640830_รายการ ตุ้ม ตะลุ่ม ตุ้ม ม้ง ครั้งที่ 7

ดาวโหลดเอกสารที่                                                                                                         

https://docs.google.com/document/d/1x-EcduY0zXWjCtpPPQKif8aQqnEsYja0EiDN04uTSYs/edit?usp=sharing 

ดาวน์โหลดเสียงที่    https://drive.google.com/file/d/1mU50PromL4WG4QjgESUKFEPREncBjifT/view?usp=sharing 

     

และดูวิดีโอได้ที่ https://www.facebook.com/300138787516163/videos/575391673633398 

พ่อครูว่า…วันนี้เป็นวันจันทร์ที่ 30 สิงหาคม 2564 ที่บวรราชธานีอโศก วันเวลาก็เลื่อนไปๆ ใครมีชีวิตอยู่ ใครมีความรู้ความสามารถที่จะทำให้เพื่อนมนุษย์เจริญ เจริญไปด้วยความพ้นทุกข์ ไม่ใช่เจริญด้วยความสุข เจริญด้วยความพ้นทุกข์แล้วมันจะเจริญไปทั้งสอง 

ความทุกข์ความสุข เป็นเทวฺเป็นภาวะ 2 ความสุขมันก็หลอกเอา คนที่ไม่มีภูมิปัญญามีอวิชชาก็หลงเชื่อไปงมงาย ก็ลำบากลำบนแย่งชิงกันฆ่ากันตีกัน เคยแย่งความสุขในโลกียะ สุขในโลกธรรม แย่งลาภยศสรรเสริญ แย่งสุข ที่เป็นสุขที่เป็นกามภายนอกก็ไม่รู้ สุขที่เป็นอัตตาอยู่ภายในก็ไม่รู้ เป็นต้น 

อาตมามีความรู้ในเรื่องเหล่านี้จริงๆ ไม่ได้โกหกเพื่อจะเอาสรรเสริญว่าเรารู้เราเก่ง แต่บอกความจริงด้วยความสงสารเมตตากันก็เลยบอกกันไปอธิบายกันดีๆ คนไม่เชื่อก็ไม่เชื่อ คนไม่นับถือไม่ศรัทธาก็ไม่ศรัทธา คนที่ไม่มีอคติฟังแล้วเข้าใจ อย่างพวกคุณชาวอโศกเข้าใจก็เลยมาได้ตาม ก็เป็นอย่างนี้แหละ คนที่ได้ก็มีปฏิภาณของตนเอง คนที่ไม่มีปฏิภาณรู้ความจริงตามความเป็นจริงได้เขาก็รู้ตามอย่างของเขา ไปบีบบังคับกันไม่ได้ จนกว่าจะรู้ ก็ช่วยกันไป 

SMS วันที่ 27-29 ส.ค. 2564

_กลั่นหายโง่ ฝึกไม่มี : ขอเรียนถามท่านเจ้าหน้าที่นะคะใช้จานดำเหมือนเดิมได้ไหมคะ

_เฉลิมพล สุมังคละสมบัติ  : ไม่มีในช่องทีวีหรือครับ

พ่อครูว่า… มีในช่องดาวเทียม 1 กันยายนเป็นวันเริ่มใช้ดาวเทียมอีก เราก็พยายามให้ได้ เราก็ไม่ได้ไปเรี่ยไรอะไร ไม่ใช่ว่าเราหยิ่งผยองแต่เป็นการป้องกันตัวเราเองที่จะไม่ให้ไปมักง่ายเรี่ยไรเอาเงินจากใครเขามา จะต้องใช้พวกตัวเองพึ่งพาตัวเองใช้สมรรถนะของตนเองเราทำมาอย่างนั้นแต่ไหนแต่ไรจนถึงวันนี้ ก็บอกความจริงให้ฟัง 

ส่วนจานดำใช้ได้เหมือนเดิม ส่วนจานเล็กยังใช้ดูบุญนิยมไม่ได้ 


ระบอบการบริหารประเทศในโลก 9 แบบ

มาเข้าสู่ระบอบการบริหาร 9 ข้อ

ระบอบบริหารประเทศที่โลกมีกัน

  1. สมบูรณาญาสิทธิราช เต็มรูปคือเผด็จการ

  2. ประชาธิปไตยทุนนิยมสามานย์ ขาเดียว เช่นสหรัฐอเมริกา 

  3. คอมมูนิสต์ สืบสันตติวงศ์ 

  4. ประชาธิปไตย ที่เริ่มมีปัญญา แต่ยังขาเดียว 

  5. ประชาธิปไตย มีปัญญาเริ่มเข้าข่ายโลกุตระและเข้าใจ ประชาธิปไตย 2 ขา 

  6. คอมมูนิสต์ ที่กำลังผนวกประชาธิปไตย แต่ยังขาเดียว

  7. ประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เจริญโลกุตระตามลำดับ 

  8. คอมมูนิสต์ ที่มีการเลือกตั้ง ปรับตัวเป็น  “ประชาธิปไตยคอมมูน” (คือมีทั้งประชาธิปไตย + คอมมูน) ข้อดียังไม่มีในสังคมโลก แต่ต่อไปเขาจะมี 

  9. ประชาธิปไตยที่เป็นคอมมูน พร้อม “ภาวะ 2” คือ “ราชประชาสมาสัย” ที่สัมบูรณ์ เป็น “สาราณียธรรม 6” ชัดเจนถึงที่สุดแห่ง “บุญนิยม” นั่นคือ เป็น “สังคมสาธารณโภคี” ที่มี “กายปาคุญญตา” และ “จิตปาคุญญตา” เจริญทั้ง “กาย” และ “จิต” สัมบูรณ์

พวกทุนนิยมสามานย์ที่เป็นประชาธิปไตย ขออภัยที่ต้องยกตัวอย่างเช่น อเมริกา เป็นต้น และมีประเทศทางยุโรปอีกหลายประเทศ ซึ่งเดี๋ยวนี้เขาก็เข้าใจกันมากขึ้นกว่าเดิมแล้ว อาตมารู้จักพระพุทธเจ้าประชาธิปไตยของอาตมาจึงแบบพระพุทธเจ้าไม่ใช่แบบโลก ไม่ใช่โลกียแต่เป็นโลกุตรธรรม มันจึงยาก จะยากอย่างไรแต่อาตมาก็สู้ๆ พวกเราชาวอโศกชาวไทยนี่แหละเข้าใจแล้วก็ช่วยอาตมาด้วย พยายามเป็นมวล อยู่ศึกษาด้วยกัน แล้วก็ทำตัวเองให้บรรลุโลกุตระแล้วก็จะเป็นประชาธิปไตยโลกุตระกันไป 

