661110 คณะสงฆ์เมืองไทย ใครได้ดอกไม้พลาสติก ใครได้มูลสูตร 10 พุทธศาสนาตามภูมิ ราชธานีอโศก

ดาวโหลดเอกสารที่ https://docs.google.com/document/d/1p5WRhNRFE_Jau2erS8OTDlaVOPrB7tHi/edit?usp=sharing&ouid=101958567431106342434&rtpof=true&sd=true 

                                                                                                                                  

ดาวน์โหลดเสียงที่ https://drive.google.com/file/d/1mPKP_T9BTxnXnH53EEvpcImqZrheSvWS/view?usp=sharing 

และ 

ดูวิดีโอได้ที่ https://www.facebook.com/100078722032092/videos/1046639403425139/?mibextid=zDhOQc  

และ  https://youtu.be/tDx-rIQHFBI 

มีซับ 

สมณะฟ้าไท…วันนี้ วันศุกร์ที่ 10 พฤศจิกายน 2566 แรม 12 ค่ำ เดือน 11 ปีเถาะ ที่บวรราชธานีอโศก 

วันนี้ดูข่าวที่ปาเลสไตน์ ชาวอิสราเอลเข้าไปไล่ชาวปาเลสไตน์ออกไปอยู่นอกบ้าน น้ำกินก็ไม่มี อาหารก็ขาดแคลนแทบจะไม่มีกินทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่ 

สถานที่พยาบาลไฟฟ้าก็แทบไม่มีใช้ คนจะดูแลคนเจ็บป่วยก็แทบจะไม่มี เห็นได้ว่าเรามาปฏิบัติธรรมกับพ่อครูทิ้งบ้านมาแล้ว กินน้อยใช้น้อยอาหารมื้อเดียวก็อยู่ได้แล้ว อยู่ไหนก็ได้อยู่เต็นท์ก็ได้อยู่บ้านก็ได้ทำให้เราเป็นคนล้ำสมัย เหมาะกับยุคสมัยที่เขาอยู่กัน ซึ่งโลกมันขาดแคลน 

พ่อครูก็มาเน้นย้ำให้พวกเราสร้างงานซึ่งมันทันสมัยที่สุดแล้ว  อย่างไรไม่มีที่อยู่อาศัยก็ยังอยู่ได้แต่ต้องมีอาหารกินถึงจะอยู่ได้ แล้วเราผลิตอาหารไร้สารพิษด้วยก็ยิ่งดีขึ้น 

ที่อยู่อาศัยเราก็เหลือเฟือ ต้องซ่อมแซมดูแล คนอยู่ก็ต้องดูแลให้อยู่ยาวนานบำรุงรักษา ไม่ใช่ว่าให้ไปอยู่แล้วข้าวของเต็มเลย เราอยู่ในระบบสาธารณโภคีที่พ่อครูพาทำ เทียบกับสิ่งที่เกิดขึ้นในโลกมันมีการขาดแคลนทั้งอเมริกา ทั้งในยุโรป ที่ไหนก็ตาม มีของเราที่อยู่กันอย่างอุดมสมบูรณ์ผาสุขเจริญ เป็นสิ่งมหัศจรรย์ 

เราอยู่ในนี้ก็ไม่ค่อยรู้ตัวเท่าไหร่ แต่ถ้าเราไปอยู่ที่ฮามาสจะชัดเจน เห็นแต่ว่าเราอยู่ได้อย่างสบายมาก 

พ่อครูว่า…ไปลองอยู่ด้วยไหม ออกค่าเครื่องบินให้เลย ไปอยู่สักเดือนหนึ่ง 

สมณะฟ้าไท… แม้แต่อิสราเอล ก็จะถูกพวกอิสลามยิงเข้าไปในประเทศ ธุรกิจก็ล่มจมมากขึ้นเพราะเอาแต่รบเศรษฐกิจก็แย่ พวกอิสลามก็โจมตี มันไม่พาสุขด้วยกันทั้งสองฝ่ายมีแต่ล่มจม โลกปัจจุบันจึงเดือดร้อน แต่พ่อครูพาพวกเรามาอยู่ไม่เดือดร้อนและพร้อมช่วยเหลือผู้อื่น 

วันนี้ประชุมเรื่องตลาดอาริยะ ช่วงงานปีใหม่เราก็จะพยายามขายของให้ถูก เราผลิตอาหารไร้สารพิษจานละ 1 บาท เขาก็ซื้อกันเยอะ และไปกินทิ้งขว้าง เราก็คิดกันว่าทำอย่างไรเขาจะไม่กินทิ้งกินขว้าง อย่างที่ไต้หวันเป็นบุฟเฟ่ต์ ถ้าเราสั่งมากินเท่าไหร่ก็ได้ แต่เราต้องกินให้หมด เงินเป็นของคุณ แต่อาหารเป็นของโลก ต้องใช้อย่างคุ้มค่า 

พ่อครูว่า… ขออ่านกวีของผู้ที่เป็นนักกลอน นักกวี บางอันก็รู้สึกว่ายังไม่สมควรอ่านก็ยังไม่อ่าน อันไหนสมควรอ่านก็อ่านไป 

_คุณถักธรรม . เนื่องด้วย ได้อ่าน โศลกธรรม ของพ่อครู ในวันมหาปวารณาครั้งที่ ๔๑ ที่ว่า… “คนโง่ที่สุด คือคนที่ไม่แคร์ใคร”

ผมจึ่งฝึกเขึยนกวีโคลง ถวายพ่อครู   ตามหัวข้อกระทู้ว่า…

อโศก แคร์ โลก หล้า พร้อม มวล มนุษย ชาติ จึ่ง สร้าง สา ธา รณ โภ คี เป็น โลกุตระ ให้ ผอง หล้า ได้ พึ่ง พิง อิง ไว้ แบบ สุขสงบ อบอุ่น อิ่มเอม เกษม  ใส ขอรับ..

๑ อโศก  มหาราชเจ้า           น้อมนบพุทธ

แคร์   โลกแลมวลมนุษย์       สุดอ้าง

โลก  จึ่งสงบงามผุด             ผ่องผาด พ่อเอย

หล้า  หลากล้วนสรรสร้าง      อโศกซึ้งถึงธรรม ฯ

๒ พร้อม  กรรมดีก่อไว้          อเนกอนันต์

มวล       อุปสรรคกี่ตัน          ถั่งสู้

มนุษย    ชนปรารถนากัน       ฝันใฝ่ ทั่วเอย

ชาติ      จึ่งรอดรับรู้              อโศกกู้ประเทศประเทือง ฯ

๓  จึ่ง   เรืองรองรุ่งรุ้ง           คุ้งคาม

สร้าง   จิตกายให้งาม           สว่างได้

สา      มารถอย่างแวววาม      ไหลหลั่ง  รินเอย

ธา-รา  สะอาดใสเปรียบได้     ดื่มใช้อเนกประสงค์ ฯ

๔  รณ   รงค์รักชาติไท้         ไทยผอง

โภ-   ค ทรัพย์ค่ากว่าทอง      ไป่สิ้น

คี-     รีแม่น้ำคลอง              ห้วยบุ่ง  ครบเอย

ที่     ถิ่นไป่แดดิ้น                เดือดร้อนลำเค็ญ ฯ

๕  เป็น   ยิ่งวิมานแห่งผู้        กู้กรรม

โลกุตระ  ธรรมพานำ             รอดไซร้

ให้        ชีวิตเกิดสำ             เร็จประโยชน์ ยิ่งเอย

ผอง      เหล่าชาวมนุษย์ได้    อุ่นเอื้อเชื้อศรี ฯ

๖ หล้า   โลกีย์ล้วนโศกเศร้า   โทรมทรุด

ได้         พึ่งพิงอิงพุทธ          สุขแล้

พึ่ง        ข้ามโอฆห้วงสุด        แสนเชี่ยว  กรากเอย

พิง        เผ่าพันธุ์พุทธแท้       ถ่องถ้วนทิศทาง ฯ

๗ อิง  อย่างแนบนบเกล้า        เกลือกถู

ไว้      บาทเบื้องพ่อครู           นอบน้อม

แบบ  อย่างลูกเทิดบู-             ชาเชิด    ชัดเอย 

สุข     สงบจากกิเลสย้อม        สู่อ้อมธรรมคุณ ฯ

๘ อบอุ่น  สุกสว่างล้ำ                ธรรมวิหาร 

อิ่มเอม  ดั่งครองเคียงห้วงวิมาน   แก่นเชื้อ 

เกษม   วิโมกข์วิมุติทุกกาล         วิสุทธิ์วิสิฐ    วิเศษเอย

ใส   สะอาดสู่วิเวกเอื้อ               เอกสล้างทางพุทธ ฯ

พ่อครูว่า… ต้องระมัดระวังที่อย่าไปแสดงอาการข่มคนอื่น 

พวกเราสบายใจได้เลยได้มาแล้วของเรามันก็เป็นของเรา ไม่ได้ไปเบ่ง ไม่ได้ไปข่ม ไม่ได้อวดอ้าง พูดเหมือนคารมไม่ได้อวดอ้าง แต่บอกเพราะอยากให้เห็น อยากให้ฟัง อยากให้มารู้ อยากให้มาดู มันดีจริงๆ คนและสังคมดีๆอย่างนี้ ให้มาดูมาสัมผัสกันจริงๆให้ถึงเนื้อถึงจิตวิญญาณเลย 

โอฆสงสาร เหมือนกระแสน้ำเชี่ยวพัดคนหัวหกก้นขวิด ทุกข์ร้อนกัน เพราะฉะนั้นคนใดได้มาพึ่งพิงเผ่าพันธุ์พุทธแท้ๆ ผ่องถ้วนทิศทาง เอาให้ครบ 

จบด้วยแม่กดด้วยนะ ก็ไม่ต้องขยายความ ภาษากวีก็ใช้ได้ 

คณะสงฆ์เมืองไทย ใครได้ดอกไม้พลาสติก ใครได้มูลสูตร 10

อีกกวี ของอโศกสัมปวังโก คงจะพาดพิงไปถึงอันนี้ ชื่อบทกวี บทนี้ก็คือ ผู้ต้องการแก่นธรรม 5 เอามาจากจูฬสาโรปมสูตร

ผู้ต้องการแก่นธรรม ๕ (จูฬสาโรปมสูตร)

