ศาสนา

620320_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ Democracy Corridor ประชาธิปัตยายตนะ

อ่านทั้งหมดที่ หรือดาวโหลดเอกสารที่…https://docs.google.com/document/d/1eE_ZWY0g5XAHP_I-GXHO0-083GsRweADfQgNXi9QMcQ/edit?usp=sharing  

ดาวโหลดเสียงที่.. https://drive.google.com/open?id=1DG8Ibb5Tj8YGnRRu8t8qn6glOUuXxyZf

สมณะเดินดินว่า…วันพุธที่ 20 มีนาคม 2562 ที่บวรราชธานีอโศก เหลืออีก 3 วันก็แทบทุกคนจะหยุดหายใจกันเพราะเป็นการเลือกตั้งส.ส. แต่ละพรรคก็คาดหวังจะได้ส.ส.เกินร้อย ถ้ารวมกันก็คงจะได้หลายพันคน แต่สิ่งหนึ่งที่ได้คิดคือได้เห็นอำนาจของวาทกรรม สามารถทำให้ร้ายกลายเป็นดีทำให้ดีกลายเป็นร้าย แล้วคนก็หลงเชื่อกันไปเลย ดร.เสรี เขียนออกมาค้านว่า ใน 4-5 ปีนี้ ที่ว่าประเทศไทยเศรษฐกิจแย่เป็นการสร้าง Fake news พูดจริงให้เป็นเท็จ ทั้งที่ประเทศไทยมีอะไรเจริญดีขึ้นหลายอย่างแต่พูดจนคนรู้สึกแย่ไปตามๆกัน ประเทศอะไรให้อิสระเสรีภาพมากเลย

พ่อครูว่า…

_SMS วันที่ 19 มี.ค. 2562 (พุทธศาสนาตามภูมิ สมณะ สิกขมาตุ : สันติอโศก)

_3867ภาคการเมืองอาจมองลุงตู่ไม่ใช่นักการเมืองที่ถูกใจทุกผลปย.ระบบอุปถัมภ์เก่า! แต่ภาคปชช.มองลุงตู่ใช่ข้ารองบาทฯที่ถูกตรงตามพระราชอำนาจโดยธรรมชอบถูกต้องฯตามรธน.พระราชานุมัติมติหาชนฯ

สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน ประเทศไทยเป็นไอดอลประชาธิปไตยของโลก

_จากใบฟ้า กราบนมัสการพ่อครูด้วยเศียรเกล้า กราบขอพิจารณาตามสมควรค่ะ

“วันที่รอคอย”

วันนี้วันอาทิตย์ที่ 17 มีนาคม 2562 ชาวชุมชนบวรราชธานีอโศกคนหนึ่งได้ไปใช้สิทธิ์ออกเสียงลงคะแนน ก่อนวันเลือกตั้งนอกเขตเลือกตั้ง ณ ที่เลือกตั้งกลางนอกเขตเลือกตั้ง สำนักงานเทศบาลเมืองต้นเปา เขตเลือกตั้งที่ 3 จังหวัดเชียงใหม่ ด้วยความตั้งใจอย่างแน่วแน่ที่จะไปเลือก พรรคที่ใช่ที่สุด ณ สถานการณ์ของประเทศอย่างที่เห็นและเป็นอยู่

ภาพที่ปรากฏน่าชื่นชมยินดีมากค่ะ เพราะพี่น้องประชาชนมากันอย่างเนืองแน่น ข้อมูลจากประชาสัมพันธ์ทราบว่า ประชาชนจาก 70 กว่าจังหวัดมาใช้สิทธิ์ที่นี่ถึง 7000 กว่าคนบรรยากาศจึงคึกคักเจ้าหน้าที่และประชาชนร่วมด้วยช่วยกัน อำนวยความสะดวกอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัย อุทิศเวลาและอดทนรอคอยเพื่อประเทศไทยอันเป็นที่รัก 1 วัน(ให้ไปเลย)

ดิฉันเองภูมิใจยิ่งที่ได้เลือกพรรคที่เชิดชูคนดีมีความสามารถ พาชาติรอดจากความวิบัติจากสภาพปัญหารอบทิศ มาเป็นนายกรัฐมนตรี เพราะนายก (candidate) ท่านนี้…

1.ไม่เคยตีหน้าเศร้าเล่าเรื่องโกหก!(คนที่ไม่ควรคบ)

2.ไม่ปฏิเสธการร่วมมือกับภาคที่จริงใจต่อชาติบ้านเมือง(ปรองดอง)

3.ยืดหยุ่นอย่างชาญฉลาดกับ “สถานการณ์”ที่เหมาะควรมากกว่า “กอดหลักการ”อย่างเหนียวแน่น! (ยืดหยุ่นยืนหยัด)

4.อนุรักษ์และเป็นไอดอลของ “นิยมไทย”นำสู่สากล(เชิดชูชาติ)

5.องอาจแกล้วกล้า กล้าคิดกล้าทำเอาอยู่

6.มุ่งมั่นนำศาสตร์พระราชามาพัฒนาประเทศ “ตามรอยพระบาท”โดยส่วนตัวเห็นว่า เพียง 6 ประการที่หยิบยกมานี้ ก็ “พอเพียง”สำหรับผู้นำของประเทศคนที่ 30 ค่ะ

กราบขอนำเรียนเล่าสู่เพียงเท่านี้ค่ะ

พ่อครูว่า..คำความนี้มองประเทศไทยได้ลึก คนมองว่าประเทศไทยมีความเป็นอนุรักษ์นิยมก็จริง อนุรักษ์และเป็นไอดอลของ “นิยมไทย”นำสู่สากล(เชิดชูชาติ) เป็นพระเอกนางเอกของการเสนอให้แก่คนให้รู้ว่า เป็นอาการของการแสดงนิยมไทย

ความเห็นของอาตมาที่ถูก อาตมารับผิดชอบว่าประเทศไทยนี่แหละเป็นไอดอลของโลก อาตมาว่าอาตมามีรัฐศาสตร์มาตั้งแต่ปางก่อนถึงปางนี้ ใครจะฟังแล้วอ้วกก็ไม่เป็นไร อาตมามีความจริงอย่างนั้น ใครจะมองยังไงก็ตาม ตั้งแต่ในยุค 2000 กว่าปีในยุคของพระพุทธเจ้าก็เป็นประชาธิปไตยแล้ว ซึ่งในยุคนั้นเป็นสมบูรณาญาสิทธิราชย์กันทั่วโลกยังไม่เป็นประชาธิปไตยกัน ไม่ว่าจะเป็นที่ไหน แต่ว่าพระพุทธเจ้าท่านมีธรรมนูญของท่านเรียกว่าศีล จุลศีล มัชฌิมศีล มหาศีล เป็นหลักเกณฑ์ของสังคม หลักเกณฑ์ของมนุษยชาติ ท่านก็นำธรรมนูญที่ท่านประกาศไปทั่วทุกแคว้นในทวีปอินเดียในยุคนั้น ยังไม่ออกนอกทวีป ท่านก็ไปทั่วทวีป จะเรียกว่ารัฐหรือประเทศก็แล้วแต่ประเทศมคธ ประเทศโกศล สองแคว้นนี้ใหญ่ที่สุด

พระพุทธเจ้าได้รับการยอมรับจากพระเจ้าแผ่นดินที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุคนั้น พระเจ้าปเสนทิโกศล พระเจ้าพิมพิสารยอมรับพระพุทธเจ้าโดยดุษณี ใครจะเข้าลัทธิเข้ารีตของพระพุทธเจ้าท่านให้หมดเลย เรียกว่าวิเศษประเสริฐจนคนยอมทุกคน เป็นการปลดแอกไม่เป็นทาสนี่คือจุดหลัก ประชาธิปไตยมีคุณลักษณะชัดเด่นคือ 1. เป็นอิสระเสรีภาพ 2. เป็นการรับใช้ประชาชนอย่างไม่มีตัวตน เสียสละรับใช้ประชาชนอย่างไม่มีตัวตน 3. มีภูมิปัญญาที่รู้ความเป็นมนุษย์และความเป็นสังคม และก็จัดสรรการเป็นอยู่ของสังคมประเทศชาติ ที่ตัวเองบริหารดูแลรับผิดชอบให้อยู่เย็นเป็นสุข พหุชนหิตายะ(เพื่อหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก)พหุชนสุขายะ(เพื่อความสุขของหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก) โลกานุกัมปายะ(รับใช้โลก ช่วยโลก) 3 คำนี้คือความเป็นประชาธิปไตยสมบูรณ์แบบ