ประชาธิปไตยตั้งแต่ข้อ 7 ถึงข้อ 9 เป็นประชาธิปไตยบุญนิยม 3 ข้อนี้คือประชาธิปไตยบุญนิยม เดี๋ยวจะขยายประชาธิปไตยบุญนิยมเพิ่มขึ้น

ข้อที่ 8 คอมมิวนิสต์ที่มีการเลือกตั้ง ฟังดูแล้วตลกดี ผนวก ประชาธิปไตย แต่จริงๆแล้วลักษณะ คอมมูน คือเป็นลักษณะองค์รวม ประชาชนอยู่ร่วมกัน ถ้าอยู่ร่วมกันอย่างมีพุทธพจน์ 7 มีคุณธรรมของจริงมีหัวเจาะ 7 หัวเจาะ ก็จะเป็นคนที่มีคุณสมบัติมีคุณธรรมถึงขั้นโลกุตระเป็นคุณวิเศษ เป็นสังคมอาริยะเจริญไป

ส่วนข้อที่ 9 เป็นประชาธิปไตยที่เป็นคอมมูน ซึ่งมีคำว่าราชประชาสมาสัย เป็นศัพท์ที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 บัญญัติ มีราชประชาสมาสัย มีสาราณียธรรม 6  เป็น “สังคมสาธารณโภคี” ที่มี “กายปาคุญญตา” และ “จิตปาคุญญตา” เจริญทั้ง “กาย” และ “จิต” สัมบูรณ์

ปาคุญญตา แปลว่า แคล่วคล่องว่องไวปราดเปรียว ไม่หนืดไม่อืดไม่เฉื่อย แต่คล่องแคล่วว่องไวปราดเปรียว บุคลิกคล้ายๆกับนายกฯประยุทธ์ จันทร์โอชา นี่แหละ คล่องแคล่วแต่มีสัดส่วนมีจังหวะ 

ประชาธิปไตยบุญนิยม หรือข้อที่ 7 8 9 คำว่า ประชาธิปไตย คนก็เข้าใจไปตาม Concept ต่างๆ แต่คำว่าบุญนิยมคำนี้ คนจะเล่นลิ้นเถียงแย้งกับอาตมาก็ได้ คำว่าบุญก็คือบุญ คำว่านิยมแปลว่าเที่ยง บุญนิยมคือบุญที่เที่ยง 

ในลักษณะสิริมหามายาที่ลึกซึ้ง พุทธศาสนานั้นนับถือความไม่เที่ยง ในกาละเป็นหลัก กาละจะดำเนินไปตลอดเวลาไม่มีอะไรเที่ยง เพราะฉะนั้นคุณสมบัติอะไรก็แล้วแต่ อาศัยองค์ประกอบและกาละ และอาศัยพยัญชนะกับสภาวะ เรียกว่าเทวฺ เป็นภาวะ 2 ใช้สื่ออาศัยเข้าใจกันไป จึงยากมาก จะว่าสัจธรรม มีทั้งพยัญชนะมีทั้งสภาวะ บางทีพยัญชนะก็เด่นบางทีสภาวะก็เด่น บางทีอาศัยสภาวะ บางทีอาศัยพยัญชนะ มันจึงยาก 

คำว่า นิยม แปลว่าเที่ยงหรือไม่เที่ยง เป็นสิริมหามายาใช้ตามองค์ประกอบในปัจจุบันแต่ละปัจจุบัน ไวมากเล็กมากนิดเดียว เร็วไวเปลี่ยนได้เร็วหรือจะอยู่นานก็แล้วแต่

คำว่า บุญ ยิ่งใหญ่มากเลยในศาสนาพระพุทธเจ้า ยิ่งใหญ่สุดยิ่งใหญ่เลย ถ้าใครไม่สามารถเข้าใจคำว่าบุญได้สัมมาทิฏฐิสมบูรณ์แบบ ไม่มีทางที่จะบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ ไม่มีทางบรรลุแม้แต่เป็นพระโสดาบัน 

เช่น ไปเข้าใจบุญว่าเป็นกุศล กุศลก็คือเข้าใจว่าเป็นความดีที่ไม่ใช่ความชั่ว ส่วนบุญก็คือความดี ไปเข้าใจว่าบุญคือความดี แค่นี้ก็พังแล้วไปไม่ได้ เพราะว่าบุญโดยเนื้อแท้ของมันไม่ใช่ความดี บุญเป็นความเลวร้ายแรง ร้ายกาจ เพราะมันเป็นเพชฌฆาต ที่ทำหน้าที่ฆ่ากิเลส เป็นเพชฌฆาตมือสุดท้าย ไม่ใช่เพชฌฆาต 1 2 แต่เป็นเพชฌฆาตมือสุดท้าย เพชฌฆาตมือต้นอาจจะไม่ถึงตาย มือที่ 2 อาจจะยังไม่ถึงตาย แต่ว่ามือที่ 3 ลงมือสุดท้ายเลย สำเร็จแน่นอน ตายเด็ดขาด 

คำว่า บุญ คือพลังงานจิต ที่ผู้สร้างพลังงานจิตขึ้นได้ ต้องทำฌานของพุทธเป็น ฌานคือพลังงานไฟ อุณหธาตุ เผากิเลส 

ฌานก็เหมือนกัน ฌานเขาใช้ 1. เป็นเผากิเลส 2. ป้องกันตัว กับแปรสภาพพลังงานฌาน เอามาใช้ เช่น พลังงานความร้อนมันทำลายสลายอะไรไปหมด ฌานก็ทำลายสลายกิเลส แต่ก็ยังต้องอาศัยในส่วนที่ต้องอาศัย ไม่ใช่เสียทั้งหมดจึงต้องเอา ฌานไปใช้

พระอรหันต์ เป็นพระอรหันต์แล้วหมดบุญ ไม่ใช้บุญไม่มีบุญเลย บุญคือการฆ่ากิเลสของตัวเองเท่านั้น ฆ่าของคนอื่นก็ไม่ได้ บอกให้คนอื่นเขาสร้างได้ บอกให้เขาไปพัฒนาตัวเอง ทำลายเป็นพลังงาน พลังงานบุญเองได้ แต่ว่าทำแทนกันไม่ได้ ไปทำแทนคนอื่นไม่ได้อย่างนี้เป็นต้น 

เพราะฉะนั้น พลังงานบุญ เรียกว่าบุญนิยม อาตมาตั้งคำว่าบุญนิยม เพื่อที่จะให้เป็นคู่เปรียบเทียบกับคำว่า ทุนนิยม ที่เขามีอยู่แล้ว เขาคิดว่าทุนนิยมเที่ยง อาตมาก็เลยเอาคำว่าบุญนิยม คำว่า นิยม ถ้าเป็นคำกิริยาปัจจุบันก็คือ กำลังนิยมชมชอบ ใช้อย่างสำนวนภาษาไทย แต่ลึกสุดนั้น เขาเชื่อว่ามันเที่ยง มีลัทธิต่างๆ เป็นต้น 

