ศาสนา

610620_เทศน์ก่อนฉันศีรษะอโศก พิธีไหว้ครู เรื่อง ทศพิธราษฎรธรรม

อ่านทั้งหมดที่ หรือดาวโหลดเอกสารที่… https://drive.google.com/open?id=1CaOnIjAl9CFkghe-1Zzc9K6HrgDqE0x2DTNlTcWeBmk

ดาวโหลดเสียงที่.. https://drive.google.com/open?id=1smYEdaDkQxPMaTWtaZ9rdxXBpRKD0tqe

ดูยูทิวป์ได้ที่…

พ่อครูว่า…วันนี้วันพุธที่ 20 มิถุนายน 2561 ที่บวรศีรษะอโศก

SMS 18 มิถุนายน 2561 (พ่อครู : ราชธานีอโศก)

_7630กราบนิมนต์พ่อท่านช่วยอธิบาย”การพิจารณาเห็นกายในกายอยู่” ให้ฟังด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ

พ่อครูว่า…ทุกวันนี้ชาวพุทธแม้แต่จบด๊อกเตอร์ทางศาสนาพุทธก็ตามเข้าใจว่ากายนี้คือร่าง ดินน้ำไฟลมอย่างเดียว ตั้งแต่ต้นเลย เพราะฉะนั้นเริ่มต้นตรงนี้ก็ผิดแล้วจะไปพิจารณากายในกายเข้าไปอีก ยาก ยากที่จะได้ เพราะถ้าหากพิจารณากายในกายเป็นดินน้ำไฟลมก็พิจารณาดินในดินน้ำในน้ำไฟในไฟลมในลม คุณก็ไปพิจารณาอุตุนิยามเท่านั้น สิ่งเหล่านั้นไม่ใช่ ภาวะกายหมายถึง จิตและดินน้ำไฟลม แต่เขาไม่พิจารณาเข้าหาจิตด้วยซ้ำไป พระพุทธเจ้าตรัสว่ากายคือจิต มโน วิญญาณ เมื่อพระพุทธเจ้าตรัสเช่นนี้แน่นอนคนที่ไปยึดถือว่ากายคือดินน้ำไฟลม ฟังแล้วหัวหมุนเลย หูหักเลย ในพระไตรปิฎกเล่ม 16 ข้อ 230 พระพุทธเจ้าตรัสไว้ชัด ว่ากายนี้ตถาคตเรียกว่าจิตบ้าง มโนบ้าง วิญญาณบ้างอย่างนี้เป็นต้น

_5788 นมัสการหลวงปู่ มีกระผมคนหนึ่งที่เชื่อหลวงปู่ครับแม้ทำตามได้น้อยแต่ก็ได้ทำครับ กระผมเป็นคนนอกครับ

พ่อครูว่า…ดีมากสาธุ ฟังเอา

_3867สมัยนี้หาเด็กวัดอยู่ประจำวัดน้อยลง!เห็นเด็กวัดสมัยก่อนเติบโตมาเป็นผู้ใหญ่วัน นี้มักได้ดิบได้ดีเพราะข้าวก้นบาตร!พระวินัยในวัด!ศีลธรรมในจิตใจ!ที่พระครูบา อาจารย์อบรมบ่มสอนจนได้ดีทุกรุ่น!นร.สัมมาฯคงเป็นเด็กวัดอโศกเหลืออยู่วัดเดียวในพุทธ(มังสะวิรัติ)สยาม!

พ่อครูว่า…

_วิทยา เกียรติโชติชัย · ท่านตอบเรื่องพาราควอตซ์ หน่อยว่า มันกำลังเป็นพิษต่อผืนดินหรือไม่ หรือท่านคิดว่าเป็นช่างปลอม

พ่อครูว่า…อาตมาไม่รู้ว่า พาราควอตเป็นพิษหรือไม่เป็นพิษ คนคิดก็สร้างมาเพื่อใช้เพื่อขาย เป็นสินค้ากัน อาตมาก็ไม่ทราบแน่ แต่ว่าสารเคมีที่สะกัดเข้มข้น มักจะเป็นพิษทำร้ายสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม

_เยาวลักษณ์ วัฒนเสรีกุล · น้อมกราบนมัสการพ่อท่านและสมณะและสิขมาตุทุกรูป ดูพ่อท่านในทีวีทุกวันคะ และอีก 3 ปีจะให้ลูกไปเรียนคะและจะไปอยู่ด้วยค่ะที่ปฐมอโศกคะ

_สุวิดา คำศรี · จดคำถามไว้ว่าจะถามพ่อครู ฟังพ่อครูเทศน์วันนี้ได้คำตอบแล้วค่ะ

_อ.เป็นต้น นาประโคน เขียนกวีในวันไหว้ครูมา ….ไหว้ครูด้วยใจ

พ่อครูว่า…มาถึงคำถามที่ว่า พ่อครูจะใช้ สัมประสิทธิ์เพื่อต่ออายุให้ยืนยาว  สัมประสิทธิ์ของพ่อครูหมายถึงอะไร?..

มันเป็นเรื่องที่ยากเหมือนกัน อาตมาหยิบเอาคำนี้มาพูดที่เรียกว่าสัมประสิทธิ์ในภาษาไทย เป็นภาษาสมัยใหม่ ภาษาสมัยเก่าก็ต้องเอารากฐานบาลีของพระพุทธเจ้า

สัมประสิทธิ์ก็คือรวมทั้งหมด โพธิปักขิยธรรม 37 เรียกย่อว่า โพชฌงค์

โพธิปักขิยธรรม 37 สติปัฏฐาน 4 สัมมัปปธาน 4 อิทธิบาท 4 อินทรีย์ 5 พละ 5 โพชฌงค์ 7 มรรคมีองค์ 8

สัมมัปปธาน 4 เป็นหลักปฏิบัติ  เป็นข้อหนึ่งในโพธิปักขิยธรรม 37 เข้าใจเช่นนี้ก็จะเข้าใจว่าศาสนาพุทธไม่ได้ไปสอนนั่งหลับตา ต้องระวังสังวรในอินทรีย์ คือเปิดทวาร รับผัสสะ ไม่ได้ไปปิดทวารนั่งหลับตา พวกที่นั่งหลับตาปฏิบัติเป็นหลักเป็นพวกโมฆะ เป็นศาสนาเดียรถีย์ สมาธินั่งหลับตาไม่ใช่ของพุทธ

เมื่อปฏิบัติ สติปัฏฐาน 4 สัมมัปปธาน 4 อิทธิบาท 4 ก็จะเกิดผลสะสมลงเป็นพลังงาน อินทรีย์ 5 แล้วพัฒนาเป็นพละ 5 เป็นพลังงานทางจิต ได้รับการพัฒนาเจริญขึ้นเรียกว่าสัมประสิทธิ์ พัฒนาก้าวหน้าขึ้นเป็นสัมประสิทธิ์ โดยมีฐานของโพชฌงค์ 7 และมรรคมีองค์ 8

