661101 ไทยเรามีลีลาธรรมาธรรมะสงครามที่งดงามที่สุดในโลกยุคนี้ พุทธศาสนาตามภูมิ ราชธานีอโศก

         

ดาวโหลดเอกสารที่ https://docs.google.com/document/d/138swRXNwV-haRIOfJZPyiMQ4E4YkQ3cB/edit?usp=sharing&ouid=101958567431106342434&rtpof=true&sd=true 

                                                                                                                                  

ดาวน์โหลดเสียงที่ https://drive.google.com/file/d/1pc4cJJruaI0ueHJl4-W8FIUgknIPPqXz/view?usp=sharing 

และ 

ดูวิดีโอได้ที่ https://fb.watch/o1WCmQ07Ha/ 

และ  https://youtu.be/vWkfSKrGx6s 

มีซับ 

สมณะเดินดิน…วันนี้วันพุธที่ 1 พฤศจิกายน 2566 แรม 3 ค่ำเดือน 11 ปีเถาะ ที่บวรราชธานี ทุกอย่างก็คืบคลานเข้าสู่งานวันมหาปวารณา ไปเรื่อยๆ พรุ่งนี้รายการภาคค่ำจะเป็นรายการพิเศษ จะรวมเพลงเด่นๆ ที่จัดคอนเสิร์ตจะเอามารวมกัน เป็นรายการหนึ่งเลย สำหรับบางคนที่ใครดูบ้างไม่ได้ดูบ้าง ออกรายการพรุ่งนี้ พอถึงวันศุกร์ก็จะเป็นรายการปฐมนิเทศ เป้าหมายของการร่วมงานนี้ทำอย่างไรจึงได้ประโยชน์สูงสุด 

ส่วนเย็นวันเสาร์ พ่อครูจะเริ่มเทศน์ตั้งแต่เย็นวันที่ 4 และจะเทศน์อีกทีคือเย็นวันที่ 7 สิกขมาตุ จะเริ่มประชุมตั้งแต่เช้าวันที่ 3 7.00 – 9.00น. สมณะจะประชุมตั้งแต่ 4:00 น วันที่ 4 ส่วนวันที่ 5 ตอนเย็น จะมีนักร้องมาร่วมรายการเย็น 

กิจกรรมของพวกเราที่ผ่านมา ดูก็มีความลงตัวไปตามลำดับ น้ำท่วมปีนี้เสียต้นกล้วย เสียต้นมะละกอไปไม่ใช่น้อย แต่ก็คุ้มเพราะน้ำท่วมทำให้พวกเราได้เคลียร์ข้าวเคลียร์ของ ทำให้สถานที่ในบ้านราชโล่งไปเยอะเลย รู้สึกว่ากระบวนการแมวบินจะมีคนเรียกร้อง แต่อาจจะเรียกร้องให้ไปจัดการคนอื่น เช่นบอกว่าอย่างนี้น่าจะไปพุทธสถานอื่นบ้าง สมณะที่ท่านดำเนินการก็บอกว่าใครอยากให้ไปช่วยดำเนินการก็บอก ตอนนี้ค่าใช้จ่ายทีวีดาวเทียมก็ไม่ค่อยพอใช้ 

รู้สึกว่าของที่ไม่ได้ใช้เก็บมา 5 ปี 10 ปี 1.ทำให้เสียของ 2. อาคารหรือที่เก็บของก็ใช้ประโยชน์ไม่ได้ จะเอาไปไหนก็ไม่ได้ เพราะเจ้าของไม่อนุญาต แม้แต่สาธารณโภคีก็มีวิญญาณเป็นเจ้าของอยู่นะ ทำให้เสียข้าวของ เสียอาคาร และเสียจิตวิญญาณที่ไปยึดไปหวงแหน 

พ่อครูก็เคยอธิบายเมื่อเร็วๆนี้ว่า ถ้าแค่ โอฬาริกอัตตา ภายนอกเรายังรับไม่ได้แล้วจะไปจัดการกับ มโนมยอัตตา อรูปอัตตา ได้อย่างไร ยกตัวอย่างหลวงตามหาบัวที่หมากพลูบุหรี่ยังละไม่ได้แล้วจะไปละกิเลสละเอียดได้อย่างไรเพราะของหยาบๆยังยึดถือติดอยู่อย่างนี้ นี่ก็เป็นความลงตัวของบ้านราช ที่เราเตรียมตัวเรื่องน้ำท่วม ได้เคลียร์ข้าวของ เคลียร์สถานที่ 

ปีนี้ได้ข้อคิดว่างานฉลอง 30 ปี บ้านราช ไม่ใช่ว่า เมื่อครบวันฉลองก็จะเอาข้าวของมากินกัน หรือฉลองก็ให้กินก๋วยเตี๋ยวกันอย่างนั้น ก็ให้พวกเด็กอนุบาลฉลองกัน แต่พวกสังคมอริยะจะฉลองแบบไหน เราควรฉลองโดยการปฏิบัติบูชา ทำให้สังคมอุดมการณ์มนุษย์วรรณะ 9 ไม่ใช่ความฝัน ไม่ใช่เรื่องพิสูจน์ไม่ได้ทำไม่ได้ ไม่ใช่เรื่องพิสูจน์ไม่ได้ทำไม่ได้ แต่เป็นเรื่องที่ทำได้เป็นเอหิปัสสิโก นี่ก็เป็นความลงตัวอีกอันหนึ่งของน้ำท่วมก็เป็นสิ่งที่ดีมากๆ 

ตอนนี้น้ำท่วมก็ไม่มาก น้ำมาวัดระดับน้ำให้รู้ว่าตรงไหนที่สูงที่ต่ำ ตรงไหนควรทำให้สูงขึ้น ท่านถักบุญก็คำนวณไว้หมดแล้วว่า ตรงไหนควรจะถมที่ให้เกิดความปลอดภัย ทำให้เราจัดการอะไรต่างๆให้ลงตัว 

งานเจ พวกเราไปช่วยกันรู้สึกว่ามีไฟมากบุญญาวุธหมายเลข 1 พวกเราก็ไปกันเต็มที่ ผลพวงของงานเจ สิกขมาตุไป มีคนบอกว่ารถยนต์ของเราที่เป็นรถ 6 ล้อมันไม่ปลอดภัยใช้ไม่ได้แล้ว เช่น รถเจทุ่ง ที่ได้มาจากการขายอาหารเจทุ่งศรีเมืองเมื่อ 20 ปีก่อน มันก็ขับไปเสียไป  เราน่าจะได้มีรถคันใหม่ บางคนบอกว่าน่าจะซื้อ 2 คันมาตามเทวดาจัดสรรให้เลย เพราะคนชื่อลุงสรรค์ไปหาซื้อมาเอง ลุงสรรค์เป็นมือเก๋า ที่สามารถคัดสรรรถมาได้เป็นอย่างดี งานเจ ก็ถือว่าได้รถแม้จะไม่ใหม่ป้ายแดงทีเดียว แต่ก็ได้รถที่ดีคุณภาพปลอดภัยมาไม่แพ้มือ1 เป็นทั้งรถ 6 ล้อโดยสารด้วย และรถบรรทุกของด้วย ในช่วงงานคอนเสิร์ตเราก็ต้องขนข้าวขนคน ขนข้าวของไปร่วมที่กรุงเทพฯเหมือนกัน 

คอนเสิร์ตที่ว่าจะจัดวันที่ 9 มิถุนายน 2567 เลขสวย แต่เอาเข้าจริงๆทางศูนย์วัฒนธรรมแจ้งว่าเขามีความจำเป็นต้องขอเลื่อนเราเป็นวันที่ 2 มิถุนายน 2567 แทน พอรู้ว่าเป็นวันที่ 2 พวกเราก็โล่งอกไปเลย เพราะถ้าไปตรงวันที่ 9 เราก็จะจัดได้ยากเพราะมันตรงกับงานอโศกรำลึก ที่จัดถึงวันที่ 10 มิถุนายน ก็คงจะยุ่งวุ่นวาย แต่ถ้าจัดวันที่ 2 ก็จะไม่เกี่ยวกับงาน 