ถ้าเราเข้าใจคำว่าบุญ จะเข้าใจว่าพระอรหันต์ทำไมหมดบุญ แล้วจะไม่งง ไม่สงสัย ไม่สะดุดอะไร แต่คนที่ยังไม่เข้าใจฟังแล้วจะบอกว่า ไปบอกพระอรหันต์หรือพระพุทธเจ้าเป็นคนไม่มีบุญได้อย่างไร? เด็กๆฟังให้ดีๆนะ

พระพุทธเจ้าเป็นคนที่ไม่มีบุญ พระอรหันต์เป็นคนที่ไม่มีบุญ หมดบุญหมดบาป ปุญญปาปปริกขีโณ พยัญชนะภาษาบาลีก็ยืนยันชัดเจน คำตรัสของพระพุทธเจ้ามีอยู่ในหลักฐาน ในพระสูตรต่างๆ เช่น พระอรหันต์พระโมฆราช ก็ได้พูดไว้ 

ความหมายลึกซึ้งของคำว่าบุญนี้จึงยากมาก อาตมามาต่อไปเป็นคำว่า ประชาธิปไตยบุญนิยม 

ความหมายของ บุญนิยม นี้ ง่ายๆคือ ลัทธิกำจัดกิเลส นิยมก็คือลัทธิ บุญนิยมคือลัทธิกำจัดกิเลส เพราะฉะนั้นประชาธิปไตยที่มุ่งหมายเอาการกำจัดกิเลส คนที่จะมาเป็นนักการเมือง เป็นนักประชาธิปไตย เป็นนักทำงานกับสังคมที่ชื่อว่าการเมือง จะต้องเป็นคนศึกษาธรรมะ แล้วต้องรู้จักคำว่าบุญ ต้องรู้จักคำว่ากำจัดกิเลส ต้องรู้จักสัมมาทิฏฐิ มีวิธีการกำจัดกิเลส รู้ว่ากำจัดกิเลสได้อย่างไร จึงจะเหมาะสมไปเป็นนักการเมือง นักการเมืองไม่มีธรรมะจึงเป็นนักการเมืองเลว เป็นนักการเมืองบรรลัยจักร มันยุ่งยากประเทศชาติสังคมยุ่งยากเพราะความไม่เข้าใจอันนี้ เป็นนักการเมืองแล้วไม่เอาธรรมะ 

จริงที่ในตัวบางคนอาจจะมีคุณงามความดีบ้าง แต่เป็นคุณงามความดีที่ไม่เที่ยงแท้เพราะแค่โลกียะก็ไม่เที่ยง ได้ลาภยศสรรเสริญก็หลงแล้ว ไปไม่รอด อย่างเช่น ทักษิณ Tony Woodsome ขออภัยที่ยกตัวอย่างบุคคล เพราะมันเป็นตัวอย่างที่ให้เป็นการศึกษา อาตมาไม่ได้เกลียดชัง ไม่ได้ถล่มทลาย แต่มันเป็นประโยชน์มากในการศึกษา อาตมาจึงขอนำเอามาเป็นตัวอย่าง ยกตัวอย่างประกอบในการแสดงความรู้ วิชาการ 

เพราะฉะนั้นประชาธิปไตยบุญนิยม จึงเป็นประชาธิปไตยที่จะต้องเข้าใจการเป็นคนมาเป็นนักการเมืองนักประชาธิปไตยที่จะต้องรู้จักจัดการกิเลส ชำระกิเลสของตนเองให้ได้จริง คนที่ยังไม่ลดละกิเลสเลย ไม่รู้จักวิธีลดละกิเลสและไม่พยายามลดละกิเลสด้วย อย่าเข้ามาเป็นนักการเมือง มันเป็นความฉิบหายของสังคม คนที่จะมาเป็นนักการเมืองต้องเป็นคนที่มีคุณธรรม โดยเฉพาะต้องมีคุณธรรมถึงปรมัตถธรรมของพุทธเจ้า เป็นโลกุตระ สามารถเรียนรู้จิต เจตสิก รูป นิพพาน แล้วสามารถลดกิเลสได้จริงๆ

เพราะฉะนั้นประชาชนของสังคมประเทศใดที่มีความรู้ตามทฤษฎีที่อาตมาอธิบายไปนี้ ไม่ได้ประพฤติปฏิบัติจริง มีบุคคลที่ได้บรรลุธรรมตามธรรมะของพระพุทธเจ้าที่เป็นธรรมะโลกุตระนี้จริง จึงจะเป็นประเทศที่เป็นประชาธิปไตยที่จริง 

จะเรียกว่าเป็นความเป็นประชาธิปไตยของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพราะทำงานกับประชาชน พระพุทธเจ้าเป็นผู้ศึกษาอันนี้มาตั้งแต่ต้น จนกระทั่งสำเร็จเป็นพระพุทธเจ้า อาตมาเป็นพระโพธิสัตว์ระดับ 7 ศึกษามาตามพระพุทธเจ้า จึงรู้อันนี้ ยืนยันอันนี้ พูดอย่างมั่นใจ ไม่ได้พูดอย่างเดาหรือเก็งความจริง ไม่ใช่ ซึ่งมันเป็นความจริงที่จริงเลย ไม่ใช่แค่การเก็ง เป็นแต่เพียงความจริงนี้ยังไม่เจริญสมบูรณ์เท่านั้นเอง แต่อาตมาเดินทางเพิ่มขึ้นไปเรื่อย และความจริงที่อาตมามีในโพธิสัตว์ระดับ 7 นี้ ทุกวันนี้ก็ยังไม่มีใครมี ขออภัยที่ต้องพูดความจริง อาตมาเป็นไก่ตัวพี่ในยุคนี้ โดยเฉพาะในเรื่องประชาธิปไตยโลกุตรธรรม ประชาธิปไตยบุญนิยม ของพระพุทธเจ้า

ฉะนั้นความเป็นคอมมิวนิสต์ก็ดีความเป็นประชาธิปไตยก็ดี โดยจุดมุ่งหมายแล้วเหมือนกัน คอมมิวนิสต์ก็ต้องการเป็นคอมมูนที่สมบูรณ์แบบ เป็นสังคมที่รวมกันแล้วก็มีผู้บริหาร ความหมายมันต่างกันอยู่นิดเดียว ผู้บริหารเป็นหมู่คณะเรียกว่า คณาธิปไตย 

