660623 ธรรมะพ่อครูไม่เหมือนใครตรงที่…คนทำตามบรรลุได้จริง พุทธศาสนาตามภูมิ ราชธานีอโศก

ดาวโหลดเอกสารที่   https://docs.google.com/document/d/19Mf-xW6EuFZULuH1UbhV00ZhrTrkTAm0/edit?usp=sharing&ouid=101958567431106342434&rtpof=true&sd=true 

                                                                                                                                  

ดาวน์โหลดเสียงที่   https://drive.google.com/file/d/17cQOZbaEQ1ZsmbetCHsU12DEkUjvL5jk/view?usp=drive_link 

ดูวิดีโอได้ที่ https://youtu.be/XPdMR0FKCv4

และ https://www.facebook.com/100078722032092/videos/794974935346174 

สมณะฟ้าไท… วันนี้วันศุกร์ที่ 23 มิถุนายน 2566 ขึ้น 6 ค่ำ เดือน 8 ปีเถาะ ที่บวรราชธานีอโศก  

ตอนนี้ถ้าเราติดตามข่าวคราวของสังคมจะมีข่าวคนตายดังอยู่ 2 ข่าวคือข่าวคนตายในมหาสมุทรกับคนตายในโรงพยาบาล คนตายในมหาสมุทรคือเรือดำน้ำที่ไปดูเรือไททานิค เรือดำน้ำถูกแรงดันอากาศกดให้แตกระเบิดคือความกดอากาศใต้น้ำมันสูง เขาสำรวจมันแตกกระจายคนก็ต้องตาย เพราะแรงกดใต้น้ำทำให้เรือแตก คนที่ไม่ไปเขาบอกคุณภาพไม่เพียงพอบางคนก็กลัวเลยไม่ไป ก็โด่งดังไปทั่วโลก 

แต่คนที่ตายโรงพยาบาลศิริราชคือผู้ว่าณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากรเป็นผู้ว่าตงฉิน ขณะอยู่โรงพยาบาลก็ทำงานตลอดเวลาอายุ 58 ปีเป็นผู้ว่าที่คอยช่วยเหลือ 13 หมูป่าที่รอดมาได้ ขยันทำงานเต็มที่เป็นบุคลากรราชการคนไทยที่สำคัญทีเดียว ที่ทำงานเพื่อประชาชนแล้วก็เป็นผู้อำนวยการจิตอาสาในจังหวัดนั้นๆ ชีวิตสองคนจะต่างกันพวกเศรษฐีร่ำรวยมีเงินมากมายล้นฟ้าไม่รู้จะไปไหนก็เลยไปเที่ยวดูเรือใต้ทะเล คนรวยไม่รู้จะเอาเงินไปใช้อะไร แต่ถ้าให้ประชาชนหรือจะบริจาคพวกนี้จะไม่ให้แต่ถ้าไปเที่ยวไปได้เสียสละไม่เอา อีกคนก็เป็นคนเสียสละทำงานเพื่อประชาชน โลกนี้ก็มี 2 ฝั่งคู่กัน  ฝั่งคู่กันใน ฝั่งคู่กันในประเทศไทยโชคดีที่มีคนเสียสละ

ถ้ามีสิ่งเลวร้ายสุดๆในยุคนี้ ก็มีสิ่งดีที่สุดคือพระโพธิสัตว์ คนก็เทียบกันว่าจะเอาอันไหน คนฉลาดก็จะเลือกเอาสิ่งที่ดีที่สุด คนโง่อวิชชาก็จะเลือกเอาสิ่งที่เลวร้ายที่สุดไปกับตัวเอง แล้วแต่วิบากกรรมจะจัดสรรก็เลือกเอา วันนี้เรามาฟังธรรมจากคนที่ดีที่สุด

 พ่อครูว่า… เริ่มต้นด้วย SMS ตามธรรมเนียม วันนี้มีคนเอาทุเรียนมาถวาย จัดอยู่ที่หน้าเวที บอกว่าเอามาถวาย 40 ลูก 100 กิโลกรัม ถ้ากิโลละ 5 บาท  500 เชียวไม่ถึงหรอก จริงๆกิโลกรัมละเท่าไหร่ (มีคนบอกว่า 180 บาท) อันนี้อะไรภูเขาทองเหรอ ไม่ใช่ก้านยาว ก้านยังไม่ยาว ชะนีหรือเปล่า หมอนทองหรือชะนี อาตมาไม่ค่อยรู้จัก ได้แต่กิน เขามาถวายก็กินไป เมื่อวานนี้หรือวันนี้ทุเรียนก็ปลาร้าๆหน่อย ก็กินไป 

_ดิฉันนางสงวน ทองกล่ำ :ฟังพ่อครูเทศน์ทุกวันกินมังสวิรัติ ขอนำทุเรียนมาถวาย 40 ลูก

พ่อครูว่า…สาธุ นายอ้วนกับนางสงวน ทองกล่ำ มันสุกหรือยัง ถ้าสุกแล้วพรุ่งนี้เจอกันนะ

 

SMS วันที่ 21-22 มิ.ย. 2566

พ่อครูกับอิทธิบาทในการฉันอาหาร

_ป้ารัตน์ หนึ่งในธรรม  · กราบนมัสการค่ะ.ได้ยินคลิปพ่อท่านคุยเรื่องฉันอาหารนานเป็น 2 ชั่วโมง ได้ยินแล้วเข้าใจเพราะพ่อวิมุตเรื่องรสชาติอาหารเป็นอรหันต์ในเรื่องนี้ แก้ไขต้องค่อยฝึกฉันอาหารที่มีรสที่เข้มขึ้นๆค่อยฝึกใหม่ครบทุกรส อาจจะดีฉันได้ไวขึ้น และมากขึ้น ขออภัยที่แนะนำพ่อท่าน เป็นความเห็นส่วนตัวค่ะ กราบนมัสการค่ะ

พ่อครูว่า…เรื่องนี้ไม่ปรากฏกับตัวก็ไม่เข้าใจ ปรากฏกับตัวเองเราก็ปฏิบัติธรรมจนกระทั่งลดรูปรสกลิ่นเสียง รู้แต่รสที่เป็นความจริงตามความเป็นจริง มันก็ทำได้จนกระทั่งมันเลิก มันจะเลยเถิดไปหรือเปล่า คือจนกระทั่งมันก็เฉยๆกับการกิน ที่จริงมันรู้สึกไม่หิว ไม่อยากมาหลายสิบปีแล้ว มันหมดความหิว ความอยาก ถึงเวลากินก็กิน ถึงเวลาฉันก็ฉันเลี้ยงขันธ์ไป จนมาถึงบัดนี้อายุก็มาก  ร่างกายไม่ค่อยอยากรับอาหารแล้ว คือมันจะไป แต่เราก็เห็นว่ามันควรจะยืดอายุไปหน่อยน่า ทำงานไปก่อน ลองใช้อิทธิบาทดู พยายามฝืนอายุขัยต่ออายุขัยด้วยอิทธิบาท พยายามพูดมาหลายที มันก็ได้จริงๆ มันยิ่งนานก็ยิ่งเหนื่อย นี่นอนตั้งแต่ 2 โมงหรือ 3 โมง จนเขาบอกว่าได้เวลาเทศน์แล้วก็มา 

คนเราก็เท่านี้แหละ รู้แล้ว สุดท้ายก็ดูดหรือผลัก นี่มันค่อนข้างจะผลัก เราก็พยายามวางใจไม่ให้ผลัก ควรรับก็รับไป มันก็เลยไม่มีแรงดูดอะไรเลยก็ต้องพยายาม กินก็พยายาม มันก็คงฝังอยู่ในอนุสัยอาตมานะ ทำงานก็เขียนหนังสือหรือแม้แต่เทศน์ ไม่รู้สึกยากแต่มันง่าย เทศน์แล้วก็เพลิน เขียนแต่หนังสือธรรมะเท่านั้น จนเขาต้องเตือนต้องบอกให้ไปนอนไปนอน ก็ต้องไปนอนไปพัก  ก็ดี ชีวิตเกิดมาก็ยิ่งรู้ว่าเกิดมาไม่มีอะไร กินอยู่หลับนอนชีวิตเสร็จแล้วเราจะต้องทำงาน รู้เพียรรู้พักตามที่พระพุทธเจ้าท่านตรัส อัปปัตติฐัง อนายุหัง รู้พักรู้เพียรแล้วก็จบ

_ไพโรจน์ อรรคสีวร  · น้อมกราบนมัสการ สมัครปรุงอาหาร ให้พ่อครูฉันได้อร่อย ฉันได้มากขึ้น ได้ธาตุอาหาร บำรุงกายขันธ์ ที่พ่อครู จะอยู่ทำงาน ได้นานๆ ครับ

พ่อครูว่า… คุณไพโรจน์ก็เคยทำอาหารมาถวาย อาตมาก็รู้สึกว่ากินยาก มันจัดไปในเชิงอย่างไรก็ไม่รู้ ยาก ก็ขอบคุณที่จะมาช่วยตอนนี้ก็พออยู่แล้วล่ะ เยอะ ต้องเบรคต้องกันไว้ ไม่งั้นมันจะมากเกินก็ขอบคุณ

กินอย่างไม่ดูดไม่ผลัก รู้ความจริงตามความเป็นจริง

_ไผ่แก้ว นาวาบุญนิยม · กราบขอบพระคุณพระโพธิสัตว์แทบเท้าของท่าน ท่านเทศน์เรื่องความไม่เมตตา ดิฉันกำลังมีวิญญาณผีอยู่พอดีค่ะ ถอยหลังซ่อมแซมตัวเองด่วนๆค่ะ

พ่อครูว่า… พวกเรานี้เข้าใจจิตเจตสิก มันเป็นอาการอย่างไร อ้อนี่กำลังเป็นจิตที่ไม่ดี จิตเป็นผีที่ไม่เมตตา เมตตาเป็นกุศล เป็นความประเสริฐ มันไม่มีก็เลยตีราคาว่าเป็นผี นี่แหละเราเรียนรู้ธรรมะแล้ว ก็เข้าใจจิตเจตสิกต่างๆ อะไรไม่ควรเราก็ปรับปรุงมัน ทำได้ตามต้องการ ก็เป็นผลสำเร็จในการปฏิบัติธรรม จนกระทั้งรู้จักภาวะที่ปรุงแต่งอยู่ ความรับรู้ตาหูจมูกลิ้นกาย กระทบสัมผัส ใจเราเป็นตัวรับรู้ ก็ปรุงจิตวิญญาณ เรียกว่าอภิสังขาร 1 ให้มันไม่มีกิเลสที่จะบำเรอตน มีกิเลสผลักกับกิเลสดูด ให้รู้ความจริงตามความเป็นจริงซึ่งมันละเอียดลึกซึ้ง 

กว่าจะปรับได้ว่าให้มันลงตัว มันไม่ผลักไม่ดูด มันรู้ความจริงตามความเป็นจริง แล้วเราก็จะว่าจิตถึงยินดี มันก็ถึงยินดี แต่อย่าให้มันแรงถ้ายินดี ถ้ามันแรงเกินมันก็ไม่เข้าท่า ก็ให้เห็นว่าเออมันมีความพอใจมันก็ยังเบิกบานร่าเริงอิ่มเอมอยู่ก็พอแล้ว 

นี่แหละการเรียนรู้มันก็สบายอยู่กับชีวิตการงาน เรียนรู้กับลาภยศสรรเสริญ การงานต่างๆ พวกเราหมดโลกธรรมแบบลาภยศสรรเสริญ โลกียสุขแบบโลกๆที่บำรุงมีลาภแล้วก็สุข มียศก็สุข สรรเสริญก็สุข หรือว่ารูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสที่สุขหยาบๆ เราก็น้อยลงๆ เราก็เป็นอารยะเจริญจริง เป็นอริยบุคคลจริง ชีวิตก็ชัดเจน 

