ศาสนา

631026_รายการโสเหล่โลกุตระ ออนไลน์ ครั้งที่ 14

อ่านทั้งหมดที่ หรือดาวน์โหลดเอกสารที่… https://docs.google.com/document/d/1m449V99Qqk0b_XO57hqz98RmuMIeAPA0rDmCf5rjJew/edit?usp=sharing                                       

ดาวน์โหลดเสียงที่  https://drive.google.com/file/d/1OWlbvSQNEHQpXgN_Xo2l3IW7UxDcuI7t/view?usp=sharing 

ยูทูปที่  https://youtu.be/TFYqB88G4gU 

_สู่แดนธรรม…วันนี้เป็นวันจันทร์ที่ 26 ตุลาคม 2563 ที่บวรราชธานีอโศก ขึ้น 12 ค่ำเดือน 12 ปีชวด เหลืออีก 3 วันก็เป็นวันลอยกระทง 

ความรู้โลกียะไม่พาพ้นสุขทุกข์ ความรู้โลกุตระพาพ้นสุขทุกข์

พ่อครูว่า…เจริญธรรมทั่วไปทุกๆแห่งที่สบหน้ากันขณะนี้ ใครเปิดดูตามเครื่องเทคโนโลยี เปิดขึ้นมาดูช่องถูกก็เจอหน้ากัน สบหน้ากันก็โอภาปราศรัยกันในรายการ สำมะปี๋ซี่วิต โสเหล่โลกุตระออนไลน์จะชื่ออะไรก็แล้วแต่ คุยไปคุยมาเราก็จะมีเป้าหมายเพื่อให้เข้าถึงอาริยสัจ 4 ทำยังไงถึงจะดับทุกข์นั้นได้ ศาสนาพุทธนี่คือหัวใจศาสนาพุทธ ตรงนี้แหละ ซึ่งก็รู้กันอยู่นะ แต่ก็ไม่รู้ว่านี่คือสิ่งที่ยอดเยี่ยมที่สุด ทำไมพระพุทธเจ้ามีความรู้มากมาย ท่านศึกษาความรู้อะไรก็ศึกษามาหมด ในโลกนี้ท่านจะศึกษาความรู้อะไร ในยุคนั้นสำนักตักสิลามีความรู้ทุกอย่างในทางโลกอยู่ในนั้น ถือว่าเป็นอะคาเดมีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดมี 18 สาขาวิชา ท่านศึกษาหมด จบหมดได้เกียรตินิยมหมดทุกวิชา ได้มาครบ แต่สุดท้ายท่านก็มาเอาวิชาของท่านซึ่งไม่มีในตักศิลา ในตักศิลาไม่มีวิชานี้ ท่านก็เรียนวิชาในตักกะศิลาทั้งหมดจนครบหมด เป็นความรู้ของชาวโลกเขา อย่างไม่น้อยหน้าไม่ตกหล่น ส่วนอาตมาความรู้ทางโลกไม่มีปริญญาสักใบ ของพระพุทธเจ้ามี 18 ใบเกียรตินิยมอีกต่างหาก แต่ท่านก็มาเอาวิชาของท่านคือวิชาโลกุตระทำไม 

อาตมาพูดตรงนี้ คนที่มีปฏิภาณปัญญาน่าจะฉุกคิด ว่าทำไมชีวิตของท่านทั้งชีวิต เรียนจบแล้วก็ไม่เอา มาทำงานในวิชาของท่านโลกุตระตลอดพระชนม์ชีพจนปรินิพพาน ท่านก็สิ้นพระชนม์ดับขันธ์ปรินิพพานเป็นปริโยสานไปแล้ว มันสำคัญยิ่ง นี่แหละอาตมาเล่นตรงนี้ คนฟังแล้วน่าจะสะดุดใจคิด เราแสวงหาอะไร พระพุทธเจ้าท่านก็แสวงหาเหมือนเรามาก่อน จนชีวิตชาติสุดท้ายของท่าน ท่านแสวงหามาได้หมดแล้วท่านก็มาเลือกเอาอันนี้ ทำงานนี้หรืออยู่กับงานนี้ งานสอนธรรมะโลกุตระ ที่อาตมาต้องเน้นคำว่าโลกุตระเพราะเป็นธรรมะของพระพุทธเจ้าที่ตรัสรู้ทุกพระองค์ 

อย่างความรู้ทางโลกีย์ ความรู้ความเก่งความรู้ยอดเยี่ยมอัจฉริยะทั้งเป็นโลกีย์ เทวนิยม สูงสุดก็ได้เป็นศาสดาศาสนาใดศาสนาหนึ่ง ท่านเป็นได้มาทั้งนั้นแต่ท่านไม่เอาท่านมาเอาทางนี้ท่านมาเอาโลกุตรธรรม พูดไปแล้วมันจะยกตนข่มท่านแต่มันก็เป็นเรื่องจริงที่พูดแล้วซ้ำแล้วซ้ำอีก อาตมารู้อย่างนี้ทำอย่างนี้ในชาตินี้ก็ไม่รู้ตัวเองเหมือนกัน เป็นลิงลมอมข้าวพองมา 36 ปี รู้เองว่าเราไปหลงโลก วุ่นวายอยู่กับโลกีย์ดีชั่ว ไม่มาเอาเรื่องสุขเรื่องทุกข์ 

อาตมาพยายามพูดมาไม่รู้กี่ปีแล้ว ว่าศาสนาพุทธกับศาสนาอื่นๆ เหล่านั้น จุดสำคัญที่ต่างกันอย่างยิ่งก็คือ ทุกศาสนานั้นเรียนรู้เรื่องดีเรื่องชั่วและต้องเป็นคนดีที่สุด แต่ไม่ได้เรียนรู้เรื่องสุขเรื่องทุกข์ ก็มีปฏิภาณรู้เหมือนกันเรื่องสุขทุกข์แต่ไม่เห็นเป็นเรื่องใหญ่ แต่พระพุทธเจ้าท่านเอาเรื่องสุขเรื่องทุกข์เป็นเรื่องใหญ่เป็นเรื่องสำคัญ เรื่องดีเรื่องชั่วเป็นเรื่องรอง ไม่ใช่ไม่เอานะ ก็เอาก็รู้ เรื่องดีเรื่องชั่วก็รู้เหมือนกับศาสนาอื่นๆรู้ แต่ต้องเรียนรู้เรื่องสุขเรื่องทุกข์เป็นเรื่องใหญ่เป็นเรื่องสำคัญ เรื่องดีเรื่องชั่วก็เป็นเรื่องรองแต่ต้องดีด้วย แต่ ต้องรู้สึกทุกข์ และตรัสรู้เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ยิ่งยอดที่สุดเลย เลิกชั่วแล้วประพฤติความดีตามสมมุติโลกเขาให้ดีที่สุด เพราะความดีความชั่วเป็นสมมุติ ส่วนความสุขความทุกข์เป็นปรมัตถ์ ใครๆศาสนาไหนยากจน มั่งมีร่ำรวยก็จะจบทุกข์ทรมานอย่างไรก็แล้วแต่ ต้องมีสุขมีทุกข์ ต่อให้ร่ำรวยขนาดไหนก็ต้องสุขต้องทุกข์ ถ้าไม่เรียนรู้เรื่องสัจธรรม แต่ของพระพุทธเจ้านั้น ดีแน่นอน ต้องปฏิบัติดีจริงๆด้วยแต่สำคัญกว่าอย่างอื่นคือรู้จักสุขรู้จักทุกข์ และสุดยอดก็คือ คนเราติดสุขติดทุกข์นี่แหละ จึงไม่มีความเที่ยงแท้ ติดสุขติดทุกข์นี่แหละจึงไม่มีความเที่ยงแท้ประเด็นที่สำคัญที่สุด 

พระพุทธเจ้าตรัสรู้ด้วยรู้จักสุขรู้จักทุกข์แล้วไม่ติดในความสุขทุกข์ สุขๆนั้นเรียนรู้ว่ามันไม่ใช่ของจริง เป็นเรื่องสุดยอดคือคนไปหลงความสุขความทุกข์ ความตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าคือ ปัดโธ่… มันเป็นอุปาทานทั้งนั้นแหละ ความสุขความทุกข์ไม่ได้เที่ยงแท้ ไม่ได้เป็นของจริงเลย

เพราะฉะนั้นผู้ที่รู้จักสุขทุกข์และไม่ติดสุขติดทุกข์ รู้จักเวทนาในเวทนา เวทนานี่คือความรู้สึกคืออารมณ์ นี่แหละคือตัวจิตที่เป็นเจตสิกแยกมาเรียนรู้ เรียนรู้อารมณ์นี้ แล้วก็จัดการกับเวทนา ทวเยนเวทนายะ ไม่ให้มันสุขมันทุกข์ ให้มันเป็นธาตุรู้ที่ยังไม่ตาย ก็ไม่สุขไม่ทุกข์ เรียกโดยคำไวพจน์ว่า อุเบกขา แต่ที่จริงเหนือกว่าไม่สุขไม่ทุกข์คือ อุเบกขา เรียกคำแทนก็คือ ให้มันรู้ว่าไม่สุขไม่ทุกข์ จิตไม่สุขไม่ทุกข์แล้วอยู่เหนือสุขเหนือทุกข์ เรียกจิตอุเบกขา จิตอุเบกขานี่แหละเป็นจิตที่หมดความโง่หมดอวิชา หมดกิเลส บริสุทธิ์จากธาตุโง่ บริสุทธิ์จากธาตุกิเลส บริสุทธิ์จากธาตุที่ยึดในตัวตน จึงเป็นจิตที่บริสุทธิ์ ไม่มีอวิชาไม่มีความยึดตัวตน ไม่ไปหลงไหลในสุขในทุกข์ ทำจิตเหนือสุขทุกข์ได้ จึงเรียกว่า จิตบริสุทธิ์ ปริสุทา ปริโยทาตา มุทุตา กัมมันยา ปภัสรา เป็นความตรัสรู้ของธาตุรู้จิตวิญญาณและสูงสุดก็คือสามารถที่จะเลิกความเป็นจิตวิญญณานเลิกความเป็นธาตุรู้ เลิกความเป็นอัตภาพ ตั้งแต่เป็นๆก็อยู่เหนือความเป็นการยึดถือต่างๆได้หมด

