651105 รายการปรับทุกข์ ปลุกธรรม พ่อครูพบคุณตู่-จตุพร และทนายนกเขา ดำเนินรายการโดย คุณสุชัย เจริญมุขยนันท์

ดาวโหลดเอกสารที่                                                                                                          

https://docs.google.com/document/d/1bLYV6ByPgRq87OJZbowKMCCjssFlEbE4HzvckHQ91cc/edit?usp=sharing                           

ดาวน์โหลดเสียงที่  https://drive.google.com/file/d/1L9AMGklPHBXXKIox-sAdMktaF82JQZ_8/view?usp=share_link 

ดูวิดีโอได้ที่ https://youtu.be/T6BTOOxshs8 

และ https://fb.watch/gC7puqGGCc/ 

สุชัย ว่า… วันนี้วันเสาร์ที่ 5 พฤศจิกายน 2565 วันนี้เป็นบรรยากาศที่แปลก ผู้ชมทางบุญนิยมทีวีก็อาจจะแปลกหน้าแปลกตาว่ามีใครมาออกรายการ มีผู้โทรมาหาผมว่าคุณจตุพร พรหมพันธุ์ อยากจะมาพบพ่อท่าน ผมก็บอกว่า คุณสุชัยช่วยมาดำเนินรายการ ผมก็บอกว่า ซอยบ้านผมรถทัวร์ลงทั้งสองฝ่าย ทั้งฝ่ายที่เชียร์ลุงตูและฝ่ายที่ไม่เชียร์ลุงตู่ ก็เห็นความตั้งใจที่พี่ทนายนกเขาอยากจะมากราบพ่อท่านสมณะโพธิรักษ์ พ่อท่านเองก็ให้โอกาส ทั้งที่ในยุคสมัยหนึ่งเราอาจจะพอจำได้ ผีไม่เผาเงาไม่เหยียบกัน วันนี้มีเวทีอย่างนี้ได้ ผมจะพลาดได้อย่างไร อ้าว ทัวร์ลงก็ทัวร์ลงงานนี้ ก็เลยรับมา 

เริ่มต้นเกริ่นเพื่อนำสู่การพูดคุย แล้วจะได้ถามว่า พี่นึกอย่างไร มีความในใจอะไรจะบอก ส่วนของพ่อครู เราก็จะได้ฟังความในใจของพ่อครูว่า คิดอย่างไรกับคุณจตุพร พรหมพันธุ์ และพี่ทนายนกเขา 

ซึ่งโดยพื้นฐานพี่จตุพร ไปดูประวัติ นั้นเข้าสู่การเมืองในสังกัดพรรคพลังธรรม เวทีการเมืองของจตุพร พรหมพันธุ์ เริ่มมาจากพรรคพลังธรรม ผมแปลกใจเลย แล้วก็มาสู่ไทยรักไทยเป็นแกนนำนปช. เป็นสส.พรรคพลังประชาชน เป็นปาร์ตี้ลิสต์เพื่อไทย ล่าสุดเป็นแกนนำคณะหลอมรวมไทย นี่คือคุณจตุพร พรหมพันธุ์ ซึ่งวันนี้มาอยู่ที่นี่แล้ว (เสียงปรบมือ)

อีกขั้นหนึ่งเราคุ้นเคยเป็นอย่างดีในช่วงการชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย มีทนายนกเขาที่ร่วมกับพันธมิตรมาก่อนเพื่อโค่นระบอบทักษิณ แล้วก็ชุมนุมคู่ขนานกับกปปส.ต้านระบอบทักษิณ ล่าสุด เป็นคณะร่วมประชาชนร่วมกับพี่จตุพร นิติธร ล้ำเหลือ 

ผมอยากจะให้นี่เป็นบรรยากาศการพูดคุย ผมรู้สึกชอบใจอย่างหนึ่งว่า พ่อครู ก็มาเยี่ยม ได้คุยกันสองต่อสองได้  มีความลับอะไรก็ได้ แต่นี่คุยออกอากาศ Facebook บุญนิยมทีวีและดาวเทียมบุญนิยม วันนี้บรรยากาศเกิดขึ้นไม่มีปิดปาก แล้วออกสู่สาธารณะ ระหว่าง 2 ขั้ว มีความในใจอะไรจะบอกกัน 

ในช่วงหนึ่งมี กสทช. ชื่อสุภิญญา กลางณรงค์ เขาจะสื่อสารกับประชาชนตลอดเวลาทาง Twitter เวลามีประชุมอะไร มีความลับอย่างไรเอามาเปิดเผยให้ประชาชนหมด ผมว่า ให้เป็นสุดยอด นี่ก็แค่อยากจะบอก ที่อยู่ข้างหลังมีอะไรอยู่ที่บ้านยังไม่บอก วันนี้ก็คล้ายๆกับคุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ที่ไปไหนมาไหนก็ไลฟ์สดตลอดเวลา 

วันนี้ ท่านกระซิบว่า ให้พี่ทนายนกเขาพูดก่อน ถ้าให้คุณจตุพรพูดก่อน พี่นกเขาจะไม่ได้พูดเลย 

_ทนายนิติธร ว่า… ความตั้งใจที่จะมา หลังจากที่ภาคประชาชนเข้าไปร่วมเปลี่ยนแปลงบ้านเมือง ผ่านการร่วมไม้ร่วมมือและร่วมคิดของประชาชน แต่ว่าสิ่งที่มันเกิดขึ้นก็คือวิกฤตทางการเมือง มันไม่เปลี่ยนแปลง ผมรู้สึกว่า วิกฤติทางการเมืองไม่เปลี่ยนแปลง วิกฤตของประชาชนบนพื้นฐานของความสามัคคีร่วมไม้ร่วมมือกัน แตกร้าวยิ่งขึ้นกว่าเดิม

และบัดนี้การเมืองที่เรียกว่าฝ่ายบริหารหรือฝ่ายนิติบัญญัติไม่ได้ตอบสนองกับสิ่งนี้ และขณะเดียวกันการเปลี่ยนแปลงขั้วอำนาจของโลก หรือเรียกว่าการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิรัฐศาสตร์ มีความเปลี่ยนแปลงสูงมาก มีนัยยะสำคัญมาก และบ้านเรายังไงก็ต้องได้รับผลกระทบ 

แล้วก็ สภาพดินฟ้าอากาศที่มันเปลี่ยนแปลง ผมรับฟังข่าวสารตลอดแล้วก็รู้ว่า ที่อุบลราชธานีเป็นพื้นที่ที่หนักที่สุด ผมก็เลย โทร.หาพี่แซมดินว่า ผมอยากจะมากราบพ่อท่าน จะมากราบพ่อครู ผมมีอยู่ 2-3 เรื่อง 

  1. ความสามัคคีจะสร้างขึ้นได้อย่างไร ในหมู่พี่น้องประชาชน ข้ามทุกสี ข้ามทุกฝ่าย ข้ามทุกอคติ เพราะว่าชุมชนสันติอโศกเป็นตัวอย่างของชุมชนที่มีความสามัคคีที่ดีที่สุด เป็นตัวอย่างของการรับฟังการแลกเปลี่ยนที่ดีที่สุดนะครับ ที่สำคัญ เป็นชุมชนที่สามารถรอดพ้นจากวิกฤตจากภัยธรรมชาติ ได้ดีที่สุดนะครับ 

และ เป็นชุมชนที่อยู่ด้วยธรรม ธรรมนี้คือธรรมะนะครับ ซึ่งสิ่งเหล่านี้มันได้หายไปจากบ้านเมืองไทยไปนานแล้ว ถึงมีอยู่ก็มีลักษณะเป็นเพียงแค่มารยาทสัญลักษณ์เท่านั้น แต่การจะเข้าถึงธรรมะ การเอามาใช้ในชีวิตทุกวันๆๆ แล้วสร้างชุมชนได้ อยู่รอดจากวิกฤตต่างๆได้ ไม่ใช่เรื่องง่าย 

ผมเดินผ่านเมื่อกี้ด้านหลังผม ผมพึ่งเห็น อันนี้แสดงว่าเป็นเจตนาชัดเจนของพ่อครู พระสมานัตตตา หรือพระปรองดอง ทั่วประเทศผมเข้าใจว่าน่าจะมีองค์เดียว ให้ความหมายของผมก็คือ ธรรมะ คือ เครื่องช่วยให้รอด เครื่องที่จะช่วยให้หลุดพ้น 

เพราะฉะนั้นวิกฤตต่างๆที่เกิดขึ้น ความมุ่งมั่นผมที่มีต่อชาติศาสนาพระมหากษัตริย์ ชาติและประชาชน ยังมีเหลือล้น ไม่เสื่อมหาย เพราะฉะนั้นในยามนี้ พี่น้องญาติธรรมไม่ต้องแปลกใจนะครับ ผมก็คิดว่า ถึงเวลาที่ผมต้องเข้าหาพ่อแม่ครูอาจารย์

ถามว่าผมเข้ามาหาพระสงฆ์ได้ไหม แต่ถ้าผมจะมีวิถีชีวิตที่แตกต่างจากประชาชน จากญาติธรรม จากสันติอโศก ใช้หลักธรรมเหมือนกันมีศีลธรรม มีหลักการเหมือนกัน แต่ ใช้บนพื้นฐานที่ปะคับประคองเพื่อดูแลเกื้อกูลกันแล้วนำพากันไปให้รอด 

ผมผ่านมา เดินทางลงจากสนามบิน พี่แม่นมั่น พี่ๆหลายคน และพี่ดินดอน ก็บอกว่าดูสภาพ บอกว่า หนักไหม เขาก็ว่าก็หนักมาก ก็ดีกว่าเกิดสงคราม ผมนั่งคิดสักสองนาที ถ้ามันเกิดสงครามจริงมันจะหนักกว่านี้อีกหลายร้อยเท่า แต่วิกฤตขนาดนี้นี่ พ่อครูนำพาให้พวกเราอยู่ได้ก็ไม่ธรรมดาทั่วไป

ผมคิดว่าฝ่ายรัฐบาลก็ไม่ได้คิด  ฝ่ายราชการก็ไม่ได้คิด เพราะสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง อย่างรวดเร็ว ประเทศที่เขาเผชิญหน้ากันเกิดวิกฤตทางอุปโภคบริโภค แต่ที่นี่มีพร้อม ผมสอบถามพี่แม่นมั่น พี่ดินดอน บอกว่ายังอยู่ได้

เจตนาที่มาโดยสรุปคือ กลับมาหาพ่อแม่ครูอาจารย์ กลับมาฟังข้ออรรถข้อธรรมหลักคิดเรื่องสามัคคี จะนำพากันไปอย่างไร แล้วจะใช้หลักธรรมอย่างไร หลักเอาให้รอด บนพื้นฐานที่พี่น้องประชาชนกลับมาร่วมไม้ร่วมมือกันพัฒนาชาติศาสนาพระมหากษัตริย์ ร่วมกัน บนพื้นฐานที่พี่น้องประชาชนกลับมาร่วมไม้ร่วมมือกันพัฒนาชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ร่วมกัน จะทำอย่างไรให้จัดการอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศ

_คุณสุชัยถาม คุณจตุพร ..คงไม่ได้มาอุบลนานแล้ว

_จตุพร ว่า… ล่วง ประมาณ 8-9 ปีงานมากไม่ได้มาที่อุบลราชธานี ผมเอง วิถีชีวิตก่อนเข้าสู่สมรภูมิการต่อสู้ ก็เป็นครูดอย ครูอาสาที่ไม่มีเงินเดือน 

ก่อนเกิดเหตุการณ์พฤษภา 2535 ผมก็เข้าเรียนหลักสูตรวิศวกรการเมือง ได้พบเพื่อนคนหนึ่งต่างก็เคารพในความเชื่อในการรักชาติบ้านเมือง 

วิถีชีวิตติดคุกมาแล้ว 5 ครั้ง ในช่วงเข้าคุก ใช้วิถีชีวิตเหมือนกับพี่น้องญาติธรรม คือกินมื้อเดียว และมื้อเดียวที่ว่าก็คือเป็นมังสวิรัติล้วนๆด้วย รอบล่าสุด ( เสียงปรบมือ) ติดรอบล่าสุด 97 วัน ทานมื้อเดียว ตอน 6:00 น มีพวกกล้วยน้ำว้า นมแลคตาซอย และผลไม้อื่นๆ มีความรู้ถึงเราสามารถกำหนดชีวิตตนเองได้น้ำหนักลดไป 30 กิโลกรัม ออกมาหุ่นดีเลย 

เพียงแต่ว่า กำหนดเวลาตื่นเวลาหลับ การใช้ชีวิต การออกกำลังกายบริหารร่างกายครบถ้วน ก็ถือว่า มนุษย์กำหนดได้ และช่วงนั้นเป็นช่วงที่ร่างกายมีความสุข นอนก็ติดคุก คนอื่นนอนไม่หลับแต่ผมนอนหลับสนิท 20:00 น ก็นอนหลับแล้ว 03:30 น ก็ตื่นแล้วเป็นวิถีชีวิต 

