640205_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ตอบปัญหาให้ปัญญาคนไร้ศรัทธาต่ออโศก

ดาวโหลดเอกสารที่ https://docs.google.com/document/d/1fJH-n5hTLB-2HXB1X0HgB9N9klZR3a_-owXyRKeMVY0/edit?usp=sharing                                                                            

ดาวน์โหลดเสียงที่ https://drive.google.com/file/d/1r3x680iurHQyFk9Y8TFvKPWia8oolIhg/view?usp=sharing 

    

และยูทูปที่ https://youtu.be/ZyPKHq3GiL8

สมณะเดินดินว่า…วันนี้เป็นวันศุกร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ 2564 ที่บวรราชธานีอโศก ช่วงนี้เป็นช่วงที่เรากำลังเดินทางเข้าสู่งานพุทธาภิเษกครั้งที่ 46 

สยังอภิญญา เป็นผู้รู้แจ้งโลกนี้โลกหน้าด้วยตัวเองแล้วประกาศให้ผู้อื่นได้รู้ตาม คือเป็นผู้รู้ได้ด้วยตัวเองไม่ต้องมีครูบาอาจารย์เกิดมาก็รู้ได้เอง พ่อครูมีความเป็นสยังอภิญญา คนถามว่าใครเป็นอาจารย์ของท่าน ท่านก็บอกว่า ชาตินี้ไม่มีครูบาอาจารย์

เรื่องโลกนี้โลกหน้า ผู้รู้แจ้งโลกนี้โลกหน้า คือสยังอภิญญา โลกนี้คือ ลาภ ยศ สรรเสริญ โลกียสุข ที่คนวนเวียนติดยึด แต่ผู้อยู่เหนือก็ไม่ติดยึด แม้จะอยู่กับสิ่งเหล่านี้ 

เราก็มาฟังธรรมจากสัตบุรุษ แล้วก็หมั่นทบทวน เพราะการสอบในงานพุทธาฯครั้งนี้จะออกข้อสอบจากที่พ่อครูเทศน์เริ่มตั้งแต่ 3 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา 

พ่อครูว่า…เราก็มาดู sms ก่อน

หากออกกฎหมายทำแท้งเสรีได้ ยิ่งทำให้ปัญหาสังคมเพิ่ม

SMS วันที่ 3-4 ก.พ. 2564 

_Aim (เอม) : นมัสการพ่อท่าน สมณะ สิกขามาตุทุกรูปค่ะ ลูกรู้สึกร้อนใจต่อข่าวการผ่านกฏหมายทำแท้งเสรี (ที่แชร์ข่าวมาข้างต้นค่ะ) ที่จะทำให้ประเทศไทยกลายเป็นแดนคนบาปที่เห็นการฆ่าทารกเป็นเรื่องปกติ ลูกแปลกใจว่าทำไมข่าวเรื่องนี้ไม่ติดกระแสให้มีการวิพากวิจารณ์เพื่อให้คนได้ตาสว่าง ไม่กลาย เป็นคนใจบาปหยาบช้าเห็นการฆ่าทารกเป็นธรรมดา และยังส่งเสริมให้คนไทยไม่สำรวมในศีลข้อสามมากขึ้นกว่าเดิม เพราะลำพังแค่การมีเรื่องคุมกำเนิด ก็ทำให้คนไม่สำรวมตนอยู่แล้ว การให้มีการทำแท้งเสรีจะทำให้ความไร้ศีลธรรมของคนไทยเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งคนในชาติอื่นๆ ด้วยที่จะพากันบินมาทำแท้งในเมืองไทยมากขึ้น หากมองเป็นพลังงาน ทั้งจิตใจของคนที่ไร้ศีลธรรมหมกมุ่นในเรื่องกามารมณ์ ผู้มีจิตโลภมากเห็นแก่เงินจนกระทำกรรมอันชั่วร้าย และจิตอาฆาตของทารกที่ถูกพรากชีวิตไป พลังงานลบเหล่านี้ก็จะปกคลุมสังคมไทยให้ได้เดือดเนื้อร้อนใจกันมากขึ้น รบกวนพ่อท่านโปรดช่วยให้แสงสว่างทางปัญญาในแง่มุมต่างๆ ชี้ทางสว่างให้กับสังคมไทย เพื่อช่วยเมืองไทยไม่ให้กลายเป็นแดนประหารทารก ด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ

พ่อครูว่า…เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องจริง ใครยังจำได้ไหม พูดถึงพลตรีจำลองก็มีพิเศษหลายอย่าง เพราะธรรมดาเลขานายกรัฐมนตรีต้องเป็นพลเอกนะ แต่ตอนนั้นคุณจำลองพึ่งเป็นพันเอก ได้รับพิเศษ ได้รับความไว้วางใจจากพลเอกเปรมให้เป็นเลขานายก เสร็จแล้วมาลาออกเสียนี่ ลาออกเพื่อมารณรงค์เรื่องนี้แล้วรณรงค์จนสำเร็จ ไม่ผ่าน ประเทศไทยก็ดีไม่มีกฎหมายทำแท้งอนุญาตให้ทำแท้ง ก็ดีไปแล้ว 

มาเอาอีกสิ คราวนี้อีกแล้ว คือ เป็นอย่างนี้โลกจะหมุนเวียนไป ความเสื่อมมันมีเยอะขึ้นเรื่อยๆก็จะจมสู่ความเสื่อมอีก ก็ขอบอกกล่าวต่อประชาชน ผู้ที่มีสำนึกอะไรต่างๆ ไม่ใช่เรื่องเล็กนะ อย่างคุณเอมเขียนมา มีหลายประเด็นละเอียดอยู่ในนี้ ซ้อนอยู่ในนี้เยอะ มันเป็นเรื่องสำคัญมากเป็นเรื่องของกรรมวิบากของสรีระหรือจิตวิญญาณ เป็นเรื่องจิตวิญญาณมากกว่าสรีระของมนุษยชาติ เรื่องของกรรมวิบากที่ตามฆ่ากัน ทำลายกัน แก้แค้นกันไปกันมานับไม่ถ้วนบางทีถึง 500 ชาติ เอ็งฆ่าข้า เอ็งอย่างนี้ไป สารพัดสารเพ เป็นเรื่องที่น่าเบื่อเป็นเรื่องทรมาน ไม่น่าจะให้มาเกิดในวิบากของมนุษย์ โดยเฉพาะชาวพุทธที่รู้จักเรื่องกรรมวิบากอย่างนี้ไม่น่าจะให้เกิด อาตมาว่า ไม่ใช่เรื่องเหลือบ่ากว่าแรง เขาเองกังวลเรื่องที่เลวร้ายลง เด็กหนุ่มเด็กสาว ฟรีเซ็กส์ มันมากขึ้น เขาก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ท้องไม่มีพ่อไม่มีแม่มันก็จะมากขึ้น ซับซ้อน ดีไม่ดี ท้องมา เอาลูกไปฆ่าทิ้ง หมกถังขยะ ตามที่เป็นข่าว 

