660510 ตอบคนมืดบอดให้เห็น ผลงาน 8 ปี นายกฯลุงตู่ พุทธศาสนาตามภูมิ ราชธานีอโศก

ดาวโหลดเอกสารที่ https://docs.google.com/document/d/1pxHwtgVV-WMs9tcUTJLpjLfWsQVPjyxU/edit?usp=sharing&ouid=101958567431106342434&rtpof=true&sd=true                                                                                                                                  

ดาวน์โหลดเสียงที่  https://drive.google.com/file/d/1NPGbPRK6avieekwgUzSTs06EaF0MzadN/view?usp=share_link 

ดูวิดีโอได้ที่ 

และ https://www.facebook.com/300138787516163/videos/1226683051311421

การเมืองประชาธิปไตย ประเทศไทยที่สวยงามที่สุดที่โลก

สมณะเดินดิน…วันนี้วันพุธที่ 10 พฤษภาคม 2566 ที่บวรราชธานีอโศกเป็นวันแรม 6 ค่ำเดือน 6 ปีเถาะ เมื่อกี้กูรูแป้งบอกว่าหมดหน้าร้อนแล้วจะเป็นหน้าฝน ช่วงนี้ฝนฟ้ากำลังจะตก เหลืออีก 3 วันก็จะรู้แล้วว่าอะไรออกมา 

คราวที่แล้วพ่อครูบอกว่า อะไรจะเข้าวินอะไรไม่เข้าวิน ต้องดูที่ว่าอะไรเป็นเนื้อจริง เป็นประชาธิปไตยเนื้อๆเป็นของจริงหรือเปล่า ตอนนี้รู้สึกว่าโพลมีผลต่อประชาชนมากๆ ดูของลุงตู่แทบไม่เห็นอะไรออกมา มีแต่พรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกลมาทั้งนั้น 

แต่คุณสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรมบอกว่า ถ้าผลเลือกตั้งอย่างที่โพลออกมา เขาก็จะเลิกพูดเรื่องการเมืองเลยจะไปพูดแต่เรื่องธรรมะ ก็ต้องหยุดเรื่องการเมืองเลย เขาก็ให้ดูการสุ่มตัวอย่างในแต่ละเขต แต่ละเขตประชาชนไม่ต่ำกว่าแสนคน แต่เอาตัวอย่างมาไม่ถึง 10 คน 10 คนในแสนคน จะไปรู้ได้อย่างไรว่า คนติดตั้ง 8หมื่น 9หมื่น

พ่อครูว่า… เขาคิดเป็นค่าเฉลี่ยแล้วหยิบเอาตัวอย่าง ว่านี่แหละเป็นตัวอย่างของค่าเฉลี่ยทั่วไปได้ เขาบอกว่า 1 2 3 แทน 100 ได้ 

สมณะเดินดิน… คุณสนธิญาณเอาอาชีพเป็นเดิมพันหรือว่าจะเลิกวิเคราะห์การเมืองเลย ดูเมื่อวานคุณพีระพันธ์พยายามบอกให้นายกเห็นว่า ไปที่ไหนก็เห็นทั้งผู้ใหญ่ทั้งเด็กตื่นตัววิ่งเข้ามาหา วิ่งเข้ามากอด 

พ่อครูว่า… นี่แหละคือความสำเร็จของการเมือง ความสำเร็จของจิตวิญญาณที่เป็นการเมืองโลกุตระ ไม่ใช่ความสำเร็จของการเมืองที่ได้อำนาจ จะสั่งอะไรก็สำเร็จได้..ไม่ใช่ จะได้จิตวิญญาณของมนุษย์เกิดความรัก เกิดสิ่งที่เป็นพุทธพจน์ 7 สาราณียะ ปิยกรณะ คุรุกรณะ สังคหะ อวิวาทะ สามัคคียะ เอกีภาวะ นี่มันเกิดคุณธรรมสุดยอดอย่างนี้ในจิตวิญญาณมนุษย์ นี่ถือว่าเป็นงานการเมืองหรืองานประชาธิปไตยที่ สมบูรณ์แบบที่สุด 

สมณะเดินดิน… คุณพีระพันธ์บอกว่าอยู่ในการเมืองมา 30 ปีไม่เคยเห็นปรากฏการณ์นี้ และไม่ได้เป็นที่จังหวัดเดียว เป็นที่ภาคเดียว

พ่อครูว่า… เป็นเครื่องชี้บ่งว่าการเมืองประชาธิปไตย ประเทศไทยที่สวยงามที่สุดที่โลกในประเทศไหนไม่มีเหมือนหรอก เอาไปชี้เลยเอาจุดสำคัญไปชี้เป็น Interest Point ของความเป็นประชาธิปไตย 

สมณะเดินดิน… ตัวแพ้ชนะอยู่ที่อะไรมีเนื้อประชาธิปไตยที่แท้จริงกว่า แต่ทุกวันนี้นักข่าวก็ดี นักวิชาการก็ดี ไปจับอยู่ที่กระแส ตอนนี้เขาก็วิเคราะห์ว่า ตัวตัดสินจริงๆอยู่ที่กระสุน ตัวเขตนี่แหละแต่ละพรรคจะเอากระสุนไปยิงกันเท่าไหร่ กระแสนั้นได้แค่ร้อยเดียว พวกปาร์ตี้ลิสต์ ส่วนกระสุนนั้นได้ ส.ส.เขตอีก 400 เขาไม่สนกระแสแต่เขาสนที่กระสุน 

ประชาธิปไตยของนักวิชาการหรือนักข่าวเขาดูที่ว่า กระแสบวกกระสุนบวกการตลาดด้วย แล้วยกมือให้ใครเป็นฝ่ายชนะ ต้องดูโพลที่พ่อครูบอก ว่าเนื้อแท้ตัวจริงประชาธิปไตยอยู่ที่ไหน ตรงนั้นน่าจะเข้าวินมากกว่า 

สรุปแล้วสิ่งที่เป็นสัจจะพลังของสัจจะ กับพลังเงิน พลังการตลาด การสร้างกระแสขึ้นมา ประเทศไทยหวยจะออกอะไร 

แต่พ่อครูเคยบอกว่า พวกเห่าบ๊องๆนี้ก็มีฤทธิ์เดชเหมือนกัน มันเห่ามีเสียงแต่ทำให้ครอบคลุมประเทศไทย เหมือนกับว่าเขาจะมาล้มสถาบันแล้ว ยึดอำนาจแล้ว แต่จริงๆแล้วจะมีสักกี่คนมายึดอำนาจ คนไทยมากกว่า 90% จะยอมให้เขายึดอำนาจสถาบันหรือเปล่า แต่ดูเหมือนเด็กมาไม่นานเท่าไหร่เลยจะลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงประเทศไทยจะไม่เหมือนเดิมอะไรอย่างนี้ ซึ่งกระแสตรงนี้มันก็มีผลเหมือนกัน 

แต่พวกเราที่ขี่จักรยานไป ผ่านบางโรงเรียนเด็กๆก็ไม่ชอบพวกนี้ แม้แต่เด็กต่างจังหวัดก็แสดงออกมาทางประชาธิปไตยของเขาเหมือนกัน มีคนที่ครอบงำเด็ก แต่จริงๆก็คงไม่ใช่แกนหลักหรือเสียงส่วนใหญ่ของคนในชาติ แต่ดูเหมือนเห่าออกมา เหมือนครอบงำสังคมไทย คิดว่าสังคมไทยจะเป็นอย่างนั้นแล้ว 

อีก 3 วันเขาบอกว่าคำทำนายคำพยากรณ์ โพล ก็เหมือนคำพยากรณ์จะพยากรณ์ให้แม่นขนาดไหน 

แต่ก่อนนี้มีชาดก ที่ว่า ถ้าเมืองสองเมืองรบกัน ดาบส (อดีต พระพุทธเจ้า)บอกว่า พระราชาแคว้น ก. จะชนะ พระราชาแคว้น ข.ก็จะแพ้ เมื่อมีคำทำนายอย่างนี้ พวกแคว้นก.ก็จะเฮฮา จัดเลี้ยงฉลองไม่ไปฝึกซ้อมรบ แต่ว่าแคว้น ข. เตรียมพร้อมมากกว่าเพราะว่ารู้ว่าตัวเองจะแพ้ สุดท้ายแล้ว แคว้น ข.ก็ชนะ 

ดาบสบอกว่า ความพยายามของบุรุษที่แน่วแน่ มั่นคง แม้แต่เทวดาก็ไม่สามารถหยุดยั้งได้ อย่างนั้นพวกเรา มีอะไรจะช่วยกันเหลืออีก 2-3 วันก็ สำคัญที่จะทำให้เหนือคำทำนาย เหนือโพล ทำประชาธิปไตยที่เป็นเนื้อนี้ให้เกิดขึ้นได้ จะเกิดเนื้อขึ้นได้เพราะเราเข้าใจในสัจธรรม 

พ่อครูว่า… เดี๋ยวเราจะได้พูดถึงที่ท่านเดินดินเกริ่นนำว่า ประชาธิปไตยคืออะไร การเมืองคืออะไร 

ยิ่งขุดยิ่งพบความดี ของนายกฯลุงตู่

_โอ๋-บัวกรุ่นบุญ 9 พ.ค.2566

น้อมกราบนมัสการพ่อครูด้วยความเคารพอย่างสูงสุดค่ะ

ช่วงนี้การเมืองมาถึงโค้งสุดท้าย 14 พ.ค.นี้ ชาวไทยทุกคนก็จะได้ช่วยกันตัดสินแล้ว  ตั้งแต่พ่อครูปลุกพลังชาวอโศกและพลังเงียบให้ออกมาสนับสนุนลุงตู่ เห็นว่ามีผลตอบรับในทางที่ดีมากๆค่ะ พวกเราร่วมมือร่วมใจออกมาช่วยกันทุกภาคส่วน ทำเต็มที่ เท่าที่แต่ละคนจะทำได้ค่ะ  

พ่อครูว่า… ก็ได้ผล ทำให้คนตื่นตัวขึ้นมาบ้าง ทำให้คนเปลี่ยนเป็นคนไม่ดูดาย เมื่อเราเป็นคนเป็นมนุษย์ในสังคมประเทศนี้ มันก็มีผลต่อเรา เพราะเราอยู่ในสังคมนี้เรื่องการเมืองไม่มีผลต่อเราไม่ได้มันมีผลต่อเรา เพราะฉะนั้นเราควรจะต้องออกไปแสดงความเห็นร่วมแสดงออกเป็นคะแนนหนึ่ง ที่จะเห็นอย่างไรที่เขาต้องการให้เห็น แต่ละคนก็จะเกิดความเห็นหรือทิฏฐิของแต่ละคน หรือ Concept ของแต่ละคน ความคิดองค์รวมของแต่ละคนว่า เราเห็นอย่างนี้ เรามีความเห็นความต้องการ จะให้เราชี้ เราก็ชี้อย่างนี้ จะเลือกใครหรือเอายังไงอย่างนี้เป็นต้น แล้วก็มาชี้ 