มาที่นี่วันนี้ด้วยความรู้สึกเป็นมิตร ช่วงการเคลื่อนไหวตั้งแต่วัยเด็ก เป็นครูดอยตั้งแต่อายุไม่ถึง 20 ตอนปี 2535 ก็อายุ 20 กว่าๆ จนกระทั่งเผลอแป๊บเดียวอีก 3 วันก็อายุ 60 

เพราะฉะนั้นเราก็มองเห็นว่า ท้ายที่สุดไม่มีอะไรใหญ่กว่า รักชาติบ้านเมือง วันนี้ไม่ได้เป็นสมาชิกของพรรคการเมืองใด แล้วก็ตามกฎหมายก็เป็นไม่ได้ ทั้งพฤตินัย นิตินัย ทางนิตินัยต้องพ้นโทษ 10 ปี ก็เลิกคิด 

ลดเหลือแต่วิธีทางอย่างเดียว ภายใต้สถานการณ์ที่ยากลำบากจะพาประเทศรอดพ้นอย่างไร ก่อนจะออกจากคุก เขาต้องเรียนหลักสูตรโคกหนองนา และคนที่ ก่อนจะออกจากคุกก็จะเห็นวิถีชีวิต อย่างน้อยก็เป็นวิถีชีวิตของชาวอโศก และที่อาจารย์ยักษ์สอน เป็นหัวข้อที่อยู่ในตำราเรียนหนึ่ง ก่อนออกจากคุกต้องเรียน 14 วัน ถ้าไม่ได้เรียนหลักสูตรนี้ก็ออกจากคุกไม่ได้ แม้ว่าจะมีการพระราชทานอภัยโทษไปแล้วก็ตาม 

พอผมไปอยู่ไปเห็นในวิถีชีวิต อย่างเช่นปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและโคกหนองนาโมเดล คนที่ทำให้สำเร็จได้ก็มีแต่ชาวอโศกเท่านั้น ผมพูดกับพี่นกเขา ตอนพฤษภา 35 ก็อยู่ด้วยกัน หลังจากนั้นก็แยกกันไปตามวิถี จนกระทั่งวันหนึ่งเรามีความเห็นว่าประเทศไทย มันมีภัยจากชาวต่างชาติ ขณะเดียวกันคนในประเทศต่างก็มีความแตกแยกสามัคคี บรรยากาศเหมือนการเสียกรุงทุกครั้ง หมายความว่า ในวันที่ประชาชนมีความขัดแย้ง รัฐบาลก็จะแบ่งแยกประชาชนเพื่อปกครองได้ง่าย 

ถ้าบ้านเมืองมีวิกฤตจากปัจจัยภายนอกที่เริ่มจะคุกคามเข้ามา คนจะฉุกคิดได้ไม่มาก  ถ้าคนไทยไม่มีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ยากที่จะเราจะรักษาชาติบ้านเมืองไว้ 

ท้ายที่สุด เรื่องที่ร้ายแรงมาก คือเรื่องที่คิดจะขายแผ่นดินให้ต่างชาติ คือ ณ วันนี้ คนไทยกว่า 80% ไม่มีที่ดินทำกิน ไม่น่าเชื่อว่า คน 100 คน มี 80 คนจะไม่มีที่ดิน และ แนวความคิดที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจโดยเอาที่ไปขายให้กับต่างชาติ และที่ในปัจจุบันนี้ต่างชาติก็ใช้นอมินีถือแทนเป็นจำนวนมาก และไม่มีการตรวจสอบ ถนนเส้นนั้นเส้นนี้เป็นของชาตินี้ เส้นนี้เป็นของชาตินี้ และ ปัจจุบันกำลังจะรื้อฟื้นวางแผนให้ต่างชาติมาครอบครองถูกกฎหมายตามกฎกระทรวง 

เพราะฉะนั้น แม้ว่าในนปัจจุบันนั้นกลุ่มทุนน้ำเมาครอบครองเป็นล้านไร่ไม่รวมอสังหาริมทรัพย์ และที่กำหนดว่า จะให้ต่างชาติอีก ต่อไปถ้าต่างชาติที่คลองแปลงละแสนไร่แสนไร่ เรามีประเทศซ้อนประเทศอยู่ประมาณ 10 ประเทศ แล้วคนไทยก็อาจจะต้องไปเป็นคนรับใช้เหมือนอีกหลายประเทศที่เป็นทาส 

เพราะฉะนั้นหลากหลายเรื่องราว ว่า ณ ปัจจุบันนี้ เวลาที่เราเหลืออยู่ อายุวัยนี้ก็ต้องคิดว่าจะยกให้ต่างชาติหรืออย่างไร ผมกับพี่ทนายนกเขา เดินสายไปพูดคุยกับคนต่างๆ 

ประเทศไทยพูดให้คนแตกแยกกันเป็นเรื่องที่ได้รับความนิยม คนดูเป็นล้าน

ในชาติเราต้องการความเข้าใจ ในยุคนี้คนลำบากมากที่สุดแต่ไม่ถึงขั้นแย่งอาหารกัน เราโชคดีที่เมืองไทยเป็นเมืองอู่ข้าวอู่น้ำ แต่ไม่ได้วางแผนรับมือว่า ถ้าสถานการณ์วิกฤตต่างๆคนไทยจะรับมืออย่างไร ต้องไม่ลืมว่า คนรวยเพียงครอบครัวเดียวครอบครองที่ เป็นหลายแสนไร่ หลายล้านไร่ ส่วนคนยากจนทั่วไปไม่มีที่ดินทำกิน บ้านเมืองอยู่สภาพนี้ไม่ได้ แทนที่จะออกกฎหมายควบคุมไม่ให้คนรวยถือครองที่ดินมากเกิน แต่กลับออกกฎหมายส่งเสริมอีก 

เหมือนกับเรื่องพลังงาน ส่วนใหญ่อยู่ในมือกลุ่มทุนใหญ่กลุ่มทุนต่างชาติ ประเทศชาติได้รับผลประโยชน์เพียงเล็กน้อย น้ำมันกลั่นในประเทศไทย แต่เวลาคิดราคาก็ สมมุติว่าไปกลั่นที่สิงคโปร์ แล้วก็บวกราคาไปทั้งที่กลั่นในเมืองไทย แก๊ส ก็ไปสมมุติว่าไปซื้อมาจากซาอุดิอาระเบียไปคิดราคาอย่างนั้น พลังงานไฟฟ้าสำรองเกินความจำเป็น โรงงานที่กลุ่มทุนไปสร้างไว้โดยเครื่องไม่ต้องเดิน แต่เราต้องจ่ายเงินทุกเดือนๆ 

พวกเราก็เลยคิดว่าจำเป็นจะต้องมาพูดคุยแลกเปลี่ยน เพื่อจะหาหนทางรับมือต่างชาติ วันนี้เรามีคณะหลอมรวมประชาชน เพื่อต้องการให้ประชาชนสามัคคีและมีความฝันว่า ใครมีเรื่องอะไรก็วางเรื่องของตัวเองลง แล้วเอาประเทศไทยเป็นหลัก จึงใช้คำว่าประเทศไทยต้องมาก่อน แล้วก็มา ณ สถานที่ที่เป็นแบบอย่าง 

ผมว่าในอนาคตต้องใช้วิถีชีวิตแบบนี้ ไม่อย่างนั้นจะอยู่ยากมาก วันนี้สภาพเศรษฐกิจนั้นพังพินาศหมด เพียงแต่มันไม่ถึงขั้นที่จะ ระเบิดเถิดเทิง คนในคุก เดินมาเรื่องยาเสพติดกับเรื่องลักขโมยปล้นชิง ซึ่งมันบ่งบอกถึงสภาพเศรษฐกิจที่แย่ ขอบพระคุณพ่อท่าน ที่ให้ความกรุณาให้พวกผมได้มีโอกาสมาแลกเปลี่ยนกัน

_คุณสุชัย…อยากจะเรียนถามพ่อท่านว่า รู้สึกอย่างไรที่พี่ทั้งสองมา

พ่อครูว่า… ความรู้สึกก็เป็นความรู้สึกดีๆ อาตมาน่ะ เป็นลูกพระพุทธเจ้าโดยแท้ ไม่ได้เป็นลูกพระพุทธเจ้าอย่างเปลือกๆ หรือขี่ม้ารอบค่าย หรือว่ากระเด็นกระดอนอยู่ข้างนอก ไม่ใช่ แต่อาตมาเป็นผู้ที่ปฏิบัติธรรมจริง ได้มรรคได้ผล ของธรรมะพระพุทธเจ้าจริง ก็เลยมีความจริงที่จิตใจของอาตมา ไม่ได้เป็นจิตใจที่หวั่นไหว ไม่เป็นจิตใจที่ไม่มีปัญญา 

ในช่วงนี้อาตมาหยิบเอาปัญญา 8 ของพระพุทธเจ้ามาขยายความ ขยายความไปแล้วพิมพ์ออกมาเป็นเล่ม 400 กว่าหน้า เล่ม 1 นี่  เล่ม 2 จะออกอีก อาตมาทำไปแล้วคิดว่าจะทำเล่ม 3 ซึ่งก็อาจจะต่อไปเล่ม 4 เล่ม 5 ก็ยังไม่รู้เลย แตกออกขยายคำว่าปัญญา 

อันนี้เป็นเรื่องลึกซึ้งมาก ปัญญาเป็นความรู้ความฉลาด แบบโลกุตระซึ่งเป็นของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกพระองค์ที่ตรัสรู้ ไม่ใช่โลกียธรรม เป็นโลกุตรธรรม ซึ่งเป็นความรู้ที่แปลกแยกแตกออกมาจากความรู้โลกียธรรมของมนุษย์ เป็นของศาสนาทุกศาสนาที่เป็นเทวนิยม 

แต่ของพระพุทธเจ้านี้เป็น อเทวนิยม เป็นโลกุตระ อันนี้จึงเป็นเรื่องยากมากที่จะรู้ แต่มันเป็นความจริงที่ประเสริฐสุด 

อาตมาภูมิใจที่ชาตินี้เกิดมาทำสิ่งนี้ได้สำเร็จ พาคนมาทำสำเร็จ ปรากฏ ก็ขอยกอ้างประกอบอย่างสำคัญ ในหลวงร.9 ของเรา เป็นพุทธศาสนิกชน เป็นพุทธมามกะที่แท้ เป็นพระโพธิสัตว์ เป็นผู้ที่มีความรู้ในเรื่องของโลกุตรธรรมสืบทอดกันมา ในกรรมวิบากของพระองค์มาจนกระทั่งถึงปางนี้ ท่านเป็นโพธิสัตว์แท้ๆ 

สิ่งที่ตัดสินได้ง่ายๆ เป็นประเด็น เป็นเงื่อนไขง่ายๆ ที่จะบอกว่าอะไรเป็นโลกุตระ อะไรเป็นโลกียะ  ความรู้ทั่วไปของปุถุชนกับความรู้ของสาระที่เป็นของอารยชนแท้ 

ประเด็นที่จะตัดสินเลยคือ คนมาจน ประเด็นตัดสินเลยคือคนมาจน เห็นดีเห็นงามเลยว่าจิตมันเห็นจริงเลยไม่ได้เสแสร้งมันมีปฏิภาณปัญญานึกเลยว่าต้องมาจนจริงๆ ไปรวยนั้นพูดชัดๆคือ เลว 

และขอสรุปอีกที คนที่ปฏิบัติตนไปรวยนั้นเลวทุกคน คนปฏิบัติตนเป็นคนจนดีกว่า

คำว่าแบบคนจนนี้ต้องขยายความคำว่าแบบคนจนนี้ต้องขยายความ อาตมาเขียนหนังสือเปิดยุคบุญนิยม หนังสือคนจนที่มีแบบ แต่ในหลวงท่านตรัสเป็นคำตรัสของในหลวงว่า แบบคนจน 

อาตมาก็ขยายความ เป็นหนังสือคนจนที่มีแบบออกมา 

สรุปแล้วมันเป็นเรื่องทวนกระแส คนทั้งโลกคิดเขาจะไปรวย ไม่เข้าท่า ต้องอย่างนี้ แต่คนทางธรรมะโลกุตระคิดอีกอย่างหนึ่ง เขาจะเห็นว่าไม่เข้าท่าเลยมาจน อาตมามี โลกหรือม็อตโต้ พูดไปสู่สังคมว่า “คนฉลาดสร้างอาหาร  คนชั่วช้าสามานย์สร้างอาวุธ”

ถ้าใครได้ยินแล้วจะสะดุดใจต้องเอาไปคิด และไม่ใช่พูดปากเปล่าแต่เราลงมือทำด้วย ทำอาหาร พวกเราเป็นคนจนที่อุดมสมบูรณ์ที่สุด จะมาเอาธนบัตรแบงค์โน้ตไม่มี ไม่รวย คนชาวอโศกแบงค์โน้ตไม่ต้องเอามาพูด ไม่มีห่วง 