สุดท้ายปรินิพพานเป็นปริโยสาน ตายแล้วสลายจิตธาตุ ของตัวเองสลายอัตภาพของตัวเอง เป็นดินน้ำไฟลมไป ไม่เหลือความเป็นอัตภาพของตัวเอง อันนี้แหละเป็นการฟ้องว่า จิตวิญญาณเป็นทาสของพระเจ้า พระเจ้าเป็นเจ้าของจิตวิญญาณของมนุษย์ทุกคน แต่ของศาสนาพุทธนั้นเป็นการฟ้องเลยว่า ไม่ใช่ จิตวิญญาณของแต่ละคนแต่ละคนนั้นเป็นของตนเอง สลายจิตวิญญาณตนเอง ไม่ให้เหลือความเป็นจิตวิญญาณเลย พระเจ้ายังไม่ยุ่ง ไม่มี พิสูจน์ได้เลยว่าพระเจ้าไม่ได้เป็นของจิตวิญญาณเราเลย พูดไปแล้วก็ต้องขออภัย ไม่ได้ไปข่ม ศาสนาเทวนิยมที่ยังไม่ล้างอัตตา ทำลายอัตภาพตัวเองไม่ได้ มีจิตวิญญาณนิรันดร สลัดสภาพตัวเองไม่ได้ นี่คือสิ่งที่ศาสนาพุทธมีศาสนาพุทธรู้และทำได้ เรียนรู้จัดการล้างอัตภาพตัวเองได้จบความรู้อันนี้เรียกว่าอรหันต์ เป็นสุดยอด ที่พระพุทธเจ้าท่านสอน 

เพราะฉะนั้นในเรื่องของโลกที่จะเป็นล่าลาภยศสรรเสริญโลกียสุข ชัดเจนที่สุดเลยว่าผู้ที่ไม่ต้องเป็นทาสสิ่งเหล่านี้ไม่ต้องมีต้องเป็น หรือจะมีอำนาจมีลาภยศสรรเสริญมีสุขแบบโลกีย์อย่างไรก็ อยู่เหนือมัน ไม่ได้หลงใหลติดยึดไม่ต้องมีก็ต้องเป็นสุขถ้ามันไม่มีก็ต้องเป็นทุกข์ ไม่ใช่ จะมีหรือไม่มีก็ไม่มีปัญหาอะไร สบายดี 

แต่ชีวิตที่ทำงาน ช่วยเหลือมนุษย์ จุดสำคัญที่สุดคือช่วยให้รู้อย่างที่เรารู้ ให้รู้ว่าจิตวิญญาณนี่แหละไม่สุขไม่ทุกข์ปรินิพพานนี่แหละสูงสุด ช่วยตรงนี้ ส่วนความรู้อื่นๆที่เป็นโลกโลกีย์ปรุงแต่งสังขารโลก รู้เข้าใจในความเป็นสังขารโลก แล้วก็จัดสรร โดยที่เราเองไม่ต้องไป จะมีสังขารอย่างไรแค่ไหน ไม่ต้องพิสูจน์ โดยที่ภาษาพูดเท่านั้น พิสูจน์อย่างอาตมา ที่ยังมีชีวิตเป็นๆอยู่ ว่าอาตมาไม่ได้อีนังขังขอบอะไรกับ ลาภ ยศ สรรเสริญ โลกียสุข 

พวกเราสมณะสิกขมาตุที่มาบวชหรือว่าฆราวาสที่มาปฏิบัติธรรมที่ฟังอาตมาอธิบายธรรมะให้ฟังแล้วปฏิบัติได้ ก็จะมีจิตที่ ลาภยศสรรเสริญสุขก็เป็นเพียงสิ่งอาศัย  ทำจิตของเราให้เป็นวรรณะ 9 เป็นคนเลี้ยงง่ายบำรุงง่ายมักน้อยสันโดษไม่สะสม ขัดเกลากิเลสตัวเองไปให้หมด เสร็จแล้วก็เข้าใจสิ่งที่พระพุทธเจ้าสอนมีศีล สมาธิ ปัญญา ปฏิบัติไปตามหลักเกณฑ์ได้ไปตามลำดับ เจริญไปเรื่อยๆมีอาการกายกรรม วจีกรรม มโนกรรมที่น่าเลื่อมใส แล้วก็เป็นคนมีชีวิตอยู่ไม่ต้องสะสมอะไร แล้วก็เป็นคนขยัน วิริยารัมภะ อยู่กับหมู่กลุ่มมีสาธารณโภคีนี้สุดยอด ก็ยังอยู่เป็นสังคมที่สุดยอด เป็นสังคมสาราณียธรรม 6

อาตมาว่าอาตมาเอาธรรมะพระพุทธเจ้านี้มาให้พวกเราได้ศึกษาและพิสูจน์และปฏิบัติจนเกิดผลสำเร็จเป็นสังคม สังคมมนุษย์วรรณะ 9 สังคมสาราณียธรรม 6 เป็นคนวรรณะ 9 อยู่กันเป็นชุมชนมนุษย์อยู่อย่างนี้อยู่อย่างมีสาธารณโภคี ลาภที่ได้โดยธรรมก็เอามาเข้าส่วนกลาง ไม่ต้องยึดเป็นเราเป็นของเราแบ่งกันกินแบ่งกันใช้แจกไปแล้วก็เป็นคนที่ศึกษาตนเองแล้ว เลี้ยงง่าย สุภระ สบาย สั่งสอนอบรมพากเพียรอยู่ด้วยกันทำให้เจริญได้ง่ายสุโปสะ ง่ายสบาย ไม่ต้องแย่งชิงอะไรกัน ต่างคนต่างไม่ต้องมีอะไรมาก พออาศัยเป็นบริหารปัจจัย 4 ก็มีอยู่มีกิน บริการก็ใช้ผู้ที่จำเป็นต้องใช้ก็ใช้อย่างพอดีไม่เดือดร้อน มีเท่าไหร่ก็ใช้เท่านั้น มันเป็นการพิสูจน์ที่เยี่ยมยอดว่ามนุษย์เราได้คุณธรรมคุณวิเศษนี้แล้ว โอ้โห สบาย สบายจริงๆ

จะแก้ปัญหาที่เขาเรียกร้องกันในสังคมโลกจะแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ผู้ที่บรรลุธรรมพระพุทธเจ้าดังที่พูดมาแล้วมีวรรณะ 9 อยู่กันอย่างสาราณียธรรม 6 ปัญหาเศรษฐกิจก็หมดเลยไม่ต้องแก้ต่อ จบ และsustainable ยั่งยืนด้วย แก้ตก แล้วยั่งยืนถาวรด้วยไม่ต้องแก้แล้วแก้อีกไม่เป็นระบบเลย ทั้งโลกก็ต้องการแก้ปัญหาเศรษฐกิจให้กับสังคม แต่ทฤษฎีของพระพุทธเจ้าเขาไม่ได้เรียน แม้แต่ในประเทศไทยเป็นเมืองพุทธก็ไม่มีความรู้อันนี้ ขออภัยที่พูดตรง ไม่มี เถรสมาคม หรือกระแสหลัก ไม่มีความรู้เรื่องนี้จึงไม่ได้สอนไม่ได้บอกลูกศิษย์ลูกหา

ลูกศิษย์ลูกหาที่ขึ้นไปบริหารประเทศจัดการปกครองดูแลประเทศก็เลยไม่มีความรู้อันนี้ไปสอนสังคม อาตมาไม่ได้ทำหน้าที่บริหารสังคมประเทศ ไม่ได้มีหน้าที่ไม่ได้เป็นข้าราชการไม่มีตำแหน่งยศศักดิ์อะไร แต่อาตมาทำหน้าที่พลเมือง ก็บริหารผู้ที่สนใจ ใคร่ศึกษาว่า จะมีระบบระบอบอะไรที่เยี่ยมยอดระบบระบอบโลกุตระที่เยี่ยมยอดของพระพุทธเจ้านี่แหละเป็นอารยธรรม อาตมาก็เอามาประกาศอธิบายเผยแพร่ พวกคุณชาวอโศกได้รับ โอ้ อันนี้ใช่ก็มาศึกษาแล้วมาประพฤติปฏิบัติ มาให้อาตมาบรรยาย มาให้อาตมาสอน มาให้อาตมาทำความเข้าใจให้แล้วเข้าใจเอาไปปฏิบัติจนบรรลุธรรม แล้วก็มาอยู่รวมกัน ตามธรรมชาติของน้ำไหลไปหาน้ำ น้ำมันไหลไปหาน้ำมัน เกิดสังคมกลุ่มชุมชนชาวอโศก เป็นชุมชนกระจัดกระจายอยู่ร่วมกันในประเทศไทย แล้วก็มีวัฒนธรรมมีการดำรงชีวิตดำเนินไปเป็นสุคโต อย่างที่เป็นนี่ละ่คือสุคโต ผู้ที่ไปดีแล้วสุคติ

นี่แหละคือผู้ที่มีสุคติไม่ใช่ทุคติ ไม่ใช่ไปอย่างทุรกันดารแต่ไปอย่างสุคติ 

ความรู้โลกุตระต้องได้รับจากสัตบุรุษเท่านั้น

_สู่แดนธรรม…ถ้าเถรสมาคม อยากจะทำอย่างนี้บ้างแต่สังคมของท่านไม่มีพระอรหันต์ไม่มีผู้บรรลุธรรมจะทำอย่างไร