สรุปว่ามนุษย์คิดจะไม่ลงตัว พระเจ้ากำหนดมาทุกอย่างลงตัวหมด พระเจ้ากำหนดมาดีที่สุดแล้ว  มนุษย์อย่าไปคิดอะไรกันมากเลย ดูลำดับเหตุการณ์เรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นในชุมชนของเรา คิดว่าเป็นเรื่องราวที่ทำให้เกิดความลงตัวมากเลยในปีนี้ แต่จะลงตัวที่สุดก็คือทำใจให้ลงตัวให้ได้ ที่จะได้ฟังธรรมของพ่อครูต่อไป ขออาราธนาพ่อครูครับ 

พ่อครูว่า… คนบางคนที่ฟังธรรมที่พวกเรากำลังพูด ไม่ว่าจะเอาเรื่องของเพลง แหม เอาเรื่องเพลงมาใช้กับธรรมะ เขาก็คงจะคิดว่าอะไรเอาเพลงมาเกี่ยวอะไรกับธรรมะ มาร้องมารำ เอาทำนอง เอาเพลง เอาอะไรมาเกี่ยวกับธรรมะ มันจะได้เรื่องอะไร อันนี้ก็อยากจะขอขยายความให้ฟังว่า คนเรานี่ สิ่งที่อนุโลมหรือว่าสิ่งที่ใช้ยืดหยุ่นบ้าง ประกอบไปกับสิ่งที่เราจะนำพาให้มนุษย์ เอามาทำงาน เอามาใช้ประโยชน์ มันต้องมีอนุโลม ปฏิโลม มันต้องมีการยินยอมให้มันมีโลกบ้าง โลกุตระจริงๆก็ตาม แต่ก็ต้องมีอาศัย ของความเป็นโลกร่วมกันช่วยกันไป 

การร้องของศาสนาทุกศาสนา ร้องอย่างอิสลามนี่ร้องจริงๆ เรียกว่าให้รางวัลสำหรับผู้ที่จะครวญร้อง ในคัมภีร์เลย คัมภีร์อัลกุรอานเลย ใครจะไปร้องครวญใส่เสียงใส่ทำนองอ่านได้ เขาก็จะมีหลักเกณฑ์การอ่าน ใช้สำเนียงทำนอง ยิ่งกว่านักร้อง คัดกันยิ่งกว่านักร้อง ถือว่าเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ 

คริสต์ก็ใช่เล่น ก็ร้องเพลงกันในโบสถ์ตลอด ทุกศาสนา พูดไปแล้วทุกศาสนา มีแต่ศาสนาพุทธเท่านั้นที่เคร่งสุด ที่อาตมาเคยพูดว่าในธรรมวินัยพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าท่านไม่ได้ให้ร้องเพลงเลย ในวินัยข้อที่ 20 ท่านบอกว่า ไม่ให้เปล่งออกมาผิด โดยไม่ให้ผิดแม้สระกับพยัญชนะ หรือ ภัญญะ (คือคำ) สระ ภัญญะ รวมกันก็เป็นคำว่า สรภัญญะ ทีนี้ผู้รู้ในอดีตไปตีความว่า สรภัญญะเป็นคำอนุญาตของพระพุทธเจ้าว่าให้ใส่ทำนอง ทั้งๆที่มีอีกคู่กันขยายความว่า เราห้าม อย่าลากเสียงยาว แค่ลากเสียงยาว ผิดจาก รัสสะหรือทีฆะ ก็ผิดแล้วและอย่าใส่ทำนอง นี่ชัดเจนนะท่านมีอันนี้ด้วย 

ว่า 1. อย่าลากเสียงอันยาว นา….โม….​อะไรอย่างนี้ไม่ได้ นะก็นะสิ ไม่ใช่ นา โมก็ยาวแต่ไม่ใช่ยาวเสียยืดยาดเลย อย่างนี้เป็นต้น 

สรุปแล้วก็คือท่านให้ใช้ สระตรงสระ สระสั้นก็ออกเสียงสั้น สระ ทีฆะสระก็ออกเสียงยาวให้พอเหมาะ 1. ให้ตรงเสียงสั้น ยาว อย่าลาก อย่าลากให้ยาว สั้นก็ลากให้ยาว ยาวก็ให้ยาวยิ่งขึ้นไม่ได้ อย่าลาก.. ให้พอเหมาะ 

  1. อย่าใส่ทำนอง ก็ชัดแล้ว แล้วมาพูดอีกว่าท่านอนญาตให้ใช้สรภัญญะคือใส่ทำนองหน่อยหนึ่งได้ ไปแปลว่าสรภัญญะคือใส่ทำนอง ที่จริงแล้วควรแปลว่า อย่าใส่ทำนอง นี่แหละพวกที่ดิ้น มันมีรสมีชาติมันอยากจะทำ ที่จริงมันผิดแล้วก็เลยมากลบเกลื่อนของตัวเอง 

พวกเราก็สวดมนต์คำพยัญชนะบาลีเหมือนกับเขา แต่เราก็ไม่ได้เอาธรรมบทมาสวดด้วย มาสวดพร้อมกันเป็นหมู่นั่นก็อาบัติ อาตมาก็พูดก็วิจัยไปแล้ว แต่เขาจะทำอยู่ก็เรื่องของเขา เขาไม่รู้ว่ามันอาบัติ ก็เป็นอาบัติของเขาไป เพราะเขาเองเขาไม่เชื่อ ไม่เข้าใจ แต่เราเองเราไม่ทำ ก็ไม่เห็นเสียหายอะไร เราไม่ทำอย่างที่เขาทำ ไม่ทำอย่างที่มันผิด มันจะเสียอะไร มันก็ยิ่งดีด้วย อย่างนี้เป็นต้น 

ในพระวินัยข้อ 20 บอกว่า ห้ามใส่เสียง ใส่ทำนอง ห้ามลากเสียงยาว 

ธรรมวินัยข้อ 21 บอกว่าเราอนุญาตสรภัญญะ ก็หมายความว่าเราอนุญาตให้ใช้เสียงตามสระ ให้กล่าวคำตาม คำว่า ภัญญะคือคำกล่าว ก็เข้าใจไม่ได้ ท่านตรัสสั้น ก็เลยตีความในข้อ 20 อย่างนั้น ข้อ 21 ตีความไม่เป็น ทั้งๆที่ท่านสำทับลงไปอีกว่า เราอนุญาตสระภัญญะ ก็เลยเป็นอย่างที่มันเป็น 

ที่จริงความเสื่อมของศาสนาพุทธไม่ใช่เล็กน้อยแค่นี้ มันเสื่อมมามาก มากจนกระทั่ง ไอ้ข้อที่มากที่สุดก็คือ นั่งหลับตา ที่ผิด อปัณณกปฏิปทา 3 มันผิดไปเลย ทั้งๆที่ อปัณณกปฏิปทา มันแปลว่าข้อที่ปฏิบัติที่ไม่ผิดจากศาสนาพุทธ สังวรศีล สำรวมอินทรีย์ โภชเนมัตตัญญุตา ชาคริยานุโยคะ 

คุณจะนอนหลับกินข้าวได้ไหม มันขัดแย้งกันไปหมดทั้ง 3 คำแล้วก็ไปนอนหลับปฏิบัติ ก็ต้องให้ปฏิบัติในขณะกินข้าว ไม่ใช่ให้ไปปฎิบัติขณะนอนหลับ อย่างนี้เป็นต้น  ซึ่งมันเสื่อมมาก อาตมาพูดมาตั้ง 53 ปีแล้วในเรื่องนี้ เรื่องพระป่า พระหลับตาไม่ใช่อาตมาไม่หลับตา อาตมาลิงลมอมเข้าพองอยู่เหมือนกัน นึกว่าปฏิบัติธรรมจะต้องหลับตาก็ไปหลับตา หลับตามาตั้ง 8 ปี หลับตามา ก็ทำได้เหมือนอย่างที่เขาทำกันมา 