ส่วนของประชาธิปไตยที่เป็นประชาธิปไตยแท้ๆ อิสรเสรีภาพสมบูรณ์ ไม่เอาอำนาจมาไว้ที่กลุ่มคณะเท่านั้นด้วย ให้แต่ละคนเท่าเทียมกันหมด มีสิทธิเท่าเทียมกัน แต่ความรู้ความสามารถมันไม่เหมือนกันเท่านั้นเอง ตามความเป็นจริง แต่สิทธิเสรีภาพเท่ากันหมดแต่ความรู้ความสามารถไม่เท่ากัน คนที่มีความรู้ความสามารถจริงจึงเป็นสัจจะจริง เป็นความเป็นจริง เขาก็ต้องสูงจริง แต่ผู้ที่สูงจริงนั้นไม่ยึดติดตัวเอง ว่าตนเองเป็นผู้ที่จะสูงจนต้องให้คนอื่นเขามากลัว คนอื่นเข้ามาเคารพนับถือยกย่อง ไม่มี ส่วนเราเข้าใจแล้วก็ไม่ได้ยินดียินร้ายอะไร 

ฟังให้ดีที่อาตมาสาธยายความ เป็นรายละเอียดของสัจธรรม ที่แม้จะไม่สมบูรณ์แบบเต็มที่ ก็ใกล้สมบูรณ์แบบ ถึงขั้นนี้แล้ว อาตมาประกาศตัวเป็นโพธิสัตว์ระดับ 7 มา 50 ปีแล้ว ทำงานนี้มา มันจะไม่เลื่อนพัฒนาเข้าไปหา 8 เข้าไปหา 9 บ้างเลยหรือ 

คอมมิวนิสต์ที่เขาปรับตัวเข้าหาประชาชนมีการเลือกตั้ง เป็นต้น แต่ก็ยังไม่มีนะ อาตมาได้พูดนำไปก่อน ยกตัวอย่างปรากฏการณ์จริงเช่นประเทศจีน ถ้าเขาจะเลือกตั้ง แล้วสีจิ้นผิงก็ลงเลือกตั้ง สีจิ้นผิงก็ต้องได้ ถ้าหากมีการเลือกตั้งเดี๋ยวนี้ขณะนี้ 

การเลือกตั้งนั้นมันดูง่ายๆ ว่าให้ประชาชนมีสิทธิ์ออกเสียง แต่มันมีวิธีการซับซ้อนอยู่ในนั้นมากมายองค์ประกอบ โดยเฉพาะในอเมริกาเป็นตัวอย่างของโลก เป็นตำรับตำราวิธีการเลย เรียนรู้ซับซ้อน มีกลยุทธ์ต่างๆ ประธานาธิบดีอเมริกาจะต้องเก่งในการทำกลยุทธ์เหล่านี้และหลงตัวเองว่าเป็นเบอร์ 1 ของโลก 

ในหลวงรัชกาลที่ 9 ท่านเป็นพระโพธิสัตว์ ท่านก็ได้ตรัสไว้ว่า เราไม่เอาความเจริญก้าวหน้าแบบทางโลกเขา ท่านได้ตรัสตามพระจริยวัตรของท่าน “เราเลยบอกว่า ถ้าจะแนะนำได้ ต้องทำ “แบบคนจน” 

เราไม่เป็นประเทศร่ำรวย  เรามีพอสมควร  พออยู่ได้ 

แต่.. ไม่เป็นประเทศที่ก้าวหน้าอย่างมาก  

เราไม่อยากจะเป็นประเทศก้าวหน้าอย่างมาก 

เพราะถ้าเราเป็นประเทศก้าวหน้าอย่างมาก 

ก็ จ ะ มี แ ต่ ถ อ ย ห ลั ง !

ประเทศเหล่านั้นที่เป็นประเทศที่มีอุตสาหกรรมก้าวหน้า 

จ ะ มี แ ต่ ถ อ ย ห ลั ง  และถอยหลังอย่างน่ากลัว !  

แต่ถ้าเริ่มมีการบริหารที่เรียกว่า “แบบคนจน” 

แบบที่ไม่ติดกับตํารามากเกินไป ทําอยางมีสามัคคีนี่แหละ 

คือ เมตตากัน  ก็จะอยู่ได้ตลอดไป…”

กสิกรรมยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก

อังกฤษกับอเมริกา อังกฤษเป็น 2 ขามีกษัตริย์ แต่ประชาธิปไตยอเมริกานั้นเป็นขาเดียวไม่มีกษัตริย์ ทุกวันนี้ อเมริกาเกิดทีหลัง อังกฤษเขามีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่าอเมริกา ซึ่งมาถึงทุกวันนี้ก็ได้เสื่อมก็ล่มสลายแล้ว พูดจริงๆว่ามันล่มสลายแล้ว 

แต่จีนเขายังมีเทคโนโลยีสร้างความรู้ได้เก่งก็พอเลี้ยงตัวเขาได้ ถ้าเขาไม่มีสิ่งเหล่านี้ก็อยู่ไม่รอดหรอก จีนเขาก็แข่งในทุกด้านแล้วตอนนี้ 

พระเจ้าตรัสว่า อาหารคือหนึ่งในโลก ยิ่งใหญ่กว่าเพชรนิลจินดา ยิ่งใหญ่กว่าอาวุธ ยิ่งใหญ่กว่าอำนาจ อาหารที่กินเข้าไปเลี้ยงขันธ์นี่แหละ แม้จะเป็นสัตว์เดรัจฉานเป็นมนุษย์ก็ต้องกินอาหารเลี้ยงขันธ์ กวฬิงการาหาร 

อาตมาถึงกำชับกำชา ชาวอโศกรู้ให้ทันการณ์ว่า กสิกรรมยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ใครที่รังเกียจกสิกรรมไม่ยอมทำกสิกรรม ระวังจะตกยุค ชาวอโศกเป็นนักกสิกรรมตัวยง ตั้งแต่เป็นคนตัวเล็กตัวน้อยจนถึงคนแก่คนเฒ่าก็อยู่กับกสิกรรมเป็นหลัก ส่วนจะมีความถนัดด้านอื่นก็ต้องทำไปอาศัยบ้างไม่มีปัญหาอะไร แต่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือกสิกรรม จำให้ดีฟังให้ดีแล้วทำช่วย พื้นดินเราแค่นี้ก็ตามประมาณพันกว่าไร่ ยังมีที่ว่างอีก คนนำพาทำก็มีอยู่ หลายผู้หลายที่หลายแห่ง