พ่อครูว่า..ต้องมาศึกษากับอาตมา เพราะปัญญาที่จะเกิดได้ในปัญญา 8 ด้านพระพุทธเจ้าตรัสไว้ชัดเจนว่า ผู้ที่จะเกิดปัญญารู้เองนั้นต้องได้รับฟังจากพระโอษฐ์ของพระพุทธเจ้า 1 และ 2 ได้ฟังจากสัตบุรุษหรือผู้ที่อยู่ในฐานะครูที่สัมมาทิฏฐิแล้ว รู้เองไม่ได้ ธรรมะของพระพุทธเจ้าเป็นโลกุตระธรรมคนที่รู้เองได้คือคนที่มีแล้วเป็น สยังอภิญญา เป็นอย่างน้อย 

สยังอภิญญา คือ หมายความว่ารู้มาข้ามชาติ ถ้ามาในชาตินี้ยังไม่มีความ สยังอภิญญา คุณก็ต้องมาฟัง สยังอภิญญา คนอื่น คิดเองรู้เองขึ้นมาไม่ได้คุณต้องได้ฟังจากผู้ที่ได้ฟังจากพระโอษฐ์พระพุทธเจ้ามาแล้ว หรือได้มาเป็นสิ่งที่เป็นอนุสัยติดตัวมาแล้ว อย่างเช่นอาตมานี้ คุณต้องไปฟังจากอาตมา เพราะฉะนั้นตรงนี้แหละเป็นประเด็น 

ผู้ที่ยังไม่รู้ยากจะรู้ธรรมะจากเถรสมาคมศึกษามามากมายแต่ไม่เป็นโลกุตระ อาตมามาเอามาประกาศเป็นโลกุตระเป็นโพธิสัตว์เป็นผู้ที่ตรัสรู้  บอกว่าเป็นอรหันต์เป็นโพธิสัตว์ แต่เขาไม่เชื่อ เขาก็ไม่มีปรโตโฆษะจากอาตมา เขาก็ทำใจในใจมีการทำใจในใจมนสิการตามที่เขามีภูมิทิฐิของเขา เขาก็ไม่เปลี่ยนไม่แก้เขาก็เป็นอย่างนั้น  เช่น นั่งหลับตาปฏิบัติ ฌานก็ดี สมาธิก็ดี ไม่ได้ทำจรณะ 15 วิชา 8 บุญก็ดี กายก็ดี เขาเข้าใจนอกรีต 

_สู่แดนธรรม… ถ้าแม้ท่านทางเถรสมาคมบรรลุอรหันต์ในทางส่วนตัวแต่ไม่สามารถสอนให้ลูกศิษย์บรรลุตามได้ก็ไม่สามารถสร้างสังคมสาธารณโภคีได้ 

พ่อครูว่า…แน่นอน คนเดียวจะเป็นสาธารณโภคีได้อย่างไรต้องเป็นสังคมกลุ่มหมู่สาธารณโภคี มีรูปธรรมพอสมควรดูออก ถ้าเป็นอยู่เพียง 5 คน 10 คนก็ดูไม่ออก ต้องมีประมาณอย่างนี้พอดูได้ซึ่งก็ไม่ใหญ่เลยชาวอโศกแต่พอดูได้แล้ว พอเห็นรูปร่างมีรูปธรรมว่าสาธารณโภคีเป็นอย่างนี้สาราณียธรรม 6 เป็นอย่างไร มีวรรณะ 9 เป็นอย่างไรอะไรอย่างนี้ก็ศึกษาได้ เราอ้างอิงคำสอนพระพุทธเจ้ามาให้ฟังได้ 

ทุกวันนี้อาตมาว่าดีขึ้นเยอะ คือผู้ที่ไม่เชื่ออาตมาจริงๆแต่ท่านก็ใฝ่รู้ใฝ่ศึกษา มาดูว่า ที่เราเคยยึดถือเข้าใจแล้วมาเปรียบเทียบกันกับที่อาตมาอธิบายกับที่ท่านเข้าใจมาแล้ว แล้วท่านก็ยึดถือเป็นไปอย่างนั้น เช่นไปนั่งหลับตาสมาธิอย่างนี้เป็นต้นหรือไปปฏิบัติอย่างที่ประพฤติกันอยู่อย่างแนวเถรสมาคม ทั้งพระบ้านพระป่าปฏิบัติการ เปรียบเทียบกันแล้ว มันจะมีรูปธรรมองค์รวม ชาวอโศกเขาก็ดูดี หากมีปฏิภาณปัญญาสามัญสำนึกก็จะรู้ได้ จะรู้ 

_อภิชาติ พลาเกตุ : ยึดอำนาจมาเพื่อความปรองดองมิใช่เหรอ  เหตุใดจึงสืบทอดอำนาจ

ราชธานีอโศกพาให้ประเทศไทยเจริญ

_Gu Dong Zaa (กู ด็อง ซ่า) : ราชธานีอโศกทำประเทศฉิบหายมาจนทุกวันนี้

พ่อครูว่า…ราชธานีอโศกก็เป็นสถานที่มีบุคคล มีอาหาร มีธรรมะ มีสถานที่มีสัปปายะ 4 ประพฤติตนมีวัฒนธรรมมีการดำเนินชีวิต แล้วคุณคนนี้บอกว่า ราชธานีอโศก ทำประเทศฉิบหาย อาตมาว่า คุณนี่ ควรจะศึกษา ศึกษาความรู้ทางโลกก็ตาม พาประเทศชิบหายคือใครแล้วคำว่าพาให้ประเทศฉิบหายคือทำอย่างไร ถ้าไม่รู้จะบอกตัวอย่าง อย่างนายทักษิณ ชินวัตร เป็นต้น เป็นคนทำให้ประเทศไทยชิบหาย หรือยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นต้น และอีกหลายคนที่เป็นนักการเมืองบริหารประเทศที่ผ่านมา มีอำนาจมีตำแหน่งหน้าที่ แล้วทำให้ประเทศฉิบหาย อาตมาเป็นประชาชน เป็นผู้นำของชาวอโศก พาชาวอโศกศึกษาประพฤติธรรมให้ได้มีกายกรรม วจีกรรม มโนกรรม ตามคำสอนของพระพุทธเจ้า แล้วก็ประพฤติตนอยู่ในประเทศ ไม่ได้ไปบริหารประเทศ ไม่ได้ไปปกครองประเทศ ชาวอโศกส่วนใหญ่ แม้แต่ชาวอโศกรับราชการก็ลาออกจากราชการมาเป็นชาวอโศกเต็มตัว อยู่กับหมู่กลุ่มสาธารณโภคี ไม่มีเงินเดือน ไม่มีรายได้ แล้วก็ทำอย่างที่เข้าใจ แล้วก็ดำเนินชีวิตอยู่ในประเทศ คือ ขอยืนยันว่าชาวอโศกไม่ได้พาประเทศฉิบหาย แต่ชาวอโศกพาประเทศ ให้เจริญทางเศรษฐกิจ เจริญทางรัฐศาสตร์ เจริญทางการเมือง เจริญทางสังคม เจริญอย่างไร 

เศรษฐกิจเจริญ อันนี้แหละไม่ง่าย ด็อกเตอร์ทางเศรษฐศาสตร์ก็ยังเข้าใจยาก เศรษฐกิจ เขานิยามกันสั้นๆอย่างสังเขปว่า เศรษฐกิจเจริญเศรษฐกิจดีคือ ผู้ที่รู้จักทรัพยากรที่มีกินมีใช้อยู่ในสังคม แล้วก็จัดการกับทรัพยากรที่มีกินมีใช้ในสังคมให้เฉลี่ยกันให้ทั่วถึง ให้อยู่เย็นเป็นสุขกัน แม้แต่ผู้ที่ด้อยทางสมรรถภาพ   ด้อยทั้งความรู้ ขอให้มีกินมีใช้ตามฐานานุฐานะ ผู้ที่มีความรู้ความสามารถฐานะดีหน่อยก็ดีหน่อย แต่อย่าเอาเปรียบเอารัดกันเกินไปอย่าข่มเบ่งอย่าทำร้ายกันเกินไป นี่คือการนิยามเศรษฐกิจดีที่ยาวไปหน่อยแต่ก็คงพอจะเข้าใจ

ทีนี้ ชาวอโศกเข้าใจความเป็นเศรษฐกิจดี ในหลวงรัชกาลที่ 9 ท่านตรัสบอกว่า ถ้าจะปกครองบริหารประเทศ หลักเศรษฐกิจ จะทำเศรษฐกิจแบบไหน ท่านก็ตรัสว่า “แบบคนจน”

นักเศรษฐศาสตร์ได้ยินแล้วท่านก็ตรัส ใช่ไหม พระราชดํารัสเอามาเปิดอยู่ทุกวัน พวกนักเศรษฐกิจได้ยินแล้วก็จะบอกว่า ไม่ใช่ พูดอย่างนั้นอะไรไม่ถูกหรอก แต่มันก็เป็นอย่างนั้นท่านก็ว่า ต้องเอาแบบคนจน… ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องเล่นลิ้นไม่ใช่เรื่องพูดปากเปล่า ไม่ใช่เรื่องพูดเท่ๆโก้ๆ มันเป็นเรื่องจริงต้องเอาแบบคนจน

คนจนคืออะไร คนจนคือคนมักน้อย มีปฏิภาณปัญญา สมัครใจมาเป็นคนจนตั้งใจมาเป็นคนจน ไม่ได้มาเป็นคนจนเพราะเสียรู้หรือไม่สามารถที่จะไปรวยได้จึงต้องจน ไม่ใช่