 อันลาภ สักการะ        อีกวาทะ สรรเสริญไซร้

นั้นเปรียบ ดั่งกิ่งใบ           สุดจักไร้ ความสำคัญ

สะเก็ด-ไม้สัตถา        เทียบศีลหา ได้ยืนยัน

ยอยก ผู้ยึดมั่น                 ศีลพรตขั้น จารีตนอ

ผู้ทรงสมาธิ              ก็ยังมิ สำคัญพอ

เปลือกไม้ ที่ใช้ก่อ            เปลวไฟบ่ สู้ขี้ชัน

ญาณะ ทัสสนะ         ก็ใช่จะ สุดสำคัญ

กระพี้-ไม้ที่พัน                 รอบแก่นท่าน ทรงเปรียบแล

เจโต วิมุตินั้น            สุดสำคัญ ยิ่งจริงแท้

เปรียบดัง แก่นไม้แล         เทียบเนื้อแท้ พระสัทธรรม

ดูกร ชนชาวพุทธ       อันวิมุติ ทรงค่าล้ำ

อย่าหลง โลกธรรม           ที่พาต่ำ บ่เจริญ 

อโศก สัมปวังโก

๙ พ.ย.๖๖

พ่อครูว่า… ดอกใบผลงามอร่ามสวย นกกาคนก็หลงอาศัยกินอยู่อย่างนั้นแบบโลกีย์เป็นธรรมดาๆของโลกีย์ธรรมชาติ สัตว์ก็ดี คนก็ดีใครก็ดีจมอยู่อย่างนั้น จมงมงายอยู่กับใบดอกผลนี่ ที่ยังไม่มีปัญญาก็ยึดติดอยู่แค่นั้น พระพุทธเจ้าท่านสอนอย่าให้ไปหลงใบดอกผลอยู่เลย ถ้าจะเอาแก่นของไม้จริงๆแล้วก็ อย่าไปหลงอยู่แค่นั้น จำไม่ได้ 

ไล่ลงมาอย่างแย่สุดท่านก็บอกว่าเป็นสะเก็ดของต้นไม้ มันมีเปลือกแล้วก็มีสะเก็ดเกาะอยู่ สะเก็ดไม้เทียบกับศีล จะหาศีลจากคณะใหญ่ศาสนาพุทธกระแสหลัก จะหาได้ยาก ก็ไปยกยอกันอยู่แค่ผู้มีศีลแบบจารีตประเพณี อันนี้ก็ซับซ้อนลึกซึ้งอยู่ ถ้าไม่ขยายความก็คงเข้าใจไม่ได้ 

เขามีศีลกันในประเทศไทยศาสนาพุทธทุกวันนี้ มีศีลกันแค่เป็นจารีตประเพณี ยึดถือตามๆกันมา ไปถือศีลแล้วก็ไปได้ศีล ถ้าซื่อง่ายๆแค่ไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ลักทรัพย์ ไม่ผิดผัวเขาเมียใคร ไม่พูดปด ไม่ดื่มสุรา ศีล 5 แต่ไม่ได้เข้าไปถึงเนื้อพฤติกรรม ไม่เข้าไปถึงเนื้อจิตวิญญาณ ถือศีลแล้วขัดเกลากิเลสไปให้เกิด อานิสงส์ 10 ประการ 

  1. อวิปฏิสาร (ความไม่เดือดร้อนใจ) 

  2. ปามุชชะ – ปราโมทย์ (มีความยินดี) 

  3. ปีติ (ความอิ่มเอมใจ) .

  4. ปัสสัทธิ (สงบระงับจากกิเลส) 

  5. สุข (แบบไม่บำเรอตน คือ วูปสมสุข) 

  6. สมาธิ (จิตมั่นคง) 

  7. ยถาภูตญาณทัสสนะ (ความรู้ยิ่งในความจริง) . .

  8. นิพพิทา (เบื่อหน่าย) .

  9. วิราคะ (คลายกิเลส) 

10.วิมุติญาณทัสสนะ (ปัญญารู้แจ้งเห็นจริงในนิพพาน)  

(กิมัตถิยสูตร พตฎ. เล่ม 24  ข้อ 1 ,  208) 

พ่อครูว่า… ไล่มา 10 ขั้นจนถึงวิมุตติญาณทัสนะ เขาไม่มีเลย ศีลของเขากั้นแค่กายวาจา ไม่ให้ประพฤติผิดตามศีล ก็พาซื่อยู่แค่นี้ มันไม่เป็นไปอย่างเป็นอิทัปปัจจยตา ศีล แล้วปฏิบัติอปัณณกปฏิปทา 3 ก็จะเกิดสัทธรรม 7 เกิดฌาน 4 เกิดวิชชาอีก 8 สมบูรณ์แบบ ซึ่งเป็นการปฏิสัมพัทธ์กันตั้งแต่ต้นจนปลาย ศีลก็ถึงวิชชา ขัดเกลากัน ๆๆ เจริญขึ้นไปจนถึงวิมุติเลย เขาไม่เป็นเลย ไม่มีอันนี้เลย จึงมีแต่แค่ศีล ตัดไว้ได้แค่กาย วาจา ประพฤติซื่อ เขาก็ได้นะได้อยู่บ้าง แต่มันไม่มีทางจะบรรลุธรรม นี่คือความลึกซึ้ง 

ทีนี้ผู้ทรงสมาธิ สมาธิก็ไม่ถูกต้องไม่สำคัญ ศีลคือสะเก็ด สมาธิก็คือเปลือก เพราะฉะนั้นได้เปลือกมาก็ไม่ได้เป็นท่าเลย เอามาทำเปลวไฟสู้ขี้ชันก็ไม่ได้ ญาณทัสนะก็ตามก็ไม่ได้เรื่องอะไร 

กระพี้ไม้ ท่านเปรียบเหมือนญาณทัศนะ 

เจโตวิมุติ เปรียบดังแก่นไม้ 

ก็พูดไปอีก ก็ไปว่าเถรสมาคมที่เป็นตัวอย่างอยู่นี่แหละ ศาสนาพุทธกระแสหลักก็จมกันอยู่กับลาภสักการะสรรเสริญเยินยอเป็นสุข ได้แค่โลกีย์ ได้แค่ใบดอกผล อันงามงดอยู่นั่นแหละ วิจารณ์ไปแล้วเมื่อกี้ว่า แม้แต่ศีลก็ไม่สัมมาทิฏฐิ สมาธิก็ไปนั่งหลับตาเอา ปัญญาก็เป็นเรื่องตรรกะ เป็นเรื่องของความรู้ผิวเผินข้างนอก ไม่ได้เข้าเนื้อเข้าหนัง ไม่ได้เข้าถึงขั้นถึงสาระอะไรของความเป็นปัญญาเลย 

อาตมานั้นเขียนปัญญา 8 ขยายความไปถึงเล่ม 2 เล่ม 3 แล้วอ่านกันให้ตาเหลือกตาลานก็แล้วกัน ไม่รู้จะพูดยังไงแล้ว พยายามจะเขียนให้ละเอียดให้มันง่ายเหมือนหงายของที่คว่ำ อาตมาก็พยายามใช้ความสามารถที่จะทำ ก็น่าสงสารจริงๆศาสนาพุทธยุคนี้ 

พูดไปแล้วคนเขาก็หาว่าอาตมานี่ไปข่ม ไปยกตนข่มท่าน ไปทำอะไรที่ คือเขาเข้าใจไม่ได้ เขาก็ไปหลงเลอะเทอะ เป็นต้นไม้พลาสติก ที่เขาหลงอยู่ทุกวันนี้ แม้เขาหลงดอกใบอะไรพวกนี้ แล้วต้นไม้ที่เขาหลงอยู่นั้น ไอ้ดอกใบเป็นของปลอม เป็นต้นไม้พลาสติก โอ้โห 

ต้นไม้พลาสติกเดี๋ยวขยายความ คนยุคนี้งมงาย หลงใหลว่าเป็นเมืองเจริญ เป็นเมืองใหญ่ เต๋อ-เรวัต พุทธินันทน์ แต่งเพลงเอาไว้ ร้องเพลงนี้ วันนี้เดี๋ยวเปิดให้ฟัง เต๋อตายไปแล้วล่ะแต่งไว้ตั้งแต่ปี พ.ศ 28, 29 มั้ง ตาย นานแล้ว 

เมืองใหญ่เมืองนี้เพลงหนึ่ง กับอีกเพลงหนึ่งดอกไม้พลาสติก เอาลองเปิดดูฟังกันดู (เปิดเพลง)