พิจารณาให้ดีๆ เห็นความจริงอันนี้ให้ได้ แล้วลงมือกระทำเลย ระดมกันเลยโดยเฉพาะเป็นฆราวาส สมณะก็เข้าไปทำดูก็ยังดูไม่ค่อยดีนัก เพราะพระวินัยท่านก็กันเอาไว้อยู่ มันมีหลายอย่างที่จะไม่ลงในรายละเอียดว่าทำไมพระพุทธเจ้าจึงห้ามในเรื่องนี้ แต่พวกเราก็ยังไปช่วยทำอยู่บ้าง โดยปริยายก็ไม่ทีเดียว แต่พวกเพ่งโทษก็มี ไปบอกเขาขุด อย่างนี้ก็ไม่ได้ พวกเพ่งโทษก็ว่ากันไป เราเอาตามยุคสมัยองค์ประกอบที่มันไม่คงที่

ประชาธิปไตยที่เป็นของพระพุทธเจ้านี้ อาตมาเข้าใจของอาตมาว่า ตั้งแต่ในยุคของพระพุทธเจ้ามีพระชนม์ชีพ ท่านก็ทำประชาธิปไตยแบบนี้แหละ โดยมีจุลศีล มัชฌิมศีล มหาศีลเป็นธรรมนูญ ตอนนั้นไม่ได้เรียกว่าเป็นรัฐธรรมนูญ จะเรียกว่าศีลธรรมนูญ คือหลักเกณฑ์ของคณะ ที่คณะของท่านไม่ได้ยึดสถานที่เป็นหลักแหล่งของตน ท่านมีศีลเป็นหลักกำหนด เป็นเครื่องชี้วัด เอามาใช้ปฏิบัติ เพื่อให้คนพัฒนาศีล สมาธิ ปัญญา หรือศีล อปัณณกปฏิปทา 3 สัทธรรม 7 ฌานอีก 4 ปัญญาอีก 8  คือ จรณะ 15 วิชชา 8 ครบครัน

ศึกษาให้ดีๆแล้วจะรู้ว่าศาสนาพุทธหรือลัทธิพุทธ เป็นศาสนาแห่งมนุษยชาติ ที่พระพุทธเจ้าท่านพัฒนาศึกษาเรียนรู้มาตั้งแต่ต้น จนกระทั่งเป็นโพธิสัตว์แต่ละลำดับมาจนบรรลุเป็นพระพุทธเจ้า แล้วประกาศศาสนาเป็นพระพุทธเจ้าองค์ใดองค์หนึ่งของโลก ขึ้นทำเนียบไปแล้ว จึงเป็นวิธีการของมนุษยชาติของสังคมที่จบสูงสุดแล้ว ไม่มีอะไรสูงสุดกว่านี้แล้ว ในระบบการบริหารปกครองประเทศ สังคม ไม่มีทฤษฎีระบบระบอบใดๆเท่าอันนี้อีกแล้ว พูดไปแล้วพูดที่ไม่เข้าใจ เขาก็ไม่เชื่อ เขาก็อาจจะฟังแล้วบอกว่าน่าฟัง น่าติดตามศึกษา ผู้ที่รู้จริงๆก็จะได้ประโยชน์มาก 

อาตมาได้พาพวกเราประพฤติปฏิบัติ โดยความรู้ที่ตามรู้มาจากพระพุทธเจ้าทุกพระองค์สืบต่อกันมา เป็นสัจจะหนึ่งเดียวไม่ได้แตกแยก ซึ่งยาก อาตมาก็ได้พูดทวนย้ำแล้วว่า ในยุคนี้เป็นยุคที่เสื่อมจากศาสนาพุทธลงไปตั้งแต่อาตมายังไม่เกิด อาตมาก็เห็นความเสื่อมนี้ จนกระทั่งอาตมารู้ตัว ไปหลงเป็นลิงลมอมข้าวพองอยู่ทางโลกตั้ง 30 ปี รู้ตัวแล้วก็มาทำงานสืบสานธรรมะพระพุทธเจ้า ตั้งแต่บัดนั้นจนถึงบัดนี้ 50 กว่าปีมาแล้ว จนอายุ 80 กว่าปีแล้วอายุ 87 ย่างเข้า 88 แล้ว 

เทวฺของคอมมิวนิสต์กับประชาธิปไตย 

ภาษาคำว่าคอมมิวนิสต์หรือประชาธิปไตยก็ดี เป็น 2 คำที่เรียกว่าเป็นเทวะ ขอย้ำและขออธิบายคำว่า คอมมูนสุดยอด ที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่า สาธารณโภคี เป็นคอมมูนสุดยอด 

เป็นอย่างไร พระพุทธเจ้าก็ทำเป็นสูตรไว้คือสาราณียธรรม 6 สาราณียธรรม 6 เมตตากายกรรม เมตตาวจีกรรม เมตตามโนกรรม ลาภธัมมิกา ศีลสามัญตา ทิฏฐิสามัญตา  

ศึกษาได้จากความเป็นจริง ไม่ใช่เรื่องเป็นการเสแสร้งตกแต่งหลอกลวง แต่เป็นจริงจากจิตเป็นประธาน ใครทำได้มากใครทำได้น้อย ก็ออกมาตามความเป็นจริง จิตตัวตั้งลึกๆนั้นมีความยินดี มีฉันทะ มีความพอใจ มีความเชื่อมั่น ลัทธินี้ แบบนี้ ทฤษฎีนี้แหละ สุดยอด มาเอาอันนี้ 

ผู้ที่มีวุฒิภาวะแล้ว เป็นสิทธิส่วนตัว เป็นผู้ใหญ่แล้ว มีวุฒิภาวะ อิสรเสรีเต็มที่แล้ว บอกตัวเองได้ ส่วนเด็กๆยังอยู่ในความปกครองของผู้ใหญ่ ก็อาจจะมีอำนาจของผู้ใหญ่บังคับไว้อยู่บ้าง แต่เด็กบางคนเขาเข้าใจเต็ม พอใจเต็มกว่าผู้ปกครองอีกก็มี 

ส่วนจะมาเป็นสาธารณโภคีหรือเป็นโลกุตระขนาดนี้ได้ ไม่ใช่เรื่องง่ายๆตื้นๆ จะมาสร้างภาพเล่นลิเก ละคร ไม่ได้ มันต้องเป็นความจริง มีทั้งเจโตและปัญญาที่จริง แล้วนำพาให้ชีวิตมามีพฤติกรรมนั้นจริง จึงจะเกิดขึ้นเป็นวัฒนธรรม เป็นสังคมที่มีพฤติการณ์ ที่เป็นเอหิปัสสิโก เชิญให้มาพิสูจน์ยืนยันได้ เชิญมาพิสูจน์สำรวจตรวจสอบได้เลย 

