ศาสนา

631209_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ตอบปัญหาพาตนให้รู้ความเป็นอรหันต์

ดาวโหลดเอกสารที่ https://docs.google.com/document/d/18_SzTufDBA7gfd89f-0WCUdBbCZ0_9uC8EhIqbXEnKk/edit?usp=sharing                                                                   

ดาวน์โหลดเสียงที่    https://drive.google.com/file/d/1aBpVw_Btn87hwFrL3jejqzvEDpKNXgh2/view?usp=sharing

และยูทูปที่ https://youtu.be/jJHvaJustDs 

สมณะฟ้าไทว่า…วันนี้วันพุธที่ 9 ธันวาคม 2563 ที่บวรราชธานีอโศก รัฐบาลช่วงนี้ก็ให้ของขวัญปีใหม่แก่ประชาชน แต่ของขวัญปีใหม่จากพ่อครูเป็นของขวัญที่ได้แล้วได้เลยจนกว่าจะปรินิพพาน เป็นของขวัญสุดพิเศษของชีวิตอันประเสริฐใครอยากได้ก็มาฟังเอา

ช่วงปีใหม่เราก็จะจัดงานเพื่อฟ้าดิน จะมีการสอบโดยใช้เนื้อหาจากหนังสือร่วมเปิดยุคบุญนิยมเล่ม 1  

พ่อครูว่า…

สุริยเปยยาล 7 เริ่มต้นที่มิตรดีให้มีฉันทะ 

_สมณะคิดถูก…ผมไม่ได้ไปร่วมงานศพโยมพ่อผมจะบาปมากใหม​ ช่วงปลายเดือนนี้พี่​น้องเขาจะทำบุญ​ให้ถ้าผมไม่ไปร่วมด้​วยจะน่าเกลียด​หรือเปล่า​ใจผมก็ไม่อยากไปเพราะ​รู้ว่าบุญมันส่งให้กันไมได้  ช่วงโยมพ่อเสียชีวิต ผมชุมนุ​มอยู่กรุงเทพฯ ปี 57​ น้อง​ๆก็​ไม่ได้ส่งข่าว  มารู้ภายหลัง ปกติ​ผมก็ไม่ได้ไปเยี่ยมบ้านบ่อย 20 ปี ไปครั่งนี่ก็​เพิ่งไปเยี่ยมพี่สาวมา​ เขา​ตาบอดข้างหนึ่งเพราะ​เบาหวานขึ้นตาเขากลัวจะมองไม่เห็น​ทั้งสองข้างเลยนิมนต์​ผมไปให้เห็นหน้าสักครั้งผมไปกับท่านลั่นผา​ โยมพี่เขาฟังพ่อครูทางวิทยุสวนธรรมร่วมใจที่ป่าติ้ว​เป็น​ประจำแต่ก่อน​ดูทางโทรทัศน์​บุญ​นิยม​ทีวี​ พี่​เขยกับลูกชายลูก​สาวก็พยายามทำเกษตร​ไร้สารเคมี พอได้กินและแบ่งปัน ขายบ้าง​ มีที่ 12 ไร่ แบ่ง​ปลูกพืชผักผลไม้​ 2 ไร่​  นมัสการ​พ่อครู ช่วยเทศโปรดให้พี่เขยเลิก​บุหรี่​หน่อยครับ เขา​ติดมากๆสูบไม่ขาดปากเลย​  ไม่รู้เพราะ​ลงทุน​สูบมานานอายุก็ 70 กว่าปี ถ้า​เลิกเสียกลัวขาดทุน​หรือเปล่า? 

พ่อครูว่า…อาตมาจะเทศนาอย่างไรให้เขาเลิกสูบบุหรี่ ถ้าคนเรานี่นะ ไม่พยายาม ไม่พยายามจริงๆ จะเทศน์ให้ตายบอกให้ตายยังไงก็อย่างนั้นเฉยๆ ก็เสพกันไป เป็นอยู่อย่างนั้นมันไม่มีฉันทะไม่มีความยินดีที่จะเลิก มันยินดีที่จะอยู่สิ่งที่เราติดมันก็ไม่มีทางที่จะเลิกได้ มันต้องจริงๆ พระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้ในมูลสูตร ว่าความยินดีเป็นมูลกา เป็นต้นเค้าของทุกอย่าง ถ้าไม่มีอาการของความยินดี อาการยินดีเป็นอย่างไรคุณต้องอ่านจิตใจตัวเองให้ออกเลยว่าอาการอย่างนี้แหละคือความยินดี ถ้าไม่มีอันนี้อะไรก็ยาก อิทธิบาท 4 นี้ไม่ไปไหนเลย ถ้าหากไม่มีฉันทะ ขนาดมีฉันทะแล้ววิริยะจะต้องหมุนตามพากเพียรมีจิตใจเท่าไหร่ก็โถมใส่ มันถึงจะถึงเลือดถึงเนื้อเป็นวิมังสา หรือแม้แต่ในอื่นๆเยอะแยะในพระสูตรต่างๆ ความยินดีนี้ 

แม้แต่ในสุริยะเปยยาลฯ ถึงแม้ว่ายินดีจะไม่อยู่ตัวต้น มันก็ต้องมีตัวเริ่ม เริ่มพบผู้ที่เป็นมิตรดี หากไม่มีมิตรดี จะไม่มีโลกุตระให้ยินดี มิตรดีคือมิตรที่มีประพฤติโลกุตรธรรม เมื่อเราสัมผัสแล้วเป็นอย่างนี้หรือ เกิดความยินดี ว่าเขาเป็นคนมีศีล เห็นว่าปฏิบัติศีลอย่างนี้ แล้วมันจะพากันไปเป็นกระบวน สุริยเปยยาลฯ 7 อาตมาพยายามเน้น

พระพุทธเจ้าตรัสว่าแสงอรุณจะมาก่อนพระอาทิตย์ขึ้น คนที่จะได้พบพระอาทิตย์จะต้องพบกับแสงอรุณก่อน ถ้าไม่พบแสงอรุณก่อนอยู่เฉยๆจะเจอพระอาทิตย์จะไม่รู้เรื่อง และเป็นไปไม่ได้ด้วย ไม่มีทางที่จะเจริญ เพราะฉะนั้นจะต้องมีแสงอรุณนำพาไปก่อน จึงจะเกิดการปฏิบัติมรรคมีองค์ 8 

มรรคมีองค์ 8 ก็คือพระอาทิตย์ จะได้เห็นพระอาทิตย์จะต้องมีแสงอรุณก่อน อยู่ๆจะไปเห็นพระอาทิตย์ก่อนแสงอรุณ ไม่มีแสงนำมาที่จะเห็นพระอาทิตย์ มันเป็นไปไม่ได้เลย สามัญสำนึกคนก็ดูออกแล้ว สุริยเปยยาล มีหมู่มิตรดี พระพุทธเจ้าตรัสว่าเรานี่แหละเป็นมิตรดีของเธอ ทำเป็นตัวตั้งต้นของโลกุตรธรรม ต้องพบผู้ที่มีสัจจะธรรมโลกุตระธรรมในตัวเองหรืออย่างน้อยผู้นั้นต้องอยู่ในฐานะของครูที่มีสัมมาทิฏฐิที่จะให้ได้จึงจะได้รับโลกุตรธรรม โลกุตรธรรมรู้เองไม่ได้ ไม่มีใครรู้ได้เอง ต้องได้รับการถ่ายทอดมาจากพระพุทธเจ้า หรือ ผู้ที่รับมาจากพระพุทธเจ้าแล้ว หรืออย่างน้อยต้องเป็นผู้อยู่ในฐานะของครูที่มีความรู้ในเรื่องของสัมมาทิฏฐิเรื่องของโลกุตรธรรม จึงจะได้รับการถ่ายทอดมาอย่างถูกต้องไม่เช่นนั้นเป็นไปไม่ได้ 

เมื่อมีมิตรดีแล้ว ถึงจะรวมเริ่มต้นที่ ศีล แม้ได้พบมิตรดี ได้ฟังเทศน์ฟังธรรมจากมิตรดีเขาต้องเริ่มต้นด้วยศีล 