จะรวยก็ได้จะมีมากก็ได้ แต่สมัครใจจะเป็นคนมีน้อย น้อย จนกระทั่งถึงอยู่ในสังคมนี้ ตัวเองอยู่ในฐานสูง ไม่ต้องไปสะสมสมบัติส่วนตัวแล้ว มีพออาศัย มีพอมีใช้อาศัย มีบริขาร ที่ตัวเองจะต้องใช้นอกนั้นก็แบ่งแจกไปไม่ยึดถือเป็นเราเป็นของเรชซึ่งอาตมาพูดแล้วก็ภูมิใจที่ชาวอโศกปฏิบัติประพฤติได้ตามคำสอนพระพุทธเจ้า อย่างนี้เรียกว่าเศรษฐศาสตร์เจริญสูงสุด พูดได้ว่าอย่างชาวอโศกนี้แหละเป็นคนจน สำเร็จแล้วด้วยเป็นคนจนสำเร็จ ซึ่งเป็นเศรษฐศานสตร์เศรษฐกิจที่ดีที่สุดเพราะไม่เบียดเบียนสังคม ไม่เป็นภาระรัฐบาลไม่เป็นภาระสังคมไม่เบียดเบียนมีแต่ช่วยสังคม เกื้อกูลสังคม มีส่วนเหลือส่วนเกินให้แก่สังคมตัวเราก็กินพอเพียงใช้พอเพียงพอกินพอใช้อยู่ในชีวิต  สบาย มีเท่านี้กินเท่านี้  เหลือกินด้วย อุดมสมบูรณ์กินจนท้องจะแตกในแต่ละวัน  หากใครตะกละตะกลามกลัวจะไม่พอกิน ทุกคนมาก็เลยกินเยอะ พอเอาไปเอามา ก็จะรู้ว่าไม่ต้องไปเห็นไปกินอะไรมากมายมันเต็มท้องแล้ว ต่อมาก็จะกินลดลง ที่นี่ไม่อดอยากหรอก มันเหลือเฟือ นี่คือการมีเศรษฐศาสตร์หรือมีเศรษฐกิจเจริญสมบูรณ์แบบ ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์หรือนักบริหารปกครอง ก็ยังไปหลงทฤษฎีของทุนนิยม ของนักล่าลาภยศสรรเสริญโลกียสุข อย่างไม่รู้จักจบสิ้นไม่เสร็จ กำไรต้องสูงสุด Maximize profit ซึ่งเป็นคนใจไม่พอ 

เพราะฉะนั้นในหลวงรัชกาลที่ 9 จึงให้มาพอแค่นี้รู้จักเพียงรู้จักพอ อย่าไปไม่มีขีดคั่นมันเป็นความทุกข์แล้วมันก็อยู่ในสังคมไม่เจริญ ต้องเอาอันนี้ก็ยากที่จะเข้าใจแม้แต่นักเศรษฐศาสตร์นักบริหารนักปกครอง ก็ยากที่จะเข้าใจความเป็นจริงอันนี้ เพราะอะไร ที่ต้องมาพูดนี้ เพราะตัวเองก็ไม่ได้ทำตนเป็นคนพอเพียงหรือมาสู่ความเป็นคนจนอย่างที่ในหลวงตรัส เป็นผู้บริหารบ้านเมือง ตัวเองก่อนจะไปบริหารก็รวย พอไปบริหารแล้วชัดเจนในคำตอบของพระพุทธเจ้า แล้วขอพูดน่าจะทำตามคำสอนพ่อ เรียกในหลวงเป็นพ่ออย่างสนิทสนม แต่ไม่ได้ทำตามก็รวยกันอยู่อย่างนั้น ต้องจนลงมาจนให้เห็นชัดๆเลย มาเป็นคนจนเท่าเทียมกับชาวอโศกที่เป็นนี้ คนคนนั้นจะประเสริฐจะวิเศษเลย จะอยู่ในสังคมอย่างดี 

มีนายกรัฐมนตรีประธานาธิบดีอุรุกวัย ทำตัวเองเป็นคนจน มีอะไรใช้สอยตามที่รัฐบาลให้ ใช้รถโฟล์คเต่าเก่าๆ บ้านช่องที่อยู่ที่พักเขาก็มีให้ตามตำแหน่งประธานาธิบดี แล้วเขาก็อยู่อย่างมักน้อยสันโดษ ได้รับความนิยมชมชอบทั่วโลกเลยนะ ก็พอจะมีปฏิภาณรู้กันทั่วโลกแต่ไม่ทำ ถ้าจะบอกว่าทำเป็นดราม่า จะมาทำเป็นคนได้รับค่านิยม เป็นคนจนแล้วทำทีเป็นคนจนก็ช่างมันเถอะ ใครจะว่าอย่างไรก็ช่างมันเถอะถ้าเรายิ่งจริงใจแล้วก็มาทำอย่างนี้จริงๆใครจะว่าก็ช่างปะไร แล้วเราก็ทำงานรับใช้ประเทศชาติ อย่างชาวอโศกเราอาตมาภาคภูมิใจ ไม่ไปแย่งชิงกับสังคมเขาพออยู่พอกินอะไรลดได้ก็ลดไป ใครลดยังไม่ได้ก็พยายามลดลงไปไม่ต้องไปตะกละมากมายอะไร  คนเรามันมีวาสนาบารมีมีวิบาก เพราะฉะนั้นบางคนก็เอา ต้องไปทรมานใช้วิบากคือจะต้องไปรวย 

พวกเรารู้แล้วล่ะแต่ยังจนไม่ลง มันมีวิบากต้องไปทรมานทรกรรมต้องรวย รู้นะรู้แล้ว เดี๋ยวก็ถูกว่าเดี๋ยวก็ถูกกระแนะกระแหน พวกเราพูด บางทีก็มองด้วยสายตา รู้สึก เขาจะรู้สึก คนจะรู้สึกได้เพราะเป็นคนมีหิริโอตตัปปะเป็นคนมีสัทธรรม 7 

คนที่มีศรัทธา หิริ โอตตัปปะ พหูสูต แล้วก็มีวิริยะ สติ ปัญญา แล้วก็มีความเพียรมีสติสัมปชัญญะปรับตัวเอง ให้เข้าสู่ความเป็นพื้นฐานของคนที่เป็นพื้นฐานเสมอสมานกันอย่างชาวอโศก ชาวมนุษย์ที่เขามีพฤติกรรมอยู่อย่างนี้ ตัวเองยังจะมีความรวยมีมากมีหรูหราอยู่ พอเข้ามาในกลุ่มนี้จะมีหิริ นี่คือคนมีสัทธรรม7 ในจรณะ 15 

แต่ถ้าคนที่ไม่มีคุณธรรมพวกนี้จะไม่รู้สึกรู้สาอะไร เข้ามาในนี้ ดีไม่ดี ไม่ใช่ละอาย แต่จะรู้สึกข่ม พวกนี้ไม่มีกินมีใช้น่าสงสารนะ เชิงข่ม ดีไม่ดี เอาให้ไปใช้หน่อยให้คนนั้นคนนี้ทำทีเป็นใจดี ทำทีเป็นเกื้อกูลช่วยเหลือ แต่ก็ดีนะ ที่จริงก็ดี แต่ยังไม่รู้สึกเป็นหิริโอตตัปปะว่า ที่จริง เราไปลดเถอะแล้วให้เท่าๆกับเขาไม่ใช่ให้เขาพออาศัยพอกิน ใครที่อยากได้ก็เจ็บใครเจ็บมันแต่ส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยอยากได้อะไรหรอก 

พูดมานี้ก็ให้ตัวเองว่าใครอยู่ในฐานในอย่างที่ตัวเองเป็น อาตมาอธิบายธรรมะนะตามหลัก ทฤษฎีจรณะ 15 ของพระพุทธเจ้า 

คุณ Gu dong sa ที่บอกว่าราชธานีทำให้ประเทศคุณฉิบหายนั้น คุณให้ลืมตามาดูธรรมะความจริงมาศึกษาความจริง ที่บอกว่าราชธานีอโศกทำให้ประเทศฉิบหายมันผิดคนละขั้ว ที่จริงแล้วทำให้ประเทศเจริญ ถ้าเอาตามราชธานีอโศก ประเทศชาติจะเจริญ คุณยังงมงายอยู่อีกมากต่อมาก ขออภัยต้องพูดความจริงตรงคุณยังงมงายอยู่อีกเยอะ ไม่เข้าใจหรอกว่าราชธานีอโศกเป็นอริยะประเทศเป็นประเทศเจริญแล้ว ขออภัย เป็นอะไรวะสังคมเป็นอริยะชุมชนแล้วเจริญ ไม่ได้เป็นภาระแก่สังคมประเทศชาติแม้แต่อยู่ในจังหวัดนี้ จังหวัดอุบลไม่ต้องห่วงราชธานีเลย มีแต่ราชธานีจะให้ช่วยเหลืออะไรก็บอกมา สังคม จังหวัด อำเภอ หรือหมู่บ้านเท่าที่พอเป็นไปได้ ก็ไม่ได้ไปอวดดีอวดใหญ่ไปอ้าขาผวาปีกจะไปช่วยคนนั้นคนนี้เกินไป เราก็พร้อมอุดมสมบูรณ์ มีพอเป็นไปเพื่อกูลกันได้ ไม่ใช่เป็นเศรษฐีที่จะมานั่งแจกทีเดียวหรอก 

_สู่แดนธรรม…ตอนนี้เท่าที่เช็คลูกๆตามบวรต่างๆก็น่าจะมีตามคิวตามนี่นะครับ สันติอโศก ปฐมอโศก ศาลีอโศก ลานนาอโศก และแพทย์วิถีธรรม