มันจึงยากที่ว่าแม้แต่ความเข้าใจ กว่าที่นักรัฐศาสตร์ทั้งหลายจะเข้าใจ มี Concept สัมมาทิฏฐิตรงกันตามที่อาตมากำลังหมายถึงนี้ ของพระพุทธศาสนาหรือของประชาธิปไตยที่เป็นสาธารณะโภคีของพระพุทธเจ้า 

Concept ของอาตมากับ Concept ของคนที่เขาเป็นนักรัฐศาสตร์ศึกษาเป็นด็อกเตอร์ เป็น Post Doctor นั้น ก็ตาม เขาก็ยังจะต้องตามศึกษาให้ดีๆ เข้าใจให้ถูกต้อง อาตมาจึงเห็นใจมากเลย พฤติการณ์จริงมันก็ส่อแสดงให้คนเห็นและรับรู้อยู่ 

ของประเทศไทยในขณะที่มีรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา อย่างนี้เป็นต้น อาตมาก็ยืนยันรับรองว่า รัฐบาลของพลเอกประยุทธ์ เป็นประชาธิปไตยที่สวยงามที่สุดในขณะนี้สวยงามที่สุดของโลก คนก็ไม่ค่อยเชื่อ ซึ่งขออธิบายไป 

ลองเทียบ เมืองไทยกับสหรัฐอเมริกา จะเห็นได้ว่าเมืองไทยเจริญกว่าแน่ๆ ในด้านรัฐศาสตร์ แม้ว่าไทยจะสร้างอาวุธไม่เก่งเหมือนอเมริกา สร้างคอมพิวเตอร์ สร้างเครื่องอุตสาหกรรมสู้ไม่ได้ แม้ว่าทางด้านกสิกรรม ก็ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าอเมริกาจะมีมากหรือสมบูรณ์กว่าไทยหรือเปล่า แต่คงมีพอดูได้ว่าประเทศไทยชัดเจนกว่าในเรื่องกสิกรรม เพราะอย่างน้อยที่สุดอเมริกา ฤดูกาลที่จะปลูกพืชผักก็มีไม่ได้มากเท่าของเมืองไทยหรอก แต่ว่าอเมริกามีพื้นที่ใหญ่กว่าประเทศไทยไม่รู้กี่เท่า 

ตีเข้าเป้าตรงที่ว่า ประชาธิปไตยหรือคอมมิวนิสต์มีจุดหมายปลายทางตรงกัน คือให้ประชาชนอยู่เย็นเป็นสุข มีเศรษฐกิจ คำว่า เสฏฐะ แปลว่าความประเสริฐ ความเจริญ ไม่ได้เป็นเรื่องการนับตัวเลข เศรษฐศาสตร์หรือเศรษฐกิจที่ดีไม่ได้หมายความว่า คนมีเงินมากกว่ามีเศรษฐกิจดี คนรวยมีเศรษฐกิจดี อย่างนั้นผิดไปถนัด 

จริงๆแล้วคนรวยเป็นคนเศรษฐกิจต่ำ ความประเสริฐต่ำ ปฏิบัติสิ่งที่ไม่ประเสริฐเลยสำหรับคนรวย มันเป็นอย่างนั้น ขออภัยที่พูดนี้เป็นการอธิบายวิชาการ ความรู้ความจริงที่ชัดเจน ไม่ได้ไปด่าว่าไม่ได้ข่มหรือดูถูกดูแคลนใคร เข้าใจความจริงใจของอาตมาให้ได้ อาตมากำลังสาธยายวิชาการ กำลังดัดจริตให้สุจริตเป็นนักวิชาการ บางคนอาจจะบอกว่าอาตมาไม่สุจริตที่จะมาเป็นนักวิชาการ เพราะไม่มีเบื้องหลัง ชาตินี้ไม่มีอะไรมารับรอง เรียนทางโลกเขาก็ได้แค่ ปวส. ที่จริงเป็นการเรียนอาชีวะ เป็นประโยคมัธยม ไม่ถึงปริญญาตรี 

ทางด้านทำงานก็ไม่มียศศักดิ์ ไม่ได้มีสิบตรี สิบโท สิบเอก ไม่ต้องพูดถึงร้อยตรี ร้อยโท ยิ่งเป็นผู้กำกับไม่ถึงแน่นอน ก็ได้แค่นี้แหละ แต่อาตมาทำงานกับสังคมมาจริงจังตลอดชีวิต จะทำไปจนตาย ชาติหน้าเกิดมาทำอีก ไม่ไปทำอย่างอื่นหรอก ตัวเองไม่มีปัญหาจะอยู่ จะเป็น จะตาย ยังไงไม่มีปัญหาแล้ว 

ทำงานกับประชาชน เรียกอย่างเพราะๆก็คือ รับใช้ประชาชนหรือช่วยประชาชนไป ทำประโยชน์ให้แก่ประชาชนไป พูดเหมือนเอาดีใส่ตัว แต่มันเป็นสัจจะที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ก็ต้องพูดความจริง 

จริงๆแล้วคำว่า ประชาธิปไตยกับคอมมิวนิสต์ ความหมาย 2 คำนี้ ในนิยามของมัน 

คอมมิวนิสต์ก็มีภาวะการบังคับ ประชาธิปไตยก็เป็นภาวะที่อิสรเสรีภาพสมบูรณ์กว่า ประชาธิปไตยเป็นลัทธิ เป็นภาวะที่อิสรเสรีกว่า คอมมิวนิสต์ยังมี Command ยังมีการบังคับอยู่ในที 

เพราะฉะนั้นคำว่าคอมมิวนิสต์กับเทวนิยม คอมมิวนิสต์เขาไม่เอาเรื่องศาสนา เทวนิยมเป็นเรื่องของศาสนา เพราะฉะนั้นคอมมิวนิสต์เขาจึงไม่รู้จักว่าเทวนิยมหรืออเทวนิยมคืออะไร  พวกศาสนาที่ไม่เอาการเมืองก็ไม่รู้ว่าคอมมิวนิสต์คืออะไร ประชาธิปไตยคืออะไรอย่างนี้เป็นต้น มันก็เป็นความไม่สมบูรณ์ในการศึกษาของแต่ละพวก ในมนุษย์ก็ต้องศึกษาทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นประเด็นใดก็ต้องศึกษา แล้วเราจะรู้ว่านิยามคำว่าคอมมิวนิสต์เป็นเช่นนี้ นิยามคำว่าประชาธิปไตยเป็นเช่นนี้ 

สรุปอีกที ประชาธิปไตยอิสรเสรีภาพสมบูรณ์แบบกว่าคอมมิวนิสต์ ไม่ได้พูดข่ม ไม่ได้เอาประชาธิปไตยไปข่มคอมมิวนิสต์ แต่จะพูดเป็นวิชาการพูดความจริง ความเป็นจริงมันจะมีเช่นนั้น