ศีลจึงเป็นข้อที่ 2 ใน สุริยเปยยาลฯ เมื่อเริ่มศีลแล้ว คุณไม่ตามด้วยความยินดีเลย ฉันทสัมปทา ก็ไม่มีทางก้าวหน้าไม่มีทางเป็นไปได้ 

ตัวที่ 4 นี้สำคัญมาก ตัวกลาง อัตตสัมปทา ต้องดูความเป็น อัตตา ตั้งแต่เริ่มสักกายะของอัตตา กายะของตนของอัตตา สักกะคือตัวเรา อัตตาที่ตัวเรา ให้รู้กาย

คำว่า “กาย” นี้ ยิ่งใหญ่ คนเราทุกวันนี้ชาวพุทธเข้าใจ กาย ผิดไป อย่างสำคัญเลย เข้าใจว่า กาย เรื่องของวัตถุ แต่ถ้าเข้าใจว่า กาย เป็นเรื่องของจิตวิญญาณยังพอเป็นไปได้ แต่ถ้าเข้าใจว่า กาย ไม่เกี่ยวกับจิตใจเลยเป็นเรื่องของภายนอกวัตถุก็จบเห่เลย ไปไม่ออกเลย ในเรื่องศาสนาพุทธ

อัตตา ก็โยงใยไปถึงกาย สู่ความเข้าใจอย่างถูกต้องเป็นทิฏฐิสัมปทา มีความเข้าใจถูกต้อง เข้าถึงทิฏฐิที่สัมมา อย่างน้อย ไม่ได้ฟัง ปรโตโฆษะ จากผู้รู้แล้ว จากเดิมเราไม่เคยเอาใจใส่เราก็มาเอาใจใส่ ปรโตโฆษะ เข้าใจว่า อ๋อ ปฏิบัติ โยนิโสมนสิการเป็นอย่างนี้ ปฏิบัติให้ถึงจิตถึงใจเป็นอย่างนี้ 2 ตัวนี้ถ้าเข้าใจจะเกิดเป็นสัมมาทิฏฐิได้ เป็นสัมมาทิฏฐิ 2 เพราะเราต้องได้ฟังจากผู้อื่น

ถ้าคุณเองมีสัมมาทิฏฐิแล้ว คุณปฏิบัติอยู่นั้นจะต้องบรรลุเป็นพระอรหันต์ไปแล้ว แต่ถ้าคุณไม่แน่ใจเพราะยังไม่เป็นอรหันต์สักที หรือว่าเป็นอรหันต์ยังมิจฉาทิฏฐิเป็นมิจฉาผลก็แล้วไป หลงเตลิดเปิดเปิงทะลุไปจนนึกว่าตัวเองบรรลุ ไม่รู้จะทำอย่างไรคนที่หลงตัวเองว่าสำเร็จเป็นมิจฉาทิฏฐิก็ยาก อย่าว่าแต่ผลสำเร็จเลย ผู้หลงตามผู้ที่สำเร็จมิจฉาผล ยังจะดึงกลับมายากเลย ทุกวันนี้อาตมาพยายามช่วย ให้มาฟังให้มาทำความเข้าใจให้ดี 

เมื่อทำทิฏฐิได้แล้วก็ต้องไม่ประมาท! ต้องพยายามจริงๆอย่าไปทำเหลาะแหละ ต้องตั้งใจจริงๆให้เสมอ คำว่า ประมาท เป็นข้อสุดท้ายของอุปกิเลส 16 เชียวนะ พยายามพากเพียรปฏิบัติจริงๆ โดยทำโยนิโสมนสิการให้ชัดเจนให้แน่นอนเป็นตัวที่ 7 เลย ของสุริยเปยยาลฯ นั้นคือทบทวนสุริยเปยยาลฯ 7 ข้อ

ที่พูดมานี้ พี่เขยคุณศรัทธาอาตมาบ้างไหม ถ้าไม่ศรัทธาก็มีหวังน้อยมาก ที่พูดไปนี้เขาจะฟังหรือเปล่า ถ้าหากพี่เขยคุณยังไม่ถึงขั้นที่เป็นโรคทรุดโทรมจริงๆ ทรมานเป็นโรคถุงลมโป่งพอง ยาเสพติด บุหรี่หมากพลู ดมกาว แม้แต่ดูละเม็งละคร ดูเตะฟุตบอล ดูรำฟ้อน อะไรที่มันเยิ้มฉ่ำ รื่นเริงบันเทิงจัดเป็นนรกปหาสะ 

แล้วไม่ไปงานศพของพ่อจะบาปไหม …ก็จะมีผลจากผู้ที่เขายึดถือ พี่น้อง ญาติโกโยติกา เขาก็ไม่ค่อยชอบใจ มันก็เป็นวิบาก จะให้ทำอย่างไร ถ้าเขาคิดอย่างนั้นเราจะไปห้ามใครเขาได้ แต่ถ้าไปเสีย มันก็ไม่เป็น มันก็ไม่มีอกุศลวิบากพวกนี้ คุณไม่ได้ทำผิดทำถูกอะไรหรอกแต่สิ่งที่ควรนี้มันเป็นกุศล สิ่งที่ไม่ควรก็เป็นอกุศล ก็ทำสิ่งที่ควรดีกว่า ก็ตอบอย่างนี้ก็แล้วกัน 

อุปาทานคือสิ่งที่หลงยึดถือว่ามี ทั้งรสอร่อยและผีสางเทวดา 

_ มังคลา วงษ์จันทร์ …พระอริย สอนไม่เหมือน ท่านเลยนะครับ หลวงตาม้านี้ ท่านเทสสอนเรื่องวิญญาน เรื่องภพเรื่องภูมิ เรื่องผีเรื่องเทวดา หลวงพ่อฤษีลิงดำท่านก็สอนเรื่องเดียวกัน หลวงปู่แหวนหลวงปู่ตื่อ นอกจากเรื่องนิพานแล้วท่านก็เทศสอนเรื่องเดียวกัน เพราะตราบใดที่ยังไปนิพานไม่ได้ ก็ต้องมีการเวียนว่ายตายเกิดอยู่ ไปตามภพตามภูมิ ต่างๆ พระพุทธเจ้าเองท่านก็ตรัสถึงอบายภูมิทั้ง 4 นรก เปตร อสูรกาย เดรัจฉาน แล้วจะไม่มีผีได้งัย ก็พวกสัมพเวสี พวกตายก่อนกำหนด เค้ายังไม่ได้ไปตามกรรม ที่ท่านบอกมันขัดกับที่พระพุทธเจ้าสอน พระองค์ต้องการสอนให้คนไปนิพาน แต่เรื่องผีเรื่องวิญานพระองค์ก็บอกว่ามี แต่พระองค์ไม่ให้มุ่งเน้นไปทางนั้น ให้เน้นไปนิพพาน เพื่อพ้นทุกข์ ธรรมเป็นเครื่องรู้ได้เฉพาะตน เค้าปฏิบัติ เค้าถึงได้ญาณ ได้ฌานเค้าถึงได้ตาทิพย์หูทิพย์ เป็นธรรมวิเศษ เป็นโลกียะ ถึงไม่ใช่โลกกุตระ ก็สามารถเห็น นรก สวรรค์ เห็นผี เห็นภพเห็นภูมิต่างๆได้ เพราะเค้าปฏิบัติ เค้าไม่ได้เรียนปริยัติในตำรา อ่านมาอ่านอย่างเดียวไม่ปฏิบัติ ถึงไม่เห็น อ่านในตำราสอนก็สอนในตำรา เค้าลงมือปฏิบัติพระกรรมฐาน จนได้ญาณได้ฌาน เค้าถึงบอกว่ามี พระอริยทั้งหมดในเมืองไทย ท่านก็บอกผีมี หลวงปู่แหวนท่านโดนผีแกล้ง หลวงปู่ตื่อท่านก็ไปปราบให้ ท่านก็ยังเอามาเทศสอนลูกศิทธิ์ อยู่ แล้วมันจะไม่มีได้งัย พระที่ผมพูดมาท่านละสังขานกระดูกท่านเป็นพระธาตุหมดแล้ว มีหลวงตาม้าที่ท่านดำลงธาตุขันต์อยู่ ทุกวันนี้ท่านก็บอกให้ผูกมิตรกับวิญานเค้าช่วยเราได้ สอนมนต์ปฏิบัติธรรมเสร็จแผ่ให้เค้าๆ แล้วแบบนี้จะไม่มีหรอ พระอภิญาบอกแบบนี้ จะไม่มีหรอ มีหลวงพ่อนี้แหละบอกมโนหลอกลวง ให้พิจราณาเอานะครับ 