นิมนต์จิบน้ำ

รากฐานของประเทศไทยคือโลกุตระอันทำลายไม่ได้ง่ายๆ

_สันติอโศก..คุณแซมดิน เลิศบุศย์…อยากจะกราบเรียนถามพ่อท่านว่า เท่าที่สังเกตมา ดูเหมือนพ่อท่านจะไม่ค่อยให้ค่าให้ราคา กับกลุ่มราษฎร เนื่องจากเหตุใดครับ เหตุเพราะว่า เขากระทำแบบหยาบ กระทำแบบหมิ่น หรือทั้งคำ หรือโปสเตอร์ที่หยาบคาย หรือกิริยาวาจาไม่สุภาพดูหมิ่นดูแคลนผู้อื่น หรือว่า เป็นเพราะสถาบันกษัตริย์ ได้มีคุณงามความดีได้ทำมานาน นานมาก จนกระทั่งเห็นว่า กลุ่มคนที่มีอยู่แค่นี้ ไม่สามารถที่จะทำอะไรให้กระเทือนได้เลยเนื่องจากว่า ประชาชนส่วนใหญ่นี้ อย่างไรก็ยังเห็นดีเห็นงามกับการที่จะปกป้องหรือคุ้มครองหรือว่าดูแลหรือว่าเห็นว่า พระมหากษัตริย์นี้ยังมีคุณค่าอย่างมหาศาล สำหรับการปกครองในประเทศไทย หรือเป็นเพราะเหตุใดครับพ่อท่าน 

พ่อครูว่า…อันแรก ประเด็นแรกคือทำไมอาตมาไม่ให้ค่าพวกนี้ ที่เขาเย้วๆ อาตมาให้ค่าเขา แต่ให้ค่า -99 เปอร์เซ็นต์ ไม่ใช่ไม่ให้ค่า เพราะอะไร เพราะว่าเขาไม่รู้จัก ไม่รู้จักหลายประการ 1.ไม่รู้จักว่าประเทศที่เขาอยู่นี่คือประเทศไทย 2. ประเทศไทยมีรากของประเทศคืออะไร เขาไม่รู้จักเลย นอกจากไม่รู้จักแล้ว 3. เขาจะเปลี่ยนแปลงประเทศไทยถอนรากถอนโคนความเป็นประเทศไทยไปเป็นแบบที่เขาเองเขาศรัทธาเลื่อมใส เอาแค่ 3 ประเด็นนี้ 3 เหตุผลนี้ ก็ -99% ยังน้อยไป แล้วเขาก็ทำจริงๆด้วย ตามที่เขาเข้าใจก็เห็นว่าเป็นอย่างนั้น มันจึงเป็นคนเข้ามาไม่ควรจะเป็นคนไทย ถือว่าเป็นขบถยิ่งกว่าขบถ อยู่ในเมืองไทย เพราะฉะนั้นเขาไม่ใช่คนไทยไม่ใช่สัญชาติไทย แต่มาเกิดเป็นคนไทยมันก็มีเชื้อชาติที่ปฏิเสธไม่ได้เท่านั้นแหละ จะถือว่าเป็นคน ภาษาที่สวยที่สุดเรียกว่าเป็นคนนอกคอก เป็นลูกนอกไส้ 

มันเป็นเรื่องที่ไม่สมเหมาะสมควรเลย คุณบอกว่าไม่ให้ค่า อาตมาให้ค่าติดลบอย่างที่ว่านี้ เพราะฉะนั้นจึงไม่ได้อยากจะให้เกิดในพฤติกรรมใดๆที่มีอยู่ในปัจจุบันที่เขาปฏิบัติ แล้วยังมีหางเลข และเขาก็พยายาม พยายามจะ โปรประกันด้า พยายามหาเสียงที่จะสร้างทุกอย่างเลยทั้งลงทุนลงแรงโฆษณาต่างๆครอบงำทุกอย่างเลย ใช้กระแสทางเครื่องมือเครื่องไม้สมัยใหม่ ขยันทำ พยายามเสียสละทั้งทุนร้อนแรงงานทั้งกินทั้งอยู่ เวลา ทำ เพื่อจะเปลี่ยนแปลงถอนรากถอนโคน ทางวัฒนธรรมทางรากเหง้าของชาติประเทศไทยเปลี่ยนไปเป็นตามที่เขาต้องการ ซึ่งอาตมาบอกว่า 

คนที่ไม่มีความรู้แบบนี้ อยู่ที่ไหนก็ลำบากที่นั่น ประเทศไทยนี่เกิดก่อนประเทศอเมริกา ส่วนฝรั่งเศสเท่าไหร่ อเมริกานี้แน่นอน 300 กว่าปี 

เพราะฉะนั้นการลงหลักปักเชื้อชาติลงไปนั้นอเมริกานี้ยังน้อยกว่า ไทยเก่าแก่กว่าอเมริกามาก และก็ยังดำเนินชีวิตอยู่ แม้แต่เขาจะเรียกว่าประชาธิปไตยอย่างอเมริกา และคนเขาเข้าใจว่า ประชาธิปไตยขาเดียว เป็นประชาธิปไตยที่แท้จริงกว่า ซึ่งอาตมาบอกว่าเป็นประชาธิปไตยขาหักขาเป๋ มีแต่การเลือกตั้ง มีแต่ประธานาธิบดีมันเป็นเรื่องมุกเป็นเรื่องอุปโลกน์ มุกของโลกนะ จับใครเชิดขึ้นมาเป็นตัวนำประเทศ เป็นครั้งคราวมา ซึ่งมันไม่มีรากเหง้าไม่มีกฎมณเฑียรบาลไม่มีการสืบสันตติวงศ์ จะว่าไปแล้วเกาหลีเหนือยังดีกว่า เพราะว่าเกาหลีเหนือยังมีการสืบสันตติวงศ์แม้จะยังไม่ยาวนานก็ตาม แต่อันนี้ไม่มีที่มาที่ไปเลยพยายามสร้างให้คนมาเตรียมตัวสร้างค่ายกลมาเพื่อที่จะมาเลือกตั้งเพื่อให้ได้เป็นใหญ่เป็นประธานาธิบดี ไม่รู้จักหัวนอนปลายตีนมาจากไหน ไม่รู้ ซึ่งมันไม่มีที่ไปที่มาไม่มีรากเหง้าไม่มี Root มันเป็นของมักง่ายฉาบฉวย ใช้แทคติกอำนาจบาตรใหญ่โครงสร้างค่ายกลต่างๆนานา แล้วก็ได้ บางคนก็ทำมานานอย่างเช่น จอร์จ บุช มีทั้งพ่อทั้งลูกเป็นประธานาธิบดีก็สร้างรากฐานมา ซึ่งเป็นการลอกเลียนสันตติวงศ์ แต่จริงๆแล้วเขาต้องรู้จักว่าอย่างนั้นแหละมันมีรากฐานกว่า แต่เข้าใจแค่นี้ไม่ได้ ไม่มีที่ไปที่มาไม่มีหลักฐาน 

ที่นี้ของศาสนาพุทธเมืองไทยเป็นศาสนาพุทธ รากฐานของผู้ที่เป็นกษัตริย์ ข้ามชาตินะ อย่างราชวงศ์จักรี มา 200กว่าปีเกือบ 300 ปี อายุยาวกว่าอเมริกา แล้วยังมีราชวงศ์ก่อนหน้านั้นอีกหลายราชวงศ์ตั้งแต่สร้างประเทศไทยมา เกือบ 1,000 ปี ก็มีการสืบสันตติวงศ์มาทั้งนั้น แม้จะเป็นแต่ละวงศ์ เหมือนหนังจีนไม่รู้กี่วงศ์ต่อกี่วงศ์ อย่างจีนเขามีฮ่องเต้ไม่รู้กี่วงศ์ แต่จีนมันหลายพันปีมีประวัติศาสตร์นานกว่า

เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องของประวัติศาสตร์จริงๆ แล้วก็เป็นประวัติศาสตร์ข้ามชาติไปเลย อย่างผู้ที่ศึกษาพุทธศาสนาอย่างอาตมา อาตมารู้ประวัติศาสตร์ข้ามชาติ แต่อาตมาไม่มาพูดมากเพราะพูดแล้วมันไม่มีใครรู้ด้วย พูดไปเหมือนคนบ้าก็ไม่เข้าท่า ต้องพูดความจริงออกไปที่พูดได้ 

เอาอย่างนี้ก็ได้ อย่างอาตมา บริหารมนุษย์ชาติบริหารสังคมเหมือนกัน โดยภูมิธรรม เปิดความรู้ของอาตมาไม่มีใครแต่งตั้งแต่บริหารโดยธรรมชาติ บริหารโดยมีทฤษฎี เพราะฉะนั้นเกิดผู้ที่เข้าใจเหมือนพระพุทธเจ้าบริหารสังคมของพระองค์ ในยุคของพระองค์ พระพุทธเจ้าบริหารกลุ่มของพระองค์ มีทฤษฎีมีศีลมีหลักเกณฑ์มีข้อปฏิบัติประพฤติ มีธรรมนูญ จุลศีล มัชฌิมศีล มหาศีล หรือธรรมวินัยเป็นธรรมนูญของพระพุทธเจ้า เสร็จแล้วใครจะมาเข้ารีต มาปฏิบัติตาม ธรรมนูญของพระพุทธเจ้า ยุคนั้น เป็นยุคสมบูรณาญาสิทธิราชย์ เป็นยุคทาส ในทวีปอินเดียพระพุทธเจ้าไปไหน พระเจ้าแผ่นดินของแต่ละแคว้นแต่ละรัฐของอินเดีย แคว้นใหญ่ที่สุดคือแคว้นโกศล แคว้นมคธ 2 แคว้นใหญ่ของยุค ยกให้พระพุทธเจ้าหมดเลย ถึงขั้นบอกว่าให้พระพุทธเจ้าบริหารอยู่ด้วยกันเนี่ยแหละ เราจะแบ่งแผ่นดินให้ครึ่งหนึ่งพระเจ้ามคธบอกเลย พระพุทธเจ้าบอกเลยว่าไม่เอา ไม่ยึดมั่นถือมั่นจับจองเป็นเจ้าของแผ่นดินไปของท่านเป็นรัฐอิสระ ที่พระเจ้าแผ่นดินในแว่นแคว้นตอนนั้นให้สิทธิท่านทั้งหมด ใครจะมาเข้ารีตยกให้เลย 