เพราะอาตมาเป็นโพธิสัตว์ผ่านสิ่งเหล่านี้มา มี talent มีพรสวรรค์ในเรื่องเหล่านี้มาครบครันแล้ว จะทำอย่างนั้นก็มีพรสวรรค์ทั้งนั้นอยู่ ไม่ใช่ไม่มี พรสวรรค์อย่างเดียรถีย์ ชาวเทวนิยมเขาทำ อาตมาก็มี ก็เคยทำ ผ่านมาแล้วทั้งนั้น จนกระทั่งมันเต็มที่แล้ว ไม่ใช่ว่าไม่เป็น เหมือนหมาเห็นองุ่นเปรี้ยว ไม่ได้ไปเคยลิ้มลองกับเขาเลยไม่เคยแตะว่ารสแบบนั้นว่าเขาเป็นยังไง ไม่ใช่ อาตมาผ่านมาหมด เป็นมาหมด ทำได้มาหมดแล้ว 

เพราะฉะนั้นความเสื่อมในยุคนี้ มันเสื่อมมากจนกระทั่งพูดยืนยันหลักฐานอ้างอิงพิสูจน์กันให้เห็นจริงเห็นจังกันเลยเลยจนป่านนี้ ยังไม่ค่อยกระเตื้องเท่าไหร่ 50 กว่าปี ได้ผู้ที่เห็นดีเห็นงาม แล้วก็มาปฏิบัติ มาประพฤติตามได้ ก็เท่านี้ อาตมาก็พอใจอยู่นะที่จริง แต่ว่ามันเหลือใจเท่านั้นเอง ภาษาอีสาน จะขยายความว่าอย่างไรคำว่าเหลือใจ มันอัดอั้นใจ มันเหลือใจโพด มันน่าจะได้มากกว่านี้ แต่เอาเถอะจะไปอยากได้มากเกินไปก็เลยอัดอั้นใจ 

_สู่แดนธรรม… อัดอั้นใจยังไม่พอ ยังมีการตัดพ้อกับตัวเองอีกว่าทำไมเราไม่ได้อย่างนั้น 

พ่อครูว่า… ก็วาสนาน้อย 

มีกวีเขียนมาอีก อโศก สัมปวังโก มาตั้ง 2 กวี

ทางเสื่อมของนักบวช 4 

หนึ่งหอบ บริขาร จากวิหาร สู่พนา

หากิน ตามประสา เยี่ยงพรานป่า ผองชีไพร

ต่อมา ถือจอบเสียม ช่างบ่เจียม สารูปไซร้

พืชผล ที่หล่นใกล้ นั้นอาศัย เลี้ยงชีวี

แล้วจึง สร้างเรือนไฟ เพื่อจักใช้ ทำพิธี

ตามอย่าง เดียรถีย์ ใช้อัคคี เผากำยาน

สุดท้าย สร้างจานบิน ด้วยทรัพย์สิน มหาศาล

หวังได้ บริวาร คุ้มกันการ ผิดวินัย

พุทธ-พยากรณ์ ตรัสไว้ตอน สร้างศาสน์ไซร้

ความเสื่อม ปรากฏให้ เห็นแล้วใน ยุคนี้แล 

อโศก สัมปวังโก 

ภิกษุอยู่ป่า 5

โง่เขลา หลงงมงาย ยังบ่ได้ มีปัญญา

เข้าใจ ว่ามรรคา คือดงป่า ปลอดผองชน

ปรารถนา สุดลามก เพราะยอยก เหล่านิครณห์

หวังว่า จักหลุดพ้น เพราะปลีกตน จากสังคม

อีกวิ-กลจริต ด้วยแรงวิต-ถารนิยม

ฟุ้งซ่าน ในอารมณ์ เพราะชื่นชม ฌานโลกีย์

เข้าใจ ว่าสัตถา สอนอยู่ป่า เป็นวิถี

จึงคิด ว่าโยคี ฌานวสี ล้ำเลิศนา

ฝ่ายผู้ รู้เห็นโทษ พร้อมประโยชน์ การอยู่ป่า 

เพียงเพื่อ พิสูจน์ว่า พงพนา นั้นพาวน

        จึงออก จากธานี              ใช้ชีวี ในไพรสณฑ์

เมื่อรู้ แจ้งในผล กลับเป็นคน ชาวนคร

อโศก สัมปวังโก 

พ่อครูว่า… สัตถา คือ คำสอน ของ พระพุทธเจ้า อาตมาก็เคยไปอยู่ป่า ห่างจากสิ่งสนุกสนานในเมือง เราจะมีการโหยหามั้ย เราจะมีการอาลัยอาวรณ์ในกามก็ดี ในวัตถุก็ดี โลกียะ รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสทั้งหลายก็ดี เราจะโหยหามั้ย เราต้องอ่านจิตของเรา ใครสงสัยก็อยู่นานๆดู ถ้าไม่สงสัยก็อยู่ไม่นาน ชัดเจนแล้ว 1 เดือน 2 เดือนก็เหลือแหล่ที่จะรู้ว่าโหยหาหรือไม่โหยหา มันจะรู้ในน้ำหนักด้วยน้ำหนักของจิต มันจะชัดเจน ก็เป็นการพิสูจน์ไปอยู่ป่าก็พิสูจน์ได้ เพื่อทดสอบ 

จริงๆแล้วก็มาเป็นชาวนคร ศาสนาพุทธไม่ใช่ศาสนาคนป่าแต่เป็นศาสนาคนเมือง..ขอยืนยัน เป็นศาสนาของสังคมอาริยะ ไม่ใช่ศาสนาของสังคมคนป่าคนเถื่อน ไม่ได้สอนผู้คนในป่า แต่สอนผู้คนในเมือง 

แค่นี้ก็เป็นเรื่องไม่ง่าย เท่าที่เขาจะเข้าใจ ผู้ที่เข้าใจ ที่จริงมันไม่ยากเลย แต่ผู้เข้าใจไม่ได้ง่ายก็คือเขาไม่ค่อยมีภูมิธรรมไม่ค่อยฉลาด ชัดๆก็คือโง่หนักอยู่ เข้าใจความง่ายๆไม่ได้ มันก็โง่หนัก ไม่ใช่เรื่องยาก เรื่องตื้นๆอย่างนี้ เป็นต้น นี่มันแสดงถึงความเสื่อมจริงๆของศาสนาพุทธทุกวันนี้ พูดมาสอนมา 

อาตมาทำงานมาจนกระทั่ง 50 กว่าปี คิดดูสิ เปิดเผยทั้งเขียนทั้งเทศน์ทั้งพูด ทั้งอะไรอะไรต่างๆนานา ขนาดนี้นะ อาตมาเขียนธรรมะร้อยกว่าเรื่อง พิมพ์มาแล้วตั้งหลายล้านเล่ม ออกไปกระจายออกไป ยังได้ผลแค่นี้ ได้ผลแค่นี้ ซึ่งมันแสดงว่าเขารับไม่ไหว เขารับไม่ได้ มันบอกฐานะความจริงของสังคม ต้องกอบกู้กันอีก  แม้อาตมาตายไปแล้ว พวกเราก็ต้องช่วยกันกอบกู้ ช่วยกันสืบสาน ซึ่งมันเป็นจริงที่มันเสื่อมหนัก 

อาตมาเคยพูดแล้วก็ยังรู้สึกตัวเองอยู่แล้ว ก็ได้บอกตัวเองว่า อาตมาจำเป็น จำนน จำยอม จำต้อง จำใจที่จะต้องบอกทุกสิ่งทุกอย่าง ยืนยันตัวเองตามที่ได้เขียนไว้ พูดเทศน์ไปบ้างแล้ว เขียนอยู่ในหนังสือเรื่อง “เกิดมาชาตินี้” ไว้ค่อยพิมพ์ออกมาอ่าน งานอโศกรำลึก หรืองานวันเกิดของอาตมาครบรอบปี 2567 นี้ ก็จะได้เห็น จะได้อ่าน จะรู้สึกอย่างไรก็ค่อยว่ากัน เพราะอาตมาพูดอย่างจงใจเจตนาที่จะเขียนอย่างนี้ พูดอย่างนี้ จะรู้สึกกันยังไงก็เขียนอย่างที่เขียนมาเขียนมาหมด อันนี้เขียนมาอย่างชนิดที่เรียกว่าเน้นหนักเลยพูดตรง ผ่า พูดอย่างขวานผ่าซาก พูดอย่างหนึ่งเดียวเลย ไม่ต้องมีวอแวอะไรเลย ไม่มีเอนเอียง ไม่มีอนุโลมอะไร 