อย่างอาตมาพาพวกคุณปฏิบัติมาวันนี้เห็นชัดเจนสอดคล้องกับหลักของพระพุทธเจ้าสาราณียธรรม 6 พระพุทธพจน์ 7 ธรรมะต่างๆหมวดต่างๆมีผลไม่ใช่มีแต่พยัญชนะของพระพุทธเจ้าที่ตรัส มีภาวะที่พวกเราทำได้ อันนี้คือผลสำเร็จอันยิ่งใหญ่ที่สุดเลยที่อาตมาเกิดมาชาตินี้ ไม่ได้อะไรเลยหรือที่เคยได้มาก็ช่าง สู้อันนี้ไม่ได้เลยสุดประเสริฐแล้วชีวิตก็ยินดีชีวิตที่ได้มีประโยชน์ขนาดนี้

_ซึ้งซื่อ วิเชียร : กราบนมัสการ พ่อท่านด้วยสุดเศียรเกล้าครับ ผมได้ทราบมาว่า หลานหยกเด็กพวกสามนิ้วทำกิริยาไม่เหมาะสมต่อสังคมไทย เพราะมีผู้ใหญ่ไม่ดีคอยเสี้ยมอยู่เบื้องหลังจนทำให้หลานหยกติดคุกมาแล้ว และคุณแม่ของหยกได้ออกมาเปิดเผยเปิดใจต่อสังคมโดยผ่านสื่อ tiktok ว่าผู้ใหญ่ที่ไม่ดีอยู่เบื้องหลังไม่ควรกระทำ สมควรที่จะเป็นคุณแม่ตัวอย่างที่ดีท่านหนึ่ง ผมเห็นว่ายังมีพ่อแม่เด็กพวกนี้อีกไม่น้อยที่ไม่ได้ออกมาเปิดเผยถึงพฤติกรรมเช่นนี้ ผมอยากกราบเรียนพ่อท่านได้ให้ธรรมะแก่ผู้ใหญ่ที่ทำตัวไม่ดีนี้ด้วยครับ และที่สำคัญผมอยากฝากความคิดเห็นถึงพระสงฆ์หมู่ใหญ่ที่อยู่ในสังคมปัจจุบันว่าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านได้ทำหน้าที่อย่างไรและคณะพระสงฆ์หมู่ใหญ่ท่านได้ทำหน้าที่อย่างไรบ้างเกี่ยวกับสังคมโลกกำลังลุกเป็นไฟ พวกท่านกำลังทำอะไรกันอยู่ 

คงไม่ใช่หน้าที่ของท่านดอกน่ะ กราบนมัสการขอบพระคุณพ่อท่านอย่างสูงยิ่งครับ

พ่อครูว่า…เขาฟังอาตมาหรือ อาตมาก็ให้สัมมาทิฏฐิ ให้ความรู้ที่จะเรียนรู้ไปปรับตัวนี้แหละ เขาฟังก็ให้อยู่แล้ว รับสิ

ก็เป็นเจตนาดีของพวกเราเองก็ตามว่าผู้ที่มาบวชแล้วก็ทำหน้าที่ อย่างพวกเราที่มาบวชก็ทำหน้าที่อย่างภิกษุหรือสิกขมาตุ ก็ทำหน้าที่ไป อาตมาก็ว่าอาตมาประสบผลสำเร็จที่ให้พวกเรามาศึกษาธรรมะพระพุทธเจ้า มาบวชแล้วก็เหมาะสมเป็นประโยชน์ต่อโลก มี พหุชนหิตายะ พหุชนสุขายะ โลกานุกัมปายะ จริงๆนี่เป็นเครื่องชี้บ่งมีอายะ 3 เป็นเครื่องชี้บ่งในชีวิต ว่าเออ คุ้มดีแล้ว ประเสริฐแล้ว

 

_สมบูรณ์ แซ่โง้ว . หลังจากล้มป่วยด้วยโรคหลอดเลือดในสมองตีบ ผู้ป่วยกินอาหารได้น้อยมาก คำสองคำเป็นปกติ มีอยู่วันหนึ่งไม่กินอะไรเลย คราวหนึ่งเจออาหารที่ชอบจะกินได้เป็นชามแต่ก็ครั้งเดียวเท่านั้น เขามีศรัทธาในตัวพ่อครู ขอพ่อครูพูดให้กำลังใจเขาด้วย เผื่อว่าเขาจะกินอาหารได้เพิ่มขึ้น สังเกตดูว่าเขาอยู่ในภาวะถดถอย อาหารคงไม่พอเลี้ยงร่างกายเลี้ยงสมอง ทำให้บางครั้งมีพฤติกรรมเหมือนเด็กเอาแต่ใจตัวเอง ขอบคุณครับ

พ่อครูว่า…แซ่เดียวกับอาตมาเลย  ให้คนที่กินอาหารไม่ค่อยได้ไปช่วยคนที่กินอาหารไม่ค่อยได้เหมือนกันเนาะ เอา สู้ๆไปด้วยกัน  กินให้ได้ ให้ได้ ให้ได้ เผื่อว่าเขาจะกินได้มากขึ้น

เขาฟังอาตมาอยู่ไหมล่ะ ไม่ฟัง คุณเอาไปพูดก็คงได้แค่นั้น ชวนเขามาฟังที่อาตมาพูด..เอ้า… คนเราก็ต้องกินอาหาร ถ้าไม่กินอาหารไม่ได้หรอก ชีวิตก็ต้องกินอาหารเลี้ยงขันธ์ตามควร ถ้าไม่งั้น ถ้าลดไปเรื่อยๆมันก็แห้งลงแห้งลง สุดท้ายก็ตาย ถ้าคนที่เขาอยากให้เราอยู่ เขาก็ให้อาหารเลี้ยงดูก็อยู่ไปกินไปพยายามไป ถ้าเราไม่มีประโยชน์แล้วคนเขาก็ไม่อยากให้กิน เดี๋ยวมันก็ไปเองล่ะ ก็อยู่ไปตามควร

_สายันต์ ธนานันท์  #แรงบันดาลใจ inspiration… 

ก็มาต่อกันถึงเรื่องแรงบันดาลใจ ของป้าพอ ป้าเป็นเด็กเกเรมากถึงมากที่สุด เพราะคิดว่าความเอาแต่ใจตนเอง และ เกรี้ยวกราด คือ ความเท่มีคนให้ความสนใจ เพราะได้รับการเลี้ยงดูมาแบบเด็กก้าวร้าว  มีความเชื่อมั่นในตนเองสูงมาก ไม่เคยคิดว่าตัวเองผิด เหมือนที่เคยเขียนก่อนหน้านี้เรื่อง #นักโทษ ป้าจะโทษคนอื่นหมด ตัวเองถูกอย่างเดียว การที่เรามีความสามารถมาก ๆ เป็นการกระตุ้นแรงขับของ #อิด สัญชาตญาณความเป็นสัตว์ที่ไม่รู้จักการควบคุมตัวเอง

พ่อครูว่า… คำว่า ISH ตัวนี้มันลึกซึ้งออกเสียงเป็นภาษาไทยง่ายๆว่า อิช คำเต็มมันคือ ISH 

I คือตัวฉัน S คือ ลักษณะของเพศหญิง SHE  H คือ เพศชาย HE 3 อย่าง จริงๆก็คืออิช

ผสมกับคำว่า Self  คำว่า Self ก็แปลว่าตัวเอง เซลฟิชนั่นแหละคือตัวเนื้อแท้ ความเห็นแก่ตัวเป็นตัวที่เห็นแก่ตัวอย่างแรงกล้าเลยนี่คืออิช นี่ก็ขยายความนิดหน่อยตามประสาตามที่อาตมามีภูมินิดหน่อย ความเห็นแก่ตัวเป็นสัญชาตญาณความเป็นสัตว์ ถูกต้อง

คนที่เจริญก็คือคนที่ลดความเห็นแก่ตัว อาการมันเป็นอย่างไรก็ต้องรู้แล้วก็เลิก อะไรที่มันขับดันอาการกายวาจาใจเห็นด้วยปัญญา มันก็จะลดกิเลสพวกนี้อย่างจริง 

_เมื่อมีความเชื่อมั่นในตนเองเพราะในสังคมครอบครัวบีบบังคับให้ต้องเป็นเช่นนั้น บุคคลทั่วไปในสังคมเห็นว่าการได้อย่างที่ใจต้องการคือความประเสริฐ 

พ่อครูว่า…ใช่ บำเรอกิเลสมันจะประเสริฐตรงไหน คนที่เข้าใจผิดทำอะไรได้ดั่งใจตัวเองว่าเป็นความประเสริฐคือมิจฉาทิฏฐิ ไม่ต้องไปบำเรอใจ ไม่ต้องได้อะไรดังใจ เรายินดีเสียสละไม่มีตัวตน ไม่มีตัวเอง  ไม่ต้องเอาอะไรมาบำเรอใจนี่คือความประเสริฐ มันกลับกันตรงกันข้ามกัน  

_เป็นโชคอันมหาศาล 

พ่อครูว่า…เป็นเคราะห์ร้ายไม่ใช่โชค

 _ทุก ๆ คนเลี้ยงลูกมาก็สอนให้เห็นแก่ตัวตั้งแต่แรกเกิด เราจะเห็นความวุ่นวายในสังคมอยู่เนือง ๆ เนื่องจากการเอาตัวเองเป็นจุดศูนย์กลาง เมื่อมีการกระทำใด ๆ เราย่อมถูกเสมอ ยิ่งทุกวันนี้ยิ่งเห็นได้ชัดเจนที่สุดเพราะสิทธิมนุษยชนที่พูดกันโดยนักวิชาการที่มีอคติ เอาตัวเองเป็นใหญ่ สอนนักศึกษาในมหาวิทยาลัยทุกแห่ง โดยไม่เคยพูดถึงหน้าที่ สังคมจึงเกลื่อนก่นไปด้วยการเรียกร้องสิทธิ์

พ่อครูว่า… เรียกร้องด้วยความเห็นแก่ตัวทำอะไรก็เรียกร้องสิทธิ์สิทธิฉัน ทำไม ก็ไปอยู่ป่าโน่น มาอยู่ทำไมในเมือง เขามีกฎ มีเกณฑ์ มีวัฒนธรรม มีอะไรเหมาะสมควร ไม่บำเรอตนเอง ไม่เอาอะไรใส่ตน ศาสนาพุทธเราเรียนเรื่องนี้ดีสุดยอด

_ป้าเป็นคนที่เคราะห์ดีมาก ๆ ที่ประสบเหตุการณ์กับชีวิตเมื่ออายุเพียงแค่ 34 ปี ก็เกิดวิกฤตกับชีวิตอย่างรุนแรง จนต้องหันหน้าเข้าหาศาสนา ถ้ายังดึงดันต่อไป ป้าก็คงจะเหมือนคนทั่วไปที่แยกทางกับสามีแล้วหาใหม่ แล้ว ๆ เล่า เหมือนกับพวกดาราที่เปลี่ยนสามีเหมือนเปลี่ยนผ้าอนามัย สังคมก็เห็นด้วยกับการไม่ต้องทนกับความไม่ได้ดั่งใจ ซึ่งต่างกับอดีตโดยสิ้นเชิง สมัยโบราณจะไม่ยอมรับหญิงหลายผัว เพราะเป็นแบบอย่างที่ชั่วช้ามาก ๆ เนื่องจากหญิงมีมดลูกสามารถตั้งครรภ์ได้ทุกเมื่อ การที่เด็กที่เกิดมาจะไม่รู้ว่าใครเป็นพ่อมีโอกาสสูงมาก 

พ่อครูว่า..นี่พูดในฐานะผู้หญิงคนหนึ่ง รายละเอียดชัดเจนไม่ขยายความแล้ว นี่เป็นความคิดที่ดีถ้ารู้ตัวอย่างนี้ซะมากมาย สังคมก็จะไม่สำส่อน ไม่วุ่นวายในเรื่องพวกนี้กัน