แต่จะชนะได้อย่างไร ก็ขอสรุปว่า มันจะชนะได้ก็ต้องมาศึกษาธรรมะพระพุทธเจ้าให้เกิดปัญญาอันยิ่ง นี่เป็นเงื่อนไขหลักสำคัญ ต้องมาส่งเสริม โลกุตรธรรมของพระพุทธเจ้า โลกียธรรมนั้นไม่มีสิทธิ์หรอก อย่างที่ทำๆกันอยู่ เอาแต่ดีแต่ชั่วไม่ได้กินหรอก เอาแต่ทำดีไม่หยุดทำชั่วจิตไม่มีพลังไม่มีอำนาจพอ จิตต้องมาเป็นโลกุตระจึงจะมีอำนาจ อำนาจนั้นคืออำนาจปัญญา พลังปัญญานี่ มันมีพลังงานเป็นโลกุตระ มันสูงส่งกว่าพลังความฉลาด แต่เขาตีกินเอาคำเรียกว่าปัญญาไปเรียกภาษาโลกีย์ เป็นเฉกะหรือเฉโก

เฉกะ มีรากศัพท์คือ ฉ คือ 6 เอกคือ เก่งเป็นเลิศ ก็เก่งในทางทวาร 6 แต่ความฉลาดไม่ได้ออกมานอกกรอบของโลกียะ อยู่ในฉฬายตนะ 6 ในกรอบของทวาร 5 หรือ 6 ไม่มีการทวนกระแส

ส่วนโลกุตระออกนอกทวาร 6 เป็นเรื่องทวนกระแส พวกเรามีพื้นฐานพูดกับรู้เรื่อง ส่วนข้างนอกเป็นโลกียะ ยากมากเลย ปัญหามีเยอะมาก แล้วก็อีกอย่างที่เป็นเรื่องยากของอาตมาก็คือพระสมณโคดม พระพุทธเจ้าองค์นี้ ท่านไม่สอนใบไม้ทั้งป่า ท่านไม่สอนโพธิสัตวภูมิ ท่านสอนแค่อรหันตภูมิเท่านั้น ใบไม้กำมือเดียว

จึงมีคำสอนของพระสมณโคดมบันทึกอยู่ในพระไตรปิฎก กับพระโพธิสัตว์อื่นๆที่เป็นพุทธสาวก ที่ขยายความเพิ่มเติมจากพระสมณโคดม บางคนเดี๋ยวนี้ก็ทำเก่งจะเอาแต่พุทธพจน์ ถ้าไม่ใช่พุทธพจน์ในพระไตรปิฎกก็เลือกทิ้งหมด ทำเป็นเก่ง

เพราะฉะนั้นความรู้ของพระสาวกที่เป็นพระโพธิสัตว์บำเพ็ญต่อมา มันขยายความให้ได้ดีขึ้นมากขึ้นให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น ของพระสมณโคดมนั้นเข้มข้นคลี่คลายกระจายได้ยาก ก็มีพระอัครสาวกต่างๆมาขยายความเช่นพระกัจจายนะ ได้รับคำชมจากพระพุทธเจ้าว่าเป็นเอตทัคคะทางขยายความธรรมะได้ดีกว่าพระพุทธเจ้าอีก 

ดังนั้น เราจะไปตีทิ้งคำสอนของพระเถระไม่ได้ หรือเถรวาทะ ในพระไตรปิฎกก็มี เถรวาทะกับพระพุทธเจ้าท่านเองไม่มีของอรรถกถาจารย์ เพราะฉะนั้นคุณรับได้หมดแหละ เมื่อเขาเข้าใจไม่ได้ก็ไปตีความขยายความเพิ่มเติมอีกในพระไตรปิฎกไม่มี เขาก็ถือว่าเป็นอรรถกถาจารย์ หรือคนเสริมเข้าไปใหม่ พวกอวดดีนี้จะขาดประโยชน์

เราออกไปไล่รัฐบาลตั้ง 3-4 รัฐบาล เรื่องทารกการฆ่าคนมันเป็นเรื่องเอามาเฮ็ดไร้ศีลธรรม ทั้งระเริงไปในกาม ต่างๆนานาพวกนี้ แค่ 3-4 อย่างก็เหลือแล้ว เมืองไทยเป็นเมืองพุทธพระพุทธเจ้าละเอียดลออเรื่องกรรมวิบาก เรื่องกามพวกนี้มากเลย ชาติไหนไม่มีศาสนาไหนเทียมเท่าแม้แต่กามก็เถอะ ศาสนาพระพุทธเจ้าที่สุดยอด อย่างไรก็ใครมีอะไรจะออกไปทาง Social Media จะเพิ่มเติมก็ขยายผล ให้มีฤทธิ์มีอำนาจเหมือนธนาธรเขาใช้บ้าง ธนาธรเขาเก่งนะใช้โซเชียลมีเดียได้เก่งได้ผล ของเราไม่ค่อยได้อันนั้นลองพยายามดูหน่อยพวกเราถ้าขยันช่วยกัน 

ขอย้ำว่าทางรัฐบาลทางรัฐมนตรีก็ช่วยกันเรื่องนี้อย่าปล่อยปละละเลยเลย อย่าเพิ่งให้มีกฎหมายทำแท้งเลยสรุป เพราะว่ามันจะไปกันใหญ่เลยแล้วมาอดโอยเป็นปัญหาสังคมที่มากมายทั้งเด็กทั้งผู้อำนวยการละเมิดเด็กม 2 ม 3 ก็เป็นเรื่องราวอยู่ในสังคมเป็นข่าวอยู่ขณะนี้ มันไม่ได้เรื่องหรอกยิ่งจะเป็นปัญหาบานปลาย ถ้าหากอันนี้ไม่ปล่อยปละละเลยให้เข้มไว้อย่าให้ออกกฎหมายทำแท้งได้ มันจะช่วย กดทางนี้ไว้ด้วย ไม่เช่นนั้นมันจะบานปลายมันจะเสื่อม กฎหมายหรือว่าสังคมจะเบาลงจางลง ช่วยกันหน่อยเถอะ ผ่านแล้วหรือ?…

คุณร่วมมือออกกฎหมายนี้ด้วย ออกกฎหมายก็เป็นกรรมวิบากของคุณแล้ว อนุญาตให้ฆ่าคนก็เป็นกรรมวิบากแล้วนะ คุณก็เป็นคนร่วมมืออนุญาตให้ฆ่าคนนี้มันบาปหรือยัง? จะพูดอะไรกันไปให้ยาวความมาก พระพุทธเจ้าท่านละเอียดไปถึง ชีวะ 

ทวน ชีวกสูตร 5 ประการ บาปเป็นอันมากมิใช่บุญเลย

  1. ผู้นั้นกล่าวอย่างนี้ว่า “ท่านทั้งหลายจงไปนำสัตว์ชื่อโน้นมา” (อุทิศ, อุททิสสะ คือ เจาะจงมุ่งหมายไปที่สัตว์ชื่อนั้น) 

  2. สัตว์นั้นเมื่อถูกเขาผูกคอนำมา  ย่อมได้เสวยทุกข์โทมนัส

  3. ผู้นั้นพูดอย่างนี้ว่า  “ท่านทั้งหลายจงไปฆ่าสัตว์นี้” 