ผลงานของลุงตู่เป็นกระแสที่เป็นความจริง แรกๆก็ไม่มีใครรู้หรอกเมื่อ 8 ปีที่แล้ว ไม่มีใครรู้ว่าพลเอกประยุทธ์จะเป็นนักการเมืองตัวเอกที่สำคัญแค่ไหน ก็ไม่มีใครคิดจะรู้ 

แต่พอได้กระทำมาแล้ว ถือว่าเป็นงานการเมือง 8 ปีของพลเอกประยุทธ์จึงเห็นผลเมื่อ 8 ปีผ่านมา เพราะฉะนั้นน้ำหนักของความจริง ที่ในเลือดหรือในความเห็นความรู้ ความคิดองค์รวมของคนไทย มันแสดงออก ว่าอย่างนี้อันนี้คนนี้มาทำงานงานนี้ คืองานการเมืองมาเป็นนายกฯ 

ก็แสดงว่าคนไทยเจริญ มีความรู้จริง ไม่ใช่ไปถูกหลอกด้วยวิธีอย่างนั้น แทคติกอย่างนี้ เพื่อที่จะให้ได้คะแนนเสียง ใช้วิธีการสารพัด โดยเฉพาะทางสื่อโซเชียลเดี๋ยวนี้เขาลงทุนเลยนะ ทำมากเลย แล้วก็มีวิธีต้องไปตะโกนหาเสียงอะไรต่างๆนานา ซึ่งไม่ใช่

คนไม่กตัญญูคือคนไม่ดี ที่ไม่ใช่แค่คนเห็นต่าง 

_ตอนนี้มีคนเห็นความจริงมากขึ้น เห็นค่าของลุงตู่เพิ่มขึ้น อีกส่วนหนึ่งก็เพราะพรรคก้าวไถล เพื่อใคร นี่ล่ะค่ะ ที่ผู้นำพรรคไม่ค่อยอยู่กับร่องกับรอยกัน มีคลิปหลุดบ้างอะไรบ้าง 

พ่อครูว่า… คนจริงคนไม่มีแผลยิ่งต้องการให้คนตรวจสอบ คนจริงคนที่มีผลงานด้วยจะเห็นผลงานยิ่งขึ้น ไม่มีแผลก็จะยิ่งเห็นความสะอาดบริสุทธิ์มากยิ่งขึ้น เห็นไหมมันเป็นผลซ้อนที่มันสุดยอดเลย 

_เป็นสิ่งหนึ่งช่วยผลักดันให้คนต้องมาขุดคุ้ยหาดูข้อมูลของลุงตู่มากขึ้น พอยิ่งดูก็ยิ่งรู้ ยิ่งรักลุงตู่  ก็เพราะเหตุว่า ลุงเป็นคนดี ดีมานานแล้วด้วยค่ะ ถูกปลูกฝังความซื่อสัตย์ รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และทำเพื่อผู้อื่นมาตั้งแต่เด็กๆ

คนดีๆเขาก็มองเห็นความดีของลุงตู่ ไม่สงสัยค่ะ หลายคนเพิ่งเห็น ซึ่งก็ดี แต่อีกหลายคนก็ยังไม่เห็น แถมยังต่อว่ากลับ ด้วยการเรียกคนดีที่สนับสนุนลุงตู่ว่า..  “ไอ้พวกคนดี” ฟังดูก็ดีนะคะ เราเป็นพวกคนดี ไม่ได้เดือดร้อนแต่อย่างใด แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่า เขาใช้คำว่า “ไอ้พวกคนดี” มาเป็นคำต่อว่า เป็นคำด่า

เขาคงแยกแยะไม่ออกจริงๆ หรือ ว่า … คนดี คืออย่างไร ?  แล้ว คนดี สำคัญอย่างไร ?

ทำไมต้องเป็นคนดี ?  

อยากกราบขอความเมตตาจากพ่อครู ช่วยให้คำนิยามของคำว่า

“คนดี” และ “ลักษณะของคนดี” ด้วยค่ะ

 กราบขอบพระคุณพ่อครูเป็นอย่างสูงในความเมตตาค่ะ

พ่อครูว่า… คนดี คือ คนกิเลสลด จนกระทั่งเป็นคนไม่มีกิเลส นี่คือคำตอบที่ถูกที่สุด คุณจะเอาอะไรอื่นมาวัด สู้อันนี้ไม่ได้หรอก คนดีคือคนรู้จักการลดกิเลส และทำให้กิเลสลดจนหมดกิเลส อรหันต์คือคนดีที่สุด 

ลักษณะของคนดีคือยังไง คนดีจะเป็นคนที่มีวรรณะ 9 คนดีจิตวิญญาณจะเป็นพุทธพจน์ 7 คนดี อาตมาสรุปเป็นภาษาง่ายๆว่า จะเป็นคนที่มี อิสระ สบาย สงบ อบอุ่น อิ่มเอม เกษมใส ใจเกื้อกูล และเพิ่มพูนการเสียสละ นี่คือคนดี 

ใครที่จะปฏิบัติตนเองหรือมีชีวิตขึ้นมา ทำตนเองให้เข้าใกล้ความมีอิสระ สำคัญนะความอิสระ บอกง่ายๆว่าที่มันไม่อิสระเพราะถูกอำนาจโลกีย์ อำนาจลาภ ยศ สรรเสริญ โลกียสุข มันเป็นนาย มันบังคับ 

เพราะฉะนั้นคนที่หลุดพ้นจากอำนาจ ลาภ ยศ สรรเสริญ โลกียสุข คือคนอิสระสุดยอด 

เพราะฉะนั้นลักษณะของคนดีก็เป็นคนที่ อย่างพวกเรานี่ เป็นลักษณะของคนดี แล้วคนดีมารวมตัวกันก็เป็นกลุ่มชุมชน เป็นกลุ่มสังคมหมู่ แล้วสังคมหมู่นั้นจะอยู่กันอย่างไร สังคมหมู่นั้นก็จะอยู่กัน

อย่างดูได้เลย อ่านออกจากคนหมู่นั้นจะมีลักษณะของคน อยู่กันอย่างมีกายกรรมเมตตา มีวจีกรรมเมตตา มีมโนกรรมเมตตา มีลาภที่ได้โดยธรรมแล้วก็เอามารวมกัน กินใช้ด้วยกัน เป็นสาธารณะ และเป็นคนที่ปฏิบัติตน ต่างคนต่างมีทิฏฐิเป็นสัมมา สามัญญตา ต่างคนต่างมีศีลสามัญญตา นี่คือสิ่งที่ตรวจสอบได้ว่าเป็นลักษณะของคนดี จนกระทั่งถึงเกิดชุมชนของคนดี 

_ต้อย  น้อมนบ : โค้งสุดท้าย     ท่ามกลางการต่อสู้อย่างเข้มข้นเพราะสงครามครั้งนี้… เราแพ้ไม่ได้จริงๆ… จึงมักได้ยินคำนี้  “ความคิดต่าง”  ซึ่งคนพูดคงหมายให้แต่ละฝ่ายวางใจกัน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขึ้น

พ่อครูว่า… ความคิดต่าง คือ นานาความคิด เป็นสังวาสเดียวกันคือคนไทยร่วมกัน แต่มันมีความคิดต่าง จะให้มันมีความคิดเหมือนกันไม่ได้หรอก เพราะฉะนั้นอันไหนที่มันต่างจนกระทั่งเข้ากันไม่ได้ก็ต่างคนต่างอยู่ อันไหนพอเข้ากันได้ก็มารวมกัน เข้ากันได้ 1% เข้ากันได้ 10% เข้ากันได้ 50% เข้ากันได้ 80% แต่จะหาที่เข้ากันได้ถึง 100 นั้นไม่ได้หรอก สูงสุดได้ 90 ถึง 99 ก็ยอดเยี่ยมแล้วในมนุษยชาติ อย่างพวกเรานี้อยู่กันอย่างดี 99-100 ไม่ถึง 100  90-99 อยู่ในเกณฑ์ที่เป็นไปได้แล้วก็สูงสุดแล้ว 

คนพูดคงหมายให้วางใจกันก็ใช่ ตามหลักพระพุทธเจ้าเรียกว่า นานาสังวาส เมื่อพิจารณาดูแล้วความเห็นของเธอก็อย่างหนึ่ง ความเห็นของเราก็อย่างหนึ่ง ท่านตรัสกับสงฆ์ ท่านตรัสกับหมู่ชนว่า 

เทวทัตนั้นก็เป็นผู้ที่มีความเห็นของเทวทัตก็เป็นอย่างหนึ่ง เป็นของเทวทัต ของเราก็เป็นอย่างหนึ่งของเรา ท่านตรัสอย่างนี้คือความเป็นนานาสังวาส ต่างคนต่างอยู่ก็แล้วกัน ไม่ต้องมาทะเลาะกัน จะว่ากันจะวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างไรอย่างแรงๆได้ ต่อว่าต่อขานคัดค้านอย่างแรง ตำหนิอย่างแรงได้ แต่อย่าฟ้องร้องกัน อย่าทำคดีกัน ปากหอกไม่ว่า อย่าให้เกิดเป็นคดีแล้วจะตีกัน ยิ่งไม่เอา ให้เกิดแค่คดีกัน ขึ้นโรงขึ้นศาลเป็นคดีฟ้องร้องกันก็ไม่ ให้เป็นสิทธิของแต่ละคน 

คุณเห็นอย่างของคุณก็ว่ากันไปจะตำหนิอย่างโน้นก็ว่าไปแรงๆเลยเต็มที่เลยได้ นี่เป็นเรื่องของนานาสังวาสในพระธรรมวินัยของพระพุทธเจ้า 

_ จึงขอร่วมออกความเห็นว่า นี่ไม่ใช่เรื่องความคิดต่างแต่อย่างไร  ถ้าเมืองไทยคือครอบครัวใหญ่ของเรา ลูกทุกคนต้องเคารพรัก มีความสำนึกกตัญญูรู้คุณทดแทนคุณต่อพ่อแม่ อันเป็นหน้าที่สำคัญของคนเป็นลูกที่ดี 

การเลือกตั้งครั้งนี้จึงชี้ชัด “คนดีคนชั่ว” ต่างหาก ถ้าปล่อยให้คนชั่วได้อำนาจปกครองดูแลบ้านเมืองของเราแล้ว.. จะเกิดอะไรขึ้น ขอให้คนไทยทุกคนคิดให้รอบคอบและพากันออกมาสร้างกุศลอันยิ่งใหญ่ครั้งนี้ กันอย่างถล่มทลายเลยนะคะ 

สมณะเดินดิน… คุณคนนี้เขาเห็นว่า คนที่คิดเรื่องไม่กตัญญู อย่างนี้ไม่น่าจะเป็นเรื่องคิดต่าง 