_การได้พบพระพุทธศาสนาคงไม่ใช่เป็นความบังเอิญ เพราะเมื่อป้าได้ศึกษาธรรมะ ป้าก็ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว จนหลวงพ่อที่ป้าเข้าไปมอบตัวเป็นศิษย์ บอกว่าของเก่ามันมาก ท่านแทบไม่เคยสอนธรรมะกับป้าแบบเป็นเรื่องเป็นราว เพราะท่านบอกว่าท่านยังเกิดอีก แต่ป้าอธิษฐานชาติสุดท้ายเมื่อได้พบคำสอน และมีความตั้งใจมั่นที่จะปฏิบัติให้มีดวงตาเห็นธรรมแห่งความพ้นทุกข์โดยสิ้นเชิง

เมื่อมีโอกาสได้ทำตามปณิธาน ป้าก็หาทางอย่างสุดความสามารถ การปลูกป่าเป็นความตั้งใจมั่นของป้า แม้จะประสบอุปสรรคนานาประการ ป้าก็ยังคงที่จะสนับสนุนส่งเสริมให้คนปลูกต้นไม้ ถึงแม้จะไม่ได้ผลใด ๆ เลย ป้าก็ยังทำอย่างต่อเนื่อง ทั้งซื้อกล้าไม้ไปให้เขาปลูก เพาะกล้าไม้ให้กับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ ซึ่งใคร ๆ เมื่อจะปลูกต้นไม้ ก็จะไปขอที่ป่าไม้ แต่ป้าเพาะกล้าไม้ให้ป่าไม้

ไม่คาดฝันว่าสิ่งที่ทำจะถึงวันที่ได้ดั่งความตั้งใจ แหล่งศึกษาเรียนรู้เรื่องป่าของป้าสำเร็จแล้ว พร้อมที่จะให้ทุกคนบนโลกใบนี้ได้เรียนรู้เรื่องประโยชน์ที่นับเป็นตัวเลขไม่ได้ของป่า เรื่องทางโลกป้าถือว่ามันเป็นความสำเร็จตามประสงค์แล้ว แต่ทางธรรมคงต้องใช้เวลาอันยาวนาน ป้าจะไม่เกิดในคราบของปุถุชนอีกแล้ว จะไม่หมกมุ่นในกามคุณทั้ง 5 อีกต่อไป ถึงแม้จะตัองเกิดแล้วเกิดอีก ป้าก็จะมุ่งหน้าสู่ความไม่เกิดอีกในทุกภพทุกชาติ

ขอปฏิญาณตนเป็นพุทธสาวก เป็นลูกพระโพธิสัตว์ #พ่อท่านสมณะโพธิรักษ์ ทุกภพทุกชาติ เพื่อเป็นบริวารในการยังศาสนาให้อยู่ครบ 5,000 ปี ถึงแม้จะไม่มีโอกาสได้เข้าหมู่กลุ่มก็จะดำรงค์ชีวิตแบบชาวอโศกไปอย่างไม่มีการเปลี่ยนแปลง ชาวอโศกต้องเป็นคนจนที่มีแต่การให้ มีแต่การขัดเกลากิเลส ไม่หลงในลาภสักการะใด ๆ ทั้งสิ้น เพื่อทำให้กิเลสหมดไป เข้าถึงการปรินิพพานในที่สุด(เป็นปริโยสาน)

พ่อครูว่า..ชัดเจนๆ ลงท้ายชีวิตก็มีแต่ให้ มีแต่เสียสละนี่สุดยอด

ต้องเป็นคนมีจิตอาริยะจึงจะอยู่กับหมู่ชาวอโศกอย่างเป็นสุข

_สู่แดนธรรม . กราบนมัสการพ่อท่านที่เคารพครับ  วันนี้ผมขอลางานพ่อครูหนึ่งวัน ไปงาน 33 ปีศิษย์เก่าศีรษะอโศก   และผมขอเสนอประเด็นหนึ่ง ตอนที่พ่อท่านเคยพูดว่า ต่อไปประเทศไทยจะเป็นมหาอำนาจในฝ่ายพระคุณ แสดงออกโดยความเมตตากรุณา มีความเอ็นดู  และพ่อท่านก็มักตอกย้ำถึงองค์ธรรมอันครอบคลุมศีลข้อที่ ๑ มีความเมตตา มีความเอ็นดูและหวังประโยชน์ต่อสัตว์ทั้งปวง  ผมก็นึกอยากรู้จักว่า สภาวะความเอ็นดูนั้น มาจากคำว่าอะไร 

ปรากฏว่า มาจากคำว่า ทยา และทยาปันนะ ครับ  ทยา แปลว่า เอ็นดู เห็นอกเห็นใจ ส่วนทยาปันนะคือ การบรรลุเข้าถึงการมีเมตตากรุณา  ซึ่งดูไปแล้ว คำว่า ไทย, คนไทย ก็น่าจะมาจากคำว่า ทยะ หรือ ทยา ที่มีการบรรลุเข้าถึงความเมตตากรุณาปรานี นี่เอง  ซึ่งสภาวะนี้ย่อมมีความลึกซึ้งต่อผู้อื่นยิ่งกว่าคำว่า ไท ที่เป็นอิสระไม่ตกเป็นเมืองขึ้นของใครเสียอีก  พ่อท่านเห็นด้วยไหมครับ

พ่อครูว่า… ทยา อันนี้เป็นรากศัพท์ของความเอ็นดู เข้าถึงความเอ็นดู อันนี้เป็นรากศัพท์ที่มันเป็นชื่อ ทยา หรือ ไท ประเทศไทย ท ย เมืองไทยจึงเป็นพวกทยา จิตวิญญาณเป็นผู้มีความเอ็นดู ทยาปันนะบรรลุความเอ็นดู จิตเข้าถึงคำนี้ วิจัยเรื่องนี้เข้าท่าดีมากทีเดียว 

เห็นด้วย เคยเทศน์ด้วยเนื้อหาด้วยภาษาเรื่องนี้ไปมากแล้วตรงกันชีวิตไม่มีอะไรดีไปกว่า อยู่เป็นคนที่มีชีวิตเพิ่มพูนการเสียสละเป็นอาการสุดท้ายของชีวิตนอกนั้นเราก็อยู่กับมิตรดีสหายดีสังคมสิ่งแวดล้อมดีมีญาติธรรม พึ่งเกิดพึ่งแก่พึ่งเจ็บพึ่งตายกันได้จริงๆ แล้วเราก็เป็นคนดีที่เขาไม่ได้เป็นหมาหัวเน่าอยู่ในหมู่กลุ่ม เราก็เป็นคนดีอยู่ในนี้ได้ นี่คือสุดยอดแล้วในชีวิตคนเรา หมดเรื่องทุกข์ อาตมาว่าไม่น่าจะทุกข์ นอกจากว่ามันโง่ 

คนที่อยู่ในสังคมของชาวอโศก อาการที่คนอื่นเขาทำให้ทุกข์ มันน้อย น้อยจนแทบจะไม่มีนอกจากเราเองยึดติดมาก เรียกร้องมาก บำเรอตนเองมาก แล้วตนเองก็ทุกข์เพราะว่าตนเองโง่อยู่ตรงนี้อยู่ในนี้

เพราะฉะนั้น คนจะมาอยู่ในสังคมของชาวอโศกได้ มันไม่ใช่ธรรมดาอริยบุคคลเท่านั้น คุณคนหนึ่งถ้าเริ่มมาอยู่ได้คุณก็เริ่มเป็นอารยบุคคลแล้วถ้าอยู่ไม่ได้คุณก็ทุกข์ คุณมีตัวขัดแย้งกับหมู่ไม่เป็นอาริยะ ถ้าจิตเป็นอริยชน มันก็ขัดน้อยหรือจนกระทั่งไม่ขัด นอกจากไม่ขัดก็อยู่ด้วยกัน สนับสนุนเป็นสามัญญตา มีแต่พากันเจริญๆเป็นสุข นี่คือสังคมสงบสุขสุดยอด  

ความเสียสละ มันเป็นความลึกซึ้งสูงสุด เพิ่มพูนความเสียสละเป็นตัวสุดท้ายจากที่อาตมาเรียบเรียงพยัญชนะ 1. อิสระ 2. สบาย 3. สงบ 4. อบอุ่น 5. อิ่มเอม 6. เกษมใส 7. ใจเกื้อกูล 8. เพิ่มพูนการเสียสละ พยายามเอาภาษามาร้อยเรียงให้มันคล้องกันเป็นร่าย มาสัมพันธ์สัมผัสกันจำง่าย เป็นร่ายเป็นคำสัมผัส

ซึ่งเป็นคุณสมบัติของการเป็นอยู่สุข ผู้ใดได้คุณธรรม 8 ตัวนี้ ได้กันบ้างไหม เอ้อ..ขานรับเนอะว่า ได้… เข้าใจความหมายของ 8 ตัวนี้ว่ามีความหมายอย่างไรแล้วเราก็มีสภาวะธรรมอยู่ด้วย มันเป็นจริงเราปฏิบัติธรรมมีผลสำเร็จอย่างนี้ ไม่ใช่ไปนั่งหลับตาแล้วสุดท้ายก็อยู่ได้คนเดียว นั่งสบายสงบแล้วก็ค่อยๆซึมหลับนิ่ง ผ่านวันไปด้วยความหยุดนิ่งไม่สดชื่น ไม่เบิกบาน  กายกรรมวจีกรรมมโนกรรมก็ไม่กระปรี้กระเปร่าแววไว.. 

แต่ของเราคล่องแคล่ว เราไม่พัก เราไม่เพียร ถึงเวลาควรพักก็พัก ถึงเวลาเพียรก็เพียร แต่ละวันแต่ละวัน อาตมาอ้าวเช้าแล้วหรอ ก็ตื่นก็ทำงานไป ถึงเวลานอนแล้วหรอ ก็นอน  วันๆเราก็อยู่กับการกระทำอยู่กับกิจที่ควรทำไป โดยเฉพาะกรรมหรือกิจที่ควรกระทำตลอดเวลาแต่ละวันๆ เราไม่ได้ทำชั่ว เราทำแต่ดีตามสมมติโลกและปรมัตถ์หรือโลกุตรธรรม จิตเราแต่ละวันๆเราก็ไม่ได้ทุกข์ สุขก็ไม่ได้เสพ นี่ยิ่งเป็นโลกุตระ ทุกข์ก็ไม่ทุกข์อยู่อย่างนี้เข้าใจอาการของทุกข์จริงๆมันไม่มีอยู่กับหมู่ สุขเราก็ไม่ได้ไปติดไปยึดอะไร 

นรกชั้นจตุมหาราชใครเลิกได้เป็นคนเจริญ

อาการของสุขที่คนยังอวิชชามากๆไม่รู้ก็คือโอ้โห..ได้เป็นเจ้าใหญ่เจ้าโลก มีอำนาจบาตรใหญ่ดังทั่วโลก เป็นต้น ดังเพราะมีอำนาจที่เขาต้องยอมรับว่าเราเป็นเจ้าอำนาจ เช่น จะเป็นประธานาธิบดีสหรัฐประธานาธิบดีของรัสเซีย เขาก็ไม่รู้เรื่องพวกนี้หรอกมันใหญ่ สุกแล้วตายคาตำแหน่ง ดีใจเลิศยอดแล้ว 

พวกนี้ลงนรกทั้งนั้นเพราะไม่รู้จิตพิเศษหลงในอำนาจบาตรใหญ่ เป็นจตุมหาราช หลงว่าเป็นสวรรค์ชั้นที่ 1 จตุมหาราช แล้วก็ได้เป็นสมใจ นี่คืออวิชชาที่ยากที่คนเขาจะเข้าใจ โดยที่ไม่รู้ว่าจตุมหาราชนี้ฆ่าคนนะ ถืออาวุธเขี้ยวงอกตาโปนดุเดือด 

นั่นเป็นรูปสมัยโบราณเขาทำ ถ้าเป็นสมัยนี้ให้ดีไซน์หน้ายักษ์รับรองหนุ่มคนนี้ นี่เรียกว่าใครดูรูปสัมผัสปั๊บแลบลิ้นออกมาเป็นไฟเลย มันจะดุขนาดไหน เขี้ยวนี้อย่าไปแตะเชียว พิษร้ายยิ่งกว่าจงอาง 5 ตัวประกอบกัน มันดุเดือดแล้วมันเอาเขาก็ไม่รู้ว่าเขาได้อำนาจนั้น เขาพอใจซึ่งมันเป็นความหลงผิดอย่างนี้เป็นต้น