มรรคมีองค์ 8 เป็นทางโพชฌงค์เป็นตัวเดินทาง ก็ครบบริบูรณ์ในการปฏิบัติ ก็จะสร้างพลังงานสัมประสิทธิ์ขึ้นมา

ให้มีพลังงานเลี้ยงชีพ ชีวิตเรา พลังงานที่จะทำให้แก่ร่างกายอาการ 32 นี้ ช่วยในส่วนนั้นส่วนนี้ในองคาพยพร่างกาย ช่วยตับ ไต ไส้พุง ปอด น้ำเลือดน้ำหนอง ในองคาพยพ 32 แล้วก็จะถูกปรับปรุงโดยการรู้ว่า เราควรให้พลังงานนี้ อย่างมีชีวะ ชีวิตที่จะรับ ส่วนที่เป็นเครื่องอาศัย จะเป็นอาหาร อากาศ ดินน้ำลมไฟ เป็นอะไรต่างๆ

อาตมาแยกออกเป็น 8 อ. มีอิทธิบาท อารมณ์ ต้องประคองอารมณ์อย่าให้ถูกกิเลสครอบงำ แล้วก็มาอาหาร อากาศ ออกกำลังกาย เอาพิษออก เอนกาย อาชีพ รวมเป็น 8 อ.

ผู้ที่สามารถรู้เครื่องอาศัยและปรับปรุงให้ดี ให้ได้สัดส่วน ก็จะเกิดพลังงานต่างๆที่จะเกิดการจัดสรรพวกนี้ ทำให้เกิดพลังงาน เป็นอายุวัฒนะ พลังงานชีพ สร้างชีวะ ให้ยาวนานไปได้ อาตมาพอรู้เรื่องนามธรรม อรูปพวกนี้ เป็นอรูป แต่มีจิตไปร่วมรู้ด้วย เข้าใจแล้วก็จัด

การจัดการพลังงานพวกนี้เป็นอภิสังขาร  เป็นเรื่องเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ มากเป็นนามธรรมไม่มีตัวตนรูปร่างแต่มันเป็นอาการ ของการเคลื่อนไหวของพลังงาน เราก็จับอาการพวกนี้ จัดเครื่องหมายอาการพวกนี้ สัญญากำหนดหมายรู้ว่าอันนี้คือจิตอย่างนี้ อันนี้จะต้องใช้หรือไม่ต้องใช้อันนี้มากไปก็ต้องลดลง อันนี้น้อยไปก็ต้องเพิ่มขึ้น อย่างนี้เป็นต้น เราก็จัดการอันนี้ในจิตของเรา เป็นเรื่องอธิบายได้อย่างนี้ จะละเอียดไปกว่านี้ก็เป็นสภาวะของอะไรต่างๆที่อาตมาออกชื่อเรียกพยัญชนะ

ผู้ที่สามารถจับอาการสภาพตัวนี้ได้ก็ใช้เป็นใช้ได้เท่าที่สามารถ ผู้ใดสามารถมากก็ใช้ได้มาก มีประสิทธิภาพประสิทธิผลมาก ไม่สามารถไม่ค่อยรู้จัก จับไม่ถูกจับไม่เป็นก็ใช้ไม่ได้ ก็เท่านั้นเอง อาตมาก็หมายถึงอย่างนี้

ซึ่งเป็นเรื่องยาก พูดกันตรงๆว่าเกินกว่านักวิทยาศาสตร์ของโลกจะรู้ได้เพราะมันเกี่ยวกับจิตวิญญาณที่เป็นนามธรรม นักวิทยาศาสตร์เขาเก่งทางรูปธรรม เรื่องนามเขายังไม่เก่ง แต่วิชาการรู้ของพระพุทธเจ้า ที่อาตมาพูดนี้เป็นความรู้ของพระพุทธเจ้าที่รู้เกินกว่านักวิทยาศาสตร์ของโลกเขารู้ได้

  1. ใครๆก็บอกว่าประเทศไทยเป็นเผด็จการ แต่พ่อครูกลับยืนยันว่าประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยที่ดีที่สุดในโลกซะอีก เพราะอะไร

พ่อครูว่า…เพราะอาตมารู้ว่าประชาธิปไตยคืออะไรหมายถึงอะไร และพฤติกรรมการบริหาร การประพฤติของผู้บริหารขณะนี้ถูกต้องไหม อาตมาเห็นว่าเขาปฏิบัติประพฤติถูกต้อง และทำงานได้ผลอยู่ ประชาธิปไตยหัวใจแท้ๆของมันคือคนบริหารคนทำงานช่วยประชาชนทำเพื่อประชาชนรับใช้ประชาชนมากกว่าผลประโยชน์ของตนเอง หรือไม่เพื่อประโยชน์ตน มีแต่เพื่อประโยชน์ประชาชนเต็มๆ ยิ่งเป็นประชาธิปไตย อย่างนี้เป็นต้น

ที่อาตมาดูแล้วการทำงานทุกวันนี้มีรูปธรรม พฤติกรรมต่างๆของการทำงานบริหาร เรื่องนั้นเรื่องนี้จัดการจัดสรรอยู่ เอามาเป็นเรื่องเป็นราว เอามาบอกพยายามแนะนำพยายามจัดการให้ประชาชนได้รับรู้กันช่วยกัน จัดการให้มันเกิดผลเกิดประโยชน์ขึ้นมาก็ทำกันอยู่อย่างดีมากเลย อาตมาก็มองถึงเนื้อหานั้นว่าเป็นสาระแท้ของความเป็นประชาธิปไตย คือการรับใช้ประชาชนการทำเพื่อประชาชนไม่ได้เห็นแก่ตัวไม่ได้เห็นแก่ได้ไม่ได้มีการทุจริต ไม่ได้มีการอาศัยเอาไปกอบโกยหากินจากการงาน มีแต่รับใช้ การงานส่วนที่เขาจ้างเป็นรายได้เงินเดือนส่วนตัวก็มี นอกนั้นไม่เอาไม่แฝงไม่เละเล็ม เราทำหน้าที่ถูกต้องก็รับเงินเดือนตามหน้าที่ เป็นนักบริหารที่ทำงานเพื่อประชาชนรับใช้ประชาชนจริงๆ อันนี้อาตมาเห็นว่าเขาทำได้ดีมากสะอาดแต่ยังบริสุทธิ์ได้อย่างดีพอควรทีเดียว