พ่อครูว่า… มันเป็นความคิดต่างที่มันไม่ถูกต้องของเขา ซึ่งเป็นความคิดที่แสดงออกว่า ไม่ต้องเคารพพ่อแม่ ไม่ต้องมีกตัญญูกตเวทีที่เขาพูดไป เขาพูดได้อย่างไรนะ ในจารีตประเพณีหรือวัฒนธรรมของคนไทยมันไม่น่าจะพูดอย่างนี้ ถ้าหากคนอเมริกันพูดอย่างนี้ อาตมาไม่สงสัย วัฒนธรรมของอเมริกันเป็นอย่างนั้น แต่วัฒนธรรมไทย วัฒนธรรมทางเอเชียมันไม่มี หรือแม้แต่อินเดีย แต่ถ้าตะวันตกหรืออเมริกันจ๋า เขาคิดอย่างนี้อาตมาไม่สงสัย 

_สู่แดนธรรม… คุณต้อยเห็นว่า ถ้าไปคิดอย่างนั้น ไม่จัดในพวกคิดต่าง (เสียงฟ้าร้องดังตัดออกด้วย) ความคิดเห็นแบบลูกเนรคุณแบบนั้นไม่ควรเป็นความเห็นต่าง แต่ถ้าเลือกตั้งครั้งนี้มันควรจะชี้ชัดแยกดีแยกชั่วเลย 

พ่อครูว่า… ทำให้ตัวเขาเองรู้ว่าเขาตีตัวเขาเองแตกแยกออกจากสังคมไทย ก็เห็นว่าสิ่งอย่างนี้เป็นวัฒนธรรมอย่างนี้มันเป็นอำนาจนิยม คิดไปโน่นเลยนะ เป็นการเลยเถิดสุดโต่ง จะให้เสมอกันเท่ากันหมดเลยไม่มีอะไรจะต่างกันเลย มันต่างกันไม่ได้อะไรอย่างนี้ ซึ่งมันเป็นความเพ้อฝันที่สุดโต่งเกินไป คิดกันได้ปานนี้เนาะคนเรา ช่างกระไรถึงได้โง่สนิทอย่างนี้ 

ถ้าปล่อยให้คนชั่วดูแลบ้านเมืองก็เกิดความฉิบหายสิ อาตมาว่า Wait and See อีกไม่นาน Coming soon อีก 4 วัน 

_ป้ารัตน์ หนึ่งในธรรม  · กราบนมัสการพ่อท่านด้วยความเคารพอย่างสูง พอเห็นบรรยากาศการเมืองกระแสแรง ประชาชนเขาฉลาดขึ้น มองเห็นว่าพลังเงียบจะมีพลัง สามารถจะพลิกผัน กระแสนี้จะต้องกลุ่มพลังเงียบจากสันติอโศก เพราะเขาเห็นฝีมือมามากแล้ว แม้นักการเมืองหรือลุงตู่ก็รู้ข้อมูลทางเรามากพอ และรับหนังสือปัญญา8 ไว้อ่าน แต่ลูกอ่านใจตัวเองว่า ถ้ากลุ่มคนดีเรา แพ้การเลือกตั้งครั้งนี้ ก็พูดกับตัวเองว่า เอาละแพ้ก็แพ้ จะรอดูว่าบ้านเมืองจะดีขึ้นไหม เราคงได้เห็นในไม่ช้านี้ จะทำใจให้กว้างๆ รอพรรคสัมมาธิปไตยเราเกิดขึ้นในอนาคต การเมืองโลกุตระเกิดขึ้นได้ สาธุค่ะ

พ่อครูว่า… สงสัยจะได้ทันเห็นไหมนะชีวิต ป้ารัตน์ จะเห็นสัมมาธิปไตยมีบทบาททางการเมือง ตั้งขึ้นมาก็ให้ทำไปเรื่อยๆเราไม่ได้กระดี้กระด๊า ไปเรื่อยๆมาเรียงๆนกบินเฉียงไปทั้งหมู่ 

การเมืองโลกุตระนั้นทุกวันนี้มันก็เกิดอยู่แล้ว ชาวอโศกเราทำการเมืองมาแล้ว มีจำนวนเท่าไหร่ก็แล้วแต่ ชาวอโศกหรือผู้ที่เห็นสอดคล้อย เห็นด้วยว่าอย่างอโศกที่เราทำนี้ถูกต้อง เขาก็ร่วมด้วยตามที่เขาสามารถแต่ละคน จะร่วมด้วยอย่างไรแค่ไหน 

ส่วนผู้ที่ไม่เห็นด้วยก็ขัดแย้งก็ด่า มันเป็นธรรมดาธรรมชาติ ไม่ใช่เรื่องสุดวิสัย ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาด มันเป็นเรื่องบอกความจริง ทุกอย่างมันรายงานความจริงของมันออกมาให้เรารู้ เราอ่านจากสิ่งที่เป็นผลสะท้อน มีอาการให้เห็น อาการเหล่านั้นมันบอกความจริงเราทั้งนั้น 

ความเป็นกลางต้องเข้าข้างคนดีคนถูก

_KasemSanthong  เกษม แสนทอง · ถ้าผมจำไม่ผิด

 พ่อท่านเป็นผู้พูดว่า “ความเป็นกลางต้องเข้าข้างคนดีคนนยขยุถูก” เป็นคนแรกครับ

พ่อครูว่า… ก็น่าจะใช่ อาตมาก็ยังไม่เห็นว่าใครจะพูดว่าความเป็นกลางต้องเข้าข้างคนดีคน หรือแม้แต่ในต่างประเทศก็ยังไม่เคยได้ยินได้ฟังคนใดพูด ประโยคนี้ ความเป็นกลางต้องเข้าข้างคนดีคนถูก 

คนดี คนถูก ก็รู้แล้วนะ คือคนที่ต้องเป็นหลัก ทีนี้คนที่จะรู้จักคนดีคนถูกจะต้องมีปัญญา และเป็นปัญญาที่จริงด้วยนะ ถ้าปัญญาไม่ค่อยจริง ปัญญามิจฉาทิฏฐิ ปัญญาเป๋ๆ มันจะไปรู้จักคนดีคนถูกที่จริงได้อย่างไร คนดีคนถูกตัวจริง ยิ่งมันโง่ก็จะไม่รู้จักคนดีคนถูกตัวจริง 

เพราะฉะนั้นคำว่า ความเป็นกลาง จึงยิ่งใหญ่ที่สุด คือคนมีปัญญา ในคำตรัสของพระพุทธเจ้าคือ จงคบบัณฑิต อย่าไปคบคนพาล นี่แหละแปลว่า จงไปเข้าไปอยู่กับคนที่เป็นบัณฑิต อย่าไปอยู่กับคนพาล นี่แหละคือความเป็นกลาง จงไปอยู่กับบัณฑิต อย่าไปอยู่กับคนพาล นี้คือความเป็นกลาง ชัดเจน 

คนที่ยังไปคบคนเป็นมิตรสหายอยู่กับคนพาล ก็คือคนโง่ เพราะฉะนั้นคนเป็นกลางต้องคบหาบัณฑิต ต้องช่วยกันกับบัณฑิต ต้องส่งเสริมบัณฑิต ต้องช่วยกัน ถ้าเราไม่ช่วยคนที่เป็นบัณฑิตหรือคนที่ดี คนที่ถูกต้อง ยิ่งเรามีปัญญาถูกต้องแล้วไม่ช่วยส่งเสริม เราก็ใจดำ 

แม้คุณจะมีปัญญา มีความเฉลียวฉลาด รู้จักสิ่งที่ดี แต่คุณทำเฉย ไม่ทำอะไร หนักแผ่นดิน ที่พูดไปแล้วเคยพูดไปแล้ว มันเป็นคนรกแผ่นดิน หนักแผ่นดิน ตายซะคนพรรค์นี้ นี่กินข้าวหายใจออกอากาศเขาเสียบรรยากาศในโลก ฉะนั้นมีชีวิต มีชีวิตเป็นปลิงเกาะสังคมไป เพื่อที่จะถึงวันตาย ไม่ได้เรื่อง คนไร้สาระ 

เพราะฉะนั้นความเป็นกลางจึงเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ เป็นเรื่องของคนมีปัญญา และเขาต้องเข้าข้างคนดี 

จะเห็นได้ว่ากระแสของเมืองไทยชัดเจนขึ้น เข้าข้างคนดี เด็กๆเล็กๆผู้ใหญ่เห็นด้วย ไม่ต้องไปบังคับ ไม่ได้หมายความว่าคุณจะต้องจบด็อกเตอร์คือคนฉลาด ไม่ใช่ เด็กๆเล็กๆมันก็ฉลาดเป็น นี่เป็นธรรมชาติที่ลึกซึ้ง เป็นคนฉลาดจริง การจะรับว่าเขาเป็นคนดีโดยเขาไม่ต้องมาหาเสียง ไม่ต้องมาปะเหลาะ นี่คือคนของสังคม เป็นคนสาธารณะ ใครก็เห็นใช่ไหม เด็กๆก็เห็นได้นี่แสดงว่า นายกตู่นี่เป็นคนทำงานของบ้านของเมือง เป็นนายก เป็นผู้ใหญ่ของบ้านของเมือง ทำงานจนกระทั่งเข้าตาเด็กๆ ผลงานเข้าตาเด็กๆ นายกไม่ได้ปะเหลาะ เด็กมันจะประสีประสาอย่างไร นายกจะหาเสียงอย่างไร เด็กจะไปรู้เรื่องอะไร 

แต่ความลึกซึ้งเด็กมันมี หนุ่มสาวมี ผู้ใหญ่มี คนแก่มี เพราะฉะนั้นคนที่มีปัญญา รู้ความจริง คนโง่เท่านั้น คนเป็นพาลเท่านั้นที่ไม่รู้ความจริง 

_อุบล คนโก้  · สีม่วงกาเบอร์ผู้สมัครประจำเขต สีเขียวกาเบอร์ 22 ลุงตู่นะจ้ะๆ

_ติ๋ว สงวนเผ่า  · คนเลือกลุงตู่เลือกด้วยที่เห็นลุงตู่ไม่ขายชาติ รักประเทศไทยจริง ช่วยเหลือประชาชนจริง

พ่อครูว่า… พูดถึงตรงนี้แล้ว ถ้าปล่อยให้ทักษิณครองประเทศไปอีกสักปีสองปี คิดว่าคงเอาประเทศไทยไปขายหมดเลยนะ ใช่ไหม จะขายอะไรต่ออะไรขึ้นไปให้จนกระทั่งจะหมดบ้านหมดเมืองประเทศไทยจะชิบหาย เป็นหนี้เขา แกขายจนกระทั่ง โอ้โห ซึ่งลึกซึ้งนะคำว่า ขายชาติ 

_มิ้น ครีม  · สมองเดียวกันก็งี้แหล่ะพูดยังกะตาตู่ไม่สนใจยศลาภพูดเพื่อไรเขากินข้าวกันไม่ได้กินหญ้าต้องมาฟังคำไร้สาระพวกนี้