หรือจะเสพความสุขแบบดาวดึงส์ เสพสุขสมใจในทวารที่อาการ 33  แม้จะได้สมรักสมต้องการ เป็นกาม เป็นราคะ เป็นใคร มันซ้อนเช่นพวกที่ไม่รู้ การกีฬาหรือการละเล่นบันเทิงเริงรมย์เป็นโทษทั้งนั้นเป็นโทษแล้วก็ไม่รู้อารมณ์ที่ชื่นใจ 

โอ้โห.. ชนะกีฬา ยิ่งเป็นกีฬาที่เขานิยมกันทั่วโลก ราคาค่าตัวแพงลิ่ว  ราคา 100 ล้าน พันล้าน เตะเข้าโกล์ได้เป็นล้านๆ แล้วทำเงินกันทั้งโลกจริงๆด้วย คนก็นั่งดูกันดึกดื่นแค่ไหน คนมันติดทั่วโลกด้วยอวิชชา เสร็จแล้วก็ไม่รู้ว่าตัวเองนี่โง่ มันอวิชชาไปติดรสเรื่องพวกนี้อยู่ มันซาดิสเป็นพวกแรงมีแทคติกอะไรเก่งนิยมชมชอบ

ถ้าคุณมีพลังงานมีสมรรถนะความสามารถมาสร้างพืชพันธุ์ธัญญาหารเก่งอย่างนั้นนะมีประโยชน์คุณค่า อันนั้นมีอะไรไม่มีประโยชน์อะไรเลย เด็กๆมันยังเห็นเลยทำไมผู้ใหญ่พวกนี้มาแย่งลูกบอลกันอยู่ได้ มาถือลูกบอลเข้าไปสนามที่กำลังเตะกัน เอาลูกบอลมาให้จะแย่งกันทำไมตั้ง 20 คน  เด็กผู้หญิงคนหนึ่งเคยถือลูกบอลไปให้ เห็นไหมว่าเด็กมันยังฉลาดกว่า ไปแย่งกันอยู่ทำไม 

ซึ่งมันส่อแสดงให้เห็นว่าคนนี้มันโง่กันเท่าไหร่ ขออภัยนะที่อาตมาพูดความจริงแล้วโลกมันยังติดรสชาติอย่างนี้อยู่ มันไม่ใช่ความเจริญมันเป็นความเสื่อม มันเป็นความเจริญของกิเลสแต่เป็นความเสื่อมของคนที่มันหลงเลอะเทอะอะไรพวกนี้ แทนที่จะเอากาลเวลาแรงงานทุนรอนมาสร้างสรรสิ่งที่เป็นประโยชน์ในความเป็นมนุษย์ไปเสียเวลา เสียเงิน เสียทอง เสียแรงงานอะไรต่ออะไรอยู่อย่างนั้นล่ะ อย่างนี้เป็นต้น

เพราะฉะนั้นประเทศที่เจริญคือประเทศที่ไม่หลงใหลอะไรพวกนี้มากมาย อาตมาเห็นแล้วทั้งข่าวคราว ทั้งนักวิจัยของสังคมอะไรๆ 

อาตมาก็เคยโง่ เคยเตะบอลอยู่ในวารินฯนี่แหละ มีทีมฟุตบอลตั้งแต่อายุ 10 กว่าขวบ อาตมาเคยแต่งเพลง เอาชื่อนักฟุตบอลที่เป็นทีมเรามาเป็นเพลงตั้งแต่เด็กเคยทำ จำไม่ได้แล้ว คือมันก็มีเศษของความหลงเป็นสัญชาตญาณติดๆมายังลิงลมอมข้าวพอง ยังติดเศษมาก็เห็นใจ

แต่ก็จะพยายามพูดเพื่อจะให้รู้ว่าควรจะเลิก ไม่ใช่ว่าควรส่งเสริม มันมากอยู่แล้วแต่คนโง่ไม่รู้คนอวิชามันเยอะส่งเสริมกันอยู่ มันก็ไม่มีหมด มีแต่จัดจ้าน  

ต้องไปชวนพ่อแม่พี่น้องมานั่งเต็มสนามฟุตบอล ต้องไปขอร้องพ่อแม่พี่น้องมานั่งดูหน่อย คนไม่มีมาดู แต่เดี๋ยวนี้ต้องเสียเงินไปดูเพราะกิเลสมันเจริญคนมันโง่ เสียเงินเสียทองเท่าไหร่ก็ต้องบินไปดูนัดสำคัญๆ อย่างทักษิณมีสตางค์ที่ออกนอกประเทศไปเข้าไม่ได้ก็จะไปดูกีฬาที่ดูไบอย่างนี้เป็นต้น อาตมาก็ไม่รู้จะว่าอย่างไรเนาะพูดพยายามพูด พยายามข่มดูถูกสิ่งที่ไม่น่าไปติดไปยึด มีอาการมองเห็นด้วยปัญญา เลิกพวกนี้ได้คุณเจริญ ไปนิยมชมชื่นไปติดไปยึด คุณเสื่อม

_ปีกบุญ …อาทิตย์ที่ ๑๘ มิถุนายน 2566

กราบนมัสการ พ่อครูที่เคารพอย่างสูงยิ่ง

ระยะนี้ พ่อครูเน้นย้ำถึงความเป็นอรหันต์ และ โพธิสัตว์ ของ พ่อครู อีกทั้งจะเป็นผู้มาสืบทอด พุทธศาสนาให้ยืนยาวถึง 5000 ปีด้วย

ดิฉันจำไม่ได้ว่าในปี 2528 พ่อครูได้ประกาศตน ว่าจะมาสืบทอดศาสนาพุทธหรือยัง

 แต่ด้วยสามัญสำนึก ทำให้ดิฉันเชื่อเช่นนั้น จึงได้เขียนบทกลอนขึ้นมาว่า

ก้มกราบแทบเท้าพ่อท่าน

ผู้สานสืบต่อพระศาสนา

ตีแผ่ฤทธิ์แรงแห่งศาสดา 

สะเทือนฟ้าสะเทือนดินทุกถิ่นไทย

ฯลฯ

เหตุผลที่ดิฉันเชื่อเช่นนั้น คือ 

  1. พ่อครูแสดงธรรมไม่เหมือนใคร และนำไปปฏิบัติ จนเกิดผลได้ มีความเปลี่ยนแปลงหลายอย่างใน

  2. พ่อครูแสดงธรรมที่ทวนกระแสโลกีย์ โน้มน้าวไปในทางละหน่าย คลายจาง จากกิเลส 

พ่อครูว่า… อันนี้ก็ชัดเจนเข้าใจได้ว่าอาตมาสอนเป็นไปในทางละหน่ายคลายจางจากกิเลส สอนตรงกับที่พระพุทธเจ้าสอนไหม…ตรง

  1. ธรรมะที่พ่อครูสอนสอดคล้องกับคำสอน ของพระพุทธเจ้า

  2. วัตรปฏิบัติของ พ่อครู สอดคล้องกับคำสอน ทำอย่างไร สอนอย่างนั้น

5 .พ่อครูสอนให้ชาวอโศกถือศีลอย่างจริงจัง จนเกิดมรรคผล เข้าถึงจิต ซึ่งต่างจากสำนักอื่น

ฯลฯ

ในโอกาสนี้ ดิฉันขอรบกวนถามพ่อครู 2 เรื่อง คือ

 1 ตามที่พ่อครูกล่าวถึงคำตรัสของ พระพุทธเจ้าที่ว่า สายปัญญาจะพัฒนาตนเอง เพื่อไปเป็นพระพุทธเจ้าได้ เร็วกว่า สายศรัทธา นั้น

แล้วทำไม พระโมคคัลลานะ และ พระมหากัสสปะ ซึ่งเป็นสายศรัทธา บรรลุธรรมเร็วกว่า พระสารีบุตร ซึ่งเป็นสายปัญญาคะ

พ่อครูว่า… มันมีความซับซ้อน สายศรัทธานี่นะในโลกีย์นะ สายศรัทธาจะบรรลุเร็วกว่าเพราะเรื่องไม่มาก สายศรัทธาเรื่องไม่มากตัดๆๆๆ เพราะฉะนั้นจึงบรรลุเป็นอรหันต์ เร็วกว่าเมื่อไหร่ก็เร็วกว่า สายปัญญา มันมีความผยองในตัว เป็นคนรู้ มันก็เลยขออีกหน่อยน่าหน่อยน่า มันก็เลยต้องช้า เท่านี้พอเข้าใจไหม สายศรัทธาจะเจียมตัว 

  1. เมื่อหลายปีก่อน ในงานอโศกรำลึกที่สันติอโศก

พ่อครูเคยให้ชาวอโศกเรียงแถวเข้าไปจับฉลากที่พ่อครูทำขึ้นมาและในฉลากนั้นมีคำว่า “สุญญโต โพธิ”อยู่เพียง 11 ใบเท่านั้น ซึ่งดิฉันเป็นคนหนึ่งที่จับฉลากได้

ขอเรียนถามพ่อครูว่า พ่อครูมีความประสงค์อย่างไรคะ จึงทำฉลากขึ้นมาเช่นนั้น

ด้วยความเคารพอย่างสูงยิ่ง

ปีกบุญ

พ่อครูว่า… ตั้งแต่พ.ศ 2528 ตอนนี้ปี 66 อาตมาจะจำได้ไหม สุญญโตเป็นศูนย์ โพธิคือตรัสรู้ เจตนาที่ทำฉลากก็เพื่อจะสื่อ 2 คำนี้ สุญญโต กับ โพธิ

ธรรมะพ่อครูไม่เหมือนใคร…ตรงที่มีคนทำตามได้จริง

แสดงธรรมไม่เหมือนใคร เรื่องนี้เอาดีๆ

อาตมาแสดงธรรมไม่เหมือนใคร คำนี้ลึกซึ้งมาก เกิดมาชาตินี้จริง อาตมาแสดงธรรมไม่เหมือนใคร ไม่เหมือนหมายความว่าแสดงแตกต่างจากที่เขาแสดงกันมาแล้ว นานแล้วแบบนั้น แนวนั้น พออาตมาเกิดอาตมาก็แสดงธรรมขึ้นบ้างแล้วมันไม่เหมือนที่เขาแสดง 

มันไม่เหมือนถึงขั้นว่าเขาบอกขาวเป็นดำ อาตมามาบอกดำเป็นขาว มันก็เลยไม่เหมือนกัน มันก็เลยเป็นเรื่องใหญ่ เป็นเรื่องอย่างที่มันเป็น อาตมาก็เลยโดนต้านว่านี่ว่าอาตมาผิดจะมาทำลายศาสนา เริ่มต้นที่อาตมาอธิบายโดยเอาพยัญชนะบาลีแปลโดยอัติโนมัติของอาตมา มันไม่เป็น ไวยากรณะ วจีวิภาค วากยสัมพันธฉันทลักษณ์

ซึ่งมันเพี้ยนออกไปนอกโลกุตระแล้ว มันเสื่อมมันไม่เป็นโลกุตระมันเป็นโลกๆ เป็นคำวิจิตรตามที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ในอาณิสูตร เป็นคำของอรรถกถาเป็นของอาจารย์ปรุงแต่งแล้วความหมายของสภาวธรรมมันออกนอก มันไม่เป็นโลกุตระแล้ว นอกจากไม่เป็นแล้วกลบเกลื่อนทับถมเลย 