  4. สัตว์นั้น เมื่อกำลังถูกเขาฆ่าย่อมเสวยทุกข์โทมนัส 

  5. ผู้นั้นยังตถาคตและสาวกตถาคต  ให้ยินดีไปด้วยเนื้อ   ย่อมประสพบาปมิใช่บุญเป็นอันมาก (ตถาคตํ วา   ตถาคตสาวกํ  วา   อุทฺทิสฺส   ปาณํ   อารภติ   โส  อิเมหิ    ปญฺจหิ   ฐาเนหิ  พหุง   อปุญฺญํ   ปสวตีติ)     ชีวกสูตร  เล่ม13   ข้อ60 

สรุปว่าเรื่องฆ่าสัตว์ในศีลข้อที่ 1 ท่านก็ตรัสไว้ละเอียดลออชัดเจน แม้ไม่มีคำความที่มากแต่ก็ชัดเจนอยู่แล้ว จุลศีล ข้อ 1…พระสมณโคดม ละการฆ่าสัตว์ เว้นขาดจากการฆ่าสัตว์ วางทัณฑะ วางศาตรา มีความละอาย มีความเอ็นดู มีความกรุณาหวังประโยชน์เกื้อกูลแก่สัตว์ทั้งปวงอยู่ อาวุธชั้นไหนๆก็วางหมด กรุณา หากเราไม่มีกรุณา เราขนลุกขนพองเลย ทำไมเราโหดเหี้ยมเลวร้ายอย่างนี้ ความละอายก็ไม่มี เอ็นดูก็ไม่มี กรุณาก็ไม่มี มันจะอย่างไร สุดท้าย ไม่มีหวังร้ายเลย มีแต่หวังประโยชน์เพื่อสัตว์ทั้งปวงอยู่ 

อาตมาอธิบายถึงขั้นว่า สัตว์มันเกิดมาเริ่มตั้งแต่เซลล์เดียวอย่าไปข้องแวะอย่าไปทำร้ายเขาได้เป็นดีที่สุด คุณรู้ได้อย่างไรว่าสัตว์เริ่มต้นเซลล์เดียวนี้ก็ตาม ในอนาคตอาจจะเป็นพระพุทธเจ้าองค์ใดองค์หนึ่งก็ได้ เพราะฉะนั้นเราจะไปตัดรอนกันทำไม บาปภัยเหล่านี้ซับซ้อนลึกซึ้งไม่ใช่เรื่องเล่นๆ พระพุทธเจ้าถึงได้จัดกรรมวิบากเป็นเรื่องอจินไตย ไม่ใช่เรื่องขบคิดกันได้ง่ายดาย กรรมวิบาก พุทธวิสัย กรรมวิสัย โลกจินตา กรรมวิบากไม่ใช่เรื่องธรรมดาผู้รู้ดีก็บอกเตือนอย่าไปทำบาป

ทำไมยุคนี้คนบรรลุช้ากว่ายุคก่อน

_0015 : ยุคก่อนคนไม่ค่อยเดือดร้อนและทุกข์น้อย แต่เข้าถึงธรรมและบรรลุเร็ว ปัจจุบันกลับตรงข้าม เป็นเพราะอะไรครับ / กระผมสงสัยว่าผู้ที่บรรลุอรหันต์แล้ว และมาเกิดใหม่อีกทำไมต้องไปมีคู่หรือแต่งงานอีกครับ

พ่อครูว่า…ถูกต้อง เป็นเพราะสังคมมันเสื่อมลง อาตมาจึงเหนื่อย เพราะมันตรงตามที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า ต่อไปในอนาคต คนจะไม่รู้จักโลกุตระ พูดกันไม่รู้เรื่องแล้ว แต่จะไปยินดีในคำสอนของสาวก  เพราะโลกุตระมันจะทวนกระแสใจฟังไม่ค่อยขึ้นฟังไม่ค่อยได้ อาตมาทำงานผ่านมา 50 ปีจนทุกวันนี้ก็ยังลำบากเลยพวกที่เขาติดอยู่ในโลกียะ 

ถามว่า ปัจจุบันตรงข้ามเพราะอะไร ตอบง่ายๆ ว่าเพราะมันเสื่อมลงใกล้กลียุคแล้ว แม้ศาสนาพระพุทธเจ้าสมณโคดมนั้นเป็นปลายภัทรกัปแล้ว พระองค์นี้มีเป็นองค์ที่ 4 ของภัทรกัปพระพุทธเจ้า กลียุค จะเกิดในกัปนี้แหละ เมื่อศาสนาพระสมณโคดมสิ้นไป กลียุคเกิด แล้วจะลดลงไปเหลือคนน้อยลงไปเรื่อยๆ จนกระทั่งมีพุทธันดร ว่าง ไม่มีศาสนาพุทธ จนกว่า คนจะมีเพิ่มมากขึ้น คนมาใหม่ๆก็ไม่ได้อวิชชาหนาวเหมือนคนเก่า จนกระทั่งมันเสื่อม ศาสนาพุทธต้องเกิดมาช่วยคนที่เสื่อม คนยังไม่ต่ำ ยังไม่เลวเท่าไหร่ ก็อยู่กันด้วยดีไป ศาสนาโลกียะเขาก็ช่วยได้อยู่เรื่องนี้ รักดีไม่ทำชั่ว พ่อมันไม่ไหวแล้วพระพุทธเจ้าองค์นี้ก็จะอุบัติขึ้นมานั่นแหละคือพระศรีอริยเมตไตรย จะรื้อขนสัตว์ได้มากที่สุดเลย อย่างนี้เป็นต้น 

เรื่องเกิดมามีคู่ไม่ใช่เรื่องต้องจำนน

_เรื่องเกิดมาใหม่แล้วทำไมต้องมีคู่ นี่ก็เป็นกรรมวิบาก เป็นเรื่องอจินไตย

อาตมาอธิบายลำบากเพราะเป็นเรื่องอจินไตย ยิ่งถามเรื่องทำไมต้องมีคู่อีก เรื่องมีคู่นี้ในสัตว์โลกเกิดมาไม่รู้กี่ล้านชาติ มันจะติดอยู่ในสันดานเท่าไหร่ ยังติดเป็นวิบากอีกเท่าไหร่ 

ยกตัวอย่างง่ายๆคนคนหนึ่งไม่ได้มีคู่คนเดียวนะ มีเป็นร้อยเป็นพัน คู่ของคนแต่ละคน กว่าจะมาพบศาสนาพุทธมานั้นมีคู่ไม่รู้ตั้งเท่าไหร่ เกิดเป็นสัตว์เดรัจฉานมีคู่ตั้งเท่าไหร่ สัตว์เดรัจฉานชั้นดีมีคู่เดียว สัตว์เดรัจฉานธรรมดาจะมีอะไร ก็เลอะไปเรื่อยใช่ไหม ก็เป็นวิบากกันไป สรุป เรื่องนี้เป็นกรรมวิบากที่เป็นอจินไตย ยากมาก