พ่อครูว่า…อาตมาก็ขอรับรองว่า หลวงปู่แหวนหลวงปู่ตื้อ หลวงตาม้า ก็ไม่ใช่อรหันต์ ฟังเสียงอาตมาบ้างอย่ามีอคติ เรื่องผีเรื่องวิญญาณขออธิบายให้ฟัง

เรื่องผีที่เขาพูดกันมันมีสิ คนมีกิเลสอุปาทานมันก็มี แต่คนไม่มีกิเลสไม่มีอุปทานมันก็ไม่มี คนมีก็คือมีกิเลสเป็นตัวตั้งให้มันมี ฟังใหม่อีกที โปรดฟังครั้งที่ 2 

คือ เรื่องผี เรื่องตัวตน ผีเป็นรูปร่างตัวตน เป็นสิ่งที่ยังมีอยู่ มันเป็นอุปาทาน 

อุปาทาน แปลว่า การหลงยึดว่า มี

เช่นว่า รสอร่อย คุณกินกระเจี๊ยบนี้เปรี้ยว แต่ก็บอกว่าอร่อยดีจัง 

อีกคนกินกระเจี๊ยบเปรี้ยว จะบอกว่าไม่ไหวไม่เข้าท่าเลย 

คนหนึ่งบอกว่าอร่อยดีจังอีกคนนึงบอกว่าไม่เข้าท่าเลย แต่รสกระเจี๊ยบมันเป็นอย่างเดียวกันอย่างนี้ของแท้ แต่คนๆหนึ่งบอกว่าไม่ได้เรื่อง อีกคนหนึ่งบอกว่าอร่อยดีจัง ไอ้นั้นแหละคืออุปาทาน คือของยึดมั่นถือมั่นตามคนอื่นพาให้ยึดถือมา 

คุณยึดถือว่ามี แค่รสอร่อยรสไม่อร่อยมันก็มีแล้ว จริงๆ จะไปปั้นเป็นผีเป็นตัวเป็นตนมันยากกว่ารสอร่อยรสไม่อร่อย มันยากกว่าอีก แล้วยังไปยึดถืออีก แต่คนที่ไปยึดถือมากกว่านี้มันเป็นอย่างไร คนที่ไปยึดถือสิ่งที่มันเป็นไปได้ยากและอุตส่าห์ไปเป็นได้อีกอันนี้แหละเป็นคนโง่ มาเรียนรู้รสอร่อยรสไม่อร่อยนี่ให้ได้ แล้วผีสางเทวดาตัวตนอย่างนั้นเลิกได้ง่ายเลย 

ฟังอาตมาเข้าใจตามนี้นะคุณเลิก อย่าสนใจว่าเป็นผีเป็นเทวดาเป็นตัวเป็นตน ไม่เช่นนั้นคุณจะมีนิยายลวงโลกอีกมากเลย มีคนสร้างหนังผีละครผี เล่าเรื่องผีกันเต็มอยู่ในโลก เป็นเทวนิยมมันมีอยู่อย่างนั้น ศาสนาพุทธเป็นศาสนาอเทวนิยม ตั้งใจให้ดีๆ 

ขอยืนยัน ฌานของ หลวงปู่แหวน หลวงตาบัวหลวง ปู่ตื้อพวกนี้เป็นฌานเป็นมิจฉาทิฏฐิ ฌานของพระพุทธเจ้าเกิดจากจรณะ 15 วิชชา 8 ต้องมีศีลต้องลืมตาจึงจะมี ฌานได้ ไปหลับตานั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับตาหูจมูกลิ้นกาย หลับตาแล้วก็เป็นฌานนอกรีต ฌานฤาษี เป็นมิจฉาทิฏฐิ ฟังวันนี้อาตมาไม่ประนีประนอม พูดหักเลย ผิดก็ว่าผิดถูกก็ว่าถูก วันนี้อาตมาไม่ออมมือ หักด้ามพร้าด้วยเข่า 

และคุณเข้าใจว่า ที่เป็นโลกียะนั้นไม่มีทางไปถึงนิพพาน คุณเข้าใจตรงนี้ถูกแล้วดีมาก ชื่นใจพอมีหวัง 

คำว่า มี คำนี้ คนที่มีอุปาทาน ยึดมั่นถือมั่นว่าตัวเองหนังเหนียว เขาก็หนังเหนียวจริงๆ จิตที่มีอุปาทานยึดถือ มันไม่ใช่ง่ายๆ อาตมาก็เคยเล่นมา หนังเหนียวที่ไหนกัน เราเล่นกัน เช่นใช้มีดโกนยิลเลตต์ คมขนาดว่า ก่อนจะกรีด โกนขนร่วงเลยนะ ก็เอามาฟัน กรีด หากกรีดแรงๆ ก็จะเป็นรอยแดงเป็น ยางบอน เจ็บ แต่ไม่เหวอะหวะ มันฟันไม่เข้า แค่เป็นรอยแรง

เรื่องอุปาทาน สิ่งไม่มีก็กลายเป็นมี อย่างที่เทศกาลกินเจภูเก็ต เขาเอาอะไรมาแทง เอาท่อเหล็กมายัดปาก เจ็บ แต่เขาก็ไม่เจ็บ เขาทนได้ เดินลุยไฟไม่ไหม้ เจ็บบ้างแต่ก็ทนได้ แต่ไปเดินแช่กลางกองไฟไม่ได้หรอก มีแต่วิ่งไปผ่าน

ถ้าคุณเข้าใจก็มาเลือกได้ อย่างเช่น รสอร่อย อย่างเช่นกระเจี๊ยบอาตมาจะกินก็ได้ชอบไม่ได้ชัง มันก็มีรสเปรี้ยวจะให้กินถ้ามันเป็นประโยชน์ก็กินได้ กระเจี๊ยบนี้เปรี้ยวน้อยกว่ามะนาวก็กินได้ แต่ไม่ชอบไม่ชัง จิตมันจะไม่มีอาการชอบชัง มีแต่จิตกลางๆเฉย 

จะต้องเปรียบเทียบอาการจิตที่มันเฉยๆ เช่นคุณเป็นผู้ชายไม่ได้ชอบอย่างที่ของผู้หญิงเขาชอบ ผู้หญิงเขาชอบลิปสติก คุณเห็นลิปสติกคุณก็เฉยๆ หรือคุณจะไปชอบลิปสติกก็ไม่รู้นะ จะไปกันใหญ่มันจะยากเลยหากจะชอบลิปสติก มันก็จะกลายเป็นกระเทย ซึ่งมันไม่ใช่ของผู้ชาย 

ถ้าคุณเองไม่ได้มีจริตกระเทยเลย ลิปสติกของผู้หญิงเขาถ้าเขาว่าสวย เราดูก็เฉย ดีไม่ดี จะไม่ชอบเอาด้วย อาตมาว่าไม่ชอบนี้ ยังจะเข้าท่ากว่าชอบนะ เมื่อมาปฏิบัติหลายคนก็จะถึงขั้นไม่ชอบ แต่ก่อนเราชอบตอนนี้เราไม่ชอบแล้ว เห็นคนอื่นเขาใช้เราก็ไม่ชอบทั้งที่คนอื่นเขาก็ชอบเขารัก มันก็สลับไปสลับมา ให้ตั้งใจให้ดีๆ 

อาตมาก็ขอยืนยันว่าคุณควรจะฟังอาตมาต่อไปให้ดีๆและพิจารณาตามให้ดี อย่าเพิ่งเลิกนะ พยายามฟังอาตมาไปเรื่อยๆ จะบังคับให้รู้ได้เร็วๆไม่ได้ ต้องตั้งใจฟังต่อไปให้ดี ให้มี ปรโตโฆษะ อาตมาว่าอาตมาถูกต้อง อาตมาเป็นลูกพระพุทธเจ้าขอยืนยันอย่างนั้นจริงๆ แต่คุณจะเชื่อแค่ไหนไม่ใช่แค่ไหนก็ฟังไปเรื่อยๆ อาตมามีหลักฐานอะไรก็เอามายืนยันเยอะ 

_ละอองหิน วิลามาศ… คำตอบคำถามที่พ่อท่านฝากถึงลูกๆและขอกราบนิมนต์พระครูให้คำแนะนำสั่งสอนแก่ลูกๆความเจริญของลูกๆด้วยค่ะ 

  1. ถ้าอาตมาไม่ตื่นขึ้นมา พวกคุณจะรู้สึกอย่างไร ?