_น้องเรซซิ่ง ลูกพ่อเพชร  · สึกออกมาลงสมัครดีไหมคับเดียวผมเลือกทั้งครอบครัวเลยคับ

พ่อครูว่า… ไม่คิดจะสึก อาตมาเป็นประชาชน เป็นนักประชาธิปไตย มีสิทธิ์มีเสียงแสดงออกก็แสดงออกของอาตมา คุณจะมาทำเป็นต้านอิสรเสรีภาพของอาตมา คุณอย่ามาละลาบละล้วงอิสรเสรีภาพของอาตมา คุณรู้เสียด้วยว่าคุณเองผิด ไม่มีทางได้สึกออกไปจะให้คุณเลือกหรอก อาตมาไม่ได้คิดจะไปหาอำนาจพวกนี้ ไม่ได้คิดไปเล่นการเมืองอะไรพวกนี้ อย่ามายัดเยียด 

กระจกที่ดีต้องส่งให้เห็นตัวตนของตน

_สมศักดิ์ พุทธวจน  · ว่าจะเอากะกะจกไปถวายนะ

พ่อครูว่า… จะให้เรามองดูตน อาตมาเป็นลูกพระพุทธเจ้า ทุกวันนี้อาตมาเป็นผู้ที่ได้เป็นคนดิบคนดีขึ้นมา เพราะอาตมาดูตน ส่องกระจกดูตนแล้วแก้ไขตัวเอง ปรับปรุงตัวเองมาจนกระทั่งถึงทุกวันนี้ ที่อาตมาเจริญ อาตมาชัดเจนนะ ไม่ได้พูดอย่างเหนียมอายหรือบันยะบันยัง อาตมาพูดความจริง 100% ให้ฟัง 

ทุกวันนี้อาตมาได้ดิบได้ดีเพราะอาตมามีกระจกอย่างดี ส่องดูตัวเอง อันนี้พระพุทธเจ้าท่านสอนเราเลย ท่านบอกว่าเหมือนดูน้ำใสแล้วจะเห็นอะไรอยู่ในน้ำใสนี้หมด เหมือนเราดูตัวเองเราจะเห็น มีหอยมีปูมีปลา มีดิน มีเศษธุลีละออง ก็จัดการทำให้สะอาด อาตมาทำอย่างนั้นมาจึงเป็นคนสะอาดมาถึงทุกวันนี้ เพราะอาตมามีกระจก 

เพราะฉะนั้นอาตมาว่า กระจกของคุณนั้นเป็นกระจกขี้กะโล้โท้กระจกของคุณสู้ของอาตมาไม่ได้ อาตมามีกระจกแล้ว ขอบคุณ ไม่ต้องเอากระจกขี้กะโล้โท้ของคุณมาให้หรอก กระจกของอาตมามีและได้ใช้แล้ว ส่องตัวเองจนกระทั่งเห็นกิเลสตัวเองแล้วก็ได้ล้างกิเลสตัวเองแล้ว จนประกาศออกไปด้วยความจริงว่า อาตมาเป็นอรหันต์ บรรลุธรรมสูงแล้ว คุณสิ ยังงมงายอยู่กับกระจกโค้งๆ กระจกเบี้ยวๆ กระจกขุ่นๆ กระจกมัวๆ กระจกมืดๆอะไรของคุณอยู่ อย่าเอากระจกอย่างนั้นมาให้อาตมาเลยเสียเวลา ขอบคุณ 

บวชเป็นสมณะแล้วไม่กินข้าวแลง

_มะนัส พลราช  · บวชกินเข่าแลงติ

พ่อครูว่า… คุณก็พูดไป อันนี้ไปตำหนิคนที่มาบวชแล้ว แค่ฉันอาหารมื้อเดียว ฉันอาหารตอนเช้าถึงกลางวันถึงเที่ยงประมาณนั้น เลยเที่ยงไปแล้วไม่ฉัน นี่เป็นธรรมะเป็นวินัยแล้วก็เป็นวัฒนธรรมของศาสนาพุทธ เพราะฉะนั้นคุณคนนี้ก็เลยมายัดเยียดมาประชดประชันอาตมาว่ามาบวชกินข้าวเย็นกันหรือ 

ไอ้เรื่องกินข้าวเย็นนี้มันเรื่องเล็กน้อย อาตมานี้อย่าว่าแต่กินข้าวเย็นเลย ทุกวันนี้กินอาหารหรือฉันอาหารแต่ละวัน แสนลำบาก มันจะกินไม่ลง เพราะว่าร่างกายจะไม่รับอาหารแล้ว สังขารขันธ์ของอาตมามันหนัก ทั้งปฏิบัติธรรมมาแล้ว มันก็ไม่ได้มีความอยาก ไม่ได้มีความตะกละตะกลาม ตัณหาในความอยากอะไรๆ อาตมาก็ไม่มีมานานแล้ว แล้วก็ยิ่งสังขารมันไม่ค่อยรับแล้ว มันก็เลยยิ่งหนักที่จะต้องพากเพียรพยายามกินอาหารเข้าไป 

ถ้าไม่กินให้มันก็เหมือนกับเราเองเป็นคนขั้น ICU แล้ว ถ้าเขาไม่ต่อท่อต่ออะไรให้ก็ตายไปนานแล้ว เพราะฉะนั้นอาตมาถึงพยายามให้อาหารตัวเองต่อท่อให้ตัวเอง เป็นคนอยู่ในห้อง ICU แล้วอย่างนั้นแหละ 

เพราะฉะนั้นที่มาประชดประชันอาตมาว่า มาบวชกินข้าวแลงคุณยังไกลห่างมาก ยังไม่รู้ภูมิธรรมของอาตมา และภูมิธรรมที่คุณเอามายัดเยียดให้อาตมานี่ จะว่าเด็กๆก็เป็นอย่างนั้น ที่จริงมันต่ำตม เป็นความคิดที่ยังต่ำตมอยู่อีกเยอะ อาตมาก็ว่าเป็นความคิดเด็กๆของคุณก็แล้วกัน 

เป็นสมณะต้องเดินสู่ความเป็นกลาง คือหมดกามหมดอัตตา

_ธนากร เกตขำ  · เปนพระต้องเดินสายกลาง

พ่อครูว่า… คำว่าทางสายกลาง ที่แปลมาจากคำว่ามัชฌิมาปฏิปทา มัชฌิมาแปลว่าความเป็นกลาง ปฏิปทาแปลว่าข้อปฏิบัติ เพื่อเข้ามาบรรลุความเป็นกลาง และเขาไปแปลเป็นภาษาไทยว่าทางสายกลาง แปลแล้วให้ความหมายที่ผิดไปเลย คนก็เลยไปยึดว่า คำว่ากลางไปยึดที่มัชฌิมาแปลว่ากลาง ข้อปฏิบัติเขาก็เลยไปแปลว่าเป็นทางสาย 

เพราะฉะนั้นเขาได้กลางแล้ว แล้วเขาไปอยู่กับทาง ทางที่มีกลางก็ต้องมีซ้ายขวา คุณได้กลางแล้วเพราะฉะนั้นทางสายกลางคุณก็เดินไปกับทางที่มันมีซ้ายมีขวา ก็แค่ไม่ไปทางซ้ายทางขวา 

และเขาก็เปรียบเหมือนกับพิณ 3 สาย มันมีสายสูง สายต่ำ สายกลาง เพราะฉะนั้น ให้ดีดสายกลางมาเปรียบเทียบ แล้วอธิบายขยายความเป็นทางสายกลาง เดินสายกลางนี้คุณต้องเดินสายกลาง 

คุณก็โง่เง่าเดินสายกลาง ไม่รู้จักขวา ไม่รู้จักซ้าย ไม่รู้จักกาม ไม่รู้จักอัตตา ที่มาจาก อันตา คือฝ่าย 2 ฝ่าย คือกามกับอัตตา คุณก็เดินตามืดตาบอดรรรปิดปิดปิดไปกับ กาม อัตตา ไปตลอดนิรันดร 

คุณไม่มีทางรู้ความจริงว่า กามคืออะไร อัตตาคืออะไร แล้วคุณก็ต้อง ลดเหตุที่มันเกิด กาม ลดอัตตาไป กาม ที่เป็นภายนอกต้องหมดก่อนที่จะเหลือ รูปธรรม อรูปธรรมภายใน ก็ล้างภายในอีก ก็หมดกิเลส อย่างนี้เขาจะไม่รู้เขาจะเรียนรู้ไม่ได้ เขาไม่ได้เรียนกิเลส ไม่ได้เรียนรู้กิเลส กาม อัตตา เข้าเรียนการเดิน เดินไปตามทางที่เขาเข้าใจ และทางที่เดินที่เขาเข้าใจคือเดินตรง ตรงไปในทางที่กูเข้าใจ ว่าเป็นกลาง ก็เป็นอุปาทานเท่านั้นเองของเขา แล้วเขาก็เดินไปอย่างมืดมัวไม่รู้เหตุปัจจัยเลยว่าปฏิบัติอย่างไรจะเป็นจรณะ 15 วิชชา 8 

ที่จริงเขาเดินลืมตาแต่ตาเขาบอด พวกนี้ตาบอดตาใส นานแสนนานกว่าจะรู้สึกตัวว่ากูจะเดินไปอีกกี่ล้านชาติ ทำไมโง่ขนาดนี้จึงจะรู้สึกตัว แล้วจึงจะมาค่อยๆได้ความรู้​ แล้วถึงจะรู้ถึงทางเดินที่ถูกต้อง 

เรื่องความเป็นกลางนี้มันยากมากที่จะเข้าสู่ทาง เรียกว่าทาง อลมริยา กว่าจะเข้าไปสู่ทางสูงสุดได้ ส่วนมากทางสายกลางก็จะบอกว่าเดินเหมือนปากกรวย  เรียกว่า นาลมริยา คือเป็นความรู้ผิดเดินทางผิด เดินทางไปสู่โลกียะอวิชชามันก็เหมือนบานเป็นปากกรวยเรื่อยๆ เป็นนรกใหญ่นรกลึกนรกโตไปเรื่อยๆ

ส่วนผู้เดินทางไป อลมริยา คือเส้นทางเดิน คือข้อปฏิบัติที่ให้เรียนรู้จัก กาม อัตตา และเมื่อรู้จักกิเลส กามอัตตา ทำให้กิเลสกามอัตตาลดไปเรื่อยๆ ก็มีหวังจะไปเข้าสู่จุดกลางที่สุดปลายที่สุด จบปลายสุดกลางที่สุดก็คือจุดศูนย์กลาง 0 นั่นเอง เราเอาคำว่า สูญ มาใช้ หรือ ถ้าจะเอาเป็นรูปธรรมก็คือ ไม่มีอะไร สูญ 

ขยายความอีกคือคุณต้องเรียนรู้ 2 ข้าง ความเป็นกิเลส (พ่อครูไอตัดออกด้วย) 

สมณะเดินดิน… ความเป็นกลางนั้นถ้าคนเรายึดเพียงพยัญชนะ ส่วนใหญ่คนไทยก็จะใช้พยัญชนะเหล่านี้ บอกว่าเดินเข้าสู่ทางสายกลาง จะต้องเดินไปตรงกลางๆไม่ซ้ายไม่ขวา แต่จริงๆแล้วมันคนละเรื่องกับสภาวะ ประเทศไทยความเป็นกลางก็คืออย่าไปซ้ายไปขวา คนก็มักจะพูดกันว่าจะทำตามทางสายกลาง กินเหล้าก็ไม่ต้องกินมาก กินพอดีๆอะไรอย่างนี้เป็นต้น ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับสภาวะที่จะต้องออกจากกาม ออกจากอัตตา ทำให้เห็นว่าศาสนาไม่ไปถึงไหนเพราะได้แค่พยัญชนะตีความตามพยัญชนะแต่ไม่ได้ปฏิบัติให้มีสภาวะ 