_เนื้อเพลง ดอกไม้พลาสติก – เต๋อ เรวัต พุทธินันทน์

เพลง : ดอกไม้พลาสติก

ศิลปิน : เต๋อ เรวัต พุทธินันทน์

เวลาดู ดอกไม้ปลอมๆ

บางดอก ดูสวยเกินใคร

ดูๆไป มันไร้คุณค่า

เพราะว่าเป็นพลาสติก

ถึงแต่งเติม สีเข้าไป

ไม่จับใจ เหมือนของจริง

เวลาดู ผู้หญิง บางคน

ที่แต่งเติม

สวยเพียงอย่างเดียว

ใครๆเจอ ก็เหลียว มอง

เพราะ หน้าตา และรูปกาย

อาจจะสวยจริง แต่เสียดาย

ที่หัวใจ ไม่สวยเลย

หลายๆ คนไม่รู้

ไม่เคยลอง คิด

แท้ๆ เธอก็เหมือน

ไม่มีชี วิต

คิดๆ ดูจะเห็น เธอเป็นเพียง

ดอกไม้ พลาสติก

ถึงสวยก็ทำ ด้วยพลาสติก

ฮืม…พลาสติก

จึงเป็นเพียงสิ่งปลอมๆ

ดอกไม้ พลาสติก

ถึงสวยก็ทำ ด้วยพลาสติก

ฮืม…พลาสติก

จึงเป็นเพียงดอกไม้ปลอม

.ของแท้ ดูกี่ครั้ง ก็ดูดี นะ

.ของแท้ มีชีวิต ชีวาดี นะ

.ของแท้ แม้ไม่สวย ก็ดูดี

แต่ดอกไม้ พลาสติก

ถึงสวยก็ทำ ด้วยพลาสติก

ฮืม…พลาสติก

จึงเป็นเพียงสิ่งปลอมๆ

ดูๆไป เธอนั้น ก็มีเพียง

แต่ความสวย ที่แต่งเติม

เป็นคนเดิม คนที่ไม่

เคยมี จิตใจ ให้ ใครๆ

อาจจะสวยจริง แต่เสียดาย

ที่หัวใจ ไม่สวยเลย

หลายๆ คนไม่รู้

ไม่เคยลอง คิด

แท้ๆ เธอก็เหมือน

ไม่มีชี วิต

คิดๆ ดูจะเห็น เธอเป็นเพียง

ดอกไม้ พลาสติก

ถึงสวยก็ทำ ด้วยพลาสติก

ฮืม…พลาสติก

จึงเป็นเพียงสิ่งปลอมๆ

.ของแท้ ดูกี่ครั้ง ก็ดูดี นะ

.ของแท้ มีชีวิต ชีวาดี นะ

.ของแท้ แม้ไม่สวย ก็ดูดี

แต่ดอกไม้ พลาสติก

ถึงสวยก็ทำ ด้วยพลาสติก

ฮืม…พลาสติก

จึงเป็นเพียงสิ่งปลอมๆ

_เพลง เมืองใหญ่เมืองนี้  โดย เต๋อ เรวัต

เมืองใหญ่เมืองนี้

เมืองดีของคนเมือง

เห็นความรุ่งเรือง

เห็นคนเมืองล้วนมากมาย

เมืองใหญ่เมืองนี้

เมืองดีของใครใคร

ทั้งที่คนมากมาย

ดูดูไปเหมือนไร้ผู้คน

มองดูเพลิดเพลิน

คนเดินมาแล้วเดินไป

คนเดินเป็นใคร

ไม่รู้จัก

ไม่ทักทาย

สายตาที่เห็น

เห็นเพียงผ่านไป

ไร้คนเข้าใจ

ไม่มีใครเห็นความเป็นคน

เมืองใหญ่เมืองนี้

เมืองดีของใครใคร

ทั้งที่คนมากมาย

ดูดูไปเหมือนไร้ผู้คน

คนคงลืมไป

ลืมมองใจให้เห็นคน

คนจึงลืมคน

ใครหมองหม่น

ก็ทนไป

สายตาที่เห็น

เห็นใครต่อใคร

เห็นคนมากมาย

แต่ในใจเหมือนไม่มีคน

เมืองใหญ่เมืองนี้

เมืองดีของใครใคร

ทั้งที่คนมากมาย

ดูดูไปเหมือนไร้ผู้คน

เมืองใหญ่เมืองนี้

เมืองดีของคนเมือง

เห็นความรุ่งเรือง

เห็นคนเมืองล้วนมากมาย

เมืองใหญ่เมืองนี้

เมืองดีของใครใคร

ทั้งที่คนมากมาย

ดูดูไปเหมือนไร้ผู้คน

พ่อครูว่า… โอ้โห ขนาดโกด้าลงท้ายยาวซะ นี่ก็ของเก่า ปี 2528 2529 จัดจำหน่ายปี 2530 ก็เพลง 2 เพลง เมืองใหญ่เมืองนี้กับดอกไม้พลาสติก ความหมายของมันก็ดูเป็นเมืองใหญ่ เมืองใหญ่คนมากมาย แต่ในเนื้อความเขาก็ว่าไปตามความก็พอเข้าใจ มันไม่ได้ยาก ไม่ได้ลึกอะไรเกินไป แต่มันเริ่มมีอะไรต่ออะไรขึ้นมาในเมืองไทย ตั้งแต่ พ.ศ.โน้น 28-29 มา 

แสดงให้เห็นว่าในศิลปะหรือในดนตรีการนี่มีอะไรไขพวกนี้ขึ้นมา ให้เห็นว่าคนเราไปหลงดอกไม้พลาสติก ดอกไม้พลาสติกที่พูดผ่านไปแล้วเมื่อกี้นี้ว่าเป็นต้นไม้พลาสติก ที่เปรียบเหมือนศาสนาพุทธเป็นแค่ดอกพลาสติก แล้วก็ตามคำตรัสพระพุทธเจ้า ก็หลงแค่ดอกใบผลอะไรงามอยู่ข้างบนต้นยอด แต่หารู้ถึงแก่นถึงเนื้อถึงราก ไม่รู้เรื่อง หารู้เรื่องของสิ่งที่มันควรจะเป็นฐานต้น สิ่งที่จะก่อเกิดเป็นผล แล้วไปเป็นผลปลอมอีกต่างหาก นอกจากจะแค่พระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้ใน จูฬสาโรปมสูตร มหาสาโรปมสูตร

เขามีความยินดี ผู้ที่มีความยินดีมุ่งมั่น ผู้ที่รู้นะ ผู้ที่หลงระเริงก็ว่าไปเถอะ คนมาบวชแล้วมาทำงานศาสนาด้วยก็หมายถึงคนที่มีความยินดีที่จะพยายามมาเอา แก่นเนื้อแก่นแท้ของศาสนา เขามีความยินดี มีความดำริเต็มเปี่ยมในลาภ แต่เขาไปยินดี ไปเต็มเปี่ยมอยู่ในลาภและความสรรเสริญลาภสักการะ เขาย่อมยกตนข่มผู้อื่น แน่นอน ได้ลาภได้ยศได้สรรเสริญก็ข่มผู้อื่น เป็นธรรมชาติของเขา ยืนยันเลย 

อย่างมหาระแบบเป็นเจ้าคุณ สุดท้ายดูเหมือนจะเป็นเจ้าคุณชั้นเทพที่เสียชีวิตน่ะ นี่รบราฆ่าฟันอาตมาอย่างหนักเลย เขาก็บอกว่าเขานี่แหละ โพธิรักษ์มีอะไร เขานี่เป็นเปรียญ 6 นะ เป็นเจ้าคุณนะ อะไรอย่างนี้ โพธิรักษ์มีอะไร ก็พูดอย่างนี้มันก็ข่ม เขาก็ทำจริงๆ 

หลง ลาภ ยศ สรรเสริญ ก็จะเห็นคนอื่นต่ำมีศักดาน้อย ภิกษุอื่นมีศักดาน้อย เขาจะมัวเมาถึงความประมาท นี่ก็เขาพูดเต็มๆก็แล้วกันอย่าหาว่าไปพูดว่าเลย มหาระแบบ หรือ เจ้าคุณโสภณคณาภรณ์ ดูเหมือนจะเสียตอนเป็นชั้นเทพหรือยังไง เจ้าคุณมหาระแบบ พรหมพันธุ์ 

เขามีความยินดี มีความดำริเต็มเปี่ยมในลาภและความสรรเสริญ  เขาย่อมยกตนข่มผู้อื่นว่า เรามีลาภสักการะและความสรรเสริญ  ส่วนภิกษุอื่นนอกนี้ไม่ปรากฏ มีศักดาน้อย.      

เขาย่อมมัวเมา ถึงความประมาท เพราะลาภสักการะและความสรรเสริญนั้น  เมื่อเป็นผู้ประมาทแล้วย่อมอยู่เป็นทุกข์ 

เปรียบเหมือนบุรุษผู้มีความต้องการแก่นไม้ แสวงหาแก่นไม้  เที่ยวเสาะหาแก่นอยู่  เมื่อต้นไม้ใหญ่มีแก่นตั้งอยู่  ละเลยแก่น  ละเลยกระพี้  ละเลยเปลือก ละเลยสะเก็ดไปเสีย ตัดเอากิ่งและใบถือไป สำคัญว่าแก่น. 

มหาสาโรปมสูตร  ล.๑๒  ข.๓๔๗ 

ศีลเป็นสะเก็ด สมาธิเป็นเปลือก ปัญญาเป็นกระพี้ วิมุติเป็นแก่น ดอกใบผลเป็นลาภสักการะสรรเสริญ 

พ่อครูว่า… มาบวช มาต้องการแก่นไม้ ต้องการนิพพานต้องการวิมุต  ละเลย แก่นกระพี้เปลือกละเลยศีล สมาธิ ปัญญา วิมุต ไปตัดเอากิ่งใบดอกผล ถือไปสำคัญว่าแก่น อย่างนี้แหละ 

สิ่งที่เอามายืนยันเหล่านี้ไม่ใช่เอามาซ้ำเติม ไม่ใช่อาตมาจะเอามาพูดเพื่อซ้ำเติม แต่พูดเพื่อให้เห็นความจริง อาตมาก็ทำงานมาจนกระทั่งทุกวันนี้นี่ก็ จะว่าปลงอายุสังขารก็ปลงแล้ว  ก็ว่าคงอยู่ไปอีกไม่นานเท่าไหร่ เพราะว่าสังขาร โอ้โห ต่ออายุ อาตมาก็ไม่พูดต่อแล้วมันก็พากเพียรไป มันก็ไม่เท่าไหร่หรอก จำเป็นต้องพูดให้ชัดๆพูดให้ครบๆพูดให้หมดๆ ไม่ได้ต้องการไปอวดตัวอวดตนเบ่งข่มหรือว่าไปทำอะไรต่ออะไรที่เรายิ่งเราใหญ่อะไรไม่ใช่ 

เพื่อเห็นว่าเสียดายผู้ที่จะมาบวชแล้วก็มาทำงานศาสนา จริงๆแล้วที่มาทำงานศาสนา มาบวช แต่จริงๆแล้วไม่เอาจริง นอกจากไม่เอาจริงแล้วเอาล่ะ ไม่มีคนสอนสัมมาทิฏฐิ เพราะในหมู่ใหญ่ไม่สัมมาทิฏฐิ อันนี้ไม่ได้พูดเล่น โพธิรักษ์สัมมาทิฏฐิ หมู่ใหญ่ไม่สัมมาทิฏฐิ หมู่ใหญ่จึงมาย่ำยีโพธิรักษ์ไง อาตมาไม่ได้โกรธนะ ไม่ได้โกรธเคือง แต่เห็นใจสงสาร เหมือนพ่อเห็นลูกมันโกรธ มันเป็นเด็ก ลูกมันมาทุบตีพ่อ อาตมาจะไปโกรธลูกได้อย่างไร เพราะมันไม่เดียงสามันไม่รู้เรื่อง ก็เห็นอย่างนั้นจริงๆ เห็นเถรสมาคม เห็นเจ้าคุณโสภณคณาภรณ์หรือมหาระแบบนี้ก็ตาม 

_สู่แดนธรรม… ท่านได้ถึงขั้นชั้นพระธรรมครับ 

พ่อครูว่า… ไม่ถึงขั้นเทพนะเสียที่ชั้นธรรมมหาระแบบ แม้แต่ขออภัยเธอกล่าวพาดพิงไปถึงท่านสำเร็จพุทธโฆษาจารย์หรือท่านมหาประยุทธ์ก็ตาม ก็น่าเห็นใจท่าน อาตมาว่าท่านไม่ได้แกล้งนะท่านรู้เท่าที่ท่านรู้แล้วท่านก็ทำอย่างจริงใจ ท่านรักศาสนานะไม่ใช่ท่านไม่รัก แต่ศาสนาของท่านที่ท่านรักมันยังมิจฉาทิฏฐิมันยังไม่สมบูรณ์แบบ จึงมาเข้าใจผู้สัมมาทิฏฐิผิดว่าเป็นผู้ผิด แล้วท่านนึกว่าตัวเองสัมมาทิฏฐิก็มันชัดเจนมันแย้งกัน ป่านนี้ท่านจะได้คิดได้สำนึกได้เข้าใจหรือเปล่าก็ไม่เห็นสัญญาณส่งมา แต่ก็เห็นใจเหมือนกันมันก็คงจะยากมันน่าละอายที่จะมายอมรับซะตรงนี้ 

