความตาย 

ท่านก็กลัวถึงความเจ็บถึงความแก่ถึงความตาย ท่านก็นึกดูว่าจะทำอย่างไรถึงจะพ้น ก็ต้องบวชออกหาสัจธรรม ก็ไปเป็นสมณะ คือผู้ที่ค้นหาสัจธรรมอยู่ที่นั่น ต้องออกบวชเนกขัมมะ ท่านจะออกบวชแต่ลูกเกิดอีก ลาหุลัง พันธนัง ชาตัง เงินผูกขา ลูกผูกคอ เมียผูกคอ 

ปุตโตคีเว ทนังปาเท สามีภริยาหัตเถ

ท่านก็ออกบวช ไปกับนายฉันนะ กับม้ากัณฑกะ ไปเลย ก็บวชต้องออกป่า เป็นมิจฉาทิฐิถูกครอบงำเป็นลิงลมข้าวพอง ไปออกป่าไปหาอาจารย์ในป่า ทำในเรื่องที่เป็นทุกข์กาลกิริยาเป็นเรื่องยากเป็นกิริยาที่ไม่ดีทรมานทรกรรม เช่นไปกินขี้ ขี้ออกมาก็กินเข้าไป ไม่กินข้าว จนขี้เหลือนิดเดียว ร่างกายผ่ายผอม หรือทรมานร่างกายแบบต่างๆ ท่านก็ทำตามเขาได้หมด เป็นลิงลมอมข้าวพอง สัญญาเก่าไม่ขึ้นมา มีวิบาก

จนสุดท้ายลองหมดทุกอย่างกับเขา ไปนั่งหลับตาเจออาฬารดาบส อุทกดาบส ก็ได้ฌาน 7 ก็เท่านี้หรือ ท่านก็ทำได้ไม่ยากอะไร นั่นได้ฌาน 8 ก็ได้อีก ผ่านมาหมดแล้ว เหมือนอาตมาก็ไปนั่งมา เป็นลิงลมอมข้าวพอง อย่างอ.มั่น หลวงตามหาบัวก็ทำแบบนั้นมา 

พอสุดท้าย ก็เลิกจากอาจารย์ทั้ง 2 ไปทรมานร่างกายก็ไม่ใช่ ก็เลยมาทบทวนตัวเอง ระลึกขึ้น 15 ค่ําเดือน 6 ก็นั่งระลึก ยาม 1 ยาม 2 ยาม 3 ระลึกอดีต ท่านเองไม่ได้ปฏิบัติธรรมในปางนี้เลย ไม่ว่าจะเป็นพระพุทธเจ้าองค์อื่นๆก็เช่นกัน ท่านได้บรรลุเป็นพระโพธิสัตว์เป็นมหาโพธิสัตว์จนเป็นปัจเจกสัมมาสัมพุทธเจ้าจนมาประกาศ ก็พ้นจากความเป็นปัจเจก เมื่อท่านประกาศศาสนา 

ปัจเจกพุทธะ กับปัจเจกสัมมาสัมพุทธะนั้นต่างกัน ท่านก็มีสยัมภูเท่ากันแต่ไม่ได้ประกาศศาสนาขึ้นมาในโลกให้คนได้รับรู้กัน จนได้เป็นศาสดาของศาสนาในยุคนั้น แล้วแต่บารมีบางองค์ก็ห้าพันปี บางองค์ศาสนาอายุหมื่นปี เป็นต้น พระพุทธเจ้าสมณโคดมเป็นพระพุทธเจ้าที่ประกาศศาสนาพุทธที่อายุน้อยที่สุดแล้ว 5000 ปี แต่ท่านต่ำสุด ก็ไม่ได้หมายความว่าท่านมีภูมิต่ำกว่าพระพุทธเจ้าองค์อื่น ที่มีอายุศาสนายาวกว่านั้น แต่มันขึ้นอยู่กับเหตุปัจจัย กับกาละ ซับซ้อน

สรุปแล้วลิงลมอมข้าวพองเป็นเรื่องที่พลังโลก โลกีย์ มันครอบงำอยู่ กว่าจะสลัดออกให้สะอาดหมดก็ใช้เวลาตามบารมี