ประเทศไทยทุกวันนี้มีความสุขสงบอย่างดีมากเลย 3 คำนี้บ่งบอกถึงความเป็นประชาธิปไตยที่สุดยอดเป็นเนื้อแท้ประชาธิปไตย แต่ว่านักรัฐศาสตร์จะเข้าใจแค่ไหนก็ไม่รู้ พระพุทธเจ้าท่านทำได้ก็เผยแพร่ลัทธิประชาธิปไตยของท่าน ศาสนาพุทธนี่แหละเป็นลัทธิประชาธิปไตยที่แท้ ขอยืนยันอีกร้อยครั้งพันครั้ง ว่าศาสนาพุทธเป็นศาสนาประชาธิปไตยที่แท้ สมบูรณ์แบบที่สุดเลย ประชาธิปไตยที่เหนือชั้นกว่าคอมมิวนิสต์เหนือชั้นกว่าเผด็จการ ระบอบเผด็จการคอมมิวนิสต์หรือประชาธิปไตยก็ตามการถ้าหากผู้บริหารปกครอง ต้องการรายได้เข้าส่วนกลางให้มากที่สุดใช่ไหม เป็นแต่เพียงว่าถ้าหากผู้ปกครองเป็นรัฏฐาธิปัตย์ก็เป็นเจ้าของทั้งหมด คอมมิวนิสต์ก็เป็นคณะเป็นเจ้าของ ลอกเลียนแบบเผด็จการมานั่นแหละ แต่ก็บอกว่าจะรวบรวมมาให้ได้รายได้ส่วนกลางให้มากเพื่อจะได้แชร์และแบ่งแจกให้ประชาชน เขาก็ว่าอย่างนั้น แต่จริงๆแล้วผู้บริหารนั้นมีกิเลสขี้โลภขี้ได้เห็นแก่ตัวไหม ก็ยังมี ถ้าผู้บริหารคณะผู้บริหารจะเป็นคอมมิวนิสต์หรือเผด็จการ ถ้าจิตใจไม่ขี้โลภไม่เห็นแก่ได้ไม่สะสมไม่เห็นแก่ตัว มี 0 บาทก็ได้ เป็นคนมักน้อยสันโดษถ้าอย่างนั้นก็โอเค เหตุปัจจัยอยู่ที่ผู้บริหารประเทศ ถ้าหากผู้บริหารประเทศนั้นจะเป็นเผด็จการหรือเป็นคอมมิวนิสต์จะเป็นประชาธิปไตยก็ตาม ทั้ง 3 ระบบถ้าหากผู้บริหารประเทศนั้น รู้จักอิสระเสรีภาพและก็สร้างอิสรเสรีภาพให้แก่มวลประชาชนและไม่เห็นแก่ตัวเห็นแก่ได้ ไม่โลภ โกรธ หลง ทำงานรับใช้ประชาชนอย่างเดียว หรือจะเรียกโก้ๆว่า ประชาธิปไตยก็ตาม มีจุดมุ่งหมายอันเดียวกัน ให้สังคมมีความเป็นอยู่สงบสุขมีกินมีใช้อยู่กันอย่างพี่อย่างน้อง คอมมิวนิสต์มีข้อบังคับ เผด็จการก็ถือว่ามีอำนาจบาตรใหญ่ ส่วนประชาธิปไตยถือว่าให้อิสรเสรีภาพสูงสุด

เพราะฉะนั้นความจริง ถ้าบุคคลให้อิสรเสรีภาพที่สุด อย่างปัจจุบันนี้ประเทศไทย การบริหารประเทศขณะนี้ นายกฯตู่ให้ประชาธิปไตยดีมากสมบูรณ์แบบเลย เป็นแต่เพียงว่าอย่าให้เกินขอบเขตนัก แต่ให้วิจารณ์วิจัย สมส่วน ระบอบประชาธิปไตยต้องมีฝ่ายค้านต้องมีฝ่ายที่ด่ารัฐบาลพูดให้ชัด เขาก็ปล่อยให้ด่ารัฐบาลได้สบาย ทั้งๆที่เขาสามารถใช้มาตรา 44 จัดการปิดปากได้ แต่เขาก็ทำขนาดนี้ มีประเทศไหนกล้าหาญชาญชัย ไม่ต้องโกรธแค้นไม่ต้องโกรธเคืองให้คุณด่าได้ รัฐบาลใจกว้างเพียงพออย่างขณะนี้

สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน คนไทยเป็นคนรู้จักประชาธิปไตยแท้จริง

คนไทยเป็นคนรู้จักประชาธิปไตยแท้จริง

คนไทยเป็นคนรู้จักประชาธิปไตยแท้จริง และได้ปฏิวัติประชาธิปไตยกันได้ผลสำเร็จมาแล้ว ไล่รัฐบาลทรราช ปฏิวัติขจัดรัฐบาลที่ไม่ดีออกไปได้อย่างมีประสิทธิผลถึง 4 รัฐบาล

พิสูจน์ความมีอำนาจอธิปไตยของประชาชนจนกระทั่งได้ความเป็นประชาธิปไตยบริบูรณ์ เป็นรัฐบาลบริหารประเทศอยู่ในปัจจุบันนี้ไง ทุกวันนี้ประเทศไทยจึงอยู่ในภาวะปกติมีรัฐบาลประชาธิปไตยบริหารกันสงบเรียบร้อย และมีฝีมือในการพัฒนาประเทศดีพอ ดีกว่ารัฐบาลที่ผ่านๆมาแล้วเกือบทุกรัฐบาล

แต่ “นักการเมืองไทย” กลับโง่กว่าประชาชนคนไทย ไม่รู้จักความเป็นประชาธิปไตยกัน แสดง “ความอยากได้อำนาจ” มาเป็นผู้บริหาร เห็นแต่แก่ได้ เห็นแก่ตัว หน้ามืด งมงายจนไม่รู้จัก “พฤติกรรมสังคมที่เกิดความเป็นประชาธิปไตยแล้วของสังคมไทยในขณะนี้

สมองกลับ สับสน มีแต่ภาษา วาทกรรมเท่านั้น ตะโกนโหวกเหวกๆ ไม่รู้จัก“สภาวะจริง” ของความเป็นจริง ที่ขณะนี้ ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยแล้วอย่างดีงดงามอย่างยิ่ง

นั่นคือ

  1. มีฝ่ายค้านที่เป็นประชาชน คัดค้านกันอยู่จริง ตามระบอบประชาธิปไตย เป็นการตรวจสอบการบริหารปฏิบัติงาน

  2. มีฝ่ายรัฐบาลที่ประชาชน ส่งเสริมกันอยู่จริง ตามระบอบประชาธิปไตย จากโพลต่างๆ เห็นตรงกันว่า รัฐบาลนี้ที่มีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นั้นเหมาะสมแล้ว

  3. สังคมประเทศสงบดี เรียบร้อยดี ทำมาหากินกันสมสภาพอันควรเป็น ค่ารวมอยู่ในระดับพอยู่พอกิน ไม่แย่งชิง ปล้นจี้ วุ่นวาย

  4. สังคมประเทศมีอิสรเสรีภาพในการแสดงออก ในการใช้สิทธิ์ต่างๆได้เต็มที่ตามความเหมาะสม ไม่มากไป ไม่น้อยไป ไม่ถูกกดขี่บังคับ

  5. การบริหารประเทศของคณะรัฐบาลขณะปัจจุบันนี้ ก็เจริญพัฒนาไปได้ดีอย่างเป็นที่น่าพอใจทีเดียว

  6. ต่างประเทศทั่วโลก ยอมรับกันดี เข้าใจดี ไม่คว่ำบาตร ไม่ปฏิเสธว่าเป็นประเทศเผด็จการ ร่วมกับประเทศประชาธิปไตยทั่วโลกได้เต็มที่ ไม่มีประเทศใดปฏิเสธ

  7. ประเทศไทยจึงเป็นประชาธิปไตยบริบูรณ์และกำลังจะถึงวาระมีการเลือกตั้ง ส.ส.กันในวันกำหนดคือ 24 มี.ค. 2562

คนไทยทุกวันนี้งมงาย เอาแต่ถล่มผู้บริหาร ไม่รู้ความจริงว่าขณะนี้การบริหารประเทศบ้านเมืองเป็นอย่างไร สถานะความเป็นจริงของสิ่งที่เกิดอยู่ก็ดี องค์รวมมันดีที่สุดแล้ว ประเทศไทยหากเป็นเช่นนี้ไปอีก 10 ปีรับรองเจริญมากถ้าเป็นอย่างนี้ต่อเนื่องไป

ขอวิจารณ์ต่อไปอีกว่า ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยที่มีความรู้ในรากเหง้าอนุสัยต้นตอของจิตเลย มีภูมิธรรม ที่รู้จักประชาธิปไตยดีที่สุด ประชาธิปไตยของโลกนั้นเป็นประชาธิปไตยที่แสวงหาอำนาจทั้งนั้น

อาตมาขอถามพวกคุณ โดนัลด์ ทรัมป์กับ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาใครกระหายอำนาจมากกว่ากัน …ทรัมป์ เห็นไหม มันไม่มีอะไรที่ยากจะมองเลย เขาแสดงการกระหายอำนาจและแสดงอำนาจด้วย แล้วจะมีความเป็นประชาธิปไตยได้อย่างไรสำหรับอเมริกา แล้วเขาก็ยกย่องว่าเป็นประชาธิปไตยเพราะว่าประชาชนเลือกตั้ง ประชาธิปไตยของเขาเอาแค่เลือกตั้งเท่านั้น ถ้าไม่ใช่เลือกตั้งไม่ใช่ประชาธิปไตย ถ้าหมดอันนี้จริงๆไม่เหลือจริงๆ แล้วประชาธิปไตยแบบเลือกตั้งนั้นแม้แต่อเมริกาเอง จะเป็นทุนนิยมพันเปอร์เซ็นต์ ประชาธิปไตยทุนนิยมสามานย์พันเปอร์เซ็นต์ มีความซับซ้อนซ่อนเชิง หากไม่มีเงินมากไม่ได้เป็นประธานาธิบดีหรอก นี่คือลักษณะที่ตีไม่ออกจากความจริงกับวาทกรรมครอบงำสังคม ครอบงำความคิดของมนุษย์ให้ตกอยู่ในความครอบงำ แล้วคนที่เป็นประชาชนไม่มีภูมิปัญญารู้สัจธรรมก็จะถูกเขาครอบงำด้วยวาทกรรม หลงกับพยัญชนะภาษาตรรกที่เขาพูดกัน ไม่รู้เนื้อแท้ของประชาธิปไตยว่าเป็นอย่างไร อย่างของพระพุทธเจ้านี้สุดยอด