ที่จริงการปลงอาบัติด้วยการยอมรับความผิดของตัวเองมันเป็นความเจริญ ถ้าทำเสียได้มันก็เจริญแน่นอน แต่ถ้าปกปิดหมักหมมเน่าในมันจะเสียหาย อันนี้พระพุทธเจ้าท่านสอนไว้หมด แล้วท่านก็เป็นปราชญ์เอก ไม่ต้องไปสอนจระเข้ว่ายน้ำหรอกนะ ก็พูดสัจจะอาตมาพูดสัจจะไป ก็ขออภัยเถอะขอพูดเถอะ อาตมาอายุ 90 แล้วเนาะ อย่างที่พูดไปแล้วจะบ่นไปอีก พวกคุณก็อาจจะไม่สบายใจว่ามันใกล้จะตายก็ไม่น่าจะพูดอะไรมากหรอก 

ก็ขอพูดไปด้วยสัจจะความจริง ถ้าอาตมาตายเสียแล้วก็ไม่ได้พูดความจริงอันนี้ 

ขอย้ำอีกว่าอาตมาพูดจริง ยุคนี้มันเสื่อมตามที่พระพุทธเจ้าท่านตรัส พยากรณ์ไว้ว่าเป็นยุคเสื่อม เสื่อมจากโลกุตรธรรม แล้วคำว่าโลกุตรธรรมนั่นแหละธรรมะของพระพุทธเจ้า ถ้าโลกีย์ซะ มันก็ไม่ใช่ มันก็มีระดับดีของโลกีย์นะไม่ใช่ว่าไม่มี แต่ถึงแม้จะเป็นระดับดีของโลกีย์ มันก็ไม่ใช่ธรรมะของพระพุทธเจ้า เพราะธรรมะของพระพุทธเจ้านั้น มันทวนกระแสโลกีย์ มันทิ้งโลกีย์ด้วยซ้ำ เห็นไหม 

อันนี้แหละมันยิ่งใหญ่ตรงนี้ ตรงที่ทวนกระแส ที่อาตมาได้เริ่มมาบ้างแล้วที่อธิบายในเรื่อง โลกทั้งโลกตั้งแต่หมอดู จนกระทั่งถึงนักวิทยาศาสตร์ นักดาราศาสตร์ ทั้งปราชญ์เอกทั้งหลายแหล่ศาสดาก็ตาม ล้วนแต่อยู่ตามกระแสของจักรวาล กระแสของโลกกระแสของมหาเอกภพ เวียนจากซ้ายไปขวา ๆ ทั้งนั้นและทั้งนั้น 

มีแต่พระพุทธเจ้าเท่านั้นแหละเวียนจากขวากลับมาซ้าย จึงมาเจออดีต จึงมาเจอศูนย์ จึงมาเจอวิบาก จึงเจออดีตและจึงรู้อนาคตจึงรู้ปัจจุบัน นี่ก็ค่อยๆอธิบายไปกล่าวถึงพุทธนี้ก่อน วันนี้ก็คงลงลึกยังไม่ได้ขอขยายความอันอื่นไปก่อน 

เพราะฉะนั้นก็เลยมันไม่เข้าใจจริงๆก็หลงเพลิดไป ก็เลยกลายเป็นศาสนาดอกไม้พลาสติก ทั้งๆที่หลงดอกใบผลนั้นน่ะมันก็ผิดแล้ว แถมเป็นพลาสติกอีกต่างหาก โอ้เมืองใหญ่เมืองนี้ เอาล่ะถึงแม้จะเป็นเมืองไทยเมืองเล็กก็เถอะ โดยโวหารว่ามันเป็นเมืองใหญ่เมืองที่มันเจริญงอกงามนี่ ทำไมผู้คนถึงเป็นอย่างนี้กันไปหมดไม่รู้จักสัจจะ เหมือนคนไม่รู้เรื่องรู้ราว เหมือนคนโง่คนอะไรต่ออะไร สิ่งที่ดีที่งามกลับไม่รู้ ไปหลงสิ่งที่ไม่ดีไม่งาม อย่างนี้เป็นต้น 

ซึ่งความเข้าใจระดับเต๋อ เรวัต พุทธินันทน์ก็เข้าใจของเขา ก็แสดงออกมา สื่อออกมา ซึ่งอาตมาเองสื่อออกไปก็ขอขยายความเพิ่ม 

คำว่าเมืองใหญ่ก็คือคุณธรรมใหญ่ คุณธรรมใหญ่ก็คือโลกุตรธรรม มันเปรียบเหมือนยอดปิรามิด มันมีคนไม่มากหรอก ใหญ่ในเรื่องของสัจธรรม มันไม่ได้ใหญ่ในรูปธรรม มันก็ต้องมีจำนวนน้อยเป็นยอดพีระมิดอยู่แน่นอน อาตมาก็ย้ำยืนยันมานานหลายครั้งหลายคราว 

ในโลกยุคนี้ที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่าเสื่อม แม้แต่ในแดนพุทธเองเมืองพุทธเอง เมืองไทยโลกยกให้เป็นจุดศูนย์กลางพุทธศาสนาเลยนะเมืองไทย หมู่ใหญ่เขายังเป็นแค่นั้น ขนาดนั้นโลกยังยอมรับเลย แต่จะให้โลกที่เป็นเทวนิยมข้างนอกเขามาเข้าใจโลกุตระนั้นน่ะหรือ เมินเสียเถิดอย่าคิดถึง เพลงเขาไม่ได้ว่าเมินเสียเถิดหรอก เขาว่าลืมเสียเถิดอย่าคิดถึง  

เพราะคนไทยที่โดยเฉพาะที่เป็นชาวพุทธ เป็นกระแสหลักสิ จะต้องยอมรับ จะเป็นผู้รับก่อน คนก็ต้องเอามวลปริมาณ เพราะชาวพุทธเองยังไม่ยอมรับ โลกุตระ แต่ก็อย่างว่าน่าเห็นใจเพราะเขาไม่รู้ พูดแล้วมันซับซ้อนหลายชั้น เขาไม่เจตนาเลวร้ายหรอก เจตนาดีด้วย แล้วเขานึกว่าอาตมาจะมาทำลายศาสนา นึกว่าเป็นกบฏ นึกว่าเป็นผู้ทำลาย นี่อาตมาพูดได้เพราะทำงานมา 53 ปีแล้ว 

ดี โชคดีที่ยังมีพระไตรปิฎกเล่มนี้ แม้แต่คำเดียวกันอธิบายภาษาเดียวกัน คำเดียวกันกับของพระพุทธเจ้าอธิบายกันคนละนัยยะแตกต่างแล้วใครล่ะนัยยะไหนที่มันถูกต้อง 

เช่น อธิบายคำว่ากาย คำว่าบุญ คำว่าสมาธิ คำว่าฌานอะไรพวกนี้เป็นต้น คำว่านิโรธหรือคำว่าปฏิบัติ อย่าไปหลับตา หลับตานั้นมันไม่มีเข้าๆออกๆฌาน ของศาสนาพุทธนั้นมันไม่ต้องเข้าต้องออกหรอกทำฌาน ซึ่งมันลึกซึ้งมันไม่ใช่เรื่องตื้นๆสามัญ มันเสื่อมไปเป็นเดียรถีย์ไม่ว่าจะเป็นฌานก็เป็นเดียรถีย์ วิมุตก็เป็นเดียรถีย์ เรื่องบุญเรื่องทานก็กลายเป็นโลกียะ เรื่องปัญญายิ่งไปกันใหญ่เลย 

อาตมาก็ยืนยัน ปัญญาว่าอาตมาเป็นผู้ สยังอภิญญา มีปัญญามีความรู้มาก่อน ที่พูดอย่างนี้อาตมาทำงานมา 50 กว่าปี อายุก็ 90 จวนตายแล้วพูดให้มันครบๆก็แล้วกัน เพราะฉะนั้นจึงต้องพูดเพื่อย้ำยืนยัน ๆ แล้วคาแรคเตอร์ของอาตมามันก็เน้นก็หนักก็เหมือนไปตีหัวเขาก็ขออภัย ไม่ได้แกล้งหรอก มันเป็นตัวเอง คาแรคเตอร์ของตัวเองมันเป็นอย่างนี้ อาตมาไม่ชอบเหยาะแหยะ ถ้าอยู่ธรรมดาก็สนุกสนานเบาๆ แต่ถ้าเขาหาธรรมะแล้ว เราก็ไม่เหยาะแหยะหรอก ไม่เหยาะแหยะ 

เพราะฉะนั้นเรื่องของความลึกซึ้งสุดยอดของธรรมะพระพุทธเจ้านั้น ถ้าสายหลัก กระแสหลักไม่ว่าจะหลับตา สายหลับตา อาตมาก็ตำหนิว่ามันโมฆะเลยหลับตาไม่ได้ แล้วเขาก็นับถือกันว่าเป็นพระปฏิบัตินะ แม้แต่พระที่ศึกษาปริยัติเสียส่วนใหญ่ จบด็อกเตอร์มาจากมหาวิทยาลัยเทวนิยมทั้งหลาย ทางพุทธศาสนานะ ทั้งๆที่เราควรจะเป็นเจ้าของอะไรอย่างนี้คือความไม่รู้ มันก็เป็นเชิงอย่างนั้น ทั้งนั้น เปรียญ 9 ก็ดี ดร.ก็ดี ขออภัยพูดแล้วมันก็ขอคารวะจริงๆเลย อย่าหาว่าอาตมาไปดูถูกดูแคลนหรือว่าไปข่มเบ่งอะไรเลย ก็ต้องขออภัยจริงๆ มันพูดสัจจะ มันต้องพูดไม่รู้จะทำยังไง 

เพราะฉะนั้นถ้าเผื่อว่าไม่มาฟังทำสัจธรรม ที่อาตมาขอยืนยันว่าไม่ได้มาหลอกมาล่อ ไม่ได้มาปลอมมาแปลง ขอยืนยันว่ามันเป็นของแท้ของจริง เป็นธรรมะของพระพุทธเจ้า เป็นโลกุตรธรรม อาตมาเป็นตัวจริงของ สยังอภิญญา ของผู้ที่มีมาเองไม่มีอาจารย์ไม่มีครูบาอาจารย์ในชาตินี้ก็พูดไปหมดแล้ว ไม่ใช่หยิ่งผยอง ไม่ใช่เบ่งข่มอะไร ไม่ใช่ ไม่ได้อยากพูดเลย แต่จำนวนจำเป็นจำใจ อาตมาก็พูดไปแล้วก็ค่อยอ่านในหนังสือเกิดมาชาตินี้ สารภาพพูดไปมันจำเป็น  จำนน  จำยอม  จำใจ  จำต้อง ต้องพูดอย่างนี้ออกมา มันเป็นสิ่งที่สุดท้ายที่จะต้องไม่มีอะไรจะต้องพูดได้มากกว่านี้อีกแล้ว มันเป็นวิสัยสุดวิสัยเลย 