อาตมาเคยพูดไว้ว่าอาตมามีปณิธานไว้ว่าเกิดมาจะไปเป็นพระพุทธเจ้าที่ไม่มีคู่จนกว่าจะปรินิพพานเลย ซึ่งต้องพากเพียร ต้องละหน่ายคลาย ไม่ใช่จำนนว่า ขนาดพระพุทธเจ้ายังมีเลยเราก็จำนนก็แล้วกัน อย่านะ อย่าไปคิดอย่างนั้น ก็ต้องวนเวียนอีก แม้คุณจะเป็นโพธิสัตว์แล้วก็ตามยังอีกตั้งเท่าไหร่ ป่วยการที่คุณจะเป็นพระโพธิสัตว์หรือไม่ไม่รู้ แต่ละคนมันจะง่ายหรือ ทำไมมาแต่งงานอีกครับ อันนี้ก็ตอบไม่ไหวแล้ว 

_Lekprasomwong (ประจงใจ เล็กประสมวงศ์) : กราบพ่อครูสมณโพธืรักษ์. ความผิดแม้เล็กน้อยก็ถือว่าผิด แต่โทษจะต่างกรรมต่างวาระ

พ่อครูว่า…ถูกต้องเพราะเหตุปัจจัยมันทำให้เกิดกับวิบากต่างกัน 

_Boonyakorn Pattanasattaporn (บุญยกร พัฒนสัทธาพร) : จับตาข่าวเรื่องimf ขนเงินสดให้รัฐบาลท่านอองซานจำนวน350ล้านเหรียญสหรัฐก่อน

ยึดอำนาจสองสามวัน ที่มีลูกชายนายโซรอสเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยนั้น ว่าเป็นเรื่องอะไรกันแน่??? คาดว่าเมื่อมีการถอดรหัสจากโทรศัพท์พิเศษจำนวน9ชุดที่กองทัพยึดได้ และผลตรวจสอบรายงานการประชุมที่เกี่ยวข้องแล้ว ความจริงอาจทำให้โลกตลึง!!!

พ่อครูว่า…คุณถามมานี้ถามผิดคนแล้ว อาตมาไม่ได้รู้ดีในข้อมูลเหล่านี้มากกว่านักข่าวที่ออกข่าวกันเลย คุณกนก คุณสนธิญาณ รู้เรื่องกว่าอาตมาเยอะในเรื่องพวกนี้ 

_สมบัติ สมบูรณ์แก้ว : ชอบฟังสิกขมาตุกล้าข้ามฝันมาก ท่านข้ามไปไกลมาก ท่านเทศน์ฟังไม่เบื่อเลยท่านไม่ติดตัวตนจริง

พ่อครูว่า…ก็ใช่ ใครฟังก็คงรู้ สิกขมาตุก็เอาภาระหลายอย่าง มีน้องสาวของสิกขมาตุกล้าข้ามฝันมาขอชื่ออาตมาก็ตั้งให้ชื่อว่า กั้นข้ามฝา… นี่เป็นเรื่องจริงนะ

เรื่องตัวเลข ดวงดาว ใช้คำนวนได้สำหรับสยังอภิญญา

_เดชา อำพร : ท่านฟ้าไท ท่านก็เป็นผู้ที่ชอบเล่นลิเกอยู่มิใช่น้อยนะท่าน คงเหมาะสมกับหัวหน้าคณะลิเกคือผู้นำอโศกอย่างกับปี่กับขลุ่ยเลยนะ เราไม่เห็นว่าจะมีเรื่องพระโพธิสัตว์ 9ระดับบันทึกอยู่ในพตปฎ.ที่ตรงไหน? สงสัยพวกท่านจะพากันสมมุติกันเอาเองตามการชี้นำของผู้นำของท่านเป็นแน่ สมแต่ตอนจะมาเป็นชาวอโศก ท่านก็จึงนุ่งจูงกระเบนเข้ามานั่นเอง

ส่วนที่ชอบเล่นเรื่องตัวเลขก็พากันเป็นเหมือนกันหมดทั้งอาจารย์ทั้งลูกศิษย์ เดี๋ยวก็ 4578 เดี๋ยวก็ 7 เดี๋ยวก็ 8 เดี๋ยวก็ 9 เดี๋ยวก็ 10 เดี๋ยวก็ 2 เดี๋ยวก็ 3 เดี๋ยวก็ 6 ดูดูไปแล้วครบตัวเลข 10 หลักพอดี ถ้าไปทำเหมือนพวกพระใบ้หวย คงมีลูกศิษย์ลูกหาขึ้นกันตรึมเป็นแน่

4578 ก็หมวดโพธิปักขิยธรรม37

7 ก็คือพุทธพจน์7 โพชฌงค์7 สัปปุริสธรรม7(เกิดปีจอเดือน7ปี77)

8 ก็คือ มรรคมีองค์8 วิชชา8 วิชชา9 ไปโน่น

9 ก็คือ โพธิสัตว์9ระดับ(อันนี้มโนเอาเอง)

10 ก็คือ สัมมาทิฐิ 10 ความรัก10มิติ(อันนี้ก็คิดค้นขึ้นมาเอง)

2 ก็คือธัมมะ2หรือเทฺวธัมมา(อ่านทเวธัมมาไม่ใช่เทวะธัมมานะจ๊ะ)

3 ก็คือ ไตรสิกขา3 อปัณกะธรรม3

6 ก็คือ สาราณียธรรม6 แล้วบอกตอนขึ้นศาลมีแต่เลข6

ส่วน2พระยาธัมมิกราชนั้น ฤาษีลิงดำเป็นผู้เล่าเรือง มีเอ่ยถึงพระเจ้าตะวันอธิราชกับพระเจ้าเดือนเด่นฟ้า เท็จจริงอย่างไรก็ไปค้นไปพิสูจน์กันเอาเองนะจ๊ะ

พ่อครูว่า…เรื่องตัวเลข คุณเป็นคนที่ใช้ไม่เป็นก็บอกไม่ได้ว่าใช้ทำอะไรดี เหมือนกับคนที่ไม่รู้จักตะเกียบแล้วไปร้านก๋วยเตี๋ยวคนขายก็บอกว่าเอาตะเกียบไหม เขาไม่รู้จักก็เลยตอบว่าอันไหนแซบซอยใส่ ก็หั่นตะเกียบใส่ให้เขากิน ก็คล้ายกัน 

อาตมาใช้ชื่อคนและตัวเลข เป็นแต่เพียงว่า คุณเห็นช้างขี้อย่าขี้ตามช้าง คุณอย่าไปอุตริใช้เลย คุณยังไม่รู้เรื่อง ยังไม่เป็นจริงด้วย อย่างพระพุทธเจ้าท่านจะรู้เลยว่าสาวกซ้ายขวามาแล้ว ท่านรู้เลยว่าชื่ออะไร หรือพระพุทธเจ้าท่านพยากรณ์ว่าใครจะไปเป็นสาวกของพระพุทธเจ้าองค์นั้นองค์นี้ชื่อนั้นชื่อนี้ ทุกอย่างมันลงตัวหมด อาตมาว่าทำไมอาตมาต้องชื่อรัก ทำไมอาตมาตั้งชื่อมงคล แล้วทำไมต้องมาชื่อรัก แล้วทำไมต้องมาเป็นโพธิรักษ์ มันมีเหตุปัจจัยที่จะต้องมาเป็นเช่นนั้นทั้งนั้น ตัวเลขอาตมาทำไมต้องเลข 7 อย่างนี้เป็นต้น แล้วเป็นเรื่องจริงเป็นเรื่องประกอบเลย คล้ายๆกันกับดวงดาวต่างๆมีชื่อต่างๆ แล้วก็มีตัวเลขประกอบกัน ให้หมอดูทั้งหลายแหล่คำนวณได้ มีวงจรของมัน มีความซับซ้อนของมัน แต่จริงๆแล้ว มันก็เปลี่ยนแปลงไปอยู่ มันเคลื่อนที่มันเปลี่ยนแปลงไปอยู่ เสื่อมลง มีทั้งดวงดาวเส้นทาง เจริญขึ้นก็มีทั้งดวงดาวและเส้นทางมันไม่เที่ยงแท้เป๊ะ แต่มันก็เปลี่ยนแปลงได้ยาก เฉพาะคนที่อยู่ในโลกดวงหนึ่ง สิ่งที่ตัวเองจะมีเหตุปัจจัยใช้ ของดวงดาวนี้มันสูงกว่า แม้จะไม่ได้ความละเอียดของดวงดาวก็เอามาทำนายได้ 