SMS วันที่ 30-31 ตุลาคม 2566

_เจนบุญ ใยมะเดื่อ . หลายท่านก็ถอดใจที่จะไม่ยุ่งการเมือง ถ้าเราท้อแท้ประเทศชาติจะอยู่กันอย่างไร คนดีต้องอย่าท้อแท้

พ่อครูว่า… อาตมาก็อยากจะร่วมวิจัยอันนี้บ้าง ถ้าหลายท่านก็ถอดใจจะไม่ยุ่งการเมือง อันนี้เป็นความคิดที่จะเรียกว่าโง่ก็โง่ดักดาน เป็นคนอยู่ในสังคม เป็นคนที่ถอดใจไม่ยุ่งกับการเมือง ก็หมายความว่าไม่สู้ ไม่เอาด้วยแล้ว ถอยแล้ว ปล่อยให้เขาเถอะ  ปู้ยี้ปู้ยำไปอย่างไร ก็ไม่เอาแล้ว 

มันไม่ได้หมายความว่าไม่ยุ่งแล้วกับการเมือง เพราะการเมืองมันดี เพราะการเมืองมันเจริญมันพัฒนา ไม่ใช่อย่างนี้ใช่ไหม ที่พูดนี้ สำเนียงส่อภาษากิริยาส่อสกุล มันไม่ได้หมายความอย่างนี้ แต่มันหมายความว่าไม่เอาแล้วถ้าหลายคนถอดใจ คำว่าถอดใจหมายความถึงจิตลึกๆเลยว่า โอ้ยินดีด้วยแล้ว นั้นไม่ใช่ถอดใจ แต่นี่ถอดใจคือ ไม่อย่างนั้น แต่เป็นคนขี้แพ้ เป็นคนไม่สู้แล้ว เป็นคนหมดน้ำยา หมดเรี่ยวแรง 

ถ้าคนถอดใจจะไม่ยุ่งการเมือง ถ้าเราท้อแท้ประเทศชาติจะอยู่กันอย่างไร แล้วคุณเจนบุญบอกว่า คนดีต้องอย่าท้อแท้ สำทับด้วยคำว่า คนดีต้องอย่าท้อแท้ ถูกต้อง อย่าท้อแท้ จริงๆแล้วคนดีท้อแท้ไม่ได้หรอก คนดีไม่ท้อแท้หรอก คนท้อแท้คือคนอ่อนแอ คนไม่ดี คนไม่สู้ คนไม่มีน้ำยา ไม่มีท่าอะไร 

แต่ถ้าเป็นคนดี เป็นคนมีน้ำยา คนมีความสามารถ อย่าว่าแต่มีความสามารถเลย แม้ไม่มีความสามารถแต่ใจมันสู้ ใจมันไม่ถดถอย ใจมันไม่ถอด ใจมันสู้ ขนาดไม่ค่อยมีฝีมือไม่ค่อยมีน้ำยาความสามารถมากยังเอาเลย ใช่ไหมคนน่ะ ตายเป็นตาย แล้วคนเหล่านี้ก็ตายเพื่อสิ่งที่ควรจะต้องช่วยเหลือ สิ่งที่ต้องทุ่มเทร่วมด้วยเยอะไปคนพวกนี้อย่างนี้ นี่คือ 

ขณะนี้ที่จริงประเทศชาติต้องการความร่วมมือ Insert มาบอกว่าพันธมิตรต้องจ่าย 522 ล้าน จบแล้ว ฎีกาคดีปิดสนามบินไม่ได้ 

อันนี้อาตมาก็ยังงงๆประเทศไทย ทางด้านฝ่ายขบวนการยุติธรรม อาตมาก็ยังงงๆ ยังไง อิทธิพลของรัฐบาล เอาล่ะเราเข้าใจอิทธิพลของรัฐบาลมีอยู่ เพราะเป็นรัฐบาลของทักษิณ แล้วจะมาเอาอิทธิพลนั้น เพราะฉะนั้นสถาบันยุติธรรม จะอยู่ภายใต้อิทธิพลของทักษิณเชียวหรือ 

จริงๆแล้วไม่ใช่ว่ากระบวนการยุติธรรม จะพาซื่อเอาแต่กฎหมาย ภาษากฎหมาย ซึ่งมันเขียนกันไปเขียนกันมา เขียนเพื่อของตัวเอง เขียนเพื่อพรรคพวก อย่างนี้เป็นต้น เสร็จแล้วก็พาซื่อ เอาตัวหนังสือเป็นหลัก ไม่เอาจิตวิญญาณหรือองค์ประกอบปรากฏการณ์จริงของมนุษย์ชาติ ในขณะนั้นในบริบทนั้น มาเป็นตัววินิจฉัยหลักยิ่งกว่ากฎหมาย มันก็เลยไม่ตรงกับความเป็นจริงที่ควรเป็นไป กฎหมายที่มันออกมาอย่างนั้น อย่างนี้ก็เพื่อตัวเขา มันก็ใช่ แต่อันนี้มันไม่ใช่ กาละเปลี่ยนไป มันเปลี่ยนไป กาละ เทศะ ฐานะ มันไม่ได้เหมือนเก่า มันไม่ได้เป็นองค์ประกอบเก่า บริบทเก่า มันเปลี่ยนไปแล้ว แต่รายละเอียดพวกนี้อย่างว่าไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเข้าใจ แม้จะเป็นผู้พิพากษา เป็นผู้ที่เรียนรู้ทางด้านในเรื่องรายละเอียดของแบบผู้พิพากษาหรือการควบคุมกฎเกณฑ์ของประเทศ เป็นสถาบันที่เคารพนับถือกันอย่างสูงส่ง ไม่ใช่ ทุกประเทศ เคารพนับถือกันอย่างสูงส่ง 

เอาเถอะ อย่างไรอาตมาก็ว่าเขาจะทำอย่างนั้น เขาจะมายึดทรัพย์จะทำให้ล้มละลาย ก็เอาจากพวกที่อยู่ในข่าย 11 คน ก็ริบไป จะได้ครบ 522 ล้าน อาตมาว่ามันจะถึงหรือ ไม่ไปขอแบ่งมาจากเศรษฐาบ้าง ขนหน้าแข้งเขาคงไม่กี่เส้นหรอก 522 ล้านแค่นั้น 

_สู่แดนธรรม… พ่อครูเคยให้กำลังใจพวกเราบอกว่า สังคมเลวเพราะคนดีท้อแท้ 

พ่อครูว่า… ก็เคยพูดสังคมเลวเพราะคนดีท้อแท้ เอาเถอะเหตุการณ์ของบ้านเมือง มันเป็นการบ่งบอกถึงสภาพจริง ของทั้งความเป็นไป ทั้งความรู้ ความเข้าใจ ของผู้คนที่มีหน้าที่ นอกจากมีหน้าที่แล้ว ยังมีอิทธิพล อยู่ในสังคม มันก็เป็นไป 

อาตมายังไม่เชื่อว่าเมืองไทย ประเทศไทยจะไปสู่จุดที่เสื่อมทรามอะไร อาตมายังไม่เชื่อ ก็ดูไปก่อน จริงๆแล้วอาตมาว่าแม้ที่สุดพูดอย่างถึงๆของอาตมาเลยนะว่า เอาเลย มีเท่าไหร่ให้ไปหมดเลย 5-6 คนน่ะ ไม่ใช่ 51 คน 522 บาท ขออภัย 522 ล้าน เอาให้ไปเลย เดือดร้อนเหลือเกินรัฐบาล ช่วยเหลือรัฐบาล ให้รัฐบาลไปเลย มีนะถ้ามีให้ไป ไม่มีก็ล้มละลายกัน ก็สุดท้ายของที่สุดก็ล้มละลาย ก็เป็นผู้ล้มละลาย ก็ล้มละลายไปสิ มาอยู่กับชาวอโศก มาอยู่บ้านราชนี่ มา นั่นแหละเหลือกี่คน มี สนธิ คุณจำลอง คุณพิภพ คุณสมศักดิ์ ดูเหมือนจะมีสุริยะใสด้วย 11 คน มาเลย ที่เหลือล้มละลายเอามานี่ ต้องจ่ายก็ว่าไป 