เพราะฉะนั้นในความเจริญกับความเสื่อม เราเป็นพวกอโศกนี่เป็นพวกที่กำลังพยายามพากเพียรให้เจริญ แต่ทางท่านทั้งหลายแหล่ทางกระแสหลัก หมู่ใหญ่ท่านเสื่อม ความเจริญความเสื่อม ก็ขออย่าให้ความเสื่อมมันเที่ยงแท้ถาวรเลย เลิกเสื่อมบ้าง เลิกเสื่อมเถอะ ตั้งจิตใหม่มี ปรโตโฆษะ ตามศึกษาดีๆฟังอาตมาบ้าง เปิดเสียงปรโต เปิดฟังเสียงอื่นเสียบ้าง จะได้สัมมาทิฏฐิ เป็นสัมมาทิฏฐิคู่แรกเลยนะ ปรโตโฆษะ แล้วจะได้โยนิโสมนสิการ จะได้ทำใจในใจถูกฐาน ถูกต้อง นี่ไปทำใจในใจผิดทาง มนสิการผิดทาง เป็น    อโยนิโสมนสิการ อย่างนี้เป็นต้น มันก็จะทำยังไง ปฏิบัติอย่างนั้นมันก็ผิด 

เพราะฉะนั้นความเจริญงอกงามชาวอโศกก็ค่อยๆงาม แหม แต่ยากจังเลย โตช้าโตยาก มันแหม ไม่รู้จะขยายความอย่างไร อาตมาก็ไม่มีปัญญาจะขยายความต่อ มันถึงเจริญงอกงามไม่ได้ ขยายความต่อไม่ได้แล้ว แต่ท่านนั้นยังทนเสื่อมอยู่ ทำไมต้องรักษาความเสื่อมนั้นไว้ ไม่เข้าใจเลย จะว่าเห็นใจก็เห็นใจอยู่บ้าง เขาไม่รู้เขาก็ไม่ได้แกล้ง ก็ไม่มีอะไรจะพูดต่อ นอกจากพูดว่าสุดสงสาร 

_สู่แดนธรรม… ที่เป็นเช่นนี้เพราะร่มไม้ที่พ่อท่านสร้างยังไม่แผ่กิ่งก้านสาขาใหญ่โตไปครับ 

พ่อครูว่า… สู่แดนธรรม พยายามช่วยอาตมาว่า ที่อาตมากำลังสร้างอยู่นี้ ต้นไม้ไม่ใช่ต้นพลาสติก แต่เป็นต้นไม้แท้ที่รากงาม รากงาม มีรากทั้ง 10 รากของพุทธเจ้าเรียกว่ามูลกา 10 

ตั้งแต่ยินดี ฉันทะ เป็นมูลกา มีความยินดี เพราะฉะนั้นถ้าทางด้านเถรสมาคมมีจิตมายินดีในทางเราทางโพธิรักษ์ ทางอโศก เริ่มต้นรากข้อที่ 1 ในมูลสูตร 10 เล่ม 24 ข้อ 58 

ข้อที่ 2 มีมนสิการเป็นแดนเกิด คือมาทำใจในใจ คือนั่งหลับตาปฏิบัติ เขาก็ทำใจในใจ แต่ทำผิดเป็นมิจฉาทิฏฐิ เป็น       อโยนิโสมนสิการ เขาก็มีแดนเกิด แต่เป็นแดนเกิดไปในทางนรก  ในทางเสื่อม 

อีก 19 นาทีต้องเร็วหน่อย 

มีผัสสะ เป็นเหตุเกิด นี่แหละตัวนี้ก็ยาก (พ่อครูไอตัดออกด้วย) 

ทำไมไม่เข้าใจ มันยากยังไง ยากที่อาตมาเข็นไม่ขึ้น แต่มันน่าจะง่ายที่เขาน่าจะเข้าใจ ไม่มีผัสสะมันไม่มีเวทนา ผัสสะเป็นเหตุเกิด อาตมาก็อธิบายมาแล้ว เวทนาเป็นที่ประชุมลง เวทนานี่แหละ เป็นที่ที่จะทำงานปฏิบัติเป็นกรรมฐาน เวทนาเป็นกรรมฐานหนึ่งเดียวของศาสนาพุทธ ไม่ใช่กสิณ 40 เป็นกรรมฐาน ไม่ใช่ ไม่ใช่ 

ฐานที่ตั้งแห่งการปฏิบัติคือเวทนา แล้วก็ศึกษาเวทนานอกเวทนาใน เดี๋ยวค่อยขยายกายในกาย เวทนาในเวทนา จิตในจิตธรรมในธรรม เพราะฉะนั้นถ้าไม่มีผัสสะ โมฆะเลย โดยเฉพาะผัสสะภายนอก ที่มี 5 ทวารกับใจ 

เพราะฉะนั้นนั่งหลับตานี่ปิดประตูเลย โมฆบุรุษเด็ดขาด สูญเปล่า 

_สู่แดนธรรม… เพราะท่านทั้งหลายเห็นตรงกันข้ามกับพ่อท่านใช่ไหมครับ ว่าการมีผัสสะทำให้จิตฟุ้งซ่านไม่สงบสักที 

พ่อครูว่า… ไม่เป็นลำดับ ไม่ปฏิบัติเป็นลำดับ ตั้งแต่ศีลข้อ 1 แล้วก็มีผัสสะเป็นปัจจัย มีตื่นรู้แล้วก็กำหนดรู้มันถึงจะสร้างฐานของสติและปัญญาเป็นอธิปไตย เป็นอุตระอยู่เหนือมันได้ แล้วมีพลังอธิปไตยแข็งแรง ไม่เริ่มต้นมาตั้งแต่ต้น ไปนั่งกดข่ม ไปนั่งทำอะไรนั่นมันออกนอกทางหมดเลย มันเป็นไปไม่ได้ มันไม่ตรงคำสอนพระพุทธเจ้าเลย แล้วมันก็ไม่ได้มรรคผลของพระพุทธเจ้า ไปได้มรรคผลของเดียรถีย์ แล้วก็เอาอันโน้นมาแย้งอาตมา 

เพราะฉะนั้นมันไม่มีรากอย่างที่อธิบายหลัดมาถึงสติปัญญา เมื่อไม่มีภาษาก็ไม่มีเวทนา เมื่อไม่มีเวทนาก็ไม่มีการปฏิบัติ ปฏิบัติเวทนา 108 อันนี้แหละเป็นกรรมฐานเป็นจุดกลางจุดสำคัญ 

ขอสรุปลงท้ายไว้ให้ฟังก่อนแล้วค่อยมาขยายความ ถ้าคุณไม่เรียนรู้ที่เวทนา ศาสนาพุทธทั้งหมด สโมสรณา รวมลงที่เวทนา เพราะเวทนาเป็นตัวธาตุ ธาตุความรู้สึกทุกข์สุข เป็นธาตุเวทนาความรู้สึกอารมณ์แห่งความรู้สึกสุขทุกข์ จะต้องรู้ความจริงว่าอาการและอารมณ์ที่มันเกิดทุกข์เกิดสุขของจริงตรงนี้ ต้องเข้าใจสภาวะธรรม ไม่ใช่มีแต่พยัญชนะว่าเวทนาคืออะไร ความรู้สึกหรืออารมณ์คืออะไร 

คุณต้องอ่านอาการเมื่อกระทบสัมผัสแล้วเกิดเวทนา เกิดความรู้สึก ความรู้สึกแล้วเป็นสังขารตรงมา คุณก็ต้องแยกให้ออกว่ามันมีกิเลสกับตัวความรู้สึกจริง เวทนาแท้กับเวทนาเก๊อธิบายมาหมดแล้ว ถ้าแยกอันนี้ไม่ออก ไม่มีทางปฏิบัติธรรมบรรลุธรรม ไม่มีทางบรรลุธรรม ปฏิบัติให้ตายก็ไม่มีบรรลุธรรม ถ้าไม่มีธรรมวิจัยสัมโพชฌงค์แยกเวทนาในเวทนา เวทนาแท้กับเวทนาเทียม ถ้าแยกไม่ออกปฏิบัติให้ตายยังไงกี่ชาติกี่ชาติก็ไม่มีทางบรรลุ นี่ชี้จุดสำคัญให้ฟังแล้วนะ ภาษาก็ใช้ภาษาได้แค่นี้ แต่สภาวะคุณต้องมีทักษะจริง 

แค่ลืมตาปฏิบัติมีผัสสะจริงกิเลสเกิดจริงขึ้น จึงจะได้รู้จักกิเลสจริงๆเวทนามันมีนะมีกิเลสในเวทนา เวทนาในเวทนา เวทนาแท้อันหนึ่ง เวทนาเก๊เพราะกิเลสมันปรุงแต่ง แล้วคุณไปหลงกิเลสมันปรุงแต่ง ไปหลงเวทนาที่มันปรุงแต่งด้วยกิเลส ได้ลาภก็ปรุงแต่งติดมันได้ยศก็ปรุงแต่งติดมัน ได้สรรเสริญก็ปรุงแต่งติดมัน มันยิ่งละเอียดไปนะในลาภยศสรรเสริญ ได้เสพสุขก็หลงติด คุณก็เฉยเมยเลย ก็มันไม่ทุกข์ 

ไม่ทุกข์ด้วยวิธีเดียรถีย์หลอกให้ไปกดข่มจิต เป็นวิธีทำจิตไม่ให้ทุกข์ด้วย เขาก็เลยหลงเชื่อว่านั่นแหละถูก ไอ้ที่อาตมาอธิบายไปนี้เขาบอกยาก อย่างที่ สู่แดนธรรมว่า ฟุ้งซ่านเห็นไหมมันสิริมหามายาอธิบายมามันซับซ้อนในนี้ 

เพราะฉะนั้นถ้าไม่ปฏิบัติถูกคำสอนตามพระอนุสาสนีจริงแท้สมบูรณ์แบบ ผัสสะไม่มีเป็นต้น เวทนาไม่เกิด เพราะฉะนั้นเขาทำให้เวทนารวมลงเป็นหนึ่ง แล้วก็จับทีละคู่ ๆโดยเฉพาะจับที่เวทนาในพระไตรปิฎกเล่ม 10 ข้อ 60  

ธรรมทั้งสองเหล่านี้ รวมเป็นอันเดียวกันกับเวทนา โดยส่วนสอง (เทฺว ธมฺมา ทฺวเยน เวทนาย เอกสโมสรณา ภวนฺติ ฯ )ล.10 ข.60 

เพราะมันเป็นตัวสำคัญ สภาวะจุดหัวใจศาสนาเลยตรงนี้ เพราะฉะนั้นถ้าไม่รู้ 2 ทฺวเยน ในนอกหรือว่าเก๊กับแท้ แท้คืออย่างไรเก๊คืออย่างไร รู้เหตุจับแยกกิเลสได้ กิเลสมันเป็นมารเป็นมายา เป็นเรื่องเก๊ เห็นความจริงคือปัญญา ความรู้จริง ปัญญาคือความรู้จริงความจริง  ไอ้ของเก๊เจอของจริง ของเก๊วิ่งหนีตูดแป้นเลย ไม่รอหน้าได้เลยนี่ก็พูดอธิบายมา อธิบายด้วยภาษาอันนี้ แต่คุณปฏิบัติจริงคุณเข้าใจสภาวะตรงกับภาษาที่อาตมาพูด คุณจะรู้ของจริงด้วยตนเองเป็นปัจจัตตังเลย 