การจะหาความบริสุทธิ์ร้อยเปอร์เซ็นต์นั้นได้ยากแต่ได้ขนาดนี้อาตมาว่ายอดเยี่ยมแล้ว นี่คือประชาธิปไตยแต่คนที่ยังงมงาย ไปนึกว่าประชาธิปไตยต้องให้ประชาชนเลือกผู้บริหารเกิดการเลือกตั้ง ได้ผู้บริหารแล้วมาบริหาร จึงจะชื่อว่าประชาธิปไตย อันนั้นเป็นเรื่อง เผินๆ

เลือกคนมาบริหารแต่คนบริหารไม่ได้บริหารเพื่อประชาชนเลยอย่างเช่นทักษิณหรืออีกเยอะแยะไม่รู้กี่คณะมาบริหารเพื่อประโยชน์ตนเองและพวกพ้องเพื่อหากิน ซึ่งมันใช้ไม่ได้ ไม่เป็นประชาธิปไตยแต่ไปเอาว่าได้รับการเลือกตั้งเข้าไปถือว่าเป็นประชาธิปไตยแล้ว งมงายตื้นๆ

ก็เขาบอกว่าผู้ที่เข้ามานี้ตอนนี้ไม่เป็นประชาธิปไตยไม่มาจากการเลือกตั้ง ฉะนั้นถ้าให้บริหารต่อไปพวกเขาก็จะไม่ได้มาบริหารไม่มีโอกาส พวกนี้จึงดึงดันอยากให้เลือกตั้งเป็นโอกาสของเขา ถ้าไม่มีการเลือกตั้งเขาไม่มีโอกาส ก็เท่านั้นเอง

สรุปก็คือว่าถ้าหากผู้บริหารที่บริหารขณะนี้สามารถเป็นประชาธิปไตยแล้วและทำได้ดีด้วยคุณก็ทำไปเลย อย่าไปห่วงเลยการเลือกตั้ง เสียงนกเสียงปากหอยปากปูพวกนี้ มันร้องเพื่อที่จะเอาอยากได้ตำแหน่งหน้าที่มาเป็นผู้บริหารจะได้มีส่วนได้อะไรขึ้นมา มันเห็นแก่ตัวอาตมาพูดนี้โดยสาระสัจจะไม่ได้เข้าข้างใคร

ประชาธิปไตยคืออะไรจะต้องรู้จักแก่นแท้ของประชาธิปไตย แก่นแท้ก็คือ 1 อิสระเสรีภาพ 2 ไม่มีตัวตน 3 เข้าใจเรื่องวิญญาณ

ประชาธิปไตยหากไม่มีจิตวิญญาณไม่ได้รู้จิตวิญญาณไม่คำนึงถึงจิตวิญญาณประชาชน และวิญญาณของตัวผู้บริหาร ต้องเข้าใจเขาเข้าใจเราเห็นใจเขาเห็นใจเราผู้บริหารต้องรู้เข้าใจเป็นจิตวิญญาณลึกซึ้ง

อาตมาว่าอาตมาเป็นนักประชาธิปไตยเบอร์ 1 ของประเทศไทยไม่มีใครตั้งหลอกมาตั้งเองเค้าก็หาว่าขี้โม้อวดตัว ไม่เป็นไรอาตมารู้จักประชาธิปไตยและทำงานประชาธิปไตยอย่างเต็มไม้เต็มมือ และก็สอนประชาธิปไตยอยู่ตลอดเวลา สอนทฤษฎีของพุทธเจ้านี่แหละเป็นประชาธิปไตยทั้งหมดในตัวโดยสอนให้สัมมาทิฏฐิ ศาสนาพุทธคือประชาธิปไตยที่สุดยอด พหุชนหิตายะ(เพื่อหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก)พหุชนสุขายะ(เพื่อความสุขของหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก) โลกานุกัมปายะ(รับใช้โลก ช่วยโลก) นี่คือคำความที่มีการยืนยันว่า ศาสนาพุทธคือประชาธิปไตย และเป็นประชาธิปไตยยิ่งกว่าประชาธิปไตยขาเดียวในประเทศอื่นๆ ประเทศไทยมีเชื้อมีอนุสัยอาสวะของธาตุประชาธิปไตย ศาสนาพุทธนี้มาแต่ไหนแต่ไร ฟื้นมาถึงวันนี้แล้วมันเจริญ

  1. ความหมายของคำว่าเศรษฐกิจดีที่สุดคืออย่างไร คือ เศรษฐกิจที่มีอิสระเสรีภาพไม่เห็นแก่ตัว เขายกตัวอย่างชุมชนชาวอโศก ชุมชนชาวอโศกทุกชุมชน เป็นเศรษฐกิจที่ดีที่สุดประชาธิปไตยที่ดีที่สุดอิสระเสรีภาพที่ดีที่สุดแล้วเรียนรู้การลดอัตตาจนหมดอัตตา อัตตาจนหมดหรือเหลือน้อย อัตตามันหมดลงไปทีเดียวไม่ได้หรอกก็จะค่อยๆลดลงเหลือน้อยลงเรื่อยๆ เป็นอิสระเสรีภาพใครจะมาก็ได้ไม่มาก็ได้

ชาวอโศก จึงเป็นดินแดนประชาธิปไตยที่ดีที่สุดเศรษฐกิจที่ดีที่สุดสังคมที่ดีที่สุดแล้ว อาตมาพูดแล้วมัน น่าอ๊วก น่าอาเจียน คุยโม้ แต่ก็พาทำพาปฏิบัติจนได้มรรคผลเป็นจริงเกิดจริง สรุปเข้าเป้าที่มันเป็นให้มาดูเอาให้มาเห็นเรา อย่างไรก็ขยายความอยู่ด้วยของจริงจะมีด้วยยืนยันของจริงให้มาสัมผัสเอาสิ มีให้ดู แล้วจะรู้ว่ารายละเอียดมีมากกว่าที่อาตมาพูด เมื่อตัวเองเข้าไปเรียนรู้เอง

เศรษฐกิจที่ดีที่สุดคือเศรษฐกิจสาธารณโภคี สาธารณโภคีคือเสียภาษีให้แก่ส่วนกลาง 100% แล้วนักบริหารส่วนกลางก็ซื่อสัตย์สุจริตทำเพื่อส่วนรวมด้วย ทำเพื่อส่วนรวมอย่างไม่มีการเห็นแก่ตัวจึงเป็นการบริหารเป็นการหมุนเปลี่ยนการแจกจ่ายเจือจานแบ่งแจก เป็นเศรษฐกิจที่ทำให้คนมีอยู่มีกินอย่างทั่วถึงไม่เกิดความลักลั่น ให้มีความสุขทั่วกันให้มีความทุกข์น้อยลงหรือด้วยทั่วกัน นี่คือการบริหารให้เกิดเศรษฐกิจ