ประชาชนปฏิวัติยึดอำนาจ พลเอกประยุทธ์มารับไม้ต่อจากประชาชน

ในข้อที่ 8 คำที่มีการเลือกตั้งจะปรับตัวเป็นประชาธิปไตยแบบข้อมูล คือเอาทั้งคอมมิวนิสต์ ไม่ยอมทิ้งคอมมิวนิสต์ แต่ก็จะเป็นประชาธิปไตย ก็เลยเป็นประชาธิปไตยที่บวกเอาคอมมูนไปด้วย จนเห็นว่าประชาธิปไตยคือการเลือกตั้ง ประชาชนออกความเห็นทั่วประเทศ อาตมาก็ให้ความเห็นว่าการเลือกตั้งมันไม่บริสุทธิ์สะอาดหรอก มันมีอะไรอยู่ในนั้นเยอะ ถ้าเป็นสัจจะความจริงที่จะจริงก็จริงกว่า ยิ่งกว่าการเลือกตั้ง 

ยกตัวอย่างในประเทศไทย รูปแบบเหมือนพลเอกประยุทธ์ยึดอำนาจ นักรัฐศาสตร์หรือใครเขาก็บอก ฉะนั้นพวกที่เป็นฝ่ายค้านก็จะเอาตรงนี้มาพูด ว่าพลเอกประยุทธ์ไม่ได้ยึดอำนาจ แต่เมืองไทยนี้ประชาชนยึดอำนาจ คนเขาไม่ยอมเชื่อไม่ยอมเข้าใจ แม้ว่าจะยังเข้าใจไม่ได้ก็ตาม ประชาชนยึดอำนาจเป็นอย่างไร 

พฤติกรรมสิ่งที่ประชาชนไปประท้วงยึดอำนาจรัฐบาลตั้งแต่รัฐบาลทักษิณ ต่อมาเป็นพลเอกสนธิ บุญยรัตกลินก็มายึดอำนาจ ประชาชนก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ก็ยอมรับ เอาดอกไม้ไปเสียบปลายปืนให้ ต่อมาทักษิณก็ส่งนอมินีมา เป็นนายสมัคร ประชาชนก็ออกไปไล่ จนตกกระป๋องไป เขาก็บอกว่าเป็นตุลาการภิวัฒน์ ศาลตัดสินให้ออกจากนายกฯ ซึ่งก็จริงเหมือนกัน ทักษิณก็ส่งสมชายมา ประชาชนก็ไปประท้วงปฏิวัติอีก จนเขาไม่ได้เข้าทำเนียบ ประชาชนไปปลูกข้าวในทำเนียบทำนาในทำเนียบเลย สุดท้ายสมชายตกไป มีรัฐบาลอภิสิทธิ์มาคั่น มีการเลือกตั้งอีก จนคุณอภิสิทธิ์ยุบสภาเลือกตั้งใหม่ ตอนนี้ทักษิณก็เบ่งอีกเลย แกถึงเชื่อว่าเอาเสาไฟฟ้ามาลงก็จะได้อีก ซึ่งก็จริงของเขา 

ขุดเอาน้องสาวมา 49 วันได้เป็นนายกฯเลย หาเสียง เก่งจริงๆ ซึ่งเราก็ไปไล่อีก อย่างสำคัญเลย พลเอกปรีชาขึ้นบนรถ 6 ล้อ บอกว่าปฏิวัติแล้ว ให้ปลัดกระทรวงมารายงานตัวด่วน ก็ไม่มีปลัดกระทรวงคนไหนมาสักคน พลเอกปรีชาก็เลยมาทำฎีกาไปถวายในหลวง คนรับไปก็ไม่กล้าถวายในหลวงอีก ก็เลยส่งกลับมา ต่อมายิ่งลักษณ์หมดอำนาจ ให้นิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล เป็นรักษาการนายกฯแทน พลเอกประยุทธ์ก็บอกว่า ผมขอยึดอำนาจ ที่จริงแล้วไม่ได้ยึดอำนาจหรอก แต่มันยังไม่เคยมีในโลกเลยเหตุการณ์แบบนี้ 

ประชาชนได้ยึดอำนาจแล้ว สุดท้ายทักษิณก็ยังไม่ยอม พยายามดิ้นรนเพื่อจะเอาชนะอยู่นั่นแหละ ประชาชนก็เอาความสงบสยบความรุนแรงตลอดเวลา จนกระทั่งทุกวันนี้ คณะ 3 กีบ ก็พยายามยืนยันความสงบ แต่มันสงบไม่ได้ทีเดียว เกิดความวุ่นวาย ทำเสียงดัง สารพัดวิธีใช้จิตวิทยา 

คำว่าปฏิวัตินั้น จนกระทั่งถึงรัฐประหาร ประเทศไทยทำสำเร็จที่สุด สวยงามตรงที่ว่า พลเอกปรีชาจะขึ้นก็ไม่มีใครขานรับ คุณจำลองก็หลบ อาตมารู้จิตของคุณจำลองว่า พลเอกปรีชาเกิดปีเดียวกันกับคุณจำลอง พลเอกปรีชานับถือพลตรีจำลองเป็นพี่ พลตรีจำลอง ก็ไม่ยอมรับอำนาจ เพราะจะเป็นการปฏิบัติเพื่อตัวเอง ก็เสียหมด ปฏิวัติแล้วครองอำนาจเองก็คนจะมองว่าเป็นเผด็จการเอง ที่เป็นพลเอกประยุทธ์นั้นเพราะอยู่ในหน้าที่ที่จะต้องจัดการ อาตมายังบอกว่าออกมาช้าไปน่าจะเร็วกว่านี้ แต่ก็ยังดีที่ออกมา อาตมาใช้คำว่าพลเอกประยุทธ์มารับไม้ต่อจากประชาชน เป็นเรื่องรัฐศาสตร์ที่ต้องศึกษากันไป เขาก็บอกว่ามาปฏิวัติ มายึดอำนาจ โดยรูปแบบโดยสัญลักษณ์มันใช่ แต่โดยสภาวะธรรมลึกๆ มันคือประชาธิปไตยที่สวยงาม รูปลักษณ์เป็นทหารมา พลเอกประยุทธ์ก็เลยคาคออยู่อย่างนั้น 