ปัญญาเจอกับไอ้ผีมาร กิเลสนี่มันไม่รอหน้าอยู่หรอก กิเลสหรือมารมันเจอหน้าปัญญาเข้าแล้ว มันวิ่งหูตูบ หนียังไม่คิดชีวิตเลย นี่สัจจะมันเป็นเช่นนั้น ถ้ามันไม่จริงมันก็ไม่เกิดอย่างที่อาตมาว่า ถ้ามันจริงมันจะเกิดอย่างที่อาตมาว่า 

เพราะฉะนั้นผู้ใดรู้สัจจะจริง กระทำเวทนาได้ชัด มันจึงเป็นจิตสะอาด เวทนาแท้เป็นจิตสะอาดตกผลึกลง เป็นจิตสะอาดจิตบริสุทธิ์เป็นอุเบกขา เป็นปริสุทธา ปริโยทาตา มุทุ กัมมัญญา ปภัสสรา นี่แหละจิตแข็งแรง 

ต้องสะสมตามระบบเบื้องต้น ท่ามกลาง บั้นปลาย แต่นี่ไม่มีขั้นต้น ขั้นกลาง ขั้นปลาย เป็นลำดับอย่างน่าอัศจรรย์ อย่างที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสเอาไว้ อย่างน่าอัศจรรย์ ในอัศจรรย์ 8 อย่าง มันเป็นลำดับราบลุ่มยิ่งกว่าฝั่งทะเล ไม่ใช่วกไปวกมา สลับไปสลับมาอะไรเวียนหัว ไม่ใช่ มันเรียบร้อยไปแล้วก็ได้ไปเลย เรียบร้อยไปแล้วก็ได้ไปเลย ไม่มีเข้าไม่มีออกหรอก ไม่มีการวกไปวกมา ไม่มี ได้แล้วก็ได้ไปเลย เรียบราบยิ่งกว่ากระจกหรือฝั่งทะเล หรือหาดทรายที่น้ำซัด วาบลงมามันเรียบ ทรายสะอาดขาว 

เพราะฉะนั้นเมื่อได้จิตสะอาดแล้วจึงตกผลึกลงเป็นสมาธิ สมาธิจึงเป็นหัวหน้าเป็นประมุขเป็นใหญ่ ของจิต คือจิตที่สะอาดแล้วก็ตกผลึกเป็น อเนญชาๆๆ ไม่หวั่นไหวแข็งแรง รอบรู้สูตรของพระพุทธเจ้าทั้งหมด เจโตปริยญาณ 16 ทำให้เกิดสมาหิโต เป็นวิมุตหลุดพ้นจริงๆ ทั้งเจโตและปัญญาสมาธิกับวิมุต เจโตกับปัญญา ตกผลึกลงมา ตกผลึกลงเป็น อเนญชาๆ ที่เป็นจิตสมาธิของพระพุทธเจ้าเรียกว่า สมาหิโต 

ไม่ใช่ไปนั่งสะกดจิตแล้วก็เป็นสมาธิทั้งๆที่กิเลสมาก็ไม่รู้เรื่อง ให้มันตกผลึกแข็งทื่อเป็นสมาธิ เขาก็เข้าใจของเขาอย่างนั้น ซึ่งมันคนละเรื่องกันเลย 

เพราะฉะนั้นสมาธิก็ต่างกันเป็นประมุข เขาก็เป็นประมุขนะ เราก็เป็นประมุข อธิบายตัวเดียวกัน ภาษาเดียวกัน แต่มันคนละเรื่องกันเลยกับสภาวธรรม ซึ่งสมาธิของพระพุทธเจ้านั้นลืมตามีสติตื่นเต็มทางกายก็ 100% ทางวจีก็ 100% ทางมโนก็ 100% อาตมาก็พูดไปหมดแล้วตื่นเต็ม ไม่ใช่ไปนั่งหลับนั่งหรี่นั่งหลับ ยิ่งหลับตาเข้าไปข้างใน ไม่ใช่เลย 

ตื่นเต็มมีความแข็งแรง สติเป็นอธิปไตยเป็นอำนาจ แล้วมีปัญญาอยู่เหนือ มีความรู้ รู้ว่าโลกเป็นอย่างนี้ก็รู้กับเขาช่วยกัน ไม่ไปข่มไปเบ่ง สงสาร คุณไม่พ้นจากสงสารนั่นเองคุณก็วนอยู่ในวัฏสงสาร ก็ช่วยกันช่วยกันไป

เพราะฉะนั้นคนที่บรรลุแล้วถึงขั้นที่เป็นรากข้อที่ 8 ข้อที่ 9 เข้าไปนี่ พอเป็นวิมุตจริงอย่างสัมมาทิฏฐิแล้วได้แก่นแท้ ตามที่ไปแสวงหาแก่น ได้แก่นถูกต้องแท้จริงแล้วบรรลุวิมุติแล้ว ก็เป็นอมตะบุคคลข้อที่ 9 จึงเป็นคนที่รู้ กาละรู้กรรมรู้กิจรู้กาละ ได้กระทำกิจสำเร็จด้วยกรรมจบ ถึงอยู่เหนือกาละ หรือผู้ทำกาละเอง จะตายหรือไม่ตายได้ จะตายแล้วเกิดอีกได้ จะตายแล้วไม่เกิดเลยสลายเป็นดินน้ำไฟลมไปเลยได้ เห็นไหม มันจบหมดเลย อัตภาพหรือจิตวิญญาณของแต่ละคนของแต่ละคน รับผิดชอบของตัวเองแล้วก็จัดการให้สมบูรณ์แบบเป็นอรหันต์ 

ผู้จบกิจแล้วจะรู้จักการทำกาละได้ ทำกาละอยู่ต่อเกิดอีก ตายชาติแล้วชาติหน้าจะเกิดอยู่อีกก็ได้ ถ้าเกิดแล้วเกิดอีกจะช่วยคนให้นานยิ่งกว่า ที่อาตมาปณิธานไว้เป็นพระพุทธเจ้าองค์ใดองค์หนึ่งก็พอแล้วไม่หรอก จะทำต่อแม้จะไม่ประกาศตัวเองอย่างพระอวโลกิเตศวร ไม่ยอมประกาศตัวเองเป็นพระพุทธเจ้าสักทีจะช่วย เป็นโพธิสัตว์ช่วยสัตว์โลกกันไป เหมือนเจ้าแม่กวนอิมอวตารเขาก็อธิบายไป ก็จะช่วยมนุษย์นี่แหละจนกว่าจะหมดเป็นคนสุดท้ายถึงจะปรินิพพาน ก็อธิบายไปหมดแล้ว ก็ไม่ว่ากัน 

ใครจะทำก็ไม่ว่า อาตมาไม่สู้หรอก พอเป็นพระพุทธเจ้าได้องค์ใดองค์หนึ่งเท่านั้น ตั้งจิตปณิธานอยู่นะ ก็พอแล้วเป็นพระพุทธเจ้าได้ก็ขอ ปรินิพพานเป็นปริโยสาน ไม่เอา 2 สมัยหรอก สมัยเดียวก็เหลือกินเหลือใช้แล้ว ไม่ตะกละตะกรามเหมือนนักการเมืองเขาที่อยากเป็นนายกหลายสมัย เป็นประธานาธิบดีหลายสมัย เราก็ไม่เอาอย่างนั้น 

เพราะฉะนั้นเรื่องธรรมะพระพุทธเจ้าตามที่อาตมาอธิบายไปบ้าง ตามลำดับพวกนี้ ซึ่งมาขยายความต่างๆ แม้จะขยายโพธิสัตว์ถึง 9 ระดับ อรหันต์อีก 6 ระดับ เพราะฉะนั้นถ้าเข้าใจจริงๆแล้วโพธิสัตว์จึงสูงกว่าอรหันต์ถึง 3 ระดับ อรหันต์มีแค่ 6 ระดับ 

พระอรหันต์คือตัวจบ โพธิสัตว์คือตัวทั้งรวม ยังไม่อธิบายอันนี้วันนี้ โพธิสัตว์กับอรหันต์ 

ที่จริงเกรงใจเขาบอกว่าอีก 3 นาทีเขาจะครบที่จะให้มาชั่วโมงครึ่ง ขอเอา SMS มาอ่านก่อนก็แล้วกัน 

SMS วันที่ 1 – 9 พฤศจิกายน 2566

_แก้วตะวัน พวงบุบผา  . น้อมกราบนมัสการพ่อครู ท่านสมณะ ท่านสิกขามาตุด้วยความเคารพบูชาอย่างสูงยิ่งค่ะ ได้มีโอกาสมาร่วมงานมหาปวารณาครั้งที่ ๔๑ ที่บวรราชธานีอโศก ตั้งแต่วันที่ ๒ พ.ย. ๖๖ เดินทางมากับทีมป้าศีลเกื้อ ตอนแรกก้ำกึ่งว่าจะมาหรือไม่เพราะเป็นไข้หวัด คิดว่าจะหายทันหรือไม่ แต่ป้าศีลเกื้อ ผู้เป็นมิตรดีสหายดี มารับถึงบ้านที่สุพรรณบุรี แม้จะยังไม่หายดี แต่เห็นความเมตตาปรารถนาดีของป้าศีลเกื้อ ก็เลยตัดสินใจร่วมเดินทางมาบ้านราชฯ ด้วย พอมาถึงโรคภัยไข้เจ็บที่เป็นอยู่ก็หายไปอย่างน่าอัศจรรย์ แต่ยังมีอาการอ่อนเพลียอยู่บ้างแต่ใจก็สู้ ช่วยงานท่านสิกขมาตุเป็นหญิงในการแกะกระเทียมกับทีมไพศาลี เพื่อนำไปปลูกที่แปลง ในวันถัดไป เข้าร่วมกิจกรรมปฐมนิเทศเพื่อสร้างสมพลังจิตวิญญาณ เพื่อพัฒนาในลำดับต่อไป กราบขอบพระคุณเหตุปัจจัยทุกอย่าง บุคคลที่เกี่ยวข้อง ที่นำพามาถึงดินแดนพระโพธิสัตว์ แผ่นดินพุทธ ไว้ ณ โอกาสนี้ด้วยค่ะ

_เชวง กิจจะบรรณ์  . ชาตินี้ได้ฟังเทศน์เกิดร่วมสมัยกับท่านพ่อครู คงมีวาสนาไปไห้ถึงบ้านราชสักครั้งในชีวิต