อาตมาเข้าใจ ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจการเมืองสังคมก็ทำให้เกิดประสิทธิภาพ การบริหารไม่ได้ แต่งถ้าทางนิตินัย แต่ทำอย่างเอกชนเอกเทศ คนที่จะฟังอาตมาบอกวิธีการเขาเห็นว่าฟังแล้วเข้าใจมาเอาวิธีอย่างนี้ทำตามหมู่คนกลุ่มนี้ ก็เป็นอิสระเสรีภาพ จึงมีกลุ่มชุมชนชาวอโศกอยู่ทั่วไปในประเทศไทย แล้วจะดำเนินชีวิตกันไปอยู่อย่างนี้ถึงขั้นสาธารณโภคี เป็นเศรษฐกิจที่ดีที่สุดในโลกเสียภาษีร้อยเปอร์เซ็นต์และอิสระที่สุดด้วยล้างความเห็นแก่ตัวได้จริงๆด้วย

4 ชุมชนของเราบางแห่งมีการเติบโตและได้รับการยอมรับจากสังคมภายนอกอย่างสูง คนนี้บอกว่า พวกแถวอโศกแล้วนี้ ชุมชนของเราบางแห่ง เติบโต และก็ได้รับการยอมรับจากสังคมภายนอกอย่างสูง ก็มีจริงแน่เพราะมันนานแล้วพิสูจน์ยืนยันตัวเอง ผู้รู้ผู้ที่มีปัญญามีความรู้ก็มองเห็นชัดเจน ใช้เวลาพิสูจน์กันมานานยอมรับมากขึ้นเรื่อยๆ

มีข้อข้องใจว่า แต่ภายในมีความขัดแย้งกันอย่างรุนแรง กรณีอย่างนี้จะมีทางออกอย่างไร

ตอบ…โจทย์ที่คุณว่าภายในเรามีความขัดแย้งรุนแรง กรณีนี้จะมีทางออกอย่างไรก็ทำความรุนแรงให้มันเบาลง แล้วจะไม่ให้มีความขัดแย้งกันเลยได้ไหมก็ไม่ได้ สังคมมนุษยชาติหากไม่มีความขัดแย้งกันเลยไม่ได้ ถ้าสังคมมนุษยชาติไม่มีความขัดแย้งเลย มันเป็นสังคมควาย เชื่อผู้นำชาติพ้นภัย ผู้นำจูงไปไหนก็เหมือนควายไป ผู้นำโง่ก็โง่ตามกัน ผู้นำฉลาดก็ฉลาดหน่อย ให้ตามก็แล้วกัน แต่เชื่อหรือว่าผู้นำจะฉลาดพอจะจูงควายเป็นฝูงโดยเฉพาะคน มากกว่าควาย เป็นฝูงทั้งประเทศไทย 70 ล้าน มันจะไหวหรือ

ประเด็นที่ตั้งโจทย์ว่าภายในมีความขัดแย้งกันอย่างรุนแรง อาตมาก็มองความจริงว่า คุณพูดนี้ใส่ความเรา อาตมาไม่เห็นว่าของชาวอโศกขัดแย้งกันรุนแรงจริง รุนแรงอย่างตบตีกันไม่มี รุนแรงเถียงกันไม่หยุดหย่อนทะเลาะกันว่ากันไม่หยุดไม่มี มีถกกันวิจัยวิจารณ์กันมี มีประชุมมีถกกัน มีความเห็นต่างกันอย่างพอเหมาะ

ความสามัคคีคือความขัดแย้งอันพอเหมาะ มันถูกแล้ว สังคมไทยประเทศไทยโดยเฉพาะชาวอโศกไม่มีความรุนแรง คุณหาความใส่ความ สุดโต่งไป ประมาณอย่างนี้อาตมาถือว่าสุคโตแล้ว จะไม่ให้มีความขัดแย้งกันเลยไม่เจริญ

เพราะฉะนั้นกรณีอย่างนี้จะมีทางออกอย่างไรก็มันสมบูรณ์ลงตัวดีอยู่แล้ว มันมีทางออกของมันอย่างที่มีแล้ว ก็ใช้ได้แล้ว

พูดถึงประเด็นหนึ่งที่ว่าดีที่สุดคือสาธารณโภคี ประเด็นที่ 2 คือความขัดแย้งอันพอเหมาะ มาขยายความความรู้อันนี้กัน

สาธารณโภคีอาตมาก็พูดแต่มันเป็นไปได้ยากเลยในสังคมมนุษยชาติ สังคมใดที่ทำให้เกิดสาธารณโภคี มีพฤติกรรม สาธารณโภคีบอกแล้ว ว่าผู้ที่มาเป็นสมาชิกในชุมชนในหมู่บ้านนั้น ทำงานร่วมกันแล้วก็เอาผลผลิตเอารายได้เข้าส่วนกลางหมดร้อยเปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นสังคมที่สูงสุดแล้วไม่มีสังคมไหนทำได้ขนาดนี้ สมาชิกของสังคมนี้ทำงานแล้วค่าแรงงานไม่เอา เกิดผลผลิตก็เอาผลผลิตมาไว้ส่วนรวมกองกลาง สุดยอดแล้ว ในเรื่องของสังคมมนุษยชาติสุดยอดแล้ว เพราะฉะนั้นถ้าทำได้อย่างนี้แล้วทีนี้เอามารวมกันกับกองกลาง สาธารณโภคี

อาตมาทำงานอันนี้ เป็นอันเดียวกันกับนักบริหารประเทศ โดยที่อาตมานี้มีความสำเร็จที่อาตมาเป็นนายกตลอดกาล ไม่มีใครโค่นอาตมาลงเลยในชาวอโศก ไม่มีใครคิดจะโค่นอาตมารองจากผู้บริหารเบอร์ 1 ไม่มี อาตมาจึงเป็นนายกตลอดกาล ไม่มีใครมาทดลองเพราะว่าอาตมาไม่ได้เป็นนายกแบบเผด็จการ อาตมาคำนึงถึงสมาชิกประชากร และก็บริหารตามความเห็นของหมู่ของส่วนรวมเป็นประชาธิปไตยอยู่แล้ว อาตมาจึงเป็นตัวอย่างของนักประชาธิปไตยเป็นตัวอย่างของนายก เพราะอาตมาจะเป็นนายกโดยไม่ต้องเลือกตั้ง แต่ประชาชนเลือกตั้งโดยอัตโนมัติ ไม่มีใครเลือกตั้งมาแทน และก็รู้ว่าหาตัวมาแทนยาก เลือกก็ไม่มีตัวอื่นเลือกเมื่อไหร่ก็ได้ตัวนี้ เขาก็เลยเลิกเลือก ในชาวอโศก ยกให้โพธิรักษ์เป็นนายกตลอดกาลด้วยความยินดีพอใจเป็นสูงสุดแล้ว