ถ้าจะพูดถึงธนบัตรที่ใช้แทนค่าอะไรในโลกทุกวันนี้ ดอลลาร์เลวที่สุด เพราะมันปั๊มออกมาอย่างที่มันไม่ยับยั้งเลย ทุกวันนี้ถ้าเอารวบรวมดอลลาร์คืนมา แล้วเอาทรัพยากรมาคืนแทน เอาดอลลาร์คืนไป ประเทศสหรัฐอเมริกา ไม่เหลือเลย ไม่เหลือจริงๆ อย่างนี้เป็นต้น 

เพราะฉะนั้น ในแนวคิดที่เป็นแนวคิดที่อาตมาเป็นลูกพระพุทธเจ้าจริงๆ เป็นแนวคิดออกมา จนแม้แต่ที่สุดอาตมาพูดว่า เป็นคำพูดของอาตมา ในยุคของพระพุทธเจ้ายังไม่มีคำพูดนี้ เป็นคำพูดที่อาตมาเอามาประยุกต์ร่วมสมัยยุคนี้ จะมาพูดว่า พระพุทธเจ้านี่แหละเป็นนักประชาธิปไตยสุดยอด สมัยพุทธเจ้าไม่มีคำว่าประชาธิปไตย  มีแต่โลกาธิปไตย ธรรมาธิปไตย อัตตาธิปไตย แต่คำว่าประชาธิปไตยไม่มี 

แต่อาตมาเข้าใจถึงสารัตถะ ของความเป็นประชาธิปไตยของพระพุทธเจ้าที่พาทำ 

ความเป็นประชาธิปไตยของพระพุทธเจ้าที่พาทำนั้นคือ ประเด็นที่ชัดเจนมากก็คือ ประชาชนมีอิสรเสรีภาพ ประชาชนมีภราดรภาพ ประชาชนมีสันติภาพ ประชาชนมีสมรรถภาพ ประชาชนมีบูรณภาพและแถมยังมีสุญภาพและสุนทรียภาพ 

นี่เป็นคุณลักษณะแท้ๆของพระพุทธเจ้า สร้างคน ประชาชน 

พระพุทธเจ้าสร้างคนลักษณะนี้ได้สำเร็จ ในยุคสมบูรณาญาสิทธิราชย์ในยุคทาส ในยุคที่เขาไม่รู้จักสิทธิมนุษยชนกัน ถูกพระเจ้าแผ่นดินริบสิทธิไปหมด เพราะฉะนั้นจึงเป็นข้อจำกัดมากที่พระพุทธเจ้าจะทำกับประชาชนทั่วไปได้ ท่านก็มีกุศโลบายที่ชัดเจนว่าให้มาอยู่กับท่านแล้วมาเรียนรู้พระธรรมวินัยเรียนรู้หลักเกณฑ์ศีลสมาธิปัญญาตามแบบ 

ท่านก็มีกุศโลบายที่ชัดเจนว่าให้มาอยู่กับท่านแล้วมาเรียนรู้พระธรรมวินัยเรียนรู้หลักเกณฑ์ศีลสมาธิปัญญาตามแบบของเรา ศีล สมาธิ ปัญญา ตามแบบของเราก็แล้วกัน

อาตมา เน้นคำว่า bank note คำว่า ธนบัตร เป็นเรื่อง  เป็นวัตถุมายาที่เลวร้ายที่สุดเลย 

เพราะฉะนั้นพระพุทธเจ้าจึงทำสำเร็จได้ในสงฆ์ของท่าน ตามหลักพระธรรมวินัย แม้ในทวีปอินเดียมีแคว้นใหญ่แคว้นโกศล แคว้นมคธ พระเจ้าปเสนทิโกศล พระเจ้าพิมพิสาร เป็นแคว้นใหญ่มาก ในอินเดีย เป็น 2 แคว้นใหญ่ในทวีปอินเดีย พระพุทธเจ้าท่านก็เป็นรัฐเป็นประเทศของท่านเล็กๆ แคว้นสักกะไม่ใหญ่เลย แต่ว่าพระเจ้าปเสนทิโกศล พระเจ้าพิมพิสารยอมยกให้เลยให้เป็นอาจารย์ ให้เป็นปุโรหิต เป็นยุคสมบูรณาญาสิทธิราชย์แต่ท่านได้สิทธิอันนี้ จากผู้ยิ่งใหญ่คือพระเจ้าปเสนทิโกศล และพระเจ้าพิมพิสาร แคว้นมคธ ทั้งสองพระองค์ยกให้เลย 

ยกให้ถึงขนาดในตำนานมีว่า พระพุทธเจ้าทูลถามพระเจ้าอชาติศัตรู ตอนนั้นพระเจ้าอชาตศัตรู ซึ่งเป็นพระโอรสของพระเจ้าพิมพิสาร พระพุทธเจ้าลองถาม ถ้าคนของท่าน เป็นคนใกล้ชิดเลย ตื่นก่อนนอนทีหลังรับใช้อย่างใกล้ชิดเลย ท่านรักมาก เพราะว่าเป็นผู้ที่ใกล้ชิด ซึ่งพระองค์รักมาก พระพุทธเจ้าถามว่าถ้าจะเอาคนนั้นมาบวชในลัทธิของพระพุทธเจ้า มาเป็นคนของพุทธเจ้าท่านจะว่าอย่างไร 

พระเจ้าอชาตศัตรูนี้ไม่ได้บรรลุพระโสดาบัน เพราะว่าท่านได้ทำอนันตริยกรรมคือประหารพระราชบิดา ขนาดนั้นนะ ขนาดพระเจ้าอชาตศัตรู ที่มีปัญญาเป็นโสดาบันไม่ได้ แต่ก็มีความเฉลียวฉลาดมากพอ ที่เห็นความสุดยอดประเสริฐของพระพุทธเจ้า พอพระพุทธเจ้าตรัสถามแบบนั้น คนของท่านมาอยู่กับเราแล้วท่านจะทำอย่างไร พระเจ้าอชาตศัตรูก็บอกว่าก็ต้องสนับสนุนเขาให้อยู่เลย ให้เจริญเลย.. พระพุทธเจ้าว่า แล้วไม่เอาคืนหรือ.. ไม่เอาคืนหรอกสนับสนุนให้เขาทำเลย มาทางนี้เจริญที่สุด ถึงอย่างนั้นเหรอถึงอย่างนั้นเลย มันเป็นความซับซ้อนลึกซึ้งมากในตำนาน ในประวัติศาสตร์ของศาสนาพุทธ 

เพราะฉะนั้นสรุปแล้วแนวความคิดของพระพุทธเจ้าที่ตรัสรู้นี้ ที่เรียกกันภาษาวิชาการว่า โลกุตรธรรมหรืออารยธรรม อารยธรรม เป็นศัพท์จาก คำว่าศิวิไล ซึ่งมันมีการแสดงพิเศษอีกมากมาย มันก็เป็นอยู่อย่างนั้นไม่มีใครจะมาบังคับเขาและเขาก็เป็นจริงๆของเขาอย่างนั้น มันเป็นเช่นนั้นเอง มันเป็นตถตา เขาก็เป็นเช่นนั้น เพราะเขาอยู่ในกรอบแค่โลกีย์ 

กรอบของโลกีย์คืออะไร ก็คือ ลาภ ยศ สรรเสริญ โลกียสุข ต้องเป็นเจ้าโลก ลาภก็ต้องเป็นของข้า ยศก็เป็นของข้า สรรเสริญเป็นของข้า ความสุขก็เป็นของข้า แต่โลกุตระนั้นไม่เอาเลย เลิกหมดเลย ลาภยศสรรเสริญสุข ใครอยากได้ก็เชิญ กลายเป็นคนที่หมดลาภยศสรรเสริญโลกียสุข ซึ่งพูดก็จะเข้าใจกัน ไม่ใช่เป็นภาษาลึกลับอะไร หรือจะบอกว่าไม่ใช่ภาษาลึกซึ้ง แต่ก็ลึกซึ้ง ลาภยศสรรเสริญโลกียสุข เขาก็พูดกันทั้งนั้น แล้วท่านก็ไม่เอาจริงๆ ปล่อยวางหมดจริงๆ

พระพุทธเจ้าออกมาจากการเป็นพระเจ้าแผ่นดิน รูปธรรมก็ชัด นามธรรมก็แน่นอนชัดอยู่แล้ว ออกมาเป็นพระสมณโคดม เป็นนักบวชโกนหัว ซึ่งในยุคนั้นคนโกนหัวเขาถือว่าเป็นคนชั้นต่ำ แต่พระพุทธเจ้าโกนหัว เดินพระบาทเปล่า นุ่งห่มผ้าห่อศพ เก็บผ้าห่อศพมา เก็บผ้าจีวร ผ้าบังสุกุลที่เขาทิ้งมาเย็บใส่กฐินใส่สะดึง ให้เป็นผืนพอที่จะห่มได้ อยู่อย่างคนจนที่สุด
สรุปเข้าเป้า อยู่อย่างคนจนดีที่สุด แม้แต่ชีวิตพระพุทธเจ้าก็ทรงมาเป็นคนจน มีชีวิตอย่าง ปรปฏิพัทธา เม ชีวิกา  ภาษาบาลี แปลว่า ชีวิตของตนเองนี้ให้คนอื่นเลี้ยงไว้ ตนเองจะเป็นจะตายไม่เกี่ยวไม่แคร์  จะมีกินหรือไม่มีกิน จะมีที่นั่งที่นอนหรือไม่ ไม่แคร์ 

อาหารการกิน ท่านไม่ได้ไปขอนะ อาตมา เขียนหนังสือเรื่อง ศาสตร์และศิลป์ของการบิณฑบาต ตั้งแต่เป็นสามเณรก็ให้อ่าน เพราะจะต้องบิณฑบาตเลี้ยงชีพเรียกว่าเลี้ยงตนเองด้วยปลีแข้ง คุณไม่มีเงินมาซื้อของ ในพระธรรมวินัยห้ามไว้ เพื่อท้าทายว่า ถ้ามาบวชแล้วเป็นคนไม่ดีเขาไม่เลี้ยงไว้นะ คุณก็ตาย เพราะฉะนั้นต้องให้เข้าตาประชาชนเพราะฉะนั้นต้องให้เข้าตาประชาชน เขาให้อยู่ให้กินเลี้ยงไว้ แล้วท่านก็ไม่ต้องไปหลอกล่อเขา ไม่ เป็นคนธรรมดาสามัญมาก และเป็นคนจนด้วย 

เป็นคนที่มีที่พึ่งอย่างเดียวคือ ความรู้ทางโลกุตรธรรม อาตมาสรุปความรู้โลกุตรธรรมเป็นรูปธรรมง่ายๆชัดๆเอาไว้ 4 ข้อ 4 ประเด็น 

  1. ไม่เป็นหนี้ 

  2. ตนเองต้องทำมาหากินเลี้ยงตนเองรอด อย่าไปเบียดเบียนใคร อย่าไปรบกวนใคร มีสมรรถภาพมีความรู้ความขยันทำกินทำใช้ให้รอดของตัวเอง 

  3. สร้างให้มากเกินกว่าที่ตัวเองกินใช้ 

  4. แจกผู้อื่น 

หลักเกณฑ์นี้ ผู้ใดทำสำเร็จ จบ โลกุตรธรรม จบ เป็นเศรษฐศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด แล้ว คนที่มีคุณลักษณะ 4 นี้ มีผู้เห็นด้วยแล้วมาปฏิบัติตาม จะได้ผลแบบนี้ มาเป็นคนแบบนี้ เมื่อมีคนแบบนี้มาอยู่ร่วมกันก็จะเกิดหมู่เป็น เอกีภาวะ เป็นเอกภาพ เป็นมวลหมู่ที่อยู่กันอย่างแน่นเพราะอยู่กันอย่างมีปัญญา มีความเฉลียวฉลาดอย่างโลกุตระ 

เพราะฉะนั้นจึงอยู่กันอย่างไม่มีตัวตน ไม่เห็นแก่ตัว มีแต่เพื่อผู้อื่น 

ดัง 4 ข้อนี้ ไม่เป็นหนี้ เลี้ยงตัวเองรอด ทำให้เหลือให้เกินแล้วให้ผู้อื่น มีแต่ชีวิตให้ ให้ ให้ 

ใครเห็นว่าชีวิตนี้มีแต่ให้ผู้อื่นไม่เห็นแก่ตัวเลยจะกินจะอยู่อย่างไรอดอยากอย่างไร เขาก็ไม่โลภโมโทสันอะไร มีความเฉลียวฉลาดปฏิภาณไหวพริบของคนจะเห็นได้ว่า คนๆนี้ สุดยอดความรู้แล้วและสุดยอดความเป็นไปได้ที่เป็นจริงแล้วด้วย 