หลายๆอย่างมันก็มีอะไรต่ออะไรที่น่าฉงน ในเรื่องของสัจธรรม ว่า เอ๊ะ ทำไมสัจธรรมต้องเจออย่างนี้ ต้องเป็นอย่างนี้ เอาน่า ไม่เป็นไร อาตมาเจอมาจนฉ่ำแล้ว 

_คุณจรรยา ประเสริฐ. เดินทางมาราชธานีอโศกพบผู้คนหลากหลาย รถแท็กซี่บอกให้ดิฉันไปปฏิบัติธรรมกับที่บ้านเม็กดีกว่าบ้านราช  เขาจะพาไปเอง ดิฉันก็เลย จะลง เขาก็เลยพามาส่งที่นี่ ดิฉันถามเขาว่า เคยซื้อของถูกไหม เขาบอกมา มา แต่จะไปถือศีลที่อื่น ตอนแรกคิดว่าเป็นไงเป็นกัน ระวังตัวตลอดเวลาที่นั่งมา 

แท็กซี่ถามว่าจำทางไปบ้านราชได้ไหม ดิฉันตอบว่าได้ เดี๋ยวนี้ไม่ว่าไปในกรุงหรือไปบ้านนอกแย่พอๆกัน บอกกันคนอื่นให้เป็นวิทยาทาน ดิฉันบอกกับตัวเองว่าการเดินทางของเราก็คือการปฏิบัติธรรม เหมือนเราเกิดตายเกิดตายอย่างนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เกิดตายทางโลกีย์เหมือนกับการเดินทางอย่างที่เป็นอยู่ขณะนี้ จะเปลี่ยนร่างแต่ละชาติก็ใจหายเป็นทุกข์ เหมือนกับการออกจากบ้านมาบ้านราชใจก็คิดว่าเราไปสู่ภพภูมิใหม่ ถ้ายังไม่ขาดก็ต้องกลับเป็นทุกข์ (กลับบ้านเพราะว่าต้องกลับอยู่แล้ว ก็จะเพียรต่อไป) กลับไปบ้านตัดญาติตัดบ้านที่เคยอยู่ยัง ไม่ได้ ตั้งใจจะมาอีกทุกเดือน 

การฟังทางบุญนิยมนี่ ได้ทบทวนแล้วทบทวนอีก ก็เลยตั้งใจฟังบ้างไม่ฟังบ้าง ล้วนการมาฟังของจริง เห็นตัวตนบุคคลเป็นของจริงทั้งนั้น การตั้งสติต้องตั้งมั่น พลาดแล้วพลาดเลย 

เพราะฉะนั้นสรุปด้วยตัวเองว่า ความเพียร เจอคุณแจ๊ว พูดภาษาอาริยะ ดิฉันฟังได้และบอกให้เธอรับรู้ว่า ดิฉันถูกใจ ประทับใจที่เธอทำได้ ความถูกใจ ความไม่ถูกใจเป็นขั้วบวกและขั้วลบ ต้องหาจุดตรงกลางให้ได้เสมอๆ 

มองตัวเองว่าเราคุณธรรมยังไม่ถึง เหมือนคนอื่นที่อยู่วัดได้ แม้ว่าเขาจะกระท่อนกระแท่น แต่เขาก็ยังดีกว่าเรา ที่ยังอยู่ไม่ได้ 

_บุญสูง สาดา .

กราบพ่อครูผู้รู้ผู้ตื่นผู้เบิกบาน    ผู้สานงานพระพุทธเจ้าต่อ 

ปรับทุกข์ปลุกธรรมหลายคนรอ  ฟังพ่อครูรู้ลึกซึ้งตรึงตราสัมมาอาริยมรรคผล กราบนมัสการครับ

พ่อครูว่า…กลอนอะไรทำไมแต่ละวรรคจะเป็นกลอน 8 หรือกลอน 6 จะเป็นกลอน 10 ก็ไม่ 10 

_สู่แดนธรรม… เป็นกลอนเพลง 

พ่อครูว่า… สู่แดนธรรม พูดถูกว่าเป็นกลอนเพลง ไม่อยู่ในกลอน 6 กลอน 8 แม้แต่อาตมาแต่งเพลงก็ไม่ได้อยู่ในกลอน 5 6 กลอน 8 แต่เป็นเพลงที่มีสัมผัส เป็นร่ายผสมกลอน

ไทยเรามีลีลาธรรมาธรรมะสงครามที่งดงามที่สุดในโลกยุคนี้

_ป้ารัตน์ หนึ่งในธรรม . กราบนมัสการพ่อครูด้วยความเคารพอย่างสูง การเมืองที่มีรัฐบาลใหม่นั้น ไม่ก้าวไปไกล มีแต่เรื่องไร้สาระ ดูแล้วตลกดี แถมยังโจมตีลุงตู่ที่วางมือไปแล้ว มีลักษณะเป็นเด็กเกเร 

นี่เราจะทนดูเขาไปอีกนานเท่าไหร่นะ ถ้ามีเชื้อการเมืองโลกุตระ ที่พ่อครูบอก คงไม่เป็นเช่นนี้ กราบสาธุค่ะ

พ่อครูว่า…ฟังแล้วมีนัยยะแฝง ก็ใช่ นักการเมืองที่ตอนนี้กำลังได้ครองบ้านเมือง ไม่ใช่ฝ่ายโลกุตระ ไม่ใช่ฝ่ายเราแน่นอน ขณะนี้ ที่ได้อำนาจบริหารไปตามกฎเกณฑ์ของสังคม กฎเกณฑ์ของประเทศเขาก็ได้ไป อาตมาก็เป็นพวกดูไป ไม่ใช่พวกดูไบ ก็จะดูไปว่ามันจะไปยังไงมายังไง ก็ดูอยู่ อย่างป้ารัตน์เขามีนัยแฝงมาว่า มีทีท่าแสดงออกว่า ชวนอาตมาออกไปต่อต้าน ออกไปชุมนุมประท้วง อะไรก็แล้วแต่  เป็นวิธีการของประชาธิปไตย เป็นวิธีการที่ถูกต้องของประชาธิปไตย ออกไปทำ ออกไปแสดงตัว 

เพราะทุกวันนี้เราได้แต่พูด เราไม่ได้ทำกันอย่างเป็นมวล มีพฤติกรรมองค์ประกอบแสดงออก เหมือนอย่างที่เขาทำกันหลายกลุ่ม ตอนนี้ที่ออกไป ก็ต้องอนุโมทนาสาธุ ทำไป ทำไปเถอะ เราก็ยังอยู่ในฐานะที่ อาตมามองอย่างหนึ่ง มันไม่น่าจะเหลือบ่ากว่าแรง เท่าที่เหตุการณ์นี้ไม่น่าจะเหลือบ่ากว่าแรง 

จริงๆแล้วพูดอย่างจริงใจเลยนะ ทางด้านทักษิณก็ตาม จะว่าเขาเจริญขึ้นก็มี จะว่าเขาอ่อนแรงก็ใช่ เพราะเขาเจริญขึ้นนี่แหละเขาจึงอ่อนแรง ฟังเข้าใจไหม 