เมืองไทยเป็นเมืองพุทธมาตั้งแต่เกิดประเทศจนบัดเดี๋ยวนี้ ยิ่งมาถึงในยุคในหลวงรัชกาลที่ 9 ท่านแสดงประชาธิปไตยมา 70 ปีที่บริหารประเทศมาสุดยอด งดงามที่สุดแม้แต่ต่างประเทศก็ยอมรับ ในการบริหารประเทศเป็น king of king พลเอกประยุทธ์ทำงานอยู่ในเปลือกของเผด็จการ แต่เนื้อแท้นั้นเป็นประชาธิปไตยอย่างสวยงามที่สุด เพราะพลเอกประยุทธ์ไม่ได้มายึดอำนาจ แต่มาทำการเชื่อมต่อ มาทำการรับเชื่อมไม้ผลัดจากประชาชน ประชาชนยึดอำนาจประเทศจากรัฐบาลทักษิณ สมชาย สมัคร ยิ่งลักษณ์ได้หมดเรียบร้อยแล้ว เสร็จแล้วนายกฯตู่ซึ่งเป็นหัวหน้าคสช.รักษาความสงบของประเทศ ก็มีหน้าที่มีตำแหน่งมีหมวกก็เข้ามาเชื่อมต่อ corridor มาเชื่อม มันเป็น Democracy Corridor ที่สวยงามมากเป็น Democracy Corridor ประชาธิปัตยายตนะ Corridor คืออายตนะ มาเชื่อมต่อจากประชาชนที่ยึดอำนาจปฏิวัติรัฐประหารจากรัฐบาลทรราช เพราะฉะนั้น ในสัจธรรมนายกฯประยุทธ์ไม่ได้มายึดอำนาจเลยแต่มารับไม้ผลัดส่งจากประชาชนเข้าไปทำงานต่อ และประชาชนก็ยินดีให้นายกฯประยุทธ์รับช่วงไปทำต่อ อย่างไม่มีการเกี่ยงงอน ประชาชนที่ประท้วงวางมือเลยเมื่อพลเอกประยุทธ์มารับช่วงต่อ ก็พวกเรานี่แหละไปนั่งประท้วงกันอยู่ วางมือให้พลเอกประยุทธ์บริหารมาจนกระทั่งวันนี้ ตั้งแต่ 22 พฤษภาคม 2557 จากวันนั้นมาถึงวันนี้ประเทศไทยก็บริหารอย่างเป็นประชาธิปไตยสวยงามที่สุดยิ่งกว่าอเมริกา อยากจะบอกว่ายิ่งกว่าอังกฤษที่เป็นต้นแบบของประชาธิปไตย จริง ไม่มีใครรับรองอาตมารับรองเอง

การเมืองในขณะนี้สถานการณ์ปัจจุบันที่เป็นจริง ปรากฏการณ์ที่เป็นจริง status quo ขณะนี้กำลังเป็นไปได้สวยดำเนินไปได้อย่างสวยงามราบรื่น ดีที่สุดแล้ว เพราะฉะนั้นเราจะไปเลือกตั้งมาก็ดี เราจะไปทำอะไรขึ้นมาก็ดี แล้วปฏิวัติมาบริหารก็ดี ถ้าหากการบริหารนั้นดีแล้วมันก็ดีแล้วนี่ เราจะเลือกตั้งไปเพื่ออะไรก็เพื่อให้มีคณะบริหารที่ดีมาบริหาร จะเป็นการปฏิวัติมาก็เป็นการปฏิวัติมาเพื่อบริหารให้ดี ประเด็นหลักก็คือการบริหารนั้นเขาบริหารดีหรือไม่ดี ถ้าหากว่าบริหารดีแล้วก็จบ เรื่องเหล่านั้นก็เป็นเรื่องเล็กน้อย แม้แต่ในที่สุดขณะนี้นายกฯตู่มาบริหารประเทศไม่ใช่ผู้ที่มาจากการเลือกตั้ง แต่ก็บริหารเชื่อมต่อมาจากประชาชน ที่จริงก็เป็นประชาธิปไตยที่สวยงามแท้ เพราะว่าเป็นการเลื่อนไหล ของประชาธิปไตย

Democracy Corridor เป็นการต่อเชื่อมด้วยเส้นทางที่สวยงามมาก ไม่มีอะไรสะดุด ไม่มีอะไรขัดข้องไม่มีอะไรที่ไม่ใช่ ใช่ประชาธิปไตยอย่างแท้จริง

เมืองไทยมีนายกฯตู่มาบริหารประเทศอยู่ในเปลือกที่คนเห็นว่าเป็นเผด็จการ ซึ่งมันไม่ใช่ แต่เป็นการรับมอบอำนาจจากประชาชน เป็นอำนาจเต็มจากประชาชนแล้วนายกฯตู่ก็รับช่วงต่อทำการบริหารต่อมา พอขึ้นตอนแรก อเมริกาและประเทศอื่นๆก็บอกว่ายึดอำนาจมา แต่เมื่อนายกฯตู่บริหารไป เห็นการบริหารไปไม่เท่าไหร่ ประเทศไหนๆก็ยอมรับหมด จนจะเป็นประธานอาเซียนอยู่ตอนนี้ แต่ก่อนนี้ไม่ยอมให้เข้าประเทศด้วย บอกว่าเป็นประเทศที่มีการปฏิวัติไม่ยอมให้เข้าประเทศ แต่เดี๋ยวนี้ไม่มีแล้ว ทุกประเทศยอมรับโดยดุษณี ทุกประเทศไม่มีปัญหา อย่างนี้เป็นต้น ไม่มีลักษณะเลยที่จะไปเป็น dictator พลเอกประยุทธ์ไม่มีลักษณะผู้เผด็จการ แสดงอำนาจบาตรใหญ่ไม่มี คนที่ไปขี้ตู่นายกฯตู่ ขี้ตู่ด้วยความโง่ เป็นคนตาบอด ตู่  ไม่รู้ความจริงอะไรเลย ต่างประเทศทั่วโลก ยอมรับกันดี เข้าใจดี ไม่คว่ำบาตร ไม่ปฏิเสธว่าเป็นประเทศเผด็จการ ร่วมกับประเทศประชาธิปไตยทั่วโลกได้เต็มที่ ไม่มีประเทศใดปฏิเสธ

ส่วนนายกฯคนอื่นที่มาจากการเลือกตั้ง อย่างนั้นเขาก็ต้องยอมรับว่ามาตามกฎ มันเป็นลักษณะ Majority rule ส่วนนายกตู่นั้นเป็นลักษณะของ Minority right คำว่า right เขาบอกว่าเป็นลักษณะของสิทธิมนุษยชนแต่มันเป็นเรื่องของสัจจะความถูกต้องด้วย อาตมาแม้ว่าไม่ได้เรียนรัฐศาสตร์ในชาตินี้แต่ก็อธิบายร่วมด้วยได้

ประเทศไทยจึงเป็นประชาธิปไตยบริบูรณ์และกำลังจะถึงวาระมีการเลือกตั้ง ส.ส.กันในวันกำหนดคือ 24 มี.ค. 2562 นายกฯตู่ไม่เคยบอกว่าจะไม่ให้มีการเลือกตั้ง ระบุเอาไว้ว่าจะเลือกตั้งวันนั้นวันนี้ก็ไม่ได้ผิดเพี้ยนอะไร เขาก็หาว่ามีการเลื่อน แต่ความไม่พร้อมไม่ใช่ของนายกฯตู่ เป็นของกกต.ของอะไรบ้างที่เขาไม่พร้อม ก็ไม่รู้ว่าเหตุที่มันไม่พร้อมมันมาจากอะไร พวกนี้งมงายตาบอดตามืดใส่ความพูดไป จะเลื่อนก็ไม่ใช่เพราะนายกฯตู่ กกต.ไม่พร้อมเป็นต้น เป็นเรื่องที่เขาแสดงความโง่ออกมาผู้ที่มีภูมิปัญญามีความเข้าใจ ก็จะรู้ว่าพวกนี้มาวุ่นวายไม่ได้เรื่องได้ราว เพราะฉะนั้นพวกนี้เป็นพวกโง่เง่าไม่เสร็จ เป็นคนไทยกลุ่มที่โง่เง่าไม่เสร็จเป็นกลุ่มเล็กๆกระจายอยู่ในประเทศไทยขณะนี้

แต่ยังมีคนไทยที่ยังโง่งมงายอยู่กลุ่มเล็กๆ กระจัดกระจายอยู่ในประเทศเล็กน้อย ทว่ามีกิเลสจัดจ้าน ตะโกน โหวกเหวกๆเสียงดัง หนวกหูอยู่เท่านั้นในขณะนี้ เป็น “เศษขยะสังคม” ที่ยังงมโข่งอยู่กับความมืด ความไม่รู้สถานะสังคมจริง ที่เป็นจริงเลย

ดูเหมือนเขาจะจับกลุ่มกันแน่นแต่ไม่แน่นหรอก จริงๆก็คือมีกิเลสจัดจ้าน+กิเลสโง่ แสดงโหวกเหวกหนวกหู เป็นเศษขยะสังคมงมอยู่ในความมืดไม่รู้สถานะสังคมที่เป็นจริง

จึงยังละเมอเพ้อบ้าอยู่กับ ความโง่-ความงมงาย-ความอวิชชาถาวร ของตนอยู่อย่างน่าสังเวช น่าเวทนายิ่งๆ เพราะไม่รู้พฤติกรรมสังคมปัจจุบันเลย ว่าเป็นไปอย่างไร แค่ไหนแล้ว เขาเป็นประชาธิปไตยแล้วจริงปานใด เขาก็ไม่รู้อยู่นั่นเอง

ก็คงช่วยคนพวกนี้ยาก เพราะกิเลสของเขาจัดจ้านหนาหนัก พูดยังไง เขาก็คงฟังไม่รู้ ดูไม่ออก บอกไปก็คงดื้อด้านอยู่อย่างเดิม

“คนเศษสังคม” พวกนี้ก็คงต้องทนทรมาน ดิ้นพราดๆเหมือนหมาถูกน้ำร้อน ช่วยปรามช่วยปราบเขาให้แสดงความบ้าน้อยลงบ้างอยู่ ไม่อย่างนั้นจะบ้าหนักไปกว่านี้ ไม่ให้เขาบ้าหนักไปจนเลยเถิดกันอยู่ตลอดไป ด้วยความเมตตา ปรารถนาดีต่อเขา