พออาตมาเอาโลกุตระมาพูดขึ้น แน่นอนมันต้องไม่เหมือนกัน ขัดแย้งกันใหญ่เลย อาตมาก็ยังไม่เก่งแรกๆก็ไม่รู้จะทำอย่างไร แต่อาตมาก็ยังยืนหยัดยืนยันอย่างอาตมามีความรู้ที่จะแปลที่จะขยายความ จนกระทั่งลัดมาถึงวันนี้เลย  จนกระทั่งเขาเห็นแล้วว่าความซับซ้อนลึกซึ้งของธรรมะของพระพุทธเจ้านั้น คัมภีรา (ลึกซึ้ง) ทุททัสสา (เห็นตามได้ยาก) ทุรนุโพธา (บรรลุรู้ตามได้ยาก) สันตา (สงบระงับอย่างสงบพิเศษ แม้จะวุ่นอยู่) ปณีตา (สุขุมประณีตไปตามลำดับ ไม่ข้ามขั้น) อตักกาวจรา (คาดคะเนด้นเดามิได้) นิปุณา (ละเอียดลึกถึงขั้นนิพพาน) ปัณฑิตเวทนียา (รู้แจ้งได้เฉพาะผู้เป็นบัณฑิต บรรลุแท้จริงเท่านั้น) (พตปฎ. เล่ม 9  ข้อ 34) 

เพราะฉะนั้น มันไม่ใช่ตื้นๆในเรื่องที่จะรู้จักธรรมะ สภาวธรรม เขาเรียนกันมีแต่พยัญชนะแล้วแปลไปงามฟรุ้งฟริ้ง ไปปรุงแต่งเป็นโลกจินตา เป็นเรื่องของการปรุงแต่งภาษา ไพเราะเพราะพริ้งต้องงดงามเป็นนิรมาณกายเป็นเรื่องเพี้ยนผิดไป อาตมาไม่ได้ใส่ความ ไม่หาเรื่องเป็นเรื่องจริง จนกระทั่งวันนี้ มันเห็นยืนยันมากเลยทุกวันนี้ว่าอาตมาพาทำ มันยิ่งเห็นจริง

ก็ยืนยันแล้วว่า อาตมาพาทำ ปฏิบัติแล้วมีชีวิต ตรงตามอนุสาสนี ตรงตามคำสอน มีสิ่งยืนยันได้ตามปรากฏการณ์ อาตมาพูดย้ำพูดซ้ำมาหลายทียืนยันว่า อาตมานำธรรมะพระพุทธเจ้ามาสอนคน จนกระทั่งคนพากเพียรบรรลุธรรมมามีชีวิตเป็นสาธารณโภคี มาเป็นสาราณียธรรม 6 กันได้ ยืนยันเป็นปรากฏการณ์จริงที่เกิดขึ้นอยู่ในโลก ในโลกเลยไม่ใช่แต่ประเทศไทยเท่านั้น ในโลกไม่มีสังคมใดที่มีความเป็นอยู่ดำเนินชีวิตไปอย่างอิสระ สบาย สงบ อบอุ่น อิ่มเอม เกษมใส ใจเกื้อกูล และเพิ่มพูน เสียสละ 

เหมือนชาวอโศกเรานี่หรอก ไม่เหมือน ไม่มีเหมือน ที่ไหนๆก็ไม่มีเหมือน ขอยืนยัน นี่ไม่ใช่หลงตัวหลงตน ไม่ใช่เพ้อเจ้ออะไรต่ออะไรไป..ไม่ใช่ เป็นเรื่องสาระสุดประเสริฐของความเป็นมนุษย์ที่เป็นตัวอย่างของโลกอยู่  

ชาวไทยยังไม่เห็นความเป็นคุณค่าของชาวอโศก อาตมาขออภัยจริงๆต่อมนุษย์ชาติ ต่อชาวไทย อาตมาไม่ได้หลงตัวหลงตน ไม่ได้หลงยกชาวอโศก  แต่ชาวพุทธไม่ค่อยมีปฏิภาณปัญญารู้ค่าของชาวอโศก รู้ค่าของคุณธรรมที่เป็น อาริยธรรมโลกุตรธรรมที่ชาวอโศกเอาธรรมะของพระพุทธเจ้ามาเรียนรู้ปฏิบัติแล้วบรรลุผลสำเร็จจนเป็นสังคมชาวอโศก มีวัฒนธรรมถึงขั้นสาราณียธรรม 6

หาสังคมอย่างนี้ได้ยากในโลก มันยากจนกระทั่งมาอยู่กันได้ไม่มีจำนวนมากหรอก มันก็ได้ประมาณนี้ เอาสิใครจะมาแกล้งเป็นได้ไหม  คุณกดข่มมาจริงๆก็อยู่ไม่ได้กี่วัน ถ้าคุณไม่มีสภาวะจริง ถ้ามีสภาวะจริงก็อยู่สบาย สบายไปจนตายเลย 

ใครจะอยู่อย่างนี้จนตายบ้าง..ยกมือขึ้นซิ ดูว่าใครจะไม่ยก (ยกมือกันหมด) เพราะฉะนั้นสัจธรรมที่ว่าอาตมาพาทำจนกระทั่งพวกคุณยกมือแสดงว่า รับรองการสอน รับรองมรรคผล รับรองความจริงที่อาตมาเอามาเปิดเผยแล้ว พวกคุณก็รับได้แล้วก็ปฏิบัติได้ จนกระทั่งมันไม่ใช่เรื่องตื้นนะมันเป็นเรื่องลึกซึ้ง มันเป็นเรื่องของชีวิตจิตวิญญาณนะ มันเป็นเรื่องของชีวิตจิตวิญญาณ

เพราะฉะนั้นสิ่งนี้ ประเด็นที่พูดคือไม่เหมือนใคร มันจะเหมือนได้อย่างไรมันเป็นโลกุตระ มันเป็นยอดปิรามิด มันไม่เหมือนใครหรอกมันสุดยอดเลย 

ไม่ต้องไปพูดถึงเทวนิยมยังอีกห่างไกลนัก พลเมืองโลก 7พัน-8 พันล้านแล้วมีที่มีอยู่นี้ 800 จะเอาให้มากกว่านี้ 8หมื่น 8 แสนจะได้หรือเปล่าก็ไม่รู้ เพราะฉะนั้นคนเหล่านี้จึงเป็นคนที่แสดงพฤติกรรมความเป็นมนุษย์ประเสริฐอยู่ในโลก เป็นตัวอย่างอันสุดยอด ใครจะไม่เห็นใครจะเห็นแล้วไม่เข้าใจ ไม่รับ ดีไม่ดีจะผลักก็ตามเถิด แต่สิ่งนี้ก็สุดประเสริฐแล้ว เพราะเราไม่ได้เป็นภัย เราไม่ได้เป็นโทษกับใครเลยนอกจากไม่ได้เป็นภัยเป็นโทษกับใครเลยแล้ว เรายังมีประโยชน์แก่คนเป็นพหุชนะหิตายะ พหุชนะทำให้คนสงบมาสุข พหุชนะสุขายะมาสงบมาสุข   ต้องขยายความตรงนี้บ้าง

อย่าไปทำชั่ว-ทำแต่ดี-อย่าไปแย่งชิงความสุข

สุขมันมีโลกีย์บำเรอกิเลสไป จนกระทั่งหมดสุขหมดทุกข์แล้วเราก็สรุปแล้วสิ่งอย่างนี้เป็นการอนุเคราะห์โลกที่ยิ่งใหญ่ โลกานุกัมปายะ เป็นประโยชน์คุณค่าอันประเสริฐยิ่งใหญ่ที่เกิดมาเป็นมนุษย์ซึ่งต่างกันคนละขั้วกับเจ้าโลกที่เป็นจตุมหาราชที่เทวนิยมเขายังทำแม้แต่ในเมืองไทยก็ยังอยากเป็นใหญ่เป็นโตตั้งแต่ทักษิณจนเดี๋ยวนี้มาพิธา นี่เป็นตัวอย่างให้เห็นเลยซึ่งทุกวันนี้ 

มาถึงตรงนี้ก็ขยายความให้เห็นว่าแล้วเมืองไทยจะไปอย่างไร ทำไมมันพะอืดพะอมนัก จะได้นายกฯมันก็ยังไม่ได้ เขาบอกต้องให้ประชาชนเป็นใหญ่ เขาได้คะแนนเสียงมาจากประชาชนเลือกตั้งมาเป็นเบอร์ 1 เลยนะ ไม่ให้เขาเป็นนายกฯไม่ได้นะ นี่แหละได้เชื้อโง่จากสหรัฐมาเป็นนักศึกษา Harward  มาจากมหาวิทยาลัยของสหรัฐเลยนะ เขาก็ยังพยายาม มีภาพ insert ประกอบพิธาเป็นนายกยากกว่าขึ้นสวรรค์ ยิ่งนานยิ่งริบหรี่

 นี่มันเป็น พฤติการณ์ นี่มันเป็นเรื่องหนึ่งของเรื่องบุพเพสันนิวาส เป็นเรื่องราวของโลกของมนุษย์ เป็นตัวอย่างเหมือนกับนิทานเหมือนกับละครนิยาย เป็นเรื่องๆหนึ่งของโลกให้เห็น นี่แหละแสวงหาอำนาจแบบโลกๆเสร็จแล้วมันก็จะเป็นทุกข์ จริงๆแล้วอาตมาโชคดีมหาศาลเกิดมาชาตินี้ไม่ได้เป็นนายก สุดยอดเลย ถ้าเป็นนายก คุณจะต้องเป็นนายกฯที่เลวหรือเป็นนายกที่ดี ก็ต้องขยันก็ต้องดูแลทำงานกับพลเมืองประเทศ ไม่ถึงร้อยล้าน 70 ล้านนี่ก็ไม่ใช่งานเบาแล้ว 

อาตมามาบริหารเทียบกับนายกฯ นายกฯต้องบริหารคน 70 ล้านของคนไทย อาตมาไม่ได้เป็นนายกฯ อาตมาเป็นแค่โพธิรักษ์บริหารคน 700 คน7,000 คน70,000 คน โอ้โห..สบายกว่านายกไม่รู้เท่าไหร่เลยเพราะอาตมาบริหารโดยไม่ต้องบริหาร ให้พวกคุณช่วยตัวเอง ให้พวกคุณประพฤติ ให้พวกคุณทำตัวเองให้เป็นอย่างนี้อย่างนี้ 

พวกคุณง่ายนิดเดียวที่อาตมาพาทำตามพระพุทธเจ้าสอน      “อย่าไปทำชั่ว-ทำแต่ดี-อย่าไปแย่งชิงความสุข” สั้นๆแค่นี้แล้วพวกคุณก็เข้าใจ

สุขตั้งแต่อบายมุขก็เลิกมา สุขที่จะไปแย่งลาภยศสรรเสริญก็แย่งก็เลิกมา สุขที่จะเสพกาม รูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส สุขที่ไปแย่งผู้หญิงผู้ชายทางเพศก็ลดมาเลิกมา ทางรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสก็ลดลงมาก็สบายเลย 

พวกคุณวันนี้เขาเอาทุเรียนมาให้กองอยู่ข้างหน้าตั้ง 40 กว่าลูกไม่ได้เอามาหมดหรอกแค่เอามาจัดฉาก เป็นไงใจ..โอ้โหอยากจะแย่งเอาไปไหม อยากเอาไปกินไหม ได้กินก็ได้กิน ไม่ได้กินก็แล้วไปใช่ไหม แต่ก่อนไม่เฉย เดี๋ยวนี้เฉยแล้ว “เฉย”นั่นชื่อพ่ออาตมา

อจินไตยชนิดนี้ พูดถึงชื่อ แม่อาตมาชื่อบุญโฮม พ่ออาตมาชื่อบุญเฉย บุญโฮม เอาบุญมารวมกัน บุญเฉยเอาบุญมาแล้วเฉยๆ เข้าใจหรือยัง รวมกันแล้วไม่มีปัญหาอะไร รวมกันแล้วเป็นประโยชน์คุณค่า ไม่ทะเลาะไม่แย่งไม่ชิง กลางๆสบายๆไม่ต้องทะเลาะกัน นี่คือปรมัตถ์สูงสุด อาตมาอาศัยพยัญชนะแค่นี้ ผู้ที่เข้าในแก่นแกนของสาระชื่อมันมีความหมายทั้งนั้น 