  2. ถ้าอาตมามีอายุยาวไปอีก 30 ปี พวกคุณจะอายุเท่าไหร่ ?

ขอตอบข้อ 2 ก่อนค่ะ ถ้าร่างกายขันธ์นี้ยังดำรงอยู่ได้ก็จะอายุ 95 ปี แต่ถ้าดำรงอยู่ไม่ได้ตายก่อน 30 ปีก็ไม่อาจจะรู้ได้ ถึงอายุ ณ ตอนนั้น 

ถ้ากิเลสตายไปก่อน ที่พ่อครูจะนอนไม่ตื่น ก็คงไม่รู้สึกอะไร แต่ถ้ากายขันธ์บวกกิเลสนี้ ยังไม่ตายก็คงจะเศร้าเสียใจทุกข์โทมนัสแสนสาหัสตามภพภูมิ 

พ่อครูว่า…ถูกต้อง เอาทฤษฎีมาพูดเลยก็ถูก กิเลสมันยังมีอยู่ก็มีบ้างแต่ถ้ากิเลสไม่มีแล้วก็ไม่รู้สึกอะไร 

_เพื่อนน้องภูมิพุทธ วาฬเกยตื้นริมมูล… ขอนอบน้อมกราบนมัสการสุดเสียวสุดเกล้าสุดบูชา เพลงงมงาย (วงบอดี้แสลม) กราบมอบเพลงนี้ถวายพ่อครูครับ

ฝากเพลงนี้ถวายพ่อครู เมื่อวานพ่อครูอ่าน smsว่า แฮรี่พอตเตอร์งมงาย “เกิดมาได้เจอคนที่ตามหามานานแสนนาน ทำให้รู้ว่าเธอมีค่ามากแค่ไหน จะอยู่ตรงนี้ถึงแม้ว่าฉันไม่เหลือใคร …”(เพลง) ปล.อิจฉาน้องภูมิ ช่วยใส่รองเท้าให้พ่อครู ผมขอใส่ให้พ่อครูสักครั้ง …(นามปากกา..งมงาย)

พ่อครูว่า…เลิกงมงายเสียสิอย่าไปซ้ำเติมตัวเอง 

SMS วันที่ 6-7 ธ.ค. 2563 

ประชาธิปไตยแบบพุทธส่งต่อจากพุทธเจ้าถึงเมืองไทย 

_Jaidin Chaohinfa (ใจดิน ชาวหินฟ้า) : พ่อครูนำพาฝึกประชาธิปไตยประหนึ่งก้าวสู่ยอดเขาแล้ว ขณะนี้เมืองไทยเป็นประชาธิปไตยประหนึ่งใกล้ๆเชิงเขา เขาจึงมองไม่ค่อยเห็นอย่างพ่อครูพาฝึก  เข้าใจแบบนี้เป็นอย่างไรคะ

พ่อครูว่า…สำหรับคนอยู่เชิงเขาตีนเขาก็เป็นอย่างนั้น แต่คนที่ขึ้นไปสู่ยอดเขาได้ก็มี ประชาธิปไตยตามที่อาตมาอธิบายขอยืนยันว่า ประชาธิปไตยของพระพุทธเจ้านั้นยิ่งใหญ่ 

พระพุทธเจ้าสร้างประชาธิปไตยท่ามกลางยุคทาส ยุคสมบูรณาญาสิทธิราชย์ พระเจ้าแผ่นดินยิ่งใหญ่ เรียกว่าเผด็จการสมบูรณ์แบบ สมบูรณาญาสิทธิราชย์ พระราชาเป็นเจ้าของชีวิตเป็นเจ้าของทรัพย์สินทุกอย่าง อนุญาตให้ใครมีแล้วจะริบลงให้หมดเลยก็ได้เอาคนนั้นมาฆ่าเลยก็ได้อย่างนี้เป็นต้น สมบูรณาญาสิทธิราชย์ยิ่งใหญ่ถึงปานนั้นในยุคนั้น 

แต่พระพุทธเจ้า สามารถที่จะมีธรรมนูญของท่านเอง จุลศีลมัชฌิมศีลมหาศีล ใครมาเข้ารีตมาปฏิบัติตามมายึดถือธรรมนูญนี้ 

พระเจ้าแผ่นดินในยุคนั้น มีหลายแคว้นหลายประเทศ บางประเทศก็ใหญ่มากเช่นแคว้นโกศล แคว้นมคธ สองแคว้นใหญ่ ในทวีปอินเดีย ก็ยอมให้พระพุทธเจ้าหมด ขนาดพระเจ้าแผ่นดินมคธบอกเลยว่า มาช่วยกันบริหารประเทศเถอะ เราจะแบ่งมคธนี้ให้ครึ่งหนึ่ง กรุงกบิลพัสดุ์ของพระพุทธเจ้านั้น เล็กกว่ามาก พระเจ้ามคธบอกว่าแบ่งให้ครึ่งนึง ยังใหญ่กว่ากรุงกบิลพัสดุ์มากกว่า พระพุทธเจ้าบอกว่าไม่หรอกเราจะมาทำงานทางด้านธรรมะ ไม่ไปทางนั้นแล้วเลิกแล้วอย่างนี้เป็นต้น 

ท่านลองถึงขนาด ลูกพระเจ้ามคธคือพระเจ้าอชาตศัตรู ที่ประหารพ่อ แล้วตัวเองก็ขึ้นครองราชย์ เสร็จแล้วมันเป็นอนันตริยกรรม ก็ยังมาศรัทธาพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าก็โปรดไป จนกระทั่งสุดท้ายถามว่า ถ้าเผื่อว่า คนของพระองค์ คนที่อยู่ใกล้ชิดรักมากรับใช้ตื่นก่อนนอนทีหลัง รับใช้เก่งทุกอย่างเลย เป็นราชวัลลภ ใกล้ชิด รักที่สุด ช่วยทุกประตูเป็นตัวแทนเลย คนนั้นของพระองค์ที่ตื่นก่อนนอนทีหลังรับใช้ ไว้ใจได้ทุกอย่าง เป็นข้าราชบริพารสนิทชิดเชื้อเลย เกิดมาศรัทธาพระพุทธเจ้า แล้วก็มาขอบวช ท่านจะเอาคืนไหม? เพราะท่านมีสิทธิ์เป็นสมบูรณาญาสิทธิราชย์ท่านไม่ให้ก็ได้ ท่านจะเอาคืนก็ได้ 

พระเจ้าอชาตศัตรูก็บอกว่าไม่หรอก มีแต่จะสนับสนุนส่งเสริมเราจะเป็นอุปัฏฐากให้ด้วยซ้ำไปจะต้องเคารพเขาด้วย เห็นไหม ทั้งที่ท่านไม่มีสิทธิ์ที่จะเป็นพระโสดาบันได้เพราะเป็นอนันตริยกรรมแต่ท่านเข้าใจ จิตยังไม่เป็นแต่ปฏิภาณปัญญายอมรับทุกอย่างอย่างนี้เป็นต้น 

พระพุทธเจ้าก็ตรัสบอกพระเจ้าอชาตศัตรูชัดเจนทุกอย่าง ถ้าไม่มีอนันตริยกรรมจะเป็นพระโสดาบัน ณ ที่นั้นเลย ไม่รู้จะทำอะไรก็ต้องรับวิบากไปเป็นชาติจะมีเป็นต้น 