คนที่เข้าใจในแนวคิดอันเดียวกันจึงมารวมกัน เมื่อรวมกันก็เกิดพลังงานสร้างสรรค์จึงเกิดความเหลือเฟือมาก จึงอุดมสมบูรณ์ ไม่เกี่ยวกับแบงค์โน๊ต ทองคำเพชรนิลจินดา ธนบัตรอะไรเลย มีพืชพันธุ์ธัญญาหาร มีปัจจัย 4 อาศัยเลี้ยงชีวิตอย่างอุดมสมบูรณ์บริบูรณ์ จึงมาเป็นผู้ที่สร้างอาหารเลี้ยงโลก อาตมาบอกกับพวกเราให้สร้างอาหารเลี้ยงโลกเลย แล้วการค้าการขาย ให้แก่คนอื่นเนี่ย ขายอย่างไร หลักเกณฑ์ของโลกุตรธรรมคือ ขายให้ขาดทุน ขาดทุนของเราคือกำไรของเรา ตามที่ในหลวงร.9 ก็ตรัสไว้ชัดเจน  

Our Loss is Our  Gain แล้วไม่ใช่พูดเล่นเป็นสิ่งที่เป็นจริง เป็นฟีโนมีนอนให้ปรากฏแก่ชาวโลก ความจริง  อันนี้อันยิ่งใหญ่ เมื่อรวมกันแล้วจึงกลายเป็นหมู่กลุ่มคน อยู่อย่างระบบสาธารณโภคี นี่เป็นศัพท์ของพระพุทธเจ้าเลย 

สาธารณะก็คือทั่วไป โภคีคือกินอยู่ด้วยกันสาธารณะของส่วนกลาง ทุกคนอยู่ในนี้ ไม่มีตัวตน ไม่มีของตัวของตน ทำงานได้ สร้างสรรค์ได้ แม้ว่าขายได้เป็นแบงค์โน้ตก็เอาเข้ากองกลาง กล้วย มะพร้าว ส้มโอ อาหารการกินพืชพันธุ์ธัญญาหารสร้างได้ ก็เอาไว้กองกลาง แล้วก็กินก็ใช้กันไปอยู่ในนี้ คนที่ทำครัวก็ทำอาหารให้กินคนจะขายก็ขาย แล้วหลักการขายก็ขายให้มันถูก มีหลักเกณฑ์การขายของโลกุตรธรรมว่า เลวที่สุดคือ ขายต่ำกว่าราคาตลาด ดีกว่านั้นก็คือขายเท่าทุนและมีขายต่ำกว่าทุน ดีทที่สุดคือแจกฟรีเลย 

นี่คือคนเจริญทางเศรษฐศาสตร์ เป็นคนที่บรรลุเศรษฐกิจของตนเองแล้ว มารวมกันเป็นหมู่จึงเกิดพลังงานสร้างสรรค์ แล้วมีพลังงานเหลือเฟือแจกจ่ายกันอยู่ คนเหล่านี้เป็นคนที่พออยู่พอเพียงทั้งสิ้น แต่พออยู่พอเพียงนี้เป็นอย่างไร อยู่อย่างอุดมสมบูรณ์ แต่พออยู่พอเพียงนี้เป็นอย่างไรอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์ ของตัวเองอยู่พอเพียง แล้วมีเหลืออุดมสมบูรณ์ก็เผื่อแผ่ผู้อื่น 

ตอนนี้ก็ขอเข้าปัจจุบันธรรม บ้านราช น้ำท่วมประมาณ 2-3 เดือน หมด ไอ้ที่ปลูกเอาไว้ ต้นหมากรากไม้  นี่บิ๊กคลีนนิ่งมาช่วยกัน

แล้วเราก็ไม่ได้คิด จะปลูกไว้กินอยู่เท่านั้น เราจะปลูกไว้ข้างถนนให้ไปถึงหมู่บ้านข้างเคียง เผื่อแผ่ให้แก่ประชาชนทั่วไป ให้เขาเก็บกินได้ เราทำมาแล้วนะ ให้เขาเก็บกินได้เราทำมาแล้ว ก่อนน้ำท่วม

เราทำอย่างนี้ ไม่ใช่ทำเล่น ไม่ใช่ทำเอาโก้ ไม่ใช่ทำอวดอ้าง แต่ทำด้วยน้ำใสใจจริง เราอยู่กัน มีอะไรก็เกื้อกูลกันแบ่งแจกกัน สำคัญที่สุดคืออาหารเป็นหนึ่งในโลก อาหารคือคำข้าว คือกวฬิงการาหาร นี่แหละเป็นยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก สัตว์เดรัจฉานจนกระทั่งถึงพระเจ้าแผ่นดินจึงพระพุทธเจ้าก็ต้องกินอาหาร กวฬิงการาหาร ทั้งนั้น ต่อให้เป็นพระพุทธเจ้าก็ต้องฉันอาหารทั้งนั้น อาหารจึงเป็นหนึ่งในโลกจริงๆ 

สรุปคนเหล่านี้ทำงานฟรี เข้าหลัก เศรษฐศาสตร์นิดหน่อย 

ทำงานฟรีเท่ากับ และก็มีเหลือเข้ากองกลาง เสียภาษี 100% ไม่ได้หักเลย ทำแล้วให้ได้กองกลางหมดเลย กองกลางก็เอาไปบริหาร

กองกลางเอาไปบริหารก็เพื่อสังคม ไม่ใช่เพื่อหากำรี้กำไร ไม่เลย 

_สุชัย ว่า… ผมคิดว่า 2 ท่านนี้จะมาขายไอเดีย เจอพ่อท่านขายดีไอเดียกลับ นี่ถ้า 2 ท่านนี้ไม่กลับ บวชที่นี่เลย มีฮา 

พ่อครูว่า… ขอแถมอีกนิดนึงว่า คุณจตุพรเคยอยู่พรรคพลังธรรมมา ผ่านพฤษภา 35 มา อาตมาก็อยู่ตรงนั้น อาตมาก็รู้ว่าคุณจำลองแนะนำทำกันอย่างไรมา ก็อยู่บนถนนตรงนั้น เพราะฉะนั้นจะเป็นเรื่องการเมืองรัฐศาสตร์ ไม่ใช่อาตมาไม่ได้ร่วมไม่ใช่อาตมาไม่ได้ร่วม อาตมาไม่ได้ไปร่วมรับตำแหน่งทางการเมือง แต่อาตมาคือนักการเมืองอิสระ 

_สุชัย ว่า… พ่อท่านทำไมถึง นี่แกนนำเสื้อแดง ทำไมพ่อท่านถึงยอมให้มา ให้มาคุย

พ่อครูว่า… ใช่ ยินดีต้อนรับด้วย จะอยู่พักอีกกี่วันกี่เดือนกี่ปีก็เชิญ เอ้าจริง อาตมากล้าพูดอีกด้วยว่า คุณอยู่ที่นี่ขอให้คุณ รวนเต็มที่เลย ให้รวนด้วย นี่กล้าพูดอย่างเรียกว่า กระด้างๆหน่อย ท้าทายให้รวนด้วย ยิ่งคุณรวนนี่แหละยิ่งดี จะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าพวกนี้จะโกรธไหม คุณจะเป็นโจทย์ให้แก่พวกเรา ขอบคุณ

แม้แต่ตัวคนที่มาด่ามา อาตมาอ่าน Comment ของประชาชนอันเป็นชั่วโมงเขาด่าอาตมาหมดทั้งนั้น ด่าอย่างหยาบคายก็มี เขียน เ  ี… ค… ก็มี

_สุชัย ว่า… ก็พ่อท่านเชียร์ลุงตู่ในโลกออนไลน์เขาก็..

พ่อครูว่า… ทำไมอาตมาเชียร์ลุงตู่ อาตมาเองอาตมาว่าอาตมามีความรู้ ไหวพริบปฏิภาณ รู้จักเรื่องรัฐศาสตร์ รู้จักเรื่องสังคมศาสตร์ และรู้จักเรื่องเศรษฐศาสตร์ อาตมา ก็นำความรู้ของอาตมาสร้างคนขึ้นมา  คนเหล่านี้คือนักรัฐศาสตร์ นักเศรษฐศาสตร์ นักการเมืองอิสระแบบอาตมา แล้ว นักเศรษฐศาสตร์เสียภาษี 100% นักสังคมศาสตร์อยู่กันอย่าง สาราณียธรรม 6 เมตตากายกรรม เมตตาวจีกรรม เมตตามโนกรรม ลาภธัมมิกา (ได้ลาภโดยธรรมก็เอามาแบ่งกันเป็นสาธารณโภคี) และมี ศีลสามัญตา ทิฏฐิสามัญตา  ก็พัฒนาตัวเอง ก็มี โสดาบัน สกิทาคามี อนาคามี อรหันต์ ในพวกนี้ โดยไม่ต้องมานั่งบอก ว่าฉันเป็นอรหันต์แล้วฉันเป็นโสดาบันแล้ว แต่ก็เป็นคนจริงๆชีวิตของเขาเป็นคนจริง จิตวิญญาณของเขาลดกิเลสได้จริง ไม่มีกิเลสได้จริง 

ถ้าเขาลดไม่ได้จริง อาตมาทำงานมา 50 ปี คนอยู่ที่นี่ตายไปแล้วก็มียังอยู่ที่นี่อายุ 80 ก็มี 90 ก็มี 

_สุชัย ว่า… แล้วมันเกี่ยวกับเชียร์ลุงตู่อย่างไร 

พ่อครูว่า… เชียร์ลุงตู่ อาตมาเคยบอกไปแล้วด้วยซ้ำว่าลุงตู่เป็นโพธิสัตว์ อาตมาไม่ได้พูดชุ่ย ไม่ได้พล่อยๆ หรอก

_สุชัย ว่า… ทัวร์ลงอีกแล้วครับ

พ่อครูว่า… อ้าว ทัวร์ลงก็ไม่มีปัญหา อาตมา

คนอย่างพลเอกประยุทธ์ทำงานมาไม่ต้องถึง 8 ปีหรอก อาตมาเคยพูด ยังไม่มีคนเข้าใจ ประชาธิปไตยสุดยอดนั้นอยู่ที่ประเทศไทย เป็นตัวอย่างที่คนยังงงๆอยู่ทั้งนั้น นักรัฐศาสตร์เทวนิยม ไม่ใช่นักรัฐศาสตร์อเทวนิยมอย่างพระพุทธเจ้า ยังอีกนานกว่าจะเข้าใจ

ประชาธิปไตยประชาธิปไตยไทย ประชาชนปฏิวัติ ประชาชนรัฐประหาร อาตมาร่วมขบวนการรัฐประหารนั้นอยู่ด้วย ลงถนนราชดำเนิน ลงถนน มีหลักฐานหมด 

ทำตั้งแต่พ. ศ. 2549 – 2557 แล้วพลเอกประยุทธ์ถึงมารับไม้ต่อเท่านั้น ก็บอกว่ามาขอยึดอำนาจเท่านั้นเอง หลักฐานมีหมด เขาไม่ได้ทำอะไร เขาไม่ได้เป็นนักรัฐประหาร ประชาชนทำรัฐประหาร 

รัฐประหารคือประหารรัฐบาล รัฐ คำนี้ คือ รัฐบาล

รัฐบาลเลว ตั้งแต่ พูดชัดๆก็คือตั้งแต่ทักษิณมา จนกระทั่งนอมินีสมัคร แล้วก็นอมินี สมชาย นอมินียิ่งลักษณ์ ประชาชนปฏิวัติทั้งนั้นเลย เป็นตัวอย่างของโลก ประชาชนทำรัฐประหารปฏิวัติด้วยความสงบไม่มีอาวุธ ไอ้ที่มีอาวุธมานั้นไม่ใช่ฝ่ายของประชาชนแต่เป็นฝ่ายพวกที่ซ้อนแฝงอยู่ในรัฐบาล รัฐบาลถูกประชาชนปฏิวัติ ก็ทำทีว่าประชาชนใช้อาวุธ แต่แท้จริงแล้วพวกรัฐบาลชั่ว มาทำเอง เป็นอย่างนั้น 

สรุปแล้ว ประชาชนประเทศไทย ทำรัฐประหาร หรือปฏิวัติ ตัวอย่างสำเร็จถึง 4 รัฐบาล ทักษิณ สมัคร สมชาย ยิ่งลักษณ์ แม้แต่สมัครบอกว่าเป็นตุลาการภิวัฒน์ ถูกศาลพิพากษาที่ไปแสดงออกผิดกฎหมายเขาก็ไล่ออก แต่เหตุปัจจัยต่างๆที่จะร่วมกันเพื่อที่จะตัดสินคนนี้ออกไปด้วยวิธีนั้น วิธีนี้ 

แม้ที่สุด ลุงตู่หรือพลเอกประยุทธ์ จะเข้ามาเป็นผู้นำนี้ พวกเราปฏิวัติเสร็จแล้ว มีพลเอกปรีชา เอี่ยมสุพรรณ อยู่กับพวกเรา ร่วมปฏิวัติร่วมทำงานกับพวกเรา พอปฏิวัติเสร็จแล้ว มีภาพวีดีโอเก็บหลักฐานไว้อยู่ พอสำเร็จเสร็จแล้ว มันเป็น Pioneer เป็นหัวหอกที่ไม่เคยมีในโลกมันใหม่มาก พลเอกปรีชาขึ้นไปอยู่บนหลังคารถ 6 ล้อ ประกาศบอก ให้ปลัดกระทรวงมารายงานตัว ไม่มีมาสักคน เขาก็คงงงว่าอะไรวะ อยู่ดีๆประกาศทำเป็นใหญ่ มาเรียกให้มารายงานตัวแล้วใครจะมา และกำลังชุมนุมอยู่ด้วย ใครเขาจะมา คือมันยังไม่ลงตัว