ถ้าหากผู้บริหารประเทศมาดูอาตมาเป็นตัวอย่างเป็นนายกตัวอย่าง บริหารในโลกประชาธิปไตยก็ใช่ บริหารในโลกสังคมคอมมิวนิสต์ก็ใช่อาตมานี่แหละ แม้นี่แหละจะเรียกว่าบริหารโดยสมบูรณาญาสิทธิราชย์ หรือเผด็จการก็ใช่ด้วย ถ้าเป็นนักบริหารที่มีทศพิธราษฎรธรรม ไม่เรียก ของราชะ อาตมาเป็นราษฎรไม่ใช่เป็นราชา

ในทศพิธราชธรรมนี้มีครบ

1.ทาน (ทานํ) คือ การให้ พวกเราเป็นนักธรรมทานชั้น 1 ทานและมีผลด้วยทานแล้วไม่เกิดกิเลส ทานแล้วไม่เกิดอัตตา แต่ทุกวันนี้ไม่มีสังคมใดสอนทานและได้มีผลสูงเท่าอโศก อาตมาสอนให้ถูกต้องโดยสอนไม่ให้สร้างจิตเป็น สาเปกโข ทานแล้วไม่ต้องไปหวังได้อะไรเลยถ้าแล้วก็คือให้บริสุทธิ์สูงสุดแล้วให้แล้วก็จบไม่ต้องตั้งภพตั้งชาติ ไม่ต้องมีอะไรในใจอีกว่าจะได้อะไรมีให้แก่ตัวเองอะไรตอบแทนเลย จึงเป็นทางที่สูงสุด

อาตมาก็สอนทาน อาตมาไม่ได้เป็นราชะ แต่เป็นราษฎรเบอร์หนึ่ง อาตมาก็บริหาร อาตมาก็สอน 1.ทาน

2.ศีล (สีลํ) คือ ความประพฤติที่ดีงาม ทั้ง กาย วาจา และใจ อาตมาสอนศีลไหม แล้วให้ศีลมีผลด้วย อัตถิยิตถัง อัตถิหุตัง ปฏิบัติศีลพรตให้เกิดผล ขัดเกลากิเลสได้ อาตมาก็พาทำอยู่แล้วเป็นเรื่องจริง เป็นพฤติกรรมจริงพาทำจริง เป็นสังคมที่อิสระเสรีภาพ ใครจะมาเรียนศีลกับอาตมาก็มา ถ้าไม่มาก็ไม่ได้ แค่นี้ก็ full house แล้วเต็มห้องทุกที นร.ที่มาเรียน บางครั้งก็ 5 คน 10 คนก็เต็มห้องหรือบางทีก็มาก ก็ว่าไป

3.บริจาค (ปริจาคํ) หรือบริจาค จาคะหรือทาน เป็นไวยพจน์

ทานคือการให้ จาคะก็เอาออกคือให้ แต่บริ คือรอบ บริจาคะ คือให้อย่างครบรอบ คือการให้คนต้องศึกษาทาน หรือจาคะ ให้ละเอียดลึกซึ้งสมบูรณ์แบบ จึงเอาคำนี้มาทวนอีกที เป็นเส้าที่สาม มนุษยชาติก็มีแค่ ทาน ศีล ภาวนา ให้เกิดผลสมบูรณ์ผลของอะไร ผลของจาคะ บริบูรณ์รอบถ้วน สามเส้านี้แหละจบ นี่แหละคือสุดยอด แล้วทานก็ล้างกิเลส ศีลก็ล้างกิเลส ภาวนาก็ล้างกิเลส นี่คือบุญกิริยาวัตถุ 3 ที่เป็นของศาสนาพุทธนี้มี 3 ข้อนี้เท่านั้น ส่วนตัวหลังอาจารย์มาต่ออีก 7 ก็เป็นบุญกิริยาวัตถุ 10 ไม่ใช่ของพระพุทธเจ้า ก็พอใช้ได้ สำหรับผู้ที่ไม่ได้มีความรู้เข้มข้นนะ ก็ต้องนำพาไปกันทั้ง 10 ข้อ

4.ความซื่อตรง (อาชฺชวํ) เป็นผู้ใหญ่ต้องมีความซื่อตรง ถ้าผู้ใหญ่ไม่มีความซื่อตรงมันก็ไม่ดีทุกคนก็จะได้รับผลลำเอียง เลือกที่รักมักที่ชังก็ไม่สงบสุข ความซื่อตรงคือความไม่มีอคติไม่มีความลำเอียง จัดสรรให้ดี

5.ความอ่อนโยน (มทฺทวํ) คือ การมีความอ่อนโยนมีความสุภาพเรียบร้อย ไม่ดุดัน อาตมานี้เทศน์แรงแต่อาตมาเป็นคนอ่อนโยน คนไม่รู้ว่าทำไมต้องแรงเพราะว่าคนทุกวันนี้มันหูตึงหูหนวกพูดอย่างไรก็ไม่ได้ยิน ได้ยินก็ไม่เข้าหู เป็นสภาวะจริงๆแล้วไม่ไขหูด้วย พูดแรงไม่ฟังก็หนีไปไกล ก็ให้เสียงไปถึงหูเขาเลย มันชอบหนีไม่ชอบฟังเราก็ส่งเสียงตามไป จะหนีไปไหน แรงไม่พอ เอาวิทยุ​ พลังงานเทคโนโลยีใส่เสียงกระจายไปอีก ก็เป็นคนที่พยายามจะให้เขาได้รับความรู้และเจตนาดี

6.ความเพียรเผากิเลส (ตปํ) คือ ความเพียรมีความอุตสาหะพากเพียรเพื่อจะเรียนรู้วิธีการเผากิเลสและเผากิเลสได้สำเร็จ บางคนแปลตปะว่ากดข่ม ข่มไว้ก็เป็นสมถะเท่านั้น ตปะ คือผู้สามารถสร้างความพากเพียรเพื่อทำให้เกิดพลังงานบุญ อุณหธาตุที่เผากิเลสได้เรียกว่าฌาน พลังงานไฟ ที่ไปทำลายไฟราคะโทสะโมหะซึ่งมันก็เป็นพลังงานได้