อย่างเช่นรัชกาลที่ 4 ทรงคำนวณจันทรุปราคา สุริยุปราคา เป๊ะๆ หรือสมัยก่อนคนเรียกว่าโลกแบนแต่คำนวณอะไรออกมาก็ได้อยู่ใกล้เคียง  หรือถูกในความหยาบไม่ละเอียดพอก็พอเอามาพูดกันได้รู้เรื่องแล้ว 

อาตมาไม่ได้มโนเอง หากให้อาตมามโนเอง ก็เป็นพยัญชนะที่ถูกสัจจะจริงด้วย ผู้ที่ศึกษาเรียนโพธิสัตว์ระดับ 8 ระดับ 9 ให้ได้เถิด รับรองเป็นโพธิสัตว์ไปลิ่วเหมือนอาตมา หรือเป็นพระอรหันต์ก็ได้  โพธิสัตว์ 9 ระดับ 1.โสดาบันโพธิสัตว์ 2.สกิทาคามีโพธิสัตว์ 3.อนาคามีโพธิสัตว์ 4.อรหันต์โพธิสัตว์ 5.อนุโพธิสัตว์ 6.อนิยตโพธิสัตว์ 7.นิยตโพธิสัตว์ 8.มหาโพธิสัตว์ 9.พระปัจเจกสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

พระปัจเจกสัมมาสัมพุทธเจ้ากับพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็เป็นสยัมภูเหมือนกันแต่พระปัจเจกสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านไม่ประกาศศาสนาเท่านั้น อาตมาสามารถบอกได้เพราะว่ามีแผนผังพวกนี้ไว้แล้ว ขณะนี้เป็นระดับ 7 ก็สอบเข้าเรียนเป็นพระพุทธเจ้าได้แล้ว ก็ทำงานมาหลายชาติแล้ว ชาตินี้ถึงได้มาประกาศต่อโลกว่า ตนเป็นสยังอภิญญา มีภาระในการกอบกู้ศาสนาด้วย พูดไปเขาจะหาว่าเราพูดเอาเด่นเอาโก้ ที่จริงไม่ได้พูดมากเกินไป พูดไม่เต็มด้วยซ้ำ 

ความรัก 10 มิติอาตมาเขียนเองด้วยแล้วก็ใช้ได้ ไม่มีใครพูดไว้หรอก เพราะอาตมาต้องชื่อรัก แล้วต้องมาเขียนอันนี้ อาตมาชื่อรัก มาก่อนที่จะมาบรรยายเขียนความรัก 10 มิติ อาตมาเปลี่ยนชื่อจาก มงคล มาเป็น รัก ก่อนจะมาบวชปี 2517  อาตมาบรรยายเรื่องความรัก 10 มิตินี้ไว้ 2 กัณฑ์ก็เอามารวมเล่ม เป็นสองแบบ พิมพ์มาหลายสิบรอบแล้ว

_สายไม่ลับ คัง คัง ฉิก ลงวันที่ 31 มกราคม 2564 อนาคามี แปลว่า ไม่กลับมา หรือผู้ไปไม่กลับ  กล่าวคือ ถ้าบรรลุเป็นพระอนาคามีแล้วเมื่อตายจากชาตินี้ไปแล้วจะไปเกิดที่พรหมโลกชั้นสุธาวาส 4ชั้นๆใดชั้นหนึ่งตามอัธยาศัยของกำลังจิตและปัญญา ได้แก่ ชั้นอวิหา  ชั้นอตัปปา  ชั้นสุทัสสา ชั้นสุทัสสี  และชั้นอกนิฏฐะ

พ่อครูว่า…อนาคามีเรียกเป็นชื่อพรหมก็ได้ 

  1. อันตราปรินิพพายี (ผู้เพียรทำปรินิพพานในระหว่างภพ) 

  2. อุปหัจจปรินิพพายี (ผู้ทำปรินิพพานด้วยสามารถ) 

  3. สสังขารปรินิพพายี (ผู้ทำปรินิพพานโดยต้องใช้ความเพียรมาก  ประกอบปุญญาภิสังขารในภพตนให้มากๆ) 

  4. อสังขารปรินิพพายี (ผู้ปรินิพพานโดยไม่ต้องใช้การปรุงแต่งอภิสังขารให้มากนัก) 

  5. อุทธังโสโตอกนิฏฐคามี (สภาวธรรมไม่เป็นสองรองใคร  หรือไม่เป็นน้องใครอีก  แล้วปรินิพพานไว) 

คุณเดชา ให้สนใจปฏิบัติตั้งแต่ศีลข้อที่ 1 แล้วปฏิบัติตามจิตให้เป็น มาเรียนฟังอาตมาอธิบาย อาตมาจะเริ่มต้นอธิบายไปในจรณะ 15 เริ่มต้นใหม่ จนเกิดฌาน 4 ฌานกับปัญญาอันเดียวกัน 

_Bebe Phone ลงวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2564  สาวกเทวทัต 2 ชาวอโศกหลงนับถือโพธิรักษ์เป็นศาสดาแทนพระพุทธเจ้าเสียแล้ว ทิฏฐิอย่างเดียวกันธาตุอย่างเดียวกันคบกันได้พระพุทธเจ้าตรัสกับพระอานนท์

พ่อครูว่า…ก็ถูก ธาตุอย่างเดียวกันคบกันได้ก็จริง แต่คุณไปสมมุติว่าอาตมาเป็นพระเทวทัต อาตมาไม่แย้งไม่เถียงคุณหรอก คุณจะเข้าใจอย่างนั้นก็เข้าใจไปก่อน ติดตามอาตมาให้ดีๆ 

นิมนต์พ่อครูจิบน้ำ

_สมณะเดินดิน…คนที่จับปริยัติไว้เป็นหลักแต่ไม่พิสดารในรายละเอียดก็ไปไม่ได้ พ่อครูจึงเน้นเข้าหาสภาวะ เขามีคำพูดว่า คนรู้ธรรมะชอบเอาชนะคนอื่น คนมีธรรมะชอบเอาชนะตนเอง 