ทำไมพระพุทธเจ้าต้องชื่อสิทธัตถะก็ต้องชื่อ สิทธัตถะ ทำไมแม่ของพระพุทธเจ้าต้องชื่อ สิริมหามายา เป็นแม่พระพุทธเจ้าทำไมต้องชื่อมายา ภาษาสวยๆมีอีกเยอะ ชื่อมายา ถ้าไม่มีคำว่า สิริ ถ้าไม่มีคำว่า “สิริมหา” ล่ะแย่เลย  แต่ไม่ใช่มันเป็นภาษาไดอะแลกติก เป็นภาษาซ้อนอยู่ในนี้ สุดท้ายมันซ้อนอยู่ในนี้ ชั่วอยู่ก็ดีสุขหรือทุกข์เจริญอยู่ก็เสื่อม มีอยู่กับไม่มี มาลงตัวแล้ว ใช่หรือไม่ใช่ ลงตัวแล้วเป็นคู่แล้วนะ เหมือนหรือไม่เหมือน แท้หรือไม่แท้ ลงท้ายตรงนี้แล้ว 

อาตมาเป็นของแท้ เป็นของไม่เหมือนใคร ลงประเด็นแล้วขยายประเด็นนี้ เห็นไหมมันเป็นสัจจะอย่างนั้น ไม่เหมือนใครและ “แท้”เพราะฉะนั้นผู้ที่ตรงข้ามกับอาตมาก็ต้องไม่แท้ใช่ไหม ผู้ตาดีก็รู้ของแท้ ผู้ตาไม่ดีก็รู้ของไม่แท้ นี่มันสัจจะนะ

ปฏิวัติประชาชนของเมืองไทยทำได้ดีไม่มีใครเหมือน

อาตมากำลังอธิบายธรรมะที่เป็นเรื่องลึกแล้วเป็นเรื่องจริง อาตมาเอามายืนยันตัวเองเอาสิ่งที่จริงมาในเรื่องวิชาการ เขาจะพยายามเลี่ยงว่าอย่าเอาตัวเองไปใส่ในวิชาการที่ตัวเองทำเป็นอันขาด เขาจะเลี่ยงเพราะเขาไม่มีความจริงพอ เขาไม่กล้าพอ 

เหมือน กันกับเถรสมาคม ห้ามภิกษุไปยุ่งกับการเมืองเพราะเขาไม่กล้าพอเขาไม่สามารถให้ภิกษุมายุ่งกับการเมืองได้เพราะเขาอ่อนแอ ถ้าเขาเอาไปเป็นเบี้ยไปเป็นหัวคะแนนหมดเลย แต่อาตมาไม่เหมือนเขาเลย พาคุณเข้า แปลว่าพาคุณไปมีภูมิคุ้มกันแข็งแรงกว่า แล้วไปช่วยการเมืองเขาแล้วเราก็ไปช่วยกันตามลำดับ 

เราก็ไม่ได้ติดได้ยึดในเรื่องการเมือง ไปช่วยเขาแล้วเราก็ไม่ได้ตำแหน่งยศศักดิ์ ช่วยเพื่อพลเมืองในประเทศ เรื่องที่ไม่ดีไปช่วยขจัดออกเป็นคราวๆ คราวๆแล้วเราก็มาปฏิบัติธรรม มาพัฒนาตนเอง ถ้าการเมืองยุ่งเมื่อไหร่เราก็จะออกไปใช่ไหม เราไม่มีปัญหารู้ดีอยู่ เราไม่ได้อยากดังอยากใหญ่อยากโต เพราะฉะนั้นดีๆนะ ทักษิณก็ถูกพวกชาวอโศกมีส่วนออกไปประท้วง

 พูดถึงเรื่องประชาชนปฏิวัติหรือประชาชนประหารรัฐบาลเรียกสั้นๆว่าทำรัฐประหาร ประชาชนประหารรัฐบาล พวกคนไทยทำ ชาวอโศกไปเป็นมวลอยู่ในนั้นจริงเลย แล้วประชาชนไทยที่มีภูมิปัญญาก็เห็นด้วย จนกระทั่งสุเทพมีพลเมืองมี FC ของเขาเยอะนำพามาเป็นล้านๆมาปิด shutdown กรุงเทพฯเลย ปิดกรุงเทพฯ 

นี่คือพฤติกรรมการเมืองหรือรัฐศาสตร์บทสำคัญของชาวโลกเลยซึ่งอาตมาพูดนี่เขายังบื้อๆอยู่ นักรัฐศาสตร์ยังไม่เข้าใจ หาว่าพลเอกประยุทธ์มาเป็นเผด็จการมายึดอำนาจ เราไม่เถียงไม่แย้งแต่เราพูดความจริง เพราะมันเป็นความจริงให้ศึกษา เราไม่ได้อยากแย่งอำนาจ ไม่อยากได้อะไรแต่เราทำจริง มีปรากฏการณ์จริง มี พฤติการณ์ จริงไม่ใช่พูดลอยลม

ไปไล่ทักษิณมันไม่เต็มรูปเพราะว่ามีพลเอกสนธิ บุญยะรัตกลิน มาช่วยทำเป็นปฏิวัติ ทำเป็นยึดอำนาจ แต่ไม่ได้ทำอะไรหรอก เอารถถังออกมาประชาชนเอาดอกไม้ไปเสียบปลายกระบอกปืนเล่น เสร็จแล้วจากนั้นสมัครก็ขึ้นมาเป็นนอมินีของทักษิณ อาตมาพูดก็ซ้ำซาก เราก็ไปไล่อีก ตอนนั้นตุลาการภิวัฒน์เอาสมัครลง เอานอมินีสมชายน้องเขยขึ้นมาอีก แล้วก็เอาเข้าทำเนียบก็ไม่ได้ ไปยึดทำเนียบกัน ปลูกข้าวทำนากันในทำเนียบ นี่คือของจริงทั้งนั้น 

เป็นพฤติการณ์ของประชาชนที่ไปทำหน้าที่ทางการเมืองปฏิวัติหรือประหารรัฐบาล ทักษิณก็เก่งขุดเอาน้องสาวมาเลือกตั้ง 49 วันได้เป็นนายกอีก ขออภัยต้องชมเก่งฉิบหายเลย ชิบหายนี่คำชมนะเก่งในทางชิบหายนี่เขาเก่งจริงๆ เสร็จแล้วก็เอานายกมาปู้ยี้ปู้ยำประเทศฉิบหายไปหลายแสนล้านจนกระทั่งได้คดีเป็นนักโทษไปเลย อยู่ในประเทศไม่ได้ต้องออกไปทางช่องสุนัข หายไปเลยจนป่านนี้ก็ยังไม่เจอเป็นสัมภเวสีอยู่นอกประเทศไทย  

นี่คือพฤติการณ์จริงของประเทศไทยซึ่งไม่มีใครเหมือน ยืนยันมาเรื่อยๆตั้งแต่ทักษิณ สมัครสมชาย ยิ่งลักษณ์ เนื่องต่อกันมาอาจจะมีอะไรคั่นนิดๆหน่อยๆมีอภิสิทธิ์คั่นเล็กๆน้อยๆ 

นี่คือสัจจะที่เป็นพฤติการณ์ตัวอย่างของโลก มันไม่ใช่เรื่องสมมุติ มันเป็นเรื่องจะต้องมีต้องเป็น มันเป็นสัจจะที่จะต้องลงตัวระหว่างรูปกับนามทุกอย่าง เมืองไทยเป็นเมืองพุทธ เมืองไทยเป็นประชาธิปไตยแบบพุทธ ปฏิวัติโดยสงบไม่ใช้อาวุธ เอาความจริงมาเป็นธรรมาวุธ มาเปิดเผยความจริง อย่างยาวให้เป็น เย็นเรื่อยไปไขความจริงออกมาให้มากๆหมดๆ ความจริงมันชนะความชั่ว ความจริงชนะความเท็จเห็นไหม มันลึกซึ้งนะแล้วมันเป็นสัจจะ 

เพราะฉะนั้นมันจึงยั่งยืน ขณะนี้การเมืองมันเป็น After Shock มันเป็นโมเมนตัมของคลื่นการเมืองที่เหลือ พยายามจะดิ้นพยายามจะฝืนขึ้นมา แต่แก่นแกนของเนื้อแท้มันสำเร็จเรื่องไปแล้ว แผ่นดินไหวมันไหวลงรูปจากเรื่องของเขาเข้าที่แล้วอันนี้ยังเป็นเศษ After Shock เล็กๆน้อยๆ  

พิธาแปลว่าเศษ เก่งกว่าทุกประเทศคือเปรตแท้

พิธานี่แปลว่า เศษ หลากหลาย ลงตัว คำว่า พิธะ พิธา

พิธะ นี่เอกพจน์ พิธาพหูพจน์ เศษละอองหลากหลายกระจาย 

อาตมาก็ดูว่าจริงๆพิธาจะได้เป็นนายกคนที่ 30 ของประเทศไทยไหม แล้วก็มีเหตุการณ์ที่เอาลอตเตอรี่หางเลข 30 มาให้เขาซื้อ ใครจะเป็นนายกคนที่ 30 แล้วหวยมันก็ออกเบอร์ 30 อาตมาก็ว่ามันอะไรวะ ทำไมมันถึงขนาดนี้ โอ้โห..เห็นไหมมันมีอะไรที่พิลึกว่าต้องเชื่อนะว่ามันมีอะไรต่ออะไรขลังพิเศษพิสดาร ที่มันซ้อนๆเหมือนกับเรื่อง magical อะไรที่มันลึกลับซับซ้อนเหมือนกับเรื่องเชิงกล เป็นเรื่องไสยศาสตร์ เป็นเรื่องที่ลงตัวอะไรได้ขนาดนี้ มันหลอกให้คนหลง มันมีอะไรซับซ้อนมาเป็นเรื่องที่หลอกคน นี่ไงสุดยอดไหม อะไรอย่างนี้ 

นี่ก็ยังดูไปว่าจะเป็นยังไงหรือแม้แต่ที่สุด พิธาได้เป็นนายก เขาก็โม้ไว้เยอะ แหมนโยบาย เลวที่สุดในแผ่นดินคือหากินบนคำว่า ช่วยเขา จะช่วยอย่างนี้ จะช่วยอย่างนี้ ขี้โม้ เรื่องนี้เป็นเรื่องสามัญของสังคมโลกเลย หาเสียงโม้ตัวเองให้คนอื่นเขาเชื่อ สารพัดที่จะสัญญิงสัญญาติดสินบนอวดเก่งจะทำอย่างนี้จะช่วยอย่างนี้จะเป็นอย่างนี้อย่างนี้ดูแล้วโอ้โหหลากหลายมหาศาล เป็นพระอินทร์มาเนรมิตได้หรืออย่างไร มันเป็นสามัญของโลกเขาก็หลอกด้วยวิธีอย่างนั้น

เลวที่สุดในแผ่นดินคือหากินบนคำว่าช่วยเขา อาตมาก็รวบรวมมาได้อีกว่า เก่งที่สุดกว่าทุกประเทศคือเปรตแท้ แพร่กระจายขยายข้อมูลข่าวสาร ประหารศัตรูคู่แข่ง แอ้งแม้งได้ยอดสุด ก็ขยายความให้ชัดๆมันเป็นเช่นนี้แหละท่านผู้ชม มันเป็นเช่นนี้จริงๆ

อจินไตยของฌานทั้ง 4 ในยุคนี้มีแต่พ่อครูที่สอนได้

เข้าประเด็นกับคำว่า อาตมาไม่เหมือนใคร ไม่เหมือนจริงๆเพราะยุคนี้เป็นยุคที่อาตมาเป็นตัวต้องเป็นอย่างนี้ ซึ่งได้พูดไปจนกระทั่งน่าเกลียด แต่อาตมาก็จำนน จำเป็น จำยอม จำต้องแสดงความจริงว่าไอ้ตัวจริงนี่คืออาตมามันไม่เหมือนใคร เพราะมันเป็นเรื่องของคนเป็นเช่นนี้ เป็นอย่างอาตมา มันนานนนน…มากแล้วพันๆปีจะปรากฏขึ้นมาสักคนหนึ่ง หลายพันปี 