7.ความไม่โกรธ (อกฺโกธํ) คือ การไม่แสดงอาการโกรธ อาตมาไม่เคยโกรธใครมาทำงานศาสนานี้ แต่คนไม่รู้เดา ว่าอาตมาโกรธ อาตมาพูดแรง ไม่ยั้งเท่านั้นเอง เป็นคนอ่อนโยนสุภาพแต่พูดแรงเขาก็ไปตีความว่าพูดแรงแสดงออกแรงนี้โกรธ ตีความแบบขี้ตู่ อาการโกรธอาตมาไม่มี อาตมาไม่ต้องควบคุมเพราะไม่มีพลังงานจะไปโกรธ ความโกรธไม่มีในอนุสัยกับอาตมาแล้ว จะไปเอาความโกรธมาจากไหน อาตมาไม่มีแล้วแม้ในอนุสัยก็ไม่มี จะไปซื้อมาใช้ก็ไม่เอา ใครเอามาให้ก็ไม่ใช้ เอาความโกรธของคุณคืนไป เอามาให้อาตมาอาตมาก็ไม่เอาหรอกไม่ใช้ อโกธะ

8.ความไม่เบียดเบียน (อวิหิงสา) เบียดเบียนกาย จนทำร้ายเขา ให้เขาได้รับความเจ็บปวด ให้เขาทุกข์ทรมาน เบียดเบียนให้เขาไปได้รับความบอบช้ำเสียหาย มากน้อย ทางกายวาจาเบียดเบียน อาตมาพูดบอกกิเลส ดุให้ล้างกิเลส ไม่ใช่การเบียดเบียน แต่คนหวงกิเลส บอกแล้วไม่ฟังใครมาพูดให้แล้วกิเลสก็ไม่ฟัง หาว่าเบียดเบียนเขา อย่างนี้โง่ จะมาบอกวิธีลดกิเลสก็หาว่าเบียดเบียน คุณก็รักกิเลสจนตายเถอะ

9.ความอดทน (ขนฺติ) อดทนต้องทนต้องอด อึดเอา ก็มี ในความเป็นมนุษย์ไม่ทนไม่ได้หรอก ไม่มีความอดทนเลย

10.ความเที่ยงธรรม (อวิโรธนํ) คือ ความไม่ประพฤติผิดธรรม ถ้าหากคนประพฤติผิด 9 ข้อนี้แหละคือคุณประพฤติผิดธรรม เพราะฉะนั้นต้องไม่ประพฤติผิดธรรม 9 อย่างนี้ ยกยวงเลย

_เพื่อนหนูศรัทธามากอยากฟังเทศน์เป็นภาษาจีน เธอเสียใจมาก บอกว่าตั้งใจฟังแต่ไม่รู้ภาษาก็เลยไม่เข้าใจ แล้วคนที่มีโอกาสทำไมไม่ตั้งใจฟังคะ

พ่อครูว่า…ชาติหน้าจะไปเรียนภาษาจีน ชาตินี้ไม่มีเวลาเรียน อาตมาไปสัญญาไว้ไม่ดีนะ งั้นลบๆ ไม่ได้สัญญา เขาดูตามกิริยาโดยปฏิภาณ แสดงมีน้ำหนัก มันน่าจะรู้เรื่องแต่เขาไม่รู้ คนฟังนี้มีบุญกุศลเหลือเกิน เขาก็เลยอยากได้ยินบ้างเขาดูตามกิริยาอาการ

คนที่มีโอกาสฟังทำไมไม่ตั้งใจฟังโง่อะไรหนักหนาเขาไม่รู้เรื่องเขายังรู้ว่าดีเลย และคนที่รู้เรื่องแต่ไม่รู้ว่าดีนี้จะโง่ซ้ำโง่ซากอีกกี่ชาติ ลึกซึ้งมากเลย ขอบคุณ มาเตือนสติคนที่ไม่เอาถ่าน พูดไปแล้วตื่นหรือยังสะดุ้งไหม

ผู้บริหารประเทศมีคุณธรรม 10 ข้อ มีหลักเกณฑ์มีการสืบทอดกันมา ทศพิธราชธรรมมีเมืองไทยที่เป็นศาสนาพุทธมาตั้งแต่ต้น พระเจ้าอยู่หัวต้องเป็นพุทธมามกะที่มีคุณธรรม 10 ข้อนี้มากหรือน้อยก็แล้วแต่แต่ละพระองค์ พระองค์ใดที่มีทศพิธราชธรรมมาก พระองค์นั้นก็เป็นพระเจ้าแผ่นดินที่ดีมาก ยกตัวอย่างรัชกาลที่ 9 ที่ได้ทรงงานไปแล้วตั้ง 70 ปี ก็สรุปผลได้แล้วท่านก็สวรรคตไปแล้วด้วย สุดยอดแล้ว ในผู้เป็นราชะ เบอร์หนึ่งของประเทศไทย

ขึ้นครองราชย์วันที่ 9 มิถุนายน 2489 ก็ 70 ปีท่านก็สวรรคตไป อาตมาบอกแล้วท่านยังไม่ปรินิพพานเป็นปริโยสาน อาตมาพูดเองมั่นใจเองว่าท่านเป็นโพธิสัตว์ ทางเถรวาทเขาไม่รู้เรื่องโพธิสัตว์หรอก อาตมามาพูด และบอกว่าพระเจ้าแผ่นดินพระองค์นี้เป็นพระโพธิสัตว์

อย่างทศพิธราชธรรมนี้มีอย่างไรคุณดูเป็นก็เข้าใจคุณดูไม่เป็นก็ไม่เข้าใจ คนดูเป็นอ่านออกก็รู้แล้ว ตั้งแต่ข้อแรก

ทาน ในหลวงรัชกาลที่ 9 ท่านมีแต่ให้กับให้ พระองค์ทรงงานเพื่อประชาชนเพื่อประเทศชาติเพื่อพลเมืองไทย ท่านเป็นพระเจ้าแผ่นดินพลเมืองไทย และให้ประโยชน์อย่างสูงสุดไม่ได้ให้จำเพาะกับใคร มันให้ผู้อื่นด้วย ท่านให้อย่างไม่มีลิมิต ไม่มีขอบให้รับได้ไปหมด คนต่างชาติจึงรับได้ด้วย คนต่างชาติรับได้ จึงมีคำตอบรับว่าเขาได้ทางธรรม ขอบคุณท่านที่ให้ความรู้ ทั้งๆที่ไม่ได้เป็นผู้บริหารประเทศอื่น แต่เขาก็ได้ความรู้ของพระเจ้าแผ่นดินของไทย เขาก็มาเคารพนับถือ (พ่อครูไอ ตัดออกด้วย)