ประชาธิปไตยของพระพุทธเจ้าในยุคนั้นท่านทำได้ เนื้อหาหัวใจแท้ๆของประชาธิปไตยคือ 1 ไม่มีตัวตน ไม่มีอัตตา ไม่มีกิเลส 2. เสียสละแรงงานแรงกายแรงใจทำเพื่อผู้อื่นเพื่อมวลมนุษยชาติโดยไม่มีอคติ นี่คือยอดประชาธิปไตย ใครก็ตามที่ทำงานเป็นนักการเมือง มีคุณสมบัติทำงานแบบไม่มีอคติ ทำงานอย่างมีปัญญา อันนี้คุณจะได้ประโยชน์อันไหนก็ทำอย่างซื่อสัตย์ตามที่มีภูมิปัญญามีปฏิภาณว่าอะไรควรไม่ควร ไม่ลำเอียงเข้าข้างใคร เสียสละรับใช้ตลอดเวลา ไม่ต้องการอะไรตอบแทนแลกเปลี่ยนไม่ต้องชมเชยไม่ต้องยกย่องเชิดชู ก็ไม่ว่า หรือจะชมเชยยกย่องก็ไม่หลงระเริงอะไรเลย รับรู้ความจริงตามความเป็นจริง นี่คือเนื้อแท้คุณลักษณะคุณวิเศษของพระอรหันต์ คุณวิเศษของพระอริยเจ้า นี่คือหัวใจของประชาธิปไตย 

ใครที่บอกว่าอย่าเอาธรรมะมายุ่งกับการเมือง คนนี้โง่ที่สุดกว่าคนที่โง่ที่สุดในโลก 

เพราะคุณคิดอย่างนี้ นักการเมืองจึงไม่มีธรรมะ คุณไม่เอาธรรมะไปพูดกับนักการเมืองนักการเมืองก็ไม่มีธรรมะ มันจึงฉิบหายวายป่วงหมดเลย แค่นี้คุณทำความเข้าใจให้ได้ 

ประชาธิปไตยในเมืองไทยขณะนี้เป็นเมืองพุทธ และกำลังก้าวสู่โลกุตระ ในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นนักประชาธิปไตยที่โลกยอมรับ แต่เขาไม่เข้าใจคุณวิเศษนี้ เขาไม่มีชื่อเรียกว่าเป็นคุณวิเศษเป็นประชาธิปไตยสุดยอด แต่เขาก็พยายามแสวงหาประชาธิปไตย ทั่วโลกทุกวันนี้ต้องการประชาธิปไตย แต่เขาไม่รู้ เขาไม่ชัดเจน แต่เขาก็รู้ว่าคุณสมบัติอย่างนี้เป็นเรื่องยอดเยี่ยม แต่รูปธรรมของในหลวงรัชกาลที่ 9 พระองค์เป็นพฤตินัย พระจริยวัตรของพระองค์ทั้งหมดเป็นประชาธิปไตย 100% แต่เขาก็ขยายความไม่ออก เขาอธิบายรายละเอียดไม่ได้แต่เขารู้ นัยยะของอันนั้นแล้ว แต่อธิบายไม่ได้เอามาพูดเอาเนื้อฉลากยามาใส่ไม่ได้ อาตมาจึงจำเป็นจะต้องเอาฉลากยามาแปะ อธิบาย 

อาตมาจึงพูดเป็นภาษาธรรมะที่จะอธิบายถึงพฤติกรรมทางกายกรรม วจีกรรม ที่เป็นรูปธรรม ให้รู้ว่านี่คือพฤติกรรมประชาธิปไตย 

เมืองไทยตอนนี้ผู้นำอย่างน้อย 1 ไม่มีทุจริต อันนี้ไปรอด ถ้ามีทุจริตไม่รอดประชาธิปไตยไม่รอดถ้ามีทุจริตไม่รอด โดยเฉพาะตัวผู้ปฏิบัติที่เป็นนักการเมืองหรือเป็นผู้นำ หรือผู้มีอิทธิพล เพราะฉะนั้นลูกน้องก็จะเกรงกลัว สิ่งที่อาจจะมี error เป็นเรื่องสุดวิสัยแต่ถ้าท่านรู้แล้วก็จัดการเลยไม่ไว้หน้า จะสำเร็จมันต้องเด็ดขาด 

เมืองไทยมันกำลังไปดีแล้ว นอกจากไม่อคติไม่มีกิเลสตัวตนทำงานเสียสละจริง แล้วยังเป็นผู้ที่มีบารมีที่มนุษย์อยากได้ 

คำว่าบารมีนี่รู้ยากมาก ในบารมีของคนต่างๆไม่ใช่ว่า แบบโลกๆที่ปูพื้นเอาไว้ อย่างเช่นโดนัล ทรัม สร้างค่ายกลเอาไว้จนกระทั่งได้สำเร็จเป็นประธานาธิบดี แล้วเป็นอย่างไร พาอเมริกาหมดท่าเลย พังระเนระนาดเลย เป็นงานหนักของ โจ ไบเดน มากเลย แต่เขาก็ต้องทำ มันต้องเป็นเขาซึ่งก็น่าเห็นใจ ก็ดูไปก็แล้วกัน ไม่ต้องดูไบ 

นิมนต์พ่อครูจิบน้ำ

สมณะฟ้าไท…ยุคประชาธิปไตยเก่าเมื่อ 31 ตุลาคม 2548 โดยคุณทักษิณ ชินวัตรบอกว่า.. จังหวัดไหน มอบความไว้วางใจให้เราต้องดูแลเป็นพิเศษ จังหวัดไหนที่ไม่ไว้วางใจเราน้อยต้องเอาไว้ทีหลัง 

ส่วนยุคเผด็จการฯกล่าวเมื่อ 9 สิงหาคม 2559 พลเอกประยุทธ์กล่าวว่า.. ขอบคุณพี่น้องชาวภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ถึงแม้ว่าจะรับหรือไม่รับก็ตาม ผมก็จะทำให้ท่านต่อไป เพราะมันเป็นความยากลำบากของท่านในเรื่องความเป็นอยู่คุณภาพชีวิต ในขณะเดียวกันผมต้องดูแลภาคอื่นด้วย เพราะทุกคนคือคนไทย 

ในยุคเผด็จการฯก็พูดดูแลทุกคน แต่ยุคประชาธิปไตยใครไม่เลือกผมก็เอาไว้ทีหลัง 

ผี คืออุปาทาน สะกดจิตก็ใช้อุปาทาน

_เบิกฟ้า หาพุทธแท้ : น้อมกราบนมัสการพ่อครูด้วยความเคารพอย่างสูง…ขอเรียนถามพ่อครูระหว่างวิญญาณกับโอปาติกะต่างกันอย่างไรครับ…ดูข่าวทางทีวีเมื่อสองวันก่อนเรื่องมี

คนเจอผีจะจะแบบมีตัวตน เห็นและสัมผัสได้เป็นรูปร่างพูดสื่อสารได้เหมือนคนเลย…คือมีคนขี่มอเตอร์ไซร์ไปตามถนนในตอนกลางคืนแล้วเจอพระซึ่งเสียชีวิตมาแล้วเกือบสิบปีเดินอยู่ริมถนน และเขาก็อาสารับพระรูปนั้นขึ้นซ้อนท้ายไปส่งบ้านญาติของพระรูปนั้น….ขี่ไปได้สักพักหนึ่งพระรูปนั้นก็ได้อันตรทานหายไปจากเบาะที่ซ้อนท้าย….อย่างนี้หมายความว่าอย่างไรครับ

พ่อครูว่า…ถ้าไม่ตกมอเตอร์ไซค์ตาย ก็หายตัวไป หายตัวไปคืออุปาทานของคุณ คุณรู้ว่า ตายไปตั้ง 10 ปีแล้ว คนมาเล่านี้ คนที่รับขึ้นไปก็รู้ว่าตายเป็น 10 ปีแล้วรับขึ้นได้อย่างไร ก็ต้องดูว่าเป็นผีแล้วละสิ แล้วรับอย่างไร มันไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง นิยายเรื่องนี้โกหกไม่สนิท เอาเถอะ ถึงจะโกหกสนิท ว่าผี นี่เขาตามเจอเลย 