พฤติกรรมของสัจจะธรรมประชาธิปไตยที่สวยงามที่สุดนี่คือปฏิกิริยา กรรมกิริยาของพฤติการณ์ของการปฏิวัติของประชาชน ที่เริ่มต้นมันยังไม่เข้าร่องเข้ารอยเท่าไหร่ สุดท้ายก็เลยเขียนไปทูลเกล้าในหลวงฯ เข้าไปทูลเกล้าถึงพระราชวัง พลเอกปรีชานำไปมอบถึงภายในพระราชวังเรามีหลักฐานแต่เพียงภายนอก ภายในเราไม่มีหลักฐาน เจ้าหน้าที่ก็ถือไปเจ้าหน้าที่ก็งงๆว่าเป็นฎีกาอะไร ประชาชนทำอะไรกัน จะให้ระคายเบื้องพระยุคลบาทเรื่องอะไรอย่างไร เขาก็ต้องคืนกลับมาอีก แล้วก็ต้องรับคืนมา แล้วก็มานั่งปฏิวัติกันต่อ 

สรุป จนกระทั่งสุดท้าย ชนะหมด ยิ่งลักษณ์ก็ออกไปหมดแล้ว จนกระทั่งวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 พลเอกประยุทธ์จึงเดินเข้ามารับไม้ต่อจากประชาชน ดังที่อธิบายไปแล้ว 

นี่เป็นรูปธรรม เพราะฉะนั้น ก็ยังมีเศษความเป็นเผด็จการ ความเป็นผู้ปฏิวัติ บอกว่าลุงตู่เป็นผู้ปฏิวัติซึ่งไม่ใช่ ที่จริงแล้วประชาชนเป็นผู้ปฏิวัติ บอกว่าผมขอยึดอำนาจเป็นรูปธรรม แต่ความจริงแล้วประชาชนทำเรียบร้อยหมดแล้ว อำนาจหมดแล้ว ที่รักษาการนายกอยู่ก็คือคุณนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล ก็ไม่มีอำนาจอะไรหมดแล้ว ไม่ได้ลงมือลงไม้อะไรเลย

เสร็จแล้วจากวันนั้นพลเอกประยุทธ์ก็ขึ้นบริหารจากนั้น 4 ปีต่อมา โดยเขาก็เลยถือว่าพลเอกประยุทธ์เป็นนักปฏิวัติ นี่คือถ้าสำเร็จก็เป็นผู้นำ ถ้าไม่สำเร็จก็เป็นกบฏ นักปฏิวัติถ้าสำเร็จก็เป็นผู้บริหาร  เป็นนายก เป็นประธานาธิบดีได้ 

ปีนี้ประชาชนก็ไม่ต่อต้าน ทักษิณก็มา ประชาชนก็มาต่อต้าน สมัครประชาชนก็ออกมาต้าน  สมชายก็ต่อต้าน ยิ่งลักษณ์ก็ต่อต้าน พลเอกประยุทธ์ขึ้นประชาชนไม่ต่อต้าน

จนกระทั่งครบ 4 ปีพลเอกประยุทธ์ก็ได้รับการเลือกตั้ง ทำงานต่อ ขึ้นมาเป็นนายกที่เป็นประชาธิปไตยเต็มใบ เป็นคนนอกไม่ได้อยู่ในพรรคไหนด้วย ไม่มีพรรค เป็นประชาชนเต็มรูป  แล้วได้รับโหวตเป็นนายก ซึ่งมีความเป็นประชาธิปไตยของไทย

_สุชัย ว่า… เราจะจบกันกี่โมงครับ พ่อท่านเอาไป 1 ชั่วโมงแล้ว ต่อไปถึง 2ทุ่ม ได้ไหมครับ 

พ่อครูว่า … ได้

_สุชัย ว่า… ต่อไปเชิญทั้ง 2 ท่านพูดได้อย่างไม่ต้องนึกถึงว่ามีผมอยู่เลยครับเพื่อจะหาแนวร่วม 

_ทนายนิติธร ว่า… มาหาแนวร่วมกับผู้ที่มีปัญญาสูง

ต้องบอกทุกข์ของเรา ความคิดของเราแล้วรับฟังจากผู้มีปัญญา เราได้เห็นหลายอย่าง จะเห็นได้ว่า คนที่จะรู้ความจริงของชีวิต ความหมายของธรรม มันมีความหมายว่า คือเครื่องที่ทำให้รอด ต้องจน

จน นี่ จนเองหรือถูกทำให้จนก็มี หรือยอมจน เพื่อที่จะรู้ความจริง ยอมจน ให้รู้จักธรรมะหรือเปล่าความจริง แต่ ปัญหาก็คือว่า พี่น้องประชาชนหลายคนจนเองก็มี ทุกข์ทำให้จนเองก็มีเยอะ ทีนี้ จนเอง ถูกทำให้จนถูกบีบบังคับให้จน อันนี้ มันเป็นสิ่งที่แสดงออกว่า มีแรงกระทำจากภายนอก ไม่ว่าจะเป็นนายทุนก็ดี เป็นรัฐบาลก็ดี 

แล้วเราเจอมาหลายรัฐบาล ไม่มีรัฐบาลไหน มีแนวคิดอย่างพ่อครูเลย ฉะนั้น คนที่เห็นด้วยศรัทธาตามพ่อครู ก็จะอยู่รอดท่ามกลางวิกฤติในเมืองไทยอันนี้ เป็นสิ่งที่จะต้องไปขยายต่อ แต่สิ่งที่ผู้นำประเทศ ผู้บริหารประเทศไม่นำพาตามพ่อครู 

ที่ผมนั่งอยู่ตรงนี้ผมทราบว่าเป็นเกาะ พี่น้องที่อยู่ที่นี่มีรอยยิ้ม ไม่เป็นทุกข์ ผิดจากภาพที่เห็นทั่วไป ตามข้างทางริมถนน ศูนย์พักพิง ที่จะอาชีวิตให้รอด ประสบปัญหาเดียวกัน แต่อีกฝ่ายหนึ่งรู้อนาคตกำหนดชะตาชีวิตได้ เอาชีวิตรอด อีกฝ่ายหนึ่งไม่รู้อนาคต แม้มีเงินก็เอาไปซื้ออาหารไม่ได้ เงินก็ไม่มีความหมาย

ปัญหาคือ รัฐบาลไม่ได้ทำเช่นนั้น ตอนปี 57 มันก็ใกล้มากที่จะทำให้สำเร็จ เราสามารถทำให้รัฐบาลหมดสภาพไปได้ แต่การที่จะสถาปนาอำนาจของประชาชนขึ้นมาอย่างแท้จริงมันยังติดอยู่ มันยังทำไม่ได้ เลยเกิดสภาพแบบนี้ 

พอคนที่มารับไม้ต่อจากประชาชน ผมก็เฉย ผมเฉย 7 ปีเต็ม ศึกษาเลย ค้นคว้า คิดเขียน เอาโน่นนี่มาดูว่าจะอย่างไร คือ ทำอย่างไรอันที่ 1 จะสถาปนาอำนาจของประชาชนขึ้นมาได้ ขึ้นมาถึงขนาดที่ออกกฎหมายออกระเบียบปกครองได้อย่างแท้จริง มีกำลังที่จะคัดกรองคนดีมีศีลธรรม เน้นคำว่ามีธรรมนะ ให้เข้าไปบริหารบ้านเมืองให้ได้ แล้วเน้นที่จะไม่ให้โลภ พอมีธรรม  มันจะมีหิริโอตัปปะเข้ามา ความเกรงกลัวความละอายต่อบาป มันจะมีมโนธรรมสำนึกเข้ามา โอ้โห รัฐธรรมนูญก็เขียนไว้สวยหรูเลย ดีมาก เหตุของบ้านเมือง มาจาก…รัฐธรรมนูญยังมีช่องว่าง ไร้ทางออก 

มาจากการทุจริต กอบโกย ฉ้อฉน สำนึกประชาชนไม่รักชาติบ้านเมือง การแก้ปัญหาต้องแก้ปัญหาที่การศึกษาให้เสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรมให้มีความเข้มแข็ง เราก็เลยเฉย ดูต่อ แต่ เราเห็นเนื้อในรัฐธรรมนูญ เราไม่รับ ขึ้นต้นมาดีแต่ข้างในสอดไส้ มี สว.250 คนไว้รองรับอำนาจตัวเอง ก็เลยหารือกันในหมู่พวกพ้อง ว่าจะเป็นปัญหาในอนาคตกันนะ ถ้ารัฐบาลนี้ดีก็ไม่เป็นไร แต่ถ้ารัฐบาลนี้ไม่ดีก็เป็นเรื่อง 

และก็เป็นเรื่องที่ถูกต้องที่ประชาชนทุกคนต้องจัดการกับรัฐบาลที่ชั่วที่เลว นี่ถูกต้อง

มาถึงตรงนี้พอปีที่ 7 มีร่องรอยชัดขึ้น เราก็นั่งไม่ไหว เพราะเราเห็นการแก้ไข กฎหมาย.ของปปช. เดิม ม.103/7/8/9 กฎหมาย.เหล่านี้ทำให้จัดการทักษิณ ยิ่งลักษณ์ได้ หมายความว่า อันนี้ก็ไม่ดี แต่ยังมีช่องว่าง 2 ครั้ง จึงนำเอาประชาชนที่มีความรักในชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ แนวคิดที่ดี ชุมนุมกันเป็น 100 วัน 200 วัน รอศาลไป แม้จะสูญเสียชีวิตก็รอ เพื่อให้เกิดสิ่งที่ดี

ม.103/7/8/9 จากเดิมต้องเอาขึ้นจอให้ประชาชนดู แต่นี่เขายกเลิก แต่นี่เขายกเลิกหมดเลยสิ ไปแก้หมด อันนี้คือ สิ่งที่ดำรงอยู่ทุกวันนี้ ผมเชื่อป่ะ 

เราก็เห็นร่องรอยต่อมาของการจัดซื้อจัดจ้าง เดิม ปัญหาไม่เยอะแบบนี้ แก้ใหม่ จากเดิมให้อยู่ที่กระทรวงแต่ละกระทรวง แต่พอสมัยคุณประยุทธ์ให้มาอยู่ที่กระทรวงการคลังที่เดียว ให้ ปลัดกระทรวงมานั่งเป็นประธาน มีปลัดกระทรวงการคลัง อัยการสูงสุดและคณะกรรมการกฤษฎีกา เลขาธิการ ปปช.เป็นต้น ทั้งหมด แล้วจะตรวจสอบอย่างไร ถ้าเจอเส้นทางการเงินที่ไม่ชอบ ไปร้องประกอบจะได้ไหมถ้าเจอเรื่องทุจริตจะไปร้องปปชได้ไหมเพราะเขาอยู่ในกรรมการ พอจะไปเรียกร้องเรื่องกรรมการพิเศษไปยื่นอัยการสูงสุดเขาจะรับไหม พอ ลำดับรองลงมา เอาอธิบดีก็เหมือนกัน ระดับรองจากอธิบดีรองลงมาเป็นผู้แทนหน่วยงาน ทีนี้ บวกสภาวิศวกรสถาปัตย์เข้ามา ปรากฏว่าผู้ประกอบการต้องจ่ายพวกนี้เพิ่มขึ้น เพราะไม่จ่ายก็ไม่เสร็จ ไม่ผ่าน ต้องเสียต้นทุนเพิ่มขึ้น 

ฉะนั้นสิ่งเหล่านี้จึงทำให้ตลาดของประชาชน ธุรกิจ sme เสียหายย่อยยับ จากนั้น ปี 2561 แก้ แป๊บเดียว เซ็นให้ราคาก๊าซลอยตัว จาก 10 บาท เป็น 18 บาท ประชาชนเรียกร้องไปเงียบ บอกว่าเพื่อความมั่นคง อย่างเช่น ล่าสุดน้ำมันสิงคโปร์ถูกกว่าเมืองไทย แต่วันนี้น้ำมันยังขึ้นราคาอยู่ ถามว่า เรามีโรงกลั่นเองอยู่ 6 โรงแล้วบอกเราว่าเป็นการกลั่นที่สิงคโปร์ แต่วันนี้เป็นวันพิเศษ ปรากฏว่าราคาน้ำมันสิงคโปร์ถูกกว่าราคาน้ำมันที่เมืองไทย นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น 