อาตมา 2,500 กว่าปีจึงมาเกิดยุคนี้ มาปรากฏตัวยุคนี้คนหนึ่ง ไม่เหมือนใคร ขึ้นมาทำไร? ขึ้นมาทำพรื๊อ? ขึ้นมากอบกู้พระศาสนาพระพุทธเจ้า ยืนยันตนเองมีหลักฐานอ้างอิงแล้วก็พาประพฤติบรรยายให้ฟัง พวกคุณเข้าใจพาประพฤติจนเกิดมรรคผลจนมาเป็นคนชนิดนี้ จนเป็นสังคมกลุ่มรวมอย่างนี้ ยืนยันตรงตามคำสอนพระพุทธเจ้าตามอนุสาสนี 

แน่นอนพิสูจน์ได้เป็นวิทยาศาสตร์ทางศาสนา นี่เป็นวิทยาศาสตร์ทางศาสนา เพราะศาสนาพุทธเป็นศาสนาวิทยาศาสตร์ไม่ใช่ศาสนาลึกลับเหมือนเทวนิยม ไม่เหมือน 

เพราะฉะนั้นอาตมาจึงเป็นคนไม่เหมือนใคร เป็นคนที่เป็นนักวิทยาศาสตร์ทางจิตวิญญาณ ยืนยันให้คุณมาพิสูจน์ มาพิสูจน์ตัวอาตมาว่าความไม่เหมือนใครของอาตมานี้ผิดหรือถูก ตรงตามธรรมะของพระพุทธเจ้าหรือไม่ แล้วอาตมาก็กล้าพูดว่า ไม่ได้ตรงน้อยๆ ตรงอย่างลึกซึ้ง ตรงอย่างมีความสมบูรณ์ สมบูรณ์ไม่น้อยเลยสมบูรณ์เท่าที่อาตมามีความสมบูรณ์ได้ในธรรมะพระพุทธเจ้า ไม่สมบูรณ์เพียงแต่ยังไม่ถึงขั้นพระพุทธเจ้า เป็นโพธิสัตว์ระดับ 7 ย่างเข้าหา 8 ไป 

นี่ก็ท้าวความเอาคำหรือเอาภาษา เอาสิ่งที่บรรยายมายืนยันมา เอามายืนยันว่าอาตมาไม่ได้ทำหลงๆเลอะๆ แต่คนที่เขาไม่เชื่อเขาไม่มีภูมิปัญญาว่า อันนี้เป็นสิ่งประเสริฐ เป็นธรรมะขั้นที่ไม่ใช่เรื่องสามัญ คนจะเข้าใจไม่ได้ง่ายๆ เทวนิยมไม่ต้องพูด 

เพราะฉะนั้นอาตมาไม่มีปัญหาในเรื่องที่ทำไมอาตมาไม่ได้รางวัลจากต่างประเทศสักอย่าง แต่ขออภัยเดี๋ยวจะหาว่าไปลบหลู่เขา เกาหลีใต้ให้อาตมามา 1 รางวัลในชีวิตนี้แต่ก็ไม่มีใครรู้หรอกอาตมาพูดไปหลายทีแล้ว แต่ไม่มีใครเขาฮือฮาอะไรด้วยและไม่กล้าส่งเสริมอาตมาด้วยเพราะถูกไม้กุมเหงคาดไว้ว่า อย่ามายกย่องเชิดชูโพธิรักษ์นะ ใครมายกย่องเชิดชูจะเป็นพวกกบฏของประเทศไทย เป็นกบฏในประเทศไทยเลยนะ ถูกกั้นอย่างนั้นไว้สำหรับอาตมาเป็นถึงอย่างนั้น ซึ่งอาตมาไม่ได้เสียใจ ไม่ได้น้อยใจนะ มันยิ่งท้าทายให้อาตมานำธรรมะพระพุทธเจ้ามายืนยัน เอามาประกาศไป ไม่ใช่คนจะรู้ได้ง่ายๆ 

เพราะฉะนั้นคนที่จะรู้ได้ต้องเป็นคนที่มีบารมี ต้องใช้คำนี้  มีบารมีถึงจะรู้ได้ ไม่มีบารมีก็บังคับกันไม่ได้ ต่อให้โลกเชิดชูยกย่องเป็นผู้รู้ทางพุทธศาสนาแต่กลับมามองอาตมาว่าไม่ใช่ ดีไม่ดีมอง เป็นกบฏด้วย น่าสงสารคนนั้น มันยิ่งทำให้อาตมาเห็นว่ามันเป็นความเสื่อม ตัวนี้เป็นตัวชี้บ่งสังคมต่างประเทศยกย่องเชิดชูว่าผู้นี้เป็นผู้ เป็นคนที่สองรองจากพระถังซัมจั๋งเป็นเจ้าแห่งพระไตรปิฎกว่าอย่างนั้นเลย อย่างอาตมานี้เป็นหมาหัวเน่า 

ถ้าเข้าใจจะเห็นว่าที่พระพุทธเจ้าตรัสว่าความเสื่อมของพระพุทธศาสนามันเสื่อมขนาดนี้ มันไปมองเห็นผิดเป็นถูก ผิดลึกเลยนะแล้วเห็นว่าถูกยอดเลยนะ เพราะฉะนั้นอาตมาจึงยากมากที่จะเอาความจริงที่ไม่เหมือนใคร มันไม่เหมือนแล้ว มันค้านแย้งกันแทบจะทุกมุมทุกเหลี่ยม 

แต่กระนั้นก็ดีโลกยังไม่สิ้นโดยเฉพาะคนไทยสังคมพุทธยังไม่สิ้น ยังไม่ไร้เท่าใบพุทรา ยังใบโตเหมือนผักปลังที่นี่ใบใหญ่กว่าหน้าอาตมาอีก ผักปลังของบ้านราช  

มันยิ่งเห็นสัจจะต่างๆที่มันยืนยัน โลกนี้ก็เป็นเช่นนี้เนาะ มันยากจริงๆที่อาตมาเกิดมาในความไม่เหมือนใครในยุคนี้ มันยากแสนยาก แต่มันก็มีคนที่จะเข้าใจความยากนี้ได้ เอาชีวิตมาสู่ความยากนี้จนได้โดยง่ายโดยไม่ลำบากในฌานทั้ง 4 พวกคุณนี่จึงมีฌานของพระพุทธเจ้า อย่านึกว่าพวกคุณไม่มีฌาน คนที่ไปนั่งหลับตาสะกดจิตนั่นแหละไม่ใช่ฌานของพระพุทธเจ้าเลย 

ฌานของพระพุทธเจ้าคือเป็นอาการ เป็นประสิทธิภาพของจิตวิญญาณที่เข้าใจทุกอย่างได้เปิดเผยและตื่นอยู่ตลอดเวลา ลืมตา ได้ยินเสียงเต็ม 100% ฌานไม่ได้ไปหลับตา ไม่ได้ไปทำหรี่ ไม่ได้สะกดความรับรู้ทั้ง 5 ทวาร 6 ทวารให้หรี่ให้หลบเข้าไปในภวังค์  ฌานคือความตื่นเต็ม 100% ทั้งตาหูจมูกลิ้นกายใจตื่นออกมาแล้วรับคนนี้ชักมีหวังรู้ทุกอย่าง 

ฌานของพระพุทธเจ้านั้นจะปฏิบัติได้ต้องมีศีล อปัณกะปฏิปทา 3 นี่เป็นหลักยืนยันอปัณกะปฏิปทาแปลว่าไม่ผิดไปจากพุทธ ถ้าผิดไปจากเอาไปอปัณกะปฏิปทา 3 นี่แหละนอกพุทธ 

 อปัณณกปฏิปทา 3 สำรวมอินทรีย์ โภชเนมัตตัญญุตา ชาคริยานุโยคะ (กิน อยู่ หลับ นอน)

ตื่นแล้วสำรวมอินทรีย์คือเป็นอยู่เป็นอยู่อย่างสำรวม สำรวมนี่แหละเป็นผู้ที่จะต้องตื่นรู้ตา หู จมูก ลิ้น กายอยู่เป็นปกติและปฏิบัติในการตื่นเต็มร้อย ตา หู จมู กลิ้น กายไม่ใช่ไปหลับไปหรี่เลย ไอ้นั่นมันขอเดียรถีย์โมฆะเห็นความเสื่อมไหม ไปนั่งหลับตามันเสื่อมเดี๋ยวนี้ก็ยังไปหลงอยู่ อาตมาพูดไปเถอะเขาจะไม่เชื่ออาตมา เขาจะเชื่ออาจารย์ที่พาเขาผิด เพราะเขาได้โง่สนิทสมบูรณ์แล้ว เขาจึงฟังอาตมาไม่เข้าใจไม่ขึ้น คนที่ฟังอาตมาแล้วแว้บๆว่าอันนี้น่าจะถูกนะเออ..คนนี้ ชักมีหวัง แต่คนที่ไม่แว้บเลยหาว่าอาตมามาทำลายศาสนาอีก อันนี้น่าสงสารแต่บังคับไม่ได้หรอก บังคับกันไม่ได้ อาตมาก็ได้แต่แสดงความจริง 

มาขยายคำว่า “ฌาน”ต่อ ซึ่งเป็นฌานวิสัย ฌานอจินไตย 

ฌานของพุทธไม่เข้าไม่ออก ความเป็นอาการของฌาน ความเป็นจิตที่เรียกว่าฌาน ไม่มีเข้าไม่มีออกมีแต่พลังงานที่เรียกว่าฌาน เพราะฉะนั้น คุณปฏิบัติตนเองประพฤติตนเองเรียนรู้ตนเอง มีกายวาจาใจมีตา หู จมูก ลิ้น กาย มีสัมผัสกับทุกๆอย่าง แล้วคุณก็ไปสังขารเรียกว่า ปรุงแต่งที่จิต แล้วเราก็เรียนจิตตัวนี้  เรียนจิตตัวนี้แหละ เมื่อมันปรุงแต่งออกมาแล้ว แล้วคุณก็เกิดธรรมวิจัยสัมโพชฌงค์หรือมีโพชฌงค์ 7 มีสติตื่นรู้แล้วก็ธรรมวิจัยพากเพียรให้มันวิจัยให้ได้วิจัยกิเลส แล้วรู้ด้วยปัญญาว่ากิเลส กิเลส กิเลส กิเลสมันจะแพ้ปัญญา คุณทำได้คุณก็ปีติ ปัสสัทธิได้ผลก็สั่งสมลงเป็นสมาธิจนถึงขั้นเป็นฐานอุเบกขา นี่คือ โพชฌงค์ 7 

อุเบกขาแปลว่าจิตบริสุทธิ์  ปริสุทธา  ปริโยทาตา มุทุ กัมมัญญา ปภัสรา มาเป็นโพธิปักขิยธรรม 37 สติปัฏฐาน 4 และอิทธิบาท 4 หลับตาไม่ใช่สัมมัปปธาน 4 หลับตาไม่มีสังวร สำรวมอินทรีย์6 ไม่มีปหานปธาน ไม่ได้ประหารกิเลสได้เลย ฌานคือการเผาผลาญ ฌานคือพลังงานที่เรียก ในภาษาไทยว่า ไฟ เผากิเลสเป็นผุยผงเลย 