มาแสดงออก แสดงออกโดยความเป็นรูปธรรม จากสหประชาชาติ เป็นแหล่งรวมของประเทศทั้งหลายในโลก สหประชาชาติ มีมติว่าเอาอันนี้มามอบให้ท่าน เขาได้รับประโยชน์จากคำสอน หรือตัวอย่างเศรษฐกิจพอเพียง ก็มีเหตุการณ์ปรากฏการณ์นี้แล้ว สหประชาชาติเอาถ้วยรางวัลมาถวาย เป็นการตอบรับของประเทศในโลก สหประชาชาติเป็นแหล่งรวมของประเทศในโลกขณะนี้ ทุกประเทศ มีบางประเทศที่ไม่เข้าสหประชาชาติ กี่ประเทศไม่รู้ มากที่สุดแล้ว แอฟริกามีประเทศที่เพิ่มขึ้นใหม่อีกเรื่อยๆ

ทศพิธราชธรรมเป็นคุณสมบัติอันประเสริฐของผู้บริหาร จะเป็นพระเจ้าแผ่นดินจะเป็นนายก หรือลดหลั่นลงมาเป็นหัวหน้ากรมกอง ก็แล้วแต่ จะต้องมีทศพิธราชธรรมมีคุณธรรม 10 อย่างนี้ทั้งนั้น ถ้าหากยิ่งมีแม้จะเป็นผู้บริหารอย่างผู้ใหญ่บ้าน ก็เป็นผู้ดูแลกลุ่มหมู่ที่เล็กที่สุด เป็นกำนันก็โตขึ้น เป็นนายอำเภอ เป็นผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นอธิบดี ก็เป็นวิธีการแบ่งกันดูแลแบ่งกันควบคุม ก็เท่านั้นเอง ในสังคมโลกอาจจะมีตั้งชื่อต่างกัน แต่มีลักษณะอย่างนี้คล้ายๆกัน

อาตมาก็ทำหน้าที่นี้ อาตมาไม่ได้แบ่งโดยนิตินัย ชาวอโศกมีกลุ่มสังคม ชื่อว่าเป็นกลุ่มชุมชน ถ้าจะเรียกทางนิตินัยว่าหมู่บ้าน มีเจ้าหน้าที่ดูแลรับผิดชอบไม่ได้เป็นกิจจะลักษณะเท่าไหร่แต่ก็ทำตามอัตโนมัติแต่ละที่ แต่ละชุมชนชาวอโศก ดูอัตโนมัติก็รับผิดชอบส่วนกลางมาถึงทุกวันนี้ก็ดี เพราะว่าพยายามดูส่วนกลางตั้งแต่อาตมาตั้งแต่สังคมชาวอโศกแต่ละชุมชนหมู่บ้าน หมู่บ้านโดยภาษาที่เป็นทางการ ชุมชนก็เป็นศัพท์ที่กลางๆไม่ได้เป็นนิตินัย ก็เป็นกลุ่มหมู่ที่อาศัยร่วมกันและมีวัฒนธรรมมีการบริหารดูแลร่วมกันแบ่งกินแบ่งใช้ร่วมกัน ชาวอโศกทำได้ดีถึงสาธารณโภคีสุดยอดแล้วไม่มีอะไรสูงกว่านี้แล้ว การบริหารทำให้มนุษย์หรือสังคมเกิดการบริหารเรื่องเศรษฐกิจก็เป็นสาธารณโภคีการเมืองก็สาธารณโภคี สังคมก็สาธารณโภคี คือ ทุกอย่างเป็นส่วนกลาง อุปโภคบริโภคร่วมกันหมด ไม่แบ่งเอาไปเป็นของส่วนตัวอะไรมาก มีบ้างเอามาอาศัยพอสมควร อย่างชาวอโศกเป็นนี้ทำได้สวยที่สุดดีที่สุดแล้วใครทำได้ดีกว่านี้ก็เชิญเลย ถ้าหากทำได้ดีกว่าก็อนุโมทนาสาธุ ไม่ได้ริษยาหรอกก็ช่วยกันทำ สังคมมีที่สุดเท่านี้แหละอาตมาว่า

อาตมาพาทำเหมือนทางนิตินัยเขามีนายกมาบริหารประเทศเราก็มี มีเจ้าหน้าที่ของเรา มีผู้บริหารมีส่วนกลาง ไม่ตั้งให้ใครเป็นใหญ่ ทำอย่างระบบวิถีประชาธิปไตยที่มีการเปลี่ยนแปลงด้วยการเลือกตั้ง ของพวกเรานี้สุดยอดตรงที่ว่า แม้แต่เปลี่ยนแปลงผู้ที่เข้ามาบริหาร ก็ไม่ค่อยจะเปลี่ยนแปลงเพราะพวกเราไม่แย่งกัน และก็มีปัญญารู้ว่าคนนี้เหมาะสมจะบริหาร คนนี้คนจะทำหน้าที่ทำงานอันนี้บริหารอยู่อย่างนี้ในหมู่นี้ คนนี้รับผิดชอบกระทรวงครัว คนที่รับผิดชอบกระทรวงเกษตร คนนี้รับผิดชอบกระทรวงโรงงานอุตสาหกรรม ถ้าเป็นโรงงานผลิตอะไรต่างๆก็มีเป็นต้น ชาวอโศกรวมทั้งหมด เราทำอยู่ ซ้อนกันเหมือนในประเทศ

ผู้บริหารสูงสุดเป็นผู้รับใช้อย่างเต็มๆ ไม่รับรายได้ตอบแทนเลย เพราะฉะนั้นสังคมชาวอโศกจึงเป็นสังคมสูงสุดแล้ว ทำงานฟรีบริหารกันฟรีๆ ไม่รับสิ่งตอบแทนทุกคนก็ทำตามหน้าที่ ทุกนาที ไม่ว่าจะงานในระดับไหนมีอยู่ในสังคมครบครัน ไม่ขาดแคลน บริบูรณ์ถ้วนรอบ

อาตมาไม่ได้ทำอุตริแปลกแยกจากประเทศจากสังคม ที่เขาทำหน้าที่กันเราก็ทำหน้าที่อันนี้ เราทำได้ครบทำได้สมบูรณ์แบบยิ่งกว่า ขออภัยที่พูด ยกตนข่ม ทำได้สมบูรณ์แบบกว่าโดยไม่ได้ค่าจ้างอะไรทุกคนก็มาช่วยกัน รับหน้าที่รับผิดชอบ ทำไปก็อาศัยกินอยู่ร่วมกันไปเลี้ยงชีวิตไปจนตาย ตายแล้วก็ช่วยกันดูแลเผาเก็บกระดูกกันไป ครบวงจร ของความเป็นสังคมมนุษย์แล้ว