เราบอกกับพี่รสนา เราก็สู้กันเต็มที่ว่าเราจะทำอย่างไร ประชาชนก็เห็นกันหมด วันที่ 25 ที่ผ่านมานอกจากมีมติครม.ขายแผ่นดินให้ต่างชาติได้ ยังมีการกู้เงินอีก 100 ล้านมาเพื่ออะไร เพื่อเรื่องน้ำมัน แล้วเงินนี้ต้องใช้คืนเขาภายใน 7 ปี คุณประยุทธ์อยู่มา 7 ปีใช้งบประมาณรวมเงินกู้ไปประมาณร่วม 28 ล้าน หนี้ครัวเรือนเพิ่มขึ้น หนี้สาธารณะเกิน 10 ล้านล้าน หมายความว่างบประมาณประเทศที่จะเทียบเท่าตรงนี้ จะต้องใช้อีก 10 ปี แต่การผ่อนใช้อย่างนี้จะต้องนับคูณ 10 เข้าไปคือ 100

ที่นี้เราไม่ได้นิ่งเฉย เราไม่ได้ไปตีรวนแต่เราไปถามเขา เขาเพิ่มกฎหมายจนตรวจสอบไม่ได้แล้วตอนนี้ เราก็บอกว่า 1.คุณต้องแก้กฎหมายว่า ปิโตรเลียมเป็นของรัฐและประชาชนร่วมกัน นี่เอาซะก่อน เพื่อที่ประชาชนจะได้รู้จักตัวเลขน้ำมันและก๊าซ รู้พื้นที่อย่างแท้จริง จากนั้นเราก็จะค้นกฎหมาย ค้นมติ ครม. ปรากฏว่า รายได้ของปิโตรเลี่ยม ใครจะทำงานปิโตรเลียมให้มีรายได้ 4 อย่าง แต่ไม่ปรากฏว่า รายได้จากการสร้างราคาเท็จหรือราคาสมมติ หรือสร้างราคาขึ้นเอง กฎหมายไม่ให้ตัวนี้ ปรากฏว่าเรื่องนี้เอามาใช้ในเรื่องก๊าซและน้ำมัน    ก๊าซไปอ้างซาอุดิอาระเบีย น้ำมันไปอ้างสิงคโปร์ 

เราก็เลยบอกว่า ตกลงเงินที่กำไรตรงนี้เราก็เลยบอกว่าตกลงเงินที่กำไรตรงนี้ มันมีสถานะเป็นเงินทุนหรือกำไร ทุกวันนี้ยื่นไปแล้วเขายังไม่ตอบเลย 

ถ้าอย่างนั้นจะเก็บภาษีเพิ่มได้ไหมก็ไม่รู้ ก็บอกว่าไม่ได้ เราต้องไปขอรับบริการจากเขา 

เราก็ดูว่า เราจะเข้าไปแก้อย่างไร มันแก้ไม่ได้ แก้ไม่ได้เลย ไม่มีตรงไหนฟ้องร้องได้เลยขณะนี้ ล่าสุดที่ผมไปฟ้องร่วมกับคุณรสนา เราได้คืนท่อท่าแท่น อย่างอื่นไม่ได้ ศาลบอกว่าเราเขียนมาถูกต้อง แต่… 

พี่รสนาบอกว่าไปยื่นฟ้องอีกที ศาลบอกว่าเป็นทรัพย์สินของรัฐ รัฐเขาไม่ฟ้องหรอก 

มาถึงเรื่องไฟฟ้า ตอนนี้กำลังจะถูกทำให้เจ๊ง เหมือนโรงงานยาสูบ โรงงานยาสูบเดิมเป็นกิจการที่กำไรมาก แต่เมื่อเอาบุหรี่นอกเข้ามา 2 ปีนี้รับซื้อใบยาสูบแค่ 50% แล้วชาวบ้านวิกฤตอย่างหนักเลย บอกว่าหลังจากงบประมาณนี้จะรับซื้อเพิ่มอีก 5% แล้วก็เกิดขึ้นพร้อมกันกับนโยบายกัญชา แต่โรงงานยาสูบจะค่อยๆหายไปเหมือน รสพ.ที่ กลายเป็นเอกชน ยาสูบก็กำลังจะหายไป

มาถึงพลังงาน ประชาชน ใช้พลังงาน 100% การไฟฟ้าฝ่ายผลิต ผลิตให้ 50% 100% ได้ไหม ก็ได้ แต่ว่าโอนไปให้ประชาชน แล้วค่อยๆให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิต คงการผลิตไว้ที่ 28% แล้วค่อยๆลดการผลิตลง เอาไปให้เอกชนหมด ประเทศใน EU สำรองไฟฟ้าไม่เกิน 5%ประเทศใน EU สำรองไฟฟ้าไม่เกิน 5% ถัวเฉลี่ยอยู่ที่ 10-12% แต่บ้านเราสำรองไฟฟ้าเกือบ 60% , 60% นั้นใช้ ไม่ใช้ ก็ต้องจ่าย นี่คือประชาชนที่จะต้องรับภาระค่า FT แล้วก็ให้เอกชนได้กิจการตัวนี้ไป เราก็ต้องจ่ายไป นี่คือสิ่งที่เราไม่ได้ใช้แต่เราก็ต้องจ่าย แล้วต้องจ่ายอีกกี่ปี อนาคตจึงเป็นเรื่องใหญ่ ถึงที่สุดที่เราจะเปลี่ยนเป็นเครื่องจักรเครื่องยนต์เป็นไฟฟ้าทั้งหมด แต่ว่าการไฟฟ้าฝ่ายผลิตยังไม่ได้รับการส่งเสริม ให้สามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าได้ ยังไม่ได้รับการส่งเสริมที่จะผลิตไฟฟ้าพลังงานชีวภาพหรือไปฟื้นฟูไฟฟ้าพลังงานทีง ไม่ได้รับการสนับสนุน ฉะนั้น 4-5 ปีมานี้จึงปรากฏคนรวยขึ้นมา 1 คนจากกิจการพลังงาน 

มาดูความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คณะหลอมรวมประชาชนก็เข้าไป บอกว่าคุณไปเซ็นสัญญา indo-pacific ที่หมายความว่า ให้ทหารของอเมริกาเข้ามาใช้ฐานทัพของแผ่นดินไทยได้ แล้วจีนเขาก็เตือนแล้วมา 2 ครั้งแล้ว ว่า บันทึกข้อตกลง indo-pacific เป็นภัยกับจีน นี่ผมไม่ได้เชียร์อเมริกาหรือเชียร์ใคร ผมเชียร์ไทยนี่แหละ

แล้วกองบัญชาการ indo-pacific อยู่ที่ไหน อยู่ที่ไทย ใช้ตึกไทย เป็นตึกภายใต้หน่วยงานสังกัดกองบัญชาการทหารบก ผู้บังคับบัญชากองกำลัง indo-pacific ยศพันโท สั่งการพลเอกบ้านเรา เรียบ นี่คือสิ่งที่มันเกิดขึ้น 

ล่าสุด กฎหมายขายชาติ แน่นอน สิ่งที่คุณชวนทำก็ขายชาติ คุณทักษิณทำก็ขายชาติ คุณประยุทธ์ทำ แล้วไม่มีหลักการไหนดีกว่า คุณทักษิณทำ 5 ปี คุณประยุทธ์ทำมา 3 ปี ทักษิณขายที่บอก 40 ล้าน ประยุทธ์บอกขายที่ 40 ล้าน 

สมัยทักษิณ ทองคำบาทละประมาณ 6,000 กว่าบาท คุณประยุทธ์วันนี้ทองคำบาทละ 30,000 แล้วทำทำไม กระบวนการคิดรอบคอบ เมื่อถามว่ากระบวนการเอาคืนจะทำอย่างไร แล้วเปิดที่เดียวล้านไร่ แล้วเทียบกัน 40 ล้านสมัยนั้นกับสมัยนี้เป็นอย่างไร

ตัวเลขล่าสุดเป็นอเมริกาไม่ใช่จีน แล้ว อเมริกา ประกอบด้วย คนอยู่เบื้องหลังการควบคุมโลกคือไซออนนิสต์ อิสราเอล ก่อนหน้านี้อิสราเอลมาเซ็นสนธิสัญญานิวเคลียร์ เรื่องโดรนกับ พลเอกประยุทธ์ แต่เงียบหมด ถ้าไม่ค้นคว้า ไม่ตามติด ไม่เจอ

วันนี้มีเอกชนบางคน มันถือที่ดินที่ไม่เปิดเผย 6 แสนไร่ หากวันนี้อยากขายที่ดินขึ้นมา ขายไร่ละ 400 ล้าน มันจะขายใคร แล้วต้องรีบขายด้วย เพราะเขาเปิดให้คนจากประเทศสงครามมาอยู่เมืองไทย 

วันนี้สร้างภาพกลุ่มธุรกิจจีนเข้ามา เขาเข้ามาตั้งแต่ปี 57 แล้ว ข้อมูลมี แต่วันนี้ ออกมาจัดการเรื่องนี้เพื่อให้สีจิ้นผิงเข้ามาเมืองไทย วันนี้ใครเข้ามาเมืองไทยก็มีทั้งดีและร้าย  ปูตินเข้ามาก็มีทั้งดีและร้าย อเมริกาเข้ามาก็มีทั้งดีและร้าย แต่พื้นที่รบจริงซีเรีย เยเมน รบจริง เข้าสู่สงครามโลก อเมริกาก็บอกว่าเข้าสู่สงครามโลกครั้งที่ 3 เรียบร้อยแล้ว

ผมถามว่า เราต้องรองรับเรื่องนี้แบบนี้เลยหรือ ขณะที่พี่น้องคนไทย มีที่ดิน 5-10 ไร่ หากไม่ได้รับการแนะนำ ให้ใช้ที่ดินอย่างถูกต้องและพอเพียง ก็จะแย่ แต่ รัฐบาลเราไม่เหมือนพระพุทธเจ้า ถูกไหม คือ เป็นผู้ขอ แล้วก็ลงโทษด้วยว่า ถ้าประพฤติตัวไม่ดีก็จะไม่ให้ดูแล คือมันรู้ว่าถ้าขอนี้ไม่ได้แน่ ก็เลยรวบทุกอย่างไว้ 

ทองคำ น้ำมัน ก๊าซ สุรา  เพราะรู้ว่า ประพฤติตัวเช่นนี้ขอใครไม่ได้ นี่เป็นเหตุผลว่าต้องมาหาความรู้ ความสว่าง ส่วนการไล่ประยุกต์ เป็นเรื่องที่ต้องกล่าวผ่าน

ถ้าสามัคคีแล้วรอด นี่คือตัวอย่างที่ต้องมา มีหลักธรรมรอด แม้วิกฤตก็ไม่ต้องแย่งกัน พ่อครูพูดชัดเจน ว่าถ้าจนแล้วเมตตาสูงสุดแบ่งปันสูงสุด ราคาไม่มีความหมาย แต่ว่า สภาพสังคมสภาพประเทศเราไม่ได้เป็นอย่างนั้น และผู้นำของเราไม่ได้นำพาอย่างนั้น นกเขาก็ยอมมา 7 ปี เผื่อมันจะดี แต่ถึงที่สุดแล้ว มันเริ่มไม่ใช่ พอมันเริ่มไม่ใช่แล้ว ประชาชนแตกความสามัคคีกันมากขึ้นๆ  เห็นร่วมกันมากขึ้น ก็มารวมกัน

มี 3 พวกก็คือ มีพวกแดง พวกเหลือง และพวกที่รักสถาบัน

ก็นึกถึงตู่นี้(จตุพร) โทรเลย ว่า พี่นกเขา อยากหารือ ได้ๆๆ เชิญเลย นัดวันกัน ไปถึงก็เอาที่เขียนไว้มานั่งให้ดูกันเลย นั่งอธิบาย กัน 

มีการแบ่งฝ่ายต่างๆ ปัญหาพวกนี้แก้ไม่ได้ 90 ปี ความเหลื่อมล้ำหนักขึ้นกว่าเดิม ศีลธรรมก็หายเลยไม่มีเลย อำนาจประชาชนทำยังไง หลากหลายเรื่องราว ที่จะบอกรัฐก็ไม่ได้ บอกสส.ก็ไม่เอาสักเรื่อง เอามาบอกรัฐบาลก็ไม่ทำ แล้วถามว่า ประชาชนจะทำอย่างไร ประชาชน ก็มารวมกันแล้วต้องแข็งแกร่งขึ้น ตอนนี้ประชาชนที่ไหนแข็งแกร่งที่สุด

ของบ้านราชเริ่มปี 2537 

พ่อครูว่า… แหม..มีข้อมูลดี ถูกต้อง

_ทนายนิติธร ว่า… หาว่าที่ไหนเป็นรากฐานแข็งแกร่งเป็นโมเดลประเทศ พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทำเศรษฐกิจพอเพียง รัชกาลที่ 10 บอกว่า โคกหนองนา บอกภูมิศาสตร์ของประเทศไทยที่ว่า มีทั้งโคก หนองที่น้ำอาจท่วมได้ และมีที่นาที่ทำได้หลายอย่าง

กำลังหลักต้องเป็นรัฐบาล แล้วคุณประยุทธ์มาหาพ่อครูหรือยัง ต้องมากราบ จะได้กระจ่างแจ้งเหมือนผม คือมันอยู่ในสภาพแบบนี้