พ่อครูว่า…พยัญชนะกับสภาวะนี่แหละ เป็นคู่สิริมหามายาที่ยิ่งใหญ่ พยัญชนะกับสภาวะ อาตมาได้พูดฝากไปกับสายลม ฝากถึงท่านที่เป็นนักศึกษาท่านเป็นนักศึกษารู้มาก รู้พยัญชนะ รู้ความหมายคำแปลได้เยอะ แต่ท่านไม่เข้าหาสภาวะนี่ น่าสงสารที่สุดเลย ก็เลยไม่ค่อยจะชัดเจนในเรื่องสภาวะต่างๆ รู้หมดแหละ พยัญชนะตัวไหนๆ รู้มาก อาตมารู้ไม่ได้เสี้ยวหนึ่งของท่าน ท่านรู้เยอะจริงๆ แต่ท่านไม่เข้าถึงสภาวะ จนกระทั่งจะเข้าไปหาเนื้อแท้เริ่มต้นด้วยคำว่า กาย ท่านจะชัดเจนหรือยังว่า ​กายนี้ มันลึกซึ้งยิ่งใหญ่ไม่ใช่เล่น 

เพราะเป็นคำแรกที่พระพุทธเจ้า ท่านสอนอุปัชฌาย์ให้แยกกายแยกจิต ให้เรียนรู้เรื่องกายกับจิตให้สำคัญ ต้องเข้าใจกายอย่างชัดเจนสัมมาทิฏฐิว่ามันเป็นจิต แต่มันไม่เป็นจิต

 เล่ม 9 ข้อ [87] ดูกรภิกษุทั้งหลาย สมณพราหมณ์เหล่าใดมีทิฏฐิว่า นิพพานในปัจจุบัน ย่อมบัญญัติว่า นิพพานปัจจุบันเป็นธรรมอย่างยิ่งของสัตว์ผู้

ในสังโยชน์ 10 ข้อแรกต้องรู้ สักกายทิฏฐิ หากไม่รู้กายก็ไม่สามารถปฏิบัติสังโยชน์ข้อแรกได้ก็ออกทะเลไปไกลเลยเหมือนกลัดกระดุมเม็ดแรกผิด ต้องทำความเข้าใจเรื่องกายให้ดี ตอนนี้หนังสือเปิดยุคบุญนิยมเล่ม 4 ก็ทำหัวข้อเสร็จแล้วก็อธิบายเรื่องกายไว้เยอะเลย 

_เดชา อัมพร…มีภาพคุณทักษิณ ชูสามนิ้วแบบ พระพุทธาภิธรรมนิมิต….ศรัทธานั้นมีพลังจริง แต่อาจได้อย่างเสียอย่าง อาจได้พลัง,อาจได้ชื่อเสียง แต่ก็ได้มะเร็งตามมาด้วย แต่ก็สู้ปัญญา (โดยเฉพาะปัญญาที่เป็นวิทยาศาสตร์ที่พิสูจน์ได้)ไม่ได้

พ่อครูว่า…คุณใช้คำว่าปัญญาในความหมายที่ผิด จะใช้ฉลาดมันก็ต้องฉลาดเฉโก โลกีย์ไม่ใช่ฉลาดโลกุตระ หากนักวิทยาศาสตร์เอาไปใช้ฉลาดโลกุตระก็จะเอาไปใช้ในการเลิกอาวุธ หากจะใช้นิวเคลียร์ก็เป็นนิวเคลียร์เพื่อสันติภาพได้ 

_ เพราะศรัทธาต้องใช้การกดข่มหรือการเบ่งพลังจนโอเว่อร์ เหมือนเรื่องแม่อึ่งอ่างที่พยายามพองตัวให้ได้เท่ากับวัวตัวหนึ่ง นั่นเอง สุดท้ายอึ่งอ่างก็ต้องท้องแตกตาย เหมือนที่เขาบอกว่า พวกที่ชอบเล่นพลังจิต มักจะอายุสั้น นั่นเอง

_อโศกมีลักษณะของกลุ่มที่ใช้ความเชื่อ(ศรัทธา)ในตัวผู้นำและในเรื่องชาติปางก่อนที่ยังพิสูจน์ให้ชัดแจ้งไม่ได้

พ่อครูว่า…อาตมาไม่เน้นให้คุณมาตาม แม้แต่พวกเราอาตมาก็ไม่เน้นเลยได้ให้ไปศึกษาชาติก่อนๆของอาตมา แต่มันจะรู้บ้างก็แล้วแต่บางคนซึ่งมันจะพิสูจน์ยาก อาตมาก็ไม่ได้นิยมแล้วไม่พยายามด้วย บางทีจำเป็นก็ต้องยกอ้างบ้าง แต่ก็เอาเนื้อหาสาระของธรรมะเป็นหลัก อย่างเช่นพูดถึงคนชาติก่อนๆ คนนั้นคนนี้ ก็พูดเอาถึงสารัตถะของพระโมคคัลลานะหรือพระสารีบุตร พระกัจจายนะ พระอานนท์ก็ดี ไม่ต้องไปติดบุคคลเอาเนื้อหาสาระแท้ๆดีกว่า ว่ามีนัยยะอย่างไรแตกต่างกันอย่างไร แบ่งกันเป็นขั้วศรัทธาและขั้วปัญญาอย่างไรดีกว่า 

_มีคนสงสัยว่า ผู้นำอโศกอ้างว่าตนเองเป็น”โพธิสัตว์ระดับ7″(ซึ่งไม่มีบันทึกในพตปฎ.=พูดเอาเอง?) แต่ทำไมไม่มีญาณจิตที่จะพอรู้ว่าใครจริงใจหรือไม่จริงใจ อย่างกรณีของนายทักคี่ ณ แดนไกล ถ้าผู้นำอโศกไม่ไปแสดงตัวสนับสนุนเขาตั้งแต่แรก(จนกระทั่งยอมทิ้งธรรมเพื่อเชียร์ตัวบุคคลกรณีปกปิดทรัพย์สิน) สังคมไทย ก็คงไม่ต้องวุ่นวายมาจนถึงบัดนี้ แต่กลับปล่อยให้เขามากราบผู้นำอโศกเพื่อหาคะแนนเสียงถึงที่ราชธานีอโศก จนได้คะแนนเสียงไปอย่างมากมายอักโข

พ่อครูว่า…อาตมาเป็นสัตบุรุษ เป็นบุรุษระดับ 7 แล้วอาตมาก็พูดมาแล้ว ระดับ 7 มีเนื้อหาสาระอย่างไรตอนนี้ก็เอาพยัญชนะมาจับ สัตบุรุษ เริ่ม 7 แต่จะเปิดเผยก็ต้องถึงคราวเปิดเผยว่าตัวเองเป็นสัตบุรุษ ผู้ที่จะเป็นสัตบุรุษผ่านมา 4 5 6 เป็นสัตบุรุษมาแล้ว พอมาถึง 7 จึงประกาศกับโลกว่าตัวเองเป็นสัตบุรุษ นิยตบุคคล อย่างนี้ต้องรู้ตามกาละ นี่ก็พูดยืนยันให้ฟัง ไม่ได้เหลาะแหละ ไม่ได้ไม่มีหลักฐาน มีหลักฐานมาพูด ก็พากันมา 30 ถึง 50 ปีแล้ว ชัด 