ที่มันเกิด อย่างของทักษิณนี่ เขาไม่หยาบคายในรูปหยาบ แต่เขาหยาบมากในรูปละเอียด ทักษิณที่เขาประพฤติกระทำ พยายามทุกเม็ดเลย จากความคิดทักษิณ จากทักษิโนมิก ออกมาประพฤตินี่ทั้งหมดเลยแม้แต่ที่สุด ส่งลูกสาวคนเล็กอายุเท่านี้ ไม่อยู่ในเกณฑ์ด้วยขึ้นมานี่ ก็เป็นแทคติกอันหนึ่งของทักษิณ แล้วไม่ได้ส่งเท่านั้น มีผู้ชายตัวโตเข้ามาด้วย ร่วมด้วย ใช้ 2 เลย พูดชัดๆก็คือทั้งเศรษฐา ทั้งอุ๊งอิ๊ง ออกมาแสดงก็เพื่อให้ประชาชนเห็นว่า ของเขานี่มีครบนะ 

อยากจะได้อย่าง ปุงลิงค์ ผู้ชายเขาก็มี อยากจะได้อย่าง อิตถีลิงค์ เรื่องผู้หญิงเขาก็มี 2 ด้วย คู่ด้วย นี่คือจบด็อกเตอร์ทางอาช          ญวิทยามาจริงๆเลย ใช้ความรู้ทางอาชญวิทยามาใช้เพื่อที่จะเอาชนะคะคาน นี่คือความเจริญที่เขาคิดว่าเขาควรเจริญ แต่มันเป็นความเสื่อมที่ลึกหนักเข้าไปใหญ่ ขณะนี้ 

_สู่แดนธรรม… ก็เขาได้ความเจริญอย่างนี้สมใจแล้วเขาจึงไม่รุนแรง อย่างนี้ได้ไหมครับ 

พ่อครูว่า… มีนัยยะ ก็มีความเจริญขึ้นบ้างพูดไปแล้วเมื่อกี้นี้ นี่คือความซับซ้อนของธรรมะลึกซึ้ง มันซับซ้อนหลายชั้นแบบนี้ พูดแล้วก็ยาก ยากที่จะเข้าใจ 

สรุปแล้วอาตมาว่า เอาเถอะ อาตมาไม่เชื่อว่าคนดีในสังคมประเทศไทยนี้จะดูดาย อาตมาไม่เชื่อว่าคนดีในสังคมนี้จะดูดาย เอาเถอะ ให้ทนายตั้ม ทนายนกเขา ออกไปเป็นปฏิกิริยาเป็น Activist ก่อน ไม่เป็นไร เอาเลยทนายนกเขา ทนายตั้ม อาตมาขอเอาใจช่วยอย่างเต็มที่ ทำเต็มที่เลย 

อาตมาดูผล เช่น ทนายนกเขา มันเป็นการปรากฏออกไปทางสื่อเลยนะ ไปยืนใส่ตำรวจฉอดๆๆๆ ตำรวจบื้อ นิ่ง ตำรวจตัวแทนของใคร ตัวแทนของทักษิณ ทนายนกเขาเป็นตัวแทนของประชาชนใช่ไหม 

นี่แหละคือธรรมะ ลีลาธรรมะอาตมาแสดงออกให้เห็น อาตมาอ่านตรงนี้ เป็นความชนะรายทาง 1 บทบาท 1 บริบทของธรรมาธรรมะสงครามหรือธรรมะการเมืองขณะนี้ ที่เกิดจริงเป็นจริง ถ้าใครฟังสัจธรรมอันนี้เป็น 

เพราะฉะนั้นในสัจธรรมนี้มันยังไม่จบ มันยังพอเป็นไปและมันลึกซึ้งตรงที่ว่า มันเป็นประชาธิปไตยโลกุตระจริงๆ มันไม่เอามีด เอาปืนเอาลูกระเบิด เอาความรุนแรง ต้องตูมตาม ต้องด่าทอกัน แม้แต่ฝ่ายทักษิณเขาก็ไม่ด่าทอ ไม่ได้ด่าทอ ไม่ได้หยาบคายอะไร เห็นไหม มันงามไปหมดเลย ยิ่งกว่าการรบกันของรามเกียรติ์ ยิ่งกว่าโขนเขารบกัน ที่ใช้มีดใช้ดาบกัน รำอ่อนช้อย มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ มันเป็นสัจจะอย่างนั้นจริงๆ 

วันนี้ก้าวไกลโกหกอะไร ก้าวไกลอยู่ฝ่ายไหน สีดาจะไม่ทน ตกลงสีดาฝ่ายไหนกันน้อ เบื้องหลังสีดาจะไม่ทน แล้วอาตมาก็ไม่รู้จักหน้าตา 3 คนนี้เลยในภาพ insert ไม่รู้ฝ่ายไหนเอาออกมา สรุปแล้ว 3 คนนี้ฝ่ายไหน 

สมณะเดินดิน… มีประเด็นอยู่ตรงที่ว่า สส.ก้าวไกลไปคุกคามทางเพศของผู้หญิงหลายคน ตอนเพื่อไทยมีเหตุการณ์ ก้าวไกลบอกว่าให้สีดามาลุยไฟสิ แต่ตอนนี้เกิดเหตุกับก้าวไกล ทำไมสีดาก้าวไกลไม่ออกมาลุยไฟ 

พ่อครูว่า… ฟังแล้วมันยิ่งกว่ารามเกียรติ์อีก มันยิ่งกว่าเรื่องรามเกียรติ์เลย ดูแล้วมันสวยมันงาม โอ้โห มันลีลาธรรมะแท้ๆเลย เป็นธรรมาธรรมะสงคราม จริงๆเลย เป็นสงครามทางธรรมะเลย ใช้สัจธรรมใช้ความเฉลียวฉลาด ใช้ความรู้ที่แท้จริง ออกมารบกัน โดยอาศัยลีลาทุกอย่าง ทั้งลีลาทางกายกรรม ทั้งวรรณกรรม ทั้งเรื่องราวของอะไรต่ออะไร ประกอบออกมาเป็นเรื่องราว โอ้โห.. 

มีประเทศไหนเขาทำบ้างนี่ ในประเทศที่มีอยู่ 200 กว่าประเทศในโลกขณะนี้ มีประเทศไหนที่การเมืองรบกันงามอย่างนี้ รบกันอย่างรามเกียรติ์เลยนะ สุดยอดจริงๆเลย โอ้โหใครเข้าใจอันนี้บ้าง นี่คือประเทศไทย ขณะนี้นี่ ปาเลสไตน์ก็ดี ยูเครนก็ดี รัสเซียก็ตามเขาก็รบอยู่  เมืองไทยก็รบธรรมาธรรมะสงคราม แต่สงครามรบเป็นธรรมาธรรมะสงคราม ของประเทศไหนงดงามที่สุดเห็นไหม ใครดูอันนี้ออกชัดเจนวันนี้ Phenomena

สิ่งเหล่านี้ไม่ได้หนีไปจากความเป็นคนกับสังคม เรียกมันว่าการเมืองก็ตาม จะเรียกว่าธรรมะก็ตาม ธรรมะหรือการเมือง จะเรียกภาษาอะไรก็ตาม มันไม่ได้หนีไปจากสังคม ไม่ได้หนีไป มันยังอยู่ในสังคมแล้วมันก็เป็นพฤติการณ์ของสังคม มันเป็นพฤติการณ์ของสังคม

_สู่แดนธรรม… ยังต้องมี สรณะ อยู่ใช่มั้ยครับ  

พ่อครูว่า…สู่แดนธรรมเอาคำบาลีมา ส คือเกี่ยวกับ รณ คือรบ ไปๆสรณะ วัดที่พึ่งก็ต้องอยู่ให้ได้กับการรบ พึ่งการรบ ไม่ต้องรบอย่างฉลาดรบให้มีประโยชน์ รบ เอาละ อาตมาจะไม่พูดคำว่าแพ้คำว่าชนะแต่รบให้มีประโยชน์รบอย่างฉลาด รบอย่างเป็นโลกุตระท่านใช้คำนั้นชัดเจนนี่มันเป็นสัจจะความจริงที่เห็น