พ่อครูว่า… คุณที่แนะนำอาตมาว่าเป็นพระต้องเดินสายกลาง ก็ขอบคุณ อาตมานั้นจบความเป็นสายกลางแล้ว งั้นอาตมา บรรลุธรรม เป็นโพธิสัตว์ ศึกษาธรรมะให้ดีจะได้ปัญญาฟังด้วยดีจะได้ปัญญา อย่าเพ่งโทษอาตมาเลย อาตมาไม่มีโทษมีภัยอะไรแล้ว เพ่งอย่างไรก็ผิด เพราะฉะนั้นพยายามฟังดีๆจะได้ปัญญา สุสูสังลภเตปัญญัง 

ตัวอย่างผลงาน 8 ของรัฐบาลลุงตู่

_ว่าที่ ร.ต. หนุ่มน้อยไทกะเลิง  · จงบอกนโยบายที่ประยุทธ์ทำได้ให้ฟังสัก5ข้อหน่อยพระคุณเจ้า🧐🧐🧐 อยากทราบว่าคนที่ฟังอยู่นั้น คงจะอยากจนต่อไปเรื่อยๆสาธุ สาธุ สาธุ จนต่อไปครับ

พ่อครูว่า… ใช่ ฟังธรรมะพวกเราออกด้วยว่า พวกเรามุ่งมาจน จนสำเร็จ จนอิหลีอีหลอ 

_สู่แดนธรรม… คนนี้น่าจะพูดประชดนะครับ 

พ่อครูว่า… เขาต้องรู้ว่าพวกเราเป็นคนจน แสดงว่าเขารู้ว่าพวกเราอยากจนต่อไปเรื่อยๆ เขายังส่งท้ายว่าจนต่อไป ก็ถูกต้องขอบคุณ คุณอวยพรถูกแล้ว เรามาจนจริงๆก็เลยจนสำเร็จแล้วแล้วก็เป็นสุขดีแล้วในความจน 

เอามา 5 ข้อก็ได้

นายก 8 ปี กับ “ผลงานนายกตู่” ทำอะไรให้ประเทศไปแล้วบ้าง

  1. นโยบายทวงคืนผืนป่า   ทวงคืนผืนป่า เพื่อแก้ไขปัญหานายทุนบุกรุกป่าดำเนินการแล้วกว่า 293 แห่ง รวมพื้นที่ 4.9 ล้านไร่แต่ยังมีการผ่อนผันชาวบ้านผู้ยากไร้-ไร้ที่ทำกิน

  1. แก้ปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ความสำเร็จแก้ปัญหาการทำประมงผิดกฎหมายอย่างยั่งยืนทำให้สหภาพยุโรป ปลดล็อก ใบเหลือง IUU ประมงไทยรวมทั้งแก้ปัญหาการค้ามนุษย์-จัดระเบียบแรงงานต่างด้าว

  1. ปรับภูมิทัศน์ริมคลองหลายสาย  ยกระดับคุณภาพชีวิตคนริมคลอง ที่เคยถูกมองข้าม จัดระเบียบ “คน” กับ “คลอง” ให้อยู่ร่วมกันได้ดียิ่งขึ้นสร้างแลนด์มาร์คใหม่ในกรุงเทพ ส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศ 

  1. การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศ โดยจัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้ง และเตรียมน้ำต้นทุน สำหรับภาคการผลิต ทั้งเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม  โครงการอุโมงค์ยักษ์ผันน้ำแม่แตง-เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล ลงสู่เขื่อนแม่กวงอุดมธารา ซึ่งแก้ปัญหาน้ำภาคการเกษตร และน้ำท่วม ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ และลำพูน 

ผลลัพธ์ที่ได้รับตั้งแต่ปี 2560 จนถึงปัจจุบัน ได้แก่ เพิ่มการกักเก็บน้ำรวม 1,452 ล้าน ลบ.ม. พัฒนาน้ำบาดาลเพื่อการเกษตร 124 ล้าน ลบ.ม. ลดพื้นที่ประสบภัยแล้งลงอย่างต่อเนื่อง จาก 36,944 หมู่บ้าน ในปี 2556 และในปี 2564/65 ไม่มีประกาศภัยแล้ง

  1. บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง สร้างสวัสดิการแก่ผู้มีรายได้น้อยและกลุ่มเปราะบางครอบคลุมประชาชนจำนวนเกือบ 14 ล้านคน ทั่วประเทศ เพื่อให้คนรายได้น้อยและกลุ่มเปราะบางมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น บัตรสวัสดิการ เป็นนโยบายกระตุ้น เศรษฐกิจต่อเนื่อง ช่วยตอบโจทย์คนไทยทุกระดับได้ตรงจุด

  1. โครงการประชารัฐ เพื่อประชาชน รัฐบาลได้ผลักตันโครงการสำหรับประชาชนอย่างต่อเนื่อง โครงการมารดาประชารัฐ เน็ตประชารัฐ เคหะประชารัฐ ฯลฯ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยผลักดันการพัฒนาสู่อนาคต

  1. เพิ่มพื้นที่สีเขียวใจกลางกรุง โครงการจัดสร้างสวนป่าเบญจกิติ ในพื้นที่กว่า 259 ไร่ ใจกลางเมืองหลวง เพื่อเป็นปอดขนาดใหญ่ให้คนกรุงเทพ

  1.  Transport Infrastructure โครงสร้างพื้นฐานคมนาคม เตรียมความพร้อมการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานคมนาคม โดยได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง เกิดการลงทุนจริง ที่มีอัตราการขยายตัวเฉลี่ยของ การลงทุนของภาครัฐ ในช่วงปี 2558 – 2562 ถึง 7.9% ต่อปี ได้แก่

_ ทางถนน : จากปี 2557 มี 4,271 กิโลเมตร และปี 2564 เพิ่มเป็น 11,583 กิโลเมตร

มอเตอร์เวย์ : สร้างเพิ่ม 3 เส้นทางสำคัญ บางปะอิน-โคราช บางใหญ่-กาญจนบุรี และพัทยา-มาบตาพุด

_ทางราง : จากปี 2557 ระยะทาง 4,073 กิโลเมตร ปัจจุบันมีแผนสร้างเพิ่ม ระยะเวลา 20 ปี จะมีระยะทาง 8,900 กิโลเมตร ครอบคลุม 62 จังหวัด เป็นทางคู่-ทางสาม 5,640 กิโลเมตร และสถานีสถานีกลางบางซื่อ เป็นชุมทางรถไฟขนาดใหญ่ ทันสมัยที่สุดในอาเซียน สร้างเพิ่ม 10 สาย ระยะทางรวม 204.9 กิโลเมตร อยู่ระหว่างการพิจารณาอีก 2 สาย

นอกจากนี้ ยังมีรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน และรถไฟความเร็วสูง ไทย-จีน ที่อยู่ระหว่างดำเนินการ

_ทางน้ำ : เพิ่มศักยภาพรองรับปริมาณการขนส่งทางน้ำ จากเดิมปี 2557 ประมาณ 279 ล้านตัน ในปี 2564 เพิ่มเป็น 355 ล้านตัน โดยพัฒนาท่าเรือมาบตาพุด และท่าเรือแหลมฉบัง เปิดเดินเรือเฟอร์รี่พัทยา-หัวหิน ใช้เวลา 2 ชั่วโมง เชื่อมแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ กระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ปีละ 4,000 ล้านบาท

_ทางอากาศ : ปรับปรุงสนามบินทั่วประเทศ เพิ่มศักยภาพการรองรับผู้โดยสาร จากเดิมปี 57 รองรับ 118 ล้านคน ปี 64 เพิ่มเป็น 139 ล้านคน

พ่อครูว่า… คุณต้องการเพียง 5 ข้อ อาตมาเอามาเป็นปึกเลยยังอ่านไม่หมด ทำไมถึงมืดบอดจริงๆประเทศไทย จริงๆคนพวกนี้มีไม่เท่าไหร่หรอกที่หาเรื่อง แต่ก็ดี ดีตรงที่ว่าเป็นเหตุปัจจัยให้เราจะต้องเอาหลักฐานมายืนยัน ถ้าไม่เช่นนั้น มันก็ไม่มีอะไรแสดงออกที่ทำให้ชัดเจน นี่เป็นเรื่องที่คุณทำอย่างนี้ดีแล้วล่ะเราจะได้เอามาแสดงออก ไม่งั้นจะบอกว่าอวดตัวเอง เขาไม่ได้พูดสักหน่อย เขาไม่ได้ถามสักหน่อยไม่ได้ว่าซะหน่อย อวดตัวเอง มันก็ดูไม่ดี แต่ยังใช้ได้ดูดี คุณเองนะบอกให้ฉันบอก 

ความสงบ 2 อย่างในปัญญา 8

เหมือนมาว่าอาตมาอย่างโน้นอย่างนี้ อาตมาก็จะบอกความจริงว่าอาตมาบรรลุธรรม อาตมาเป็นอรหันต์ พ้นอรหันต์ไปแล้วด้วย ซึ่งอาตมาพูดอย่างสบายใจนะ พูดอย่างไม่ได้เคอะเขิน พูดอย่างไม่ได้อวดดี ไม่ได้ขี้โม้ ไม่ได้หยิ่งผยอง พูดตามสัจจะง่ายๆธรรมดาให้ฟัง เพราะอาตมาเป็นอย่างนั้นจริงๆ 

เพราะฉะนั้นใครจะมาเห็นดีเห็นด้วยหรือใครจะมายกย่องชมเชย เห็นว่า อาตมาพูดว่าอาตมาเป็นอรหันต์ คนก็เลยเหรอๆๆ อาตมาไม่ตื่นเต้นหรอก เพราะอาตมารู้ว่าอาตมาพูดอย่างนี้คนจะสงสัยพาซื่อว่าเป็นอรหันต์ด้วยหรือ ด้วยความซื่อนะมีไม่เท่าไหร่ มีแต่จะบอกว่า ปัดโธ่ ไม่เชื่อหรอก ขี้โม้จังเลย โลกนี้ไม่มีหรอกอรหันต์ก็ไปโน่นเลย 

และเขาจะเข้าใจอรหันต์เก๊ว่าเป็นอรหันต์จริง ใน Concept ในความคิดองค์รวมของเขาที่เขาว่า มีภาพอรหันต์ในใจของเขาอยู่แล้ว ว่าอย่างโพธิรักษ์ไม่เข้าข่ายเป็นอรหันต์เลย อรหันต์อะไรวะดิ้นอย่างกับลิง พูดอย่างกับลิง อยู่อย่างนี้ เขาไม่เข้าใจเลยว่า คนที่เป็นอรหันต์นี่ยิ่งเป็นคนที่มี กายปาคุญญตา จิตปาคุญญตา เป็นคนที่ ปราดเปรียว แคล่วคล่องว่องไว ไม่เป็นคนเฉื่อยคนอืดอะไรเลยเป็นคนที่สะอาดสว่างกระจ่าง เร็วไว พร้อม ซึ่งเขาถูกล้างสมองไปทางเข้าใจผิดว่า คนที่เป็นอาริยะเป็นอรหันต์จะต้องเป็นคนเงียบๆสงบๆ แล้วคำว่า สงบ ของเขาคือความเฉยๆไม่เคลื่อนไหว อยู่นิ่งๆ 