อาตมาเป็นทั้งนายกเป็นผู้บริหาร เป็นทั้งผู้บริหารธรรมะ เป็นใหญ่ทางธรรมะในชาวอโศกยกให้อาตมา ไม่ว่าจะบริหารทางธรรมะ ไม่ว่าจะบริหารทางความเป็นอยู่อาชีพการงาน ทางฆราวาส บริหารทางธรรมะนักบวชด้วย แม้แต่ฐานะ อาตมาก็ได้รับฐานะยกให้เป็นผู้นำ เป็นอย่างไร้คู่แข่งด้วย มีไหมใครจะมาบริหารแทนอาตมา ให้ประชากรเขา เลือกกัน มีตำแหน่งไหม มีไหมภิกษุชาวอโศกให้มาเลือกตั้งแข่งกับอาตมา มี candidate ไม่มี มีแต่จะให้ผ่องถ่ายเอาไปช่วยกันหน่อย ก็จำนนต้องรับก็มี มีผู้เหมาะสม หมู่กลุ่มก็พอรู้ตัวคนไหน ที่จะรับไป ก็ไม่ต้องเลือกตั้งอีกเพราะว่าพวกเรารู้กันดีว่าคนไหนเหมาะสมและพวกเราก็ไม่แย่งกันด้วย สมณะท่านก็ไม่แย่งกัน ประชากรก็ไม่มีก๊กมีเหล่าที่จะไปแย่งกันว่าองค์นี้องค์นี้ แต่ได้ข่าวว่ามีอยู่บ้างเล็กๆในน้อย นิดๆหน่อยๆมีอยู่บ้าง ก็จะเป็นตัวอย่างที่ไม่ดี แย่งกัน ก็เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีมีตัวอย่างที่ไม่ดีไว้พอให้เตือนสติบ้าง ถ้าจะว่าดีก็เป็นตัวอย่างไม่ดี อุตส่าห์เป็นตัวอย่างให้ เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีก็เป็นคนไม่ดีเท่าไหร่ อุตส่าห์ลงทุนนะ ลงทุนอย่างเทวทัตก็ดีแล้วล่ะ

อย่างชาวอโศกนี้อาตมาว่าได้ทำงานประสบความสำเร็จ อาตมาก็ เพลางาน ผ่องถ่ายไป พอถึงอายุ90 อาตมาก็คงจะนั่งดูพวกเราบริหารเป็นที่ปรึกษาขึ้นคานแล้ว ให้พวกเราบริหารไปแล้วอาตมาก็เป็นที่ปรึกษา งานมีอะไรก็ให้พวกเราบริหารแต่พวกเราก็เกรงใจไม่ค่อยอยากมารบกวนแต่สุดวิสัยก็มารบกวนได้เป็นธรรมดาธรรมชาติ จริงๆแล้วอาตมาก็ควรตายแล้วล่ะ งาน พวกเราก็รับผิดชอบแทนได้แล้วอาตมาก็อายุมากแล้ว มาทำเขาก็ไม่อยากให้ทำ แต่ก็ยังอยากให้ทำ มันซ้อนๆอยู่เรื่อยๆ

จริงๆแล้วอาตมาก็ยังพอทำได้ ยังดูแลประคองพวกเราไป ให้พยายามฝึกฝน พยายามถ่ายทอดไป อะไรที่ดีแล้วก็ทำกันไป อะไรที่ยังไม่ดีก็เตือน สร้างสรรสืบทอดๆ

ชีวิตมนุษย์อาตมาก็มาทำงานนี้งานที่ดีที่สุด จะเกิดอีกกี่ชาติอาตมาก็ว่างานนี้ ถ้าจะเรียกว่าอาตมาปรารถนาพิสูจน์ความเป็นมนุษยชาติที่สูงที่สุดได้ ดีที่สุดประเสริฐที่สุด เรียกว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าประเสริฐสูงสุดเท่าที่มนุษย์ในโลก ได้เป็นมาไม่รู้กี่กัปป์กี่กัลป์ อาตมาก็จะเอาอันนี้เป็นโพธิสัตว์พยายามพากเพียรอันนี้อยู่ ก็จะทำอันนี้ไปไม่ยอมปรินิพพานเป็นปริโยสาน

อาตมาก็ได้แต่ขยายความให้ละเอียดลึกซึ้ง ที่หยาบแล้วก็พอจะเข้าใจเอาไปปฏิบัติได้ อันที่ละเอียดที่ยังไม่ค่อยเข้าใจถูกต้องก็ขยายความอธิบายไป

ก็มาขยายความละเอียดเท่าที่เวลาเหลืออยู่ 36 นาที

อาตมาอธิบายกายในกายอย่างที่เขาถามมา

ยังเป็นเรื่องที่ยากและสำคัญมาก ถ้าคำว่า กายในกายเป็นโลกุตรธรรมข้อแรก พระพุทธเจ้าตรัสไว้ชัดเจนในพระไตรปิฎก ล.๓๑ ข.๖๒๐ โลกุตระ ๔๖

ข้อแรก กายในกาย หากแยกกายข้อต้นนี้ไม่ถูกก็ไม่สามารถปฏิบัติโลกุตระได้ เพราะว่ากายนี้มีทั้งวัตถุและจิตวิญญาณ กายอย่าเข้าใจว่ามีแต่ดินน้ำไฟลม หากเข้าใจเอียงไปเช่นนี้ผิดเลย เข้าป่า ไม่ได้ผลเลย คนไทยเราเอาคำว่ากาย มาใช้ในภาษาไทย ว่า กายคืออะไร คือร่างนี้ ตายแล้วก็เหลือแต่ร่างกายไม่มีจิตวิญญาณ ก็เลยเข้าใจว่า ร่างกายที่ไม่มีจิตวิญญาณเป็นกายแต่ที่จริงแล้วมันไม่ใช่กาย ด้วยความหมายจริงแล้ว ไม่มีความเป็นกายเพราะไม่มีจิตเข้าไปร่วม ร่างกายคนตาย ไม่ใช่กาย เป็นแต่ซากของดินน้ำไฟลม ไม่มีจิตร่วม เพราะกายต้องมีจิตร่วมด้วยขาดจิตเมื่อใดไม่เป็นกายเลย และจิตไม่มีกายไม่มีข้างนอกด้วยก็ไม่ใช่กาย กายดินน้ำไฟลมต้องมีจิต หากจิตไม่มีดินน้ำไฟลมร่วมก็ไม่ใช่กาย

กายจึงคือธรรมะสอง กายมีธรรมะเดียวไม่ได้ หากเข้าใจกายมีแต่ดินน้ำไฟลมก็จบเลยนอกศาสนาพุทธไปเลย อาตมาพูดว่าถ้าใครเข้าใจว่ากายคือแท่งดินน้ำไฟลมเท่านั้น พวกนั้นออกนอกศาสนาพุทธแล้ว

จบ