คนที่เห็นรูปร่างของผี บอกแล้วว่าไม่ยากเลยมันง่ายจะตายไป อาตมานี่เคยศึกษาทางจิตวิญญาณ ทางด้านวิทยาศาสตร์ก็ศึกษา ทางด้านไสยศาสตร์ก็ศึกษา ทางพุทธก็ศึกษา

ทางไสยศาสตร์สรุปแล้วว่ามันลึก ลึกลับ แต่ไม่กระจ่าง แต่เป็นไปได้ 

แต่ทางวิทยาศาสตร์กระจ่างชัด แปลกเหมือนกัน แต่ก็ไม่ลึกเท่าไหร่ 

ยกตัวอย่างตื้นๆง่ายๆ คนปวดฟัน มาหาอาตมา อาตมาก็สะกดจิตโดยใช้วิทยาศาสตร์ สะกดจิตเขาแล้วสั่ง พอจิตเขาอยู่ในอำนาจของเราเราก็สั่งไม่ให้ปวดฟัน ถ้ายังปวดฟันไปหาหมอฟันเขายังไม่ทำให้นะ ต้องรักษาให้ไม่ปวดก่อน ก็มาให้เรา เราก็สะกดจิต จะให้ไม่รู้สึกปวดมันก็ต้องมีฤทธิ์ ชั่วระยะหนึ่งเช่นบอกว่า 7 วัน สั่งให้ไม่ปวด 7 วัน แล้วบอกว่ารีบไปให้หมอจัดการภายใน 7 วัน อย่างนี้เป็นต้น สะกดจิตกันแล้ว คนที่สะกด 

บางทีก็บอกว่าบนโต๊ะนี้ มีแก้วน้ำไม่มีอะไรเลย ทั้งที่จริงๆแล้วไม่มีแก้วน้ำ เขาก็เอามือหยิบ มันก็ไม่มีแก้วน้ำ เราก็เห็นว่า คนนี้เห็นแก้วน้ำ แต่ที่จริงแล้วมันไม่มีจริงๆ 

หรือสะกดจิตเสร็จ ก็บอกว่าเอานะ ตอนนี้จะเอาเหล็กเผาไฟแดงๆนาบกับแขน เราก็เอาไม้บรรทัดมาทาบกับแขน แขนเขาก็แดงเป็นเส้นเลย อุปาทาน แดงร้อนเป็นเส้นเลย ทั้งที่ไม่มีความร้อนอะไร 

อันนี้อาตมาเล่านี้ เล่าจากประสบการณ์ที่อาตมาทำมาจริง ก็เล่าซ้ำไม่รู้กี่ทีแล้ว 

หรือยกตัวอย่างว่า แจกทอง หรือแบบ ไสบาบา แจกนาฬิกา Rolex อาตมาก็บอกว่าไสบาบา ขโมยนาฬิกานะ จะเอานาฬิกา Rolex มาให้เขา ก็ต้องไปเอาจากเขามา หรือไม่ก็ปลอมนาฬิกา Rolex มา มันเป็นนาฬิกาจริงๆให้เขา ของแท้ต้องมี Serial Number อย่างนี้เป็นต้น ไสบาบานี้มีอีกหลายอย่าง พูดไปขนาดด็อกเตอร์ในเมืองไทยก็ยังศรัทธา ซึ่งไสบาบา เขาก็เสียไปแล้วล่ะ

ตอบปัญหาพาตนให้รู้ความเป็นอรหันต์

_เดชา อำพร : ทฤษฎีที่มากไปย่อมทำให้วุ่นวายสับสนเปรียบเหมือนโรงลิเก อโศกไม่ควรชอบเล่นลิเกละครให้มากนัก เราว่าถ้าท่านจะอวดอรหันต์(ซึ่งก็ไม่มีใครพิสูจน์ได้ เพราะเป็นเรื่องของนามธรรม และอาจทำให้พวกมิจฉาชีพนำไปทำตามอย่างเพื่อเรียกทรัพย์หรือหาลูกศิษย์บริวารได้ อรหันต์ไม่ได้เป็นกันได้ง่ายๆ ใครจะรู้ไม่รู้กับเราก็ช่างปะไร เมื่อเขาเดินถึง เขาก็จะรู้เองแหละ คุณนิยม เขียวอ่อน เขาก็น่าจะมีข้อมูลอยู่บ้าง มันคงเป็นเรื่องที่ต้องการสื่อว่า มารยาทผู้ดีหรือสมบัติผู้ดี ก็ต้องไม่อวดตัวเองนั่นแหละ ใครมีภูมิเขาก็จะรู้ไปเอง ใครไม่มีภูมิพอก็ช่วยไม่ได้ อย่างนี้มากกว่ามั้งครับ เพราะจะพิสูจน์อย่างไรว่าท่านเป็นอรหันต์ เพราะท่านก็สนุกสนานเฮฮาเหมือนกับคนธรรมดา ยังมีร้องเพลงเหมือนกับฆราวาส ยังมีเล่นดอกไม้ของหอมเหมือนชาวบ้านทั่วไป ยังมีเหน็บแนมแกมประชดนักการเมือง ยังยุ่งเกี่ยวการเมือง ยังชอบเล่นลีลาเทคนิคภาษา ยังอวดอดีตชาติซึ่งพิสูจน์ไม่ได้ ยังยืนอยู่ข้างความไม่ถูกต้อง ทั้งๆที่ก็พร่ำสอนลูกศิษย์ว่า พึงสละแม้กระทั่งชีวิตเพื่อรักษาธรรมะ ยังยึดติดกับตัวบุคคล และบางองค์กร ยังประกาศผู้เป็นอรหันต์ในสำนักของตนเองแบบผิดๆ ซึ่งภายหลังก็พิสูจน์ออกมาว่ายังไม่ใช่ และยังมีเรื่องการยังยอมรับลูกศิษย์ที่ยังมีประวัติที่ไม่งดงามในเรื่องศีลธรรมทางเพศ เพื่อหวังได้ประโยชน์จากความสามารถเฉพาะตัวของเขา ยังไปรับรองโพธิสัตว์หลายระดับ ทั้งๆที่โพธิสัตว์ที่ท่านรับรองนั้นยังบริโภคเนื้อสัตว์ ยังเลี้ยงปศุสัตว์และยังส่งเสริมเรื่องปศุสัตว์ หรืออย่างไอสไตน์ก็ยังมีหลายภรรยา และยังไปสร้างสูตรระเบิดนิวเคลียร์ ซึ่งมีคนหัวดีนำไปต่อยอดฆ่าชาวญี่ปุ่นตายเป็นแสน ซึ่งน่าจะไม่ใช่ตัวอย่างที่ดี อย่างนี้เป็นต้น แล้วจะให้คนยอมรับอย่างไรว่าท่านเป็นอรหันต์… (ข้อความยังมีต่ออีกแต่ขอตัดมาแค่พอประมาณค่ะ)

พ่อครูว่า…ขออธิบายแค่พิสูจน์อย่างไรว่าท่านเป็นอรหันต์ 

อรหันต์ที่อาตมาเป็น อาตมาเป็นอรหันต์ที่มีจิต 1 เรื่องของสัตว์ เรื่องเกี่ยวกับสัตว์ตั้งแต่สัตว์เดรัจฉานจนถึงสัตว์ตัวตนเป็นคน อาตมาจะไม่ทำร้าย อาตมาจะไม่เบียดเบียน และอาตมาตั้งแต่เกิดมาไม่เคยไปทำร้ายไม่เคยไปเบียดเบียนใคร มีแต่เกื้อกูลช่วยเหลือผู้อื่น ตลอดมาเลย อาตมาสมัยเป็นฆราวาสอาตมาเป็นคนจิตใจดีหาเงินได้เก่ง ใช้ต้องมีกระดาษจด แล้วอาตมาเป็นลูกหนี้ที่ธนาคารไว้ใจ พอหมดแล้วก็มีใบเชิญไปให้กู้อีก ธนาคารทุกเจ้าเลย อาตมาเป็นลูกค้าที่ดีส่งดอกทัน ส่งต้นครบ เมื่อหมดเขาก็หนังสือตามมาให้กู้อีก ยอดเยี่ยมเลย รับรอง พวกนายทุนเจ้าหนี้ชอบอาตมามาก เพราะอาตมาไม่เบี้ยวไม่เกเร ซื่อสัตย์สุจริตดีทุกอย่าง อย่างนั้น 