ซึ่งมันเข้าใจไม่ได้ เขาไม่มีปัญญาข้อที่ 3 ปัญญาข้อที่ 3 คือรู้จักความสงบ 2 อย่าง ความสงบคำนี้พระพุทธเจ้าท่านใช้ศัพท์บาลี วูปสมะ หมายถึง ความสงบ ท่านใช้คำนี้ 2 อย่าง 

อย่างหนึ่ง สงบอย่างสมถะ อย่างหนึ่ง สงบอย่างปัสสัทธิ 

สมถะ คือ การกดข่มจิต หรือ วิกขัมภนะ ข่มจิต นี่นั่งหลับตาสะกดจิตแล้วก็ข่มหรือทำแค่รู้นิ่งเฉย เป็นสมถะสงบลืมตา กับสะกดจิตไปเลยสมถะหลับตา เขาก็ทำได้ นั่นเป็นแบบหนึ่ง 

ส่วนสงบของพระพุทธเจ้านั้นคือเรียนรู้เหตุที่มันไม่สงบ เหตุที่มันยังเป็นทาส เหตุที่มันยังไม่อิสรเสรีคือกิเลส แล้วเรียนรู้กิเลส ล้างกิเลส กำจัดออกจากกิเลสให้ได้ กำจัดกิเลสออกได้หมด จิตยิ่ง แคล่วคล่องว่องไว กายกรรม วจีกรรม เหมือนโพธิรักษ์ ซึ่งตอนนี้ช้ากว่าสมัยหนุ่มๆแล้วนะ มันอย่างนั้นจริงๆ 

คือคนที่คล่องแคล่วว่องไว คือคนที่มีภูมิปัญญา มีความกระจ่างใส แววไว ปราดเปรียวทุกอย่าง ไม่ใช่เป็นคนหนืด เป็นคนถ่วงอะไรถ่วงไว้และพยายามดึงไว้ ถ่วงตัวเองไว้ ไม่ใช่ มันคนละเรื่องเลย นี่เป็นความคิดองค์รวมของคนที่เข้าใจผิดๆมิจฉาทิฐิ

_สู่แดนธรรม… เขาจะต้องมองว่า ถ้ามีกิริยาเซื่องๆ คืออรหันต์ เซื่องๆ คิดช้าๆพูดช้าๆ สำรวมงามไปหมด

พ่อครูว่า… อาตมารู้ว่าคนเขานึกว่าอย่างนั้นเพราะฉะนั้นตอนแรกๆที่อาตมาออกบวชอาตมาถึงทำช้าๆสุขุม คนชอบมากเลย บอกว่าอย่างนี้ใช่ๆ พอเขาเห็นว่าใช่ๆ แล้วอาตมาก็ต้องค่อยๆใส่โอสถเข้าไปในขุมขนไปเรื่อยๆ แล้วอาตมาก็กลับฟื้นสูงสุดคืนสู่สามัญมาเป็นคนแบบอาตมา ว่า อรหันต์จริงๆต้องแบบอาตมานี้​ปราดเปรียว แคล่วคล่องว่องไว แม้จะเกือบ 90 แล้วนะ อาตมา อายุครบ 88 ปีเต็ม เมื่อ 4 มิถุนายน และเต็ม 89 ใน วันที่ 5 มิถุนายน 2566  ย่างเข้า 90 ปี อาตมา เกิด 5 มิถุนายน 2477 

มันก็ยังแคล่วคล่อง ว่องไว ปราดเปรียว เพราะอาตมาพยายามชะลอายุ ฝืนอายุขัย มันก็ยังเป็นได้ ใช้อิทธิบาทของพระพุทธเจ้า ใช้สัจธรรมของพระพุทธเจ้าช่วยทั้งด้านจิตและทางด้านกาย 

_สว่างแสง ขวัญดาว  · น้อมกราบนมัสการพ่อครูด้วยความเคารพอย่างสูงค่ะ  พ่อครูคะ ลูกได้เห็นพลังชองชาวบุญนิยมออกไปสนับสนุนลุงตู่ เกิดอาการน้ำตาไหล คนดีมีความหวังแล้ว ประเทศชาติมีความหวังแล้ว ทำไมพวกเราไม่ออกไปให้กว่านี้คะ

น้อมกราบนมัสการพ่อครูด้วยความเคารพอย่างสูงค่ะ

พ่อครูว่า…  คุณนั่นแหละคนหนึ่ง 

_จนแท้ บุญคุ้มมาจน  · ฟังรายการปรับทุกข์ ปลุกธรรม ค่ำวันที่ 8 พ.ค. ที่ผ่านมาได้ผัสสะเยอะมากเลยครับ

_ซึ้งซื่อ วิเชียร : กราบนมัสการพ่อท่านด้วยสุดเศียรเกล้าครับ วันนี้ผมขอรายงานสภาวะธรรมที่ปฏิบัติอยู่ทุกวันครับ ๑. ผมปฏิบัติศีล ๘ เป็นอธิศีล  ๒. ระมัดระวัง ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจอยู่  ๓. กินใช้ด้วยการประมาณ ๔. ตื่นตี ๒ ขึ้นมาออกกำลังกายและสวดมนต์ทุกวัน

๕. ผมเชื่อมั่นในตัวพ่อและปฏิบัติตามคำสอน ๖. มีความละอายกลัว ไม่ทำผิด กาย วาจา ใจ ครับ ๗. สะดุ้งกลัวไม่ทำทุจริตในกรรม ๓ ๘. ติดตามฟังธรรมแล้วนำไปปฏิบัติ ๙. พยายามพากเพียรตลอด 

๑๐. พยายามไม่เผลอใจอยู่ ๑๑. รู้ว่าอันไหนเป็นกิเลสก็ไม่ทำครับ 

ก. พิจารณาว่าสิ่งไหนควร ทำหรือไม่ควรทำ ข.มีความภูมิใจพอประมาณ ค.มีสุขก็ไม่ออกนอกหน้า ง.จิตก็สงบจากได้ทำสิ่งเหล่านี้ครับ และผมขอสัมมาทิฏฐิในฌาน ๔ ด้วยครับ กราบนมัสการขอบพระคุณพ่อท่านอย่างสูงยิ่งครับ

_@user-jy6zl8tx7t  • ไหนบอกว่าตนเองว่าเป็นนักประชาธิปไตย แต่พอคนอื่นเห็นต่างก็ร้องเหมือนหมาที่ถูกเหยียบหาง คนชั่วย่อมมองไม่เห็นความดีของคนอื่น เขาเป็นบัวใต้โคลนครับ ก็เหมือนสอนให้พูดครับ แต่ควายยังให้เดินในร่องรอยได้ ดูได้จากการสอนให้ควายลากคันไถชิครับ ควายมันยังเดินไปตามร่องตามลอยที่คนอยู่หางคันไถเขากำหนด แต่คนชั่วคนโง่หรือคนที่มีราคะมีโมหะจริต แม้จะบอกจะสอนจะดึงจะอย่างไร่ก็ไม่มีทางที่จะรู้เรื่องหรือจะเดินให้ถูกร่องถูกลอยได้ ดังนั้นถ้าคนที่บอกไม่สอนไม่ฟังมีโมหะจริตควรไปยังขุมนรกที่หมกไหม้จะดีที่สุดหรือไม่ ส่วนควายที่สอนไม่ได้ สอนอย่างไรก็ไม่เข้าร่องเข้าลอย เขาก็น่าจะนำเอาไปแร้เนื้อเถือหนังหรือไม่เช่นกัน  ถ้าจิตบอดก็น่าจะอยู่ในโลกของตน  ท่านสัมนะกำลังสอนคนจิตบอดครับสอนยังไงก็เหมือนไม้ตีศิลา

พ่อครูว่า… คุณคนนี้เตือนสติอาตมา อย่าไปว่าเลยคนที่ฟังไม่ขึ้นตาบอด ก็ขอบคุณที่ช่วยเตือนสติ 

_ว่าที่ ร.ต. หนุ่มน้อยไทกะเลิง  · จงบอกนโยบายที่ประยุทธ์ทำได้ให้ฟังสัก5ข้อหน่อยพระคุณเจ้า🧐🧐🧐 อยากทราบว่าคนที่ฟังอยู่นั้น คงจะอยากจนต่อไปเรื่อยๆสาธุ สาธุ สาธุ จนต่อไปครับ

คนอยากจนคือคนมีปัญญา

พ่อครูว่า… คนที่มีปัญญา คนอยากจนนี่คือคนมีปัญญา ถ้าคนกลัวจนไม่อยากจน ไม่ต้องการที่จะเป็นคนจน เป็นคนที่ยังไม่มีปัญญา อาตมายกตัวอย่างคนก็ฟังไม่ค่อยเข้าใจ มันชัดเจนแล้วมันง่ายมากเลยนะ 

คืออาตมายกตัวอย่างพระพุทธเจ้าตอนที่เป็นเจ้าชายสิทธัตถะนี้รวย มีบ้านมีเมืองมีทรัพย์สฤงคาร เสร็จแล้วทิ้งหมดเลย ออกมาตัวเปล่า รองเท้าทองที่เคยใส่ก็ถอด เครื่องทรงก็ถอดมานุ่งผ้าย้อมน้ำฝาด มานุ่งผ้าห่อศพ เป็นคนจนสนิทเลย นี่คือคนอยากจนที่แท้แล้วก็จนสำเร็จ แล้วก็มาปฏิบัติตนเป็นคนจนตลอดพระชนม์ชีพพระพุทธเจ้า 45 ปี ก็เป็นคนจนตลอด 

เพราะฉะนั้นความเป็นคนจนจึงคือความเป็นผู้เจริญ ผู้ประเสริฐเป็นคนจนที่มีปัญญา คนที่เป็นคนจนได้สำเร็จ คนนั้นคือคนประเสริฐที่สูงสุดเป็นคนคลาสสิค เป็นคนชั้น 1 เป็นคนชั้นเอกที่มาเป็นคนจนสำเร็จ นี่อาตมาไม่ได้พูดแกล้งยกยอแต่มันเป็นเรื่องสัจจะเป็นเรื่องความจริง 

คนที่ไปรวยคนที่มุ่งรวยแล้วรวยไม่เสร็จ รวยไม่จบ รวยตะกละตะกลามจะรวยไปจนกระทั่งตายแล้ว ยังสะสมความรวยเอาไว้ให้ตระกูลอีก พวกนั้นคือพวกที่โง่ไม่ลืมหูลืมตา ไม่เจริญได้เลย 