พระไตรปิฎกไม่มีเรื่องของพระโพธิสัตว์ พระสมณโคดมสอนเฉพาะเรื่องอรหันต์ 

พ่อครูว่า…ตอนนั้นเราก็หลงคารมเขาจริงๆ เขาบอกว่าเขารวยแล้วเขาไม่โกง เขาเป็นเพื่อนรุ่นน้องของพลตรีจำลอง บอกว่าพี่ลองพี่ลองแล้วก็เชื่อตามกันมา พอต่อมาไม่นานเขาก็ขายขี้เท่อตัวเอง เมื่อสัจจะมันเปิดออกมาแล้วเราจะไปตามเขาต่อหรือ เราก็เปิดหูเปิดตา เขาหลอกมาเราก็รู้แล้ว หากเขาไม่เปิดไต๋แสดงความชั่วร้ายออกมาก่อนเราก็นึกว่าจริง ไม่ใช่แต่เรามีเยอะไป ผู้ที่มีฐานะทางสังคมมีเยอะแยะไปที่ส่งเสริมก็เห็นดีเห็นงาม ว่า น่าจะเป็นม้าขาวขึ้นไปช่วยสังคมเพราะตอนนั้นการเมืองของประเทศไทยยังมีอำนาจทหารอะไรครองการเมืองสังคมไทย เปิดตัวเขามา เราก็นึกว่าเข้าท่า เรารู้แล้วเราก็ออกไปประท้วง ซึ่งต่อมา พลเอกสนธิ บุญยรัตกลิน ก็ออกมาปฏิวัติ พวกเรานี่แหละไปช่วยให้เขาออกไป มันก็เป็นองค์ประกอบร่วมกันที่เขามีคดีที่ถูกตัดสินให้ติดคุก เขาไปดูมวยพอดีที่ต่างประเทศก็เลยไม่กลับเข้ามาเดี๋ยวติดคุก จนถึงบัดนี้ก็ไม่ได้เข้ามา ที่นี้คดีก็ยังว่ากันไม่หมดนะนี่ ถ้าหากติดคุกด้วยคดีทั้งหมดก็คงจะตายในคุกแล้วทักษิณ เขาก็คงไม่ยอมให้จับ 

อาตมาให้เรือน้อยๆ สลักบุญนิยม มันเป็นเหมือนนิมิตหมายอันบาท ไม่สบายใจดีนะ อะไรนะครับ อาจจะมองว่าเราโชคมีมนต์ขลังแม้มีคนที่พื้นฐานไม่สู้ดีแต่เมื่อกล้ามอาจจะได้รับบัญชีบุญใดๆก็ตาม ทำตัวเป็นคนดีได้ก็ไม่ใช่อีกนั่นแหละเพราะเขาก็ยังแสดงตนเป็นควายมาอยู่ดีใช่หรือไม่ก็เราก็ไม่ได้ไปมาในทุกๆเรื่อง ประสานแจ้งมากๆแล้วเรื่องนี้มันชัดเจนเทวาเทวาเทวาก็จะมาเล่นวิธีหาคะแนนเสียงแบบนายแบบส่วนมากรู้ทันและไม่ตกลงเป็นเกมการเมืองเบิร์ด คุณทักษิณไป 1 ลำนะเป็น souvenir เมื่อไปที่ศีรษะก็ให้กลด มันเป็นนิมิตว่า คุณจะต้องลอยเท้งเต้งไปกับเรือถูกมรสุม แล้วก็ต้องไปกับกลด คือ moving house ไปเรื่อยๆ

พลังศรัทธามีผลแก้ไขปัญหาสังคมได้หรือไม่

_แล้วถ้าจะมองว่าผู้นำอโศกมีพลัง,มีมนต์ขลัง แม้มีคนที่พื้นฐานไม่สู้ดี แต่เมื่อมากราบอาจได้รับรังสีบุญใดๆก็ตาม แล้วกลับเนื้อกลับตัวเป็นคนดีได้ ก็ไม่ใช่อีกนั่นแหละ เพราะเขาก็ยังแสดงตนเป็นทูตฝ่ายมารอยู่ดี ใช่หรือไม่?

จนภายหลัง นายสุเทวา ก็จะมาเล่นวิธีหาคะแนนเสียงแบบนายทักคี่บ้าง ก็ปรากฏว่าคนส่วนมากรู้ทัน และไม่ตกหลุมกลเกมของนักการเมืองเหมือนเช่นเคย คือเท่ากับเขาไม่เชื่อมนต์ของผู้นำอโศกว่าจะไปดลให้คนแย่ให้กลับเป็นคนที่เข้าเกณฑ์ได้อีกแล้ว จึงมีคำถามว่า พลังแห่งศรัทธาหรือพลังของคนดีบางคน จะมีฤทธิ์แก้ไขสังคมได้จริงหรือไม่? และมีพลังได้มากแค่ไหน?

พ่อครูว่า…อันนี้ถ้าตอบจะยาวมากเลย พลังศรัทธาจะมีฤทธิ์แก้ไขสังคมได้หรือไม่และมีพลังได้มากแค่ไหน พลังศรัทธาของคนดีใช้ได้ในยุคกาลที่มีคนดี ไม่ต้องไปใช้กำลังของปัญญา เช่นชาวอินเดีย ใช้พลังศรัทธาครองมาจนถึงบัดนี้ ตั้งแต่ไม่มีพระเจ้าแผ่นดินแล้ว อันนี้ก็ใช้ประธานาธิบดีเขาก็อยู่ได้สงบดีมาได้ คนอินเดียก็เป็นคนสงบเรียบร้อย ไม่เป็นคนดื้อด้านดื้อดึงอะไร ก็เป็นเรื่องอจินไตย จีนกับอินเดียเป็น 2 ประเทศในโลกขณะนี้ พลเมืองมากใกล้เคียงกันนำโลกเลย แต่สายหนึ่งสายปัญญา สายหนึ่งเป็นสายเจโต สัทธานุสารีกับธัมมานุสารี 

สำหรับจีนก็มีรอยไรของปัญญาแต่ไม่เป็นปัญญาไม่เป็นโลกุตระทีเดียว แต่เขาก็มีเชื้อของพุทธศาสนา แม้แต่ในเมืองไทยมีพลเมืองไม่ถึงร้อยล้านก็ยังยากที่จะให้เข้าใจโลกุตระ ยิ่งคนเมืองจีนแล้วยังไกลยังยาก ที่จะทำโลกุตระให้เป็นชิ้นเป็นอันหรือให้เข้าใจ แต่เขาก็มีบารมีอย่างหนึ่งที่มีประธานาธิบดีในยุคนี้ ที่พอนำพากันไปได้ 