ใช้จ่ายช่วยคนนั้นคนนี้ตลอดเวลาเป็นคนเช่นนั้นแม้มาบวชก็ยิ่งชัดเจน เรื่องเกี่ยวกับสัตว์อาตมาไม่เคย ไม่เคยทำร้าย แต่ปากอาตมานี้ ว่า ตำหนิสิ่งที่ควรตำหนิ ตำหนิแรงด้วย ต้องตำหนิเพราะว่ามันผิดเยอะ สิ่งที่ตำหนิจึงเยอะ สิ่งที่ถูกก็ยกย่องแล้วมีน้อย 

สิ่งที่ยกย่องก็มีแต่ชาวอโศก ต้องยกย่องชาวอโศก เพราะชาวอโศกเป็นอาริยะ นอกนั้นไม่มี จะยกย่อง ก็ยกในส่วนที่พอได้ แต่ไม่ถึงขีดถึงขั้น สังโยชน์ข้อที่ 1 ก็ยังไม่สมบูรณ์ จะให้อาตมาไปยกย่องได้ไง ทั้งๆที่ทางโลกเขานับถือกันเป็นระดับโลกเลยนะ ว่าเป็นปราชญ์ทางศาสนาพุทธ แต่อาตมาก็อธิบายยืนยันว่า สักกายะทิฐิท่านยังไม่รู้จัก กาย ข้อที่ 1 ท่านยังไม่ถูกเลย คำว่า บุญ ท่านยังเข้าใจผิด พอบอกพยัญชนะ อปุญ ท่านก็กลับไปแปลว่าบาป แล้วจะไปนิพพานได้อย่างไร อย่างนี้เป็นต้น 

เพราะว่า บุญ เป็น one way แทรฟฟิก(traffic) บุญมันขาเดียวฆ่ากิเลสอย่างเดียว กำจัดกิเลสแล้วก็หมดหน้าที่ ไม่มีบุญอีก ไม่มีวนไปเป็นบาป ถ้าหากวนไปเป็นบาปอีกก็ไม่มีตัวจบ บุญเป็นอาวุธชำระกิเลสที่เป็นตัวจบในตัวเอง ทำหน้าที่ชำระกิเลสไม่สะสม ไม่มีโค้งงอไม่วนมาหาอีก ตรงอย่างเดียวเลย บุญนี่ 

ซึ่งก็ไม่ได้ง่าย มันยากจริงๆ แล้วมันเพี้ยนไปจนไม่มีผลเลยสำหรับบุญไปเข้าใจเป็นกุศลที่สะสมได้อีก ศาสนาพุทธทุกวันนี้จึงไม่มีนิพพาน เพราะคำว่าบุญนี้เป็นตัวตัดสินว่าถ้าคุณตัดกิเลสถึงขั้น  ฌาน คือไฟ เผากิเลส แล้วกิเลสหมดก็คือบุญ บุญก็คือตัวต่อเนื่องจาก ฌาน

แล้วฌาน นี้คือปัญญา ปัญญากับฌานเป็นอันเดียวกันของพระพุทธเจ้า คือความรู้ ฌานอยู่ที่ไหนปัญญาอยู่ที่นั่น ปัญญาอยู่ที่ไหนฌานอยู่ที่นั่น อย่างนี้เป็นต้น 

เพราะฉะนั้น ฌาน ที่ไปนั่งหลับตาไม่มีปัญญา แล้วปัญญาเข้าใจไม่ได้ ปัญญาต้องมีครบทั้งตาหูจมูกลิ้นกายใจ อาตมาพยายามอธิบายว่าปัญญาจะเกิดได้ต้องมี องค์ 6 ต้องมี ปัญญา ปัญญนิทรีย์ ปัญญาพละ ต้องมี ธรรมวิจัยสัมโพชฌงค์ สัมมาทิฏฐิ มัคคังคะ รวมเป็น 6 ในมหาจัตตารีสกสูตร ข้อ 258 

ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องสำคัญที่จะเข้าใจได้ง่ายๆ ปัญญาไม่ใช่ความรู้สามัญ เป็นความรู้โลกุตระมีแต่ศาสนาพุทธเท่านั้น แต่เอาไปใช้กันเลอะเทอะ เอาปัญญาไปใช้แทนคำว่า เฉกา ซึ่งเป็นความฉลาด โลกีย์ ปัญญาเป็นความฉลาดโลกุตระที่รู้จักกิเลส ล้างกิเลสออก จนจิตสะอาดบริสุทธิ์เป็นจิตว่าง จิตสบายแบบปกติ ซึ่งไม่ใช่แบบโลกๆ มันเป็นปรมังสุขังไม่ใช่แบบโลกๆ ยิ่งกว่าสุข แต่เขาไปแปลว่าสุขอย่างยิ่งมันก็วนไปหาโลกีย์ 

ใช้พยัญชนะแทนสภาวะที่ไม่ใช่อันเดียวกัน โลกียะกับอันนี้คล้ายๆกันมันมีมุมเดียวที่ไม่เหมือนกัน ต้องฟังตามให้ดีๆ 

จะพิสูจน์อย่างไรว่าเป็นพระอรหันต์ ได้คือ อาตมาบอกไปคุณก็เข้าใจได้ยาก อาตมานี้รู้จักจิตเจตสิกพิสูจน์ได้ จิตเจตสิก โดยเฉพาะจุดสำคัญที่สุดคือเวทนา อาการความรู้สึกหรืออารมณ์ แล้วอาตมาก็รู้อารมณ์ที่แยกเนกขัมมะ แยกเคหสิตะได้ อาการความรู้สึกแบบโลกโลกีย์ แล้วก็ทำให้กิเลสมันลด กิเลสลดๆๆ ความรู้สึกมันก็เปลี่ยนแปลง กิเลสหมด เป็นอุเบกขา อาตมาก็รู้จักคำว่า อุเบกขา ลักษณะของอุเบกขา ไม่มีสุข ไม่มีทุกข์ มันไม่มี 2 

โดยเฉพาะสุขทุกข์ อันนี้ไม่มี อันนี้พอเข้าใจได้ คือไม่มีสุขไม่มีทุกข์ เขาก็เรียกว่า อุเบกขา 

อาตมาการใช้พยัญชนะไปอีกเป็น อุ + ปะ + เอ + ขะ 

อุปะ แปลว่าใกล้ เอ แปลว่า 1 ขะ แปลว่าว่าง คืออาการเช่นนี้ เอาพยัญชนะขยายเป็นสภาวะ เขาก็บอกว่าไม่มีอาจารย์คนไหนมาสอนแบบนี้ แต่อาตมาไม่เก่งพยากรณ์ อาตมาตอบสภาวะ มันจึงขัดแย้งกับเขามากเขาจึงวิจารณ์อาตมามาก หรือแม้แต่อาตมาอธิบายสมาธิพุทธ ก็เอาพยัญชนะบาลีมาแจกตามประสาอาตมาเขาก็วิจารณ์อาตมา 

ทุกวันนี้อาตมายืนยันได้อาตมาเอาคนพามาทำตามสูตรพยัญชนะ สูตรวรรณะ 9 สาราณียธรรม 6 เป็นต้น ตอนนี้ก็เอาจรณะ 15 วิชชา 8 มาไล่ ต้องเกี่ยวข้องกับศีล 

ทั้งที่เขาผิดมาตั้งแต่ศีล เขาบอกว่าปฏิบัติแต่กายกับวาจา ก็ดูที่กิมัตถิยสูตรก็เป็นเรื่องจิตตั้งแต่อวิปฏิสาร 