พ่อครูว่า… เอาน่ามาซัก 10 ครั้งร้อยครั้งพันครั้งหรือมาอยู่เลย ดีเกิดจิตเป็นกุศลขนาดนี้ก็ดีแล้ว 

_ตุ๊ก อัศวิน . ประทับใจ ในความทุ่มเท ของคณะนักร้องทุกท่านที่มีเมตตา และกรุณานำเสียงเพลงอันไพเราะ เสนาะโสต มาขับลำนำ..กล่อมถึงบ้านราช ถวายพ่อครู ด้วยเพลงที่พ่อครูประพันธ์เองไว้แต่สมัยยังเป็นฆราวาส นับเป็นความสามารถโดดเด่นเป็นพิเศษ ที่น่าทึ่งน่าอัศจรรย์ใจยิ่ง !! โอกาส อันงดงามนี้ ได้นำเพลงอมตะ แต่ครั้ง.. วันวานยังหวานอยู่..หวานซึ้งตรึงใจถึงปัจจุบันกาล (อกาลิโก อย่างโก้ เจ้าค่ะ) ได้..มาร่วมรำลึกความประทับใจในอดีต..และ..เป็นสุขอยู่ในปัจจุบัน แม้นรับฟังรับชมอยู่ทางบ้าน ก็พลอยได้รับความสุข ปลื้ม ปีติ ที่กรุณาถ่ายทอดสดให้ชมถึงบ้าน..เจ้าค่ะ!! ขอกราบ_/\_ขอบพระคุณทุกๆ ท่าน ทั้งอยู่เบื้องหน้าแลเบื้องหลัง ร่วมมือ ร่วมใจ ทุ่มเท รังสรรค์ให้เกิด กิจกรรมอันงดงามนี้..เจ้าค่ะ สาาาาธุ สาาาาธุ สาาาาธุ

_เยาวลักษณ์ วัฒนเสรีกุล . คอนเสิร์ตใหญ่พ่อครูจัดวันไหนที่ไหน จะร่วมซื้อบัตรไปดูด้วยค่ะ 

(ตอบ..คอนเสิร์ต ๙๐ ปี บูชาพ่อครู รัก รักพงษ์  จะจัดวันที่ 2 มิถุนายน 2567  เป็นฟรีคอนเสิร์ต รับชมฟรีแต่ต้องมีการจองตั๋วล่วงหน้า ขณะนี้ยังไม่ได้เปิดจองตั๋ว กำลังวางแผนระบบการจองค่ะ 

ถ้าเปิดแล้วจะแจ้งให้ทราบโดยทั่วกันค่า)

พ่อครูว่า… ขอโทษเถอะบัตรไม่มีขาย คุณจองให้ได้ก่อนก็แล้ว ใบจองที่นั่งหรือยังไง ไม่มีขายเราไม่ได้ขายไม่ได้หาเงิน คอนเสิร์ตฟรี Free of charge 

_อุ๋ม รอยใบไม้ . เพลงพ่อครูเป็นเพลงร่วมสมัยค่ะ เนื้อหาไม่ตกยุค ยิ่งฟังยิ่งลึกซึ้ง เพราะเป็นเพลงโลกุตระค่ะ ชื่นชมพี่ๆ วงฆราวาส เล่นได้ทุกแนวเลย สุดยอดฝีมือค่ะ

พ่อครูว่า… อันนี้จริง ยิ่งคุณเข้าใจคุณจะให้ตกยุคได้ยังไง ก็ของพระพุทธเจ้านี้ใหม่นำหน้าไม่เคยตกยุคเลย เพราะคนต้องไปเอาสิ่งนี้มันเป็นที่สุดที่สุดยอดมันเป็นไง อยู่ข้างหน้า ธรรมะของพระพุทธเจ้าอยู่ข้างหน้าไม่มีอยู่ข้างหลังมันเป็นอย่างนั้น 

อันนี้จริงคนที่เข้าใจแล้วก็ลึกซึ้งมันเป็นภาษากวีด้วย มันยิ่งโอ้โหยิ่งนานวันยิ่งลึกซึ้งยิ่งนานวันยิ่งเข้าใจมันเป็นภาษากวี 

_Kanpai ST SC แก่นไพร . เด็กๆ น่ารักมากมาย ขอบคุณผู้จัดที่มีการถ่ายทอดสดทำให้คนที่ไกลพ่อได้มีโอกาสรับชม🙏🙏🙏🙏🙏🙏

พ่อครูว่า… ดีก็พยายามใกล้ชิดเข้ามา ใกล้เข้ามาอีกนิดชิดเข้ามาอีกหน่อยสวรรค์น้อยๆอยู่ในวงฟ้อนรำ นี่เพลงโบราณ เฮะๆๆๆ

ภาคปฏิบัติธรรมที่น่าฟังเป็นเช่นนี้

_สว่างแสง ขวัญดาว . น้อมกราบนมัสการพ่อครูด้วยความเคารพอย่างสูงสุดค่ะ ลูกขอรายงานการปฏิบัติธรรมค่ะ ในพรรษาลูกตั้งตบะไม่กินขนมหวาน  วันหนึ่งลูกได้กินขนมเทียนไส้เค็มไป 2 ห่อค่ะ กินแล้วลูกไม่สบายใจ จึงถามญาติธรรมว่า ลูกผิดหรือยัง เพราะลูกกินด้วยความมีกิเลส อร่อยด้วย 

ญาติธรรมตอบลูกว่า ถ้าขนมเทียนไม่หวาน ก็ไม่ผิด 

พ่อครูว่า… แล้วมันจะไม่หวานได้ไงถ้าประสาทหรือไม่เสีย ก็หยอดน้ำตาล เนื้อแป้งมันหุ้มอยู่ เนื้อแป้งมันหุ้มไส้อยู่ 

_ต่อมาแม่กินแกงบวดฟักทอง แม่กินไม่หมด ลูกก็คิดว่า ลูกจะเทน้ำกะทิออก แล้วเอาชิ้นฟักทองไปล้าง แต่จิตรู้ทัน ลูกบอกตัวเองว่าเรากินอาหารครบแล้วที่เราอยากกินแกงบวดฟักทองนี้คือกิเลสเรา ลูกจึงเททิ้ง จิตก็เบาค่ะ 

พ่อครูว่า… ภาคปฏิบัติของแต่ละคน เล่ามาก็น่าเอ็นดูน่าสงสารมันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ ก็เล่ามาก็น่าเอ็นดูพฤติกรรมสิ่งพวกนี้เล่ามาเถอะสนุกดีภาคปฏิบัติแต่ละคน บางคนกิเลสมันก็ต้องเล่นกับมันหลายยก บางคนก็มีบารมีหน่อยก็ไม่มากไม่มายได้ดีเร็ว 

_พ่อครูคะ ลูกขอสารภาพลูกเป็นคนที่ติดยึดมาก ลูกยึดอะไรลูกก็จะยึดหนักค่ะ ลูกจะตั้งใจปฏิบัติธรรมเดินตามพ่อครูต่อไปค่ะ ขอพ่อครูเมตตาว่ากล่าวตักเตือนลูกด้วยค่ะ 

พ่อครูว่า… เอาละไม่มีปัญหาสารภาพมา 

หัวใจของศาสนาพุทธอยู่ที่กำจัดเวทนาเก๊

_สูขทองธรรม . ชาวอโศกแท้ๆต้องลดกิเลสให้ได้ ต้องเป็นผู้แพ้และรู้ยอมให้เป็นและให้อภัยให้ได้ หัวใจของลูกพระพุทธเจ้าต้องมาจน ไม่ใช่มารวย พระพุทธเจ้าท่านทิ้งทุกอย่างเพี่อความหลุดพ้น เพราะท่านรู้ตัวที่จะเป็นพระพุทธเจ้าอยู่แล้ว นี้คือพระนิพพานของท่านอรหันต์ทุกข์พระองค์ก็เหมือนกัน แม้แต่มนุษย์ก็ต้องการหลุดพ้นทุกข์เลย ใครทำก็เป็นคนนั้น เท่าที่ดิฉันเข้าใจฟังพ่อท่านมา สาธุๆคะ

พ่อครูว่า… ประเด็นที่ว่าหัวใจของลูกพระพุทธเจ้าต้องมาจน คำ Command เลยนะ Have to ต้องมาจน ซึ่งอันนี้อาตมาก็แหมสงสารมนุษย์โลกชาวโลกทั้งหลายแหล่ เข้าใจยาก คนมาจนจะต้องมาจน จนนี่แหละสุขสำราญ มันก็หูหักนะ มาจนสำเร็จนี่แหละสุขสำราญมันไปยังไงวะคนมันจน มาทำความเป็นคนจนแล้วจะสุขสำราญยังไง เห็นไหมโลกียะกับโลกุตระมันยากอย่างนี้ 

เพราะฉะนั้นถึงบอกว่าน่าสงสารเขา คนที่เขาเข้าใจไม่ได้อย่าเพิ่งไปว่าเขาแรง ก็สงสารเขา 

เศรษฐศาสตร์บทนี้เศรษฐศาสตร์ที่จะต้องทำให้คนมาจนนี่เป็นการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ทำให้คนมาจนให้ได้นี่ มันเป็นการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ แล้วก็อย่างจบกิจด้วย แก้อย่างเสร็จไม่ต้องไปแก้อีกเลย คนที่มาจนด้วยจิตปัญญาที่ตั้งใจจนเต็มใจจนแล้วก็พร้อมจนมาจนจนกระทั่ง ทำจนได้ จนได้จนเสร็จจนสำเร็จเรียบร้อย แล้วก็มาอยู่รวมกันเป็นสังคมมนุษย์คนจน เป็นสังคมมนุษย์คนจน 

คนยังไม่เข้าใจและคนยังไม่เชื่อว่าคนพอเข้าใจได้ ยังไม่เชื่อว่าชาวอโศกมาจนจริงๆ เพราะว่าโดยไหวพริบปฏิภาณมันเท่นะมาจนแล้วก็อยู่รอดมันมีนัยยะสำคัญที่ดูแล้วมันเป็นโวหาร เป็นวาทกรรมที่ดูเท่นะ 

ซึ่งมันไม่ใช่วาทกรรมแต่มันเป็นสัจธรรม 

_สู่แดนธรรม… เป็นคำพูดที่มีปาฏิหาริย์ครับ 

พ่อครูว่า… เป็นคำพูดที่มีปาฏิหาริย์และเป็นเนื้อแท้เป็นปาฏิหาริย์ มันมาจนนั้นสุขสำราญเบิกบานใจจริงๆ เพราะเราทำสำเร็จ มันเป็นสัจธรรมของโลกุตตรธรรมที่ลึกซึ้งเกินกว่าคำพูดที่จะขยายความให้ครบ มาเป็นเองมาเข้าถึงบรรลุธรรมนี้แล้วคุณจะรู้ได้ด้วยตนปัจจัตตังเวทิตัพโพวิญญูหิติ พูดให้ฟังกันยังไงก็เป็นอจินไตย รู้ไม่ได้ด้วยตรรกะ อตักกาวจรา มาเป็นเองให้ได้