โลกยุคไหนๆมันก็ต้องมีคนแบบนี้อยู่ป็นธรรมดา ก็ต้องช่วยๆกันไป

พุทธศาสนาเป็นศาสนาของมนุษย์ของสังคมมนุษย์ ไม่ใช่ศาสนาหนีเข้าป่า แล้วก็หลับตาปลีกตนเอาตัวรอดเห็นแต่แก่ตัว ทว่าเป็นศาสนาที่มีโลกานุกัมปายะ คือ ศาสนาที่ช่วยโลกแท้ๆ ไม่ใช่หนีโลกเลย เป็นศาสนาที่ช่วยให้มวลมนุษย์เป็นสุข พหุชนสุขายะ เป็นศาสนาที่เป็นประโยชน์ต่อมวลมนุษย์ทั้งหลาย พหุชนหิตายะ

หลับตามีแต่สัญญาปัญญาไม่เกิด ปัญญาต้องมีครบทั้งนอกและใน มีแต่สัญญานั่งหลับตาก็เป็นสัญญายนิจจานิ จริงจังเลย เที่ยงแท้จังเลยกำหนดสัญญาของตัวเองคนอื่นไม่รู้ด้วยว่าเราปั้นภพชาติ อย่างนั้นไม่มีใครรับรองว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้องสัจจะ รับรองไม่ได้คุณเพ้อพกไปอย่างไรก็ได้ สัจจะต้องมีคนยืนยันรับรองด้วยอย่างน้อย 1 คน อย่างมากเป็นล้านๆคน สัจจะไม่ใช่โมเมรู้อยู่คนเดียวก็เป็น สัญญายนิจจานิ เที่ยงแท้ถูกต้องเป็นเองของคุณคนเดียว คุณก็ยึดถือไปของคุณ แต่ถ้าเอามาประกาศให้กับคนรับรู้ด้วยว่าดีไหมเป็นสัจจะที่เหมาะควรไหม แล้วไม่เที่ยงเป็นไปตามเหตุปัจจัยเป็นไปตามมนุษย์ สิ่งที่เสนอออกไป มนุษย์ที่อยู่ร่วมกันสัจจะของคนไทยก็คือของมนุษยชาติกับคนไทย สัจจะของอเมริกาก็คือสัจจะของพวกอเมริกาที่เขายึดถือกันเป็นสมมติสัจจะ แล้วเขาก็มีปรมัตถ์ของเขา ของไทยก็มีสมมุติของไทยปรมัตถ์ของไทย มันก็เป็นสัจจะตามตัวจริงของความเป็นมนุษย์ มีความรับรู้มีความยอมรับกัน ที่ไม่รับรู้ หรือว่ารู้แล้วเขาไม่ยอมรับมันก็ใช้ไม่ได้ จะให้ยอมรับเป็นหนึ่งเดียวกันหมดเลยทั้งหมดมนุษย์สังคมมันเป็นไปไม่ได้แต่ก็เอาค่ารวม เพราะฉะนั้นคนที่ไม่เห็นร่วมกับคนอื่นเขาก็เป็นฝ่ายที่มีน้อย ก็ต้องสงบเสงี่ยมไป ให้ฝ่ายใหญ่เขาเป็นผู้ยึดถือว่าอันนี้คือถูก ก็ต้องเป็นอย่างนั้น

พุทธศาสนาเป็นศาสนาของมนุษย์ของสังคมมนุษย์ ไม่ใช่ศาสนาหนีเข้าป่า พระพุทธเจ้าตรัสว่าท่านหลงทางออก ปลีกไปเข้าป่า ไปทำทุกกรกิริยาท่านก็ทำได้ทำเก่งเกินกว่าเขาด้วยซ้ำไป แต่ท่านก็บอกแล้วว่าทั้งหมดที่ 6 ปีอยู่ในป่าเป็นทางผิด เป็นทางที่ไม่ควรทำ ท่านไม่ได้บรรลุธรรมอะไรเลย พระพุทธศาสนาไม่ได้ประพฤติด้วยการหลับตา แต่เดี๋ยวนี้ก็มีงมงายออกป่าถือว่าพระป่าเป็นพระปฏิบัติ ก็ไม่รู้จะพูดอย่างไร พูดถึงหลักฐานยืนยันในพระไตรปิฎกก็แล้วแต่อธิบายความจริงให้ฟังแม้ที่สุด เอามาให้มนุษย์ยุคนี้ปฏิบัติอย่างพวกเรา พวกคุณมีสมาธิไหม มีศีลอื่นหรือไม่ มีปัญญาไหม มีวิมุติไหม …มี เป็นคนแกล้วกล้าอาจหาญ อาสโภ ไม่มีมังกุ ชัดเจนจริงใจมั่นใจ นี่คือสัจจะ

ชาวอโศกเป็นสังคมประชาธิปไตยที่บริบูรณ์ที่สุด เป็นสังคมประชาธิปไตยที่เป็นโลกุตรธรรม ที่อาตมาพูดไปหลายทีแล้วว่าอาตมามาทำงานสร้างมวลชน และได้รับประโยชน์ตามแนวของพระพุทธเจ้า และอาตมาทำได้สำเร็จแล้ว มีชาวอโศกปฏิบัติธรรมตามทฤษฎีของพระพุทธเจ้าก็หลุดพ้นออกมาได้ สรุปผลจนเป็นสังคมกลุ่ม ศาสนาพุทธนี่คือแผ่นดินพุทธ มารวมตัวกันปฏิบัติ ศีล สมาธิ ปัญญา วิมุติ มีคุณลักษณะของสาราณียธรรม 6 วรรณะ 9  เป็นคนเลี้ยงง่ายบำรุงง่าย วรรณะ 9 เลี้ยงง่าย (สุภระ) บำรุงง่าย, ปรับให้เจริญได้ง่าย (สุโปสะ) มักน้อย, กล้าจน (อัปปิจฉะ) ใจพอ สันโดษ (สันตุฏฐิ) ขัดเกลากิเลส (สัลเลขะ) เพ่งทำลายกิเลส มีศีลสูงอยู่ปกติ (ธูตะ, ธุดงค์) มีอาการน่าเลื่อมใส (ปาสาทิกะ) ไม่สะสม ไม่กักเก็บออม (อปจยะ) ตรงข้าม อวรรณะ9 ขยันเสมอ, ระดมความเพียร (วิริยารัมภะ)

คนที่เจริญเป็นคนมักน้อยคนที่ไม่เจริญเป็นคนมักมาก โดนัลด์ทรัมป์เป็นคนมักมาก เป็นคนไม่รู้จักพอ ยกตัวอย่างอโศกจะตะกละตะกรามกว่านี้ก็ได้โดยสุจริต ทำแล้วเอามามาก สะพัดไปน้อยโดยสุจริตไม่ขี้โกงแบบทุนนิยมด้วย อย่างเราผลิตมะเขือลูกนี้ คิดต้นทุนลูกละ 1 บาท เราขาย 50 สตางค์ เราอยู่ได้ เพราะเราเหลือ เราพออยู่พอกินแล้วสร้างได้เหลือเฟือ

  1. ไม่เป็นหนี้ สังคมที่สำเร็จบริบูรณ์คือสังคมที่ไม่เป็นหนี้

2.ประชากรสมาชิกสร้างสรรค์กินใช้เลี้ยงชีพเป็นสัมมาอาชีพที่พออยู่พอกิน

  1. สร้างเกินกว่าที่กินจนมีเหลือ

  2. สะพัดแจกจ่ายแก่ผู้อื่น เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นอย่างแท้จริง

แค่ไม่มีหนี้ พึ่งตนรอด สร้างเกินกินใช้ แล้วแจกจ่ายเผื่อแผ่เกื้อกูล เป็นประโยชน์ต่อคนอื่นได้จริง แค่นี้ก็เป็นความสุขของสังคมความจบของมนุษย์ที่ทำได้แล้ว ยิ่งสังคมกลุ่มนี้ทำได้ประเทศนี้ทำได้อย่างนี้ก็เป็นประเทศที่จบแล้วบริบูรณ์ด้วยเศรษฐกิจพิเศษ

จนกระทั่งไม่ต้องรวยเพราะความรวยอยู่ที่ความรู้ความสามารถของคน ความรู้ความสามารถของคนนี้ตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้แล้วก็มีความขยันหมั่นเพียรด้วย ขยันสร้างสรรค์ในความรู้ความสามารถ ทำอยู่ทำกินทำมาอาศัยใช้สอยให้แก่สังคม อุดมสมบูรณ์เหลือเฟือ ก็จะไม่กลัวตาย ถึงขนาดไว้ใจกันว่าประเทศนี้ไม่แย่งชิงสังคมนี้ไม่แย่งชิง ได้มาก็เผื่อแผ่เกื้อกูลกัน คนทำงานไม่ได้ เป็นอัมพาตเราก็แบ่งให้กินได้ คนเจ็บป่วยคนแก่ทำกินไม่ไหวไม่พอ เด็กๆก็ทำยังกินใช้ไม่พอเราก็เกื้อกูลได้หมด ไม่ว่าจะเป็น เด็ก คนแก่ คนเจ็บป่วย คนพิการ คนไร้สมรรถภาพ อยู่ในนี้ได้ ดูแลรักษาช่วยเหลือซึ่งเกิดแก่เจ็บตายกัน มีทั้งเมตตากายกรรม เมตตาวจีกรรม เมตตามโนกรรม มีลาภธัมมิกา มีสาธารณโภคี ด้วยศีลสามัญญตา ทิฏฐิสามัญญตา ครบสาราณียธรรม 6 ของพระพุทธเจ้า