มาถึงวันนี้แล้วโลกทั้งโลกในปัจจุบันนี้ โลกในกาละขณะนี้ ปัจจุบันชาติเรียกว่าทิฏฐธรรม ขณะนี้หลัดๆเลย suddenly หรือภาษาบาลีว่า สัมปัตติ ณ บัดเดี๋ยวนี้ มีสิ่งนี้เกิดอยู่เอาละเดี๋ยวอาตมาก็ขอขยายความ โอ้โห ตกลงเวลาเหลืออีก 17 นาที  

_มดแดง สวนสะแกกรัง . พ่อครูเคยกล่าว ประเทศไทยต้องหันมาส่งเสริมอาชีพกสิกรรมให้ยิ่งใหญ่ ข้าวต้องราคาถูก อาหารต้องราคาถูก อาหารราคาแพง ข้าวแพง คนตายก็คือคนจน ต้องมีปัญญารู้ว่า เราจะรวยไปทำไม มันเป็นเศษกระดาษ

พ่อครูว่า…โอ้โห อาตมาภูมิใจ สบายใจที่ผู้ที่มาศึกษาธรรมะที่อาตมานำพาให้เกิดภูมิปัญญาให้เกิดความเข้าใจ ที่พูดมานี้ของคุณมดแดง ว่าประเทศไทยต้องหันมาส่งเสริมกสิกรรมให้ยิ่งใหญ่ นี่ก็จริง เจตนาจริงๆไม่ใช่เรื่องเล่นๆ อาตมาเจตนาจริงๆ อยากจะให้ผู้ที่บริหารบ้านเมืองไทยเข้าใจในจุดนี้ ทำจุดนี้ให้เป็นจุดเด่น เป็นจุดใหญ่ เป็นจุดสำคัญของมนุษยชาติคนไทย เพราะคนไทยอยู่ในโซนที่ทำกสิกรรม ทำพืชพันธุ์ธัญญานี่แหละ อาตมาไม่เน้นปศุสัตว์ ไม่เน้นประมงนะ อาตมาเน้นพืชพันธุ์ธัญญาหาร 

แม้อาตมาจะไม่ไปเน้น ประมงเขาก็ต้องทำอยู่ ตามวิบากของมนุษย์ ปศุสัตว์เขาก็ต้องทำอยู่ ตามวิบากของมนุษย์ เพราะฉะนั้นอาตมาก็ปล่อยเขาไปตามวิบาก แต่อาตมาจะเน้นชวนให้คนมาทำสิ่งที่บาปน้อยลง ปศุสัตว์ก็บาป ประมงก็บาป มันไม่ควรจะต้องไปยุ่งนัก แต่มันห้ามไม่ได้หรอกวิบาก  จะพูดยังไงอาตมาก็รู้ดีว่า มันไม่มีหมดไปได้หรอกในประเทศ ประเทศพุทธ ประเทศโลกุตระนี่แหละมันหมดไปไม่ได้หรอก ประเทศอื่นไม่ต้องพูดเลย แต่เรามารู้ของเรา มาเน้นควรจะส่งเสริมพืชพันธุ์ธัญญาหาร อย่างที่คุณมดแดงพูด 

อาหาร ส่งเสริมอาหารให้ราคาถูก มันเป็นสัจจะ เป็นประโยชน์ในตัว จะช่วยคนที่จน จะช่วยคนส่วนใหญ่ของมวลมนุษยชาติ มวลมนุษยชาตินั้นมันเป็นคนจนมากกว่าคนรวย เพราะคนรวยเป็นคนขี้โกง เป็นคนฉลาดขี้โกง ฉลาดเฉโก ดูดสะสมกิเลสมาก ไม่มีวันจะกระจายออกมามาก สุดวิสัยของเขาเท่านั้นที่เขาจะต้องจ่าย ถ้าไม่สุดวิสัยเขาจะไม่จ่าย เขาจะหอบกอบโกยให้มันมาก อยู่ในสิทธิของเขาให้ได้มากที่สุดนั่นแหละ มันเป็นเรื่องของกิเลสไม่รู้จักพอ มันเป็นธรรมดาธรรมชาติของกิเลสคน 

เพราะฉะนั้นผู้ที่มีปัญญาจริงๆเข้าใจแล้ว ประเด็นที่ว่าจะไปรวยทำไมอย่างที่คุณมดแดงพูดมา เราจะไปรวยไปทำไม รวยไปทำชั่วสิ รวยไปทำโง่สิ เนี่ยทำไมพูดอย่างภาษาโพธิรักษ์แรงหน่อย รวยไปทำชั่ว รวยไปทำโง่ คนที่ไปรวยนี้โง่ทั้งนั้น ขออภัยนะอาตมาพูดอาจจะทำให้คนหมั่นไส้หรือจะไม่เชื่อ อาตมาชาตินี้จะรวยได้ไหม ได้ อาตมาชาตินี้จะโง่ได้ไหม แต่อาตมาไม่ยอมโง่ อาตมาไม่ยอมรวย ฟังทันไหมนี่ 

เพราะอาตมาว่าไปรวยนั้นมันชั่ว โง่ อาตมาขออภัยจริงๆต้องพูดภาษาสัจธรรม อาตมาไม่ได้ไปโกรธไปเคือง ไม่ได้รังเกียจรังงอนนะ อาตมาสงสารคนรวย แต่ที่อาตมาพูดนี้ อาตมาพูดธรรมะ พูดสัจธรรม ขออภัยไม่ได้ด่าคุณคนรวยด้วย แต่ภาษามันจะต้องชี้บ่งสัจธรรม ที่ถูก นิคฺคเณฺห นิคฺคหารหํ ปคฺคเณฺห ปคฺคหารหํ  ควรข่มคนที่ควรข่ม ยกย่องคนที่ควรยกย่อง 

มันเป็นเรื่องที่อาตมาสื่อสัจจะ เพราะฉะนั้นคนไม่รู้สัจจะลึกๆที่อาตมาหมาย แน่นอนเขาก็ต้องโกรธอาตมา นี่อาต โสเสีย อาตมายอมเสียสละ อาตมายอมเสียสละ โสเสีย แน่นอนเขาจะต้องโกรธอาตมา เขาต้องเคืองอาตมา แต่อาตมาต้องการสัจจะความจริงให้คนรู้ เปิดเผยหรือทำความจริงให้ปรากฏ ให้คนเข้าใจ อันนี้อาตมาลงทุน เสียสละจะเสียไปเท่าไหร่ก็ไม่ว่า ใครจะคิดว่าอาตมานี่หยาบคาย ไปว่าไปด่าคนรวย ไปว่าไปด่าคนโง่ ก็แล้วแต่ ด่าคนโง่ ด่าคนรวยมันก็ได้ เขาจะมองอย่างนั้นก็ได้ 

จะรวยไปทำไม มันเป็นเศษกระดาษ กว่าเขาจะเข้าใจว่ามันเป็นเศษกระดาษ พูดกับคนที่เข้าใจแล้วมันเข้าใจกัน แต่คนที่เขาไม่เข้าใจนี่ก็จะเห็นอย่างที่ว่านี้ไหม เขาไม่เข้าใจ มันเป็นธรรมชาติธรรมดา 

_สว่างแสง ขวัญดาว . น้อมกราบนมัสการพ่อครูด้วยความเคารพอย่างสูงสุดค่ะ พ่อครูคะ มีคำกล่าวที่ลูกจำไม่แม่นยำนัก ได้กล่าวไว้ว่า พระพุทธเจ้านั้นรักพระเทวทัตเสมอพระราหุล นั้นเป็นอย่างไรคะ น้อมกราบนมัสการพ่อครูสุดเศียรสุดเกล้าค่ะ