เพราะฉะนั้นการแก้ปัญหาเศรษฐกิจด้วยวิธีนี้ มีในประเทศไทย ที่มีผู้กล่าวคำนี้คือ พระเจ้าแผ่นดินของประเทศไทย ท่านได้ตรัสด้วยพระโอษฐ์เลย มีหลักฐานยืน แต่ท่านเป็นพระเจ้าแผ่นดินท่านจะมาทำให้เต็มที่เหมือนอย่างอาตมาไม่ได้ ท่านก็ทำได้ในระดับหนึ่งในฐานะของพระองค์ ส่วนอาตมานั้นทำเต็มที่ได้ เพราะอาตมาเป็นตัวแทนพระพุทธเจ้าโดยตรงที่จะนำสิ่งนี้สถาปนาลงไปในมนุษย์โลก 

มันเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแล้ว ไม่มีอะไรยิ่งใหญ่กว่านี้อีก มาจนได้จนกระทั่งเป็นมวลคนจริง มารวมกันเป็นชุมชน สาราณียธรรม 6 อย่างที่เป็น เอาล่ะยังไม่ขยายความต่อขยายความหลายทีแล้ว จนมี สาธารณโภคีนี้ 

เพราะฉะนั้นสุดยอดอันนี้เราจะต้องช่วยกันเป็นตัวอย่างอย่างที่อาตมาได้ขอบคุณ พวกเราไปแล้ว พวกคุณมาเป็นตัวจริงให้อาตมา อาตมาต้องขอบคุณอย่างมากมายจริงๆ แล้วอาตมาก็ต้องการคนจริงอย่างนี้ไม่ใช่คนมาหลอก แต่มาหลอกมายากในอโศกนี้มาหลอกมาปลอมแปลงมาเสแสร้ง เสแสร้งให้ได้จนตายนะ ตายชาตินี้แล้วชาติหน้ามาเกิดที่นี่อีกมาเสแสร้งอีกนะ อยู่กับหมู่ให้ได้เราไม่ว่า จะใช้ศัพท์สำนวนภาษาว่าเสแสร้งก็ไม่ว่าแต่คุณอยู่ให้ได้ก็แล้วกัน แต่ที่นี้คนจริงไม่เสแสร้งมันก็อยู่สบาย คนไม่จริงก็จะต้องอดต้องทนต้องเสแสร้งก็ไม่เป็นไร มาเสแสร้งทำดีไม่ว่า ไปเสแสร้งที่ไม่ดีไปทำไปทำไมเสียเวลา 

_Aroonwun Malay อรุณวรรณ มาเลย์ .  เมื่อก่อนฟังพ่อท่านไม่เข้าใจ เรียกว่าได้ยินแต่ไม่รับรู้ ต่อเมื่อเสียพ่อและแม่ ผู้ให้กำเนิดกายเนื้อและจิตวิญญาณ จึงรู้ว่าสิ่งที่ได้ยินได้ฟังพ่อท่านเทศน์มันคือสัจจะ ผัสสะที่กระทบหากความคิดความรู้สึกเราไม่ทันจะจมกับทุกข์ แล้วก็โทษนั่นว่านี่ไปเรื่อย อาจจะด้วยบุญยังพอมี สมบัติที่พ่อแม่ทิ้งไว้ให้คือธรรมะจากพระแท้ สิ่งนี้เลยทำให้ตนเองคลายจากการเป็นซึมเศร้า เห็นค่าของผัสสะที่เราได้รับและเรียนรู้ที่จะเผชิญแบบปัญญา🙏🙏🙏

พ่อครูว่า… คนนี้ก็ดีแล้วเริ่มเข้าใจเริ่มมี อัญญธาตุ คำว่าบุญก็ยังใช้ไม่ง่ายแต่ใช้แทนอย่างนี้อาตมาเข้าใจ บุญยังพอมีก็อาจจะหมายถึงได้ละกิเลสบ้าง บุญคือตัวตัดกิเลสซึ่งมันลึกซึ้งมากนะคำว่าบุญอธิบายยังไม่หมดง่ายๆ แต่พวกเราก็เข้าใจมากอยู่แล้วล่ะใช้ได้คือไม่สับสนกับกุศลก็ใช้ได้แล้ว 

ระหว่างศาสนาไม่ควรมีสงคราม เราควรทำสงครามกับกิเลสเพียงอย่างเดียว 

_เก่าสมัย . กราบเรียนถามพ่อครูด้วยความเคารพค่ะ คนที่อ้างว่า “ทำสงครามเพื่อศาสนา…” โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบต่อสังคมในทางเลวร้าย มองอีกมุมใครเป็นเจ้าของศาสนาลัทธิทำนองนี้ “น่าอาย” ไหมคะ? กราบนมัสการด้วยความเคารพยิ่ง ศุกร์ที่ ๑๐ พ.ย.๖๖

พ่อครูว่า… แสดงถึงความเข้าใจ ว่าทำสงครามเพื่อศาสนาสงครามฆ่ากันเพื่อศาสนานั้นมันไม่ใช่เพื่อศาสนา มันเพื่อก็ได้เพื่อศาสนาที่มันไม่ได้พาเจริญ ศาสนาที่พาให้เสื่อมศาสนาที่พาให้ทุกข์ ศาสนาที่พาให้ทำลาย นะ ฆ่าแกงกัน แค่คำว่า “ฆ่า” อย่าว่าฆ่ากันที่เป็นฆ่าคนเลย อย่างที่เขาทำสงครามกันแล้วอ้างศาสนา 

เพราะฉะนั้นผู้ที่ยังเข้าใจว่าทำสงครามศาสนา นี่ แล้วฆ่ากันเนี่ย ยังอีกนาน ยังอีกนานที่จะเข้าถึงศาสนาที่ควรจะเป็นอาริยบุคคล ได้ 

เอาละ พูดไปมากก็ไม่ได้เพราะคนที่เป็นเทวนิยมยังทำสงครามอย่างนี้อยู่ เยอะ ไม่ต้องพูดไปมาก เพราะพูดไปเขาก็ยังเข้าใจไม่ได้ นอกจากไม่ได้แล้วเป็นโอษฐ์ภัยด้วย ก็ขอวรรคไว้เท่านี้ก็แล้วกัน 

เพราะฉะนั้น เรื่องสงครามทางศาสนานี้เลิกเลย ศาสนาไม่มีสงคราม มีแต่สงครามในใจของเราเอง ทำสงครามของตัวเราเองเราทำสงครามกับกิเลส อันนี้คุณทำสิ ประหารกิเลสให้ได้ทำสงครามโดยประหารเลย นี่ใช้พยัญชนะใช้ภาษาตรงๆ 

_เก่าสมัย . หลายวันก่อนได้เห็นภาพ “เอไอ” ว่ามีพระสงฆ์เล่นกีต้าร์ทำอะไรไม่เหมาะควรแล้วนึกถึง “ภาพจริง” ที่ดิฉันได้เห็นกับตาจริงๆ ที่วัดๆ หนึ่ง ในจังหวัดนครปฐมนะคะ พระสงฆ์ช่วยแม่ค้าในวัดขายของค่ะ (เห็นแล้วระเหี่ยใจ) รูปที่ซื้อล๊อตเตอรี่หน้าตาเฉยก็ทำไป ดูดน้ำเปรี้ยวหวานเดินไปเดินมาเหมือนเด็กๆ นะคะ ในขณะที่หน้าวัดมีป้ายประกาศว่า “วัดพัฒนาตัวอย่าง” กราบนมัสการด้วยความเคารพยิ่ง

พ่อครูว่า… น่าเอ็นดูนะเหมือนเด็กๆ นี่ ไคลแมคมันอยู่ตรงนี้แล้วก็มีพระมาดีมอนสเตทเป็นตัวแสดง นี่แหละมันแสดงถึงความเสื่อมขนาดไหน ดูแลกันบ้างนะเธอรับสมาคม 

_Hairak  หายรัก • ดู & ฟังอยู่แม่สาย เชียงราย ต้องใช้ความอดทนต่อความเป็นของอโศกเดี๋ยวภาพหาย เดี๋ยวเสียงหายก็ยังรอต่อไปปปปป😂😂😂❤❤❤

พ่อครูว่า… ก็เอาก็น่าสงสารนะ อโศกก็ได้ประมาณนี้ มันเครื่องเคราอะไรมันก็ไม่ได้ดีเยี่ยมมันก็เสื่อมบ้างอะไรต่ออะไรบ้างก็ขออภัย ต้องใช้ความอดทนหน่อยก็ขออภัย ก็พยายามให้สัญญาณมาก็ดีพวกเราทางเทคนิคก็ฟังไว้จะได้ช่วยกัน ปรับขึ้นมาหน่อย 

_SmartShot D Gold สมาร์ทช็อต ดี โกลด์ . ลูกขอน้อมกราบพ่อครูด้วยความเคารพบูชาอย่างยิ่ง กราบนมัสการท่านสมณะและท่านสิกขมาตุทุกท่านค่ะ ลูกได้ประโยชน์จากการฟังธรรม จากทุกท่าน ไปเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดีขึ้น ลดกิเลสที่ตัวเอง มองเห็นความไม่ดีของตัวเองได้ดีขึ้น มองผู้อื่นด้วยความเข้าใจขึ้นค่ะ (ลูกยังไม่ใช่ชาวอโศกค่ะ แต่ฟังธรรมจากพ่อท่าน ท่านสมณะและท่านสิกขมาตุ ทุกวันค่ะ ปฏิบัติตามชาวอโศกมา 3 ปีกว่าแล้วค่ะ สักวันคงได้ไปเป็นชาวอโศกด้วยคนค่ะ)

พ่อครูว่า… ยินดีต้อนรับเชิญทีเดียว 

_สื่อฟ้าศิลป์ ภูวนาถ . สัจธรรมพ่อครูฯสณ.สม.ทำให้มองเห็นสงครามโลกโลกียธรรมเผชิญโลกียสุขทุกขวิบากความอดอยากฯสัจธรรมโลกโลกุตระ ผดุงประโยชน์สุขเจริญความหมดอยากหมดสุขหมดทุกข์จริงๆสาธุฯ

พ่อครูว่า… แสดงผลที่ได้ติดตามฟังธรรมะ ก็ได้ผลอย่างนั้น 

เวลา 8:00 น เต็มแล้วนี่ ของคุณแสงอรุณมีตั้ง 3-4 ข้อเอาไว้วันหลังก็แล้วกันสำหรับวันนี้ก็คงต้องขอได้แค่นี้ก่อน 

สมณะฟ้าไท… สรุปจบ