อาตมาพาพวกเราปฏิบัติธรรมะบรรลุธรรมพวกนี้ทั้งนั้น อยู่กันอย่างมีเมตตากายกรรม วจีกรรม มโนกรรมจริงๆ อยู่กันอย่างสาธารณโภคี ลาภได้มาโดยสุจริตโดยธรรมสร้างสรรค์ขึ้นมาอย่างไม่โกงหรือเบียดเบียนคนอื่น ก็ยังมีเหลือเฟืออุดมสมบูรณ์แจกจ่ายคนอื่นได้

อยู่ได้ด้วยหลักศีลสามัญญตา อยู่ได้ด้วยเป้าหมายชีวิตสัมมาทิฏฐิ มีทิฏฐิสามัญตาทุกคนมีเป้าหมายไปนิพพานมีเป้าหมายสูงสุดเข้าใจว่านิพพานคืออะไรด้วย นิพพานตั้งแต่โสดาบัน นิพพานในอบายมุข นิพพานในโลกธรรม ในกาม ไม่แย่งชิงลาภยศสรรเสริญไม่แย่งชิงในกาม เบื้องต้นก็มีบ้างรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสนิดหน่อย เรื่องเพศก็ผัวเดียวเมียเดียว ไม่พูดปดไม่มีอบายมุขไม่มีสิ่งเมาเป็นสิ่งเสพติด ตัวอย่างของชาวอโศกมีครบเป็นของจริงที่เรามีตรงตามพระพุทธเจ้าตรัสไว้ เป็นมวลหมู่กลุ่มที่มีพฤติกรรมวัฒนธรรม มีพฤติกรรมสังคมที่ยืนยันได้มาดูได้ เอหิปัสสิโกยืนยันได้ชัดเจน

สม.กล้าข้ามฝัน …ได้อ่านผู้ใหญ่ท่านหนึ่งที่บอกว่าคราวนี้จะเลือกนายกตู่เพราะว่าเป็นคนเดียวที่จะสู้ระบอบทักษิณได้

พ่อครูว่า…มีน้ำหนักที่ต้องเลือกลุงตู่ เพราะฝีมือที่ทำมาแล้ว เพราะลุงตู่ เป็นนักรบของประชาชน ประยุทธ์ ประชาชนเห็นแล้ว รัฐประหารเสร็จ ก็นายกฯคนนี้มารับ ที่ประชาชนทำเป็นสัจจะโดยพฤตินัย นายกฯตู่ก็รับเป็นนิตินัยสมบูรณ์แบบ

สม.กล้าข้ามฝัน….ประชาชนสู้มาด้วยเลือดเนื้อชีวิตน้ำตา แสนลำเค็ญมากมาย คราวนี้ถ้ามันตกไปอีกรอบนี่ โห ลำบากอีกนาน  คิดดีๆ แล้วอีกอย่าง ทำไมเขาด่าคนเดียวเลย เพราะเขารู้ว่าลุงตู่ถ้าขึ้นมา กลุ่มเขาไม่ได้ผุดไม่ได้เกิด คดีต่างๆ เรื่องราวต่างๆ

พ่อครูว่า เขาเรียก สัตว์นรกดิ้น

สม.กล้าข้ามฝัน  ที่ทำไว้ก็อาจไม่ได้สานต่อ เส้นทางต่างๆ …พวกที่มาใหม่ถ้าไม่ใช่ของเขา ไม่ได้งบใต้โต๊ะ เขาจะไม่ต่อนะ เราก็ต้องช่วยกัน…  

สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน การเมืองไทยกำลังไปได้ด้วยดี

พ่อครูว่า…มีคนเขียนมาบอกว่า ฟังข่าวคราวการบ้านการเมืองแล้วไม่ค่อยสบายใจ ยิ่งเห็นคนไม่ดีรวมตัวกันแล้วมันรู้สึกน่ากลัวเพราะเขาดูมีกำลังมาก ก็พยายามคิดและมองมุมบวกว่า ธรรมะย่อมชนะอธรรม แต่มันก็อดกังวลไม่ได้ ถ้าลุงตู่แพ้ บ้านเมืองจะเป็นอย่างไร ก็สุดจะคาดเดา พยายามทำใจอยู่ค่ะ

ก็ขอบอกว่าเอาเถอะ คุณจะมีกำลังใจช่วยลุงตู่ก็ดีแล้ว ก็ไม่ต้องไปอึดอัดขัดเคืองไปกังวลอะไรมากมายเกินไปหรอก เพราะจริงๆแล้ว อาตมาก็ไม่อยากจะบอกว่าไม่ต้องไปห่วงก็พูดไปอย่างนั้นเดี๋ยวก็จะกลายว่าประมาท ห่วงก็ดีบ้างล่ะ แต่ไม่ต้องไปห่วงอะไรมากมายหรอก เพราะจริงๆแล้ว มันก็ไม่ได้ จริงๆมองอย่างอาตมา มันไม่ได้เป็นเรื่องที่ จะว่าจริงๆแล้ว มันพูดยากเหมือนกันมันมี 2 นัยที่แย้งกันในตัว เช่น อาตมาจะบอกว่า นายกฯตู่ที่กำลังทำงานอยู่นี้มันไม่ใช่เรื่องยากหรอก แต่มันก็เรื่องย้ากยาก มันไม่ใช่เรื่องยากเพราะว่านายกฯตู่ทำดีแล้วทำถูกแล้วมันอยู่ในฝัก มันทำได้สบายแล้วอยู่ในฝักแล้ว แต่มันยากเพราะว่าไอ้ปากหอยปากปูพวกส่อเสียดพวกอะไรจุ๊กจิ๊ก มันเหมือนขี้หิดขี้กลากอยู่ในตัว อาตมาว่า นายกฯตู่ก็ราดด้วยซีม่าโลชั่นเสีย คือ จะไปปรับทัศนคติเสีย แต่ก็ให้อิสระเขา โหวกเหวกๆ ที่จริงก็ควรจะเรียกไปปรับทัศนคติมากแล้ว แต่จริงๆแล้ว นายกฯตู่ต้องปล่อยให้ทำ จะได้ยืนยันว่านายกฯตู่ไม่ได้มาเบ่งอำนาจอะไรที่นี่เป็นประชาธิปไตยแสดงได้ แม้มันจะตั้งแต่เด็กคนแก่คนอะไรต่างๆนานาด่ามาหมด

จริงๆแล้วนายกฯตู่มีธรรมะ ที่มองออกว่า เขาด่ามา พระพุทธเจ้าบอกว่าคนที่มาด่าเรา มันด่าอยู่ที่เขา แล้วเราจะไปเดือดร้อนอะไร เหมือนกับคนที่ทำกับข้าว ท่านเปรียบเหมือนคนที่ทำสำรับกับข้าวมาให้เรา เอามาประเคนให้ ถ้าเราไม่รับแล้ว อาหารที่เขาเอามาประเคนเรามาให้เรา ถ้าเราไม่รับแล้วอาหารนั้นจะเป็นของใคร ก็เป็นของเขาอยู่อย่างเดิม เพราะฉะนั้นเขาด่า ด่ามันก็เป็นของเขาอยู่ที่เขาแล้วเราจะไปรับมาทำไม ก็โง่สิ เขาด่าเขาเอาขี้หมามาก็รับเลย ก็จะโง่ไปถึงไหนเอาขี้หมามาทำไมรับมาทำไม ขี้หมาก็อยู่ที่เขาไป เขาจะเล่นกับขี้หมาก็เรื่องของเขาอย่างนี้เป็นต้น เราต้องชัดเจน ถ้าชัดเจนอย่างนี้แล้วเราจะมีปัญหาอะไรเลยในการอยู่กับสังคม

ก็เขียนปรารภมา ก็วางใจ ก็ไม่อยากบอกว่าไม่ต้องไปกังวลอะไรมากมายมันก็จะกลายเป็นประมาท แต่ก็ไม่ต้องไปถึงขนาดกังวลใจ จะมีน้ำใจที่เอาใจช่วย ก็ดีอยู่ ไม่ต้องถึงขนาดต้องห่วงอะไรนัก อาตมาใช้คำนี้ เพราะอะไร

เพราะอาตมาดูแล้วประเทศไทยขณะนี้ความรู้มวลประชาชนก็ดี อาตมาอยากให้ผ่านวันที่ 24 มีนาคมไปเร็วๆ จริงๆนะ ลึกๆของอาตมามันมีตัวเลขอยู่นะ ไม่มีจำนวนอยู่ในใจ เหมือนอย่างกับสมัยหนึ่งที่อาตมาทำงาน ทำหนังโทน เสร็จแล้วอาตมาก็มีตัวเลขอยู่ในใจว่าประมาณเท่าไหร่ ซึ่งในยุคนั้น หนังที่เขาสร้างกัน ฉายปั๊บ โรงแรกโรงเดียวเขาจะไม่ได้เงินเกินล้านหรอก ไอ้ที่ได้ล้าน หนังเรื่องไหนได้ล้านก็ตะโกน ล้านแล้วจ้า นายดอกดินเอามาตะโกนล้านแล้วจ้า แต่อาตมาเห็นแล้วว่าหนังเรื่องนี้เป็นหนังเทวดา อาตมาก็พูดเปรยๆว่า หนังเรื่องนี้จะได้ไม่ต่ำกว่า 5 ล้าน คุณสะอาด เปี่ยมพงศ์สานต์ ก็อยู่ด้วยกันทำงานโทรทัศน์ด้วยกันเขาก็มาเล่นเรื่องนี้ด้วย อาตมาก็เปรยให้เขาฟัง เขาก็บอกว่ารู้ด้วยเหรอ ตอนนั้นอาตมาเล่นไสยศาสตร์เยอะจิตใจมันมีอาเทสนาปาฏิหาริย์ อาตมาบอก สะอาดว่า อาตมาเขียนใส่ซองให้คุณชวนที่เป็นผู้อำนวยการว่าหนังเรื่องนี้จะได้ไม่ต่ำกว่า 10 ล้าน แต่ออกจากโรงแรกนั้นได้ 5 ล้าน 5 ล้านนี้ฉายได้เงินเท่าไหร่ก็แบ่งครึ่งนึงกับโรงหนัง ก็คือได้ 10 ล้าน