ตอนแรกก็บริหารโดยไม่มีการเลือกตั้ง เขาก็ว่าได้เต็มที่ว่าพลเอกประยุทธ์มายึดอำนาจ จนกระทั่งต่อมาพลเอกประยุทธ์ได้เป็นนายกอีก เป็นนายกฯนอกพรรคการเมือง พรรคต่างๆ โหวตให้พลเอกประยุทธ์มาเป็นนายกฯ โดยที่ไม่ได้สังกัดพรรคอะไร ซึ่งเป็นความเป็นประชาธิปไตยที่สวยงาม พลเอกประยุทธ์เป็นนายกฯตั้งแต่วันนั้นจนถึงบัดนี้ ก็เป็นนายกฯที่รับการเลือกโดยการโหวตเสียง พวก ส.ส, ส.ว ให้เป็นนายกฯ ก็เป็นนายกฯจากเสียงประชาชนที่มาจากมติรัฐสภา เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 

พวกที่เสียอำนาจก็พยายามดิสเครดิต พลเอกประยุทธ์ พยายามจะให้ลงจากนายกฯ กระแสต่างประเทศก็ยังไม่มีท่าทีให้ลง แต่ลึกๆซับซ้อน หากว่าพลเอกประยุทธ์อยู่เขาก็จะเข้ามาแผ่อำนาจในไทยไม่ค่อยได้ แต่ก็ไม่กล้าแสดงออกมาก เพราะว่ารัศมีของนายกฯประยุทธ์ยังมีมาก แต่ละประเทศไม่กล้าแสดงออกเต็มที่ว่าเห็นด้วยว่าประยุทธ์ควรออก นี่คือกระแสของโลก 

นิมนต์พ่อครูจิบน้ำ

สู่แดนธรรมว่า… 

พ่อครูว่า… ประเทศไทยก้าวหน้าล้ำสมัยกว่าประเทศอื่นไปหลายก้าว จะพูดเทียบเคียงระหว่างไทยกับอังกฤษซึ่งมีกษัตริย์เป็นประมุขเหมือนกัน อังกฤษเป็นต้นแบบประชาธิปไตย มีอายุยืนยาวนานของประเทศ เป็นพันปี ประเทศไทยอายุยังไม่ถึงพันปี อังกฤษเขาหลายพันปีแล้ว อังกฤษจากสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นประชาธิปไตย เขาก็เป็นต้นตอของประชาธิปไตย 

ทางอเมริกาเป็นประชาธิปไตยแหกคอก เป็นประชาธิปไตยขาเดียว ไม่มีกษัตริย์ ผ่านมา 200-300 ปี ประชาธิปไตยของอเมริกา เห็นได้เลยว่า สังคมอเมริกาเป็นแบบใด ใช้อำนาจโลกีย์เขี้ยวเล็บอำนาจบาตรใหญ่ ซึ่งอังกฤษก็เคยพยายามล่าอาณานิคมมาแล้ว อังกฤษก็ได้สำนึกมาแล้ว สร้างพระคุณมากกว่าพระเดช แต่อังกฤษก็เป็นประเทศที่ไม่รวย ซึ่งแปลก คนขึ้น Billboard ร่ำรวยที่สุดในโลกเท่าไหร่ แต่ว่าประเทศไทยมีเศรษฐีติดอันดับโลกนะ เมืองไทยประเทศเล็กนิดเดียว ประเทศอังกฤษเขาก็ไม่ใหญ่ 

ความประเสริฐที่สุดในการเกิดเป็นมนุษย์ในยุคนี้ 

ขอวกเข้ามาหาพวกเรา ชาวอโศกเราจะทำอย่างไร ขณะนี้ชาวอโศกก็พยายามที่จะทำงาน โดยที่อาตมามองเห็นว่า เป็นโอกาสพอสมควรแล้ว โอกาสที่ว่า แต่ก่อนเราเผยแพร่อยู่แต่แค่ในอินเทอร์เน็ต แค่แวดวงสื่อสาร วงเล็ก ไม่กินไปกว้างถึงระดับดาวเทียม หลายช่องโทรทัศน์ เขาก็มีหลายดาวเทียม ของเราก็ขอขึ้นสักดวงนึง ก็ยากเย็นแสนเข็ญ แต่ก่อนสู้หน้าดำหน้าแดงจนกระทั่งต้องหลบไปเลย ต้องพักไปไม่ออกไปไม่ได้เลย ซึ่งเราก็จะออกอากาศอีกครั้ง พูดอย่างนี้ไม่ได้หมายความว่าจะไปเรี่ยไร เราไม่รับเงินจากสมาชิกที่ไม่ใช่ชาวอโศกจริงๆ เรารับเฉพาะสมาชิกชาวอโศกเราจริงๆ เรามีกองทุนจัดตั้งขึ้นแล้วเปิดบัญชีขึ้นแล้วว่าอันนี้เป็นกองทุนโทรทัศน์ ตั้งแต่เริ่มต้นทำงานศาสนามา อาตมาไม่ได้เอาเงินจากภายนอกทั่วไปมาใช้ เอาแต่สมาชิกที่ตรงตามกติกาที่เราตั้งไว้ ทำอย่างนี้ก็เป็นความบริสุทธิ์ว่าเป็นของพวกเราเอง ไม่ได้อาศัยแรงคนอื่นจะอาศัยแรงคนของเราเอง ดำเนินกิจการมา พอมาถึงวันนี้เราก็กำลังดำเนินการอีกเฮือกหนึ่ง 

ดูซิว่าในตลาดสังคมจะรับโลกุตรธรรม เราก็ทำแบบเดิมแหละ ไม่ได้มีแบบอื่นหรอก เป็นแต่เพียงวิธีการเราเปลี่ยนแปลง กลับมาเป็นอย่างนี้อีกที ก็ดูๆอยู่ว่า วันนี้จะมีคนดูสักเท่าไหร่ แต่ยังไม่ได้ถึงวันที่ 1 ก.ย. 64 นะ ก็ลองดู 

สรุปว่า เราเป็นคนเกิดมาเป็นคนคนหนึ่งในโลก ในกาละนี้กับเขา คุณจะอยู่ในโซนไหนของโลกก็ตาม คุณก็ต้องอย่ากลายเป็นคนหนักโลก อย่ากลายเป็นปลิงเป็นทากของโลก เราต้องเป็นคนที่ช่วยโลก โดยเฉพาะช่วยตนเองให้รอดโดยไม่เป็นภาระใคร แล้วก็พยายามที่จะช่วยเหลือคนอื่นให้ได้ นี่เป็นความสำเร็จของความเป็นมนุษย์ชาติ 

ไม่ใช่ว่าเราอวดดีอวดเก่ง แต่มันเป็นคุณค่าของความเป็นมนุษย์ เราช่วยผู้อื่นได้มากเท่าใดก็เป็นคุณค่าเท่านั้น จริงใจ ไม่ได้ทำเพื่อแลกลาภยศสรรเสริญโลกียสุขเลย แต่เห็นความจริงตามความเป็นจริงว่านี่คือความประเสริฐของมนุษยชาติ แล้วก็ขอทำเช่นนั้นจริงๆ 

จบ