อย่างที่มีพระพุทธเจ้าทรงถามพระเจ้าอชาตศัตรู ว่าถ้าเผื่อว่าคนของพระองค์จะมาอยู่กับเรา เป็นคนที่รับใช้ท่านอย่างดีอย่างคล่องแคล่วเลยตื่นก่อนนอนทีหลัง แต่สมัครใจจะมาบวชมาอยู่กับเรา พระองค์จะมาเอาคืนไปไหม พระเจ้าอชาตศัตรูก็เลยบอกว่าไม่หรอกพระเจ้าข้ามีแต่จะสนับสนุนส่งเสริม ยกย่องว่าเป็นคนที่ต้องกราบไหว้ด้วย นี่มันเป็นสัจจะที่ซับซ้อนที่สุดยอดเลย 

อาตมาเอาธรรมะตามที่พระพุทธเจ้าสอนไว้เอามาให้พวกเราฟังเข้าใจแล้วปฏิบัติตาม จนได้มาได้มรรคผล มาเข้ารีตอโศก ตามที่โพธิรักษ์เชื่อว่าของพระพุทธเจ้าเป็นอย่างนี้เอามาอธิบายแล้วพวกนี้ก็มาเข้ารีตเป็นชาวอโศกตามที่อาตมาอธิบาย อยู่เป็นชาวอโศกที่มีพฤติกรรมมีธรรมนูญมีธรรมวินัยมีข้อปฏิบัติหลักเกณฑ์ปฏิบัติวิถีดำเนินชีวิต ตามที่พระพุทธเจ้าพาเป็นสำเร็จและด้วย จนทุกวันนี้อาตมาถึงบอกว่า จะหาว่าอาตมาหลงก็แล้วแต่ แต่อาตมาว่าไม่หลง มีแต่เห็นจริงว่า ชาวอโศกเป็นผู้ที่บรรลุผลสำเร็จของชีวิตแล้ว 1. มาเป็นคนจน หลายคนก็ตั้งใจมาจนแต่มันจนยังไม่สำเร็จไม่หมดเนื้อหมดตัวก็รู้ แต่ก็ได้ขนาดนี้ก็ดีก็สมัครใจอยู่แล้วหลายคนก็จะมาอย่างนี้จะเจริญให้ได้อย่างนี้จนหมดเนื้อหมดตัว ไม่หมดเนื้อหมดตัวตายไปก่อนก็ตายในนี้ในชาวอโศก หลายผู้หลายคนเข้าใจอย่างนั้นเลย ไม่ใช่พูดเล่นแต่พูดจริงๆเป็นอย่างนี้ 

มีใครเป็นอย่างที่อาตมาว่าอาตมาโมเมหรือไม่ …ยกมือ ไม่เหมือนอย่างที่ชาวโลกเขาคิดจึงไม่ปฏิปักษ์ไม่เป็นคู่แข่งกับชาวโลกเขา นี่คือคนที่อาตมามาช่วยสอนมาแนะนำช่วยให้มามีวิถีชีวิตอย่างนี้ดำเนินชีวิตอย่างนี้ ก็ไม่เป็นภาระต่อสังคม ไม่เป็นคู่ต่อสู้ของสังคมแล้ว แม้แต่ทางด้านเศรษฐกิจ ก็มีแต่จะช่วยเศรษฐกิจให้สังคมมีมากมีเกินมีเหลือเกื้อกูลผู้อื่นไป 

หลักเกณฑ์ 

  1. ไม่เป็นหนี้ 

  2. ขยันหมั่นเพียรช่วยตัวเองรอด 

  3. สร้างสรรค์ให้เหลือเกิน 

  4. แล้วแบ่งแจกผู้อื่น 

พูดมาไม่รู้กี่ทีแล้ว 4 หลักนี้ ชาวอโศกเราทำสำเร็จจึงไม่เป็นภาระประเทศไม่เป็นภาระสังคม มีแต่เป็นประโยชน์ต่อสังคม มีคนที่บอกหาว่าราชธานีอโศกทำประเทศฉิบหาย ให้คุณศึกษาให้ดี 

ว่า ถ้ามีพฤติกรรมมีวัฒนธรรมมีการดำเนินชีวิตอย่างชาวอโศกแล้ว ไม่ใช่จะทำให้ประเทศฉิบหาย มีแต่จะทำให้ประเทศเจริญเศรษฐกิจเจริญ ทีนี้มาลงลึกอีกที ว่า

เศรษฐกิจเจริญคืออย่างไร 

มาเป็นคนจน ทีนี้ ชาวอโศกภูมิใจมาเป็นคนจนอย่างนี้ก็สำเร็จผลขั้นหนึ่งแล้ว ชาวชุมชนคนไทยกลุ่มหนึ่งคือชาวอโศก มีกระจายอยู่ทั่วประเทศ มาดำเนินชีวิตเป็นคนจนสำเร็จได้ขั้นนี้ ตามที่ในหลวงตรัสตามแบบของพระพุทธเจ้า 

_สู่แดนธรรม…เป็นคนจนที่ไม่ธรรมดา เป็นคนจนอันมหัศจรรย์ 

พ่อครูว่า…เป็นเรื่องที่มหัศจรรย์เป็นเรื่องทวนกระแสเข้าใจยาก คัมภีรา (ลึกซึ้ง) ทุททัสสา (เห็นตามได้ยาก) ทุรนุโพธา (บรรลุรู้ตามได้ยาก) สันตา (สงบระงับอย่างสงบพิเศษ แม้จะวุ่นอยู่) . ปณีตา (สุขุมประณีตไปตามลำดับ ไม่ข้ามขั้น) อตักกาวจรา (คาดคะเนด้นเดามิได้) นิปุณา (ละเอียดลึกถึงขั้นนิพพาน) ปัณฑิตเวทนียา (รู้แจ้งได้เฉพาะผู้เป็นบัณฑิต บรรลุแท้จริงเท่านั้น)   (พตปฎ. เล่ม ๙  ข้อ ๓๔) มันเป็นเรื่องตามได้ยาก มันเป็นเรื่องที่ไม่คิดได้ง่ายๆ

มาศึกษาโลกุตระจะรู้ว่าพระมหากษัตริย์สำคัญต่อประเทศไทย

_แซมดิน เลิศบุศย์…อยากให้พ่อท่านประชาสัมพันธ์ วันที่ 4 ถึง 5 ธันวาคมนี้ ชาวอโศกจะไปจัดกิจกรรมร่วมกับประชาชนไทยที่รักสถาบัน อยากให้เชิญชวนวัยรุ่นวัยทำงาน อย่างน้อยก็เพื่อให้เห็นว่าก็มีวัยรุ่นจำนวนมากที่ยังสนับสนุนและเห็นด้วยกับการมีพระมหากษัตริย์ในประเทศไทย 

พ่อครูว่า…คุณพูดมาแล้ว ผู้ที่เปิดรายการนี้ดูอยู่ศิษย์เก่าก็ดีหรือศิษย์เก่าที่ดูแล้วอยากจะแชร์กันต่อไปถึงติดกับคนอื่นให้รู้ด้วยก็เอาอันนี้แหละ เปิดต่อไป ที่แซมดินพูดนี้แหละ อาตมาจำพลความทั้งหมดไม่ได้ 

สรุปก็คือ

ในเรื่องของการที่จะแสดงออกในฐานะที่เราเป็นคนไทย ประเทศไทยที่เป็นประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งอาตมาย้ำยืนยันมาไม่รู้ตั้งเท่าไหร่แล้วว่า ประเทศที่เป็นประชาธิปไตยต้องมีประมุขคือมีพระมหากษัตริย์ ถ้าประเทศเป็นประชาธิปไตยที่ไม่มีพระมหากษัตริย์มีแต่ประธานาธิบดีเป็นประมุขนั้น มันเป็นประชาธิปไตยพิการ 

คนมนุษยชาติเป็นสัตว์โลกเป็นจิตนิยาม มีจิตเป็นประธานมีความรู้สึก มีความโกรธความรักมีความสุขความทุกข์ มีความชอบความชัง มันเป็นธรรมชาติของคน มันจึงเกิดผลที่จะมีปฏิกิริยาต่อกันและกันถึงขั้นทำร้ายกัน เพราะฉะนั้นเราจึงพยายามศึกษาทฤษฎีสำคัญของพระพุทธเจ้าซึ่งเป็นผู้ที่ตรัสรู้ทฤษฎีสำเร็จแล้ว 

มาศึกษาธรรมะพระพุทธเจ้าแล้วจะไม่เกิดปฏิกิริยาที่จะทำร้ายกันแย้งกันเถียงกัน แต่จะเป็นคนที่มาอยู่ด้วยกันอย่างช่วยเหลือกัน แม้แต่คนที่จะคิดต่าง คนที่เขายังทำปฏิกิริยาอยู่ยังในเมืองไทยนี้ยังมีพวกที่ หลงผิดค้านแย้ง ทั้งๆที่ของไทยแบบไทยนี้ดีที่สุดแล้วยังไปหลงข้างนอกเขา คือ ไม่รู้จักรากไม่รู้จัก Root ของมนุษยชาติเขาก็เป็นอย่างนี้แหละ 