อาตมาก็มองการเลือกตั้งคราวนี้อยากให้ผ่าน 24 มี.ค.มันจะตรงกับตัวเลขที่ตามมามองลึกๆไหม อาตมาไม่บอกหรอกตัวเลขอะไร เดี๋ยวบอกไปแล้วมันจะผิด ขายขี้หน้าตัวเองไม่บอกหรอก มันผิดได้ ไม่เก่งไม่เป็นไร

สมณะเดินดินว่า…เดี๋ยวนี้มีคนใบ้หวยบอกว่าหวยจะออก จจ ลูกศิษย์บอกว่า 77 แต่แล้วไม่ใช่จริงๆแล้ว มันออก จ๋องจู๋น

พ่อครูว่า…สรุปแล้วประเทศไทยอยู่ในช่วงเทศกาลเบิกบานใจ ส่วนที่หน้าดำหน้าแดงนั้นเขาเองทั้งนั้น ถึงบอกว่าพวกเราอยู่สบายๆ อย่าไปกังวล พวกนี้กำลังถูกน้ำร้อนเอง หมาตกน้ำร้อนถูกน้ำร้อนราด มันก็ดิ้นไปเป็นธรรมชาติ แล้วมันก็ดิ้นเสียงดังด้วยเป็นธรรมชาติธรรมดาไม่มีปัญหาอะไรหรอก ก็ทนฟังเอาหน่อยไม่ให้มันดิ้นได้อย่างไรมันถูกน้ำร้อนลวก

จะว่าถูกน้ำร้อนลวกก็ไม่พอ มันเป็นหมาขี้เรื้อนด้วย เขาจับตัวมันมาเอาพริกใส่น้ำมันผสมแล้วทาหมาขี้เรื้อนนี้ได้ คุณเคยเห็นไหมเขาจะรักษาขี้เรื้อนให้แก่หมา สูตรน้ำพริกกับน้ำมันหมู เอาพริกสดพริกป่นใส่ มาทาให้มันมันก็แสบร้อน มันก็วิ่ง แต่มันก็หาย แต่ไม่คิดถึงใจหมาเลย หมามันแสบร้อนมันก็วิ่ง จนกว่ามันจะทนได้แต่มันแสบจัดร้อนจัด จนกว่าฤทธิ์แสบร้อนจะเพลาถึงหยุดวิ่ง หอบแฮกๆๆเลย อย่างนี้เป็นต้น เป็นเรื่องจริงนะไม่ได้เป็นเรื่องเล่นคนเขาทำไม่เห็นใจหมา จริงๆแล้วก็สงสารมันแต่จะช่วยให้มันหายขี้เรื้อน พวกนี้ก็ร้องโหวกเหวกเหมือนหมาขี้เรื้อนถูกน้ำมันกับพริกทาผิวหนังขี้เรื้อนมันก็แสบร้อนดิ้น มันเป็นนัยยะอย่างนั้นจริง เขาก็ว่ากันไปไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงผู้ชายก็ตะโกนหนวกหู เห็นแล้วก็บอกว่าแม่คุณพ่อคุณเอ๋ย เห็นแล้วก็สงสาร เออเนาะ หลงงมงาย จะเอาเรื่องการเมืองเรื่องอำนาจลาภยศสรรเสริญโลกีย์ก็จมอยู่อย่างนั้น

การทำมาหากินก็ทำงานอาชีพอะไรก็ได้ อาชีพการเมืองก็ไม่ต้องถึงขนาดหมาถูกน้ำร้อนหมาขี้เรื้อนถูกอาบด้วยน้ำมันผสมพริก มันก็ไม่ต้องถึงขนาดทำตนถึงขนาดนั้น ก็อยู่กันพอสมควรพอเป็นพอไป จริงๆแล้วจำนวนเสียงมันเป็นจำนวนคนหางๆที่เหลือแล้ว เพราะฉะนั้นทำไมต้องเสียงดัง ก็มันมีจำนวนน้อยคนมันจึงต้องตะโกนให้เสียงดังเพื่อให้คนเชื่อว่ามันมีมากจริงๆแล้วไม่มากหรอก จตุพร นกแสกก็หยุดร้องแล้ว เพลาไปหมดแล้วล่ะ มันจะเพราะว่าเงินไม่มาร้องไม่เป็นก็ไม่รู้ได้ เขาคงเห็นว่าอย่างไรๆมันสูญเปล่าก็อย่าไปเติมเงินให้เลย ATM ไปถอนก็คงไม่ออก ก็พูดไปตามเขานะจริงๆอย่างไรก็ไม่รู้

สรุปแล้วเหตุการณ์ของสังคมมนุษยชาติมันมีฝ่ายค้านฝ่ายเสนอ ฝ่ายค้านฝ่ายรัฐบาลเป็นธรรมดาธรรมชาติ ที่พูดไปแล้ว มันร้องเป็นเสียงสุดท้ายก็ทนฟังเอาหน่อย อาตมาว่าการเลือกตั้งวันที่ 24 ผ่านไปเสียงสุดท้าย มันก็อยากจะร้อง อาตมาว่ามันก็จะร้องไม่ออก ลองดู เวลาเขาจะนับคะแนนต้องดูวันนั้น อาตมาว่าจะนั่งดูที่จอ คงจะสนุก เพราะว่าอะไร

เพราะว่าขณะนี้แม้แต่คณะพวกฝ่ายโหวกเหวกต่อต้าน เขาก็ โหวกเหวกๆต่อต้านให้คะแนนเสียงฝ่ายที่จะได้ได้คะแนนนี้เพิ่มขึ้น พวกนี้ก็พยายามแสดงออก แล้วมันกลายเป็นว่ายิ่งหาคะแนนให้ฝ่ายเหล่านี้ แปลว่าวรยุทธของจอมยุทธประยุทธ์ จันทร์โอชา นี้เหลือกินจริงๆเลย วรยุทธนี้ทำให้พวกนี้มันดิ้นเหมือนหมาถูกน้ำร้อน แล้วก็ตะโกนเสียงสุดท้าย แล้วก็ยิ่งได้คะแนนอีก ซึ่งเขาไม่รู้ตัวว่าทำอย่างนั้นยิ่งเติมคะแนนให้กับพลเอกประยุทธ์ เขาไม่รู้

เขาน่าจะใช้ลีลาใหม่เพราะว่าลีลานี้ใช้ไม่ได้แล้ว ลีลายิ่งถล่มหา Fake news มาพูดจะยิ่งเสีย นายกฯตู่ก็ยิ่งได้ ซึ่งมันเป็น Tripple โง่เลย อาตมามองก็ดูสังคม เพราะว่าศาสนาพุทธต้องทำงานกับสังคมช่วยสังคมให้เป็นสุขให้มีประโยชน์คุณค่า และเราก็รับใช้สังคม เพราะฉะนั้นสรุปแล้วศาสนาพุทธเป็นศาสนาประชาธิปไตย 100% เป็นศาสนาที่อยู่กับมวลชนทำงานกับมวลชนรับใช้มวลชน เป็นศาสนาการเมือง100% เพราะฉะนั้นคนที่ไม่เข้าใจเนื้อแท้ของศาสนาพุทธ โดยเข้าใจผิดเป็นมิจฉาทิฏฐิไปเห็นว่าศาสนาเป็นเดียรถีย์ แล้วก็ออกหนีไปจากมนุษยชาติสังคม ที่จริงอาตมาก็ว่าเข้าใจเขาที่ไม่มีภูมิปัญญาจะอยู่กับสังคมช่วยสังคมให้เกิด หิตประโยชน์ ช่วยให้เกิดสังคมสงบสุข เขาไม่มีปัญญาเขาทำไม่ได้ เพราะฉะนั้นไม่ทำก็เห็นใจเข้าใจเขาอยู่ แต่ก็อย่าเข้าใจผิดสิ อย่าเข้าใจผิดมาต่อต้านอาตมา อาตมาทำถูกแต่คุณทำไม่ได้คุณเข้าใจผิดก็พยายามทำให้ถูก แล้วอย่ามาต่อต้านอาตมาอาตมาทำถูกแล้ว เพราะว่าเป็นศาสนาที่เป็นประโยชน์ต่อมวลชน เป็นศาสนาที่ทำให้มวลชนเป็นอยู่สุขสงบ

อาตมาทำงานธรรมศาสนาพวกคุณอยู่สุขสงบไหม ..สงบ ได้หิตะประโยชน์ มาจนจนสำเร็จเป็นเรื่องทิศทวนกระแส ปฏิโสตัง ในหลวงท่านเป็นโพธิสัตว์ก็ตรัสได้อย่างชัดเจนว่าให้มาจนไม่เอาอย่างรวย อย่างรวยนั้นมันถอยหลังอย่างน่ากลัวมันเป็นความไม่เจริญเป็นความเสื่อม นักเศรษฐศาสตร์เศรษฐกิจบริหารประเทศ ฟังในหลวงตรัสรู้เรื่องที่ไหน เพราะท่านตรัสนั้นเป็นโลกุตระ ท่านตรัสนั้นเป็นสัจจะ ดีนะที่มีหลักฐานที่ท่านตรัสไว้เอาคลิปของท่านตรัสเอามาออก