มีแต่สภาวะที่อาตมาพามาจนกันทั้งหมู่บ้าน แล้วจนประสาอะไร จนแต่แจกผู้อื่นช่วยผู้อื่น แล้วตัวเองก็อยู่สบาย พออยู่พอกิน มันซ้อนนะ ก็เพราะเรามีใช้พอ เราไม่กินมากมายหรอกกินอย่างพอดี แต่ละคนเราไม่มากแต่เรามีพลังงานสร้างสรรเยอะ เป็นเศรษฐศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ เราก็กินพอใช้ ไม่ต้องกักตุนไม่ต้องสั่งสมคงคลังอะไรมากมาย สะพัดเก่ง เพราะเรามั่นใจในความขยันกับสมรรถนะที่เรามี คนแก่ไปแล้วก็มีคนมาทดแทนหมุนเวียนกันไป ไม่ได้น้อยลง 

เรารักษาพวกเรา ยืนยันว่าเป็นอรหันต์ อาตมารู้จักจิตเจตสิกต่างๆ คุณต้องมาเรียนตามเวทนา 108 กายิกเวทนา เจตสิกเวทนาคืออะไร

ถ้าคุณเข้าใจได้ตั้งแต่ไปทำงาน 2 ไปเวทนา 3 ทุกข์ สุข ไม่ทุกข์ไม่สุขเป็นอย่างไร 

เวทนา 5 มันเป็น degree ตั้งแต่สุขกับทุกข์ เข้ามาถึงภายในเป็นโสมนัสกับโทมนัส อุเบกขา เรียกว่า อินทรีย์หรือกำลัง ดีกรี มากน้อย หนักเบา สุข คือข้างนอก หยาบทุกข์ ก็หยาบภายนอก หมดแล้วก็เหลือโสมนัสโทมนัสหมดก็เป็นอุเบกขินทรีย์ เป็นพลังงานในอุเบกขา แล้วก็ปฏิบัติด้วยตาหูจมูกลิ้นกายใจของ 6 ทวารไม่ว่าจะเป็นโลกียะหรือโลกุตระก็ต้องใช้ 6 ทวารนี้สัมผัสรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส เสร็จแล้วคุณก็เกิดเวทนาที่มีกิเลส แยกกเลสให้ออก กำจัดกิเลสให้หมดโดยใช้ปัญญาอันยิ่ง ไม่ใช่กดข่ม รู้ว่ากิเลสไม่ใช่ตัวตนจริงมันเป็นตัวเหตุแห่งทุกข์มันเป็นผีหลอก มันไม่ใช่ตัวจริงเลยมันเป็นผีหลอก ต้องให้เห็นเลย พาขี่จักรยานยนต์ มอเตอร์ไซค์ มันไม่มีตัวจริงหรอกมันเป็นอนัตตา มันไม่เที่ยงมันไม่มีหยุดตลอดกาลนาน กิเลสไม่ได้ติดอยู่อย่างนี้แบบเที่ยง มันไม่เที่ยง เดี๋ยวมันก็ไปเป็นอย่างอื่น อะไรอย่างนี้แล้วก็ไปอร่อยอย่างอื่น วนเวียนมาอร่อยอย่างนี้อีกแล้ววนเวียนไปอะไรอย่างอื่นอีก ไม่ล้างสักอย่างแต่ยิ่งจะเพิ่มขึ้น เวรล่ะทีนี้ นานล่ะคุณเอ๋ย ไม่เรียนรู้ลดละบ้าง 

สรุปว่า อาตมาอธิบายสภาวะสัจจะของพระอรหันต์ ที่ไม่มีกิเลสพวกนี้แล้ว อาตมาพูดไป คุณจะเข้าใจสัก 10 หรือ 20 เปอร์เซ็นต์ไหม แล้วคุณจะได้ 10 ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ อาตมาจะดีใจมากเลย 

_สู่แดนธรรม.. ผมว่าเขาเข้าใจยากมากเลย 

พ่อครูว่า.. แล้วบอกว่าสนุกสนานเฮฮาแบบนี้ไม่ใช่พระอรหันต์ อาตมาว่าไม่เหมือน อาตมาว่าไม่ได้ร้องแบบอย่างอาชีพ อาตมาจะเป็นนักร้องอาชีพมาก่อน อาตมาก็ร้องแบบเล่นๆ เขาเรียกว่าร้องแบบ สมัครเล่นๆ Amature ไม่ได้ร้องอย่างเอาจริงเอาจัง เล่นลูกคอ ทำเสียง อาตมาเป็นอาจารย์สอนร้องเพลงมาก่อนนะ สอนจนเป็นนักร้องดังหลายคน อาตมาทำงานนี้มาตั้งแต่ 70 ปีก่อน อาตมาเป็นดาราจัดรายการโทรทัศน์ ทำรายการแมวมอง นักร้องขวัญดาว ทำมาก่อนใครๆ เพราะเป็นโทรทัศน์ช่องแรกของประเทศ ทีวีช่อง 4 บางขุนพรหม อาตมารุ่นต้นๆ ตอนนี้ตายไปเยอะแล้ว ยังนึกถึงอยู่เหมือนกันว่าเหลือใครบ้าง สะอาด เปี่ยมพงศ์สานต์ก็ตายแล้ว มีอารีย์ นักดนตรี กำธรก็ตายแล้ว เหลือเจ้ารอง เค้ามูลคดี เขาเป็นรุ่นน้อง อาตมาจัดมารายการต่างๆ สารคดี รายการเด็ก เกมต่างๆ 

อาตมาไม่ได้เล่นดอกไม้ อาตมาเอามาใช้จริงๆ มากินจริงๆเลย 

อาตมาไม่ได้ยุ่งกับการเมืองแต่ทำให้หายยุ่งจริงๆ 

อาตมาได้พึ่งพาภาษา ทำให้คุณเข้าใจได้ดี คุณหัดฟังให้ดี ภาษาที่อาตมาใช้ มันไม่เหมือนกับคนที่จะไปฟังภาษาโลกีย์ อาตมาฉีกภาษาให้ตรง ซึ่งคุณพูดไม่เป็นหรอก ก็ฟังบ้างสิ 

อวดอดีตชาติ หากว่าอาตมาอวดล่ะจะมาก อาตมาพยายามเหนียมนะ แต่คนเขาอยากรู้ แต่คุณตั้งเรื่องไม่นับถือก็ว่าไปเถอะ ซึ่งอาจจะมาพิสูจน์ มีนัยยะที่จะพิสูจน์ อาตมาจะเป็นผู้นี้หรือไม่ อาตมามีเนื้อหาสาระตรงกับอย่างนี้ไหม หรือมีใครเหมือนกับอาตมาที่จะตรงเท่า แล้วก็ทำได้ดีเพิ่มเติมกว่าด้วย พูดไปก็จะดูน่าหมั่นไส้เพิ่มไปอีก 

คุณต่างหากไปยึดถือความไม่ถูกต้อง อาตมาว่า คุณจะไปยึดคนละข้างกับอาตมาซะละมั้ง ไปไปยึดถือความถูกต้องเป็นความไม่ถูกต้อง 

อาตมาไปยืนต่อหน้ากระสุนก็เคยมาอยู่แล้ว ไม่ได้ยึดตัวบุคคลดีก็บอกว่าดี ไม่ดีก็บอกว่าไม่ดี ประกาศว่าคนไหนเป็นอรหันต์ผิด แต่คุณตัดสินผิด อรหันต์จริงๆ มันผิดที่ไหน เป็นฆราวาสก็มี เป็นนักบวชก็มี อาตมาก็ประกาศไปแล้ว ก็พิสูจน์อยู่ตอนนี้ไม่เห็นจะผิดเพี้ยนอะไร 

ยังมีเรื่องที่ยอมรับลูกศิษย์ที่มีประวัติไม่งามทางเพศ ก็ไม่มีนะ

อาตมาไม่ได้ส่งเสริมปศุสัตว์ หรือไอสไตน์ 

คุณเดชา อำพร ก็ติดตามกันไปเรื่อยๆนะ วันนี้หมดเวลาแล้ว ขออภัย เจริญธรรมทุกคนไม่ต้องสรุปแล้ว