พ่อครูว่า…โอ้โห คำนี้ยิ่งใหญ่มาก รักพระเทวทัตเสมอพระราหุล ตอบสั้นๆ พระพุทธเจ้ารักพระเทวทัตเสมอพระราหุลคือ พระพุทธเจ้าไม่มีตัวตน จบ เข้าใจไหม พระพุทธเจ้ารักพระเทวทัตกับรักพระราหุลเสมอกัน ท่านไม่ได้มีเอียงข้างไหน ท่านก็รู้ว่าจะเป็นพระเทวทัตมันก็วิบากของเขา จะเป็นพระราหุลก็เป็นวิบากของเขา การที่พระราหุลมาเป็นพระโอรสของพระพุทธเจ้าก็เป็นวิบากของพระราหุล การที่พระเทวทัตมาเป็นคู่วิบากต่อสู้ของพระพุทธเจ้า ก็เป็นวิบากของพระเทวทัต พระพุทธเจ้าจะไปกั้นห้าม จะไปกั้นไปห้ามได้อย่างไร วิบากของเทวทัต วิบากของพระราหุล มันก็เป็นธรรมดา มันต้องเป็นเช่นนั้น มันต้อง Born To Be มันต้องเกิด ต้องเป็นอย่างนั้น เขาก็เป็นของเขา 

_สู่แดนธรรม… คนส่วนมากจะมองว่า ถ้าเป็นลูกของตัวเองจะต้องรัก 

พ่อครูว่า… นั่นมันเป็นตัวกูของกูไง มันเอียง แต่นี่พระพุทธเจ้าท่านไม่ได้เอียงข้างไหน ท่านก็ทำอย่าง เอาละตอบมากประเดี๋ยวจะฟั่นเฝือ ตอบไปนี้ก็เข้าใจกันแล้ว 

_KO Puwanai โก้ ภูวนัย . กราบนมัสการพ่อท่าน ด้วยความเคารพอย่างสูงครับ ผมมีความเข้าใจกามในอาหาร,คำข้าว ผมไม่สงสัย แต่ผมติดใจ ราคะ ในข้าว หรืออาหาร มีด้วยหรือครับ กราบขอบพระคุณมากครับ กราบสาธุครับ

พ่อครูว่า…อธิบายคำว่ากาม กับคำว่าราคะ ให้คุณฟังก่อน ไม่ซับซ้อนมากมาย แต่มันก็ละเอียดมันลึกซึ้ง แต่ลองฟังดู อาตมาจะอธิบายดู มันจะได้เข้าใจชัดง่าย 

คำว่ากามคือ กิเลสหยาบ ใหญ่กว่าราคะ เพราะฉะนั้นเมื่อคุณหมดกามก็เหลือราคะ เพราะฉะนั้นราคะที่เหลือนั้นก็คือ รูปราคะ อรูปราคะ ราคะมี 3 คือ กามราคะ รูปราคะ อรูปราคะ คุณต้องหมดกามก่อนที่เป็น ราคะหยาบ หมด โอฬาริกอัตตา แล้วเหลือ มโนมยอัตตา อรูปอัตตา คือ รูปราคะกับอรูปราคะ 

ตอบแค่นี้เข้าใจกามกับราคะได้ไหม เพราะฉะนั้น คนที่ปฏิบัติธรรมไม่มีลำดับอย่างน่าอัศจรรย์ต้น กลาง ปลาย กามไม่จัดการก่อน กิเลสกามไม่จัดการก่อน หรือจะเรียกเต็มๆว่ากามราคะ ก็ได้เรียกเต็ม ราคะขั้นกลางก็ไม่จัดการให้มันหมดก่อน จนคุณสามารถอยู่เหนือกามาวจร คุณก็อวจรอยู่กับกามโลกสังคมก็อยู่กับโลกกาม แต่คุณเหนือกิเลสกามแล้ว คุณก็ไม่ต้องรบรา ไม่ต้องไปทำอะไรอีก กามทำอะไรคุณไม่ได้ คุณมีธรรมฤทธิ์ คุณมีปัญญา คุณพ้นแล้ว กิเลสกามมันมารอหน้าไม่ได้ อย่างที่เคยอธิบาย กิเลสกามเข้ามาใกล้คุณไม่ได้แล้ว คุณสูงกว่าอนาคามี ยิ่งสูงไปเลยเป็นอรหันต์ด้วยก็ยิ่ง ไม่มีทางที่จะมารอหน้าเลยกาม แต่กามมันไประรานกับคนที่อ่อนแออยู่ แต่คนที่หลุดพ้นแล้วเหนือแล้วกามมาเล่นงานอะไรไม่ได้ 

ก็คุณเหลือราคะต่อไปก็คือ รูปราคะ อรูปราคะก็จัดการอีก จัดการจนรูปราคะหมด รูปราคะก็ไม่ได้หมายความว่าคุณเอาแต่รูปราคะออก แต่คุณก็อยู่ในกามาวจร อยู่ในโลกสามัญไม่ได้ หลบหนีไปไหน แต่คุณก็ทำกิเลสที่เหลือออกให้หมด แม้ว่าหมดรูปราคะแล้วอรูปราคะคุณก็ยังอยู่กับกามราคะ ก็ยังอวจรอยู่กับโลกธรรมดาเขานี่แหละที่เขาเป็น แต่คุณต่างหากหลุดพ้น คุณต่างหากอยู่เหนือ คุณต่างหากลอยตัว คุณต่างหากไม่มีตัวตน ที่หลุดพ้นจากสิ่งเหล่านี้แล้ว 

_สู่แดนธรรม… พ่อท่านเคยบอกว่าต้องอาศัยโลกกามมาวจรมาช่วยกระทุ้ง 

พ่อครูว่า… ใช่ ถ้ามันไม่มีจริง  มันไม่ยืนยัน ไม่ได้รับคำตอบหรอก ถ้ามันไม่กระทุ้งเรา เราไม่รู้หรอกว่าเราหมดกิเลสแล้ว หรือยัง มันกระทุ้งอยู่ มันก็เหมือนกับกระทุ้งอยู่ในหล่มที่ว่าง กระทุ้งไปก็เราไม่ได้มีกิเลสที่จะไปมีปฏิกิริยากับมันเลย มันก็เหมือนผ่านไปผ่านมา เพราะเราไม่ไปรับ เราไม่มีมันก็เหมือนตบมือข้างเดียว ถ้าไม่มีการ กระทุ้งเลยมันก็ไม่ชัดเราก็ไม่เข้าใจว่าไอ้นี่เราอยู่เหนือมันจริงหรือเปล่า และอาจจะคิดว่าเราหลุดพ้นด้วย เพราะเราห่างไกลหนีจากสิ่งเหล่านี้ 

เพราะฉะนั้น การวิ่งหนีสิ่งที่เราจะต้องหลุดพ้นจากมัน หรือว่ามีอำนาจอยู่เหนือกว่ามัน โดยเฉพาะอำนาจนั้นคืออำนาจปัญญา เป็นความรู้ เป็นพลังฤทธิ์ของความรู้อยู่เหนือ   ไอ้นี่รอหน้าไม่ติด มารกับพระพุทธเจ้ายังในสูตรที่มารบอกว่า ตถาคตเห็นเราแล้ว มารวิ่งหนีหูตูบเลย อาตมาก็พูดซ้ำพูดซากแล้วในพระสูตรนี้ 

_สู่แดนธรรม… มีนัยซ้อนที่ว่า เรื่องกาม ถ้าหากจะให้ไปสนใจในธรรมะ พระองค์กลับบอกว่า ควรสนใจธรรมะในระดับกามคือธรรมะกาโม ไม่ใช่ให้สนใจแค่เหยาะๆแหยะๆ เป็นกามราคะ 

พ่อครูว่า… อันนี้สู่แดนธรรมเขาก็เอาลึก คำว่าธัมมกาโม แปลว่าความใคร่ในธรรม เป็นกาม เป็นความใคร่อยากได้ธรรมะ เพราะฉะนั้นมันเป็นภาษาที่ซับซ้อนแลัวบอกว่าคนอยากได้ธรรมะ แล้วธรรมะนี้อยู่ในละไว้ในฐานที่เข้าใจว่า มันเป็นธรรมนะ มันไม่ใช่อธรรม ละไว้ในฐานที่เข้าใจ เพราะฉะนั้น คุณใคร่ในธรรม ไม่ใช่คุณใคร่ในอธรรม จบแค่นี้ก็แล้วกัน เดี๋ยวจะต่อมากกว่านี้จะฟั่นเฝือ

สมณะเดินดิน… สรุปจบ