เป็นเรื่องโลกุตระเมืองไทยจึงเป็นเมืองโลกุตระ ประชาธิปไตยก็เป็นประชาธิปไตยโลกุตระซึ่งคนเข้าใจไม่ได้ง่าย อเมริกามันเป็นเผด็จการทุนนิยมสามานย์ อังกฤษก็ยังพอเป็นพอไปเป็นพวกคอนเซอร์เวทีฟ แล้วบอกว่าอเมริกานั้นก้าวหน้า แต่ลงทะเลลงนรกอเวจีไปเลยเป็นประชาธิปไตยที่ลงนรกแต่เขาไม่รู้ตัวหรอก ไม่เข้าใจ ที่อาตมาพูดเขาก็คงไม่เข้าใจไม่รู้เรื่อง ที่พูดนี้ด้วยใจจริงด้วยความเมตตาสงสาร พยายามศึกษาสัจธรรมให้ดีๆ แต่ก็มันยากเพราะว่าไม่มีสัจจะทำให้เขาศึกษาเป็นด้วยศาสนาเขาก็ดีอะไรก็ดี ศาสนาเขาก็ดูจะไม่เกี่ยวนะ เขาเอาแต่เรื่องเงินทองทุนนิยมอำนาจ ศาสนาของเขาเป็นศาสนาแห่งทุนและอำนาจเงินและอำนาจ มันก็เลยไม่ได้เรื่อง พูดไปแล้วก็ไม่ได้เรื่อง เป็นศาสนาที่หลงตัวเองเป็นทาสน้ำเงินเป็นทาสอำนาจ มันจบเลย. ศาสนาที่โหดร้ายเป็นโทษเป็นภัยต่อมวลมนุษยชาติ

ขอวิจารณ์อเมริกา ประชาชนชาวอเมริกา เป็นประเทศที่ไม่เข้าใจชีวิตจริง เป็นชีวิตที่ห่อหุ้มด้วยความหลงโลกียะ หลง ลาภยศสรรเสริญโลกียสุข รูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส และที่ลึกที่สุดคือหลงอัตตา เต็มหมดเลย เป็นตัวอย่างที่เห็นได้ครบที่สุดเลย อเมริกา ทีนี้คนไม่เข้าใจ หลงลาภจัดจ้าน ยศก็ต้อง American First  Great ลาภยศสรรเสริญก็ดี โพธิรักษ์ไม่สรรเสริญเลยถล่มหนักหนา ถ้าแปลอันนี้ไปให้โดนัลทรัมป์เขาอาจจะบอกว่าด่ากู แต่เขาก็คงเห็นว่าอาตมาปากหอยปากปูไม่มีน้ำหนักอะไรหรอกไม่ได้ใหญ่อะไร เขาก็คงคิดว่านะ

ยิ่งสุข หลงสุข ที่เต็มไปด้วย กามเยิ้มจัดจ้าน อัตตาที่แน่นหนาหนักแข็งจัดจ้าน เขาสร้างคนให้มี ติดอย่างนั้น เขาจัดจ้านในทุกสิ่งทุกอย่างเหล่านั้น เขาอยู่ได้เพราะอำนาจ จริงๆแล้วเขาอยู่ได้เพราะเงิน ขณะนี้ เงินเขาแย่มากแล้ว แต่อำนาจเขาได้เพราะเขาสร้างอาวุธ โรงงานอาวุธเขาเก่ง เขาสร้างเต็มที่ เขาอยู่ได้ด้วยอำนาจอย่างนี้ อำนาจทุนก็ซับซ้อนอำนาจทุนที่ปลอม. ทุนลวงเป็นเปลือกโกหกโลก นายทุนโกหกโลก จริงๆไส้ในเขากลวงมาก แต่เขาก็ยังอยู่ ออกจากบ้านขี่รถเบนซ์กลับเข้าบ้านกินข้าวกับก้างปลาทู เมื่อออกไปข้างนอกขับรถเบนซ์ เขาเป็นอย่างนั้นจริง น่าสงสารมากเป็นประเทศที่น่าสงสารมากเขาไม่รู้ตัวนะ ว่าเขายิ่งทำเขาก็ยิ่งเป็นอย่างนี้ เขาไม่รู้สึกตัวเขาไม่รู้ตัว คือ ถ้าพูดกันลึกๆแล้ว ศาสนาเทวนิยมเป็นศาสนาที่ไม่รู้จักตัวเองไม่รู้จักเทวะความเป็น 2 ความเป็นรูปนาม เขาหลงความสุข แต่เขายิ่งหลงความสุขแล้วเขาก็ยิ่งต้องการความสุขมากเท่าไหร่ อเมริกาเป็นพวกบ้าความสุข จะต้องเอาความสุขทุกอย่างที่เด่นดังสูงจัดจ้านกว่าใครๆทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นในแง่ไหน จะต้องเอาให้ได้ทุกเหลี่ยมมุม เขายิ่งบ้าสุขเท่าไหร่เขายิ่งได้ทุกข์ สุขกับทุกข์เป็นเรื่องที่ตีไม่แตก เขายิ่งไขว่คว้าแสวงหาไล่ล่าความสุขมากเท่าใด เขาก็ยิ่งได้ศัตรูได้คู่ต่อสู้ได้คู่ตรงกันข้ามยิ่งหนัก ต้องการความสุขมากเท่าไหร่ความทุกข์ก็ยิ่งจะเป็นคู่ ได้ไปด้วยหนัก. นี่เป็นสัจจะที่คนเข้าใจไม่ได้ง่ายๆ จึงเป็นประเทศที่เป็นตัวอย่างให้คนอ่านอย่างที่อาตมาได้อ่านทะลุ เอามาพูดให้ฟัง ใครจะหาว่าอาตมาใส่ความหาว่าอาตมาได้ไปหาเรื่องว่าเขา ก็แล้วแต่ ที่อาตมาว่ามันเป็นเรื่องจริง ขอยืนยัน ซึ่งไม่น่าเอาอย่างไม่น่าไปลอกเลียนแบบเลย เป็นประเทศที่ล้มเหลวอย่างสมบูรณ์แบบ แต่เขาก็ประกาศก้องว่าเป็นประเทศที่เจริญเป็นประเทศที่นำโลกเป็นมหาอำนาจเป็นประเทศที่ยิ่งใหญ่ทั้งด้านลาภยศสรรเสริญโลกียสุขอะไรก็แล้วแต่ อาตมาว่าแม้แต่คำว่าสุขอเมริกานี้ทุกข์มากเลย เทียบจริงๆประเทศไทยกับอเมริกาใครจะทุกข์มากกว่ากัน ยิ่งมาเทียบกับหมู่กลุ่มชาวอโศกเขายิ่งน่าสงสารมาก

มันน่าจะมีอะไรเปิดเผยชัดเจนกว่านี้ที่เขาต้องดิ้นรนด้วยอวิชชาด้วยความไม่เข้าใจสัจธรรมที่ไม่เข้าใจความเป็นมนุษยชาติสังคม เขาก็ทำไปด้วยอวิชชาไปเรื่อยๆมันก็ยิ่งจะไปกันใหญ่ สวรรค์นรกก็จะเกิดกับเขามันเป็นของปลอม พวกเราไม่มีความสุขจัดจ้านแบบเขา แค่นี้ก็เหลือสุขแล้วหนอพวกเรา รูปแค่นี้รสแค่นี้ ไม่สรรเสริญด้วยซ้ำไป มีด่าว่าด้วยซ้ำไปเหมือนอย่างนายกฯตู่ โดนด่าจัง ด่าแล้วด่าอีก ส่วนคนด่านั่นคือคนโง่ เพราะฉะนั้น นายกฯตู่ถึงอยู่ได้เพราะว่าลึกๆนั้นนายกฯตู่รู้เหมือนกันว่ามวลชนมีสองด้าน ด้านที่สรรเสริญยกย่องกับด้านที่ด่าและตำหนิมันก็เป็นจริง แต่เสียงที่ดังคือเสียงที่ด่า แต่มวลที่มากนั้นคือเสียงยกย่องชมเชย เพราะฉะนั้นนายกฯตู่จึงไม่เดือดร้อนเท่าไหร่เพราะมีภูมิธรรมที่จะรู้ ถึงบอกว่าไปที่ไหนเขาด่า พวกที่มาด่าก็พวกหน้าฉาก แต่พวกชมเชยเขาไม่ออกมาดิ้นอะไรหรอกนายกฯตู่รู้ นายกฯตู่ก็บอกว่าด่าไปสิเหมือนพวกหมาถูกน้ำร้อนก็จะไปกังวลอะไร จริงๆแล้วก็ชัดเจนอยู่แล้ว นายกฯตู่ไม่ได้ทุกข์ร้อนอะไรก็รู้อยู่ว่าเขาด่า คือมีฐานปัญญาฐานรู้ความจริงตามความเป็นจริง มีนัยลึกซึ้งแบ่งแยกได้ว่าคนชมกับคนด่า แต่คนด่านี่ 1. เท็จ 2. มวลน้อยจริง ส่วนคนชมนั่นจริงและมีมวลมาก จะไปเดือดร้อนอะไร เงียบ ไอ้พวกที่เสียงดัง แต่นี่เงียบ สัจจะมันเป็นอย่างนั้น เพราะฉะนั้นมันจะพิสูจน์สัจจะ ดูวันที่ 24 มีนาคมนี้จะเป็นปรากฏการณ์พิเศษอะไรไหม จะเกิดฟ้าผ่าแล้งไหม? ไม่เขาบอกว่า แลนด์สไลด์ หิมะถล่ม เราก็พูดอย่างไทยๆว่า ฟ้าผ่าแล้งก็เหมือนหิมะทลาย ฟ้าผ่าแล้ง มันจะเป็นอะไรอย่างไรก็แล้วแต่จะมีอะไรให้ดู มันไม่เคยเห็นอย่างนี้นะมีอะไรแปลกๆ เป็นสิ่งที่เกิดแล้วมันฟ้าแลบมาตอนนั้น หรือฟ้าผ่าก็ตาม แต่มันก็จะเป็นรังสีที่สวยเป็นรังสีออร่า มันจะเป็นพลัง ไม่เป็นแสงที่เป็นโทษ จะเป็นแสงที่สวยงาม จะออกมาในลักษณะนั้น พูดไปนี้รู้เรื่องกันไหม