อาตมาทำงานอยู่ทางโลก 12 ปี มาเล่นไสยศาสตร์ 8 ปี (ใน 12 ปี) ออกมาบวชแล้วแรกๆก็ยังพานั่งหลับตาอยู่ พาอธิบายแบบโลกีย์ เทวนิยมอยู่บ้างตั้งเยอะ ข้อเขียนเก่าๆ หนังสือคนคืออะไรทำไมสำคัญนักในเล่มแรกๆนะก็ยังมีร่องรอยเทวนิยมอยู่ 

ท่านใช้คำว่ามันเป็นวิบากของท่าน 6 ปี ไปใช้หนี้วิบาก เหตุที่ไปตู่พระพุทธเจ้ากัสสปะ สมัยที่เป็นโชติปาละมานพ ท่านเล่าไว้ก็มีหลักฐานอยู่ อาตมาเก็บมาพูดมีหลักฐานต่างๆก็จะเข้าใจ Story เรื่องราวตำนานต่างๆให้ปะติดปะต่อดี แบบอาตมาก็คล้ายกับของพระพุทธเจ้า 

ท่านก็บอกว่าเป็นวิบากของท่านต้องไปใช้วิบากถึง 6 ปีจึงค่อยมาเป็นตัวของตัวเอง เป็นตัวของตัวเองแล้วก็ระลึกชาติ ระลึกตรวจสอบยามหนึ่งยามสองยามสามก็รู้ เราเองบรรลุมาแล้วผ่านมาแล้ว 10 ชาติสุดท้ายท่านก็รู้ ท่านก็ยังมาทบทวนอีก 49 วันหลังตรัสรู้ที่เรียกว่าเป็นการเสวยวิมุตติ แล้วก็มีภูมิธรรมเดิมขึ้นมา ซึ่งเป็นสยัมภู เหนือกว่าสยังอภิญญาเป็นของตัวเองไม่เหมือนใคร แต่บารมีของท่านสูง แม้ประกาศแล้วไม่เหมือนใครใครก็ยอมรับ 

ส่วน โพธิรักษ์ประกาศไม่เหมือนใครแต่ใครก็บ้วนน้ำลายใส่ ต้องยืนยันต้องประกาศต้องสร้างความจริงพิสูจน์อ้างอิงพระไตรปิฎก ทั้งพามาปฏิบัติได้จริง พาคนรวยมาเป็นคนจน พาคนติดรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส มาเลิก พาคนติดแบรนด์เนมออกมา ยืนยันได้ ทำให้คนยอมรับ ไม่ใช่ว่าโม้ตัวเองทำได้คนเดียวคนอื่นทำไม่ได้ พวกคุณจะถือว่ามีบารมีเด่นๆจนยอมรับได้ ขออภัย อย่างพวกคุณยังบรรลุได้ จากเคยหลงรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส หลงอัตตาใหญ่ก็ไม่เอาแล้วจะไปใหญ่แบบทักษิณก็ไม่เอา จะไปใหญ่แบบธนาธรก็ไม่เอา แม้แต่เดี๋ยวนี้ จตุพร พรหมพันธุ์ ก็ยังมีสำนึกรู้ตัวแล้ว อะไรอย่างนี้เป็นต้น คนที่ไม่รู้ตัวบ้าบออยู่นอกประเทศออกไป อองลองกับทักษิณก็ไปไม่รู้กี่คนต่อกี่คน เช่นนายจักรภพ เพ็ญแข ตอนนั้นเขาเป็นรมต.สำนักนายกฯเคยมาเยือนที่บ้านราชฯ เราก็เทศน์ไปนึกว่าเขาจะรับได้ ที่ไหนได้เขาไม่รู้เรื่องเลย 

_นักรบธรรม..สูตรของพ่อครู E=C(mc2 + A) ยิ่งใหญ่กว่าไอน์สไตน์ พระศรีอริยเมตไตรย์ต่อไปก็คือ พ่อครูท่าน

พ่อครูว่า….ไม่ใช่ อาตมาไม่ใช่องค์ต่อไปจะมีพระพุทธเจ้าองค์อื่นมาคั่น อาตมาไม่ใช่ตำแหน่งพระศรีอริยเมตไตรยองค์ข้างหน้า สัจธรรมมันเป็นอย่างที่คุณเข้าใจแต่ใส่ยาเข้าไปไม่ตรงกับป้ายบอกยา

สมณะเดินดิน…สรุปจบ