แล้วถามว่า อ้าว นกเขา ทำไมไม่เลิกราซักที อยากให้บ้านเมืองสงบ ก็นกเขาเติบโตมาอย่างนี้ เรียนรามยังไม่ทันจบ เคยออกป่าเขา อบรมกับพี่น้องคนชาวเขา เขียนตำรากฎหมายออกมาเพื่อใช้กันทั่วประเทศ ทำงาน NGO มีปัญหาของประเทศชาติอันไหนเราก็ออกไปต่อสู้เพื่อชาติประชาชน แต่ทำวิชาการอย่างเดียวไม่ได้ ก็ออกมาสู้ 

ผมว่ามันไม่เสร็จ ประชาชน ยังไม่ขึ้นไม่เต็มที่ มันก็ยังมีสภาพอีหลักอีเหลื่อ แล้ว ผลประโยชน์ทางการเมือง ผลประโยชน์ของกลุ่มทุนมันมากมายจนตรวจสอบไม่ได้ อย่างเช่น ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำมัน ค่าก๊าซ เราเบรคเขาไม่ได้เลย กฎหมายที่จะเอามาใช้จัดการกับพวกนักการเมืองเลว เราถูกยกเลิกหมดเลย 

_สุชัย ว่า… วันนี้พี่นกเขาพูดเก่งกว่าพี่จตุพรอีกนะ พี่จตุพรจะไม่ได้พูดนะวันนี้ 

ทนายนิติธร ว่า… ไม่ได้พูดเก่ง แต่ผมพูดความจริง ผมฟังพ่อครู ผมเลยกระจ่างแจ้งว่า ถ้าผมจะจับลักษณะของผู้ปกครอง 4 หลัก 

_จตุพร ว่า… การได้ มีโอกาสมาแลกเปลี่ยน ทั้งในเรื่องที่เห็นด้วย เห็นต่าง มันมีความงดงามมากที่สุด เพราะว่าสังคมของเรา มันยังไม่ได้เปิดพื้นที่หมายความว่า ใครเห็นอย่างไรก็ได้ยินอย่างนั้น ใครเห็นต่างก็ถูกปิดกั้นทันที 

ผมกับพี่นกเขาและคณะที่ตั้งชื่อว่าหลอมรวมประชาชน เราบอกว่า หลักที่สำคัญที่สุดก็คือว่าเราเอาความเป็นตัวตนออก และเอาหน้าคนออกด้วย คือ ถูกเป็นถูก ผิดเป็นผิด ไม่ได้หมายความว่าใครชอบใคร เพราะถ้าชอบใครทำผิดก็ว่าทำถูก ใครไม่ชอบทำถูกก็ว่าทำผิด 

ใครเชื่ออย่างไรก็ดำรงความเชื่ออย่างนั้น ถ้าเราเชื่อว่าคนของเราถูก ก็ว่าถูกทั้งที่ทำผิด

วันนี้ก็เห็นว่าเรื่องสิ่งอันนั้นมันต้องตรงไปตรงมาหมายความว่า ถ้าผิดก็ต้องผิด ถ้าถูกก็ต้องถูกไม่อย่างนั้นไม่สามารถทำการแก้ไขประเทศชาติได้ 

กรณีของพลเอกประยุทธ์ในฐานะที่ท่านเป็นนักการเมืองหมายเลข 1 เป็นผู้ปกครอง ปกครองมาแล้ว 8 ปี แต่ท่านไม่ได้ใช้วิถีชีวิตอย่างพระพุทธเจ้าคือจะมีสู่ความไม่มี พลเอกประยุทธ์เป็นนายกคนเดียวที่มีวันหยุดตามเวลาวันราชการ วันหยุดนักขัตฤกษ์ ใน 8 ปีท่านมีวันหยุดถึง 2 ปีครึ่ง ประเทศจึงเสียโอกาสมากมาย  เดือนไหนมีวันหยุดนักขัตฤกษ์มาก ก็เสียโอกาสมาก

แล้วท่านมีอำนาจสูงสุดในการปกครอง ชีวิตของผมตลอดมานั้นต่อสู้มาตลอด ในหลายเรื่องก็มีผิดและไม่ได้ถูกทุกเรื่อง เวลาที่เหลืออยู่ก็พยายามแสวงหาในสิ่งที่ถูก 8 ปีที่ผ่านมาผมว่าแต่ละคนต่างใช้ความอดทน บางคนดีมาชั่วบางคนชั่วมาดี คนที่ชั่วแล้วมาดีนี่หายาก คนที่ดีแล้วมาชั่วนี้หาง่ายกว่า 8 ปีผ่านมาแล้ว คนที่ต้องการมีจิตสาธารณะ แก้ไขปัญหาประเทศชาติได้ทุกเรื่อง พลเอกประยุทธ์มีโอกาสในการแก้ปัญหาให้ประเทศชาติมากที่สุด โอกาสในการแก้ปัญหาให้ประเทศชาติมากที่สุด ใช้งบประมาณมากที่สุด สิ่งที่พลเอกประยุทธ์ควรทำมากที่สุดคือคืนอำนาจให้แก่ประชาชนในทุกๆเรื่อง 

ถ้าจำเป็นจะต้องเลือก ระหว่างพวกนายทุนที่เขารวยอยู่แล้ว กลับกับประชาชน แต่ว่า  แต่รัฐกลับสนับสนุนนายทุนที่รวยอยู่แล้วให้รวยขึ้น มากว่าสนับสนุนประชาชน

แต่ชาวอโศกจะเป็นสังคมที่จะอยู่ได้อย่างดีในอนาคต แต่ ประชาชน  ทั่วไปจะอยู่อย่างลำบาก เวลานี้คนไม่มีแรง แทนที่รัฐจะเฉลี่ยทุกอย่างให้แก่ประชาชนให้ทั่วถึง แต่พวกนายทุน กลับใช้วิธีแสวงหากำไรจากทหารที่มีแนวโน้มเอื้อประโยชน์แก่นายทุน 

นักธุรกิจพลังงาน รัฐบาลกลับไปส่งเสริมให้เขารวยมากขึ้น เวลาจ่าย ไม่ได้จ่ายให้ กฟผ.จ่ายให้นายทุนที่อยู่ติดตัวพลเอกประยุทธ์นั่นแหละ มีสัดส่วนผลิตไฟฟ้าลดลง พวกทุนพลังงานได้สัดส่วนผลิตเพิ่มขึ้น เป็นต้น 

ธุรกิจสินค้าผูกขาดท่านให้เกิดการควบรวมกิจการ พวกโชว์ห่วยก็ยิ่งขาดทุน ธุรกิจการสื่อสารก็ให้ควบรวม 

ท่านควรจะเป็นแบบอย่างที่ดี แต่ไม่ใช่ การตัดสินใจขายแผ่นดินให้ต่างชาติในรอบนี้เป็นสิ่งที่พวกผมรับไม่ได้ ปี 2542 ขายได้ 1 ไร่ ปี 2545 ขายได้ 1 ไร่ แต่ผ่านมามีต่างชาติมาซื้อแค่ 8 ราย รัฐบาลนี้ตั้งเป้าจะให้ขายได้เพิ่มขึ้น 

และที่สำคัญที่รัฐปล่อยให้ต่างชาติใช้นอมินีในการถือครองที่ดินในไทย มีหลายกลุ่มทุนต่างชาติเข้ามาทำกำไรมากมาย แต่การตั้งเป้าขายที่ดินให้ได้ 1 ล้านไร่ สุดท้ายที่ดินของไทยจะถูกต่างชาติถือครอง แต่ในไทยประชาชนถือครองที่ดินกันมากมายแล้วค่อยคิดถึงต่างชาติ แต่ทุกวันนี้ คนไทย 80% ไม่ได้ถือครองที่ดิน การขายที่ดินให้ต่างชาติจึงเป็นเรื่องที่ผิดมาก ขายไปหลายอย่างแล้ว ตอนนี้หมดอันที่จะขายก็เลยมาขายที่ดิน

วิถีชีวิตชาวอโศกรอดแล้ว แต่ที่เหลือจะตาย เพราะที่เหลือมันล้มละลายกันหมดแล้ว มีคนพร้อมขายที่ดิน พร้อมจะขายกิจการ  เราต้องอยู่กับบัตรคนจน ที่จนคนละแบบกับชาวอโศก คนจนแบบที่รัฐบาลกำหนดคือจนอย่างล้มละลาย สิ่งที่ยอมไม่ได้คือขายแผ่นดิน จึงมาแลกเปลี่ยนกันวันนี้

วันนี้กราบขอบพระคุณที่ได้มาแลกเปลี่ยนกัน

_ทนายนิติธร ว่า… ความหมายของคณะหลอมรวมประชาชนคือ ให้ประชาชนปฏิวัติ ต้องมาตรวจสอบคนที่มาร่วมกันให้มีจิตใจแบบพ่อครู แบบญาติธรรม

ผมหมายถึงว่าทำการปฏิวัติประชาชนอีกครั้งหนึ่งให้สำเร็จ เพื่อรองรับสิ่งที่จะเกิดในอนาคตเพื่อให้ประชาชนเข้าสู่สังคมแห่งศีลธรรม เข้าสู่สังคมรองรับพระศรีอาริยเมตไตรยในอนาคต เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องทำและร่วมมือกัน 

_สุชัย ว่า… ทั้งสองท่านในนามคณะหลอมรวมประชาชน มาแลกเปลี่ยนความคิดกัน และผมเห็นพ่อครูตั้งใจฟังและจดตลอด นิมนต์พ่อท่านปิดวงพูดคุยในวันนี้

พ่อครูว่า… ดีใจนะ ที่วันนี้มันเป็นนิมิตหมายอันยิ่งใหญ่ Activist ที่สำคัญของสังคมสองคนมาเปิดเวทีแล้วก็เปิดใจ เปิดเผยอธิบายความรู้ความเห็นความเชื่อถืออะไรต่างๆนานาออกมา มันเป็นเรื่องประเสริฐ 

คำว่าหลอมรวมประชาชน หลอมรวม ด้วยการบังคับก็ดี โดยการออกกฎหมายก็ดี ล้มเหลวหมด 

คำว่าหลอมรวมที่ดีที่สุดคือ ประชาชน มาด้วยสมัครใจ มาเห็นดีเห็นงามรวมตัวกัน โดยการหลอมตัวเอง แต่ละคนหลอมตัวเองให้เป็น ทิฏฐิสามัญตา สีลสามัญตา

หมายความว่า ให้เป็นความเห็นที่เป็นแนวเดียวกันและมีศีลคือ หลักเกณฑ์ปฏิบัติอันนเดียวกัน มันประสมประสานกัน มีทิศทางหลักเกณฑ์ โดยเฉพาะเรามีหลักเกณฑ์ของ พระพุทธเจ้าอยู่แล้ว ไปในทิศทางเดียวกัน มันก็จะเกิดผลสำเร็จ ไปสู่จุดหมายปลายทางจุดเดียวกัน

เพราะฉะนั้นหลอมรวมประชาชนก็สำเร็จเป็นหนึ่งเดียวกัน One for All, All for One

จากทั้งหมดก็มาเป็นหนึ่งดียว จากหนึ่งก็มาเป็นหมู่ใหญ่ ก็จะเกิดการหลอมรวมกันโดย ประชาชน

 การหลอมรวม ประชาชน โดยการบังคับ ออก กฎหมาย มันไม่สำเร็จหรอก มันต้องให้เขาเห็นเอง เข้าใจเอง ยินดีเอง พอใจเอง ที่จะมารวมกัน โดยการไม่ต้องไปหลอม แต่หลอมโดยหลักวิธีปฏิบัติของพระพุทธเจ้า พาปฏิบัติอย่างอาตมาพาทำ หลอมพวกเรา ด้วยคำสอน พระพุทธเจ้า แจกแจงอธิบาย 

อาตมาเขียนหนังสือมาเป็นร้อยๆเรื่อง พิมพ์ออกมาหลายล้านเล่ม แต่คนอ่านน้อย นอกจากอ่านน้อยแล้วอ่านไม่เข้าใจอีกต่างหาก ได้บ้าง ก็เห็นใจ ว่ามันยาก อาตมาก็พยายามให้มันง่ายที่สุด เก่งเท่านี้ไม่ได้ออมมือ 

พยายามสื่อให้เข้าใจง่ายที่สุด เปิดของที่คว่ำหงาย ก็เก่งเท่านี้

ทำงานมา 50 กว่าปี อย่าทำต่ออยู่ ประคองขันธ์ พิสูจน์ธรรมพระพุทธเจ้า  อาตมาจริงๆอายุขัย 72 ปีเท่านั้น ก็พยาามอิทธิบาท พยายามใช้ Co-efficient ตอนนี้อายุจะ 90 ปีแล้ว ก็มั่นใจจะว่าอยู่ไปถึง 100 ปีแน่ แต่ไม่ใช่อยู่อย่างอ่อนแอ แต่อยู่อย่างขนาดนี้คล่องแคล่วปราดเปรียว แข็งแรง แล้วจะอยู่ทำงานอยู่เพื่อเปิดเผยธรรมพระพุทธเจ้า