และเพราะไม่เข้าใจความจน จึงไปหลงแก้ปัญหาเศรษฐกิจเพื่อจะให้คนรวย จ้างให้ก็แก้ไม่มีวันสำเร็จ โลกทั้งโลกสอนเรียนทางเศรษฐศาสตร์ทางดร.มากี่ใบ จะแก้ปัญหาให้คนรวยทั้งนั้น เพราะใช้ตำราเทวนิยม ใช้ตำราของผู้ที่มีความรู้ในโลกียะเท่านั้น เขาแก้ไม่จบกิจ ไม่สำเร็จ 

ต้องมาแก้ด้วยตำราของพระพุทธเจ้าจึงจะจบกิจ จึงจะเสร็จ จบกิจคำนี้เป็นภาษาของพระพุทธเจ้า กตํ กรณียํ นารํ อิตฺถตฺตายาติ ปชานาติ เป็นเรื่องเสร็จแล้วทุกงานของตนเอง งานแก้ปัญหาความจนจบเพราะเรามาเป็นคนจน แก้ปัญหาความจนสำเร็จเพราะเรารู้ว่าความจนนั้นไม่ใช่ความเลว ไม่ใช่ความเสื่อม ไม่ใช่ความต่ำ ไม่ใช่ความด้อยอะไรเลย เป็นความเจริญ 

พวกเราปฏิบัติตามธรรมะพระพุทธเจ้ามาเป็นคนจน เป็นคนคลาสสิคคือมีวรรณะ เป็นคนมีชั้น เป็นคนชั้นสูง วรรณะคือชั้น ขั้นชั้น เป็นคนจนอยู่ในนั้น อัปปิจฉะ แปลว่ากล้าจน สันตุฏฐิ แปลว่าใจพอซึ่งเขาแปลเบี้ยวบาลีไปผิดๆ 

เป็นคนเลี้ยงง่าย อยู่ง่ายกินง่าย ไปง่ายมาง่ายและเป็นคนพาให้เจริญง่ายๆ สุโปสะ เจริญอย่างจริงเป็นอริยกะด้วยไม่ใช่ มิลักขะไม่ใช่คนเถื่อนคนต่ำ 

ทุกวันนี้มันกลับหัวกลับหางที่คิดว่าเป็นประเทศพัฒนากลับไปสร้างอาวุธได้เก่งมีอำนาจบาตรใหญ่ฆ่าคนได้มีอำนาจครอบงำคนอื่นได้นึกว่าเป็นคนเจริญ ที่จริงแล้วนั่นเป็นคนเถื่อน คนหลงตัวเองอำนาจบาตรใหญ่ ไม่ใช่คนเจริญ มีคนเข้าใจสัจจะพวกนี้ยังยาก เขาก็หลงอยู่อย่างนั้นเป็นโลกียะ ยังไม่เข้าใจถึงสัจจะจริง 

เพราะฉะนั้นคนไทยมาเข้าใจอันนี้แล้วด้วยปัญญา จึงได้พบความเจริญที่แท้จริงเรียกว่า อาริยกะ พ้นจากความเป็นมิลักขชน คนเถื่อน พ้นแล้ว

ชาวอเมริกันนี่คือคนเถื่อนอย่างร้ายแรง คนป่าเถื่อนที่ร้ายแรง อาตมาใช้ศัพท์แรง ใช้ศัพท์ชัด แกไปเที่ยวได้สร้างอาวุธไปเข่นฆ่าไปทำร้ายทำลายอะไรต่ออะไร มุ่งจะละลาบละล้วงเพื่อที่จะยื่นแส่ไปเรื่อย ไม่รู้จักพอไม่รู้จักหยุด ไม่รู้จักสงบเสงี่ยม ไม่รู้จักอะไรเลย ทำตัวเองเป็นจ้าวโลก พูดแล้วก็น่าสงสาร ที่จริงอธิบายลึกๆแล้วน่าขำน่าเกลียดด้วย คือมันไม่เข้าใจเรื่องสัจธรรมโลกุตรธรรมที่ลึกซึ้ง 

เพราะฉะนั้นพวกที่เข้าใจความจนไม่ได้ แล้วก็ไม่มาทำตนให้เป็นคนจนตามตัวอย่างที่พระพุทธเจ้าพาเป็น แล้วก็ได้คนมาเป็นคนจนมาเรื่อยๆจนทุกวันนี้เจริญขึ้นเรื่อยๆ ศาสนาพุทธมีคนเข้าใจ มีคนปฏิบัติมาเรื่อยๆจนกระทั่งถึงขั้นพีค ซึ่งตอนนี้มันก็เสื่อมลงสูงสุดแล้วก็เสื่อมลง เสื่อมลงแล้วอาตมาก็พยายามเอาสัจจะพระพุทธเจ้าฟื้นขึ้นมาใหม่ เพื่อจะให้มีน้ำยาเหลือเชื้อโลกุตระของพระพุทธเจ้าต่อไป ให้ถึง 5,000 ปี นี่มัน 2,500 กว่าปีแล้ว 2566 แล้ว 

เพราะฉะนั้นคนที่จะเข้าใจสัจธรรมของความจริงเป็นสัจธรรมของความจริงแล้วก็มาปฏิบัติมาประพฤติ จนกระทั่งมีชีวิตเป็นคนจนอยู่อย่าง อิสระ สบาย สงบ อบอุ่น อิ่มเอม เกษมใส ใจเกื้อกูล และเพิ่มพูนเสียสละ อาตมาว่าเอาคำที่อาตมาเอามาใช้ขยายคุณลักษณะคุณวิเศษที่คนได้คุณลักษณะที่มีความพิเศษ 7, 8 คำนี้ คือคนที่มีความบริบูรณ์ของชีวิตแล้ว..ว่าไหม  

มันหยุดดิ้นรนแล้วมันสมบูรณ์บริบูรณ์แล้ว มันมีชีวิตอิสระสบาย ชีวิตสงบ ชีวิตอบอุ่น อิ่มเอม ชีวิตเกษมใส ชีวิตที่มีใจเกื้อกูล แล้วใจเป็นอย่างนั้นเป็นใจเกื้อกูลแล้วก็เพิ่มพูนการเสียสละด้วย ใจเราก็พยายามเพิ่มพูนการเสียสละเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งอาตมาเห็นแล้วว่าเป็นเรื่องจริง 

พวกเรามีคนมาเยี่ยมเยือนแล้วก็พักผ่อนอาศัย มาแล้วเราก็เอาผักไปแจก ไปกองแจกผักอะไรเยอะๆเราก็ช่วยกันไปเก็บไปตัดมาเป็นกองแจก วันเสาร์วันอาทิตย์คนมาเยอะๆก็เอาไปกองแจก จนกระทั่งทุกวันนี้คนมารับก็ไม่ตะกละตะกลาม แต่ก่อนนี้ตะกละตะกลามแต่เดี๋ยวนี้เข้าใจ เขาเห็นว่าคุณต้องการเท่าไหร่ก็หยิบไปพอสมควร 

นี่มันเป็นสภาพสะท้อนกลับ แทนที่คนจะว่าเรายิ่งแจกคนจะยิ่งขี้โลภ แต่มันเป็นสภาพเชิงซ้อน มันกลับทำให้เขาละอาย รู้สึกตัวเราไม่ควรจะเอามาก เหมือนอย่างแต่ก่อนที่ตลาดอาริยะเดี๋ยวนี้คนก็เข้าใจมากขึ้น เข้าแถวเข้าคิวค่อยๆแบ่งกัน ซื้อกันไม่ตะกละตะกลามแย่งกัน นี่เป็นการสอนสังคมหรือการปรับมนุษยชาติในสังคมอย่างเป็นองค์รวม 

ชีวิตพวกเราเป็นคนจน แล้วก็เป็นคนจนที่สำเร็จแต่เป็นคนจนที่เพิ่มพูนการเสียสละ เป็นคนจนจอมแจก แต่คนรวยนี้สุดๆเหนียวจัด คนรวยเหนียวจัดกับคนจนจอมแจก เราไม่ได้ใช้คำว่าขี้เหนียวนะ คือเหนียวทรัพย์สิน เราก็เป็นคนจอมแจก 

ชีวิตคนเรา ถ้าเผื่อว่าเราเป็นผู้ที่สามารถเป็นผู้ที่ได้ให้ ชีวิตเราเป็นชีวิตที่จะได้เสียสละ มันสุดเป็นความสุขแล้ว มันสุดยอดแห่งชีวิตแล้ว ชีวิตที่ได้แต่ตะกละตะกลาม เอามาได้มากเท่าไหร่ก็ไม่รู้จักพอ แล้วเขาก็จะตายจากทรัพย์ศฤงคารที่เขามีนั้นไป เขาก็รู้ แต่มันก็จะตะกละ อยู่อย่างนั้นแหละมันไม่รู้ตัวมันไม่เข้าใจว่าไปทำให้จิตของเราเสื่อม จิตของเราต่ำทำไม 

คนจะทำจิตของเราให้สูงๆ มีใจเกื้อกูลเป็นใจที่ทำทาน เป็นใจที่เป็นผู้ให้ เป็นใจที่เป็นผู้เสียสละ การเสียสละการได้ให้ผู้อื่นเป็นคนที่มีประโยชน์ คนที่ไปเอาจากผู้อื่นเป็นคนที่มีโทษเป็นคนที่มีภัย กอบโกยเอาแล้วมาเก็บกักตุน ดีไม่ดีไปออกดอกออกผลทำอะไรเพิ่มให้แก่ตัวเอง เพิ่มวิธีต่างๆนานาหาวิธีซับซ้อนแบบทุนนิยมคิด 

สร้างหุ้น สร้างหวย สร้างวิธีการต่างๆนานาสารพัดเพื่อที่จะกอบโกยตะกละตะกราม เป็นวิธีคิดที่เลวทรามมากเลย ทุนนิยม 

เพราะฉะนั้นถึงบอกว่าสัจจะพวกนี้ อาตมาพูดด้วยสัจจะด้วยความจริงใจ พูดมันแรง ว่าพวกนี้ตำหนิในสิ่งที่เขาผิด มันไม่ดีก็น่าตำหนิพูดไปมันก็แรง แต่ก็รู้ว่าต้องพูดแรงเพื่อที่จะไปกระทบกระแทกให้เขารู้ตัว ให้เขาได้สำนึกบ้างมันก็ต้องพูด เพราะว่ามันเหนียวมันหนา มันแน่น มันไม่ค่อยรู้ตัวไม่ค่อยสำนึก ไม่ค่อยเข้าใจจึงต้องพูด

อย่างนี้ มันแรงอาตมาก็รู้ว่าแรงเพราะว่าพูดเบาๆมันไม่ได้เรื่องหรอกเขาไม่กระเตื้อง ต้องใช้ภาษาแรงแต่ว่าสำเนียงก็ไม่อยากจะให้แรงก็เลยเป็นอย่างนี้ พูดภาษาเบาเป็นสำเนียงเบาแต่ภาษาแรง ก็พูดบอกกันไปให้คนได้ฟังได้เข้าใจสัจจะ 