ถ้าเผื่อว่า เราไม่รู้จริงๆ ก็อย่างที่เขาเป็นเขาไม่รู้ว่า พฤติกรรมของประเทศชาติ โดยค่ารวมองค์รวมแล้ว มันดีหรือไม่ดี สรุปได้เลยว่า แม้แต่ค่าที่เป็นอยู่ตอนนี้ เช่นความเป็นอยู่ของสังคม การกินอยู่หลับนอน มีการแบ่งแจกด้วยระบบพฤติการณ์อย่างนี้ มันอยู่กันอย่างเดือดร้อนหรืออยู่กันอย่างสงบอุ่นดีพอสมควรแล้ว อาตมาว่า ประเทศไทยอยู่กันอย่างสงบอุ่นดีพอสมควร รายการต่างๆ สิ่งที่เสนอต่อสังคม สื่อสารต่างๆพยายามช่วยเหลือผู้ที่ด้อยผู้ที่ขาดแคลนผู้ที่ตกต่ำ จะเป็นรายการโทรทัศน์วิทยุสื่อสารแม้แต่ในสามัญสังคม ส่วนตัวก็มีทำกันอยู่ ยกตัวอย่าง บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ อย่างนี้เป็นต้น ก็พยายามกระจายไปสู่กัน ใครจะเข้าใจเขาผิดอย่างไรก็แล้วแต่เถอะ หรือแม้แต่จะทำอย่างนายนักวิ่ง ตูนบอดี้สแลม วิ่งได้รับบริจาคมาก็เอาไปให้แก่ส่วนรวมองค์กรกลางที่จะทำประโยชน์เพื่อแผ่ ช่วยเหลือเกื้อกูลส่วนกลางส่วนรวมของประเทศใด เขาก็ทำ อย่างนี้เป็นตัวอย่าง 

พฤติกรรมอย่างนี้มีพฤติกรรมต่างๆพวกนี้ มันมีอยู่ในสังคมประเทศ มันมีกันอย่างเพียงพอด้วย มันมีกันอย่างเหลือเฟือด้วย โดยเฉพาะในประเทศ ประเทศที่มีสาธารณโภคี ประเทศที่มีคนมีจิตชัดเจนเลยนะ เปลี่ยนปัญญาเลยมุ่งมั่นว่ามาเป็นคนจนมันดีจริงๆ ไม่ได้เข้าใจอย่างหลวมหลวม เผินๆนะมันเข้าใจอย่างชัดเลย เป็นแต่เพียงว่ากิเลสมันยังมีความเห็นแก่ได้เห็นแก่ตัวยังลดลงไม่ได้ถึงที่เท่านั้นเอง อย่างชาวอโศกเรา 

แล้วก็มีระบบ มีความเป็นไปได้ มีระบบมาเป็นคนจนเป็นชุมชนสังคมที่สาธารณโภคี ถ้าจะพูดถึงหลักรัฐศาสตร์ มันเป็นความสูงสุดเลยนะ อย่างชุมชนชาวอโศกที่รวมกันอยู่เป็นสังคมชาวอโศกอยู่ในนี้แล้วทำงานเสียภาษี100เปอร์เซ็นต์ คอมมิวนิสต์ก็สู้ไม่ได้ ประชาธิปไตยของชาติใดก็สู้ไม่ได้ แม้แต่ในประเทศไทยเอง รัฐบาลเองยังทำอย่างชาวอโศกไม่ได้ 

อาตมาไม่ได้มาบังคับให้มาเป็นอย่างนี้ ไม่ได้เอากฎหมายมาบังคับ คุณจะมาเป็นชาวอโศกว่าเป็นคนจนคุณมาด้วยใจเองเป็นอิสรเสรีภาพ 

ประเทศใดๆก็พยายามมาเป็นแบบนั้น ไม่ว่าจะคิบบุช อิโตเอน อาร์มิช แม้แต่ยูโทเปียเขาคิด ของพระพุทธเจ้าเป็นของจริง เกินกว่ายูโทเปียที่คิดเกินกว่า คิบบุช อิโตเอน อาร์มิชหรือสะมะเอินอุลดง เกินกว่าที่เขาคิดแล้วของเราเป็นจริงได้ด้วย ทฤษฎีก็เหนือชั้นกว่าแล้วและประพฤติได้จริงด้วย แล้วเมื่อมาประพฤติแล้ว สมาชิกของสาธารณโภคีนี้คับแค้นใจฝืนทุกข์ทรมานอัดอั้น หรือเปล่า…ไม่ กดข่มหรือเปล่า…ไม่ 

เขาได้แต่มองว่าทำไมมันเป็นได้หรือเปล่ามันแอคเอาหรือเปล่ามันฝืนอดทนหรือเปล่า ซึ่งมันไม่ได้ฝืนไม่ได้อดทนมันเป็นเรื่องสุดยอด ที่คุณเข้าใจว่าสุดโต่งนี่แหละ 

_สุ่แดนธรรม…ต้องทำอย่างเค้าสงสัยได้หรือเปล่าจึงจะทำให้ประเทศไทยเจริญ 

พ่อครูว่า…จริงๆแล้ว สาธารณโภคี ไม่ใช่ว่าทุกคนจะมาเป็นคนหมดเนื้อหมดตัวเลยอย่างนี้ทั้งหมด มันไม่หรอก แม้แต่ในชาวอโศกเอง มันก็มีเหน็บพกห่ออยู่พอสมควร หรือคนที่ยังมีในแบงค์อยู่เยอะก็ยังมีพอสมควรแต่คนเหล่านั้นคนเขาเข้าใจแล้วว่ามาเป็นอย่างนี้ได้ล่ะสูงสุดชัดเจนไม่ได้สงสัยแต่เขายังเป็นไม่ได้  ตามบารมีของเขา เขาไม่ได้จริงๆ แต่เขายอมรับเลย เขาถึงนับถือยกย่องให้ คนที่ทำได้ โดยสัจจะ 

_สู่แดนธรรม…ไม่ต้องมาเสมอภาค 

พ่อครูว่า…ความเสมอภาคไม่มีจริงในโลกมีแต่พวกฝรั่งเศสงมงายในความเสมอภาค ไม่มีอะไรเสมอภาค ของสองสิ่งไม่มีอะไรเท่ากันหรอกแม้แต่ปรมาณูฝาแฝดก็ยังไม่เท่ากัน 

มันมีเท่ากันอย่างเดียวก็คืออะไรอาริยสัจ 4 คือเป็น 0 อย่างเดียว ในจูฬวิยูหสูตร มีสูงสุดหนึ่งเดียวไม่มีสองคืออาริยสัจ 4 เป็นนิพพาน 0 เท่ากันหมด ผู้ที่เป็นอรหันต์เท่ากัน นั่นแหละเท่ากัน เท่ากันอยู่ที่อรหันต์นอกนั้นไม่มี 

นิมนต์พ่อครูจิบน้ำ

ระเบิดแห่งรักจะเกิดได้เฉพาะกับพระโพธิสัตว์

_ลานนาอโศก…ท่านอาจารย์หนึ่ง สมณะบินบน…วันนี้เมื่อ 3 ปีที่แล้วเป็นวันถวายพระเพลิงในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นวันประวัติศาสตร์ของประเทศไทยได้เห็นความพร้อมเพรียงความสามัคคีของคนไทย มีการตั้งโรงทานมากมาย เฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ไม่ต่ำกว่า 300 จุด เป็นปรากฏการณ์ bomb of love  อยากถามว่า ปรากฏการณ์ bomb of love สามารถมีได้ในคนธรรมดาหรือไม่ 

พ่อครูว่า…ไม่ได้หรอก คนธรรมดามีไม่ได้ อาตมาเคยพูดหลายทีแล้ว ประเทศไทยคนไทยเป็นคนมีภูมิปัญญา ความเจริญของคนไทยที่มองถึงคุณค่าของในหลวงรัชกาลที่ 9 ออก เพราะฉะนั้นเมื่อท่านสวรรคตลง ก็โอ้โห ความเห็นตรงกันอันเดียวกัน มันเป็นความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ถึงได้แสดงออกมาอย่างที่ปรากฏ ที่เราเรียกด้วยคำรวม เป็นคำของไอน์สไตน์ที่ได้พูดไว้ว่าเป็น bomb of love เป็นความรักองค์รวมของมนุษยชาติ โดยเฉพาะประชาชนคนไทย หลอมรวมความรักเข้ามาสู่จุดนี้แสดงออกถึงความเสียดายสิ่งที่สูญเสียไปอันนี้ ตรงกันยิ่งใหญ่เป็นความเสียดายอันยิ่งใหญ่ ที่ไม่มีที่อื่นใดทำได้ 

มันถูกต้องทั้งความเป็นจริงว่า แน่นอนในหลวงรัชกาลที่ 9 สูญเสียไป สวรรคต เป็นความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ที่ผู้มีภูมิปัญญาคือคนไทยทั้งประเทศแสดงองค์รวมกันออกมา แสดงออกถึงความเสียดายอย่างนี้เป็นต้น มันเป็นภูมิปัญญารู้จักคุณค่าของมนุษยชาติ ว่าในหลวงเป็นผู้ที่ทรงคุณค่าในความเป็นมนุษย์ชาติ ยิ่งใหญ่ขนาดไหน 