ทุกวันนี้ รากฐานของธรรมะพระพุทธเจ้า เรียกว่าโลกุตรธรรม หรือเรียกว่าศิวิไลเซชั่น โลกุตระ ไม่มีภาษาอังกฤษ supramundane ก็พอได้ พูดแค่นั้นก็ได้ แต่มันก็ยังไม่เข้าถึงความหมายที่แท้จริง 

ว่าที่แท้จริง มันเป็นเรื่องของปรมัตถสัจจะ เป็นเรื่องของจิตวิญญาณ ซึ่งเป็นเรื่องยากแต่ยากก็ต้องทำ มันไม่มีทางเลือก 

เมืองไทยเป็นเมืองมีจิตวิญญาณตัวนี้แล้ว สิ่งที่แสดงออกว่า คนไทยมีโลกุตรธรรม คือ Bomb of Love นั่นคือการแสดงออกของ ประเทศไทย ในหลวงร.9 สิ้นพระชนม์ ปึ๊บ ระเบิด ความเห็นความดีงาม การเห็นความดีงามของประชาชน คนไทยเต็มที่เลย แสดงออก ปรากฏการณ์สนามหลวง ปรากฎการณ์การมาเคารพคารวะทั้งปี เคารพพระศพ ในหลวง ร.9 ท่านสิ้นพระชนม์ไปแล้ว

เป็นการแสดงออกจากจิตวิญญาณจริง ไม่มีใครไปหว่านล้อม นี่คือรากฐานจิตวิญญาณของคนไทยจริงๆ เป็นเลือดโลกุตรธรรม

คนไทยไม่มีใครจะมาครอบงำ มามีอิทธิพล ใช้อำนาจ ทำไม่ได้กับคนไทย นอกจากคนไทยไม่ทำแล้ว คนไทยจะเลือกเอื้อเฟื้อเกื้อกูลพวกคุณด้วย พวกคุณทำร้ายเรา แต่เราจะช่วยเหลือพวกคุณ อย่างน้อยก็เอากล้วย อ้อยไปให้กิน จริง เราทำแล้วด้วยไม่ใช่เราพูดแค่ปากเปล่า ทำจริงๆด้วย

สังคมแค่ที่อาตมาพูดไปนี้ “คนฉลาดสร้างอาหาร คนชั่วช้าสามานย์สร้างอาวุธ” มันทำลายมนุษยชาติอย่างแท้จริงเลย คนกลุ่มเล็ก สร้างอาหาร คนชั่วช้าสามานย์ทั้งโลก 

คิมจองอึน ก็แบ่งอำนาจใหญ่เลย ทดสอบประสิทธิภาพของอาวุธร้ายของตัวเองให้มีประสิทธิภาพต่าง ผลาญ ทางตะวันออกกลางเขาก็ทำ ที่ไหนก็ทำทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นปูติน ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐเขาก็ทำ เขาจะฆ่ากันไปทำไม ถามแค่นี้ เขาจะฆ่ากันไปทำไม คนไม่ต้องฆ่ากันแล้วมันไม่ตายหรือยังไง มันก็ตายกันทั้งนั้นแหละ ไม่ต้องไปฆ่ากันหรอก 

ลึกซึ้งกว่านี้คือกรรมวิบาก เรื่องของ อจินไตย กรรมวิบาก ยังยากที่คนจะเข้าใจในโลก แต่เป็นเรื่องจริง กัมมัสโกมหิ กัมมทายาโท กัมมโยนิ กัมมพันธุ กัมมปฏิสรโณ กัมมังสัตเตวิภัชติ กัมมุนาวัตตติโลโก  

กรรมเป็นเรื่องจริงหมด กรรมเป็นอันทำ กรรมยิ่งกว่า God เพราะทุกคนเป็น God ของตัวเอง นี่คือของพระพุทธเจ้าทุกคนเป็น God ทุกคนเป็นเจ้าของกรรม กรรมก็คือ God แล้วมาหลอมรวมกัน เป็น God เบ้อเร่อเลย เรียกว่า God กลุ่มยิ่งใหญ่ 

จะบอกว่า God เป็นพระเจ้าเป็นผู้สร้าง นี่แหละ แล้วไม่ได้สร้างสิ่งเลวสร้างแต่สิ่งที่ดี อาวุธนิดนึงก็ไม่ทำ ไม่เสียเวลาไปทำ ทำมีดก็ทำแค่เอามาใช้งาน ไม่ทำดาบ อย่างนี้เป็นต้น 

พูดไปแล้วก็จะไม่จบ 

ก็เป็นนิมิตหมายที่ดี ดีใจ ที่คุณนกเขา นิติธรและคุณตู่มา ก็ดี เป็นนิมิตหมายที่ดีจริงๆ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ไม่ใช่เรื่องจัดฉาก ไม่ใช่ดรามาติก แต่เป็นเรื่องจริง เกิดจากจิตวิญญาณเป็นประธานสิ่งทั้งปวง ที่มานี้มาด้วยจิตวิญญาณของตัวเอง ไม่มีใครมาหลอกล่อ ไม่มีใครมาบังคับ มาด้วยความเป็นจริง แล้วก็เป็นเรื่องที่เปิดเผยต่อสาธารณชนด้วย ไม่ใช่หลังไมค์ เป็นเรื่องต่อหน้าประชาชน เป็นเรื่องเปิดเผย แสดงถึงความกล้าหาญอย่างมาก 

แล้วก็พาดพิงไปถึงประยุทธ์ พลเอกประยุทธ์ ขนาดนี้ก็เหลือกินแล้ว 

ในนัยยะต่างๆที่พูดออกมา อาตมาเอง อาตมาเห็นนแย้งไม่น้อย แต่มันไม่มีเวลาที่จะสาธยาย 

เช่น สรุปง่ายๆ อย่างคุณนกเขาสรุปว่า ไทยนี่ขาดทุนไปตั้งเท่าไหร่ เสียเปรียบไปตั้งเท่าไหร่ อาตมาขอสรุปว่า  ดีที่สุดแล้วเราจะมาเป็นผู้เสียเปรียบ และมาเป็นผู้ขาดทุน โดยที่เรายังอุดมสมบูรณ์ นี่แหละยิ่งใหญ่ ไม่ใช่แกล้ง อุดมสมบูรณ์จริงๆ ไม่ได้อุดมสมบูรณ์ด้วยแบงค์ Note ธนบัตร ทองคำ เพชรนิลจินดา ไม่ นั่นเป็นเรื่องขี้ผงมาก แต่เรื่องอาหารเป็นหนึ่งในโลก ใหญ่ที่สุด ปูตินไม่กินอาหารก็ตาย สีจิ้นผิงไม่กินอาหารก็ตาย ยิ่งคิมจองอึนไม่กินอาหารก็ตาย ใครมันจะใหญ่กว่าอาหาร โลกไม่มีอาวุธไม่เป็นไรเลย แต่โลกไม่มีอาหารจะเหลือหรือ แค่นี้คิดไม่ได้ นี่มันก็โง่แล้ว แล้วจะหาคนฉลาดก็หายาก คนจะเห็นว่าอะไรเป็นเหตุปัจจัยที่สำคัญแก่ชีวิตที่ดีที่สุด พระพุทธเจ้าสรุปไว้ 4 อย่าง อาหาร  เครื่องนุ่งห่ม ที่อาศัยและยา 

ยาก็ไม่ได้กินทุกวัน ที่อยู่อาศัยก็ง่ายๆ ดีไม่ดีอยู่ใต้ร่มไม้ก็ได้ ที่เรามีเหลือเฟือ มาปลูกบ้านที่นี่สักแปลงสองแปลง 

ที่จริงอาตมาสร้างเรือนไว้รับแขกเรียกว่า รามจักรเป็นเรือนวีไอพี ตอนนี้น้ำท่วมลดแล้วล่ะ แต่น้ำท่วมไม่ถึงพื้นข้างบน ท่วมข้างล่าง เอาละเวลามันหมดแล้ว

อาตมาก็สรุปตีหัวเข้าบ้านไปหลายทีแล้ว ก็ขอสรุปว่า เป็นนิมิตหมายที่ดีมาก ที่คุณนกเขากับคุณตู่มาวันนี้ ก็คิดว่า ก็คงจะมีผู้อื่นอีกที่จะมาที่นี่ มาเที่ยวที่นี่ มาพักผ่อนที่นี้ มาเยี่ยมที่นี่บ้างเพื่อเป็นเกียรติอย่างคุณนกกับคุณตู่มาเป็นเกียรติจริงๆนะ ไม่ได้พูดเล่น พูดไม่ใช่แกล้ง ไม่ได้มาแกล้งยอฉันว่าฉันเป็นดวงจันทร์ที่ถูกเมฆบัง 

เพราะฉะนั้นก็เป็นนิมิตหมายอันดี ที่สังคมประเทศไทยมันมีอะไรเกิดขึ้นแล้วตอนนี้ ก็คิดว่า สิ่งที่จะสว่าง  สิ่งที่จะพัฒนา  สิ่งที่จะเจริญอีกต่อไป ในเรื่องของความเป็นอาริยบุคคล หรือเป็นอาริยะประเทศ อาริยธรรม อาตมาใช้คำว่า อาริยะ ไม่ได้ใช้คำว่า อริยะหรืออารยะ ก็เป็นนัยยะละเอียดลึกซึ้งที่อาตมาสื่อถึงพยัญชนะ ยังไม่มีเวลาขยายความตอนนี้ ซึ่งก็คือ ศิวิไลซ์ เป็นภาษาสากล แต่มันเป็นศิวิไลซ์ขั้นโลกุตระ กำกับตรงนี้ด้วย 

สรุปแล้วอาตมามั่นใจว่าโลกุตระธรรมของพระพุทธเจ้าปักลงตรงนี้แล้ว ชมพูทวีป แล้วมันก็จะเจริญงอกงามต่อไป ก็เริ่มต้นมีผู้ที่มาเป็นตัวอย่าง ต่อไปก็คงจะมีคนเข้าใจ เราไม่ได้ปฏิเสธผู้ที่เป็นศัตรู อริของเราทั้งหมด ไม่เคยปฏิเสธ อาตมานี้ ซาบซึ้งในคำว่า  นานาสังวาสของพระพุทธเจ้าที่สุด และซาบซึ้งในคำว่า นิกาย ที่สุด 

นานาสังวาสหมายความว่าคนที่ร่วมเป็นคนร่วมกัน แต่มีความคิดเห็นต่างกัน จบเลย มันเป็นธรรมชาติ และอยู่กันให้ได้ อย่าให้มันเกิดนิกายแตกแยกกัน เอ็งกับข้าฟาดฟันกันคนละหมู่คนละกลุ่ม เอ็งไม่ใช่กายของข้า ต่างคนต่างปฏิเสธ นิกาย มันก็อยู่กันอย่างไม่สงบ อยู่กันอย่างไม่สงบ ไม่อบอุ่น ไม่สามัคคี อยู่ให้ได้กันแม้เป็นศัตรู เขาจะฆ่าเรา เราให้อาหารเขา เขาเจ็บป่วยเรารักษา ฆ่าก็ตาย เพราะเราไม่ฆ่าใคร ฆ่าเราก็ตาย เราก็ยอมตายก็ไม่มีปัญหาอะไร นี่เป็นเรื่องจริง แต่เป็นเรื่องลึกที่คนจะเข้าใจและถึงตรงนี้ได้ ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เป็นเรื่องทำได้ เป็นเรื่องธรรมดา เป็นเรื่องจริงและเป็นเรื่องเป็นไปได้ 

ที่อาตมาพูดตรงนี้ มันลึกซึ้งเป็นปรมัตถ์ คนที่ไม่กลัวตาย คนที่รู้จักวัฏสงสาร ตายเกิด เกิดตาย นอกจากคุณจะตายแล้วไม่เกิด คือ ปรินิพพานเป็นปริโยสาน เป็นพระอรหันต์ ตายอย่าง สุญญตนิพพาน อนิมิตนิพพาน อัปนิหิตตนิพพาน ตายอย่างนิพพาน 3 ก็จบ จิตวิญญาณก็เป็นดินน้ำไฟลมไปหมดเลย เหมือนพระพุทธเจ้าทรง ปรินิพพานเป็นปริโยสาน เป็นดินน้ำไฟลมไปแล้ว หรือพระอรหันต์ที่จะ ปรินิพพานเป็นปริโยสาน ก็จบจิตนิยามของคนผู้นั้นตายแล้วเป็นศูนย์ เป็นสัจจะที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ อาตมาเปิดเผยและพวกเราทำความเข้าใจเอาไปปฏิบัติจนกระทั่งกลายเป็นอาริยบุคคล เป็นผู้เจริญที่แท้จริง  เป็นผู้ศิวิไลซ์พิเศษ ยิ่งกว่า supramundane อย่างที่ว่า จบดื้อๆ 

_สุชัย ว่า… ผมไม่ต้องสรุปแล้ว ได้รับฟัง เป็นข้อสรุปจากท่านโพธิรักษ์ไว้เรียบร้อยแล้ว หลังจากนี้จะนานาสังวาสหรือจะหลอมรวมประชาชน

เราก็คงจะได้พบกัน