ประเทศไทยจะเป็นตัวอย่างแม้แต่การเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นตัวอย่างของโลก จะเป็นอย่างไรก็ดูก็แล้วกัน จะเกิดพฤติกรรมอะไรในจังหวะนั้น 24 มีนาคมจะเป็นอย่างไรก็ดู องค์รวมทั้งหมดแล้วมันเกิดอะไรขึ้น เสร็จแล้วผ่านจากวันที่ 24 มีนาคมขึ้นไปแล้ว ตอนนี้ล่ะ ค่อยฟังหางเสียงของหมาถูกน้ำร้อน จะมีเสียงออกมาไหม แล้วเสียงออกมาจะเป็นเสียงอย่างไร มันจะมีเสียงแปลกๆให้ฟัง มันจะมีเสียงสุดท้ายที่หมดลมหายใจ อาตมาว่าจะเป็นอย่างนั้น

คิดว่าผ่านวันที่ 24 ผ่านการเลือกตั้งไปแล้ว ทักษิณจะดิ้น อาตมาว่า มันจะมีเอฟเฟคอะไรรื้อ? ดิ้น อาตมาว่า มันเหมือนจะดิ้นเหมือนตบมือข้างเดียวก็ได้ เขาเลยกลายเป็นตบมือข้างเดียว อาตมาเหมือนคนพยากรณ์นะ อาจจะพยากรณ์เว่อร์ไปหน่อยก็ได้ ก็รอดูก็แล้วกันนะ จะเป็นเช่นนั้นหรือไม่

มาพูดเรื่องปัจจุบันธรรม เอาที่พวกเรา อาตมาก็สรุปไปแล้ว ประเทศไทยทั้งหมดขณะนี้สงบเรียบร้อยดีมากเป็นประชาธิปไตยที่เดินไปทุกอย่างเจริญ เศรษฐกิจก็ดีการเมืองก็ดีสังคมก็ดีมากแล้ว ขณะนี้ที่เกิดอยู่เป็นอยู่

ทีนี้มาที่สังคมชาวอโศก อาตมาว่า พวกเราน่าจะรู้ตัวกันแต่ละคนอายุผ่านไปผ่านไป ชีวิตของแต่ละคนน่าจะได้คิดว่า เอ๊ เรานี่ เราควรจะเดินทางไปทางไหน ทิฏฐิสามัญญตาหรือมีทิฐิที่สัมมาหรือยัง สัมมาแล้ว ความเห็นเราควรจะสอดคล้องกับชาวอโศกว่าการดำเนินชีวิตเป็นแบบนี้ก็ดี แบบที่มาจนแล้วเราก็มุ่งมาตั้งใจมา ตั้งใจมาจนมุ่งมาจน มีปัญญารู้ว่าชีวิตที่จนนี้เป็นชีวิตที่ประเสริฐ เพราะเป็นชีวิตที่ไม่ได้แย่งทรัพย์สินจากสังคม ชีวิตคนจนเราไม่ใช่คนจนแบบงอมืองอเท้าคนจนที่ผลาญพร่า (พ่อครูไอ ช่วยตัดออกด้วย)

สมณะเดินดินว่า…พ่อครูคงเสียพลังงานฟรี. พ่อครูพูดแล้วพูดอีก เช่น วรรณะ 9​ เป็นต้น แต่ชีวิตพวกเราก็มีคนจนไม่ลง ไม่อยากจน

พ่อครูว่า..พวกเรามีความอยากจน พวกเรามีปัญญารู้ว่าจนนี้ดี แต่หลายคนก็ยังไม่สามารถจนได้ ขนาด ต้อม บอกว่าจนไม่ลง เพราะเขาว่าเขาชื่อปรารถนา อาตมาก็เติมจนเข้าไป เป็นปรารถนาจน เขาก็บอกว่ายังไม่กล้า ยังใจไม่ถึง ก็ไม่ถึงก็ไม่เป็นไร อาตมาก็ว่าเย้าเขาไปเล่นเท่านั้น แต่พวกเรามีใจจริง เข้าใจด้วยปัญญาใช้ยังไปไม่ถึง อาตมาก็เย้าเขาไปเล่นๆ แต่พวกเรามีใจจริงมาจน ไม่ใช่เรื่องน่าเกลียดอะไร มาจนนี่เท่จะตาย ไปรวยไม่เท่หรอก จน เป็นคนจนที่มีประโยชน์คุณค่าต่อสังคมมีสมรรถนะมีความรู้มีความขยัน ทำงานช่วยสร้างสรรให้แก่มวลมนุษยชาติ พหุชนหิตายะ(เพื่อหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก)พหุชนสุขายะ(เพื่อความสุขของหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก) โลกานุกัมปายะ(รับใช้โลก ช่วยโลก) พระพุทธเจ้าไม่ได้สอนให้คนเป็นคนรวย ในหลวงก็ตรัสตรงกับพุทธเจ้าว่าให้มาจน มาอัปปิจฉะมาสันโดษ ไม่ให้ไปมักมากไปรวย คนเจริญคือคนมีวรรณะ คนอวรรณะคือคนไม่เจริญ เลี้ยงยาก บำรุงยาก มักมาก ไม่สันโดษ กุสีตะ แล้วคลุกคลีด้วยกิเลส สังคณิกะ หรือสังสัคคะ คือพวกอวรรณะ 6

เลี้ยงยากคือ กินยากอยู่ยากไปยากมายากนั่งยากนอนยาก ..ตายซะ มันยากจริงๆ มีเรื่องอะไรก็เป็นการเกี่ยงงอน แต่พวกเรานี้สบายอะไรก็ได้สบายๆ ไม่ใช่มักง่าย แต่เป็นคนที่ไม่ต้องได้อย่างนั้นอย่างนี้ ต้องได้อย่างโน้นอย่างนี้ไม่ใช่ เอาแค่ขนาดนี้ดีแล้วพอแล้วใช้ได้เป็นคนไม่มักมาก มีเท่านี้ก็พอเพียง สันโดษ เพราะฉะนั้นพวกเลี้ยงยากมักมากพวกนี้ ไอ้พวกนรก ตัวเองก็มีโทษแก่ตัวเอง ทำโทษให้แก่สังคม พวกนี้นอกจากเลี้ยงยากบำรุงยากแล้วยังมักมากแถมยังไม่รู้จักพออีก หนักเข้าเป็นคนเกียจคร้านอีก พระพุทธเจ้าเอาแต่สัจจะมาพูด คนต่ำคนชั่วคนไม่เจริญ อวรรณะ เสร็จแล้วก็หลงสวรรค์

สังคณิกะ กับ สังสัคคะ เป็นไวยพจน์กัน ใช้แทนกันได้สาระเหมือนกัน สังคณิกะ คือคลุกคลีด้วยคณะหมู่กลุ่ม คณะนั้นคือคณะคนส่วนมากส่วนใหญ่ คณะคนโลกีย์ หมู่คนโลกีย์ที่ไปคลุกคลีเกี่ยวข้องวุ่นวายอยู่ตรงนั้น แต่ให้มาคลุกคลีกับพวกบัณฑิตพวกอาริยะสิ แต่นี่ไปคลุกคลีกับพวกสังคณิกะ เพราะอะไร พวกนี้สังสัคคะ พวกหลงสวรรค์ ไม่เข้าใจสวรรค์ สวรรค์เป็นของเก๊ สวรรค์เป็นของปลอม สวรรค์ไม่มีจริง สุขขัลลิกะ สุขเท็จ สุขไม่มีจริง ทุกข์เท่านั้นต่างหากที่เกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไป

เรียนรู้ความทุกข์ที่คุณมีอุปาทานหลงอยู่ จนกระทั่งไม่มีอุปาทานล้างทุกข์จากจิตใจได้หมดเลย คุณก็หมดความสุขความทุกข์เพราะความสุขความทุกข์เป็นคู่กันแกะไม่ออก เพราะฉะนั้นศาสนาพุทธจึงเป็นศาสนาที่ไม่มีสุขไม่มีทุกข์ เป็นศาสนาที่ไม่มีเทวะไม่มีคู่หูที่แยกกันไม่ออกความสุขความทุกข์นี่ ตีไม่แตก เพราะฉะนั้นศาสนาเทวนิยมเขาจะต้องดึงเอาสุข เขาจะต้องเป็นสุขจะต้องไปอยู่กับพระเจ้า พระเจ้าคือเจ้าของสวรรค์พระเจ้าคือผู้ที่สั่งลงนรก เขาก็งมงายอยู่อย่างนี้ ไม่มีนิพพานไม่มีสุขสงบ เขาจะต้องแย่งสุขกัน ก็เขาไม่เรียนรู้ เขาติดความสุขเขาก็ต้องมีความทุกข์ เขาแย่งความสุขก็จะแย่งกันไม่จบ ความทุกข์ก็กินหัวเขาอยู่ตลอดกาลนาน พระพุทธเจ้าตรัสรู้เรื่องสุขเรื่องทุกข์ ไม่ใช่ไปตรัสรู้เรื่องดีหรือชั่ว เรื่องดีหรือชั่วเป็นเรื่องโลกียะเป็นสมมุติสัจจะ แต่ความสุขความทุกข์คืออาริยสัจคือโลกุตระ เพราะฉะนั้นท่านสอนเรื่องนี้ สอนเรื่องทุกข์เท่านั้นที่เกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไป ดับทุกข์เสียให้ได้ก็เป็นพระอรหันต์ แล้วสังคมจะเป็นอย่างสังคมชาวอโศก สุขสงบสบายหมดเลย

สมณะเดินดินสรุปจบ