เพราะฉะนั้นถ้าคนไม่มีปัญญารู้ พูดให้ชัดก็คือพวกโง่งมงายดักดานจะไม่รู้จักคุณค่าอันนี้ อย่างที่มีอยู่นี้แม้แต่คนไทยบางคนซึ่งเป็นเรื่องส่วนน้อย เพราะฉะนั้นอาตมาถึงไม่กังวลหรอก การแสดงออก bomb of love  ที่คนไทยแสดงมาแล้ว คนพวกนี้ออกมาแสดงเย้วๆ จะมาล้มล้างโครงสร้างรากเหง้าของความเป็นสถาบันกษัตริย์ เขาโง่เกินกว่าที่อาตมาจะพูดว่า ไม่มีคนโง่ที่จะโง่เท่านี้แล้ว ไม่มีรากของความฉลาดเลย อาตมาก็เลยไม่รู้จะพูดอย่างไรกับคนเหล่านี้ ก็ต้องปล่อยให้เขางมงายงุ่มง่ามแสดงออกมา ตามที่เขาเป็น อาตมาถึงบอกว่าก็เขาก็ทำไป มันไปทำความ คลอนแคลน คนที่ผิวเผินจะมองแล้วรู้สึกว่าพวกนี้ออกแรงพยายามจะล้มล้างชักชวนอะไรต่ออะไร อาตมาว่า มันน่าจะมีคนสักคน หรือกลุ่มสักกลุ่ม ทำสถิติดูว่าพวกที่ออกมาชุมนุมพวกนี้เป็นหน้าเก่าๆ จริงๆจะมีประมาณถึง 10,000คนไหม ไม่ต้องไปเอาที่อื่นเอาในกรุงเทพฯที่ออกมาชุมนุมกัน คนในกรุงเทพฯ 10 ล้านคนมันถึง10,000คนไหม? แล้วเขามาเย้วๆ หน้าเก่าๆหน้าอื่นๆบ้างแซมๆมา แต่ส่วนใหญ่เป็นหน้าเก่าทั้งนั้น เย้วๆๆ อยู่อย่างนั้น 

มันต้องเป็น เพราะว่าเราจะไปห้ามให้คนในสังคมมนุษยชาติไม่ให้มีคนโง่ไม่ได้ มันห้ามไม่ได้ ห้ามไม่ได้ที่จะไม่ให้มีคนโง่ มันต้องมีคนโง่ก็ให้เขาแสดงออกสิ จะได้ยืนยันความจริงว่าคือพวกหน้าโง่แสดงไปเถอะ  ให้เขาแสดงออกสิจะเป็นไร มันเป็นธรรมชาติ เราไปบังคับให้เขาฉลาดไม่ได้นะ คุณจะไปบังคับอย่างไร จะไปติดคุกให้ตายยังไงมันก็ต้องเป็นอย่างนั้นไม่ได้ฉลาดขึ้นได้ เพราะมันเป็นความโง่ที่ฝังรากอนุสัยแล้ว มันเป็นเรื่องยากที่จะเปลี่ยนแปลง และเขาก็ต้องแสดงเขาก็ต้องเป็น พวกเราก็ต้องให้มันเป็นไปตามธรรมชาติ ธรรมชาติก็ต้องมีอย่างนี้ 

จริงๆมันเป็นลักษณะของประชาธิปไตย นี่ มันต้องมีฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล มันเป็นธรรมชาติของประชาธิปไตยมันไม่มีปัญหาอะไรทำไปเถอะ ไม่ต้องไปหวั่นไหวอะไรหรอก เป็นแต่เพียงว่า อย่าไปประมาทเขา อย่าไปข่มเขา อย่าไปทำให้เขาเจ็บปวดอะไร ซึ่งก็ปฏิบัติได้ดีแล้ว รัฐบาลนี้ก็พยายามปฏิบัติต่อเขาอย่างลูกหลานปฏิบัติอย่างดี เขาจะรู้สึกรู้สาในสิ่งเหล่านี้บ้างหรือไม่ก็ไม่รู้จะทำได้ดีแล้วมันสมเหมาะสมควรถูกต้องได้ดีมาก คนไม่รู้ก็จะบอกว่ารัฐบาลคุกคามประชาชน โธ่เอ๋ย เขาไปคุกคามอะไรใครคุกคามใคร พวกนั้นต่างหากที่คุกคามรัฐบาล แล้วไปห้ามรัฐบาลไม่ให้คุกคามประชาชน เขามีแต่ป้องกันตัว รัฐบาลแม้แต่ผู้ที่จะมาทำหน้าที่ เป็น รปภ.ของประเทศ เป็นตำรวจก็ตาม เป็นเจ้าหน้าที่ก็ตาม เป็นทหารก็ตาม เขาก็ทำหน้าที่ ไม่ให้ลำบากลำบนเขาป้องกันสังคม

_สู่แดนธรรม…มันเป็นเทคนิคว่าใครชิงพูดได้ก่อนใครพูดที่หลังก็แก้ตัว 

พ่อครูว่า…ไม่ใช่แค่การพูดเท่านั้น การแสดงออกด้วย การแสดงออกที่ร้ายแรงคนนั้นแพ้ คนที่เบาคือใครเบาใครแรง ดูให้ซับซ้อนลึกซึ้ง หาว่า ตำรวจทหารหรือผู้รักษาความสงบนี้ออกไปแสดงเขาก็ต้องป้องกันประชาชน แต่พวกที่ทำกัน ทำ ไม่ว่าใครต่อใคร เขาทำหมดไม่ว่าทหารตำรวจ แม้แต่ประชาชนเองก็ว่า เที่ยวไป ละลาบละล้วงจะบอกว่าคุกคามก็คุกคาม แล้วใช้ภาษาบอกว่าคุกคามประชาชน เห็นสาระสัจจะพฤติกรรมใช้ของใครกันแน่ ที่เป็นผู้คุกคาม แม้แต่คุกคามในตั้งแต่ภาษาคำพูดที่พูดกันอยู่อย่างนั้น เห่าบ๊องๆ คุกคามแล้ว หรือไปกดดัน คุกคามทั้งนั้น

พวกที่เขาไปป้องกันรักษาความสงบเขาไม่ได้เป็นผู้คุกคาม ใครไปคุกคามแท้ๆ จับจุดแท้เนื้อหาแท้ พฤติกรรมจริงของตัวแท้ให้ได้ ไม่อย่างนั้นก็ผิวเผินลวงหลอกอยู่อย่างนั้นแล้วก็ตู่กันไปตู่กันมาโทษกันไปโทษกันมา 

_Success & Growth (ซัคเซส แอนด์ โกรทธ์) : ม็อบความรู้ระดับ”ปริญญา” เขาคิดเองได้ พูดอังกฤษเก่งกว่านายกฯอีก สันติอโศกไม่ใช่หรือออกมาเป่านกหวีดร่วม กปปส.+เสื้อเหลือง จนประเทศฉิบหายจนทุกวันนี้ พระ?ปลงไม่เป็น? ก็เสียเวลาบวชเปล่า ๆนะท่าน

พ่อครูว่า…เราเป็นสมณะไม่ใช่พระเขาไม่ได้ว่าเรา เขาไม่รู้ว่าเราเป็นสมณะเขาก็ว่าไปตามที่เขารู้ เราไม่ได้ถูกว่าเราอย่าไปสะเทือน พระเขาปลงไม่เป็นก็ใช่พวกเราปลงเป็น บอกเขาหน่อยเขาเสียเวลาบวชเปล่าพวกพระ ไปว่าเขาได้ดีแล้วล่ะ 

สันติอโศกปักหลักอยู่ในสนามรบ กปปส. รวมตัวกันตั้งแต่ที่มักกะสัน หรือที่สามเสน แล้วค่อยๆเคลื่อนที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยแล้วจึงมาระดมจนกระทั่งเกิดเป็นกลุ่มใหญ่ ไม่ใช่ว่าสันติอโศกไปร่วมกับกปปส แต่ว่า กปปส. มาร่วมกับสันติอโศกแม้แต่เป็นกลุ่มเล็กกว่าแต่เป็นกำลัง แล้วบอกว่าพาให้ประเทศฉิบหาย ไม่อยากพูดเลยว่าถ้าไม่มีพวกเราไปทำอย่างนั้นตอนนี้ประเทศฉิบหายแล้ว คุณดูไม่เป็น คุณไม่รู้ว่าพวกเราไปกอบกู้ประเทศไว้ จากความบรรลัยของรัฐบาล 3-4 รัฐบาล นี่แหละฝีมือของกลุ่มพวกเราเป็นฝีมือของชาวประชาชน ไปทำรัฐประหารรัฐบาล คุณฟังออกไหมฟังเป็นไหมที่อาตมาพูด หายโง่เสียที 

_เขมิกา ธัญญาลักษณ์  : กูไม่น่า..หลงมาฟัง..เลย..จริง..ช่องนี้

พ่อครูว่า…เขาจะไปรู้อะไรในสิ่งที่น่าฟัง คนที่มาเปิดช่องนี้ดูสิถึงจะเจริญ คนโง่ไม่เปิดฟังหรอกช่วงนี้ 

_Gahroon Worapoo(การุญ วรภู) : พูดว่ากษัตริย์เป็นการสืบทอดอำนาจ ประชาชนไม่ได้เลือกมา ถ้ามองในเชิงสถาบันครอบครัว พวกที่เอาเรื่องนี้มาโจมตี คิดดูให้ดีคุณรับนามสกุลพ่อมาใช้ คุณรับมรดกตกทอดมา ถือว่าสืบทอดอำนาจในมรดกของคุณหรือเปล่า

_Sukon Kanpipat (สุคนธ์ คันพิพัฒน์) : แต่งสีนี้(เสื้อเหลือง)ทุกวันก็ดี สดใสสดชื่น ชอบๆๆ สีเดิมเหมือนคนยากจน อดอยากหม่นหมอง

_ดําริ ผิวงามเลิศ : ผมประสบมาแล้วอุปาทานนี้ร้ายกาจมาก มีวิธีกำจัดไหมครับ

_ลานนาอโศก…สมณะบินบน…บรรยากาศตอนนี้จัดงานศพพ่อครูว่า…น.ส.ทองสุข   ครองทรัพย์ อายุ 78 ปี (ยายใบน้อม)

พ่อครูว่า..เป็นธรรมชาติธรรมดา เสียชีวิตนี้คนอายุน้อยอายุมากก็เสียชีวิตได้ โยมคำสุขอายุ 78 ปีก็ไม่น้อยแล้วนะ

สู่แดนธรรม สรุปจบ