พ่อครูว่า…คุณสุเทพตอนแรกเราเรียกจรกาด้วย เป็นนักการเมือง คนนี้เราเรียกจรกา เรียกจรกาลงสรง ออกมาตอนหลังมีแนวโน้มมีลักษณะเข้าใจทิศทางเข้าใจเนื้อของสัจจะขึ้นมาบ้าง อาตมาก็เลยว่าเขาชื่อสุเทพ หรือสุเทวานี่เอง เขาชื่อว่าเทวดาดีไม่ใช่จรกาลงสรง ก็คบหากันมา นำพากันมา จนกระทั่งทุกวันนี้ก็ยังสนิทสนมกัน แล้วเขาก็เอาแนวของสัจธรรมไปทำ ทุกวันนี้ไปทำโรงเรียนอาชีวะ เน้นพืชพันธุ์ธัญญาหารกสิกรรมด้วย ก็เข้าทางเข้าสายถูกต้องเสริมสร้างกันกับชาวอโศกเลย แต่เขาก็มีตัวของเขา เป็นตัวของเขา เขาก็เป็นหนึ่งในคลองดีกว่าเป็นสองในทะเล เขาก็ต้องไปอยู่ของเขา ก็เป็นธรรมดาธรรมชาติของคนคนหนึ่ง เขาก็ถือหนึ่งในคลองดีกว่าสองในทะเล เขาก็ไปทางโน้นแทนที่จะมาร่วมกับเรา เป็นหนึ่งในคลองดีกว่าเป็นสองในทะเล ก็เข้าใจเขา สิ่งเหล่านี้มันร่วมกันได้ไม่มีปัญหาเพราะไม่ได้ขัดแย้งอะไร เขาก็เข้าใจเพิ่มมาเรื่อยๆ มีรายละเอียดหลายอย่าง 

อจินไตยทำไมไอสไตน์มีภรรยาสองคน

_หรืออย่างไปสรุปว่าไอสไตน์เป็นโพธิสัตว์ แต่ไอสไตน์ก็มีภรรยาหลายคน อย่างนี้ตามตรรกะน่าจะเป็นโพธิสัตว์ได้รึ? โพธิสัตว์ย่อมจะเห็นทุกข์ในการมีคู่ได้โดยเร็ว ไม่ใช่ยังย่ำอยู่กับการมีคู่อยู่อย่างไม่ปล่อยวาง มิหนำซ้ำ ภูมิปัญญาอย่างไอสไตน์จะไม่รู้เชียวหรือว่า สูตรวิทยาศาสตร์ที่ตนเองคิดค้น ต่อไปจะต้องมีคนนำไปต่อยอดจนสร้างระเบิดปรมาณูถล่มเมืองให้คนตายเป็นแสนเป็นล้านได้ แล้วจะคิดค้นหรือเปิดเผยขึ้นมาทำไม?ถ้าเป็นโพธิสัตว์จริง ใช่หรือไม่?

อย่าว่าแต่มีเมียหลายคนเลย พระโพธิสัตว์ฆ่าคนเป็นเบือเลยก็มี ฆ่าคนเป็นเบือเลย แต่ก็ต้องฆ่าคนที่ควรฆ่า อย่างนี้คุณจะเข้าใจไม่ได้ง่ายๆหรอก คุณจะถืออย่างเผินๆตีความไป ให้ศึกษาไปให้ดีๆ อาตมาขอยืนยันว่าไอน์สไตน์เป็นโพธิสัตว์ระดับ 1 มีภูมิปัญญา แต่ยังเข้าใจภูมิปัญญานั้นเป็นจินตนาการ ยังไม่เข้าใจว่า ปัญญาไม่ใช่แค่ความรู้หรือจินตนาการ แต่ปัญญาคือความจริง ไอสไตน์ก็ยังเข้าใจอันนี้ไม่ได้ แต่ไอสไตน์เข้าใจถึงเรื่อง Bomb of love 

คำว่า Bomb Of Love ของไอน์สไตน์ อาตมาชัดเจนว่าไอสไตน์เป็นโพธิสัตว์ Bomb Of Love คือเขาทำนายไว้เขียนจดหมายทิ้งไว้ให้ลูกสาว บอกว่าพ่ออธิบายไปบางคนก็ยังเข้าใจได้ยาก ทางรูปธรรมทางวัตถุ แต่นี้จะมีเหตุการณ์เลย  Bomb Of Love ลูกคอยดู แล้วก็มีปรากฏการณ์ Bomb Of Love ที่เมืองไทย ซึ่งแน่นอนว่าพระโพธิสัตว์จริงๆเลยคือในหลวงรัชกาลที่ 9

ซึ่งจะมีใครไปบังคับจิตวิญญาณของประชาชนคนไทยล่ะ เมื่อท่านสิ้นพระชนม์ เต็มเลยร้องห่มร้องไห้กันทั้งประเทศ ใครจะไปบังคับจิตวิญญาณประชาชนคนไทยให้เขารู้สึกร่วมกันเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน อันนี้ยอมรับทุกอย่าง 

เรื่องของภรรยานี้จะพูดว่าดีก็ไม่ได้มันเป็นเรื่องไม่ดีแต่เป็นเรื่องอจินไตย เอาแค่นี้ก็แล้วกัน 

ส่วนเรื่องระเบิดปรมาณูนั้นไม่ใช่อย่างที่คุณเข้าใจ 

สมณะเดินดินว่า…แก้ไขนิดนึง ที่บอกว่าไอน์สไตน์  มีภรรยาหลายคน ดูประวัติแล้วไม่ใช่มีทีเดียวหลายคนแต่เป็นภาวะจำเป็น เขาแต่งงานกับคนแรกเป็นนักวิทยาศาสตร์ เรียนกันมาคุยกันถูกคอ ไม่ได้สวยอะไรเลย แม่เห็นแล้วจะเป็นลม แม่บอกว่าอ่านหนังสือด้วยกันมากจะอยู่ด้วยกันไม่ได้หรอก สุดท้ายก็อยู่ด้วยกันไม่ได้เพราะภรรยารู้สึกว่าไอสไตน์เอาเปรียบตัวเอง ตัวเองได้มีหน้ามีตาแต่ภรรยาต้องเลี้ยงลูก ต่อมาไอสไตล์ก็อยู่กับอีกคนก็เป็นภรรยาแต่เป็นคนละตอนกัน ไอสไตน์เขารับผิดชอบ เมื่อได้เงินรางวัล NobelPrize ก็ยกให้ภรรยาคนแรกหมดเลย ดูแลครอบครัวดูแลลูกตลอด 

อีกอย่างที่เขามองพ่อครูว่า..เป็นพระเทวทัต 2 ว่าพ่อครูตั้งตัวเป็นศาสดา มากับใครเป็นคนรับใช้ทำงานให้กับสังคมถ้าเราลงทุนก็จริงๆอ่ะแล้วก็พอแล้วเราทำร้ายเราทำร้ายอะไรทำกลุ่มเราเปลี่ยนเลยนะกรมทะเบียนอะไรกับฉันถ้าจะคืนก็คืนพาให้โลกนี้สวยงามขึ้นมานะคิดอย่างนี้มันน่าจะเป็นไปได้หรือเปล่า กราบขอบพระคุณครอบครัวหรือเปล่าครับลืมส่งครับ ก็ต้องดูว่า พ่อครูพาเราอยากให้เป็นใหญ่เป็นโตหรือเปล่า แต่ดูแล้วพาพวกเรามาเล็กๆมักน้อยสันโดษ ลดอัตตา ทำงานรับใช้สังคม อย่างนี้ คงไม่ใช่แบบพระเทวทัต