ไม่ได้โกรธเคืองแต่สงสารด้วยเพราะคุณไม่น่าทำอย่างนั้น คนมาเป็นคนจนทำตัวให้จนด้วยปัญญาอันยิ่งแล้วก็จนได้สำเร็จนี่เป็นคนไม่ใช่เป็นคนน่าสงสาร แต่คนที่เขาจนสำเร็จต่างหากเขาสงสารพวกคุณที่ไปหลงความรวย ไปหลงสะสมกักเก็บ คนที่ปฏิบัติตนมาจน จนกระทั่งถึงขั้นไม่สะสมเลย อปจยะ แต่เป็นคนขยันหมั่นเพียรอยู่ วรรณะขั้นสูงขั้น 9 ขั้น 8 วิริยารัมภะ อปจยะ เป็นคนปรารภความเพียร แล้วก็มีความเสียสละไม่สะสม ทำแล้วก็สละออกๆ

ที่ไม่สะสมได้เพราะมีหมู่กลุ่ม มีส่วนกลาง มีสังคมมีวัฒนธรรม เป็นสังคมสาธารณโภคี เป็นสังคมสาราณียะ สาราณียธรรม 6 เป็นแล้ว มันสมบูรณ์แบบมันก็พูดได้เพราะมีตัวอย่างมีของจริงยืนยันไม่ได้พูดลอยๆ มันไม่ง่ายหรอกแต่ว่าแก้ปัญหาเศรษฐกิจสำเร็จ แก้ปัญหาการเมืองสำเร็จ 

พวกเรานี้การเมืองก็ไม่มีปัญหาในกลุ่มพวกเรา เศรษฐกิจก็ไม่มีปัญหา เรื่องของสังคมจบแล้ว มันจบกิจทุกอย่าง กตํ กรณียํ นารํ อิตฺถตฺตายาติ ปชานาติ 

นี่คือความรู้พุทธศาสตร์ ความรู้ของพระพุทธเจ้า เป็นศาสตร์ของพระพุทธเจ้าที่เทวนิยมหรือศาสนาพระเจ้าไม่มีตำราเรียน ศาสนานอกจากศาสนาพุทธไม่มีตำรานี้เรียน มีตำราในศาสนาพุทธนี้เรียน และมีตำราในศาสนาพุทธเรียนที่เป็นสัมมาทิฏฐิ ที่เรามายืนยันอยู่ว่า ชาวอโศกนี่แหละนำมาฟื้นขึ้นเป็นโลกุตรธรรม ซึ่งมันเสื่อมไปนานแล้วแล้วตอนนี้อาตมาฟื้นมาทำงานมา 50 กว่าปี มีความเป็นจริง มีคนจริง มีสังคมจริง มีพฤติการณ์จริง มีวัฒนธรรมจริง มีคุณวิเศษจริง เป็นอุตริมนุสธรรมจริงๆ เป็นคุณวิเศษของแท้ ยืนยัน 

ที่อาตมาพูดนี้พูดด้วยใจบริสุทธิ์ ใจสะอาดๆ พูดเอาความจริงมาพูดฟังดีๆแล้วจะเข้าใจ 

เพราะฉะนั้นผู้ที่มาจนจึงเป็นผู้ที่สำเร็จ กตํ กรณียํ นารํ อิตฺถตฺตายาติ ปชานาติ จบกิจ ในทุกศาสตร์ในชีวิต 

พระอรหันต์คือผู้จบกิจในชีวิตสบายแล้ว แล้วยังมีสังคมพระอริยะ สังคมพระอรหันต์ สังคมพระโสดาบัน สกิทาคามี อนาคามี อรหันต์ เป็นสมณะ 4 เหล่าก็ยังอยู่กันอย่างสบาย 

คนที่เขายังเป็นพาลชน ยังเป็นคนที่ยังโง่ ยังเป็นคนที่เกเร ยังเป็นคนที่เขาไม่ใช่บัณฑิตอย่างพวกเรา เขาเข้ามาไม่ได้ ซึ่งเราไม่ได้ปิดกั้นเขานะ แต่เขาเข้ามาไม่ได้ เขาจะมาเกเร อาตมาเหมือนจะพูดท้าทายไปแล้ว แต่เคยท้าทายไป ท้าทายจตุพรกับนกเขา ก็เชิญคุณมาป่วนได้เลย ไม่มีปัญหาหรอก ใช้สำนวนเบาๆ

เพราะฉะนั้นคนที่เข้าใจความจนแล้วมาปฏิบัติตนจนสำเร็จผลเหมือนพระพุทธเจ้า ภูมิใจเสียเถิดว่าเราเกิดมาเป็นคนแล้วเราปฏิบัติเหมือนอย่างพระพุทธเจ้าพาเป็นได้ นี่อาตมาไม่ได้แกล้งยอนะ อาตมาพูดความจริง 

ฌานของพุทธที่เป็นอจินไตย

ทีนี้ความเป็นฌาน แบบพระพุทธเจ้าเรียกว่าโลกุตระ เป็นอจินไตย เป็นความเหลือวิสัยที่จะพูดกันได้ง่ายๆ คนไม่เข้าใจหรอกฌานพระพุทธเจ้า ฌานวิสัย พระพุทธเจ้าก็ตรัสว่าเป็นอจินไตย 1 ใน 4 

ฌาน ของพระพุทธเจ้านั้นเป็นจิตที่คล่องแคล่ว จิตที่ทั้ง กายปาคุญญตา จิตปาคุญญตา.   เอาหลักวิชาก่อนฌานของพระพุทธเจ้านั้นเกิดจากการปฏิบัติจรณะ 15 วิชชา 8 ไม่ใช่ฌานไปนั่งหลับตาสะกดจิต อันนั้นมันเป็นของเดียรถีย์ ของพวกฤาษีต่างๆ ซึ่งเป็นเรื่องนอกรีตของศาสนาพุทธมานานแล้วครองโลก ฌานของพระพุทธเจ้านั้นหายากที่เรียกว่าอจินไตย หายากเป็นได้ยาก แต่ผู้มาเรียนรู้อย่างสัมมาทิฏฐิจริงๆปฏิบัติอย่างชาวอโศก จึงมีฌาน 

พวกเรามีฌานทั้งนั้น ลืมตาเป็นฌานหมด ฌานลืมตานั้นเป็นฌานที่มีโพธิปักขิยธรรม 37 เป็นฌานที่มีโพชฌงค์ 7 มรรคมีองค์ 8 เป็นชานที่มีการปฏิบัติมีศีลเป็นหลัก แล้วก็ปฏิบัติสติปัฏฐาน 4 สัมมัปปธาน 4 อิทธิบาท 4 ปฏิบัติแล้วจึงจะเกิดอินทรีย์ 5 เกิดพละ 5 ตามแกนปฏิบัติใหญ่คือโพชฌงค์ 7 และมรรคมีองค์ 8 

นี่คือโลกุตรธรรม 37 ของพระพุทธเจ้า เพราะฉะนั้นฌานถ้าไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ ไม่อยู่ในกระบวนธรรมนี้ไปนั่งหลับตาซึ่งมันออกนอกรีต นอกกระบวนธรรมทั้งหมดเลย ฌานแบบนั้นเป็นของฤาษี นั่งหลับตาปฏิบัติอย่างที่อาตมาพูดแล้วพูดอีกด้วยความสงสาร พวกนั่งหลับตา ลัทธิหลับตา ลัทธิที่ยังงมงาย มันไม่รู้จะทำอย่างไรก็น่าสงสาร พูดไปเท่าไหร่ก็เห็นอย่างนั้นจริงๆ 

เมื่อไหร่จะตื่น เมื่อไหร่จะเข้าใจสักทีว่าพระพุทธเจ้านั้นไม่เคยสอนอย่างนั้นแต่ไปอ่านพระไตรปิฎกผิด ไปอ่านพระไตรปิฎกไม่แตกก็ไปอ่านอานาปานสติอย่างนี้ พระพุทธเจ้าท่านเริ่มออกสอนก็จะเจอคนไปนั่งหลับตา นั่งคู้บัลลังก์ นั่งตั้งกายตรง ดำรงสติคงมั่น 

ตอนแรกไปเจอปัญจวัคคีย์เป็นอย่างนั้น ก็ค่อยๆบอกค่อยช่วยสอนว่าไม่ใช่อย่างนั้น โกณทัญญะก็เป็นคนแรกที่รู้ว่าโลกุตระเป็นอย่างนี้ต้องทำใจแบบนี้ ต้องปฏิบัติแบบนี้หรือซึ่งมันเป็นอจินไตย ต้องปฏิบัติฌาน ต้องปฏิบัติสมาธิ ต้องปฏิบัติ อธิศีล อธิจิต อธิปัญญา อธิมุติ  แล้วก็ถึงจะเป็นฌาน

ฌาน คือวิมุติ วิมุติคือฌาน ฌานเป็นไปเพื่อล้างกิเลสออกไปเรื่อยๆก็คือวิมุติ พลังงานจิตที่คุณมนสิการ คุณทำใจในใจของคุณถูกต้องตามหลักเกณฑ์ของพระพุทธเจ้า แล้วกิเลสหลุดออกจางคลายออกไปเรื่อยๆ นั่นคืออาการของฌาน แล้วคุณต้องมีสติมีสัมโพชฌงค์ ต้องมีสติและมีธัมมวิจัย ลืมตามาวิจัยธรรมอย่างลืมตาสัมผัสตาหูจมูกลิ้นกายใจ รู้จักรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส รู้จักลาภยศสรรเสริญโลกียสุข มันเป็นเหตุแห่งกิเลสทั้งนั้น 

กระทบแล้วมันก็เกิดกิเลสจริง กิเลสที่เกิดในการกระทบสัมผัสเป็นปัจจุบันชาติ เรียกว่ากิเลสจริง ไปหลับตามันไม่มีกิเลสจริง มีแต่กิเลสจำ คุณหลับตาเข้าไปนั้นมันมีแต่สัญญา นึกคิดถึงของเก่าทั้งนั้น มันไม่มีปัจจุบันชาติไม่มีปัจจุบันหลัดๆโต้งๆ เดี๋ยวนี้ทนโท่ กระทบปังกิเลสเกิดในจิตจริง ก็จะรู้ว่านี่คือกิเลสตัวจริง 

คุณไปนั่งหลับตานึกถึงกิเลสมันมีแต่กิเลสจำไม่มีกิเลสจริง มันเป็นโมฆะ เพราะฉะนั้นก็จะได้ทิฏฐิ 62 วนอยู่ในนั้นในกะลาครอบอย่างเดิม หลับตาน่ะ อ่านพระไตรปิฎกใน พรหมชาลสูตรแท้ๆไม่แตก

มันต้องมีผัสสะเป็นปัจจัย มีผัสสะเป็นที่ตั้ง ถ้าไม่งั้นไม่มีเวทนาเป็นกรรมฐานแล้วต้องปฏิบัติที่เวทนา 108 ศาสนาพุทธนั้นเรียนรู้สุขเรียนรู้ทุกข์ แล้วก็ดับเหตุแห่งทุกข์จบกิจ

สมณะเดินดิน… สรุปจบ