เพราะฉะนั้น ถ้าปฏิบัติฌานไม่เป็นสัมมาทิฏฐิ ไม่ถูกไปนั่งหลับตา ไม่มีวันจะได้ฌานของพระพุทธเจ้า ไม่มีวันจะเผากิเลสได้เลย ไม่มี มันผิด มันมิจฉาทิฏฐิ ถ้าผู้ที่เข้าใจผิดไปโน้น ได้มีความตื่นฟังอาตมารู้เรื่องเลิกมาได้ ศาสนาพุทธจะเจริญขึ้นอีกเยอะเลย มาฟังดีๆที่อาตมาพูด สุตสูสังลภเตปัญญัง ฟังด้วยดีจะเกิดปัญญา ปัญญา 8 จะเกิดเพราะคุณจะได้พบสัตบุรุษ คุณจะละอายอย่างแรงกล้า คุณจะรักอย่างแรงกล้าเคารพอย่างแรงกล้า เพราะฉะนั้นสัจธรรมจะเกิดอย่างนั้นจริงๆ แต่ก่อนไปศรัทธาอย่างนู้นอย่างแรงกล้าๆๆ ทีนี้จะเห็นจริงว่าโอ๊ยตาย…เพิ่งรู้จะมาศรัทธาแรงกล้าทางนี้จะรู้ประโยชน์ ปัญญา 1 2 เกิด แล้วปัญญา 3 ก็จะเข้าใจ คุณจะได้เกิดจะเห็นความสงบ 2 อย่างได้ 

ความสงบอย่างไปนั่งสะกดจิตหลับตา สงบอย่างนั้นยิ่งบื้อยิ่งตื้อเข้าไปอยู่ในภพในชาติ นี่มาสงบตื่นรู้เข้าใจโลกเข้าใจอัตตาเข้าใจว่าความสงบนี้คือปราศจากกิเลส กิเลสมันออกๆๆ กิเลสจิตมันยิ่งคล่องแคล่ว ว่องไว ปราดเปรียว สดชื่น เบิกบาน ยิ่งวิเศษอิสรเสรี มันตรงกันข้ามไปหมดเลย ไม่เหมือนที่คุณยืนยันศึกษามา อันนั้นมันผิดมันเพี้ยน อันนี้มันถูก ไม่เหมือนๆ 

เห็นหมายความไม่เหมือนจะยิ่งๆขึ้น คุณจะยิ่งเข้าใจว่ามันไม่เหมือน อาตมายังพูดความไม่เหมือนต่างๆยังไม่หมดเลย ฌานก็ไม่เหมือน สมาธิก็ไม่เหมือน

เพราะฉะนั้น ฌานที่เขาได้ มันไม่ได้เผากิเลส มันมีแต่หมักดองกิเลส ทำกิเลสหมักดองเป็นปลาร้า เป็นบูดู เป็นน้ำเน่า เน่าไปกันใหญ่เลย ยิ่งเน่ายิ่งกลิ่นฉุนยิ่งชอบอะไรอย่างนี้ เปรียบเทียบกับรูปธรรม บูดูของคนปักษ์ใต้ นี่คนปักษ์ใต้เขานั่งอยู่ข้างหน้า ปลาร้าเน่าของอีสาน ทางเหนือก็ถั่วเน่าหรืออะไรเน่า (พ่อครูไอตัดออกด้วย)

สมณะฟ้าไท… ไปถามนักศึกษาที่ ม.อุบล ปลาแดกหอมไหมเขาบอกหอม ถ้างั้นเอามาใส่สเปรย์ฉีดเลย โอ้ย มันเหม็นครับ เวลากินก็หอมตอนกิน ถ้าไปฉีดเป็นสเปรย์ก็เหม็น

พ่อครูว่า…มันเป็นอุปาทานว่าอันนี้น่าได้ น่ามี น่าเป็น อสุภะเป็นสุภะไปแล้ว มันวิปลาส

_ป้าเข่ง…เป็นคนใต้ แต่กินบูดูไม่เป็น

บ้านเล็กเมืองน้อยเขาเขียนมาวิจัยวิจารณ์ดี…

_กราบนมัสการพ่อท่านด้วยความเคารพรักยิ่ง

มนุษย์เป็นสัตว์สังคม ต้องพึ่งพากัน อยู่ร่วมกันเป็นหมู่กลุ่ม ความกระหายการยอมรับจากสังคม เพราะกลัวจะไร้ตัวตนหมดความสำคัญ ทำให้ความเฉลียวฉลาดของมนุษย์ถูกใช้….เพื่ออวดภูมิโลกจินตา 

จนละเลยสัจธรรม หลงลืมจิตวิญญาณ… สัญชาติญาณจึงคงความเห็นแก่ตัวเยี่ยงสัตว์ (อัตตาธิปไตย)

พ่อครูว่า… ฟังดีๆนะ ลึก ไปหลงบัญญัติ ทิ้งสัจธรรม ทิ้งสภาวะ

ความรักตัว กลัวอดกลัวตาย จึงผลักดันให้หลีกหนีทุกข์ ….แต่ในระหว่างที่ดิ้นรน แย่งกันหากิน เอาชีวิตรอดบนทางทุรกันดาร กลับหลงเสพติดสุข …..จนเบียดเบียนกัน …ทำร้ายมนุษย์…ทำลายสังคม

พ่อครูว่า… สุขตัวนี้ลึกมาก ไปหลงในสรรเสริญเยินยอ 

แท้จริงแล้ว….. มนุษย์เพียงต่างแสวงหาความมั่นคงปลอดภัยแก่ชีวิต

แต่หลงผิดไปนิยมทุน…ยึดเงินทองเป็นหลักประกัน  ซ้ำดันกักตุนจนเลยเถิด(โลกาธิปไตย)    ฟุ้งเฟ้อชีวิต – ฟุ่มเฟือยความเป็นอยู่ (เศรษฐกิจทุนนิยมสามานย์)…..แย่งสุขมาที่ตน-ยัดทุกข์แก่ผู้อื่น

พอสังคมสุรุ่ยสุร่าย …. ทรัพยากรก็ร่อยหรอ 

เมื่อขัดสน …. ย่อมกระทบกระทั่ง (สังคมไม่สมดุล) 

ผู้ปกครองควรจัดสรร …. แต่กลับแสวงหา 

ระบอบการปกครองควรกระจายอำนาจ ลดความเหลื่อมล้ำ …. กลับฉ้อฉลด้วยเล่ห์ลับซับซ้อน(การเมืองไร้ธรรมาธิปไตย)  ผูกโยงชักใยทั้งสังคม เศรษฐกิจ และการเมืองให้เลวทรามอย่างทั่วถึง

ในระบอบประชาธิปไตย ประชาชนเป็นเช่นใด ก็ได้ผู้ปกครองเป็นเช่นนั้น …นักการเมืองจึงสุมหัวหากินอยู่กับคำว่า “ช่วยเขา” …นโยบายรัฐจึงเอื้อประโยชน์แต่กลุ่มทุน …ทรราช จึงมีให้เห็นทุกยุคสมัย

พ่อครูว่า… เขากล่าวหาพล.อ.ประยุทธว่าเอื้อประโยชน์แต่กลุ่มทุน

ทาสความกลัวที่เรียกว่า…มนุษย์   จึงติดหล่มทุน  สูญเสียอิสรภาพ  ถูกชี้นำบงการ

ประชาชน กลายเป็น “ทาสทุน”

และถ้ายังให้ อำนาจอธิปไตยเป็นของ “ทาสทุน” = ให้อิสระแก่กิเลส  ……ด้อมสุขจึงระเริงทุน จนสังคมเหลวแหลก – ลูกหลานก้าวร้าวเอาแต่ใจ  ….    กู่ไม่กลับเช่นปัจจุบัน

พ่อครูว่า…ทาสทุนคือนายทุน 

(ค่อยมาต่อคราวต่อไป)

แม้ประชาธิปไตยจะเสรีแค่ไหน ก็ไม่ช่วยให้มนุษย์มีความมั่นคง ปลอดภัยในชีวิตได้                                                       ถึงเศรษฐกิจจะมั่งคั่งเท่าไหร่ ก็ไม่สามารถทำให้มนุษย์มีใจพอได้   ต่อให้สังคมทันสมัยเพียงใด ก็ไม่ทำให้เกิดจิตวิญญาณที่เสียสละ                                                                                                      ดังนั้น   จะเสียสละเพื่อส่วนรวมได้ ประชาชนจึงต้องเป็นอิสระจากกิเลส…เสียก่อน

“ความเป็นอิสระจากกิเลส  จึงจะทำให้มนุษย์ยอมเสียสละ”

พระพุทธเจ้าตรัสรู้ความเป็นคู่ (มนุษย์ กับ สังคม)    แล้วจัดสรรความเป็นคู่ (อัตตาธิปไตย กับโลกาธิปไตย)ให้ลงตัวได้ในทุกกาลเทศะ ฐานะ (ธรรมาธิปไตย)…ให้ทั้งมนุษย์และสังคมเจริญขึ้น เกิดสมดุลในการอยู่ร่วมกันด้วย อายะ๓

ผ่านไปเกือบ ๒๖๐๐ ปี…. ความชะงักงันในความรู้แจ้ง ทำให้ขาดแคลนปัญญาโลกุตระ

“พ่อท่านสมณะโพธิรักษ์”  บุคคลในข้อ๑๐ ของสัมมาทิฏฐิ๑๐ ได้หงายของที่คว่ำ นำโลกุตรธรรมที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ กลับมาประกาศ ชุบชีพกลองอานากะ ให้ดังขึ้นอีกครั้ง

พ่อท่านสอนให้อธิศีลไปกับ การปฏิบัติจรณะ ให้เกิดผลเป็นสัทธรรม จนเกิดปัญญา เป็นฌานไปเพ่งเผาทำลายกิเลส …..ให้จิตสะอาดด้วยพลังงานบุญ เป็นหลักประกันชีวิตที่จะไม่ตกต่ำทำชั่วอีก

…จิตวิญญาณมนุษย์ก็เป็น อิสระ จากกิเลส   พ้นจากสุขนิยมเข้าสู่ “สภาวะสูงสุดของผลสำเร็จในความเป็นมนุษย์โลกุตระ(ผู้รู้ ตื่น เบิกบาน)” ที่จะสร้างสมดุลอันดีงามแก่สังคม

เมื่อมีใจพอ ก็พึ่งพาตนเองได้ ไม่ต้องดิ้นรนหาเงินมากๆ  ไม่แย่ง ไม่แข่งกันรวย จึง สบาย 

ไม่ฟุ่มเฟือยตามแฟชั่น พ้นจากความเป็นทาสทุนได้ จิตใจก็ สงบ 

แม้ไม่สะสม แต่ยังขยัน จึงเสียสละเพื่อส่วนรวม เป็นที่พึ่งพิงของสังคม …เมื่อมีน้ำใจต่อกัน หยวนๆกัน แบ่งปันกัน สังคมก็ อบอุ่น-อิ่มเอม (พหุชนะหิตายะ / โลกาธิปไตย) 

ถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน มีมิตรจิตมิตรใจต่อกัน ผู้คนจึงต่าง เกษมใส 

และยิ่งมี ใจเกื้อกูลต่อกัน (พหุชนะสุขายะ / อัตตาธิปไตย) 

เมื่อสาราณียธรรมเริ่ม osmosis เข้าสู่สังคม ผู้คนก็ยิ่ง เพิ่มพูนการเสียสละให้แก่กัน  ให้แก่ส่วนรวม…..จนสังคมสาราณียะเจริญยิ่งๆขึ้น (โลกานุกัมปายะ / ธรรมาธิปไตย)

….นี่คือแนวคิด “พุทธาธิปไตย” อันเป็น สังคมนิยมประชาธิปไตยโลกุตระของพระพุทธเจ้า ที่ อำนาจอธิปไตยเป็นของผู้อิสระจากกิเลส  โดยผู้ รู้ ตื่น เบิกบาน ที่ปรับจูนสมดุลของเทวะ ตัด-ต่อความเหมาะควรแก่โลก เพื่อโลกที่สุขเย็น …..ครบทั้ง อธิปไตย๓ และ อายะ๓ 

….อย่างที่พระพุทธเจ้า ประกาศศาสนาแก่โลก 

…อย่างที่ ในหลวง ร.๙ ทำเพื่อคนไทย

…อย่างที่ พ่อท่าน ทำอโศกโมเดล

และสังคมที่มีสาราณียธรรมครบพร้อมเท่านั้น  จึงจะเป็นหลักประกันความมั่งคง ปลอดภัยที่แท้จริงของมนุษย์

สมณะฟ้าไท… สรุปจบ